00:00:00 → 00:00:04สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่
00:00:04 → 00:00:08เอ่อใกล้ตัวเรามากๆเลยนะคะคือเรื่องอาหาร
00:00:08 → 00:00:11แปรรูปขั้นสุดหรือที่เขา้าเรียกกันว่า UPF
00:00:11 → 00:00:16น่ะค่ะมันทั้งอร่อยสะดวกเนาะแต่ก็มีคำ
00:00:16 → 00:00:19เตือนจากหลายๆที่เลยทั้งคุณหมอเจสบุญวงศ์
00:00:19 → 00:00:22วิโรธแล้วก็มีงานวิจัยในวารสารดังๆอย่าง
00:00:22 → 00:00:25BMJ หรือ Nutri ด้วยค่ะวันนี้เราจะมาดู
00:00:25 → 00:00:29กันค่ะว่าไอ้เจ้า UPF เนี่ยมันคืออะไรกัน
00:00:29 → 00:00:29แน่
00:00:29 → 00:00:32แล้วมันต่างจากอาหารแปรรูปทั่วแต่ยังไง
00:00:32 → 00:00:36ทำไมเราต้องกังวลแล้วที่สำคัญนะคะอาหารเจ
00:00:36 → 00:00:38หรือ plant bสที่หลายคนคิดว่าดีต่อสุขภาพ
00:00:38 → 00:00:42เนี่ยเอ่อมันจะเป็น UPF ไปด้วยหรือเปล่า
00:00:42 → 00:00:45มาลองแกะกล่องเรื่องนี้กันค่ะครับผม
00:00:45 → 00:00:49เรื่องนี้น่าสนใจมากครับค่ะคือคำว่าแปร
00:00:49 → 00:00:53รูปขั้นสุดเนี่ยฟังดูเอ่อมันแรงกว่าแค่
00:00:53 → 00:00:56ปลากระป๋องผักดองทั่วไปนะคะมันต่างกันยัง
00:00:56 → 00:01:00ไงคะเนี่ยครับประเด็นนี้ดีเลยครับคือ UPF
00:01:00 → 00:01:02เนี่ยมันไม่ใช่แค่อาหารที่ผ่านการแปรรูป
00:01:02 → 00:01:06ธรรมดาๆดานะครับแต่มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่
00:01:06 → 00:01:08เอ่อผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่ค่อน
00:01:08 → 00:01:12ข้างซับซ้อนแล้วก็มักจะใช้ส่วนผสมที่แบบ
00:01:12 → 00:01:14ว่าเราไม่ค่อยมีติดครัวกันนะครับอย่างพวก
00:01:14 → 00:01:19โปรทีนสกัดหรือสารพรุงต่างเยอะๆสีกลิ่นรส
00:01:19 → 00:01:23ให้ความคงตัวอะไรพวกนี้ระบบ Nova เขาก็
00:01:23 → 00:01:26จัดกลุ่มเนี้ยเป็นกลุ่มที่ 4 เลยครับแยก
00:01:26 → 00:01:29ชัดเจนจากพวกอาหารไม่แปรรูปกลุ่ม 1 ส่วน
00:01:29 → 00:01:31ประกอบทำอาหารกลุ่ม 2 หรืออาหารแปรรูป
00:01:31 → 00:01:35ทั่วไปกลุ่ม 3 อ๋อค่ะวิธีสังเกตง่ายๆก็
00:01:35 → 00:01:39คือฉลากส่วนผสมอ่ะครับมันจะยาวๆหน่อยหรือ
00:01:39 → 00:01:42ไม่ใช่สารเคมีแปลกๆที่เราไม่คุ้นใครเยอะๆ
00:01:42 → 00:01:45ครับนึกภาพออกเลยค่ะก็คงเป็นพวกเอ่อไส้
00:01:46 → 00:01:50กรอกลูกชิ้นบะหมี่กึ่นสำเร็จรูปขนมปังแถว
00:01:50 → 00:01:53ที่มันนุ่มๆมากๆหรือบางทีโยเกิร์ตที่ปรุง
00:01:53 → 00:01:57แต่งรสผลไม้ที่เรานึกว่าเอ่อดีต่อสุขภาพ
00:01:57 → 00:01:59อันนี้ก็อาจจะเข้าขายด้วยใช่มั้ยคะส่วน
00:01:59 → 00:02:02ใหญ่ใช่เลยครับตัวอย่างที่ยกมาหลายอย่าง
00:02:02 → 00:02:06เนี่ยก็จัดเป็น UPF อย่างไส้กรอกเนี่ยบาง
