00:00:00 → 00:00:02ก็สวัสดีนะครับก็มาเจอกันอีกครั้งนะครับ
00:00:02 → 00:00:04ที่สนนี้ก็เป็นผู้สอนที่ 10 นะครับของ
00:00:04 → 00:00:07ซีรีส์ในคอเบโค่คุยกันอยู่นะครับวันนี้
00:00:07 → 00:00:09เราจะมาคุยเรื่องของโรคทางสมองกันอีก 3
00:00:09 → 00:00:11รอบนะครับซึ่งชั้น 3 โรงเรียนทั่วเป็นโรค
00:00:11 → 00:00:14ที่พบได้บ่อยนะครับแล้วก็พบได้เพิ่มขึ้น
00:00:14 → 00:00:16แล้วก็เชื่อว่าหลายคนยังไม่ค่อยรู้จักสาม
00:00:16 → 00:00:19โลกนี้ในรายละเอียดสักเท่าไหร่นะครับสาม
00:00:19 → 00:00:21โลกที่ว่านั่นก็คือรอกอัลไซเมอร์นะครับ
00:00:21 → 00:00:23โรคจัดสรรนะครับแล้วก็โรคไมเกรนนะครับ
00:00:24 → 00:00:26ซึ่งเป็นโรคทางสมองทั้ง 3 โรควันนี้นะ
00:00:26 → 00:00:28ครับจะมาคุยถึง 3 โรคนี้กันว่ามันมี
00:00:28 → 00:00:30ลักษณะเป็นยังไงนะครับและที่สำคัญที่อยาก
00:00:30 → 00:00:33จะพูดถึงอีกสาเหตุหนึ่งเพราะว่าทั้ง 3
00:00:33 → 00:00:35โรคนี้นะครับปัจจุบันวันนี้ข้อมูลมากขึ้น
00:00:35 → 00:00:38นะคะว่าการดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้เนี่ยมัน
00:00:38 → 00:00:41อาจจะช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงของโรค
00:00:41 → 00:00:43เหล่านี้ได้แต่ก็จะเข้าเนื้อหานะครับว่า
00:00:43 → 00:00:45ขอพูดถึงผู้สนับสนุนซีรีส์ใส่เข้าไปองค์
00:00:45 → 00:00:47ของเรากันอีกครั้งนะครับก็คือบริษัทบทกัน
00:00:47 → 00:00:50นะครับบริษัทการเป็นใครนะครับก็เป็น
00:00:50 → 00:00:52บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยนักวิจัยที่
00:00:52 → 00:00:54เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเกาะไมโครไบโอม
00:00:54 → 00:00:56นะครับจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
00:00:56 → 00:00:59พระจอมเกล้าธนบุรีบางมดนะครับโดยทางวัด
00:00:59 → 00:01:01กันเนี่ยเขาขอให้บริการนะครับตรวจแล้วก็
00:01:01 → 00:01:03วิเคราะห์จุลินทรีย์ในลำไส้กับคนทั่วไป
00:01:03 → 00:01:06เพื่อให้ผู้ที่ผิดตัวนะครับแล้วก็โตคุณ
00:01:06 → 00:01:08เรียนรู้ว่าจุลินทรีย์ที่มีลำไส้ของคุณ
00:01:08 → 00:01:11เนี่ยอยู่ในลักษณะตามไหนนะคะบีมีสภาวะแบบ
00:01:11 → 00:01:13ไหนมีแบคทีเรียตัวไหนว่ากูหลายมากไปหรือ
00:01:13 → 00:01:16เปล่าหรือว่ามีน้อยเกินไปหรือเปล่าเราจาก
00:01:16 → 00:01:19นี้ทางบทการนะครับก็จะมีหลักโภชนาการครับ
00:01:19 → 00:01:21ที่คอยให้คำแนะนำเรื่องของการกินด้วยคำ
00:01:21 → 00:01:23แนะนำกับคนที่กินอะไรเนี่ยก็จะอิงมาจากผล
00:01:23 → 00:01:26การตรวจจุลินทรีย์ในลำไส้นะครับเพื่อให้
00:01:26 → 00:01:28อาหารที่เรากินเข้าไปเนี่ยเข้าไปทำให้
00:01:28 → 00:01:30ระบบนิเวศของจุลินทรีย์ลำไส้ของเราและ
00:01:30 → 00:01:34แข็งแรงขึ้นตามสโลแกนของบริษัทหมดกันนะ
00:01:34 → 00:01:36ครับที่ว่าสุขภาพดีให้ผู้เชี่ยวชาญ
00:01:36 → 00:01:41จุลินทรีย์ดูแลคุณ
00:01:41 → 00:01:45เมื่อพูดถึงคำว่าโรคอัลไซเมอร์นะครับ
00:01:45 → 00:01:47เชื่อว่าคนส่วนใหญ่นะพอดีครับนี้เนี่ย
00:01:47 → 00:01:49สิ่งที่นึกขึ้นมาก็คือเรื่องของความจำ
00:01:49 → 00:01:51เสื่อมนะครับหรือว่าเรื่องของภาวะสมอง
00:01:51 → 00:01:54เสื่อมบางคนเนี่ยอาจจะนึกต่อนะคะว่าโรค
00:01:54 → 00:01:56อัลไซเมอร์มันคือเป็นโรคที่เป็นไปตามวัย
00:01:56 → 00:01:59คือหมายถึงว่าถ้าอายุมากๆขึ้นนะครับใครๆ
00:01:59 → 00:02:01ก็ต้องก็เพราะว่าเป็นเรื่องของความเสื่อม
00:02:01 → 00:02:05ของสมองซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ถูกสักที
00:02:05 → 00:02:07เดียวนะคะมันไม่ถูกต้องซะทีเดียวก็เลย
00:02:07 → 00:02:09อยากจะขอเริ่มต้นนะครับเดี๋ยวเรื่องของ
00:02:09 → 00:02:11อัลไซเมอร์ด้วยกันแจ้งความเข้าใจผิด 2
00:02:11 → 00:02:13ข้อนี้ก่อนอย่างแรกสุดเลยนะครับ
00:02:13 → 00:02:15อัลไซเมอร์นะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความจำ
00:02:15 → 00:02:17เท่านั้นนะครับจะไม่ต้องเป็นเรื่องของ
00:02:17 → 00:02:20พฤติกรรมเรื่องของอารมณ์ต่างๆด้วยและจะ
00:02:20 → 00:02:22ว่าไปแล้วเนี่ยในคนที่ป่วยมากๆนะครับ
00:02:22 → 00:02:24เรื่องที่ใหญ่กว่านะครับเดี๋ยวเป็นปัญหา
00:02:24 → 00:02:26มากกว่าเนี่ยก็คือจะเป็นเรื่องของพวก
00:02:26 → 00:02:28กิจกรรมหรือลบจะได้ซ้ำนะครับเดี๋ยวจะเล่า
00:02:28 → 00:02:30ให้ฟังนะครับและพญาความให้ฟังเพิ่มเติม
00:02:30 → 00:02:33อย่างที่ 2 ก็คือว่าอัลไซเมอร์เนี่ยไม่
00:02:33 → 00:02:35ใช่ภาวะปกตินะครับไม่ใช่สภาวะธรรมชาติ
00:02:35 → 00:02:38หมายถึงว่าไม่ใช่แปลว่าทุกคนที่อายุมาก
00:02:38 → 00:02:40ขึ้นจะต้องป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์
00:02:40 → 00:02:42อัลไซเมอร์นี่มันเป็นโรคนะครับเหมือนที่
00:02:42 → 00:02:46คนอายุมากขึ้นคนนั้นจะเป็นต้องเป็นโรคเบา
00:02:46 → 00:02:48หวานหรือว่าไม่ต้องเป็นโรคหัวใจแล้วเราไป
00:02:48 → 00:02:50เสมอเนี่ยมันก็ยังพอลดความเสี่ยงได้นะ
00:02:50 → 00:02:52ครับหรือครับโรคเบาหวานโรคหัวใจมันก็มี
00:02:52 → 00:02:54วิธีป้องกันถูกไหมครับอัลไซเมอร์ก็เช่น
00:02:54 → 00:02:56กันก็คือว่าว่ามันมีหลายระยะที่เราจะ
00:02:56 → 00:02:59สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้
00:02:59 → 00:03:01แค่นี้หลังจากที่แก้ความเข้าใจผิดบาง
00:03:01 → 00:03:03อย่างแล้วนะครับสังเคราะห์นี้นะครับก็มา
00:03:03 → 00:03:05ดูกันนะครับว่าอัลไซเมอร์อ่ะคืออะไร
00:03:05 → 00:03:07อัลไซเมอร์นะครับเป็นโรคสมองเสื่อมชนิด
