00:00:00 → 00:00:02กลับมาที่หัวข้อของเราวันนี้นะครับจริงๆ
00:00:02 → 00:00:04เป็นเรื่องที่ทางการจริงๆหมอว่าเรื่อง
00:00:04 → 00:00:06เนี้ยเคยถูกพูดมาหลายปีแล้วนะครับแล้วก็
00:00:06 → 00:00:09คิดว่าคุณผู้ฟังหลายๆท่านก็ก็อาจจะเคยได้
00:00:09 → 00:00:11ข่าวเรื่องนี้มาแล้วะค่ะนะครับแต่ว่าอาจ
00:00:11 → 00:00:13จะยังไม่เข้าใจในรายละเอียดนะหรือว่าบาง
00:00:13 → 00:00:16ท่านบางท่านไม่เคยได้ข่าวมาเลยก็อาจจะฟัง
00:00:16 → 00:00:19แล้วอาจจะตกใจเหมือนกันว่าเอ๊ะจริงเหรอ
00:00:19 → 00:00:22ว่าเอ่อมีการทาแป้งนะครับซึ่งซึ่งหมอกว่า
00:00:22 → 00:00:25ก็ก็ทากันอยู่ทั่วไปนะครับนะทุกคนแล้วโดย
00:00:25 → 00:00:27เฉพะยิ่งบ้านบ้านเราน่ะเป็นเขตร้อนนะครับ
00:00:27 → 00:00:30ก็บางทีรู้สึกทาแป้งเย็นแป้งทาตัวก็รู้
00:00:30 → 00:00:34สึกสบายดีนะครับคราวนี้เอ่อต่อหัวข้อของ
00:00:34 → 00:00:37เราวันนี้ที่บอกว่าทาแป้งฝุ่นนในบริเวณ
00:00:37 → 00:00:39จุดซ่อนเล้นเนี่ยมันจะเพิ่มความเสียต่อ
00:00:39 → 00:00:43การเป็นมะเร็งของรังไข่ได้มยนะครับค่ะตรง
00:00:43 → 00:00:45นี้ก่อนจะเท้าความไปถึงหัวข้อของเราเนี่ย
00:00:45 → 00:00:48เอ่อหมอหมออธิบายนิดนึงครับเอ่อที่เราคุย
00:00:48 → 00:00:50เรื่องเนี้ยจริงๆในเดือนสิงหาคมเนี่ยก็
00:00:50 → 00:00:52เป็นเดือนที่สำคัญเลยเพราะว่าสิงหาคม
00:00:52 → 00:00:54เนี่ยอีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันแม่แล้วนะ
00:00:54 → 00:00:57ครับวันแม่แห่งชาติก็คือ 12 สิงหาคมซึ่ง
00:00:57 → 00:01:01เอ่อกิจกรรมต่างๆในทางาสาธารณสุขนะครับ
00:01:01 → 00:01:03หรือว่าตามโรงพยาบาลต่างๆเนี่ยในเดือนนี้
00:01:03 → 00:01:06ก็จะมุ่งเน้นไปที่การดูแลสุขภาพของคนผู้
00:01:06 → 00:01:08หญิงนะครับค่ะโดยเฉพาะงยิ่งเราก็จะรณรงค์
00:01:08 → 00:01:12ให้ผู้หญิงนตื่นตัวอ่าตรวจพวกเ่อโรคสำคัญ
00:01:12 → 00:01:15ๆต่างๆเช่นตรวจภายในประจำปีนะครับตรวจ
00:01:15 → 00:01:17มาเร็งปากมดลูกอะไรต่างๆเหล่านี้นะครับ
00:01:17 → 00:01:21อันนี้ก็คือการรณรงค์ที่สำคัญของเอ่อใน
00:01:21 → 00:01:23เดือนนี้คือเดือนสิงหาคมแต่ว่าในเดือนที่
00:01:23 → 00:01:26เพิ่งผ่านมาเนี่ยนะครับเดือนกรกฎาคมเนี่ย
00:01:26 → 00:01:30เ่อบ้านเราเนี่ยก็ถือว่าเป็นเป็นเดือนของ
00:01:30 → 00:01:31การแห่งการรณรงค์เรื่องเกี่ยวกับมะเร็ง
00:01:31 → 00:01:35รังไข่นะครับเพราะฉะนั้นเ่าก็เป็นโอกาสดี
00:01:35 → 00:01:36ที่วันนี้เราจะได้มาพูดคุยกับเรื่อง
00:01:36 → 00:01:39มะเร็งรังไข่นะครับแล้วก็จะได้ตระหนักกัน
00:01:39 → 00:01:42ว่าเอ๊ะเอ่อเราเราเรารณรงค์กันก็เพื่อให้
00:01:42 → 00:01:45ประชาชนมีความรู้แล้วก็จะได้ลดอัตราการ
00:01:45 → 00:01:48เกิดมะเร็งังไข่ในผู้หญิงไทยนะครับค่ะ
00:01:48 → 00:01:50คราวนี้พูดถึงเรื่องก่อนจะเข้าหัวข้อเรา
00:01:50 → 00:01:53เนี่ยหอปูพื้นเี่กับเรื่องของมะเร็งกัน
00:01:53 → 00:01:55ก่อนมะเร็งเนี่ยนะครับจริงๆแล้วก็คือ
00:01:55 → 00:02:00ลักษณะเอ่อของเ่อเซลล์บางส่วนของอวัยวะใน
00:02:00 → 00:02:02ร่างกายของเรานะครับไม่ว่าจะเป็นตรงไหนก็
00:02:02 → 00:02:05ได้เนี่ยนะครับที่มีความผิดปกติเกิดขึ้น
00:02:05 → 00:02:08ในการแบ่งตัวนะครับปกติเซลล์ของร่างกายคน
00:02:08 → 00:02:11เราเนี่ยนะครับเราก็จะมีการแบ่งตัวแบ่ง
00:02:11 → 00:02:14เซลล์ใหม่ๆทุกวันพร้อมกับเซลล์เก่าๆมันก็
00:02:14 → 00:02:17จะเสื่อมสลายไปทุกวันนะครับเอ่อหมอคเยก
00:02:17 → 00:02:20ตัวอย่างอยู่เสมอว่าเตอนเราเป็นเด็กๆนะ
00:02:20 → 00:02:23ครับอัตราอัตราการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ๆ
00:02:23 → 00:02:25เนี่ยมันเกิดขึ้นเยอะเยอะมากกว่าอัตราการ
00:02:25 → 00:02:28สลายเพราะฉะนั้นตอนเป็นเด็กเนี่ยเราถึง
00:02:28 → 00:02:31ตัวขนาดขนาดตัวเราอย่าใหขึ้นโตขึ้นเจริญ
00:02:31 → 00:02:34เติบโตขึ้นนะครับพอถึงวัยผู้ใหญ่เนี่ยเรา
00:02:34 → 00:02:36ก็อาจจะเซลล์ที่สร้างใหม่กับเซลล์ที่สลาย
00:02:36 → 00:02:39ก็อาจจะพอๆกันนะครับแต่พอเป็นวัยที่อ่า
00:02:39 → 00:02:41เริ่มเป็นวัยสูงอายุแล้วเนี่ยเราจะพบเลย
00:02:41 → 00:02:44ว่ามันจะมีแต่ความเสื่อมนะครับในส่วนของ
00:02:44 → 00:02:46เซลล์ที่แบ่งตัวใหม่ก็จะน้อยลงและจะมีแต่
00:02:46 → 00:02:49เซลล์ที่เสื่อมสลายมากขึ้นเราก็จะพบว่าคน
00:02:49 → 00:02:52ที่เป็นวัยสูงอายุเนี่ยเป็นโดยะี้ถ้าเป็น
00:02:52 → 00:02:54ผู้หญิงเนี่ยก็ก็นับเอาที่วัยทองนะวัยหมด
00:02:54 → 00:02:56ประจำเดือนเนี่ยก็จะพบว่ามันก็จะมีการ
00:02:56 → 00:03:00เสื่อมถอยของการทำงานของอวะต่างๆรวมไปถึง
00:03:00 → 00:03:03เอ่อก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆที่เป็นโรคของ
00:03:03 → 00:03:06คนสูงอายุเนี่ยตามหลังมานะครับคราวนี้
00:03:06 → 00:03:08เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัวนะครับถ้าเแบ่งตัว
00:03:08 → 00:03:11ตามปกติอย่างที่เราบอกเนี่ยมันก็ไม่มี
00:03:11 → 00:03:15ปัญหาอะไรนะครับแต่ว่าถ้ามีปัจจัยใดๆก็
00:03:15 → 00:03:18ตามเนี่ยนะครับที่มากระตุ้นทำให้เซลล์
00:03:18 → 00:03:20เนี่ยมีการแบ่งตัวที่มากผิดปกตินะครับ
00:03:21 → 00:03:24เซลล์เนี้ยก็จะเกิดการขยายตัวนะครับแล้ว
00:03:24 → 00:03:27ก็เกิดการลุกลามเป็นอ่าเราก็เรียกรวมๆ
00:03:27 → 00:03:29ง่ายๆว่าอะไรที่มันงอกขึ้นเร็วๆเราก็
00:03:29 → 00:03:31เรียกมันว่าเนื้องอกใช่มั้ยครับเนื้องอก
00:03:31 → 00:03:33อันเนี้ยถ้ามันแบ่งตัวผิดปกติแล้วก็แบ่ง
00:03:33 → 00:03:36ตัวอย่างไร้ขีดจำกัดเนี่ยนะครับเนื้องอก
00:03:36 → 00:03:38พวกเนี้ยในที่สุดก็จะกระจายตัวไปออกออก
00:03:38 → 00:03:41จากอวัยวะนั้นแล้วก็ลุกลงไปยังอวัยวะข้าง
00:03:41 → 00:03:43เคียงนะครับแล้วก็อาจจะกายกระจายไปทั่ว
00:03:43 → 00:03:47ตัวเลยไปถึงอวัยวะไกลๆแล้วก็อาจจะทำให้
00:03:47 → 00:03:51เอ่อเมื่อมันไปเอ่องอกอยู่ในอวัยวะต่างๆ
00:03:51 → 00:03:54ก็จะไปทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆเยเสีย
00:03:54 → 00:03:58ไปนะครับดังนั้นผู้ที่มีเซลล์เนื้องอกที่
00:03:58 → 00:04:01มันเจริญผิดปกตินะครับที่เราเรียกกันอีก
00:04:01 → 00:04:03อย่างนึงว่ามะเร็งเนี่ยนะครับเอ่อจริงๆ
00:04:03 → 00:04:06แล้วเไม่ได้ตายจากตัวมะเร็งเองแต่ว่าตัว
00:04:06 → 00:04:08มะเร็งเองเนี่ยที่แบ่งตัวผิดปกติเนี่ยนะ
00:04:08 → 00:04:11ครับไปทำให้การทำงานของอวัยวะต่างๆในร่าง
00:04:11 → 00:04:13กายเนี่ยมันมันเสียการทำงานไปนะครับจน
00:04:13 → 00:04:16กระทั่งเมื่อเสียไปเมื่อกระจายไปเป็นเ่อ
00:04:16 → 00:04:18หลายๆอวัยวะขึ้นเนี่ยท้ายที่สุดเนี่ยร่าง
00:04:18 → 00:04:21กายก็อยู่ไม่ได้แล้วก็จะทำให้เสียชีวิต
00:04:21 → 00:04:24เพราะฉะนั้นเอ่อก็เป็นเ่อเรื่องที่เรารู้
00:04:24 → 00:04:26กันเป็นปัจจุบันเป็นเป็นเรื่องธรรมดาว่า
00:04:26 → 00:04:28คนที่เป็นมะเร็งเนี่ยอันตรายที่เรากลัว
00:04:28 → 00:04:30มากที่สุดก็คืออ่ะมีโอกาสที่จะเสี่ยงต่อ
00:04:30 → 00:04:33การเสียชีวิตนะครับค่ะคราวนี้ถ้าเราพูด
00:04:33 → 00:04:36ถึงมะเร็งเนี่ยนะครับก็อ่าพูดในแง่ของคุณ
00:04:36 → 00:04:39ผู้หญิงก็แล้วกันนะครับเ่ามะเร็งเอ่อ
00:04:39 → 00:04:42เกี่ยวกับผู้หญิงเนี่ยนะครับจริงๆอันดับ
00:04:42 → 00:04:441ึของมะเร็งในผู้หญิงเนี่ยที่ยังพบมากที่
00:04:44 → 00:04:47สุดก็ยังคงเป็นมะเร็งเต้านมอยู่นะครับนะ
00:04:47 → 00:04:49ครับอันดับ 2 เนี่ยจะเป็นมะเร็งปากรดลูก
00:04:49 → 00:04:51ที่เราก็เคยพูดเคยรณรงค์กันไปหลายครั้ง
00:04:51 → 00:04:53แล้วนะครับเพียงแต่ว่าถ้าเราเทียบกัน
00:04:53 → 00:04:56ระหว่างมะเร็งเต้านมมะเร็งป่ามะลูกเนี่ย
00:04:56 → 00:04:58เวลาอัตราการเสียชีวิตเนี่ยมะเร็งป่ามะ
00:04:58 → 00:05:01ลูกจะเสียชีวิตมากกว่าคเพราะว่าอย่างที่
00:05:01 → 00:05:03หมอเคยบอกเสมอก็คือเต้านมเนี่ยมันมันเป็น
00:05:03 → 00:05:06อวัยวะที่อยู่นอกร่างกายเรายื่นออกมาครับ
00:05:06 → 00:05:08เวลาเราเจอความผิดปกติว่าเป็นก้อนเนื้อ
00:05:08 → 00:05:11งอกเป็นมะเร็งเนี่ยเรามักจะมีโอกาสที่จะ
00:05:11 → 00:05:13เจอความเป็นปกตินั้นได้เร็วนะครับเพราะ
00:05:13 → 00:05:16ว่าบางทีเราเราอาบน้ำแต่งตัวมือไปสัมผัส
00:05:16 → 00:05:18โดนเนี่ยเรารู้สึกแล้วเอ๊ะเต้านมเรามัน
00:05:18 → 00:05:21ทำไมมีก้อนผิดปกติเราก็จะรู้แล้วว่าเราก็
00:05:21 → 00:05:24จะรีบไปหาคุณหมอในขณะที่ตัวปากมันลูก
00:05:24 → 00:05:25เนี่ยมันอยู่ลึกเข้าไปนะครับเพราะฉะนั้น
00:05:25 → 00:05:28การจะตรวจเจอความผิดปกติเนี่ยโอเอ่อสมมติ
00:05:28 → 00:05:31ถ้าเอาจน้างเราเป็นมะเร็งที่ปากมันลูก
00:05:31 → 00:05:33แล้วลุกรามเนี่ยนะครับจนเป็นก้อนเป็นอะไร
00:05:33 → 00:05:35ให้เราเห็นแล้วเนี่ยอันนั้นคือมันจะเป็น
00:05:35 → 00:05:38ระยะสุดท้ายะก็จะรักษาไม่ทันละนะครับ
00:05:38 → 00:05:40เพราะฉะนั้นเอ่อเวลาเราพูดถึงมะเร็งถึง
00:05:40 → 00:05:43เต้านมจะเป็นอันดับ 1 อ่าผ่ามลุจะเจอเป็น
00:05:43 → 00:05:45อันดับ 2 เนี่ยแต่เวลาเสียชีวิตเนี่ยปาก
00:05:45 → 00:05:48ลูกจะเสียชีวิตมากกว่าเพราะว่าท้ายที่สุด
00:05:48 → 00:05:51คนไข้จะมาหาหมอช้าเกินไปนะครับถึงเป็นที่
00:05:51 → 00:05:54มาว่าทำไมเราถึงรนอรงค์ให้ไปตรวจคัดกรอง
00:05:54 → 00:05:56มาตรวจมะเร็งป่าลูกประจำปีเพราะว่าต้อง
00:05:56 → 00:05:58ตรวจตั้งแต่ก่อนที่เราจะมีอาการไม่ใช่รอ
00:05:58 → 00:06:00ให้เป็นมะเร็งแล้วถึงมาตรวดซึ่งตอนนั้น
00:06:00 → 00:06:02มันก็จะเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายไปแล้วนะ
00:06:02 → 00:06:04ครับคราวนี้อันดับ 2 คือมะเร็งปากมะลูก
00:06:04 → 00:06:07คราวนี้ถัดไปเนี่ยนะครับถ้าสมมุติเราเรา
00:06:07 → 00:06:11แยกเอ่อโดยเฉลี่ยเนี่ยนะครับก็ถ้าเป็น
00:06:11 → 00:06:13เฉพาะมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง
00:06:13 → 00:06:16นะครับก็ในส่วนอสืบพันธุ์ก็เป็นพวกปาก