00:02:06 → 00:02:08ทีอาจจะมีเนื้อสัตว์จริงๆอยู่นิดเดียวที่
00:02:08 → 00:02:12เหลือก็เป็นแป้งไขมันเกลือสารพัดสารปรุง
00:02:12 → 00:02:14แต่งหรือพวกเครื่องดื่ม 3 inone ก็
00:02:14 → 00:02:17เหมือนกันครับเน้นน้ำตาลครีมเทียมเป็น
00:02:17 → 00:02:20หลักคือจุดร่วมของมันเนี่ยมักจะถูกออกแบบ
00:02:20 → 00:02:25มาให้อร่อยมากๆกินง่ายเคี้ยวง่ายกลืนง่าย
00:02:25 → 00:02:29เก็บได้นานมากๆแต่ว่าคุณค่าอาหารจริงๆอาจ
00:02:29 → 00:02:33จะน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยครับโหฟังดูน่า
00:02:33 → 00:02:36กลัวเหมือนกันนะคะทีนี้เรื่องผลกระทบต่อ
00:02:36 → 00:02:39สุขภาพอันนี้น่ากังวลจริงๆค่ะข้อมูลที่
00:02:39 → 00:02:42เรามีเนี่ยพูดถึงความเชื่อมโยงกับทั้งโรค
00:02:42 → 00:02:46อ้วนเบาหวานโรคหัวใจมะเร็งไปจนถึงเรื่อง
00:02:46 → 00:02:49สุขภาพจิตก็มีนะคะอย่างภาวะซึมเศร้าวิตก
00:02:49 → 00:02:53กังวลหรือว่าสมองเสื่อมมีงานวิจัยชิ้นนึง
00:02:53 → 00:02:56จาก BMJ เขาชี้เลยนะคะว่าการกิน UPF
00:02:56 → 00:02:58เพิ่มขึ้นทุกทุก 10% เนี่ยอาจจะเพิ่มความ
00:02:58 → 00:03:02เสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้ถึง 25% เลยนะคะ
00:03:02 → 00:03:05ใช่ครับตัวเลขน่าตกใจมากแล้วสิ่งที่น่าสน
00:03:05 → 00:03:08ใจกว่าแค่เรื่องแคลอรี่น้ำตาลหรือไขมัน
00:03:08 → 00:03:11สูงๆเนี่ยนะครับคือกลไกผลกระทบของมันที่
00:03:11 → 00:03:14มันซับซ้อนกว่านั้นครับผม UPF เนี่ยมัน
00:03:14 → 00:03:17อาจจะไปรบกวนสัญญาณความอิ่มที่ส่งจากล้ำ
00:03:17 → 00:03:20ไส้เราไปที่สมองทำให้เรากินเยอะเกินไปโดย
00:03:20 → 00:03:24ไม่รู้ตัวนะครับมีงานวิจัยของ NH พบว่าคน
00:03:24 → 00:03:27ที่กิน UPF เป็นหลักเนี่ยอาจจะกินพลังงาน
00:03:27 → 00:03:30เพิ่มขึ้นถึง 500 แคลอรี่ต่อวันเลยนะครับ
00:03:30 → 00:03:33เทียบกับคนที่กินอาหารไม่แปรรูปโห 500
00:03:33 → 00:03:37แควต่อวันไม่น้อยเลยนะคะครับผมแล้วก็ยัง
00:03:37 → 00:03:39มีเรื่องสารปรุงแต่งบางอย่างที่อาจจะส่ง
00:03:39 → 00:03:42ผลต่อสารสื่อประสาทในสมองเราได้ด้วยบวก
00:03:42 → 00:03:44กับรสชาติที่มันเข้มข้นกินง่ายกรึงคล่อง
00:03:44 → 00:03:47อย่างที่บอกไปมันก็อาจจะนำไปสู่ภาวะที่
00:03:47 → 00:03:50คล้ายๆกับการเสพติดได้ครับที่บอกว่าคล้าย
00:03:50 → 00:03:53การเสพติดนี่เอ่อมีนักวิจัยบางท่านถึงกับ
00:03:53 → 00:03:55เปรียบเทียบเลยหรอคะว่า UPF เนี่ยมันมี
00:03:55 → 00:03:57ลักษณะคล้ายใช้บุหรี่มากกว่าอาหาร
00:03:57 → 00:04:00ธรรมชาติอืมมีการเปรียบเทียบแบบนั้นจริงๆ