00:03:07 → 00:03:10นึงนะครับก็คือหมายเพราะว่าโรคสมองเสื่อม
00:03:10 → 00:03:13มันมีหลายโรคมากนะครับเป็นครับบางกว้างๆ
00:03:13 → 00:03:16เราหนึ่งในโลกของสมองเสื่อมทั้งหลายแล้ว
00:03:16 → 00:03:17ก็มีโรคอัลไซเมอร์เนี่ยเป็นหนึ่งในนั้น
00:03:17 → 00:03:21แล้วอ่าเสมอเนี่ยก็ถือว่าเป็นโรคที่พบ
00:03:21 → 00:03:23บ่อยที่สุดในสมองเสื่อมทั้งหลายนะครับคือ
00:03:23 → 00:03:25พบประมาณ 80 cm ของคนที่ป่วยเป็นโรคสมอง
00:03:25 → 00:03:27เสื่อมทั้งหมดสำหรับสาเหตุที่แท้จริง
00:03:27 → 00:03:30อย่างเรายังไม่รู้แน่ชัดนะครับแต่ไม่ได้
00:03:30 → 00:03:31แปลว่าเราไม่รู้อะไรนะครับเรามีความรู้
00:03:31 → 00:03:33เกี่ยวโรคอัลไซเมอร์เนี่ยค่อนข้างเยอะนะ
00:03:33 → 00:03:35ครับพี่แต่ว่าเรายังไม่สามารถที่จะปรับ
00:03:35 → 00:03:37ฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วมั่นใจหรือว่า
00:03:37 → 00:03:39ต่อภาพทั้งหมดอ้ายเฮ็ดว่าอัลไซเมอร์แต่
00:03:39 → 00:03:43มันดีก็บวนการขั้นตอนการเกิดยังไงบ้างที่
00:03:43 → 00:03:44เรารู้แน่ๆก็คือว่าสมองของคนที่เป็น
00:03:44 → 00:03:47อัลไซเมอร์เนี่ยจะมีโปรตีนชนิดเองนะครับ
00:03:47 → 00:03:49ที่มีชื่อเรียกร้อนในภาษาทางวิทยาศาสตร์
00:03:49 → 00:03:52ว่าเบต้าไว้ลอยมันเข้าไปจับอยู่ที่เซลล์
00:03:52 → 00:03:55สมองนะครับแล้วเปอร์เซ็นต์นี่มันจะไปทำ
00:03:55 → 00:03:57ให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทเนี่ยมัน
00:03:57 → 00:03:59ทำไมไม่ดีหรือจะบอกว่าเซลล์ประสาทมันมี
00:03:59 → 00:04:02การเสียหายก็เข้าไปสามารถจะคุยกันได้แล้ว
00:04:02 → 00:04:05สมองส่วนไหนที่มีโปรตีนตัวนี้ไปจับอยู่
00:04:05 → 00:04:07เยอะนะครับสมองส่วนนั้นเนี่ยก็จะเสียหาย
00:04:07 → 00:04:09โดยทั่วไปนะครับในช่วงระยะแรกๆของการเป็น
00:04:09 → 00:04:11โรคเนี่ยตัวโปรตีนไปตามใบลอยเดี๋ยวมันจะ
00:04:11 → 00:04:14ไปพบเยอะนะครับ Brain ส่วนสมองที่เกี่ยว
00:04:14 → 00:04:18ข้องกับความจำระยะสั้นทำให้อาการเริ่มแรก
00:04:18 → 00:04:20ของอัลไซเมอร์เนี่ยมันจะเกี่ยวข้องกับการ
00:04:20 → 00:04:23สูญเสียความจำนะครับโดยเฉพาะความจำระยะ
00:04:23 → 00:04:26สั้นแต่เมื่ออาการเป็นมากขึ้นตัวโปรตีนก็
00:04:26 → 00:04:29จะขยายไปเกาะที่เเบรนด์หรืออื่นๆครับที่
00:04:29 → 00:04:32สูงส่วนอื่นทำให้เกิดการเสียหายในสมอง
00:04:32 → 00:04:35ส่วนอื่นๆร่วมด้วยคราวนี้เรามาดูอาการ
00:04:35 → 00:04:37ทั้งหมดของอัลไซเมอร์กันนะครับว่าคนที่
00:04:37 → 00:04:39เปิดล็อคไซเมอร์เนี่ยมันจะมีอาการอะไร
00:04:39 → 00:04:43บ้าง
00:04:43 → 00:04:46อย่างแรกสุดนะครับก็จะเริ่มของความจำนะคะ
00:04:46 → 00:04:48หน้าที่หลายๆคนคุ้นเคยกันดีนะครับการเสีย
00:04:48 → 00:04:51ความจำในช่วงแรกๆนะครับก็จะรับทำการเสียบ
00:04:51 → 00:04:53ความจำระยะสั้นนะครับเช่นลืมสิ่งที่เพิ่ง
00:04:53 → 00:04:55ทำไปเมื่อกี้นะครับหรือว่าระหว่างที่
00:04:55 → 00:04:57กำลังพูดอะไรอยู่การจะลืมได้นะครับหรือ
00:04:57 → 00:05:00กระทั่งลืมสิ่งที่เคยนะครับทำเป็นจะทำนะ
00:05:00 → 00:05:03ครับทำจนกระทั่งเคยชินเช่นอ๋อลืมวิธีเล่น
00:05:04 → 00:05:06เกมครับพี่เก็บบางอย่างหรือว่าไพ่ประหยัด
00:05:06 → 00:05:08ที่เล่นมาหลายๆปีเนี่ยเราก็เล่นบักลูกจน
00:05:08 → 00:05:11คุ้นเคยเนี่ยกว่าจะลืมได้นะครับหรือว่า
00:05:11 → 00:05:13ลืมเรื่องของเส้นทางนะครับมาจากเส้นทาง
00:05:13 → 00:05:16ที่คุณเคยนะครับก็คือเส้นทางจากบ้านนะ
00:05:16 → 00:05:18ครับไปที่ทำงานเส้นทางจากบ้านไปตลาดนะ
00:05:18 → 00:05:21ครับทำให้หลายคนเนี่ยหลงทางได้ง่ายเช่น
00:05:21 → 00:05:24ออกไปเดินเล่นแถวหน้าบ้านนะครับก็หลงไม่
00:05:24 → 00:05:27สวัสดีกลับบ้านไม่ถูกอ่อนรั้วจะเป็น
00:05:27 → 00:05:29เรื่องของความจำที่ความของลืมเท่านั้น
00:05:29 → 00:05:32ภาษานะครับทำให้พูดอยู่แล้วหยุดเพราะว่า
00:05:32 → 00:05:34นึกคำไม่ออกนะครับนกประโยคที่จะต้องพูด
00:05:34 → 00:05:38ไม่ออกซึ่งคนปกติเกิดได้นะครับแต่ถ้าบ่อย
00:05:38 → 00:05:41ขึ้นนะที่สัญญาณว่าเป็นเรื่องของโรค
00:05:41 → 00:05:43อัลไซเมอร์นะครับต้องเรียนจากนั้นนะครับ
00:05:43 → 00:05:46เป็นเรื่องของการลืมของนะครับเช่นหาของ
00:05:46 → 00:05:48ไม่เจอนะครับซึ่งแน่นอนเกิดขึ้นได้กับทุก
00:05:48 → 00:05:51คนนะครับเราก็เป็นได้แต่ว่าในคนประดิษฐ์
00:05:51 → 00:05:53ส่วนใหญ่เดี๋ยวพระลืมมาสักอย่างเนี่ยเรา
00:05:53 → 00:05:55อาจจะผ่อนดึกออกนะครับว่ากว่านั้นเนี่ย
00:05:55 → 00:05:59เราทำอะไรนะครับเราจะพ่อแม่กับทวนความจำ
00:05:59 → 00:06:01เหลือเพียงย้อนแต่เรากลับไม่ได้นะครับว่า
00:06:01 → 00:06:03ก่อนหน้าเนี่ยเราของที่วางไว้ที่ไหนแต่คน
00:06:03 → 00:06:05ที่เริ่มเป็นอัลไซเมอร์นะครับจะไม่สามารถ
00:06:05 → 00:06:08ทำแบบนี้ได้นะครับทำให้หลายครั้งเนี่ย
00:06:08 → 00:06:11เมื่อของหายไปเนี่ยนี่ก็จะขย้ำยกโทษความ
00:06:11 → 00:06:13จำว่าขอไปอยู่ที่ไหนเนี่ยหลายคนก็จะคิด
00:06:13 → 00:06:16ว่าเหมือนกับมีคนมาขโมยไปนะครับหรือว่า
00:06:16 → 00:06:19อ่อนโดนคนอื่นอ่ะเอาของไปในคนที่เป็นมาก
00:06:19 → 00:06:21ขึ้นนะครับนอกเหนือจากความจำในก็จะมี
00:06:21 → 00:06:23เรื่องของการกะสินใจที่ผิดพลาดนะครับการ
00:06:23 → 00:06:25จะสะใจที่ผิดพลาดอยากจะเป็นเนื้อเรื่อง
00:06:25 → 00:06:28เล็กๆนะครับเช่นอาจจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูด
00:06:28 → 00:06:30นะครับแม้แต่ขอเวลาอยู่ในครอบครัวนะครับ