00:06:16 → 00:06:19ช่องคลอดช่องคลอดปากมดลูกตัวมดลูกปีกมด
00:06:19 → 00:06:22ลูกหรือว่ารังไข่นะครับอวยวะของสืบพันธุ์
00:06:22 → 00:06:25เนี่ยเอ่อมะเร็งรังไข่เนี่ยจะพบมากเป็น
00:06:25 → 00:06:29อันดับ 2 รองจากมะเร็งปากลูกอืถ้าเทียบ
00:06:29 → 00:06:33เฉพาะเรื่องบริวด้วยกันนะครับหรือว่าถ้า
00:06:33 → 00:06:37จัดรวมๆเนี่ยว่าเป็นเ่อถ้าเป็นมะเร็งของ
00:06:37 → 00:06:39ผู้หญิงทั้งหมดเนี่ยเต้านมเป็นอันดับ 1
00:06:39 → 00:06:41ป่ารูเป็นอันดับ 2 รังไข่จะอยู่อันดับไหน
00:06:41 → 00:06:43ก็จะอยู่ประมาณอันดับ 6 ค่ะนะครับนอก
00:06:43 → 00:06:45เหนือจากนั้นอันดับ 3 4 5 แล้วก็จะมี
00:06:45 → 00:06:48พวกมะเร็งตับมะเร็งลำไส้อะไรต่างๆมาแทรก
00:06:48 → 00:06:51อยู่นะครับเพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงในส่วนอรย
00:06:51 → 00:06:52สึพันธุมะเร็งรังไข่เเนี่ยก็เป็นมะเร็ง
00:06:53 → 00:06:55ที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของอวัยวะสืบพันธุ์
00:06:55 → 00:06:58นะครับแล้วก็ข้อเสียที่สำคัญอันนึงของ
00:06:58 → 00:07:00มเร็งังไข่ก็คือ
00:07:00 → 00:07:02เมื่อกี้หมอบอกแล้วปักมดลูกเนี่ยเราเจอ
00:07:02 → 00:07:05ช้านะครับกว่าจะตรวจเจอเนี่ยเป็นระยะลุก
00:07:05 → 00:07:07รามแล้วเพราะว่ามันอยู่ลึกนะครับมันงรัง
00:07:07 → 00:07:10ไข่ยิ่งหนักกว่ามันยิ่งลึกเข้าไปอีกนะฮะ
00:07:10 → 00:07:12ยิ่งลึกหนักเข้าไปกว่าปากมะดลู่อีกนะฮะ
00:07:12 → 00:07:15คือจากปากมะดลู่เข้าไปเนี่ยมันจะเราจะไป
00:07:15 → 00:07:18เจอตัวมดลูกนะครับตัวมดลูกขึ้นไปเนี่ยเรา
00:07:18 → 00:07:21ก็เ่อ 2 ข้างของยอดมดลูกเนี่ยก็จะมีแบบ
00:07:21 → 00:07:23ท่อยาวๆไปเรียกว่าปีกมดลูกใช่มั้ครับแล
00:07:23 → 00:07:26สุดปีกมดลูกไปเนี่ยถึงจะไปเป็นรังไข่ทั้ง
00:07:26 → 00:07:282 ข้างเพราะฉะนั้นถ้าจะว่าไปรังไข่ยิ่ง
00:07:28 → 00:07:32อยู่ลึกกว่าตัวป่ามลูกทำให้การตรวจพบ
00:07:32 → 00:07:35เนี่ยยิ่งยากกว่านะครับแล้วก็เอ่อมะเร็ง
00:07:35 → 00:07:37ดังไข่เนี่ยพบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งนยว
00:07:38 → 00:07:40สืพันธ์สตรีรองจากมะเร็งป่ามลูกแต่ว่า
00:07:40 → 00:07:42อัตราการเสียชีวิตก็ถือว่าสูงเหมือนกัน
00:07:42 → 00:07:43ครับก็คือจะมีโอกาสจะเสียชีวิตสูงถึง
00:07:43 → 00:07:47ประมาณ 60% ทีเดียวโอนะครับค่ะนะครับโดย
00:07:47 → 00:07:50สถิติขององค์การอนามัยโลกนะครับเมื่อปี
00:07:50 → 00:07:532008 เนี่ยนะครับพบว่า
00:07:53 → 00:07:56เอ่ออัตราการเสียชีวิตของของประชากรโลก
00:07:56 → 00:07:58เนี่ยนะครับอ่าที่เป็นผู้หญิงเนี่ยนะครับ
00:07:58 → 00:08:01เอ่อมารังไข่นี่จะเป็นสาเหตุสูงถึง 13%
00:08:01 → 00:08:04ทีเดียวค่ะนะครับแต่นัก็คือนานมาแล้วตั้ง
00:08:04 → 00:08:06แต่ปี 2008 นะฮะเดี๋ยวนี้มันก็อาจจะ
00:08:06 → 00:08:08เปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ว่าเราก็พบว่าอัตรา
00:08:08 → 00:08:10เรื่องของมะเร็งรังไข่เนี่ยก็ไม่ค่อยได้
00:08:10 → 00:08:14ลดลงนะครับเอ่อเราพบว่าอย่างงี้ครับเอ่อ
00:08:14 → 00:08:17อุบัติการณ์ของการเกิดมะเร็งรังไข่เนี่ย
00:08:17 → 00:08:20นะครับอาจจะพบได้ประมาณ 5.2 -
00:08:20 → 00:08:266.8 รายนะครับต่อประชากรแสนคนค่ะต่อปีนะ
00:08:26 → 00:08:28ครับนะที่เราเทียบเทียบเป็นประชา 100,000
00:08:28 → 00:08:31คนก็เพราะว่าเอ่อตัวเลขการพบเนี่ยจริงๆ
00:08:31 → 00:08:33มันมันก็น้อยอ่ะถ้าเราเทียบเป็นต่อ 100
00:08:33 → 00:08:35คนเนี่ยต่อเป็นเปอร์เซ็นต์เนี่ยมันก็จะ
00:08:35 → 00:08:37เป็นแค่จุด 005 อะไรอย่างเงี้นะครับเพราะ
00:08:37 → 00:08:39ฉะนั้นเราก็เทียบกันเป็นหลักของการ่าตาม
00:08:39 → 00:08:41หลักประชากรศาสตร์เนี่ยเราก็ถือว่าเรา
00:08:41 → 00:08:44เทียบอัตราความเสี่ยงของการเป็นโรคนี้ก็
00:08:44 → 00:08:47คือต่อแสนคนของประชากรในแต่ละปีเนี่ยจะมี
00:08:47 → 00:08:51คนที่มีเ่อเป็นมะเร็งรังไข่ 5.2 ไปจนถึง
00:08:51 → 00:08:556.8 คนนะครับค่ะแล้วก็มีการคาดการณ์จาก
00:08:55 → 00:08:58สถิติเหล่านี้นะครับล่วงหน้าว่าเอ่ออาจจะ
00:08:58 → 00:09:02มีผู้ป่วยเนี่ยนะครับเพิ่มขึ้นเอ่อถ้าไป
00:09:02 → 00:09:03ถึงปี
00:09:03 → 00:09:072040 นะครับตอนปีนี้ 2024 นะครับค่ะ 2040
00:09:07 → 00:09:10ก็อีกประมาณ 16 ปีถัดไปเนี่ยอาจจะเพิ่ม
00:09:10 → 00:09:14ขึ้นไปจนถึง 42% ทีเดียว 42% คือเกือบ
00:09:14 → 00:09:17ครึ่ง 42% แล้วก็ที่สำคัญเนี่ยนะครับอ่า
00:09:17 → 00:09:20ถ้าเป็นสถิติที่แยกเฉพาะในคนไทยนะครับเรา
00:09:20 → 00:09:23พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่นะครับที่เพิ่งจะ
00:09:24 → 00:09:26ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่เป็นครั้งแรกนะ
00:09:26 → 00:09:28ครับไม่ได้นับคนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งรัง
00:09:28 → 00:09:31ไข่ทุกๆปีที่รักษาอยู่นะครับนับเฉพาะราย
00:09:31 → 00:09:34ใหม่ที่ตรวจได้เนี่ยเราพบว่าเ่อจะมีอยู่
00:09:34 → 00:09:38ประมาณ 2-3 1000 คนต่อปีเฉลี่ยแล้วถ้า
00:09:38 → 00:09:41อ่าจำนวนตรงเนี้ยเฉลี่ยเป็นวันก็จะได้
00:09:41 → 00:09:44ประมาณ 8 คนต่อวันออก็แปลว่าทุกๆวันเนี่ย
00:09:44 → 00:09:46นะครับที่เราคุยกันอยู่เนี่ยเชผู้หญิงไทย
00:09:46 → 00:09:48นะครับตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไขเนี่ยวัน
00:09:48 → 00:09:52ละ 8 คนมันเยอะมากเลยนะคะเ่าถ้าเยอะนะ
00:09:52 → 00:09:54ครับเยอะมากเพราะว่าเวลาเราฟังอย่างเงี้ย
00:09:54 → 00:09:56ถ้าเกิดไม่มีญาติพี่น้องหรือคนที่เรารู้
00:09:56 → 00:09:59จักอ่ะเราว่าแล้วเเป็นมะเร็งรังไขเราก็จะ
00:09:59 → 00:10:01ไม่ไม่ค่อยรู้สึกอะไรนะครับแต่ว่าถ้าเรา
00:10:01 → 00:10:04ฟังสถิติอย่างเงี้ยโอ้เ่อน่าจะเป็นจุดที่
00:10:04 → 00:10:07เราคงจะต้องลุกมาตื่นตัวแล้วละว่าโห 8 คน
00:10:07 → 00:10:10ต่อวันน่ะอืนะครับแล้วทำไมมันวันนึงมันจะ
00:10:10 → 00:10:12ไม่เป็นเราหรือว่าญาติพี่น้องของเราใน
00:10:12 → 00:10:16ครอบครัวได้นะครับเพราะฉะนั้นเวลาเราฟัง
00:10:16 → 00:10:18อัตราการเป็นมะเร็งรังไข่ก็แน่นอนครับที่
00:10:19 → 00:10:21เราพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นเยอะๆก็
00:10:21 → 00:10:23เพราะว่าคนยังขาดความเข้าใจแล้วก็ขาดความ
00:10:23 → 00:10:26ระวังถึงมะเร็งรังไข่แล้วก็ไม่ได้มีการ
00:10:26 → 00:10:29เอ่อตรวจคัดกรองที่เพียงพอซึ่งเดี๋ยวเรา
00:10:29 → 00:10:32ก็จะจะพูดต่อๆไปครับคราวนี้มะเรงรังไข่นะ
00:10:32 → 00:10:34ครับรังไข่ของมนุษย์เรามีอยู่ 2 ข้างนะ
00:10:35 → 00:10:37ครับทั้งซ้ายและขวานะครับโดยส่วนใหญ่เรา
00:10:37 → 00:10:40มักจะพบที่ข้างใดข้างหนึ่งนะครับนะเพราะ
00:10:40 → 00:10:43ฉะนั้นเอ่ออาการอาการที่เราเจอเนี่ยนะ
00:10:43 → 00:10:45ครับอ่าถ้าเราสงสัยเรื่องความเสี่งเรื่อง
00:10:45 → 00:10:47การเป็นมะเร็งเนี่ยนะครับมันก็มักจะ
00:10:47 → 00:10:49สมมุติเรามีปวดท้องยกตัวอย่างเงี้ยมันก็
00:10:49 → 00:10:51มักจะปวดที่ข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลักคนะ
00:10:51 → 00:10:53ครับแต่ก็มีเหมือนกันครับที่ที่เราจะเจอ
00:10:53 → 00:10:56เอ่อการเป็นมะเร็งรังไข่ทั้งรังไข่ 2
00:10:56 → 00:10:59ข้างเนี่ยนะครับเอ่อซึ่งตรงนี้เราเจอได้
00:10:59 → 00:11:02ประมาณ 1 ใน 4 ก็คือประมาณสัก 25% นะครับ
00:11:02 → 00:11:05เพราะฉะนั้นเสังเกตอวัยวะต่างๆเนี่ยนะ
00:11:05 → 00:11:08ครับถ้ามันมี 2 ข้างเนี่ยนะครับนะเอ่อเรา
00:11:08 → 00:11:09จะเป็นมะเร็งส่วนใหญ่มักจะเป็นมะเร็ง
00:11:09 → 00:11:11เริ่มจากข้างใดข้างหนึ่งก่อนน่ะค่ะมัน
00:11:11 → 00:11:14น้อยมากที่แบบจะจู่ๆเป็น 2 ข้างพร้อมกัน
00:11:14 → 00:11:16เพราะฉะนั้นเวลาเราสังเกตความผิดปกติต่าง
00:11:16 → 00:11:19ๆเนี่ยสมมุติเราปวดท้องนะครับเ่อซึ่งเป็น
00:11:19 → 00:11:21อาการนึงของมะเร็งรังไข่เนี่ยถ้าเราปวด 2
00:11:21 → 00:11:24ข้างเหมือนๆกันเนี่ยมันก็ส่วนใหญ่เรามัก
00:11:24 → 00:11:27จะคิดถึงภาวะต่างๆในร่างกายปกติของเรามาก
00:11:27 → 00:11:29กว่าเช่นปวดลำไส้ปวดอะไรต่างๆแต่ว่าถ้า
00:11:29 → 00:11:31มันเล่นปวดข้างใดข้างหนึ่งเนี่ยอันเนี้ย
00:11:32 → 00:11:34ก็เป็นอันนึงที่เราาจะเสี่ยงได้เพราะว่า
00:11:34 → 00:11:36ส่วนใหญ่ถ้าเป็นพูดถึงมะเร็งรังไข่มันก็
00:11:36 → 00:11:39จะักจะเกิดข้างเดียวมากกว่านะครับค่ะคราว
00:11:39 → 00:11:43นี้แมงังไข่จริงๆเนี่ยเอ่อมันแบ่งได้เป็น
00:11:43 → 00:11:463 ประเภทนะครับอันนี้ก็หมอหมอฟังให้เป็น
00:11:46 → 00:11:49เ่ออธิบายให้ฟังเพื่อจะได้ปูพื้นให้คุณ
00:11:49 → 00:11:51ผู้ฟังก็พอเข้าใจนะครับแต่ว่าก็คงไม่ต้อง
00:11:51 → 00:11:54ไปสสนใจในรายละเอียดมากเพราะว่าไอ้หน้า
00:11:54 → 00:11:56ที่การแบ่งประเภทเนี่ยเดี๋ยวคุณหมอก็จะ
00:11:56 → 00:11:58เป็นคนแบ่งให้นะครับเพียงแต่ว่าังรังไข่
00:11:58 → 00:12:00ตัวรังไข่ของของเราเนี่ยมันจะมีเนื้อ
00:12:00 → 00:12:02เยื่ออยู่ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่ผิว
00:12:02 → 00:12:04ของมันนะครับเราเรียกว่าเยื่อบู่ผิวแล้ว
00:12:04 → 00:12:06ก็ลึกเข้าไปก็จะเป็นเนื้อเยื่อของตัวตัว
00:12:06 → 00:12:10เนื้อรังไข่ข้างในเองนะครับเอ่อมะเร็งรัง
00:12:10 → 00:12:12ไข่เนี่ยนะครับกว่า 90% เนี่ยจะเกิดจาก
00:12:12 → 00:12:15เซลล์ของชั้นเยื่อบุผิวก็คือที่ผิวภายนอก
00:12:15 → 00:12:17ของตัวรังไ่เองอ่ะที่มีการแบ่งเซลล์ที่
00:12:17 → 00:12:21ผิดปกติแล้วก็กลายเป็นมะเร็งไปนะครับเอ่อ
00:12:21 → 00:12:23ส่วนที่เกิดจากเนื้อเยื่อชั้นในเนี่ยจะพบ
00:12:23 → 00:12:27ได้น้อยมากนะครับพบได้น้อยมากแล้วก็อ่าจะ
00:12:27 → 00:12:30มีอีกประมาณสัก 5% ครับที่มันเกิดจากการ
00:12:30 → 00:12:31คือคือรังไข่เนี่ยมันจะเป็นเซลล์ที่
00:12:32 → 00:12:34เกี่ยวข้องอ่าเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับ
00:12:34 → 00:12:36การสร้างไข่และการตกไข่ใช่มั้ยครับการ
00:12:36 → 00:12:38เจริญของไข่การเปลี่ยนแปลงของไข่จนกลาย
00:12:39 → 00:12:41เป็นไข่สุกและตกไข่นะครับกระบวนการเหล่า
00:12:41 → 00:12:44เนี้ยนะครับมันเป็นกระบวนการของธรรมชาติ
00:12:44 → 00:12:47ในการพัฒนาให้เกิดตัวอ่อนของมนุษย์ในการ
00:12:47 → 00:12:49เอ่อเจริญพันธ์ของมนุษย์เรานะครับเอ่อ
00:12:49 → 00:12:51เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวของตัว
00:12:51 → 00:12:53อ่อนนะครับพวกนี้เราเรียกว่าเจิมเซลล์
00:12:53 → 00:12:55เนี่ยนะครับอันเนี้ยจะพบว่าเป็นสาเหตุของ
00:12:55 → 00:12:57มะเร็งังไข่ได้ประมาณ 5% นะครับเพราะ
00:12:57 → 00:12:59ฉะนั้นถ้าถ้าเราเรียงตามดับแล้วเนี่ยก็
00:12:59 → 00:13:0390% จะมาจากที่ผิวๆของหลังไข่อีก 5% ถัด
00:13:03 → 00:13:05มาเนี่ยก็จะเป็นจากไอ้เซลล์ที่ของการแบ่ง
00:13:05 → 00:13:07ตัวของการตกไข่อะไรต่างๆที่เราเรียกว่า
00:13:07 → 00:13:09เติมเซลล์หรือหรือเซลล์อ่อนเนี่ยนะครับ
00:13:09 → 00:13:12เซลล์ตัวอ่อนแล้วก็ไอ้ที่น้อยกว่านั้นลง
00:13:12 → 00:13:15ไปเนี่ยถึงจะเป็นเมะเร็งของเซลล์ที่ลึก
00:13:15 → 00:13:17เข้าไปชั้นในของเนื้อรังไข่นะครับอาจะพบ
00:13:17 → 00:13:20น้อยกว่านะครับคราวนี้
00:13:20 → 00:13:24เอ่ออาการของมะเร็งรังไข่นะครับเอ่อต้อง
00:13:24 → 00:13:27เรียนตามตามตรงว่าถ้าเราพูดถึงในระยะแรก
00:13:27 → 00:13:29เนี่ยมะเร็งรังไข่จะไม่มีอาการอะไรอะไร
00:13:29 → 00:13:31เลยอนะครับเอ่อมะเร็งรังไข่เนี่ยนะครับ
00:13:31 → 00:13:34มันจะเริ่มจากการที่ไอ้เซลล์ที่บริเวณที่
00:13:34 → 00:13:36เราเป็นอ่ายังรังไข่เนี่ยมันมีการเจริญ
00:13:36 → 00:13:38เติบโตผิดปกติก็กลายเป็นเนื้องอกที่ใหญ่
00:13:38 → 00:13:41ขึ้นมาเรื่อยๆนะครับพอเใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ
00:13:41 → 00:13:43เนี่ยนะครับอาการที่จะเกิดขึ้นอันแรก
00:13:43 → 00:13:45เนี่ยนะครับนะเราจะยังไม่ปวดที่รังไข่
00:13:45 → 00:13:48หรอกหรือไม่ได้ปวดที่ก้อนมะเร็งหรอกแต่
00:13:48 → 00:13:51มันจะเกิดกรณีที่ไอ้เนื้อรังไข่หรือ
00:13:51 → 00:13:53มะเร็งที่ใหญ่ขึ้นผิดปกติเนี่ยมันจะไปกด
00:13:53 → 00:13:56เบียดอวัยวะรอบข้างนะครับเพราะงั้นอาการ
00:13:56 → 00:13:59แรกที่มักจะเจอก็คือเอ่อคนไข้จะมีความรู้
00:13:59 → 00:14:03สึกเหมือนกับท้องอืดๆอืนะครับแน่นท้องนะ
00:14:03 → 00:14:05ครับหรือว่าท้องตัวเองเนี่ยดูรู้สึกมันโต
00:14:05 → 00:14:08ขึ้นนะครับรับประทานอาหารก็เหมือนกับ
00:14:08 → 00:14:10อาหารไม่ค่อยย่อยนะครับเราจะรู้สึกเหมือน
00:14:10 → 00:14:13เบื่ออาหารนะครับและถ้ามันเป็นมากๆจน
00:14:13 → 00:14:15กระทั่งไปกดเบียดรำไส้เยอะๆเนี่ยนะครับ
00:14:15 → 00:14:17เราทานอาหารไม่สะดวกก็จะกลายเป็นมาิทาน
00:14:17 → 00:14:19อาหารแล้วก็มีอาการเอ่อเหมือนกับขึ้นไส้
00:14:19 → 00:14:23อาเจียนค่ะนะครับซึ่งอาการเหล่าเนี้ยมัน
00:14:23 → 00:14:26ไปคล้ายคล้ายกับอาการอื่นๆของของของโรค
00:14:26 → 00:14:28ทางลำไส้มากกว่าอย่างเช่นกดไหลย้อนหรือ
00:14:28 → 00:14:33ว่าอเราแน่นๆอืดๆจุกๆอย่างเพราะฉะนั้นคน
00:14:33 → 00:14:38ไครส่วนมากเลยครับก็มักจะบางทีก็ไปหาหมอ
00:14:38 → 00:14:40นะครับโดยไปหาหมอที่คือไม่ได้ไปไม่ได้
00:14:40 → 00:14:43มุ่งไปหาคุณหมอสูหรือนนรีเวชโดยตรงหาหมอ
00:14:43 → 00:14:46แต่ว่าไปหาคุณหมอเอ๊ะอื่นหมอลำไส้แล้วก็
00:14:46 → 00:14:49บางทีเนี่ยเเราก็จะไปถ้าสมมติตรวจซึ่งถ้า
00:14:49 → 00:14:51มันเป็นตรวจในระยะแรกเนี่ยตอนที่ตัว
00:14:51 → 00:14:53มะเร็งรังไข่มันยังไม่รุรามยังไม่ใหญ่พอ
00:14:53 → 00:14:55เนี่ยบางทีเราไม่ค่อยเห็นนะฮะเพราะงั้น
00:14:55 → 00:14:57เราไม่ค่อยเห็นเนี่ยบางทีการรักษาทั่วๆไป
00:14:57 → 00:15:00มันก็จะไปมุ่งไปสู่การอ่ะให้ยาลดกรดนะ
00:15:00 → 00:15:03ครับรักษาตามอาการไอ้พวกให้ยาแก้ขึ้นไส้
00:15:03 → 00:15:06อาเจียนอาญาขับลมแก้จุกท้องอะไรไปนะครับ
00:15:06 → 00:15:08ยิ่งไปกว่านั้นบางคนยิ่งแล้วใหญ่พอพอเป็น
00:15:08 → 00:15:10อย่างเงี้ยไปหาคุณหมอเสร็จปุ๊บหลังๆนั้น
00:15:10 → 00:15:13ก็เลยไม่ไปละก็เราก็ซื้อพวกยาลดกดอะไรมา
00:15:13 → 00:15:16ทานของเราเองอ่ะนะฮะซึ่งตรงเนะครับก็ยิ่ง
00:15:16 → 00:15:18เป็นสาเหตุนึงทำมทำให้มะเร็งรังไขเนี่ย
00:15:18 → 00:15:21มันรุกรามมากขึ้นแล้วก็กว่าที่เราจะตรวจ
00:15:21 → 00:15:23เจอเนี่ยมันก็มักจะมาคนไข้มาหาเราเนี่ยก็
00:15:23 → 00:15:25เป็นแทบจะเป็นระยะสุดท้ายแล้วเพราะฉะนั้น
00:15:25 → 00:15:28ก็พูดกันง่ายๆว่าเอ่อสัญญาณที่จะเตือน
00:15:28 → 00:15:30เรื่องอ่าการเป็นมะเร็งรังไขเนี่ยมันจะ
00:15:30 → 00:15:32ไม่มีอาการอะไรเลยมันเป็นอาการข้างเคียง
00:15:32 → 00:15:36ของของระบบทางลำไส้มากกว่านะครับหรือว่า
00:15:36 → 00:15:38ถ้าไอ้เจ้าไอ้เจ้ามะเร็งรังไข่เนี่ยมัน
00:15:38 → 00:15:41ใหญ่แล้วมันไปกดเบียดไปกดเบียดอ่าบริเวณ
00:15:41 → 00:15:44ของกระเพาะอาหารนะครับเราก็อาจจะมีการ
00:15:44 → 00:15:46อาการเหมือนกดไหนย้อนมาผสมกันได้จริงๆ
00:15:46 → 00:15:48ด้วยแล้วเราก็จะมีการเบื่ออาหารถ้ากด
00:15:48 → 00:15:51เบียดไปที่ลำไส้มากๆก็อาจจะทำให้อุจจาระ
00:15:51 → 00:15:54เคลื่อนไม่สะดวกก็จะเกิดการท้องผูกนะครับ
00:15:54 → 00:15:56แล้วก็ถ้ามันกดเบียดไปทางด้านหน้าก็ไปกด
00:15:56 → 00:15:59เบียดเ่อสู่กระเพาะปัสสาวะเนี่ยจะทำให้
00:15:59 → 00:16:02เรารู้สึกว่าเปัสสาวะบ่อยขึ้นนะครับหรือ
00:16:02 → 00:16:05ว่ามันเหมือนกับมีอะไรมามาบีบให้กปัสสาวะ
00:16:05 → 00:16:07ต้องต้องปวดปวดปัสสาวะตลอดเลยอเราก็จะ
00:16:07 → 00:16:09ปัสสาวะบ่อยขึ้นแล้วก็บางทีปัสสาวะก็กั้น
00:16:09 → 00:16:12ไม่ค่อยอยู่หรือว่าปัสสาวะได้บ่อยแต่ว่า
00:16:12 → 00:16:14มันก็ออกไม่ได้เยอะอะไรอะไรอย่างเงี้ยนะ
00:16:14 → 00:16:16ฮะปัสสาวะแป๊บนึงก็ต้องก็ต้องปวดปัสสาวะ
00:16:16 → 00:16:18ใหม่อีกแล้วนะครับคือมันจะกลายเป็นอาการ
00:16:18 → 00:16:22ของอวัยวะข้างเคียงมากกว่าส่วนที่จะลุก
00:16:22 → 00:16:25ลามมากๆจริงๆเนี่ยนะครับนะก็เราถึงจะคำพบ
00:16:25 → 00:16:27เป็นก้อนนะครับแล้วก็เมื่อก้อนของมะเร็ง
00:16:27 → 00:16:30ังไข่มันลุกรำมากๆเนี่ยนะครับเอ่อเซลล์
00:16:30 → 00:16:32มะเร็งรังไข่เนี่ยมันจะมีการกระจายตัว
00:16:32 → 00:16:35ทะลุเยื่อบุผิวนะครับแล้วไปอยู่ตามช่อง
00:16:35 → 00:16:37ท้องแล้วก็ทำให้เกิดการสร้างน้ำในช่อง
00:16:37 → 00:16:40ท้องนะครับเอ่ออาการที่ตามมาในระยะนี้ก็
00:16:40 → 00:16:43จะเอ่อเริ่มมีเ่อท้องอืดนะครับท้องอืด
00:16:44 → 00:16:47ใหญ่ขึ้นโดยท้องจะโตขึ้นผิดปกตินะครับ
00:16:47 → 00:16:50แล้วก็ในท้องเนี่ยอ่ามันจะเต็มไปด้วยน้ำ
00:16:50 → 00:16:52นะครับนอกจากก้อนเนื้อของตัวมะเร็งรังไข่
00:16:52 → 00:16:54แล้วเนี่ยมันก็จะมีแบบเหมือนกับน้ำที่
00:16:54 → 00:16:56สร้างจากไอ้เซลล์มะเร็งที่มันกระจายไปตาม
00:16:56 → 00:16:59เยื่อบุช่องท้องอ่ะนะครับคนนี้ก็ที่เรา
00:16:59 → 00:17:01สมัยก่อนเราก็ว่าเรียกท้องมารน้ำอย่าง
00:17:01 → 00:17:02เงี้ยนะครับก็คือจะมีน้ำอยู่ในช่องท้อง
00:17:02 → 00:17:06จำนวนมากอาการที่เกิดขึ้นก็คนใจะรู้สึก
00:17:06 → 00:17:08ว่าเอ๊ะท้องเราโตขึ้นงคือบางคนโตขึ้นจน
00:17:08 → 00:17:11แข็งโป๊กเลยแต่เนื่องเนื่องจากพอเป็น
00:17:11 → 00:17:13มะเร็งเนี่ยนะครับเซลล์มะเร็งมันกัดกล่อน
00:17:13 → 00:17:16ทำลายการทำงานของอวะต่างๆร่างกายเราเพราะ
00:17:16 → 00:17:18ฉะนั้นคนที่เป็นมะเร็งเราสังเกตเลยครับ
00:17:18 → 00:17:20ว่าอาการที่แปลกอย่างนึงก็คือน้ำหนักตัว
00:17:20 → 00:17:23มันจะลดอืคือมันเป็นลักษณะที่บอกถึง
00:17:23 → 00:17:25สุขภาพที่ไม่ดีอ่ะค่ะสุขภาพที่มันถูกถูก
00:17:25 → 00:17:28เผาผลาญถูกทำลายเพราะฉะนั้นท้องเราใหญ่
00:17:28 → 00:17:29คือ
00:17:29 → 00:17:32แต่แต่น้ำหนักเราดันลดอันนี้เป็นอาการที่
00:17:32 → 00:17:34บ่งชี้ชัดเจนสุดแล้วมั้ยคะคุณหมอใช่ครับ
00:17:34 → 00:17:36อันนี้จะเป็นอาการที่เริ่มชัดเจนขึ้นะไอ้
00:17:36 → 00:17:39ไอ้ท้องอื่นท้องเฟินน่นท้องอเราจะคิดถึง
00:17:39 → 00:17:41กรดไหลย้อนแต่ว่ากรดไลย้อนเนี่ยจุๆท้อง
00:17:41 → 00:17:43เราไม่โตใหญ่นะครับมันมันจะโตใหญ่เหมือน
00:17:43 → 00:17:46คนตั้งคันเลยฮะอใหญ่มากๆอย่างงั้นนะครับ
00:17:46 → 00:17:49แต่ว่าน้ำหนักดันลดคือมันมันจะสวนทางกัน
00:17:49 → 00:17:51เอ๊ะเราใหญ่อย่างี้เอ๊ะเรากินมากไปเรา
00:17:51 → 00:17:53อ้วนไปหรือเปล่าถ้าอ้วนไปน้ำหนักมันต้อง
00:17:53 → 00:17:56ขึ้นค่ะนะครับเพราะฉะนั้นมันจะมีรักษา
00:17:56 → 00:17:58ความผิดปกติให้เห็นแล้วก็เอ่อบริเวณแบบ
00:17:58 → 00:18:00แบบเนี้ยถ้ามันมีน้ำในช่องท้องมากๆเนี่ย
00:18:00 → 00:18:03น้ำในช่องท้องมันจะไปกดเบียดอ่าบริเวณ
00:18:03 → 00:18:05ช่องปอดทำให้การหายใจเริ่มไม่สะดวกเราจะ
00:18:05 → 00:18:07รู้สึรู้สึกหายใจแล้วมันเหนื่อยอะไรอย่า
00:18:07 → 00:18:09เงี้ยมันเหมือนมีน้ำไปไปอยู่ที่เยื่อหุ้ม
00:18:09 → 00:18:13ของช่องปอดด้วยนะครับแล้วก็ถ้ามันก้อนมัน
00:18:13 → 00:18:16ใหญ่ขึ้นมากๆหรือเอ่อท้องตึงมากๆเนี่ย
00:18:16 → 00:18:19คราวนี้เราจะเริ่มมีอาการปวดท้องตามมาะ
00:18:19 → 00:18:21แล้วมันก็จะปวดท้องแบบมากขึ้นเรื่อยๆรุน
00:18:21 → 00:18:24แรงขึ้นเรื่อยๆนะครับอาการทางร่างกายที่
00:18:24 → 00:18:26เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เนี่ยเราก็จะมี
00:18:26 → 00:18:29ความผิดปกติของประจำเดือนตามมาเพราะว่า
00:18:29 → 00:18:31อย่างที่หมอบอกพอรังไข่มันมีเนื้องอกไป
00:18:31 → 00:18:34เป็นมะเร็งไปแทรกอยู่เนี่ยมันก็ไปทำทำลาย
00:18:34 → 00:18:37การทำงานของรังไข่เองรังไข่ก็จะไม่ตกไข่
00:18:37 → 00:18:39เป็นเป็นรอบเราก็จะไม่มีประจำเดือนมานะ
00:18:39 → 00:18:41ครับหรือว่าอาจจะมีลักษณะของเลือดที่ออก
