00:00:00 → 00:00:02เราจะมาคุยกันเรื่องหัวใจวายครับ
00:00:02 → 00:00:057 สัญญาณอันตรายที่จะบ่งบอกว่า
00:00:05 → 00:00:08ท่านน่าจะมีภาวะหัวใจวายครับ
00:00:16 → 00:00:17สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:17 → 00:00:18และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:18 → 00:00:21รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:23 → 00:00:26วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องหัวใจวายครับ
00:00:26 → 00:00:297 สัญญาณอันตรายที่จะบ่งบอกว่า
00:00:29 → 00:00:32ท่านน่าจะมีภาวะหัวใจวายครับ
00:00:32 → 00:00:33ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:33 → 00:00:36กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:36 → 00:00:39สำหรับท่านที่มีเวลาน้อยนะครับ
00:00:39 → 00:00:42ผมขอแนะนำให้กระโดดข้ามไปดูที่ 3 นาทีหลังก่อน
00:00:42 → 00:00:44ผมสรุปให้เรียบร้อยแล้วนะครับ
00:00:44 → 00:00:47และเมื่อไหร่ที่ท่านเวลาท่านค่อยย้อนกลับมาดู
00:00:47 → 00:00:48กลับมาลงรายละเอียดกันครับ
00:00:48 → 00:00:49เพราะว่ามันจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
00:00:49 → 00:00:52ที่ค่อนข้างมีความสำคัญและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
00:00:52 → 00:00:57ส่วนท่านที่มีเวลาและพร้อมแล้ว เราไปพร้อมๆ กันเลยครับ
00:00:57 → 00:01:00สำหรับเรื่องของหัวใจวายเนี่ยผมว่ามันเป็นอะไรที่
00:01:00 → 00:01:03เขาเรียกว่าจะไกลตัวมันก็ไม่ไกล จะใกล้ตัวมันก็ไม่ใกล้
00:01:03 → 00:01:06เวลามันเป็นปุ๊บเนี่ยมันก็เป็นเลยครับ
00:01:06 → 00:01:10อะไรที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ เวลามันเป็นมันฉับพลันมันรวดเร็ว
00:01:10 → 00:01:12แล้วมันอาจจะทำให้เราเสียชีวิตได้
00:01:12 → 00:01:16เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเราสามารถสังเกตก่อนว่า
00:01:16 → 00:01:18ไอ้แบบนี้ต่อไปมันจะกลายเป็นหัวใจวายนะ
00:01:18 → 00:01:22อะไรเล็กๆ น้อยๆ มันอาจจะนำไปสู่ภาวะหัวใจวายนะ
00:01:22 → 00:01:27ก็จะทำให้เรามีชีวิตรอดจากโรคตัวนี้นะครับ
00:01:27 → 00:01:31สำหรับภาวะหัวใจวายแล้วมีสัญญาณอันตรายอยู่หลายอย่างเลย
00:01:31 → 00:01:34และมี 7 อย่างใหญ่ๆ ดังนี้ก็คือ
00:01:34 → 00:01:40อันดับแรก เมื่อท่านมีความรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติครับ
00:01:40 → 00:01:41การอ่อนเพลียผิดปกติ
00:01:41 → 00:01:44จริงๆ แล้วมันก็เป็นแบบอาการทั่วๆ ไป
00:01:44 → 00:01:46ซึ่งแบบเป็นใครมันก็เป็น
00:01:46 → 00:01:49แต่ว่าอาการอ่อนเพลียแบบผิดปกตินี้เนี่ย
00:01:50 → 00:01:53ถ้าสำหรับภาวะหัวใจวายแล้วเนี่ยมันไม่ใช่ว่าวันนี้เป็น
00:01:53 → 00:01:57พรุ่งนี้ไม่เป็น มะรืนนี้เป็น วันนี้ทะเลาะกับแฟนแล้วเป็น