00:06:30 → 00:06:32ก็พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดหรือไม่เหมาะสมใน
00:06:33 → 00:06:35เวลานั้นเนี่ยตอนที่อยู่กับคนอื่นรวมไป
00:06:35 → 00:06:37ถึงการตัดสินใจภาพในเรื่องใหญ่ๆนะครับว่า
00:06:37 → 00:06:39จะเรื่องของการค้าขายนะครับเรื่องของการ
00:06:39 → 00:06:42ลงทุนเรื่องของการใช้เงินต่างๆต้องเรียน
00:06:42 → 00:06:44จากนี้นะครับต้องเหลือจากความจำเนี่ยก็จะ
00:06:45 → 00:06:46มีเรื่องของพฤติกรรมนะครับเรื่องของ
00:06:46 → 00:06:50บุคลิกนะครับทำให้ผู้ป่วยหลายคนพอช่วงที่
00:06:50 → 00:06:53เป็นมากขึ้นอยากจะมีเหมือนมีนิสัยเปลี่ยน
00:06:53 → 00:06:55ไปนะครับดูมาเป็นคนที่เปลี่ยนไปเลยนะครับ
00:06:55 → 00:06:58ทำให้แม้แต่คนที่คุณเคยรู้สึกว่าผู้ป่วย
00:06:58 → 00:07:01เหมือนคนเป็นคนปหัวหน้าครับรู้สึกว่าไม่
00:07:01 → 00:07:04ต่างจากคนที่รู้จักกันมาแปบ 40 ปี 50 ปี
00:07:04 → 00:07:07แล้วในคนที่เป็นมากๆเลยนะครับสมองจะไม่
00:07:07 → 00:07:10สามารถควบคุมการทำงานต่างๆของร่างกายได้
00:07:10 → 00:07:12นะครับที่เหลือของการขับถ่ายคือไม่สวัสดี
00:07:12 → 00:07:15จากการปัสสาวะได้ไม่สามารถที่จะกลั้นหนู
00:07:15 → 00:07:17จะราได้นะครับบางคนจะมีปัญหาเรื่องของการ
00:07:17 → 00:07:20กลืนนะครับกลืนไม่ค่อยลงทำให้สุดท้ายใน
00:07:20 → 00:07:22ผู้ป่วยเท่านอนเป็นเตียงนะครับไปไหนมาไหน
00:07:22 → 00:07:24ไม่ได้แล้วก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ที่นี่
00:07:24 → 00:07:27ภาพตัวในใจว่าตัวโลกเรียนนะคะเพราะ
00:07:27 → 00:07:29อัลไซเมอร์เนี่ยผู้ป่วยเองเนี่ยอาจจะไม่
00:07:29 → 00:07:31ได้ทุกข์ทรมานมากขึ้นถึงว่าด้วยความที่
00:07:31 → 00:07:34สมองจะจำอะไรไม่ค่อยได้นะครับมันก็เลย
00:07:34 → 00:07:36เหมือนกับตัวเขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก
00:07:36 → 00:07:39ไม่รู้ตัวแต่ญาติพี่น้องใกล้ชิดต้องดูแล
00:07:39 → 00:07:41เนี่ยะจะค่อนข้างลำบากนะครับแล้วก็เครียด
00:07:41 → 00:07:44มากส่วนหนึ่งก็ตรงไปตรงมานะครับก็คือ
00:07:44 → 00:07:45เมื่อพบป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เดี๋ยว
00:07:45 → 00:07:48คนที่ต้องดูแลก็เหนื่อยหน่อยแต่ที่คนกลัว
00:07:48 → 00:07:50โลกนี้กันมากนะครับเพราะว่าโรคอัลไซเมอร์
00:07:50 → 00:07:52เดี๋ยวมันจะทำให้คนที่เราเหมือนกับคุณเคย
00:07:52 → 00:07:55นะครับรักกันนะครับหรือว่าอยู่ด้วยกันมา
00:07:55 → 00:07:58หลายสิบปีเนี่ยกลายเป็นคนแต่งหน้าไปนิสัย
00:07:58 → 00:08:01เปลี่ยนไปจำเราไม่นี้นะครับหลายครั้งแต่
00:08:01 → 00:08:05ก็โกรธครับกฎลูกกรดหลานนะครับกดพระยาถาม
00:08:05 → 00:08:08ว่าขโมยของบ้างนะครับหรือว่าออกโกรธสามี
00:08:08 → 00:08:11ภรรยานะครับพาว่านอกใจได้ซึ่งเรื่องเหล่า
00:08:11 → 00:08:13นี้มันจะค่อนข้างทำร้ายจิตใจกับญาติใกล้
00:08:13 → 00:08:16ชิดที่เคยดูแลกันมาหรือว่าคุ้นเคยกันมา
00:08:16 → 00:08:18นานซึ่งหลายครั้งนะครับคนที่ดูแลเองในก็
00:08:18 → 00:08:21ทนไม่ไหวนะครับผมดูเวลาบางคนก็มีภาวะซึม
00:08:21 → 00:08:23เศร้านะครับแล้วก็ทำให้เหมือนกับต้องทอด
00:08:23 → 00:08:26ทิ้งผู้ป่วยนะครับแต่ว่าตัวเองนี้ก็ยัง
00:08:26 → 00:08:28ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดนะครับรู้สึก
00:08:28 → 00:08:30เศร้าที่ต้องทอดทิ้งคนรักหรือว่าทอดทิ้ง
00:08:30 → 00:08:32พ่อแม่ตัวเองอันนี้ก็เป็นเหตุผลเขาจะไป
00:08:32 → 00:08:34หลายคนก็รู้สึกนะคะว่าโรคอัลไซเมอร์
00:08:34 → 00:08:36เดี๋ยวเป็นโรคที่คนข้างน่ากลัวนะครับแล้ว
00:08:36 → 00:08:39ก็ไม่อยากเป็นซึ่งจะนำไปสู่คำถามถัดไปก็
00:08:39 → 00:08:40คือว่าโรคอัลไซเมอร์เนี่ยเป็นโรคที่รักษา
00:08:41 → 00:08:43ได้หรือเปล่านะครับว่าป้องกันให้เกิดได้
00:08:43 → 00:08:47ไหม
00:08:47 → 00:08:50ในแง่ของการรักษานะครับปัจจุบันในต้องถือ
00:08:50 → 00:08:52ว่าโรคอัลไซเมอร์เนี่ยมันยังไม่มีการ
00:08:52 → 00:08:55รักษาที่จะทำให้หายขาดได้นะครับแต่ก็ไม่
00:08:55 → 00:08:57ได้แปลว่าไม่มีการรักษานะครับให้จอ Focus
00:08:57 → 00:08:59อกการรักษาหรือเป้าหมายของการรักษาเนี่ย
00:08:59 → 00:09:03อ่ะก็จะค่อนข้างไปในทางที่มันก็พยายามที่
00:09:03 → 00:09:06จะชะลอความเร็วของการกำเนินของโลกนะครับ
00:09:06 → 00:09:09ก็คือพวกนี้คือให้โลกมันแย่ลงช้าลงนะครับ
00:09:09 → 00:09:11หรือว่าไปรับน้องการรักษาที่ช่วยคุณภาพ
00:09:11 → 00:09:14ชีวิตของผู้ป่วยและก็ญาติที่ดูแลเนี่ย
00:09:14 → 00:09:17อ่อนดีขึ้นดังนั้นนะครับเมื่อโลกมันยัง
00:09:17 → 00:09:19ไม่มีทางรักษามันก็เลยมีความพยายามที่จะ
00:09:19 → 00:09:21โฟกัสเป็นเนี่ยของการป้องกันนะครับหรือ
00:09:21 → 00:09:24ว่าลดความเสี่ยงของการเกิดเป็นโรคนี้ซึ่ง
00:09:24 → 00:09:27ใบว่าปัจจุบันเราจะไม่มีวิธีป้องกันที่
00:09:27 → 00:09:28ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับแต่ว่า
00:09:28 → 00:09:30ปัจจุบันเราก็รู้ว่ามันมีหลายปัจจัยนะ
00:09:30 → 00:09:32ครับที่มันสามารถที่จะช่วยลดความเสี่ยง
00:09:32 → 00:09:35ของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้และที่ดีมากๆ
00:09:35 → 00:09:37ก็คือวิธีลดความเสี่ยงให้เกิดโรค
00:09:37 → 00:09:40อัลไซเมอร์นะครับมันก็เป็นวิธีเดียวกับ
00:09:40 → 00:09:41ที่ใช้ป้องกันโรคคนอื่นๆครับที่เรากลัว
00:09:41 → 00:09:43กันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคเบาหวานนะ
00:09:43 → 00:09:46ครับโรคหัวใจนะครับโรคมะเร็งหรือพูดง่ายๆ