00:18:41 → 00:18:44ผิดปกติทางช่องคลอดซึ่งไม่ใช่ประจำเดือน
00:18:44 → 00:18:46เพราะว่าเ่อการทำงานของลังไข่มันเสียไป
00:18:46 → 00:18:49แล้วนะครับเพราะฉนั้นอาการสัญญาณต่างๆ
00:18:49 → 00:18:53เหล่าเนี้ยมันก็มักจะเจอในช่วงที่เอ่อเรา
00:18:53 → 00:18:55อ่ะเป็นมะเร็งที่เป็นระยะที่ลุกลามแล้วนะ
00:18:56 → 00:18:58ครับอค่ะพูดถึงตรงนี้นะครับก่อนจะไปพูด
00:18:58 → 00:19:01ถึงหัวข้อเรานะครับหมอแถมนิดนึงค่ะถึงตรง
00:19:01 → 00:19:03นี้ต้องอธิบายเรื่องระยะของโรคด้วยนะครับ
00:19:03 → 00:19:05จะได้พอเข้าใจว่ามะเร็งรังไขเนี่ยเราเรา
00:19:05 → 00:19:07มีกี่ระยะก็คือปกติเราก็จะแบ่งเป็น 4
00:19:07 → 00:19:10ระยะนะครับระยะที่ 1 เลยเนี่ยนะครับเรา
00:19:10 → 00:19:13ถือว่าเป็นระยะที่ถ้าเราเจอในระยะเนี้ย
00:19:13 → 00:19:15เรายังพอรักษาผ่าตัดแล้วอาจจะทำให้หายขาด
00:19:15 → 00:19:18หรือว่ามีอัตรารอดชีวิตได้สูงมะเร็งระยะ
00:19:18 → 00:19:21ที่ 1 เนี่ยจะกระจายอยู่เฉพาะในรังไขเท่า
00:19:21 → 00:19:24นั้นนะครับยังไม่ลุกลามทะลุผิวของรังไข่
00:19:24 → 00:19:26กระจายออกไปนะครับซึ่งมะเร็งระยะเนี้ยแน่
00:19:26 → 00:19:29นอนครับเรายังไม่มีอาการแน่ๆนะครับเพราะ
00:19:29 → 00:19:32ฉะนั้นเราอาจจะตรวจได้ด้วยวิธีเดียวครับ
00:19:32 → 00:19:34ก็คือถ้าเราตรวจภายในนะครับหรือตรวจภายใน
00:19:34 → 00:19:36แล้วมีการ und Sound ในช่องท้องเนี่ยเรา
00:19:36 → 00:19:38อาจจะเจอความผิดปกติที่ตัวมดลูกนะครับ
00:19:38 → 00:19:41เพราะฉะนั้นจึงเราถึงพูดเสมอว่าแนะนำให้
00:19:41 → 00:19:43ไปตรวจภายในไปพบคุณหมอสูงทุกๆปีนะครับรน
00:19:43 → 00:19:45มาลงกันทุกปีก็เพื่อว่าไม่ใช่แค่ตรวจ
00:19:45 → 00:19:47มะเร็งป่ามะลูกอย่างเดียวแต่เวลาคุณหมอ
00:19:47 → 00:19:49ตรวจภายในเนี่ยคุณหมอจะสามารถสังเกตได้ย
00:19:49 → 00:19:51ว่าเอ๊ะรังไข่มันมีก้อนเนื้องอกที่โตผิด
00:19:51 → 00:19:54ปกติอะไรโดยบังหรือเปล่านะครับเพราะงั้น
00:19:54 → 00:19:56ระยะที่ 1 เนี่ยมันจะอยู่แค่เฉพาะในหลัง
00:19:56 → 00:19:59ไข่ค่ะระยะที่ 2 เนี่ยเอ่อเนื้อมะเร็ง
00:19:59 → 00:20:02เนี่ยจะเริ่มกระจายออกสู่บริเวณอวัยวะใน
00:20:02 → 00:20:06อุ้มเชิงกนนั้นนะครับก็คือเออาจจะกระจาย
00:20:06 → 00:20:10ไปที่ตัวรังไข่เนี่ยต่อมาก็จะเป็นปีกมด
00:20:10 → 00:20:13ลูกนะครับก็จะอาจจะกระจายไปที่ปีกมดลูกนะ
00:20:13 → 00:20:16ครับหรือเ่าเ่อต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะใน
00:20:16 → 00:20:18ช่องท้องที่บริเวณอุ้งเชิงกรานั้นนะครับ
00:20:18 → 00:20:21ในระยะนี้ในระยะที่ 2 เนี่ยส่วนใหญ่ก็ยัง
00:20:21 → 00:20:24มไม่ค่อยมีอาการนะครับนะก็ยังตรวจพบได้
00:20:24 → 00:20:26ยากอยู่เพราะว่าเ่อก้อนเนื้อมะเร็งมันก็
00:20:26 → 00:20:28ยังไม่ได้ใหญ่เพียงแต่มันเริ่มกระจายออก
00:20:28 → 00:20:30ไปครับนั่นเองนะครับระยะที่ 3 เนี่ยนะ
00:20:30 → 00:20:33ครับอันนี้ละครับก้อนมะเร็งจะโตเอ่อใหญ่
00:20:34 → 00:20:36ขึ้นนะครับแล้วก็เเซลล์มะเร็งเนี่ยก็จะ
00:20:36 → 00:20:39เยอเริ่มกระจายออกไปบริเวณเยื่อบุผิวของ
00:20:39 → 00:20:42ช่องท้องนะครับผนังช่องท้องเราเนี่ยนะ
00:20:42 → 00:20:44ครับนะเ่าถ้าเรามองจากผิวหนังลงไปเนี่ย
00:20:44 → 00:20:47มันจะมีชั้นของไขมันชั้นของกล้ามเนื้อลึก
00:20:47 → 00:20:50ลงไปแล้วก็เป็นเยื่อบุช่องท้องแล้วถึงจะ
00:20:50 → 00:20:52เข้าไปสู่อวัยวะในช่องท้องเพราะฉะนั้นพอ
00:20:52 → 00:20:54เราเป็นเนื้อมะเร็งที่รังไข่แล้วลุกรามา
00:20:55 → 00:20:57ถึงระยะที่ 3 เนี่ยเซลล์มะเร็งมันมันจะมา
00:20:57 → 00:20:59เกาะอยู่ที่เอ่อผนังของเยื่อบุช่องท้อง
00:20:59 → 00:21:02หรือว่าอ่าลุกลามลึกเข้าไปในชั้นไขมันของ
00:21:02 → 00:21:05ช่องท้องแล้วก็บางทีก็จะกระจายไปยังเอว
00:21:05 → 00:21:07ข้างๆเคียงเช่นไปอยู่อยู่บนผิวของลำไส้
00:21:07 → 00:21:10เล็กซึ่งอยู่รอบๆรังไขนะครับแล้วก็จะ
00:21:10 → 00:21:12กระจายตัวไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณอุ้ง
00:21:12 → 00:21:15เชิงกางรวมถึงต่อมน้ำเหลืองที่เอ่อมันรอบ
00:21:15 → 00:21:17ๆเส้นเลือดนะครับเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง
00:21:18 → 00:21:19ของเราเนี่ยเอ่อที่ส่งเลือดมาเลี้ยงใน
00:21:19 → 00:21:21ช่องท้องเนี่ยมันก็จะมีต่อมเหลืองๆอยู่
00:21:21 → 00:21:23จำนวนมากซึ่งมักจะเป็นแหล่งที่เอ่อตัว
00:21:23 → 00:21:26เซลล์มะเร็งรังไข่เกระจายไปนะครับอาการใน
00:21:26 → 00:21:28ระยะเนี่ยจะเริ่มมีและอย่างที่หมอบอกคือ
00:21:28 → 00:21:30ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็วนะครับเป็นเพราะ
00:21:30 → 00:21:32ว่าทั้งก้อนเนื้อมันใหญ่ขึ้นแล้วก็พอมัน
00:21:32 → 00:21:34มาอยู่ที่เซลล์มันกระจายมาที่เยื่อบู่ผิว
00:21:34 → 00:21:36ช่องท้องเนี่ยมันจะเกิดการสร้างน้ำในช่อง
00:21:37 → 00:21:40ท้องจำนวนมากนะครับออาการในระยะนี้นะะ
00:21:40 → 00:21:43ครับจะเป็นอาการระยะแรกที่คนไข้มักจะตรวจ
00:21:43 → 00:21:45พบเพราะว่าเห็นเฮ้ยท้องเราใหญ่ขึ้นแต่
00:21:45 → 00:21:47ทำไมน้ำหนักเราลดนะครับเริ่มปวดท้องท้อง
00:21:47 → 00:21:49ตึงแข็งอะไรเงี้ยนะครับเหมือนคนเหมือนกัน
00:21:49 → 00:21:51ท้องครบกำหนดเลยอะไรอย่างเงี้ยนะครับนี่
00:21:51 → 00:21:54คือระยะที่ 3 ส่วนระยะสุดท้ายหรือระยะที่
00:21:54 → 00:21:574 นะครับมะเร็งจะกระจายไปสู่อวัยวะอื่น
00:21:57 → 00:21:59ที่ออกไปนอกช่องท้องแล้วครับเช่นไปอยู่
00:21:59 → 00:22:02ที่ปอดนะครับซึ่งติดกับผนังช่องท้องใช่
00:22:02 → 00:22:05มั้ยครับไปที่บริเวณตับนะครับไปที่บริเวณ
00:22:05 → 00:22:08ช่องเยื่อหุ้มหัวใจนะครับหรือกระจายไปที่
00:22:08 → 00:22:11ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอแล้วก็กระจายสูงข้
00:22:11 → 00:22:13ไปที่สมองได้ซึ่งถ้าเป็นระยะสุดท้ายนี่ก็
00:22:13 → 00:22:17คือไปทั่วตัวและนะครับค่ะอ่ะคราวนี้พอเรา
00:22:17 → 00:22:19เข้าใจระยะของโรคนะครับและความสำคัญของ
00:22:19 → 00:22:21ของการสังเกตอาการเรื่องระยะเนี่ยนะครับ
00:22:21 → 00:22:24เอ่อหมอว่าคุณผู้ฟังก็คงอยากทราบว่าแล้ว
00:22:24 → 00:22:26สาเหตุมันเกิดกับเกิดจากอะไรได้บ้างแล้ว
00:22:26 → 00:22:29มันจะมาโยงกับหัวข้อเราเรื่องคาแป้งได้
00:22:29 → 00:22:32ยังไงนะครับเราพบว่าอย่างงี้ครับเอ่อโรค
00:22:32 → 00:22:34มะเร็งเนี่ยนะครับเป็นที่น่าเสียดายอยู่
00:22:34 → 00:22:37อย่างนึงคือมะเร็งเนี่ยหลายๆมะเร็งในในใน
00:22:37 → 00:22:40โรคเนี้ยเราก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
00:22:40 → 00:22:43อือนะครับแต่ว่าบางมะเร็งบางอย่างเราก็จะ
00:22:43 → 00:22:45เริ่มพบว่าเอ๊ะมันมีความเกี่ยวข้องกับ
00:22:45 → 00:22:48เอ่อสารกร่อมะเร็งบางอย่างเช่นอสมมุติเรา
00:22:48 → 00:22:52บอกว่ามะเร็งลำลำไส้เนี่ยเราเราทานอาหาร
00:22:52 → 00:22:54ที่แบบเ่อบางทีไม่ไ้เกรียมเนี่ยนะครับ
00:22:54 → 00:22:56หรืออาหารสุกๆดิบๆอะไรพวกเนี้ยมันจะไป
00:22:56 → 00:22:59กระตุ้นทำให้เอ่อเกิดความผิดปกติของเซลล์
00:22:59 → 00:23:01ที่ลำไส้ก็เป็นมะเร็งลำไส้ได้หรือว่าเอ่อ
00:23:01 → 00:23:04บางทีเราดื่มสุราานะครับเราก็อาจจะเป็น
00:23:04 → 00:23:08มะเร็งของตัวตับได้มากขึ้นนะครับคราวนี้
00:23:08 → 00:23:11เอ่ออันเนี้ยสารต่างๆเหล่านี้เราก็เรียก
00:23:11 → 00:23:14มันว่าสารก่อมะเร็งนะครับเอ่อมีมีการ
00:23:14 → 00:23:18ศึกษาอยู่ส่วนหนึ่งนะครับนะที่เราพบว่านะ
00:23:18 → 00:23:22ครับเอ่อรายงานชิ้นนึงที่ทำในสหรัฐ
00:23:22 → 00:23:25อเมริกาเนี่ยเราพบว่าพอไปตามศึกษาผู้ป่วย
00:23:25 → 00:23:29มะเร็งรังไข่นะครับในระยะที่ 3 นะระยะที่
00:23:29 → 00:23:313 ก็คือระยะที่หมอบอกว่าเริ่มกระจายไป
00:23:31 → 00:23:34สู่เยื่อบุช่องท้องเริ่มท้องโตเริ่มมีน้ำ
00:23:34 → 00:23:36ในท้องนะครับอ่าเนี่ยยเราถึงอธิบายระยะ
00:23:36 → 00:23:38ไว้ก่อนในคนที่เป็นระยะที่ 3 เนี่ยนะครับ
00:23:38 → 00:23:43นะเราพบว่าเอ่อเนื้อมะเร็งชนิดนึงนะครับ
00:23:43 → 00:23:46ซึ่งซึลักษณะของเนื้อมะเร็งเนี่ยก็จะมี
00:23:46 → 00:23:48เนื้อมะเร็งแบบเวลาเราตัดเซลล์ไปตรวจ
00:23:48 → 00:23:50เนี่ยเขาจะแบ่งแยกชนิดของมะเร็งนะครับ
00:23:50 → 00:23:52มะเร็งชนิดที่เรียกว่า papillary ีันะ
00:23:52 → 00:23:54ครับอันนี้ถ้าอธิบายมันก็จะลึกเกินไปเอา
00:23:54 → 00:23:56เป็นว่าเป็นชนิดนึงของเซลล์มะเร็งก็แล้ว
00:23:56 → 00:23:59กันของมะเร็งไข่ก็แล้วกันนะครับเราพบว่า
00:23:59 → 00:24:02รายงานชิ้นเนี้ยรายงานพบว่าเวลาเราไปตาม
00:24:02 → 00:24:04ตรวจต่อมน้ำเหลืองนะครับที่อยู่ในอุ้ง
00:24:04 → 00:24:06เชิงกลางซึ่งเป็นระยะที่ไอ้ไอมะเร็งระยะ
00:24:06 → 00:24:10ที่ 3 กระจายไปเนี่ยนะครับเราพบว่าเราเจอ
00:24:10 → 00:24:13ลักษณะของสิ่งแปลกปลอมที่คล้ายๆกับผงแป้ง
00:24:13 → 00:24:18สุดอือ่าแล้วก็พอเราเจอตรงนี้นะครับในใน
00:24:18 → 00:24:20รายงานที่ตามมาเนี่ยค่ะมันจึงเกิดข้อ
00:24:20 → 00:24:22สงสัยให้เราตามพิสูจน์แล้วก็เป็นข้อที่
00:24:22 → 00:24:26เราต้องพึงระวังว่าเอ่อแสดงว่าตัวแป้ง
00:24:26 → 00:24:29ฝุ่นเนะครับถ้าที่เราทาเนี่ยนะครับมันมี
00:24:29 → 00:24:31โอกาสที่จะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วเล็ด
00:24:31 → 00:24:34เล็ดรอดเข้าไปในช่องท้องของเราโดยผ่านการ
00:24:34 → 00:24:38ทาที่บริวาณอริยเพทเข้าไปได้ลึกมากเลยนะ
00:24:38 → 00:24:42คะคุณหมอฮะใช่ครับเวลาทาที่ไเพศเนี่ยเรา
00:24:42 → 00:24:44เราไปพบแป้งฝุ่นอยู่ในนั้นได้เนี่ยก็แดง
00:24:44 → 00:24:46ว่ามันต้องเข้าไปตามช่องทางก็คือมันก็จะ
00:24:46 → 00:24:49กระจายเข้าไปผ่านช่องคลอดนะครับสุดช่อง
00:24:49 → 00:24:52คลอดเข้าไปก็ไปเจอปากมดลูกนะครับแล้วก็
00:24:52 → 00:24:55กระจายต่อไปในโพรงมดลูกนะครับต่อไปที่โพง
00:24:55 → 00:24:57มดลูกเสร็จปุ๊บก็ไปตามปีกมดลูกทั้ง 2