00:01:57 → 00:02:00วันนั้นเครียดแล้วเป็น วันนี้สบายดีไม่เป็น
00:02:00 → 00:02:01มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ
00:02:01 → 00:02:04มันจะต้องอ่อนเพลียติดต่อกันยาวนานหลายวัน
00:02:04 → 00:02:07บางคน 3 วัน 5 วัน 7 วัน 1 เดือน
00:02:07 → 00:02:12และอาการเนี่ยมันจะแย่ลงเรื่อยๆ ทีละนิดๆๆๆ
00:02:12 → 00:02:18อาการอ่อนเพลียมันเกิดจากการระบบไหลเวียนโลหิตเราไม่ดี
00:02:18 → 00:02:21เนื่องจากภาวะหัวใจเนี่ยบีบตัวได้ไม่ดี
00:02:21 → 00:02:23เนื่องจากหัวใจมันเริ่มแย่ มันเริ่มหมดแรง
00:02:23 → 00:02:26และเมื่อหัวใจเริ่มแย่ เริ่มหมดแรง การบีบเลือดก็แย่ลง
00:02:26 → 00:02:30การส่งต่อออกซิเจนไปส่วนต่างๆ ของร่างกายก็แย่ลง
00:02:30 → 00:02:34ทำให้เราเกิดภาวะอ่อนเพลีย เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง
00:02:34 → 00:02:36เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยลงนะครับ
00:02:36 → 00:02:40สมองก็วิงเวียน กล้ามเนื้อก็อ่อนล้า
00:02:40 → 00:02:42กระสับกระส่าย ออกซิเจนน้อยนะครับ
00:02:42 → 00:02:46ก็เป็นอะไรที่ต้องระมัดระวัง ต้องลองดูครับ
00:02:46 → 00:02:49ถ้าท่านใดมีอาการอ่อนเพลีย แย่ลงมาตลอดเลย
00:02:49 → 00:02:54เหนื่อยนอนก็ไม่ค่อยหลับ หลับๆ ตื่นๆ ทุกวันมันแย่ลงเรื่อยๆ
00:02:54 → 00:02:56อย่างนี้ให้รีบพบแพทย์ครับ
00:02:56 → 00:02:58มาดูกันที่อาการชนิดที่ 2 ครับ
00:02:58 → 00:03:01ที่น่าจะสงสัยว่าอาจจะทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย
00:03:01 → 00:03:06ก็คืออาการเจ็บ จุก แน่นหน้าอก อย่างรุนแรงด้วย
00:03:06 → 00:03:08เจ็บนิดๆ หน่อยๆ อย่าไปซีเรียสครับ มีกันได้
00:03:08 → 00:03:12และอาการจุก เจ็บ แน่นหน้าอก ที่บ่งบอกภาวะโรคหัวใจ
00:03:12 → 00:03:13หรือหัวใจวายนี้เนี่ย
00:03:13 → 00:03:17จะเป็นการเจ็บแน่นหน้าอกแบบเหมือนมีอะไรมากดทับ
00:03:17 → 00:03:22ถ้าเจ็บแปล๊บๆ เหมือนไฟช็อตอะไรแบบนี้ไม่ค่อยใช่
00:03:22 → 00:03:24ไม่ได้บอกว่าไม่เป็นนะครับ แต่ไม่ค่อยใช่
00:03:24 → 00:03:2910 คน 9 คน จะเจ็บเหมือนมีอะไรมานั่งทับหน้าอกนะครับ
00:03:29 → 00:03:32ถ้าเกิดแบบสมมุติให้เว่อร์ๆ ก็เหมือนมีช้างมาเหยียบหน้าอก
00:03:32 → 00:03:35เอาว่าเป็นคนน้ำหนัก 100 กิโล มาทับหน้าอกท่าน
00:03:35 → 00:03:37อาการปวดมันจะประมาณนั้น อารมณ์แบบนั้น
00:03:37 → 00:03:41แบบนี้จะบ่งบอกถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
00:03:41 → 00:03:45ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากๆ เข้านะครับ
00:03:45 → 00:03:50เป็นปริมาณมากเนี่ยจะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายได้ตามมา
00:03:50 → 00:03:52หรือบางครั้งไม่ทันเกิดภาวะหัวใจวาย
00:03:52 → 00:03:55ก็อาจจะเสียชีวิตจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ
00:03:55 → 00:03:58หรือหัวใจทำงานแย่ลงแบบกะทันหันได้เลย
00:03:58 → 00:04:00เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวัง ลองดูครับว่า
00:04:00 → 00:04:02เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า
00:04:02 → 00:04:03หรือว่าตอนนี้เราเป็นอยู่หรือเปล่า
00:04:03 → 00:04:06ถ้าเป็นให้รีบไปโรงพยาบาลครับ
00:04:06 → 00:04:09มาต่อกันที่สัญญาณอันตรายข้อที่ 3 ครับ
00:04:09 → 00:04:12ก็คือท่านมีการหายใจถี่ขึ้นผิดปกติ
00:04:12 → 00:04:14แบบไหนเรียกว่าฉี่ขึ้น
00:04:14 → 00:04:19โดยปกติเราหายใจเข้าออกนาทีนึงประมาณ 12-15 ครั้ง
00:04:19 → 00:04:20บางคนอาจจะหายใจเร็วกว่านั้น
00:04:20 → 00:04:23อาจจะ 17-18 ครั้ง อันนี้ไม่ว่ากัน
00:04:23 → 00:04:27แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านหายใจมากกว่า 20 ครั้งต่อ 1 นาทีเนี่ย
00:04:27 → 00:04:32ก็คือหายใจเข้าออกๆ มากกว่า 20 ครั้งต่อ 1 นาทีเนี่ย
00:04:32 → 00:04:35มันน่าจะมีอะไรผิดปกติแล้ว มันเหมือนคนหอบคนเหนื่อย
00:04:36 → 00:04:39ซึ่งถ้าท่านเป็นอย่างนี้ตลอดเวลาเลยนะครับ
00:04:39 → 00:04:44ให้สงสัยว่าอาจจะมีภาวะหัวใจวายได้ เพราะอะไรครับ
00:04:44 → 00:04:48เมื่อหัวใจวายร่างกายเราสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้แย่
00:04:48 → 00:04:50ก็จะเกิดภาวะขาดออกซิเจนนะครับ
00:04:50 → 00:04:53เมื่อภาวะขาดออกซิเจนเกิดขึ้นร่างกายก็เลยบอกว่า
00:04:53 → 00:04:55ฉันจะต้องเอาออกซิเจนเข้ามาในร่างกายเยอะๆ
00:04:55 → 00:04:58แล้วทำยังไง ก็คือจะต้องให้หายใจเอาออกซิเจนจากภายนอกจาก
00:04:58 → 00:05:00จากอากาศเข้ามาในร่างกายของเรา
00:05:00 → 00:05:03หายใจเร็วเท่าเดิมออกซิเจนได้ไม่พอ
00:05:03 → 00:05:07ต้องหายใจเร็วขึ้นๆ อีกเรื่อยๆ ออกซิเจนถึงจะเพียงพอ
00:05:07 → 00:05:09แบบนี้แหละครับ
00:05:09 → 00:05:13ก็จะเป็นอาการที่บ่งบอกว่าท่านอาจจะมีภาวะหัวใจวาย
00:05:13 → 00:05:16หรือหัวใจทำงานได้ไม่ดีซ่อนอยู่นะครับ
00:05:16 → 00:05:18ก็ต้องระมัดระวังและนี่ก็คือข้อที่ 3 ครับ
00:05:19 → 00:05:21มาต่อกันที่สัญญาณข้อที่ 4 ครับ
00:05:21 → 00:05:24ก็คือมีความรู้สึกอึดอัดหรือแน่นบริเวณคอ
00:05:24 → 00:05:28ร้าวไปขากรรไกร ชาปวดแบบนี้พบได้ครับ
00:05:29 → 00:05:35จริงๆ แล้วแบบนี้แสดงถึงอาการของหัวใจขาดเลือดได้
00:05:35 → 00:05:39แต่มักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมากกว่า
00:05:39 → 00:05:41โรคธรรมดาไม่ค่อยพบนะครับ
00:05:42 → 00:05:43เพราะอะไร? เพราะว่าผู้ป่วยเบาหวานเนี่ย
00:05:43 → 00:05:47มีปัญหาทางเรื่องของระบบเส้นประสาท
00:05:47 → 00:05:48การส่งสัญญาณประสาท
00:05:48 → 00:05:50แทนที่จะปวดหน้าอกตรงหัวใจเต้น
00:05:50 → 00:05:53ไปปวดตรงคอ ไปปวดตรงกรามแทนนะครับ
00:05:53 → 00:05:56ทำให้เราบางทีเรานึกว่าให้เราปวดฟันหรือเปล่า