00:09:46 → 00:09:49ก็คือว่าถ้าเราทำเพื่อป้องกันโรคคืนได้นะ
00:09:49 → 00:09:50ครับก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรค
00:09:50 → 00:09:54อัลไซเมอร์ได้ที่นี่วิธีการที่สามารถจะลด
00:09:54 → 00:09:56ความเสี่ยงได้หรือว่าการเปรียบไว้ทรายที่
00:09:56 → 00:09:59จะช่วยลดความเสียดายในมันมีอะไรนะครับตัว
00:09:59 → 00:10:01อย่างก็เช่นนะครับที่บ่เคยกันดีนะครับ
00:10:01 → 00:10:03เรื่องของการต่อลดเหล้านะครับสูตรไข่คน
00:10:03 → 00:10:06ที่ดื่มเหล้าเยอะนะครับเดี๋ยวขอเยอะเนี่ย
00:10:06 → 00:10:08ก็เรื่องของการรถเล่านะครับถ้าเป็นคนที่
00:10:08 → 00:10:10สุดบุหรี่อยู่กันเลิกบุหรี่เนี่ยก็จะช่วย
00:10:10 → 00:10:13ลดความเสี่ยงได้การกินอาหารที่ดีสุขภาพนะ
00:10:13 → 00:10:15ครับซึ่งก็คงไม่ต้องอธิบายมากนะครับก็จะ
00:10:15 → 00:10:17เป็นเรื่องของการรบแดงนะครับพยายามเพิ่ม
00:10:17 → 00:10:20ผักผลไม้ขอในอาหารให้มากขึ้นนะครับกินพวก
00:10:20 → 00:10:24อาหารจักพืชเนี่ยให้อย่างสม่ำเสมอเรื่อง
00:10:24 → 00:10:26ของการออกกำลังกายนะครับเราถ้ามีโรคประจำ
00:10:26 → 00:10:28ตัวอื่นนะครับเช่นโรคเบาหวานนะครับว่าควร
00:10:28 → 00:10:32เลยสูงนะครับก็พยามควบคุมโรคเหล่านั้นที่
00:10:32 → 00:10:35ดีนะครับคือพยายามรักรักษานะครับหรือว่า
00:10:35 → 00:10:37คุมปรับเปลี่ยนร้านใส่ต่างให้โลกเรียนมัน
00:10:37 → 00:10:40สามารถคุมได้ดีมันก็จะช่วยลดความเสี่ยง
00:10:40 → 00:10:43ของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ด้วยต้องนี้จะนี้
00:10:43 → 00:10:45นะครับเป็นเรื่องของทางสังคมนะครับเช่นคน
00:10:45 → 00:10:48ที่มีสังคมนะครับเข้าสังคมติดต่อกับ
00:10:48 → 00:10:52เพื่อนๆโอกาสที่ได้ไปเจอพูดคุยนะครับก็จะ
00:10:52 → 00:10:54มีความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์น้อยลงเท่า
00:10:54 → 00:10:58นั้นจะมีเงินเป็นเรื่องของการใช้สมองนะ
00:10:58 → 00:11:00ครับได้สมองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมาเรื่อย
00:11:00 → 00:11:02ๆนะครับเช่นเรื่องของการอ่านหนังสือนะ
00:11:02 → 00:11:04ครับเรื่องของการอย่างเช่นเรื่องมาสุดใคร
00:11:04 → 00:11:06ที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องของโลกแล้วมาฟัง
00:11:06 → 00:11:08เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังเหล่านี้นะครับ
00:11:08 → 00:11:11เรื่องใหม่ๆนะครับเรียนรู้ภาษาใหม่ๆนะ
00:11:11 → 00:11:13ครับเล่นดนตรีนะครับหรือว่าการเดินทาง
00:11:13 → 00:11:16ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่ๆจะพบปะผู้คน
00:11:16 → 00:11:18ใหม่ๆเนี่ยก็ช่วยลดความเสี่ยงของโรค
00:11:18 → 00:11:21อัลไซเมอร์ได้แล้วดึงปัจจัยสำคัญนะครับ
00:11:21 → 00:11:23ที่ปัจจุบันนักเรียนสารนะคะหมอเนี่ยเพิ่ง
00:11:23 → 00:11:26จะเรียนรู้กันไม่นานนะครับก็คือเรื่องของ
00:11:26 → 00:11:29จุลินทรีย์นำไส้มันอาจจะเกี่ยวข้องรถจะ
00:11:29 → 00:11:31สำคัญเลยนะครับผมการเกิดโรคอัลไซเมอร์
00:11:31 → 00:11:34ด้วยเช่นกันและแน่นอนว่าการดูแล
00:11:34 → 00:11:37จุลินทรีย์ในลำไส้ของเราเนี่ยจะช่วยลดการ
00:11:37 → 00:11:39เกิดเข้าใส่เมื่อด้วยเช่นกันฟังมาถึงตรง
00:11:39 → 00:11:41นี้นะผมก็เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกถึงใส
00:11:41 → 00:11:43ขึ้นมานะคะว่าไอ้แล้วจู่ๆเนี่ยเหมือนกับ
00:11:43 → 00:11:46นักเดียวศาสตร์หรือหมอนะครับมาเห็นความ
00:11:46 → 00:11:47สัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์ลำไส้กับโรค
00:11:47 → 00:11:50อัลไซเมอร์ได้ยังไงนะครับทำไมจู่ๆฉันคิด
00:11:50 → 00:11:52ว่าโรคของสมองเนี่ยมันจะมาเกี่ยวข้องกับ
00:11:52 → 00:11:58จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ได้
00:11:58 → 00:12:01เรื่องกล่าวนะแต่ว่าครั้งแรกๆนะครับที่นะ
00:12:01 → 00:12:03คะยาศาสตร์เดี่ยวสนใจว่าโรคอัลไซเมอร์มัน
00:12:03 → 00:12:06จะเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์นะมาไส้เด่นมัน
00:12:06 → 00:12:09เริ่มมาจากตอนที่พยายามมีความพยายามนะคะ
00:12:09 → 00:12:11ที่จะสร้างหนูที่มีพันธุกรรมที่เสี่ยงจะ
00:12:11 → 00:12:14เป็นโรคอัลไซเมอร์ขึ้นมาก็อย่างนี้ครับ
00:12:14 → 00:12:16ปกติในการทดลองทางการแพทย์เนี่ยทาง
00:12:16 → 00:12:19วิทยาศาสตร์เวลาเราจะลองในสัตว์เราจะต้อง
00:12:19 → 00:12:21เหมือนกับคัดเลือกสายพันธุ์สัตว์เอามา
00:12:21 → 00:12:23ก่อนหนูจะลองขึ้นมาก่อนนะครับที่จะทำให้
00:12:23 → 00:12:26มีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคที่เราอยากจะ
00:12:26 → 00:12:28ศึกษาเช่นอย่างไรนี่ของอัลไซเมอร์สมุดนัก
00:12:28 → 00:12:30เรียนศาสตร์กับศึกษาเนี่ยก็ต้องพยายาม
00:12:30 → 00:12:32เหมือนกับสร้างแล้วคันเรื่องสายพันธุ์หนู
00:12:32 → 00:12:34ที่มีความเสี่ยงจะเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นมา
00:12:34 → 00:12:37ก่อนเคยเป็นอนิมะโมเดลนะครับเพื่อจะนำมา
00:12:37 → 00:12:41ใช้ทดลองและศึกษาต่างๆที่นี่เมื่อคัด
00:12:41 → 00:12:43เลือกจะไปตั้งได้หนูสายพันธุ์ที่มีความ
00:12:43 → 00:12:45เสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ขึ้นมาแล้ว
00:12:45 → 00:12:47เนี่ยแล้วก็มีระยะสาดนะครับที่เหมือนกับ
00:12:47 → 00:12:50ไปศึกษา jun 4 ลำไส้ของหนูเหล่านี้นะ
00:12:50 → 00:12:51ครับผมที่มีความเสี่ยงเป็นอัลไซเมอร์