00:24:58 → 00:25:01ข้างแล้วถึงไปโผล่ที่รังไข่แล้วก็เลยเป็น
00:25:01 → 00:25:03ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเ่อการเป็น
00:25:03 → 00:25:06เ่อมะเร็งที่รังไข่นะครับลุกลามไปที่เซลล
00:25:06 → 00:25:08ต่อนน้ำเหลืองแล้วพอเราเก็บตเหล่านี้มาดู
00:25:08 → 00:25:10เนี่ยเราถึงพบว่ามีลักษณะของผงแป้งซึ่ง
00:25:10 → 00:25:13มันเป็นผงแป้งชนิดเดียวกันกับที่เป็นแป้ง
00:25:13 → 00:25:17ฝุ่นที่เราใช้ทาผิวค่ะนะครับถึงตรงเนะ
00:25:17 → 00:25:20ครับพอมีรายงานนี้ออกมาเนี่ยอเมริกาก็เลย
00:25:20 → 00:25:23มีการตื่นตัวว่าเอ๊ะออกกฎหมายบังคับว่า
00:25:23 → 00:25:26ต้องไปศึกษาในเรื่องของเอ่อเอ่อพวกแป้งทา
00:25:26 → 00:25:29ตัวหรือผลิตภัณฑ์ประทินผิวเครื่องสำอาง
00:25:29 → 00:25:31อะไรต่างๆนะครับที่เป็นผงแป้งนะครับค่ะ
00:25:31 → 00:25:33เราพบว่าอย่างงี้ครับ
00:25:33 → 00:25:35เอ่อไอ้ตัวผงแป้งเนี่ยนะครับอ่าถ้าจะ
00:25:35 → 00:25:38อธิบายเรื่องผลแป้งเนี่ยก็คือผลแป้งทาตัว
00:25:38 → 00:25:40เนี่ยมันเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งนะครับซึ่ง
00:25:40 → 00:25:43มันมีส่วนประกอบนะครับจากจากส่วนนึงของใย
00:25:44 → 00:25:47หินซึ่งมันก็มีตามธรรมชาตินะครับ
00:25:47 → 00:25:50เอิ่มอธิบายให้เห็นภาพชัดอีกนิดนึงนะครับ
00:25:50 → 00:25:52ไอ้ยหินที่เป็นฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไป
00:25:52 → 00:25:54เนี่ยถามว่าทำไมยหินมันออกมาแล้วมันมา
00:25:54 → 00:25:58อยู่ในในแบบลักษณะของผงฝุ่นที่ทั่วไปได้
00:25:58 → 00:26:01ก็เราเราคิดถึงอย่างงี้ครับเหมือนกับเรา
00:26:01 → 00:26:04เซลล์อะไรต่างๆที่มันสลายอครับแล้วมัน
00:26:04 → 00:26:06กระจายตัวไปในบรรยากาศอ่ะอย่างเชอย่าง
00:26:06 → 00:26:09สมมุติเอ่อบางท่านขับรถไปตามท้องถนนใช่
00:26:09 → 00:26:12มั้ยฮะเคยเคยมีแบบบางทีเราเห็นว่าไปเจอ
00:26:12 → 00:26:16ซากของสุนัขซากของแมวเลยที่ที่โดนชนบน
00:26:16 → 00:26:19ท้องถนนน่ะใช่มั้ยครับแบบางทีตายอยู่
00:26:19 → 00:26:24เงี้ยแห้งแห้งแข็งแล้วก็พอนานๆไปอ่ะแล้ว
00:26:24 → 00:26:26มันหายไปไหนนะครับอาจจะมีคนมาเก็บไปก็ได้
00:26:26 → 00:26:28แต่ว่าส่วนนึงมันก็อาจจะมีการหลายแล้วก็
00:26:29 → 00:26:32กระจายไปในบรรยากาศไอ้ๆไอ้ยหินธรรมชาติ
00:26:32 → 00:26:34คล้ายๆอย่างเงี้ครับมันมีการฟุ้งไปใน
00:26:34 → 00:26:38อากาศได้ซึ่งพอในในทางอุตสาหกรรมเนี่ยนะ
00:26:38 → 00:26:40ครับเราก็พบประโยชน์ของไอ้ใยยพวกนี้ใยใย
00:26:41 → 00:26:43แป้งพวกนี้เหมือนกันนะครับว่าพวกนี้มันมี
00:26:43 → 00:26:46คุณสมบัติที่มันช่วยผสมผสานแล้วก็ดูดซับ
00:26:46 → 00:26:49ความชื้นนะครับมันจะส่งผลให้พื้นผิวที่
00:26:49 → 00:26:51ตรงไหนที่มันมีความเปียกหรือความมันอยู่
00:26:51 → 00:26:53เนี่ยมันจะเปลี่ยนเป็นพื้นผิวที่แห้งแล้ว
00:26:53 → 00:26:56ก็เรียบเรียบลื่นได้นะครับทำให้ทำให้
00:26:56 → 00:27:00เหมือนกับเอ่อมีการนำประโยชน์ของไอ้ตัว
00:27:00 → 00:27:03ฝุ่นผงฝุ่นผงแป้งเหล่าเนี้ยไปใช้ในทาง
00:27:03 → 00:27:06อุตสาหกรรมนะครับนะแล้วก็เราพบว่าไอ้ผุน
00:27:06 → 00:27:09แป้งที่มาจากใยหินพวกเนี้ยหลายๆชนิดก็จะ
00:27:09 → 00:27:12มีลักษณะของการทนไฟทนกรดมันเหมือนกับทำ
00:27:13 → 00:27:15ให้สภาพพื้นผิวนั้นมีความทนมีความทนต่อ
00:27:15 → 00:27:18การระคายเคืองได้มากขึ้นนะครับเราก็ใช้
00:27:18 → 00:27:19ประโยชน์หลายๆอย่างครับประโยชน์ทางการ
00:27:20 → 00:27:22แพทย์เรายังใช้เอาแป้งเนี่ยมาใส่ในถุงมือ
00:27:22 → 00:27:25ที่เราใช้ผ่าตัดเลยอืนะครับบางทีพวกเนี้ย
00:27:25 → 00:27:27ก็เพื่อให้มันเกิดการแบบหล่อลื่นน่ะไม่
00:27:27 → 00:27:30ไม่ไม่งั้นเวลาหมอสวมนิ้วเข้าไปในถุงมือ
00:27:30 → 00:27:32เนี่ยมันก็จะติดเหนียวติดถุงมือทำให้เรา
00:27:32 → 00:27:34สวมไม่ได้อย่าเงี้ครับแล้วก็นอกจากนี้
00:27:34 → 00:27:37เนี่ยก็จะใช้ในวงการที่เกี่ยวข้องกับเอ่อ
00:27:37 → 00:27:40การไปเอ่อกระบวนการทำสีนะครับทำสารหล่อ
00:27:40 → 00:27:43ลื่นต่างๆนะครับกระบวนการทำพวกเซรามิกยาย
00:27:43 → 00:27:45แก้วที่เดี๋ยวนี้เราไปมีเป็นฟิล์มเซรามิค
00:27:45 → 00:27:47ติดรถยนต์อะไรอย่าเงี้นะครับแล้วก็พวกน้ำ
00:27:47 → 00:27:49ยาทำความสะอาดห้องน้ำนะครับเ่อใน
00:27:49 → 00:27:53ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกระดาษยางแล้วก็ตลอดจน
00:27:53 → 00:27:56การผลิตยาแล้วก็เ่อเครื่องสำอางแป้งฝุ่น
00:27:56 → 00:27:59ทาตัวนะครับซึ่งแป้งฝุ่นนี้มันก็รวมไป
00:27:59 → 00:28:02ทั้งแป้งฝุ่นของทาที่เราทาร่างกายหรือว่า
00:28:02 → 00:28:06ทาผิวหน้าหรือทาผิวของอเราทาผิวเด็กเงี้ย
00:28:06 → 00:28:09แป้งเด็กนะครับแล้วก็เอ่อรวมไปถึงพวกสบู่
00:28:09 → 00:28:12หรือน้ำยาดับกลิ่นตัวต่างๆเนี่ยส่วนนึงก็
00:28:12 → 00:28:15จะมีส่วนของแป้งเหล่านี้ปนอยู่นะครับคราว
00:28:15 → 00:28:17นี้โดยทั่วไปเนี่ยตัวแป้งจริงๆเวลามัน
00:28:17 → 00:28:20ฟุ้งกระจายเนะครับอ่าตอนที่เราทาแป้งจริง
00:28:20 → 00:28:22ๆเรามีความระวังเรื่องแป้งกันมาอยู่แล้ว
00:28:22 → 00:28:24เนี่ยทางการแพทย์เพราะว่าพบว่าเ่อในส่วน
00:28:24 → 00:28:26ของแป้งที่เราทาเนี่ยตอนที่เราทาหรือตก
00:28:26 → 00:28:30แป้งแบบเทให้มันฟูๆเนี่ยบางทีเราเห็นฝุ่น
00:28:30 → 00:28:32กระจายขึ้นมานะครับบางทีเราก็ได้กลิ่นหอม
00:28:32 → 00:28:34บอกว่าสดชื่นแต่จริงๆเนี่ยพอฝุ่นที่มัน
00:28:34 → 00:28:36ฟุ้งกระจายเนี่ยนะครับมันเป็นละอองร่อง
00:28:36 → 00:28:39รอยไปในอากาศเนี่ยเราอยู่รอบๆนะบางทีเรา
00:28:39 → 00:28:42สูดดมเข้าไปนะครับนะสูดดมนิดๆหน่อยก็อาจ
00:28:42 → 00:28:45จะไม่มีอะไรก็เป็นแค่ได้กลิ่นเ่อหอมๆเฉยๆ
00:28:45 → 00:28:47อะไรอย่าเงี้ยแต่ว่าถ้าเราสูบดนทีละน้อย
00:28:47 → 00:28:50แล้วสูบเป็นเวลานานๆนะครับเราพบว่าไอ้พวก
00:28:50 → 00:28:52เนี้ยแป้งเหล่านี้มันอาจจะไปสะสมอยู่ที่
00:28:52 → 00:28:55เอ่อผนังเซลล์บุบุของผิวปอดนะครับซึ่งเรา
00:28:55 → 00:28:59เคยเจอรายงานว่าเอ่อเอปอดของบางคนที่สูด
00:28:59 → 00:29:01ดมเป็นระยะเวลานานๆนะครับซึ่งอันเนี้ย
00:29:01 → 00:29:04เอ่อคุณผู้ฟังที่ที่ฟังอยู่แล้วเราใช้
00:29:04 → 00:29:07แป้งทาตัวอยู่ทุกวันเนี่ยจริงๆก็ยังไม่
00:29:07 → 00:29:10ต้องถึงกับไปตกใจขนาดนั้นนะฮะอันนี้เราพบ
00:29:10 → 00:29:12ในคนที่คนที่เขาทำงานในโรงงานที่ผลิตไอ้
00:29:12 → 00:29:15ฝุ่นแป้งเหล่านี้แหละอืเนี่ยครับเราเจอ
00:29:15 → 00:29:17ว่าพอตามตรวจสุขภาพแล้วไปเช็คปอดเขาเนี่ย
00:29:17 → 00:29:20พบว่าเซเรแล้วเจอว่าในเยื่อเยื่อบุกของ
00:29:20 → 00:29:22ผิวปอดเนี่ยมันดักจับแป้งไว้บางทีเจอเป็น
00:29:22 → 00:29:26ก้อนแป้งอยู่เลยนะครับแล้วก็เอ่อมีรายงาน
00:29:26 → 00:29:29หลายชิ้นระบุว่าถ้าเนื่องจากเราตรวจในคน
00:29:29 → 00:29:31ที่ทำโรงงานอุตสาหกรรมเบางทีเราพบว่าคน
00:29:31 → 00:29:34ที่ทำแล้วเป็นเป็นแรงงานเด็กนะครับใน
00:29:34 → 00:29:37กลุ่มเนี้ยสูตรดงเขไปมากๆเนี่ยทำให้ปอด
00:29:37 → 00:29:40ของเด็กนี่มีการอักเสบนะครับแล้วก็เอ่อ
00:29:40 → 00:29:43บางรายงานที่เราไปติดตามศึกษาคนที่ทาแป้ง
00:29:43 → 00:29:45เยอะๆในเด็กเด็กทารกเนี่ยพะว่ามีการเกิด
00:29:45 → 00:29:48ปลอดอักเสบแล้วก็เนำนำไปสู่การเสียชีวิต
00:29:48 → 00:29:51ได้เหมือนกันนะครับคราวนี้ในส่วนประกอบ
00:29:51 → 00:29:53ของแป้งอันนึงเนี่ยนะครับจริงๆตัวแป้งเอง
00:29:53 → 00:29:55เนี่ยมันไม่ได้เป็นตัวก่อมะเร็งอะไรที่
00:29:55 → 00:29:58มากมายแต่ว่าเอ่อสารประกอบอันนึงในแป้ง
00:29:58 → 00:30:00เนี่ยนะครับถ้าแป้งนี้มันมีใยหินที่เรา
00:30:00 → 00:30:04เรียกว่า asbestos ร่วมอยู่นะครับค่ะไอ้
00:30:04 → 00:30:06asbestos เนี่ยเราจะเจอในคนงานที่ทำ
00:30:06 → 00:30:09เหมืองเหมยหินนะครับพวกเนี้ยไอ้สารตัว
00:30:09 → 00:30:12เนี้ยมันจะเป็นตัวที่ทำลายเนื้อปอดแล้วก็
00:30:12 → 00:30:16ก่อให้เกิดมะเร็งตามมาได้ค่ะนะครับนะซึ่ง
00:30:16 → 00:30:20เราจึงพบว่าไอ้แป้งที่มันไปพบในต่อมน้ำ
00:30:20 → 00:30:22เหลืองในอุ้งเชิงการของคนเป็นมเร็งาไข่
00:30:22 → 00:30:24ระยะที่ 3 เนี่ยนะครับตรงเนี้นะครับเอ่อ
00:30:25 → 00:30:27ถ้ามีส่วนประกอบของแอยู่เนี่ยมันก็จะมี
00:30:27 → 00:30:29โอกาสที่จะไปทำให้เกิดการเป็นมะเร็งหลัง
00:30:29 → 00:30:32ไข่ได้มากขึ้นซึ่งพอรายงานตรงนี้การศึกษา
00:30:32 → 00:30:35พรุ่งนี้ออกมาเนี่ยสหรัฐอเมริกาจึงเข้ม
00:30:35 → 00:30:37งวดเลยครับว่าเอ่อมีข่าวออกมาเลยว่าเอ่อ
00:30:37 → 00:30:40ออกกฎหมายบังคับให้แป้งทาตัวหรือเอ่อ
00:30:40 → 00:30:43ผลิตภัณฑ์ประทินผิวเครื่องสำอางที่มีแป้ง
00:30:43 → 00:30:45อยู่เนี่ยต้องไม่มี as ST บ่นอยู่นะครับ
00:30:45 → 00:30:48ซึ่งหมอคิดว่าในเมืองไทยเราเนี่ยนะครับ
00:30:48 → 00:30:50ถ้าเป็นสินค้าที่เอาเข้ามาอย่างถูกต้องนะ
00:30:50 → 00:30:54ครับมีอยนี่นะครับอันนี้ก็จะไม่มีแ West
00:30:54 → 00:30:56ST อยู่นะครับแต่ว่าต้องระมัดระวังครับ
00:30:56 → 00:30:59พวสินค้าที่บางทีเราสั่งมาจากประเทศที่
00:30:59 → 00:31:01บางทีสั่งออนไลน์อะไรต่างๆมานี้แล้วก็มัน
00:31:01 → 00:31:03ไม่มีอยไม่มีการตรวจสอบที่ถูกต้องอันนี้
00:31:03 → 00:31:05ก็ต้องระมัดระวังเหมือนกันนะครับนะแต่ว่า
00:31:05 → 00:31:08ยังไงก็ตามเอ่อพวกเนี้ยถ้ามันจะสะสมจะทำ
00:31:08 → 00:31:10ให้เราเสี่ยงจ่อการเป็นมะเร็งไม่ว่าจะ
00:31:10 → 00:31:12เป็นที่ปอดหรือที่รังไข่อย่างที่บอกเนี่ย
00:31:12 → 00:31:13มันก็ต้องเป็นการสัมผัสอย่างต่อเนื่อง
00:31:13 → 00:31:16เป็นเวลานานอย่างอย่างคนงานในเหมืองใยหิน
00:31:16 → 00:31:20ที่เราบอกเนี่ยก็คือเขาสูดดมไอ้ไอ้แป้ง
00:31:20 → 00:31:23ไอ้ไอฝุ่นฝุ่นละอองของแป้งเนี่ยในปริมาณ
00:31:23 → 00:31:26มากนะครับและอยู่เป็นเวลานานมันึงทำให้
00:31:26 → 00:31:28เกิดเรื่องการเป็นมะเร็งปอดขึ้นมาได้ง่าย