00:05:56 → 00:05:59เราเป็นอะไรที่คอหรือเปล่า แต่จริงๆ เราเป็นโรคหัวใจ
00:05:59 → 00:06:03เพราะฉะนั้นในผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นเบาหวานมายาวนาน
00:06:03 → 00:06:08การตรวจหัวใจประจำปี การเดินสายพาน การเอ็กซเรย์หัวใจ
00:06:08 → 00:06:11บางทีอาจจะจำเป็น เพราะว่าตรวจดูอาการยากเหลือเกิน
00:06:11 → 00:06:13แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีอาการอย่างที่ผมบอก
00:06:13 → 00:06:17คือจุกแน่นคอ บางทีร้าวไปขากรรไกร ชาเลยนะครับ
00:06:18 → 00:06:20ให้สงสัยว่ามันมีโรคหัวใจแทรกอยู่หรือเปล่า
00:06:20 → 00:06:23เพราะว่าบางคนเนี่ยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด
00:06:23 → 00:06:27แล้วก็มีอาการแบบนี้เลย ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้โดยง่ายเลย
00:06:27 → 00:06:30ก็อันตรายระมัดระวังกันเอาไว้นะครับ
00:06:30 → 00:06:35ต่อมาสัญญาณอันที่ 5 ก็คือมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ
00:06:35 → 00:06:39รวมทั้งมีอาการวิงเวียนเวียนศีรษะครับ
00:06:39 → 00:06:43อาการแบบนี้เนี่ยก็เกิดจากหัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่
00:06:43 → 00:06:45หัวใจวาย หัวใจขาดเลือด
00:06:46 → 00:06:48เลือดมาเลี้ยงสมองไม่เพียงพอนะครับ
00:06:48 → 00:06:52เราก็จะมีอาการวิงเวียน หน้ามืด เวียนหัวนะครับ
00:06:52 → 00:06:54ซึ่งอาการวิงเวียน หน้ามืด เวียนหัวเนี่ย
00:06:54 → 00:06:57ก็จะทำให้เรามีอาการใจสั่นร่วมด้วย
00:06:57 → 00:07:01บางทีก็เกิดเหงื่อออก มือเท้าเย็นนะครับ
00:07:01 → 00:07:02เพราะฉะนั้นเราต้องสังเกตเลย
00:07:02 → 00:07:07บางทีเนี่ยเราหอบนะ เหนื่อยหายใจเร็วผิดปกตินะครับ
00:07:07 → 00:07:12วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย มีเหงื่อออกมาก มือไม้เย็นตามตัว
00:07:12 → 00:07:17แบบนี้อาจจะเป็นภาวะที่เตือนว่าท่านอาจจะมีภาวะหัวใจวาย
00:07:17 → 00:07:20ต้องรีบพบแพทย์โดยเร่งด่วนครับ
00:07:20 → 00:07:22มาต่อกันที่สัญญาณข้อที่ 6 ครับ
00:07:22 → 00:07:25ก็คือภาวะการนอนราบไม่ได้ครับ
00:07:25 → 00:07:30การนอนราบไม่ได้เนี่ยเกิดจากมีภาวะน้ำท่วมปอดนั่นเอง
00:07:30 → 00:07:34น้ำท่วมปอดในภาวะหัวใจวายเป็นอาการที่พบได้บ่อยนะครับ
00:07:34 → 00:07:39โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากนอนราบไม่ได้
00:07:39 → 00:07:41นอนราบไม่ได้เพียงเล็กน้อย
00:07:41 → 00:07:46ก็ตอนแรกก็อาจจะต้องนอนหมอนสูงสัก 2 ใบ
00:07:46 → 00:07:481 ใบ มันปกติเนอะ 2 ใบ
00:07:48 → 00:07:52พอเป็นเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ อาจจะต้อง 3 ใบ
00:07:52 → 00:07:55หลังจากนั้นต้องนั่ง นอนไม่ได้นะครับ
00:07:55 → 00:07:57บางคนต้องโค้งตัวมาข้างหน้า
00:07:57 → 00:08:02เอาเก้าอี้มาวางแล้วก็นอนทำท่าอย่างนี้ ซึ่งทุกข์ทรมานมาก