00:12:51 → 00:12:54เนี่ยยกคนเพราะว่าจุลินทรีย์นำใช่ของดู
00:12:54 → 00:12:57แล้วเนี่ยมันต่างไปจากจุลินทรีย์ในลำไส้
00:12:57 → 00:13:00ของหนูปกติและเมื่อไปศึกษาในรายละเอียดก็
00:13:00 → 00:13:02เพราะว่าความต่างที่ว่ามันมีความต่างหลาย
00:13:02 → 00:13:05ลักษณะด้วยกันนะครับเช่นอาจจะมีเรื่องของ
00:13:05 → 00:13:07ความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้เนี่ย
00:13:07 → 00:13:10ที่น้อยกว่าหนูปกติหรือว่าชนิดของ
00:13:10 → 00:13:12จุลินทรีย์ก็ต่างไปนะครับเช่นในหนูที่มี
00:13:12 → 00:13:14ความเสี่ยงอัลไซเมอร์เดี๋ยวมันจะมี
00:13:14 → 00:13:16จุลินทรีย์บางชนิดเนี่ยน้อยกว่าหนูทั่วไป
00:13:16 → 00:13:19และมีบังจุนจีมาชนิดเนี่ยพบมากกว่าในหนู
00:13:19 → 00:13:21ทั่วไปมันก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมานะคะ
00:13:21 → 00:13:23ว่าไอ้ความต่างของจุลินทรีย์เดี๋ยวมันจะ
00:13:23 → 00:13:25เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือ
00:13:25 → 00:13:28เปล่าในเวลาต่อมาก็มีการศึกษาในคอนะครับ
00:13:28 → 00:13:30แล้วก็พบว่าในมนุษย์เนี่ยนะครับก็มี
00:13:30 → 00:13:32ลักษณะคล้ายๆกันก็คือว่าจุลินทรีย์น้ำไส้
00:13:32 → 00:13:34ของคนที่เปิดโรคอัลไซเมอร์เนี่ยก็จะมี
00:13:34 → 00:13:36ความต่างไปจากคนที่ไม่เปิดโรคอัลไซเมอร์
00:13:36 → 00:13:39เหมือนกันเราก็จะรักษาให้คล้ายกันก็คือ
00:13:39 → 00:13:41ว่าจะมีความหลากหลายที่น้อยกว่านะครับ
00:13:41 → 00:13:43แล้วก็มีจุลินทรีย์บางชนิดเลือกมากขึ้นนะ
00:13:43 → 00:13:46ครับชีวิตน้อยลงดังนั้นคำถามถัดไปนะครับ
00:13:46 → 00:13:49ก็คือว่าแล้วจุนซีนลำไส้ที่มันเปลี่ยนไป
00:13:49 → 00:13:51นะครับมันจะไม่เกี่ยวข้องกับโรค
00:13:52 → 00:13:54อัลไซเมอร์ของสมองเนี่ยถ้ายังไงสำหรับคน
00:13:54 → 00:13:56ไก่นะครับว่าจุลินทรีย์ในลำไส้เนี่ยมัน
00:13:56 → 00:13:58เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
00:13:58 → 00:14:00อย่างไรปัจจุบันเนี่ยต้องถือแต่กูก็ยัง
00:14:00 → 00:14:02ไม่ค่อยชัดเจนนะครับแต่มันก็เป็นไปได้
00:14:02 → 00:14:05หลายคนไกลนะครับซึ่งมันก็จะคล้ายๆกับที่
00:14:05 → 00:14:07เราคุยกันไปแล้วในหลายๆที่สุดที่ผ่านมานะ
00:14:07 → 00:14:10ครับตัวอย่างเช่นนะครับการจะทำงานผ่าน
00:14:10 → 00:14:13ระบบภูมิคุ้มกันคือถ้าจุลินทรีย์รวมไส้
00:14:13 → 00:14:16ของเราเนี่ยมันเป็นแปลงและทำให้เกิดภาวะ
00:14:16 → 00:14:19เสพมากขึ้นนะครับก็คือแบบว่าเกิดการเพาะ
00:14:19 → 00:14:21กันเสียบได้น้อยนะครับแต่ว่าเป็นแบบ
00:14:21 → 00:14:23เรื้อรังเนี่ยศาลอักเสบที่สร้างขึ้นมา
00:14:23 → 00:14:25เนี่ยมันอาจจะเข้าไปในเลือดนะครับแล้วก็
00:14:25 → 00:14:28สามารถขึ้นไปมีผลต่อเซลล์สมองได้ที่นี่
00:14:28 → 00:14:31การอักเสบที่เกิดขึ้นกับสมองมันจะลักษณะ
00:14:31 → 00:14:33เศษแบบที่เกิดขึ้นน้อยนะครับแต่ว่าเป็น
00:14:33 → 00:14:35นานๆนะครับคือไม่ใช่การเกษตรที่ทำให้เรา
00:14:35 → 00:14:37เกิดเกิดโรคและเกิดอาการขึ้นอย่าง
00:14:37 → 00:14:40ปัจจุบันทันด่วนนะครับมันจะมีคำเรียกที่
00:14:40 → 00:14:42ว่า New โรยตัวเนชั่นนะครับนิวโลว์ที่แปล
00:14:42 → 00:14:45ว่าแบบครับเซลล์ประสาทนะครับเพื่อเนชั่น
00:14:45 → 00:14:48ที่แปลว่าการอักเสบเนี่ยอ๋อเกิดขึ้นแล้ว
00:14:48 → 00:14:51ก็มีทฤษดีนะครับมีสมมุติฐานที่เชื่อว่าใน
00:14:51 → 00:14:53การอักเสบแบบนี้นะครับมีเวอร์ชั่นระยะยาว
00:14:53 → 00:14:56เนี่ยมันอาจจะนำไปสู่ร่วมตาของสมองได้
00:14:56 → 00:14:58เช่นโรคพาร์กินสันโรคอัลไซเมอร์อย่างที่
00:14:58 → 00:15:01ว่าไปนะครับแล้วก็มีโรคไมเกรนในบางคนนะ
00:15:01 → 00:15:04ครับคนกันที่ 2 นะครับที่อาจจะเป็นไปได้
00:15:04 → 00:15:07นะครับก็คือเรื่องของการที่จุนสีต่างๆที่
00:15:07 → 00:15:09อาศัยอยู่ในลำไส้เนี่ยที่เราคุยกันไปนะ
00:15:09 → 00:15:11ครับจุลินทรีย์เราเนี่ยมันจะสร้างสรรค์
00:15:11 → 00:15:14ทีมอย่างต่างได้มากมายนะครับซึ่งฉันเคมี
00:15:14 → 00:15:16พวกนี้เรามาจะเรียกรวมกันว่าอ่ะแม้แต่บน
00:15:16 → 00:15:19LINE อีกนะครับเราหนึ่งในไม่ต้องไป C
00:15:19 → 00:15:21สร้างมาแล้วก็เชิญพวกกรดไขมันสายสั้นที่
00:15:21 → 00:15:23ว่าชอบเช็คพัทยาสิทธิ์ที่เราคุยกันไปหลาย
00:15:23 → 00:15:26รอบแล้วนะครับอ่อน้องเหนือจากสารพวกชัด
00:15:26 → 00:15:28เจนพัทยาสิทธิ์นะครับก็จะมีพวกสารสื่อ
00:15:28 → 00:15:30ประสาทบางอย่างที่นี่ไอ้สารเคมีเหล่านี้
00:15:30 → 00:15:33นะครับว่าจะมาไลค์ทั้งหลายเนี่ยมันมีผล
00:15:33 → 00:15:36ต่อสมองได้นะครับซึ่งวิธีการที่มันจะไปมี
00:15:36 → 00:15:38ผลต่อสมองเนี่ยมันก็ผ่านหลายเส้นทางด้วย
00:15:38 → 00:15:40กันอาจจะผ่านเรื่องของเส้นประสาทในการ์ด
00:15:40 → 00:15:42ที่เราเคยเห็นไปนะครับหรือว่าเข้าไปใน
00:15:42 → 00:15:45เลือดแล้วก็จากเลือดในก็ขึ้นไปที่สมองนะ
00:15:45 → 00:15:49ครับก็จะมีผลต่อการแปลงข้อมูลต่างๆอัน
00:15:49 → 00:15:51นั้นก็เป็นโรงเรียนที่สอนนะครับก็ได้อัน
00:15:51 → 00:15:53หนึ่งที่อาจจะเป็นไปได้นะครับก็คือมีการ
00:15:53 → 00:15:55ค้นพบว่าพวกจุลินทรีย์นะครับว่าจะว่าแบต
00:15:55 → 00:15:58ตรีบัญชีได้ลำไส้เนี่ยมันสามารถที่จะ
00:15:58 → 00:16:01สร้างสารหรือว่าสร้างมีสีน้ำไอลอยออกมา
00:16:01 → 00:16:04ได้ที่นี่ถ้าจำตอนแรกคุยกันได้นะคะว่า
00:16:04 → 00:16:07หนึ่งในลักษณะของโรคอัลไซเมอร์เนี่ยมันก็
00:16:07 → 00:16:09คือการที่มีโปรตีนที่ชื่อว่าเบต้าไม่ลอย
00:16:09 → 00:16:12เนี่ยไปเกาะที่ที่เซลล์ของสมองแล้วก็ทำ