00:31:28 → 00:31:31นะครับเพราะฉะนั้นตรงเนี้ยนะครับเอ่อเรา
00:31:31 → 00:31:34พบว่าพอเราสงสัยว่าแป้งเนี้ยมันเป็น
00:31:34 → 00:31:36สาเหตุของเอ๊ะจะเกี่ยวข้องกับการเป็น
00:31:36 → 00:31:39มะเร็งของรังไข่จริงหรือไม่จึงมีการติด
00:31:39 → 00:31:43ตามอ่าศึกษาในคนไข้ที่เป็นมะเร็งรังไข่นะ
00:31:43 → 00:31:45ครับเราพบว่าคนเป็นมะเร็งรังไข่ประมาณ
00:31:45 → 00:31:48เกือบๆครึ่งนึงครับคือประมาณ 43% เนี่ยนะ
00:31:48 → 00:31:51ครับจะได้ประวัติว่ามีการใช้แป้งแล้วทาไป
00:31:51 → 00:31:54ที่อรยเพศด้วยอืแล้วพอเราเทียบตรงนี้นะ
00:31:54 → 00:31:58ครับกับกลุ่มคนที่เอ่อใช้แป้งแล้วไม่ได้
00:31:58 → 00:32:01ทาที่บริวเพศเนี่ยนะครับนะคนที่เอามาใช้
00:32:01 → 00:32:03แล้วทาบริเเพศด้วยเนี่ยจะมีอัตราการเป็น
00:32:03 → 00:32:06มะเร็งรังไข่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ทาเนี่ย
00:32:06 → 00:32:11เอ่อมากกว่ากัน 2.5 เท่าค่ะนะครับซึ่งตรง
00:32:11 → 00:32:14เนี้นะครับถึงเป็นที่นมาว่าเอ่อคุณหมอ
00:32:14 → 00:32:17สมมติถ้าเรามาถามคุณหมอสูหรืออ่าเนี่ยย
00:32:17 → 00:32:19สูตินรีแพทย์เนี่ยเราก็มักจะไม่ค่อยแนะนำ
00:32:20 → 00:32:23ให้ไปทาแป้งนะครับคือเรารู้ว่าเรารู้ว่า
00:32:23 → 00:32:27วิธีการรักษาความสะอาดในในบริเวณเ่าอุ้ง
00:32:27 → 00:32:29เชิงกรานของเราอวะสึกพันธุ์ของผู้หญิง
00:32:29 → 00:32:31เนี่ยซึ่งมันอับชื้นเนี่ยนะครับถ้าเป็น
00:32:31 → 00:32:34วิธีแนะนำของคุณหมอสูงเราก็จะแนะนำว่าดู
00:32:34 → 00:32:37แลสุขอนามัยเนี่ยก็แค่เวลาเราเข้าห้องน้ำ
00:32:37 → 00:32:40ปัสสาวะหรือทำกิจอ่าถ่ายอุจจาระอะไรต่างๆ
00:32:40 → 00:32:43เนี่ยก็ให้ล้างให้สะอาดนะครับด้วยน้ำ
00:32:43 → 00:32:45เปล่านะครับที่เป็นน้ำสะอาดหรือว่าใช้
00:32:45 → 00:32:48สบู่อ่อนๆนะครับแล้วก็เ่าใช้สบู่อนอ่อน
00:32:48 → 00:32:50ล้างทำความสะอาดเสร็จปุ๊บเนี่ยก็ล้างแล้ว
00:32:50 → 00:32:53อ่าล้างด้วยน้ำให้สบู่ออกหมดนะครับโดยการ
00:32:53 → 00:32:55ล้างเนี่ยไม่ต้องอย่าไปล้างลึกเข้าไปใน
00:32:55 → 00:32:57ช่องคลอดนะครับล้างเพียงภายนอกก็เพียงพอ
00:32:57 → 00:33:00แล้วนะครับหลังจากนั้นเนี่ยก็ต้องซับให้
00:33:00 → 00:33:02บริเวณเนี่ยที่เปียกน้ำอยู่เนี่ยแห้งสนิท
00:33:02 → 00:33:05นะครับถ้าเกิดเป็นช่วงที่เรามีประจำเดือน
00:33:05 → 00:33:07มีอะไรต่างๆเนี่ยร้านสะอาดแรงส่งๆเงี้ยก็
00:33:07 → 00:33:10หรือมันถ้าเป็นช่วงที่เรามีความอับชื้น
00:33:10 → 00:33:12เช่นเราต้องออกไปทำงานในช่วงที่มีเ่อ
00:33:12 → 00:33:15อากาศร้อนๆนะครับเราใส่กางเกงแล้วมันแบบ
00:33:15 → 00:33:18มีการแบบอ่ามันอาบชื้นอะไรเงี้ยนะครับเรา
00:33:18 → 00:33:21อาจจะเมีการเปลี่ยนเป็นแบบแผ่นแครฟรีหรือ
00:33:21 → 00:33:24ผ้าอนามัยบางๆรองไว้แล้วก็เปลี่ยนทิ้ง
00:33:24 → 00:33:26บ่อยๆหรือว่ามีการเปลี่ยนกางเกงในบ่อยๆ
00:33:26 → 00:33:28เพื่อรักษาบริเวณเห่าเนี้ยไม่ให้มันมี
00:33:28 → 00:33:32ความอับชื้นถ้าเป็นในด็กนะครับเราก็แนะนำ
00:33:32 → 00:33:35ว่าก็ทำความสะอาดอ่าลูกๆของเราซึ่งเราแ
00:33:35 → 00:33:37เราก็ชอบทาแป้งกันเนี่ยนะครับนะก็ทาตาม
00:33:37 → 00:33:40ตัวก็อาจจะพอทาได้แต่ว่าถ้าตงออยเพศเนี่ย
00:33:40 → 00:33:42ก็อย่าใช้วิธีนั้นเลยก็ก็เนี่ยครับดูแล
00:33:42 → 00:33:46รักษาความสะอาดให้เอ่อล้างด้วยสบู่เด็กนะ
00:33:46 → 00:33:48ครับแล้วก็ล้างน้ำให้สบู่ออกหมดซับให้
00:33:48 → 00:33:50แห้งแล้วก็เปลี่ยนพวกผ้าอ้อมอะไรต่างๆ
00:33:50 → 00:33:52เพื่อไม่ให้มีความเหนอะเนี่ยไม่ไม่ได้แบบ
00:33:52 → 00:33:56มีความอาบชื้นหรือมีกลิ่นนะครับนะถ้าบาง
00:33:56 → 00:33:59ท่านรู้สึกว่าแหมมันอากาศมันร้อนมันไม่
00:33:59 → 00:34:01ไม่สบายจริงๆเนี่ยถ้าจะทาแป้งจริงๆเนี่ย
00:34:01 → 00:34:06เอ่อก็ก็ให้ทาบริเวณลำตัวบริเวณผิวทั่วๆ
00:34:06 → 00:34:09ไปนะครับโอกาสที่มันจะเล็ดรอดเข้าไปสู่
00:34:09 → 00:34:11ทางช่องคอดหรือมุ่งไปสู่ลังไขก็จะน้อย
00:34:11 → 00:34:14กว่าค่ะนะครับเพราะฉะนั้นในโดยคำแนะนำทาง
00:34:14 → 00:34:16การแพทย์เนี่ยที่เราให้ความสำคัญตรงนี้
00:34:16 → 00:34:18เพราะว่าแป้งเนี่ยมันไม่ใช่สารอินทรีย์นะ
00:34:18 → 00:34:20ครับมันเป็นสารกลุ่มอัอินทรีย์ซึ่งเอ่อ
00:34:20 → 00:34:22ถ้าเป็นสารอินทรีย์เนี่ยมันย่อยสลายไปตาม
00:34:22 → 00:34:25ธรรมชาติได้แต่ว่าถ้าเป็นสารอซีมันจะตก
00:34:25 → 00:34:27ค้างอยู่ในร่างกายเราเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้า
00:34:27 → 00:34:29เราไปคบพบเจอมันเข้าไปอยู่ที่หลังไข่
00:34:29 → 00:34:32เนี่ยมันก็จะตกค้างอยู่แล้วก็เป็นสิ่ง
00:34:32 → 00:34:34แปลกปลอมที่เนี่ยครับจากรายงานก็พบว่าอาจ
00:34:35 → 00:34:36จะน่าสงสัยว่ามันเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิด
00:34:36 → 00:34:41เร็งรังไขได้ค่ะนะครับตรงนี้ก็เป็นเป็นพอ
00:34:41 → 00:34:43เราโยงมาถึงหัวข้อของเราว่านั้นทาแป้ง
00:34:43 → 00:34:45ฝุ่นที่จุดซ่อนเล้นเนี่ยจะมีความเสี่ยง
00:34:45 → 00:34:48ต่อมะเร็งรังไข่ก็ก็ต้องยอมรับว่าในแรง
00:34:48 → 00:34:51งานเนี่ยมันชี้นำไปอย่างนั้นค่ะนะครับดัง
00:34:51 → 00:34:55นั้นเอ่อพอเราพูดย้อนมาถึงเรื่องสาเหตุ
00:34:55 → 00:34:57ของการเป็นมะเร็งรังไข่นะครับแน่นอนครับ
00:34:57 → 00:35:00สารที่เป็นก่อมะเร็งอันนึงที่เราสงสัยก็
00:35:00 → 00:35:03น่าจะเป็นอันเนี้ยก็คืออาจจะเป็นไอ้ตัว
00:35:03 → 00:35:04แป้งฝุ่นนี้ได้เหมือนกันแต่ว่าจริงๆแล้ว
00:35:04 → 00:35:07เนี่ยถ้าเราจะพูดถึงสาเหตุอื่นๆของการ
00:35:07 → 00:35:10เป็นมะเร็งของรังไขนะครับสาเหตุที่สำคัญ
00:35:10 → 00:35:13อันนึงก็คือเอ่อประวัติในครอบครัวอืนะ
00:35:13 → 00:35:16ครับถ้าเรามีครอบครัวสายตรงสายตรงก็หมาย
00:35:16 → 00:35:19ถึงว่าเอ่อเราร่วมคุณพ่อคุณแม่เดียวกัน
00:35:19 → 00:35:21หรือร่วมคุณปู่ย่าตายายเดียวกันน่ะนะฮะ
00:35:21 → 00:35:24ไม่ใช่ไม่ใช่แค่เป็นลูกพี่ลูกน้องนะครับ
00:35:24 → 00:35:26ถ้าเป็นสายตรงเนี่ยนะครับแล้วมีประวัติ
00:35:26 → 00:35:30ว่าเ่อเป็นม็กที่รังไข่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
00:35:30 → 00:35:32ถ้าเป็นมะเร็งรังไข่ในในในญาติท่านนั้น
00:35:32 → 00:35:37เนี่ยเป็นก่อนอายุ 50 ปีอันเนี้ยให้ระมัด
00:35:37 → 00:35:39ระวังไว้เลยว่าอาจจะมีความเสี่ยงที่จะ
00:35:39 → 00:35:43ถ่ายทอดทพันธุกรรมได้นะครับอค่ะหรือถ้า
00:35:43 → 00:35:48เกิดเอ่อมีมะเร็งที่เต้านมนะครับถ้าญาติ
00:35:48 → 00:35:51ในครอบครัวเราเป็นมะเร็งเต้านมนะครับโดย
00:35:51 → 00:35:53เป็นตอนอายุน้อยๆอย่าเช่นอายุก่อน 40 ปี
00:35:53 → 00:35:56เนี่ยนะครับอันเนี้ยต้องระมัดระวังเลย
00:35:56 → 00:35:59เพราะว่าการที่เป็นมะเร็งทั้งรังไข่หรือ
00:35:59 → 00:36:02เต้านมแล้วเกิดขึ้นในช่วงอายุน้อยๆเนี่ย
00:36:02 → 00:36:05นะครับเราเชื่อว่ามันจะเป็นการถ่ายทอด
00:36:05 → 00:36:08ผ่านทางพันธุกรรมค่ะนะครับนะครับมะเร็งอ
00:36:08 → 00:36:11อีกอันนึงที่เราสงสัยก็คือการเป็นบางท่าน
00:36:11 → 00:36:14เป็นมะเร็งที่ตับอ่อนนะครับซึ่งฟังดูมัน
00:36:14 → 00:36:16ไม่น่าจะเกี่ยวแต่มันเป็นลักษณะของมะเร็ง
00:36:16 → 00:36:19ที่พอเราศึกษาไปเนี่ยถ้าเราเจอในใน
00:36:19 → 00:36:21ครอบครัวเนี่ยมันอาจจะมียีนที่เกี่ยวข้อง
00:36:21 → 00:36:24กับการเป็นมะเร็งของเต้านมและรังไขซึ่ง
00:36:24 → 00:36:26ปัจจุบันเราเจอแล้วนะฮะเป็นยีนที่ชื่อว่า
00:36:26 → 00:36:29brc ยีนเนี่ยเราพบว่าถ้ามียีนความเสี่ยง
00:36:29 → 00:36:31เนี่ยก็จะนำไปสู่ความเสี่ยงของการเป็น
00:36:31 → 00:36:33มะเร็งรังไข่ได้เหมือนกันซึ่งเดี๋ยวนี้
00:36:33 → 00:36:35เราก็มีการตรวจหาได้แล้วนะครับเราพบว่า
00:36:35 → 00:36:37สาเหตุจากพันธุกรรมหรือการถ่ายทอดใน
00:36:38 → 00:36:40ครอบครัวเนี่ยนะครับทผ่านทางยีนเนี่ยอาจ
00:36:40 → 00:36:42จะเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่อยู่ประมาณ
00:36:42 → 00:36:4510-20 ทีเดียวค่ะนะครับสาเหตุความเสี่ยง
00:36:45 → 00:36:48นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของคนที่มี
00:36:48 → 00:36:51น้ำหนักตัวมากนะครับหรือว่าอ้วนเกินไปนะ
00:36:51 → 00:36:55ครับคนที่เอ่อมีการบริโภคอาหารที่มีไขมัน
00:36:55 → 00:36:58สูงนะครับเ่อหรือทานอาหารที่มีไฟเบอร์
00:36:58 → 00:37:00ซึ่งเป็นของมีประโยชน์เป็นเส้นใยเนี่ย
00:37:00 → 00:37:03น้อยเกินไปทานผักผลไม้น้อยเกินไปนะครับ
00:37:03 → 00:37:05ซึ่งพวกเนี้ยก็สสัมพันธ์กับความอ้วนนะ
00:37:05 → 00:37:09ครับค่ะคนที่เอ่ออันนึงที่เราเชื่อว่า
00:37:09 → 00:37:11เซลล์ของรังไข่มันจะกลายเป็นมะเร็งก็คือ
00:37:11 → 00:37:15เอ่อเซลล์ใดๆก็ตามที่มันมีการเหมือนกับมี
00:37:15 → 00:37:18การเกิดบาดแผลนะครับเกิดการถูกกระทบ
00:37:18 → 00:37:20กระทั่งเกิดการเสียดสีอยู่บ่อยๆเนี่ยนะ
00:37:20 → 00:37:22ครับมันจะเกิดการเป็นแผลที่เรื้อรังแล้ว
00:37:22 → 00:37:25ก็ทำให้เกิดการเ่อพัฒนากลายเป็นเซลล์ที่
00:37:25 → 00:37:27เป็นมะเร็งได้อันนี้เราเคยยกตัวอย่างไป
00:37:27 → 00:37:29แล้วในเรื่องของมะเร็งปากมัดลูกอ่ะเวลา
00:37:29 → 00:37:31ที่เรามีเพศสัมพันธ์ใช่มั้ยครับเกิดมีเพศ
00:37:31 → 00:37:33สัมพันธ์อวยเพศไปเสียดสีกับปากมัดลูกเกิด
00:37:33 → 00:37:34เป็นแผลเกิดเป็นอะไรอย่างเงี้ยมันก็มี
00:37:34 → 00:37:37ความเสียงที่พัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมะลูก
00:37:37 → 00:37:40ได้รังไข่ก็ก็เช่นกันเราก็เชื่อว่าลักษณะ
00:37:40 → 00:37:43ของการเกิดที่มีแผลเกิดอะไรต่างๆบนตัวรัง
00:37:43 → 00:37:44ไข่เนี่ยมันก็เป็นอันนึงที่กระตุ้นให้
00:37:44 → 00:37:47เกิดเอ่อกระเ่าเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์
00:37:47 → 00:37:50มะเร็งได้นะครับค่ะซึ่งปัจจัยอันนึงที่
00:37:50 → 00:37:54เซลล์ของรังไข่เนี่ยจะเกิดบาดแผลก็คือการ