00:08:02 → 00:08:06อันนี้ก็เป็นอาการหนึ่งที่บ่งบอกว่าน่าจะมีภาวะหัวใจวาย
00:08:06 → 00:08:09หรือภาวะน้ำท่วมปอดนั่นเองครับ
00:08:09 → 00:08:12และบางครั้งในคนไข้กลุ่มนี้อาจจะพบว่า
00:08:12 → 00:08:17มีเสมหะหรือน้ำลายเป็นฟองออกมาสีชมพูเลย
00:08:17 → 00:08:21ซึ่งก็บ่งบอกว่าน่าจะมีภาวะน้ำท่วมปอดนั่นเองครับ
00:08:21 → 00:08:24มาต่อกันที่สัญญาณข้อที่ 7 ข้อสุดท้ายของเรา
00:08:24 → 00:08:28ก็คือมีอาการแขนขาบวมน้ำนั่นเองครับ
00:08:28 → 00:08:32แขนขาบวมน้ําก็เกิดจากร่างกายของเราเนี่ยขับน้ำออกไม่ได้
00:08:32 → 00:08:34จากระบบไหลเวียนมีปัญหานะครับ
00:08:34 → 00:08:38ซึ่งเป็นอาการอย่างหนึ่งที่เราพบได้ในผู้ป่วยหัวใจวาย
00:08:38 → 00:08:41และอาจจะพบได้ในหลายๆ โรค เช่น โรคไตวายเรื้อรัง
00:08:41 → 00:08:44ที่ไม่สามารถที่จะขับน้ำออกทางปัสสาวะได้นะครับ
00:08:44 → 00:08:50ซึ่งพวกนี้มันก็จะวนเวียนๆ คือมีหลายโรคมาซ้ำเติมกัน
00:08:50 → 00:08:51ยิ่งทำให้อากาศแย่ขึ้นไปใหญ่
00:08:52 → 00:08:55คราวนี้เราจะรู้ได้ไงว่าเราแขนขาหรือตัวบวมนะครับ
00:08:55 → 00:08:56เอาง่ายๆ แล้วกันครับ
00:08:56 → 00:09:00ก็คือเอานิ้วของท่านกดไปที่หน้าแข้งนะครับ
00:09:00 → 00:09:03กดไปให้ชนกระดูกหน้าแข้ง
00:09:03 → 00:09:06กดค้างไว้สัก 10-15 วินาที แล้วปล่อยนิ้วออกมา
00:09:06 → 00:09:10ถ้าเนื้อของท่านไม่เด้งคืนและเห็นเป็นรอยบุ๋มเนี่ย
00:09:10 → 00:09:13แล้วใช้เวลานานมากอาจจะเป็นนาที
00:09:13 → 00:09:16อาจจะเป็นแบบ 20-30 วินาที อย่างเนี้ย
00:09:16 → 00:09:19กว่าจะคืนกลับมาให้สงสัยว่ามีภาวะน้ำเกินพอสมควรเลย
00:09:19 → 00:09:21ต้องรีบพบแพทย์โดยเร่งด่วนนะครับ
00:09:22 → 00:09:26อันนี้ก็ถือว่าค่อนข้างอันตรายก็คือภาวะมีน้ำเกิดนะครับ
00:09:26 → 00:09:29ซึ่งแสดงออกทางแขนขาของเรานั่นเองครับ
00:09:29 → 00:09:31คราวผมขออนุญาตสรุปนะครับ
00:09:31 → 00:09:377 สัญญาณอันตรายที่อาจจะทำให้ท่านหัวใจวายนะครับ
00:09:37 → 00:09:41สัญญานี้จะบ่งบอกว่าท่านน่าจะมีภาวะหัวใจวายแล้วแหละ
00:09:41 → 00:09:43หรือว่ามีภาวะอันตรายต่อหัวใจ
00:09:43 → 00:09:45ถ้ารีบไปโรงพยาบาลรีบรักษาทันท่วงที
00:09:45 → 00:09:47เราก็อาจจะมีชีวิตรอดได้นะครับ
00:09:47 → 00:09:51สำหรับข้อแรกก็คืออ่อนเพลียผิดปกตินะครับ
00:09:51 → 00:09:53การอ่อนเพลียแบบนี้ไม่ใช่อ่อนเพลียแบบ
00:09:53 → 00:09:54วันนี้อ่อนเพลีย พรุ่งนี้ไม่อ่อนเพลีย
00:09:54 → 00:09:58มะรืนนี้อารมณ์ดีก็ไม่อ่อนเพลีย
00:09:58 → 00:10:02อีกวันนึงทะเลาะกับใคร เครียดอ่อนเพลียอย่างนี้ไม่นับ
00:10:02 → 00:10:04การอ่อนเพลียของโรคหัวใจ
00:10:04 → 00:10:08จะต้องอ่อนเพลียทุกๆ วันติดต่อกัน อาจจะ 3 วัน 5 วัน 7 วัน
00:10:08 → 00:10:11เนื่องจากการแลกเปลี่ยนออกซิเจนเราแย่ลงนะครับ
00:10:11 → 00:10:15ระบบไหลเวียนโลหิตเราแย่ลงจากหัวใจเราไม่ค่อยดีนี่แหละครับ