00:16:12 → 00:16:14ให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ของสมองเนี่ย
00:16:14 → 00:16:17มันสียไปดังนั้นนะครับเมื่อมีการค้นพบว่า
00:16:17 → 00:16:19จุลินทรีย์นำใช่เราประเทศเราใช่บางตัว
00:16:19 → 00:16:21เนี่ยมันสามารถที่จะสร้างโปรตีนนำอะไรออก
00:16:21 → 00:16:24มาได้เนี่ยมันก็เป็นไปได้ว่าให้โปรตีนเอา
00:16:24 → 00:16:26ใหม่ร้อยตัวเนี้ยเหมือนอาจจะเกี่ยวข้องนะ
00:16:26 → 00:16:29ครับกับไม่รอยที่เกิดขึ้นในสมองในเวลาต่อ
00:16:29 → 00:16:31มาได้ด้วยโดยสรุปนะครับจะเห็นว่า
00:16:31 → 00:16:33จุลินทรีย์รู้ไปเที่ยวต่างๆที่อาศัยอยู่
00:16:33 → 00:16:36ในลำไส้ของเราเนี่ยมันสามารถสร้างสารเคมี
00:16:36 → 00:16:38ออกมาได้มากมายนะครับแล้วสารเคมีเหล่า
00:16:38 → 00:16:42เนี้ยมันสามารถเป็นมีผลต่อสมองได้ซึ่งสาร
00:16:42 → 00:16:45บางชนิดก็จะไปป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสมอง
00:16:45 → 00:16:48เสื่อมโรคอัลไซเมอร์ขึ้นมาสารเคมีบางชนิด
00:16:48 → 00:16:51เนี่ยเพิ่มความเสี่ยงได้ดังนั้นชนิดของ
00:16:51 → 00:16:52จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา
00:16:52 → 00:16:55เนี่ยก็จะมีความสำคัญว่ามันจะทำให้มีการ
00:16:55 → 00:16:57สร้างสารเคมีกลุ่มไหมเนี่ยมากพิเศษนะครับ
00:16:57 → 00:17:00ที่นี่การค้นพบจุลินทรีย์ในลำไส้แต่ถ้า
00:17:00 → 00:17:02มันเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการเกิดโรค
00:17:02 → 00:17:04อัลไซเมอร์ด้วยเนี่ยมันค่อนข้างน่าสนใจ
00:17:04 → 00:17:07มากนะครับเพราะว่าโรคนี้อย่างที่เราว่าไป
00:17:07 → 00:17:09เป็นโรคที่ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้
00:17:09 → 00:17:12หายขาดได้จากนั้นการป้องกันด้วยการลดความ
00:17:12 → 00:17:15เสี่ยงมีความสำคัญมากแล้วจุลินทรีย์และลำ
00:17:15 → 00:17:17ไส้ของเรานะครับอย่างที่เราคุยกันมาตลอด
00:17:17 → 00:17:19นะครับประมาณสิทธิสดที่พามาเนี่ยว่าเรา
00:17:19 → 00:17:21สามารถปรับเปลี่ยนจุลินทรีย์ในลำไส้ของ
00:17:21 → 00:17:24เราได้โดยวิธีการที่ง่ายนะครับจะเรื่อง
00:17:24 → 00:17:26ของการปรับอาหารนะครับเรื่องของปรับ
00:17:26 → 00:17:29เปลี่ยนไว้ทรายดังนั้นก็เท่ากับว่าการ
00:17:29 → 00:17:30ปรับเปลี่ยนง่ายเหล่านี้เป็นสามารถที่
00:17:30 → 00:17:33ช่วยป้องกันโรคที่ไม่มีทางรักษาโรคที่ยัง
00:17:33 → 00:17:35ไม่มีวิธีการรักษาเนี่ยให้มีความเสี่ยง
00:17:35 → 00:17:38น้อยลงได้แล้วก็เป็นรถที่ 2 จะเป็นวันนี้
00:17:38 → 00:17:41นะครับก็คือว่าพาร์กินสันนะครับก็เป็นสาร
00:17:41 → 00:17:42นะครับก็เป็นโรคของสมองอีกรอบนึงนะครับ
00:17:42 → 00:17:45ที่จะถือว่าเป็นโรคความเสื่อมของสมองนะ
00:17:45 → 00:17:48ครับเหมือนกับโรคอัลไซเมอร์เราในโรคความ
00:17:48 → 00:17:50เสื่อมของสมองทั้งหมดนะครับที่เราคุยไป
00:17:50 → 00:17:52เมื่อกี้ว่าอัลไซเมอร์แนวป๊อปมากที่สุดนะ
00:17:52 → 00:17:55ครับก็คือประมาณ 80% อันดับสองรองลงมาก็
00:17:55 → 00:17:58คือโรคพาร์กินสันนะครับซึ่งก็ถือว่าพบได้
00:17:58 → 00:18:00ค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน
00:18:00 → 00:18:02จะเอาใส่มื้อเนี่ยครับเป็นประเด็นๆที่เรา
00:18:02 → 00:18:04คุยกันไปก็จะได้ๆก็เป็นเรื่องของความจำ
00:18:04 → 00:18:07แต่ว่าถ้าเป็นพาร์กินสันเนี่ยความผิดปกติ
00:18:07 → 00:18:09เด่นเลยนะจะไปเรื่องของกลางเคลื่อนไหวของ
00:18:09 → 00:18:12ร่างกายที่ผิดปกติที่ได้คำถามก็คือว่า
00:18:12 → 00:18:15ทำไมการเคลื่อนไหวของร่างกายมันผิดปกติไป
00:18:15 → 00:18:19คำตอบก็คือว่ามันเริ่มต้นนะครับมาจากการ
00:18:19 → 00:18:21ที่เซลล์ในสมองกลุ่มเลยเนี่ยซึ่งเป็น
00:18:21 → 00:18:24เซลล์ที่สร้างสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าโด
00:18:24 → 00:18:27ปามีนซึ่งกลุ่มนี้มันถูกทำลายไปผลที่เกิด
00:18:27 → 00:18:29ขึ้นก็คือว่าทำให้สารโดปามีนที่ประชาชน
00:18:29 → 00:18:33ประสาทมันมีจำนวนน้อยลงผลต่อมาก็คือว่า
00:18:33 → 00:18:35เมื่อสารสื่อประสาทตัวนี้มันน้อยลงเนี่ย
00:18:35 → 00:18:38มันจะทำให้การสื่อสารในสมองมันเสียไปโดย
00:18:38 → 00:18:41เฉพาะพงษ์จรที่โดนกระทบมากๆเนี่ยมันเป็น
00:18:41 → 00:18:44วงจรในสมอที่เกี่ยวข้องกับการเริ่ม
00:18:44 → 00:18:47เคลื่อนไหวนะครับก็ถือว่าตอนที่เราจะเลิก
00:18:47 → 00:18:48ทำอะไรสักอย่างตอนเริ่มเดี๋ยวมันจะมี
00:18:48 → 00:18:51ปัญหามันจะเริ่มได้ยากเองระบบเลยนะครับ
00:18:51 → 00:18:54ที่เจริญผลกระทบมากเมื่อศาลโดมีมาน้อยลง
00:18:54 → 00:18:56เนี่ยก็คือเรื่องของอารมณ์อันนี้มาดูสัก
00:18:56 → 00:18:58นิดนะครับว่าผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเนี่ยจะ
00:18:58 → 00:19:04มีอาการแล้วก็มีอาการเป็นยังไงบ้าง
00:19:04 → 00:19:08ครับอาการของโรคคนที่เปิดโรคพาร์กินสันนะ
00:19:08 → 00:19:10ครับอาจจะมองแยกกว้างเนี่ยเป็น 2 กลุ่ม
00:19:10 → 00:19:12ด้วยกันก็คือกลุ่มได้จะเป็นอาการที่
00:19:12 → 00:19:15เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกายนะ
00:19:15 → 00:19:16ครับแล้วอาการส่วนที่ 2 ก็คือเป็นผู้
00:19:16 → 00:19:19อาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวมา
00:19:19 → 00:19:21ดูเรื่องของการขึ้นไว้ก่อนว่าให้การ
00:19:21 → 00:19:23เคลื่อนไหวที่ผิดปกติมันผิดปกติอย่างไรนะ
00:19:23 → 00:19:26ครับลักษณะหลักๆเลยนะครับออกการเคลื่อน