00:37:54 → 00:37:56ที่รังไข่มีการเจริญของไข่แล้วะมีการตก
00:37:56 → 00:38:00ไข่นั่นเองนะครับคือมีการตกไข่อยู่อยู่
00:38:00 → 00:38:02เรื่อยๆเนี่ยนะครับนะการตกไข่ทำให้เกิด
00:38:02 → 00:38:05แผลเกิดการซ่อมแซมเกิดแผลเกิดการซ่อมแซม
00:38:05 → 00:38:07ซ้ำซากไปมาตรงส่วนเนี้ยก็อาจจะเป็นปัจจัย
00:38:07 → 00:38:10อันนึงที่กระตุ้นทำให้เซลล์บริเวณนั้น
00:38:10 → 00:38:13กลายเป็นมะเร็งไปด้วยได้นะครับค่ะเหตุผล
00:38:13 → 00:38:16ที่เราสนับสนุนตรงนี้ก็คือเอ่อเรามักจะ
00:38:16 → 00:38:18เจอว่ามะเร็งรังไข่เนี่ยจะเจอในคนที่ไม่
00:38:18 → 00:38:21เคยตั้งครรภ์อืมากกว่าคนที่ตั้งครรภ์แล้ว
00:38:21 → 00:38:24นะครับค่ะเหตุผลเพราว่าคนที่ตั้งครรภ์
00:38:24 → 00:38:25แล้วแปลว่าอะไรช่วงที่เคตั้งครรภ์เนี่ยนะ
00:38:25 → 00:38:28ครับพอเราพอเราขดตกแล้วมาปฏิสนธิกลายเป็น
00:38:28 → 00:38:31ตัวอ่อนไปฝังตัวแล้วท้องเนี่ยช่วงนั้น
00:38:31 → 00:38:33เนี่ยเราจะไม่มีการตกไข่อีกนะครับเพราะ
00:38:33 → 00:38:35ว่าเรามีเรามีลูกอยู่ในตัวไปแล้วไง
00:38:35 → 00:38:38ธรรมชาติก็จะไม่มีการตกไข่ไปจน 9 เดือน
00:38:38 → 00:38:40เลยครับตลอด 9 เดือนที่เราตั้งครร์เนี่ย
00:38:40 → 00:38:43รังไข่มันจะได้พักอืมันจะไม่มีการที่เรา
00:38:43 → 00:38:45ต้องตกไข่ซ้ำซากเกิดแผลเกิดอะไรต่างๆที่
00:38:45 → 00:38:48ซ้ำซากบนตัวรังไข่ค่ะนะครับเพราะฉะนั้น
00:38:48 → 00:38:51ตรงเนี้ยเอ่อในเราถึงเจอมะเร็งรังไข่พบใน
00:38:51 → 00:38:54คนที่ไม่เคยตั้งครรภ์นะครับมากกว่าคนที่
00:38:54 → 00:38:56ตั้งครรภ์คนที่ตั้งครรภ์แล้วเนี่ยความ
00:38:56 → 00:38:59เสี่ยงก็จะน้อยลงกว่านะครับเอ่อความ
00:38:59 → 00:39:02เสี่ยงที่สำคัญอีกอันนึงก็คือในคนที่มี
00:39:02 → 00:39:04ประจำเดือนเร็วเช่นมีประจำเดือนครั้งแรก
00:39:04 → 00:39:07ตั้งแต่ก่อนยุ 12 ปีนะครับนะอันเนี้ยก็
00:39:07 → 00:39:09ต้องระมัดระวังเพราะว่ามันอาจจะมีการ
00:39:10 → 00:39:12เปลี่ยนแปลงของรังไข่ที่เอ๊ะทำไมมีการแบบ
00:39:12 → 00:39:15ตกไข่ที่ค่อนข้างเร็วนะครับหรือว่าเอ่อมี
00:39:15 → 00:39:17การตกไข่ที่ต่อเนื่องกันไปยาวนานจน
00:39:17 → 00:39:20กระทั่งเป็นคนที่หมดประจำเดือนค่อนข้าง
00:39:20 → 00:39:23ช้าอย่างอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่หมดประจำ
00:39:23 → 00:39:25เดือนจะอยู่ที่ 45-50 ปีหรือว่าถ้าตรง
00:39:25 → 00:39:28กลางก็คือประมาณ 48 ปีนะครับถ้าเราพบว่า
00:39:28 → 00:39:30ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนช้าเกินกว่า 55
00:39:30 → 00:39:33ปีเนี่ยนะครับอันเนี้ยต้องระมัดระวังความ
00:39:33 → 00:39:36เสี่ยงเรื่องมะเร็งรังไข่ได้ด้วยนะครับ
00:39:36 → 00:39:39ค่ะเ่ออีกปัจจัยนึงที่อาจจะเกิดปัญหาก็
00:39:39 → 00:39:42คือนะครับเอ่อเรื่องของการสูบบุหรี่นะ
00:39:42 → 00:39:44ครับเ่อสารต่อมเร็งในบุหรี่อาจจะเป็นตัว
00:39:44 → 00:39:47กระตุ้นเรื่องมะเร็งของรังไข่ได้นะครับ
00:39:47 → 00:39:50และอีกอันนึงที่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจก็
00:39:50 → 00:39:51คือว่า
00:39:51 → 00:39:54เอ่อคนที่รับประทานยาคุมกำเนิดนะครับ
00:39:54 → 00:39:57เหมือนกับ้ายาคุมกำเนิดไปเนี่ยเอ่อ
00:39:57 → 00:40:00ฮอร์โมนจากยาคุมกำเนิดมันทำให้มีความเวลา
00:40:00 → 00:40:02เราได้ยาเม็ดคุมกำเนิดเนี่ยมันไปแก้ปัญหา
00:40:02 → 00:40:05เรื่องตางกรณีที่ร่างกายเราเนี่ยมันมี
00:40:05 → 00:40:08ฮอร์โมนไม่สมดุลนะครับนะเราพบว่าไอ้คนที่
00:40:08 → 00:40:11ทานจะคุมกำเนิดอ่าต่อเนื่องกันเนี่ยนะ
00:40:11 → 00:40:13ครับเวลาเราศึกษาจะพบอัตราการเป็นบรังไข่
00:40:13 → 00:40:16เนี่ยต่ำกว่าคนที่เ่อไม่ได้ทานยาคุง
00:40:16 → 00:40:18กำเนิดอืนะครับแต่ว่าปัจจัยตรงเนี้ยยัง
00:40:18 → 00:40:20ต้องการการศึกษาต่อไปนะครับเราไม่ได้ถือ
00:40:20 → 00:40:22ว่ายาคงยาเม็ดคงกำเนิดเนี่ยจะเอามาใช้
00:40:22 → 00:40:25รักษาหรือป้องกันมะเร็งรังไข่ค่ะเพราะว่า
00:40:25 → 00:40:28เอ่อคนที่ทานยาาคุมเนี่ยจริงๆก็อาจจะหมาย
00:40:28 → 00:40:32ถึงคนที่คนที่อย่างที่เราบอกครับ
00:40:32 → 00:40:36เอ่อคนที่าญาคุมก็แปลว่าเคเกลัวการตกไข่
00:40:37 → 00:40:39ค่ะใช่มั้ยเค้าไปยับยั้งการตกไข่วเพราะ
00:40:39 → 00:40:42ว่าต้องการยังไม่อยากตั้งครันอ่ามันก็จะ
00:40:42 → 00:40:44เป็นคำตอบเหมือนกับว่ามันก็ไปลดปัจจัย
00:40:44 → 00:40:47ความเสี่ยงที่ทำให้รังไข่ต้องไม่มีแผลมี
00:40:47 → 00:40:50อะไรต่างๆจากการตกไก่บ่อยๆนะครับแล้วก็
00:40:50 → 00:40:53อันเนี้ยคนที่คายาคุมก็มักจะเป็นคนที่
00:40:53 → 00:40:55อยู่ในวัยเจริญพันธมีครอบครัวพร้อมจะท้อง
00:40:55 → 00:40:58แล้วนะครับแล้วก็ท้องไปแล้วแล้วก็ไม่อยาก
00:40:58 → 00:41:00มีลูกเพิ่มก็เลยกินแาวคุมไว้มันก็จะไป
00:41:00 → 00:41:04เข้าไอ้ข้อที่เราบอกว่าเราเจอในคนที่ท้อง
00:41:04 → 00:41:06มีลูกตั้งคันแล้วเนี่ยน้อยกว่าคนที่ไม่
00:41:06 → 00:41:08ได้ตั้งร์เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ได้ตั้งคัน
00:41:08 → 00:41:10ให้มีแฟนบางทีเค้าก็ไม่ได้กินยาคุมกำเนิด
00:41:10 → 00:41:12อยู่แล้วไงอือะไรอย่างเงี้ยนะครับเพราะ
00:41:12 → 00:41:14ฉะนั้นไอ้ตรงเนี้ยเราอาจจะบอกว่าเอ้คนไม่
00:41:14 → 00:41:16ได้กินยาคุมเราเจอมะเร็งังไข่สูงกว่าอาจ
00:41:16 → 00:41:17จะไม่ใช่เกี่ยวกับยาคุมก็ได้แต่อาจจะ
00:41:17 → 00:41:20เกี่ยวกับไอ้ปัจจัยเรื่องการตกไข่การตั้ง
00:41:20 → 00:41:22ครรภ์ก็ได้นะครับแต่ว่านี้ก็เป็นข้อมูล
00:41:22 → 00:41:25ที่พอเคเจอเค้าก็ให้ข้อสังเกตเอาไว้ค่ะนะ
00:41:25 → 00:41:28ครับดังนั้นพอเราทราบสาเหตุตรงนี้นะครับ
00:41:28 → 00:41:32นะก็แน่นอนครับถ้าย้อนมาที่หัวข้อของเรา
00:41:32 → 00:41:34เนี่ยนะครับไอ้สาเหตุปัจจัยต่างๆที่บอก
00:41:34 → 00:41:36เนี่ยนะครับทางพันธุกรรมทางน้ำหนักตัวทาง
00:41:36 → 00:41:39อะไรต่างๆที่บอกมาทั้งหมดเนี่ยนะครับหลาย
00:41:39 → 00:41:41ๆอย่างเราควบคุมได้นะครับรวมทั้งไอ้
00:41:41 → 00:41:44ปัจจัยเสี่ยงเรื่องการใช้แป้งสุนนี้ด้วย
00:41:44 → 00:41:47ค่ะอันที่ 1 ถ้าต้องใช้จริงๆเนี่ยก็
00:41:47 → 00:41:50พยายามใช้แล้วใช้แต่น้อยแล้วอย่างเราไม่
00:41:50 → 00:41:53แนะนำให้ทาริวเพศนะครับแล้วก็ควรจะใช้
00:41:53 → 00:41:57แป้งฝุ่นที่มีเราซื้อในประเทศแล้วเป็น
00:41:57 → 00:41:59เป็นแป้งฝุ่นที่ได้รับอยอ่ะครับซึ่งเขาจะ
00:41:59 → 00:42:01ตรวจสอบให้เราอย่างชัดเจนว่าไม่มีพวกสาร
00:42:01 → 00:42:06แบสพวกนี้ปนอยู่อืนะครับค่ะก็ก็น่าจะลด
00:42:06 → 00:42:10ความเสี่ยงลงไปได้นะครับคราวนี้หมอแถม
00:42:10 → 00:42:12ท้ายนิดนึงนะครับใช้เวลาสั้นๆคราวนี้ถ้า
00:42:12 → 00:42:14เกิดเราพบว่าเป็นมะเร็งังไข่แล้วทำไงนะ
00:42:14 → 00:42:17ครับเอ่อการตรวจทั่วๆไปเนี่ยนะครับเวลา
00:42:17 → 00:42:20คุณหมอมีประวัติคนไข้มาหาท้องอืดแน่นค้อง
00:42:20 → 00:42:22น้ำหนักลดอะไรต่างๆเนี่ยนะครับท้องบวม
00:42:22 → 00:42:24ขึ้นเนี่ยนะครับเ่อเ่อเราจะใช้การตรวจภาย
00:42:24 → 00:42:26ในนะครับหรือว่าเอ่อพอตรวจภายในเสร็จุเรา
00:42:27 → 00:42:29จะอัตซาวดูเราจะพบเลยครับว่าที่ตัวรังไข่
00:42:29 → 00:42:31อาจจะมีก้อนเนื้อใหญ่ๆอยู่นะครับหรือเป็น
00:42:31 → 00:42:33เหมือนกับถุงน้ำที่ผิวมันขุขะแล้วก็ด้าน
00:42:33 → 00:42:36ในเนี่ยอาจจะเหมือนกับมีถุงน้ำย่อยๆแบ่ง
00:42:36 → 00:42:40แบ่งเป็นช่องๆแล้วก็อาจจะมีลักษณะของก้อน
00:42:40 → 00:42:42เนื้อปนกับน้ำอยู่ข้างในนะครับซึ่งพวก
00:42:42 → 00:42:45เนี้ยบางทีเราตรวจเราก็อาจจะเจอพวกมีต่อม
00:42:45 → 00:42:48น้ำเหลืองบริเวณรอบๆมีการโตร่วมด้วยนะ
00:42:48 → 00:42:50ครับแล้วก็เอ่อวินิจฉัยขั้นต่อไปก็อาจจะ
00:42:50 → 00:42:54มีการตรวจอ่าทำ CT สแกนหรือว่าส่องกล้อง
00:42:54 → 00:42:57หรือเข้าไปดูในช่องท้องนะครับซึ่งก็
00:42:57 → 00:42:58กระบวนการรักษาตรงนี้เนี่ยนะครับถ้าเรา
00:42:58 → 00:43:01รักษาจริงๆเนี่ยขั้นแรกถ้าเป็นระยะแรกๆ
00:43:01 → 00:43:03เนี่ยเราก็ใช้การผ่าตัดโดยะนี้ถ้าระยะที่
00:43:03 → 00:43:061 แล้วเราผ่าตัดเอ่อไอ้ตัวมะเร็งนางไข
00:43:06 → 00:43:09ออกได้หมดเนี่ยโอกาสที่คนไข้จะจะหายขาดก็
00:43:09 → 00:43:11มีสูงนะครับแต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเราผ่า
00:43:11 → 00:43:14ตัดเรามักจะมาเจอในระยะที่หลังออกมาไง
00:43:14 → 00:43:16เพราะว่าคนไข้มาหาเราช้านะฮะเพราะฉะนั้น
00:43:16 → 00:43:19มักจะต้องมีการให้เคมีบำบัดร่วมด้วยนะ
00:43:19 → 00:43:21ครับซึ่งให้เคมีบำบัดก็อย่างที่เราทราบ
00:43:22 → 00:43:24ครับก็ส่วนใหญ่เราก็จะต้องให้เป็นคอส
00:43:24 → 00:43:27คอร์สอ่ะนะครับอ่าจะให้ทุกๆ 3 สัปดาห์อ่า
00:43:27 → 00:43:30ส่วนใหญ่ก็ให้ประมาณสัก 6 ครั้งนะครับ
00:43:30 → 00:43:32ซึ่งระหว่างให้ก็จะคนแค่ก็จะมีความ
00:43:32 → 00:43:35เหนื่อยอ่อนเพลียบางทีก็ขึ้นใส่อาเจียนผม
00:43:35 → 00:43:37ร่วงอะไรเงี้ยนะครับบางคนก็เอ่ออาการที่
00:43:37 → 00:43:40ตามมาแน่ๆคือมันเม็ดเลือดจะต่ำเม็ดเลือด
00:43:40 → 00:43:42ขาวต่ำแล้วก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
00:43:42 → 00:43:44เพราะฉะนั้นก็จะเป็นภาวะแทรกซ้อนตอนที่
00:43:44 → 00:43:46เราให้เคมีบำบัดในบางรายก็อาจจะต้องมีการ
00:43:46 → 00:43:50ให้หลังสีรักษาร่วมด้วยนะครับแล้วก็ถ้า
00:43:50 → 00:43:53เป็นคนที่เราตรวจพบเอ่อความผิดปกติที่ยี
00:43:53 → 00:43:54อย่างที่หมอบอกมาเบื้องต้นแล้วเนี่ยนะ
00:43:55 → 00:43:57ครับก็คืออาจจะมีการรักษาที่เราว่า target
00:43:57 → 00:44:01เปีก็คือให้ให้ยาที่พุ่งป้าไปที่ไอ้ตรง
00:44:01 → 00:44:03นั้นแล้วก็เซลล์มะเร็งตรงนั้นโดตรงนะครับ
00:44:04 → 00:44:07ค่ะนะซึ่งซึ่งตรงเนี้ยนะครับการรักษาส่วน
00:44:07 → 00:44:09ใหญ่นะครับเ่อเมื่อเราผ่าตัดเนี่ยเรามัก
00:44:09 → 00:44:11จะไม่ได้ตัดแต่หลังไข่ครับเพราะว่ามันมี