00:10:15 → 00:10:17อันนี้ก็ต้องระมัดระวังนะครับ
00:10:17 → 00:10:21ถ้าใครมีอาการแบบนี้ควรรีบพบแพทย์ครับ
00:10:21 → 00:10:24อาการอย่างที่ 2 มีอาการจุกแน่นบริเวณหน้าอก
00:10:24 → 00:10:28อาการแบบนี้มักบ่งบอกถึงผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
00:10:28 → 00:10:33อาการจุกแน่นแบบนี้ มักจะเกิดขึ้นมาทันทีทันใดนะครับ
00:10:33 → 00:10:36แล้วก็มีอาการปวดรุนแรงซึ่งอาการปวดเนี่ย
00:10:36 → 00:10:38จะเป็นอาการปวดแบบเหมือนมีอะไรจุกแน่น
00:10:38 → 00:10:41เหมือนมีคนมานั่งทับ คนน้ำหนัก 100 กิโล มานั่งทับอกเรา
00:10:41 → 00:10:43อาการปวดจะเป็นแบบนี้
00:10:43 → 00:10:46ถ้าอาการปวดเหมือนมีดบาดแปล๊บๆ ไฟช็อตแบบนี้ไม่ค่อยเหมือน
00:10:46 → 00:10:50ถ้าใครมีอาการอย่างที่ผมว่าให้รีบไปพบแพทย์โดยเร่งด่วนนะครับ
00:10:51 → 00:10:54ต่อมาอาการอย่างที่ 3 ก็คือหายใจถี่นะครับ
00:10:54 → 00:10:56หายใจถี่ หายใจเร็วนะครับ
00:10:56 → 00:11:00โดยปกติแล้วหายใจ 12-15 ครั้งต่อนาที
00:11:00 → 00:11:01มากกว่านั้นได้นิดหน่อย
00:11:01 → 00:11:03แต่ถ้าเมื่อไหร่หายใจเกิน 20 ครั้งต่อนาที
00:11:03 → 00:11:07ให้ดูแล้วว่าท่านน่าจะมีอาการหอบเหนื่อย
00:11:07 → 00:11:10การหอบเหนื่อยก็คืออาการที่เราต้องการออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย
00:11:10 → 00:11:12ทำไมเราต้องการออกซิเจน
00:11:12 → 00:11:16เพราะว่าในบางครั้งเราขาดออกซิเจนจากกล้ามเนื้อหัวใจ
00:11:16 → 00:11:18เราทำงานได้ไม่ดี หัวใจมีภาวะหัวใจวาย
00:11:18 → 00:11:20แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่ดี
00:11:20 → 00:11:22แบบนี้เราจึงต้องเอาออกซิเจนจากภายนอกเข้าไป
00:11:22 → 00:11:25จึงทำให้เกิดภาวะหอบเหนื่อยนั่นเองครับ
00:11:25 → 00:11:27มาต่อกันที่ข้อที่ 4 ครับ
00:11:27 → 00:11:30มีอาการอึดอัดบริเวณคอหรือขากรรไกรนะครับ
00:11:30 → 00:11:34อาการนี้เป็นอาการพิเศษโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
00:11:34 → 00:11:37เป็นอาการของโรคหัวใจขาดเลือดแบบพิเศษ
00:11:37 → 00:11:41คือผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีเส้นประสาทมีปัญหานะครับ
00:11:41 → 00:11:44เส้นประสาทส่งสัญญาณ ส่งความรู้สึก รับความรู้สึกมีปัญหา
00:11:44 → 00:11:46อาการปวดที่หน้าอกหรือที่หัวใจ
00:11:47 → 00:11:49มันกลายเป็นปวดคอ ปวดที่ขากรรไกรแทน
00:11:49 → 00:11:51เพราะฉะนั้นถ้าท่านใดเป็นโรคเบาหวาน
00:11:51 → 00:11:54แล้วมีรายการดังนี้ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนครับ
00:11:54 → 00:11:56มาต่อกันที่ข้อที่ 5 ครับ
00:11:56 → 00:11:59หรือสัญญานะที่ 5 ก็คือมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ
00:11:59 → 00:12:02และมีอาการวิงเวียนเวียนศีรษะครับ