00:19:26 → 00:19:29ไหวของพาร์กินสันบันจะเรียกว่ามีความค่อน
00:19:29 → 00:19:31ข้างโดดเด่นนะครับมาถึงว่ามันมีลักษณะ
00:19:31 → 00:19:34เฉพาะของมันคือหมอลายข้างเนี่ย Smart
00:19:34 → 00:19:36เห็นแล้วก็จะไว้วินิจฉัยโรคจากลักษณะของ
00:19:36 → 00:19:39การเคลื่อนไหวที่ปกติได้เลยอย่างแรกสุดนะ
00:19:39 → 00:19:41ครับก็จะเป็นเรื่องของอาการสัตว์โดยเฉพาะ
00:19:41 → 00:19:44การสรรที่เบนที่มือที่ขานะครับบางคนจะ
00:19:44 → 00:19:46เป็นที่ข้างนะครับทำให้ดูนะครับปากมัน
00:19:46 → 00:19:50สั้นๆนะครับแล้วก็การสัตว์ในจะมีลักษณะ
00:19:50 → 00:19:53ที่จะเป็นการสั่นตอนที่ไม่ได้ใช้งานเมื่อ
00:19:53 → 00:19:56เริ่มใช้งานและการแสดงมันก็จะหายไปลักษณะ
00:19:56 → 00:19:58การเคลื่อนไหวปิดปฏิบัติที่ 2 นะครับที่
00:19:58 → 00:20:00พบได้บ่อยก็คือเรื่องของเต็มที่จะเคลื่อน
00:20:00 → 00:20:03ไหวแบบช้าๆนะครับมันจะดูเหมือนกับผู้ป่วย
00:20:03 → 00:20:06เมียร์ฟลักษณะของมันสโลโมชั่นเคลื่อนตก
00:20:06 → 00:20:09ช้าๆนะครับปลาเดินก็จะเดินช้าและก้าวเท้า
00:20:09 → 00:20:12นี้จะ 9 ค่อนข้างสั้นและลักษณะที่รัตตะ
00:20:12 → 00:20:15อย่างก็คือว่าเวลาทำท่าอะไรซ้ำๆนะครับ
00:20:15 → 00:20:18เช่นผู้ป่วยทำอะไรซ้ำๆเนี่ยเหมือนกับว่า
00:20:18 → 00:20:21เวลาทำท่านั้นมันจะทำได้เล็กลงเรื่อยๆลด
00:20:21 → 00:20:24ลงเรื่อยๆเช่นสมมติว่าให้ทำมือเป็นวงกลม
00:20:24 → 00:20:25เนี่ยก็ทำไปเรื่อยๆนะมือที่ทำแล้วก็จะ
00:20:25 → 00:20:28เป็นความวงที่เล็กลงเล็กลงเล็กลงไปเรื่อย
00:20:28 → 00:20:31ๆอาการเคลื่อนไหวผิดปกติแบบที่ 3 นะครับ
00:20:31 → 00:20:33ก็คืออาการที่เขาเรียกว่าเป็นอาการฝึก
00:20:33 → 00:20:35เร่งนะครับก็คือตามชื่อเลยนะครับว่าเวลา
00:20:35 → 00:20:38ที่จะคุยกันกล้ามเนื้อนะครับแล้วขยับข้าง
00:20:38 → 00:20:40แรกเนี่ยมันจะเหมือนกับฝืนนะครับน้ำมัน
00:20:40 → 00:20:43ฝืดมันจะเกร็งมันจะคุยกันได้ยากนะครับผู้
00:20:43 → 00:20:45ใดฆ่ามันจะขยับไม่ค่อยได้นะครับแล้วก็
00:20:45 → 00:20:47เวลาเทียบจะขยับถึงจะรู้สึกเจ็บปวดก็ได้
00:20:47 → 00:20:50การเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างนะครับที่เห็น
00:20:50 → 00:20:52ง่ายก็คือเรื่องของการทรงตัวนะครับคือผู้
00:20:52 → 00:20:55ป่วยจะล้มได้ง่ายนะครับแล้วเวลาถ้าเดิน
00:20:55 → 00:20:57เนี่ยมันก็จะมีลักษณะทิพย์เหมือนกับตัว
00:20:57 → 00:21:01เนี่ยจะโค้ง On โต๊ะคอมไปข้างหน้านะครับ
00:21:01 → 00:21:03เหมือนกันว่าควรครั้งจะล้มคำมาไม่ข้าง
00:21:03 → 00:21:05หน้าอยู่กลางเคลื่อนไหวพริบสติกส์ชนิดนึง
00:21:05 → 00:21:07นะครับที่เกิดขึ้นกับพวกปกติกล้ามเนื้อ
00:21:07 → 00:21:10ที่เราเรียกว่าว่าอยู่นอกเกาะการควบคุม
00:21:10 → 00:21:12ของเรานะครับจะเป็นการหน้าที่เราขยับไป
00:21:12 → 00:21:15ที่เราได้คิดเช่นกล้ามเนื้อที่มันช่วย
00:21:15 → 00:21:17เรื่องของการกระพริบตานะครับเรื่องของการ
00:21:17 → 00:21:19ยิ้มต่างๆซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจแล้วก็มันจะ
00:21:19 → 00:21:22เกิดขึ้นเองนะครับดูปลาที่เราเดินจะมีการ
00:21:22 → 00:21:25แกว่งแขนพรุ่งนี้ก็จะมีปัญหานะครับทำให้
00:21:25 → 00:21:27ผู้ป่วยเนื้อจะกระพริบตาน้อยลงนะครับหน้า
00:21:27 → 00:21:30ตาและจะดูนิ่งๆนะครับดูไม่ค่อยยิ้มปลา
00:21:30 → 00:21:32เดินหน้าก็จะไม่ค่อยแกว่งแขนนะครับก็จะทำ
00:21:32 → 00:21:34ให้เหมือนกับเดินตัวตรงๆนะครับดูแล้ว
00:21:34 → 00:21:37เหมือนกับให้ข้าหุ่นยนต์ถ้าเป็นกล้าม
00:21:37 → 00:21:39เนื้อที่เกี่ยวข้องกับแถวๆบริเวณรอบๆป่า
00:21:39 → 00:21:41นะครับการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพูด
00:21:41 → 00:21:43เนี่ยก็จะมีปัญหาเหมือนกันก็จะทำให้ผู้
00:21:43 → 00:21:46ป่วยเนี่ยพูดเสียงค่อนข้างเป่านะครับเวลา
00:21:46 → 00:21:48พูดเนี่ยจะรัวๆนะครับฟังไม่ค่อยชัดเท่า
00:21:48 → 00:21:51ไหร่แล้วก็น้ำเสียงที่ออกมาเนี่ยจะเป็น
00:21:51 → 00:21:53ลักษณะที่เหมือนกับไม่ค่อยมีโทนนะครับไม่
00:21:53 → 00:21:56มีเสียงวรรณยุกต์ขึ้นลงๆนะครับมันจะฟังดู
00:21:56 → 00:21:59ราบเรียบสำหรับการเคลื่อนของพวกกล้าม
00:21:59 → 00:22:01เนื้อนิ้วต่างๆนะครับเรื่องของการเขียนใน
00:22:01 → 00:22:03ก็จะเป็นอีกที่หนึ่งที่เห็นได้ชัดเพราะ
00:22:03 → 00:22:05ว่าผู้ป่วยในฉันรู้สึกว่านี่เนี่ยมันจะ
00:22:05 → 00:22:08ควบคุมกล้ามเนื้อได้ย่างนะครับทำให้การ
00:22:08 → 00:22:10เช่นหนังสือและมันทำได้ยากคุมมือไม่ค่อย
00:22:10 → 00:22:13ได้และวันที่เขียนไปเนี่ยตัวหนังสือนำจะ
00:22:13 → 00:22:15เห็นชัดเลยนะครับตัวเลือกตอนแรกๆต้นฟิล์ม
00:22:15 → 00:22:17จะตัวใหญ่เพราะเพียงแค่นี้เลขตัวหนังสือ
00:22:17 → 00:22:20มันจะค่อยขนเล็กลงเล็กลงเล็กลงนะครับแล้ว
00:22:20 → 00:22:22ทั้งหมดนะครับก็เป็นอาการผิดปกติที่
00:22:22 → 00:22:23เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนะครับที่พบ
00:22:23 → 00:22:26ได้บ่อยๆแค่นี้เราจะมาดูว่าอาการผิดปกติ
00:22:26 → 00:22:28ของโรคพาร์กินสันนะครับที่มีเกี่ยวข้อง
00:22:28 → 00:22:31กับการเคลื่อนไหวบ้างอาการเหล่านี้นะครับ
00:22:31 → 00:22:33มันจะเกิดขึ้นมาทีหลังนะครับเกิดขึ้นตาม
00:22:33 → 00:22:35หลังร้อยจากที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวผิด
00:22:35 → 00:22:38ปกติแล้วตัวอย่างของอาการของนี้ก็เช่นนะ
00:22:38 → 00:22:41ครับอันและก็เป็นเรื่องของการนอนนะครับก็
00:22:41 → 00:22:43หลายคนจะพูดอะไรคนจะมีปัญหาเรื่องของการ