00:44:11 → 00:44:14โอกาสกระจายไปที่ตัวมดลูได้เพราะฉะนั้นก็
00:44:14 → 00:44:16มีความเสี่ยงที่เราอาจจะต้องตัดเอตัวมดลู
00:44:16 → 00:44:18ออกไปด้วยนะครับยกเว้นในคนไข้ที่เจอ
00:44:18 → 00:44:22มะเร็งรังไข่บางชนิดที่เจอระยะต้นๆจริงๆ
00:44:22 → 00:44:24แล้วก็อายุน้อยๆแล้วยังอยากจะมีลูกเนี่ย
00:44:24 → 00:44:26บางกรณีเราอาจจะต้องเก็บเก็บบางส่วนของัง
00:44:26 → 00:44:28ไข่ไว้ให้อะไรอย่างเงี้ยหรือเก็บมดลูกไว้
00:44:28 → 00:44:31ให้ค่ะอืหรือว่าอย่างที่เราเคยได้ยินว่า
00:44:31 → 00:44:34บางทีเราก็เอ่อมีการกระตุ้นเก็บไข่ไว้
00:44:34 → 00:44:35ก่อนนะครับแล้วก็พอเป็นมะเร็งเราต้อง
00:44:35 → 00:44:38รักษาผ่าตัดออกายสังสีอะไรเงี้ยเรามีไข่
00:44:38 → 00:44:40เก็บไว้อยู่แล้วก็ไปผสมเป็นตัวอ่อนแล้วก็
00:44:40 → 00:44:42ค่อยเอาตัวอ่อนนั้นมาใส่มดลูกไว้ถ้าเรา
00:44:42 → 00:44:46ยังมีมดลูกอยู่ค่ะได้นะครับค่ะคุณหมอคะมี
00:44:46 → 00:44:48คุณผู้ฟังฝากถามเข้ามาว่าแล้วถ้าเป็นแป้ง
00:44:48 → 00:44:51ฝุ่นที่ไม่ได้มีใยหินผสมอยู่อันนี้ก็
00:44:51 → 00:44:55เสี่ยงเหมือนกันหรือเปล่าคะก็คืออย่างงี้
00:44:55 → 00:44:57ครับถ้าไม่มีตัว as SP อยู่เนี่ยนะครับ
00:44:57 → 00:44:59ครับความเสี่ยงก็จะต่ำลงแต่ว่าเราอย่างไร
00:44:59 → 00:45:02ก็ตามเมื่อเราพบว่าไอ้ไอ้แป้งฝุ่นเหล่าเย
00:45:02 → 00:45:05มันอย่างในแรงงานที่บอกครับเอ่อในกลุ่มคน
00:45:05 → 00:45:08ที่เป็นเนี่ยนะครับเอที่เป็นลงังไข่จะมี
00:45:08 → 00:45:11การใช้แป้งฝุ่นทั่วๆไปเนี่ยเอ่อมากมากถึง
00:45:11 → 00:45:1443% ครับโดยเฉลี่ยก็ถ้าเทียบกับคนที่ไม่
00:45:14 → 00:45:16ได้ใช้เนี่ยจะมีอัตราการเป็นมะเร็งังไข่
00:45:16 → 00:45:20สูงกว่ากันถึง 2.5 เท่าเพราะฉะนั้นก็ต้อง
00:45:20 → 00:45:23ก็ต้องพึงระมัดระวังไว้ด้วยนะครับอว่าอาจ
00:45:23 → 00:45:26จะไม่ใช่แค่ตัวที่มี asw อย่างเดียวไอ้
00:45:26 → 00:45:28แป้งฝุ่นเอ่อปกติเองมันก็เหมือนกับเป็น
00:45:28 → 00:45:31สิ่งแปลกปลอมฮะซึ่งมันเข้าไปสะสมอยู่แล้ว
00:45:31 → 00:45:34ก็ไปทำให้เกิดในเมื่อเราพบสามารถตรวจพบ
00:45:34 → 00:45:36ได้ว่ามันเข้าไปถึงข้างในได้อ่ะมันก็อาจ
00:45:36 → 00:45:39จะเป็นตัวที่เอ่อเป็นตัวก่อมะเร็งอันนึง
00:45:40 → 00:45:42นะครับซึ่งถ้าเราเลี่ยงได้ก็ก็พยายามห
00:45:42 → 00:45:46เลี่ยงอย่าไปทาบริเวณอเเพศนะอย่าไปทา
00:45:46 → 00:45:48เพราะมันเป็นบริเวณที่มันสามารถผ่านเข้า
00:45:48 → 00:45:50ไปทางช่องคลอดผ่านเข้าไปลึกประบบนั้นได้
00:45:50 → 00:45:53ใช่มีอีกท่านนึงค่ะบอกว่าอายุ 76 แล้วอ่ะ
00:45:53 → 00:45:57ปกติจะใช้แป้งฝุ่นทาเอ่อเพื่อแก้อาการอาบ
00:45:57 → 00:46:00ชื้นบริเวณขาหนีบอยู่บ่อยๆอย่างเงี้ยค่ะ
00:46:00 → 00:46:02ถ้าทาตรงขาหนีบเนี่ยมันจะเสี่ยงกับการ
00:46:02 → 00:46:06กระจายเข้าไปถึงรังไข่ได้มยคะถ้าจะว่ากัน
00:46:06 → 00:46:09จริงๆเนี่ยเ่อถ้าเราทาบริเวณที่ยิ่งห่าง
00:46:09 → 00:46:12ออกมาจากปากช่องคอดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี
00:46:12 → 00:46:14นะครับแต่พอเข้าใจนะครับบางทีบ้านเรา
00:46:14 → 00:46:17อากาศร้อนแล้วก็เอ่อบางทีก็ทำทุกคนใทุก
00:46:17 → 00:46:20ท่านก็ทราบทำอย่างที่หมอบอกแล้วล่ะร้านทำ
00:46:20 → 00:46:22ความสะอาดดีซับแห้งอะไรอย่างดีแต่ว่ามัน
00:46:22 → 00:46:24ก็มีเหงื่อมีอะไรหมอกมาตรงขาอีอันนี้เรา
00:46:24 → 00:46:27พอเข้าใจครับถ้าจะทาก็ควรจะเอ่ออย่างที่
00:46:28 → 00:46:30บอกทำกระบวนการต่างๆให้เสร็จละรักษาความ
00:46:30 → 00:46:33สะอาดล้างเอ่อล้างด้วยน้ำจนกระทั่งไม่มี
00:46:33 → 00:46:36เศษของสบู่อยู่แล้วนะครับแล้วก็ซับให้
00:46:36 → 00:46:38แห้งสนิทนะครับแล้วก็ถ้าจำเป็นจะต้องทา
00:46:38 → 00:46:41จริงๆเพราะว่าไม่หวมันเหนอะหนามันร้อน
00:46:41 → 00:46:44เนี่ยให้ทาให้น้อยที่สุดทาให้บางที่สุด
00:46:44 → 00:46:47ค่ะหลายๆท่านเข้ามาแล้วก็เอาแค่คงขาหนีบ
00:46:47 → 00:46:49อ่ะไม่ต้องลุกลงเข้าไปถึงบริเวณแคมบริเวณ
00:46:49 → 00:46:52ปากช่องคอดนะค่ะก็ทาอย่างระมัดระวังอ่ะนะ
00:46:52 → 00:46:56คะหลายๆท่านระวังหลายๆท่านเข้ามาบอกว่า
00:46:56 → 00:46:59โฆษณานะอ่าในโฆษณาหมอเห็นเททั้งกระป๋อง
00:46:59 → 00:47:01แล้วมันฟุ้งแล้วก็แมหอมสดชื่นอะไรเงี้ยนะ
00:47:01 → 00:47:05อันนี้ก็สูตรเข้าไปเต็มๆเลยค่ะใช่ตามตัว
00:47:05 → 00:47:07เี่ยังพอทนนะฮะแต่ถ้าเราไปเทอย่างงั้นบน
00:47:07 → 00:47:10ตรงไเพศตรงขันเถ้าเทถึงขนาดนั้นเนี่ยผม
00:47:10 → 00:47:12ว่ามันก็เสี่ยงที่มันจะกระจายเข้าไปข้าง
00:47:12 → 00:47:15ในอืค่ะหลายๆท่านบอกว่าเข้ามาฟังอย่าง
00:47:15 → 00:47:18ตั้งใจเลยค่ะเห็นหัวข้อแล้วก็แอบกังวลนะ
00:47:18 → 00:47:22คะค่ะครับแต่ว่างั้นทำไมเราถึงยังอนุญาต
00:47:22 → 00:47:24ให้ใช้กันอยู่นะครับไม่ไม่ถือเป็นสิ่ง
00:47:24 → 00:47:27อันตรายที่อ่ะสมมุติต้องมีใบสั่งแพทย์้ว
00:47:27 → 00:47:30ต้องอะไรอย่างเงี้ยก็เพราะว่าเรายังพบ
00:47:30 → 00:47:33ปัจจัยตรงเนี้ยในเชิงของของการติดตามดู
00:47:33 → 00:47:36เคสเลยครับว่าเอ๊ะคนที่เป็นมะเร็งมีมี
00:47:36 → 00:47:38ลักษณะนิสัยว่าเขาทาแพงตรงนี้กันอยู่อะไร
00:47:38 → 00:47:40อย่างเงี้ยแต่ว่าเราก็ยังไม่ได้จับได้
00:47:40 → 00:47:43เป็นชัดเจนว่ามันเป็นสารประกอบตรงไหนของ
00:47:43 → 00:47:45แป้งหรือว่าเป็นตัวของไอ้ตัวผงแป้งเองที่
00:47:45 → 00:47:47เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไปกระตุ้นหรือมันต้อง
00:47:47 → 00:47:50รับในปริมาณมากแค่ไหนนานเท่าไหร่นะครับ
00:47:50 → 00:47:54เพราะฉะนั้นตรงเนี้ยนะครับเอ่อที่เราให้
00:47:54 → 00:47:58ให้คำแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงก็พูดง่ายๆว่า
00:47:58 → 00:48:01เป็นเชิงของความปลอดภัยนะครับแต่ว่าก็คง
00:48:01 → 00:48:03ไม่ต้องกลัวถึงขนาดโหไปยกกระป๋องแป้งทั้ง
00:48:03 → 00:48:06หมดทิ้งลงขลังขยะก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น
00:48:06 → 00:48:09นะครับก็หลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงในการฟุ้ง
00:48:09 → 00:48:12กระจายเข้าปอดเราอ่าเวลาทาทาก็ทาเบาๆแผว
00:48:13 → 00:48:15เบายังให้มันฟุ้งกระจายแล้วก็เีกเลี่ยง
00:48:15 → 00:48:17การกระจายเข้าสู่ช่องคลอดของเราค่ะแมวัน
00:48:17 → 00:48:19นี้เวลาเดินเร็วเหลือเกินนะคะคุณหมอฝาก
00:48:19 → 00:48:22ทิ้งท้ายสักนิดนึงค่ะสำหรับค่ำคืนนี้ค่ะ
00:48:22 → 00:48:26ครับเอ่อมะเร็งรังไข่เนะครับจริงๆถ้าเรา
00:48:26 → 00:48:28พูดถึงในระดับสากลเนี่ยนะครับเมีวัน
00:48:28 → 00:48:30มะเร็งรังไข่โลกด้วยนะครับเป็นมะเร็งรัง
00:48:30 → 00:48:33ไข่สากลโลกจะเป็นวันที่ 8 พฤษภาคมซึ่งก็
00:48:33 → 00:48:35จะมีการรณรงคให้ผู้หญิงตื่นตัวในเรื่อง
00:48:35 → 00:48:37นี้ซึ่งถ้าพูดกันจริงๆเนี่ยนะครับอัตรา
00:48:37 → 00:48:41การเป็นมะเร็งเอ่อการรณรงเรื่องมะเร็งรัง
00:48:41 → 00:48:42ไข่ในบ้านเราเนี่ยมันก็ยังน้อยกว่าการ
00:48:42 → 00:48:45รณรงเรื่องมะเร็งเต้านมกับมะเร็งป่ามะลูก
00:48:45 → 00:48:46เพราะว่าถ้าเทียบกันแล้วเนี่ยมะเร็งรงไข่
00:48:46 → 00:48:48มันเป็นตั้งอันดับ 6 อ่ะใช่มั้ยครับในขณะ
00:48:48 → 00:48:50ที่เต้านมอันดับ 1 ป่ามลูกอันดับ 2 แต่
00:48:50 → 00:48:53ว่าทุกๆท่านนะครับยังไงก็ต้องระมัดระวัง
00:48:53 → 00:48:56นะครับมะเร็งของเอ่อเต้านมเนี่ยมันมัน
00:48:56 → 00:48:58แสดงอาการให้เราเห็นได้ง่ายมะเร็งปป่ามะ
00:48:58 → 00:49:00รูกแล้วก็มีการตรวจมะเร็งปป่ามะลูกประจำ
00:49:00 → 00:49:03ปีอยู่แล้วแต่มะเร็งรังไข่เนี่ยนะครับเรา
00:49:03 → 00:49:05จะต้องเอ่อดูแลสุขภาพตัวเองเลยเป็นเบื้อง
00:49:06 → 00:49:08ต้นนะครับีกิงปัจจัยสิ่งต่างๆนะครับอย่าง
00:49:08 → 00:49:11ที่บอก่ะอย่าให้น้ำหนักตัวเยอะอย่าอ้วน
00:49:11 → 00:49:14อย่าทานอาหารที่มีไขมันสัตว์สูงอ่าทานผัก
00:49:14 → 00:49:17ผลไม้มากๆให้มีมีไฟเบอร์เยอะๆนะครับเอ่อ
00:49:17 → 00:49:19หลีกเลี่ยงพวกความเครียดต่างๆเพมันเป็น
00:49:19 → 00:49:21ตัวเกาะมากระตุ้นให้เป็นมะเร็งได้ง่าย
00:49:21 → 00:49:24ขึ้นพักผ่อนให้เพียงพอการออกกำลังกายนะ
00:49:24 → 00:49:26ครับออกกำลังกายเนี่ยเป็นสิ่งเป็นยาที่
00:49:26 → 00:49:29ที่ดีมากที่ช่วยป้องกันทั้งช่วยควบคุมน้ำ
00:49:29 → 00:49:31หนักให้เราด้วยนะครับแล้วก็หลีกเลี่ยงไอ้
00:49:31 → 00:49:33ปัจจัยเสี่ยงต่างๆอย่างที่เราบอกบุหรี่นะ
00:49:33 → 00:49:36ครับค่ะเอ่อแป้งฝุ่นที่เราบอกนะครับก็
00:49:36 → 00:49:38พยายามหลีกเลี่ยงแล้วก็ดีที่สุดก็คือต้อง
00:49:38 → 00:49:41หมั่นสังเกตความผิดปกติแล้วก็คุณผู้หญิง
00:49:41 → 00:49:44ทุกคนที่อายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปนะครับ
00:49:44 → 00:49:47ควรจะไปพบคุณหมอสูงแล้วก็ทำการตรวจภายใน
00:49:47 → 00:49:49ประจำปีนะครับเพราะว่าถ้าตรวจภายในประจำ
00:49:49 → 00:49:52ปีเนี่ยคุณหมอจะสามารถคลำด้วยมือนะครับ
00:49:52 → 00:49:55หรือใช้ถ้าคุณหมอสงสัยก็อาจจะมีการอันซาว
00:49:55 → 00:49:58ตามดูเราก็จะสามารถเจอความผิดปกติของรัง
00:49:58 → 00:50:01ไข่ได้ค่ะตั้งแต่เริ่มต้นนะครับแล้วก็ถ้า
00:50:01 → 00:50:04ถ้าเราเจอเร็วเป็นมะเร็งรังไข่แค่ระยะแรก
00:50:04 → 00:50:07ๆเนี่ยโอกาสที่เราจะผ่าตัดแล้วหายนะครับ
00:50:07 → 00:50:10หรือว่าเอ่อเอมีชีวิตรอดอยู่ได้ก็จะสูง
00:50:10 → 00:50:12กว่านะครับเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องของมรงัง
00:50:12 → 00:50:15ไข่เนี่ยไม่มีใครช่วยเราได้นะครับเราต้อง
00:50:15 → 00:50:17ตระหนักแล้วก็ดูแลสุขภาพของเราเองให้ดี
00:50:17 → 00:50:20ที่สุดครับวันนี้ก็ได้รับคำแนะนำกันไปแบบ
00:50:20 → 00:50:23อัดแน่นเลยนะคะต้องขอขอบพระคุณคุณหมอมากๆ
00:50:23 → 00:50:28เลยค่ะสวัสดีค่ะครับสวัสดีครับค่ะนาย
00:50:28 → 00:50:33แพทย์พูนศักดิ์สุชนวันนี้สูตินารีแพทย์