00:12:02 → 00:12:05บางครั้งการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในฐานะผู้ป่วยหัวใจวาย
00:12:05 → 00:12:07ค่อนข้างไม่ดีเลยนะครับ
00:12:07 → 00:12:11ก็จะทำให้เกิดอาการวิงเวียนหน้ามืด เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
00:12:11 → 00:12:16หรือบางครั้งอาการวิงเวียนหน้ามืดก็จะทำให้เราเหงื่อออกใจสั่น
00:12:16 → 00:12:18ทุกอย่างเป็นรวมกันหลายๆ อย่าง
00:12:18 → 00:12:22ถ้าท่านมีอาการดังนี้ให้สงสัยว่าอาจจะมีภาวะหัวใจวายครับ
00:12:22 → 00:12:27ต่อกันที่ข้อที่ 6 มีภาวะนอนราบไม่ได้ครับ
00:12:27 → 00:12:29อาการนอนราบไม่ได้ในผู้ป่วยหัวใจวาย
00:12:29 → 00:12:32ก็มักจะเกิดจากภาวะน้ำท่วมปอด
00:12:32 → 00:12:36ร่างกายไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกไปได้จากภาวะหัวใจวาย
00:12:36 → 00:12:39น้ำที่ท่วมปอดก็จะทำให้เรานอนราบได้ค่อนข้างลำบาก
00:12:39 → 00:12:43เมื่อไหร่เรานอนราบ เราจะไอ เราจะหอบ เราจะเหนื่อย
00:12:43 → 00:12:46บางครั้งเราจะอายออกมาเป็นเสมหะที่เป็นฟองเยอะมากเลย
00:12:46 → 00:12:49เป็นสีชมพูนะครับ นอนหลับลำบากมาก
00:12:49 → 00:12:52ในช่วงแรกการนอนหมอน 2 ใบ 3 ใบ อาจจะช่วยได้
00:12:52 → 00:12:55พอเป็นมากๆ ต้องนั่ง นอนไม่ได้นะครับ
00:12:55 → 00:12:59พอเป็นสุดๆ จะต้องโค้งตัวก้มไปข้างหน้าเลยถึงจะนอนได้
00:12:59 → 00:13:03แบบนี้สงสัยนะครับว่าน่าจะมีภาวะหัวใจวายอยู่
00:13:03 → 00:13:05แล้วให้รีบพบแพทย์โดยเร่งด่วนครับ
00:13:05 → 00:13:06มาต่อกันที่ข้อสุดท้ายครับ
00:13:06 → 00:13:09ข้อที่ 7 ก็มีภาวะแขนขาบวมนั่นเองครับ
00:13:09 → 00:13:14แขนขาบวมเกิดจากภาวะการขับน้ำไม่ได้
00:13:14 → 00:13:17ในผู้ป่วยมีภาวะหัวใจวายนั่นเองครับ
00:13:17 → 00:13:19จริงๆ แล้วแขนขาบวมยังพบได้ในหลายๆ โรค
00:13:19 → 00:13:21เช่น โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น
00:13:21 → 00:13:25ที่ไม่สามารถที่จะปัสสาวะหรือตักน้ำออกมาได้นะครับ
00:13:25 → 00:13:28ดังนั้นแล้วคงต้องดูหลายๆ อย่างปนกัน
00:13:28 → 00:13:30แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีแขนขาบวม
00:13:30 → 00:13:34ซึ่งสังเกตได้จากให้ท่านลองเอานิ้วกดไปที่หน้าแข้งของท่าน
00:13:34 → 00:13:36ค้างไว้สัก 10 วินาที ถ้าเกิดมันมีรอยบุ๋ม
00:13:36 → 00:13:40แล้วมันไม่เด้งกลับมาภายในซัก 10-20 วินาที
00:13:40 → 00:13:44ให้ท่านสงสัยแล้วว่าท่านน่าจะมีภาวะตัวบวมแบบเยอะเลย
00:13:44 → 00:13:45ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร่งด่วนครับ
00:13:45 → 00:13:49และนี่ก็คือ 7 สัญญาณอันตรายของโรคหัวใจวายครับ
00:13:49 → 00:13:51ก็ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีครับ
00:13:51 → 00:13:53ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:13:53 → 00:13:55กด Subscribe และกดกระดิ่ง สวัสดีครับ