00:04:00 → 00:04:04ครับเพราะว่าลักษณะการกระตุ้นระบบรางวัล
00:04:04 → 00:04:08ในสมองของเราความยากในการจะหยุดกินแม้จะ
00:04:08 → 00:04:10รู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพเนี่ยมันมีบาง
00:04:10 → 00:04:13อย่างที่คล้ายคลึงกันอยู่ครับเป็นมุมมอง
00:04:13 → 00:04:17ที่เอ่อชวนให้คิดเหมือนกันนะครับว่าเรา
00:04:17 → 00:04:20กำลังมอง UPF เป็นแค่อาหารหรือจริงๆแล้ว
00:04:20 → 00:04:23มันเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ออกแบบมา
00:04:23 → 00:04:27เพื่อกระตุ้นการบริโภคกันแน่อือืน่าคิด
00:04:27 → 00:04:30มากค่ะแล้วแล้วประเด็นเรื่องอาหารเจหรือ
00:04:30 → 00:04:33plant bสที่ตอนนี้ฮิตๆกันล่ะคะบางคน
00:04:33 → 00:04:36เลือกกินเพราะคิดว่าเออมันดีต่อสุขภาพแน่
00:04:36 → 00:04:40ๆอันนี้มันจะจัดเป็น UPF ไปด้วยมั้ยคะ
00:04:40 → 00:04:43เป็นคำถามที่ดีมากๆครับคืออาหารจากพืช
00:04:43 → 00:04:45ทั้งหมดเนี่ยไม่ได้เป็น UPF ไปซะหมดนะ
00:04:45 → 00:04:48ครับแต่ที่เราต้องระวังคือผลิตภัณฑ์เลียน
00:04:48 → 00:04:50แบบเนื้อสัตว์ที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรมนะ
00:04:51 → 00:04:54ครับมีงานวิจัยพบว่าเกินครึ่งเลยนะครับ
00:04:54 → 00:04:56ประมาณ 68% เปอร์เซ็นต์ของเนื้อเทียมพวก
00:04:56 → 00:04:58นี้เนี่ยเข้าขายเป็น UPF ตามเกณฑ์ Nova
00:04:59 → 00:05:02เลยเพราะว่ามันต้องผ่านการสกัดโปรตีนออก
00:05:02 → 00:05:06มาปรุงแต่งเนื้อสัมผัสสีกลิ่นรสด้วยสาร
00:05:06 → 00:05:08ปรุงแต่งเยอะแยะไปหมดบางทียังมีโซเดียม
00:05:08 → 00:05:11สูงกว่าเนื้อสัตว์จริงๆด้วยซ้ำไปครับอ้าว
00:05:11 → 00:05:15เหรอคะครับดังนั้นแม้ว่าจะเลือกกินเจหรือ
00:05:15 → 00:05:18plant bสก็ยังต้องพลิกดูฉลากส่วนประกอบ
00:05:18 → 00:05:22ดีๆอยู่ดีครับทางที่ดีคือเลือกพวกเต้าหู้
00:05:22 → 00:05:25ถั่วหรือธัญพืชที่มันแปรรูปน้อยๆหน่อยน่า
00:05:25 → 00:05:29จะดีกว่าครับฟังดูเหมือนว่า UPF นี่มัน
00:05:29 → 00:05:31แทรกเซิมอยู่รอบตัวเราเยอะกว่าที่เราคิด
00:05:31 → 00:05:34จริงๆนะคะแล้วเราจะรับมือกับเรื่องนี้ใน
00:05:34 → 00:05:37ชีวิตประจำวันยังไงดีคะพอจะมีคำแนะนำมั้ย
00:05:37 → 00:05:41คะครับผมจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดเลยก็คือ
00:05:41 → 00:05:43การตระหนักรู้เนี่ยแหละครับเริ่มง่ายๆจาก
00:05:43 → 00:05:46การอ่านฉลากอาหารให้เป็นนิสัยก่อนเลยมอง
00:05:46 → 00:05:49หาส่วนประกอบที่มันสั้นๆหน่อยอ่านแล้ว
00:05:49 → 00:05:52เข้าใจง่ายๆพยายามเลือกอาหารที่มันใกล้
00:05:52 → 00:05:54เคียงกับธรรมชาติให้มากขึ้นครับเช่นข้าว
00:05:54 → 00:05:58กล้องผักผลไม้สดเนื้อสัตว์ที่ไม่แปรรูป
00:05:58 → 00:06:01ถ้าพอมีเวลาการทำอาหารกินเองบ่อยขึ้นก็จะ
00:06:01 → 00:06:03ช่วยให้เราควบคุมสิ่งที่เรากินได้ดีที่
00:06:03 → 00:06:06สุดเลยครับอ้อแล้วก็ลดพวกเครื่องดื่มหวาน
00:06:07 → 00:06:10ๆน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มปรุงสำเร็จต่างๆ
00:06:10 → 00:06:13อันนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆที่ได้ผลดีมากครับ
00:06:13 → 00:06:16ค่อยๆปรับค่อยๆเปลี่ยนให้เราพึ่งพาอาหาร
00:06:16 → 00:06:19จริงๆมากขึ้นลดความสะดวกสบายจากพวกอาหาร
00:06:19 → 00:06:22แปรรูปขั้นสุดลงบ้างครับค่ะข้อมูลวันนี้
00:06:22 → 00:06:24ทำให้ต้องกลับมาคิดเรื่องอาหารการกินใน
00:06:24 → 00:06:27ชีวิตประจำวันกันใหม่จริงๆค่ะตั้งแต่
00:06:27 → 00:06:30อาหารว่างที่เราคุ้นเคยไปจนถึงอาหารทาง
00:06:30 → 00:06:32เลือกเพื่อสุขภาพบางอย่างเลยสิ่งสำคัญที่
00:06:32 → 00:06:34ได้คุยกันวันนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการ
00:06:34 → 00:06:37รู้เท่าทันแล้วก็เลือกกินอย่างมีสติมาก
00:06:37 → 00:06:40ขึ้นพยายามกลับไปหาอาหารที่ผ่านการแปรรูป
00:06:40 → 00:06:43น้อยลงเนาะถูกต้องเลยครับหัวใจสำคัญคือ
00:06:43 → 00:06:46การทำความเข้าใจจริงๆว่ามีอะไรอยู่ใน
00:06:46 → 00:06:49อาหารที่เรากำลังจะกินบ้างนอกเหนือไปจาก
00:06:49 → 00:06:51แค่รสชาติหน้าตาหรือความสะดวกสบายที่เรา
00:06:51 → 00:06:55เห็นจากภายนอกครับค่ะมีประเด็นทิ้งท้าย
00:06:55 → 00:06:57จากแหล่งข้อมูลที่เราดูมาน่าสนใจเหมือน
00:06:57 → 00:07:00กันนะคะอยากชวนให้ลองคิดตามกันคือมีนัก
00:07:00 → 00:07:03วิจัยบางท่านเมองว่าปรากฏการณ์ UPF ที่
00:07:03 → 00:07:06มันแพร่หลายมากๆตอนนี้เนี่ยอาจจะสะท้อน
00:07:06 → 00:07:08ถึงปัญหาอธิปไตยทางอาหารหรือ Food
00:07:08 → 00:07:11Sovereignity น่ะค่ะที่หมายถึงสิทธิของ
00:07:11 → 00:07:13ชุมชนในการกำหนดนโยบายอาหารของตัวเอง
00:07:13 → 00:07:16กำลังถูกท้าทายจากอิทธิพลของบริษัทอาหาร
00:07:16 → 00:07:19ใหญ่ๆที่มีผลต่อทางเลือกบนชั้นวางใน
00:07:19 → 00:07:21ซุเปอร์มาร์เก็ตของเรามากขึ้นเรื่อยๆก็
00:07:21 → 00:07:23น่าเก็บไปคิดต่อกันดูนะค่ะสำหรับเรื่อง
00:07:23 → 00:07:27นี้ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ฝากกดติดตามกดไลก์
00:07:27 → 00:07:29กดแชร์ให้คนที่คุณห่วงใยและเป็นกำลังใจ
00:07:30 → 00:07:32ให้กับช่องสุขภาพสนทนาได้มีแรงสร้างสรรค์
00:07:32 → 00:07:35เรื่องราวดีต่อไปนะครับ