00:22:43 → 00:22:45นอนตอนคือในจะไม่โง่นะครับนอนไม่ค่อยหลับ
00:22:45 → 00:22:48นะครับทำให้อดนอนแล้วก็จะมาง่วงก็ตอนกลาง
00:22:48 → 00:22:50วันอย่างที่สองมันก็เป็นเรื่องของพวก
00:22:50 → 00:22:53ปัญหาของพวกระบบประสาทอัตโนมัตินะครับ
00:22:53 → 00:22:55ระบบประสาทอัตโนมัติเดี๋ยวมันก็คือระบบ
00:22:55 → 00:22:58ประสาทที่คอยควบคุมเรื่องของสิ่งที่อยู่
00:22:58 → 00:23:00นอกจิตสำนึกของเล่านะครับเช่นเรื่องเจอ
00:23:00 → 00:23:02กันกลั้นปัสสาวะกั้นอุจจาระพรุ่งนี้ปกติ
00:23:02 → 00:23:05เราก็ไม่ได้นึกถึงถูกไหมครับแต่ร่างกาย
00:23:05 → 00:23:07เดี๋ยวก็จะไม่ครับทำงานของรัฐเองก็จะ
00:23:07 → 00:23:09เกี่ยวข้องกับการเต้นของหัวใจนะครับ
00:23:09 → 00:23:12เกี่ยวข้องกับกันบีบกดตัวและขยายตัวของ
00:23:12 → 00:23:14เส้นเลือดที่ผู้ป่วยเนี่ยพวกเมื่อมีปัญหา
00:23:14 → 00:23:16เรื่องของระบบประสาทอัตโนมัติเนี่ยเขาจะ
00:23:16 → 00:23:19มีอาการที่เกี่ยวข้องเส้นอะไรคนจะมีอาการ
00:23:19 → 00:23:21กลั้นปัสสาวะกันจะรักไม่ค่อยอยู่นะครับ
00:23:21 → 00:23:25บางคนจะมีท้องผูกนะครับแล้วก็ถ้าเป็น
00:23:25 → 00:23:27เรื่องของเส้นเลือดนะครับที่ว่าไปก็คือ
00:23:27 → 00:23:30ว่ากูบางคนเนี่ยก็จะมีอาการที่ไปออกมา
00:23:30 → 00:23:32เป็นลักษณะการที่เหมือนกับหน้ามือได้ง่าย
00:23:32 → 00:23:34นะครับเฉพาะเปลี่ยนท่าจากท่านั่งเป็นท่า
00:23:34 → 00:23:37ยืนและจากท่านอนแล้วลุกขึ้นยืนเนี่ยเพราะ
00:23:37 → 00:23:40ว่าตอนที่เราลุกขึ้นยืนเลือดจนไปกองที่
00:23:40 → 00:23:43เท้าถ้าในคนปกตินะครับตัวเส้นเลือดมันจะ
00:23:43 → 00:23:45สามารถที่จะขดตัวแล้วก็เหมือนครับเพิ่ม
00:23:45 → 00:23:48ความดันครับให้เลือดไม่สามารถเอาผิดไปกอง
00:23:48 → 00:23:51ที่ส่วนล่างของร่างกายได้มากนักแต่ในคน
00:23:51 → 00:23:53ที่เสียระบบประสาทตรงนี้ไปเนี่ยเส้นเลือด
00:23:53 → 00:23:56จะเสียหน้าที่นี้ไปทำให้พอเราเปลี่ยนท่า
00:23:56 → 00:23:59ลุกขึ้นยืนปุ๊บเลือดมันก็จะไหลตามเอาแรง
00:23:59 → 00:24:03โน้มถ่วงที่ 2 ที่ส่วนขาในคอนทางมาทำให้
00:24:03 → 00:24:05พอสมองขาดเลือดอย่างก็เลยมีอาการหน้ามืด
00:24:05 → 00:24:08เวลาที่ยืนขึ้นเร็วได้ต่อเนื่องจากนี้นะ
00:24:08 → 00:24:10ครับก็จะเป็นเรื่องของปัญหาทางอารมณ์
00:24:10 → 00:24:13อย่างที่ว่าไปนะครับว่าถ้าเกิดขาดพูดว่า
00:24:13 → 00:24:15มีเนี่ยผู้ป่วยหลายคนก็จะมีอาการเหมือน
00:24:15 → 00:24:16กับไม่ค่อยมีอารมณ์นะครับจมูกค่อนข้าง
00:24:16 → 00:24:19นิ่งๆนะครับแต่ว่าถ้าเป็นมากขึ้นก็จะ
00:24:19 → 00:24:21สามารถมีอารมณ์ทางด้านลบได้เช่นจะมี
00:24:21 → 00:24:24เรื่องของภาวะซึมเศร้านะครับคนก็จะรู้สึก
00:24:24 → 00:24:27กังวลรู้สึกเคลียร์ได้แล้วในระยะท้ายของ
00:24:27 → 00:24:29โลกนะครับก็จะมีปัญหาเรื่องของความทรงจำ
00:24:29 → 00:24:31แล้วก็เรื่องของการตัดสินใจต่างๆเนี่ย
00:24:31 → 00:24:33เกิดขึ้นตามมาด้วยคะนี่พอเห็นภาพด้วยนะ
00:24:33 → 00:24:36ครับว่าโรคพาร์กินสันมันดีหน้าตาอย่างไร
00:24:36 → 00:24:39นะคะมันมีอาการอะไรบ้างคำถามจะไปคือว่า
00:24:39 → 00:24:45ให้โลกเนี้ยมันเกิดขึ้นจากอะไร
00:24:45 → 00:24:48ก็อย่างที่ว่าไปนะครับว่าโรคพาร์กินสัน
00:24:48 → 00:24:50ที่มันเกี่ยวข้องกับการที่เซลล์ภาษาที่
00:24:50 → 00:24:52สร้างสารโดปามีนในบ้านถูกทำลายไปนะครับ
00:24:52 → 00:24:55แล้วมันตายไปจะได้คำถามว่าทำไมเซลล์
00:24:55 → 00:24:58ประสาทส่วนเนี้ยหรือว่ากลุ่มเรียกของสมอง
00:24:58 → 00:25:00เนี่ยมันตายไปในคราวยังไม่รู้นะนี้นะครับ
00:25:00 → 00:25:02แต่ชื่อว่ามันก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของ
00:25:02 → 00:25:04พันธุกรรมด้วยแล้วก็จะเกี่ยวข้องกับบาง
00:25:04 → 00:25:07อย่างในสิ่งแวดล้อมนะครับมันก็จะมีสวัสดี
00:25:07 → 00:25:09ฐานะครับว่าอาจารย์เกี่ยวข้องกับพวกยาฆ่า
00:25:09 → 00:25:12แมลงนะครับอย่าเอาคำจากวัชพืชทั้งหลายนะ
00:25:12 → 00:25:15ครับโลหะหนักสตางค์แต่ว่าหลักฐานมันก็จะ
00:25:15 → 00:25:17ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่แต่ว่าที่เรารู้แน่
00:25:17 → 00:25:20ๆก็คือว่าเมื่อเราศึกษาสมองของผู้ป่วยที่
00:25:20 → 00:25:22ป่วยด้วยโรคนี้นะครับเราเสียชีวิตไปเนี่ย
00:25:22 → 00:25:25เราจะเพราะว่ามันมีการสะสมของโปรตีนที่
00:25:25 → 00:25:28ผิดปกติชนิดนึงเนี่ยอยู่ในสมองนะครับแล้ว
00:25:28 → 00:25:30ก็อยู่ในบริเวณที่สมองส่วนหน้าถูกทำลาย
00:25:30 → 00:25:32โปรตีนตัวนี้มันจะมีชื่อเรียกไปทั้งภาษา
00:25:32 → 00:25:35ทางการแพทย์ครับภาษาวิทยาศาสตร์นะว่าเอา
00:25:35 → 00:25:39ฟ้ามาใส่นิวคลีอินนะครับที่นักแรกเนี่ยก็
00:25:39 → 00:25:41ตัวโปรตีนตัวนี้เขาพาสนุกเล่นเนี่ยมันจะ
00:25:41 → 00:25:43ไปสะสมอยู่แถวเซลล์สมองที่สร้าง The mean
00:25:43 → 00:25:47จากนั้นเดี๋ยวมันจะค่อยๆขยายบริเวณออกไป
00:25:47 → 00:25:50ซึ่งให้ลักษณะของการที่มันขยายออกไปเนี่ย
00:25:50 → 00:25:53มันจะไปพ้องกับอาการของผู้ป่วยทำให้เชื่อ
00:25:53 → 00:25:55ว่าตัวโปรตีนตัวเนี๊ยใส่นิวคลีนเนี่ยมัน
00:25:55 → 00:25:57เป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้คือเป็น
00:25:57 → 00:26:00ตัวที่จะไปทำให้ตัวเซลล์สมองเนี่ยถ้าเรา
00:26:00 → 00:26:03ทำลายไปและอีกหนึ่งปัจจัยนะครับสำคัญที่
00:26:03 → 00:26:05บ้านพบแล้วก็เริ่มมีคนสนใจกันมากขึ้นก็
00:26:05 → 00:26:09คือว่าโรคพาร์กินสันเนี่ยมันอาจจะเกี่ยว
00:26:09 → 00:26:12ข้องกับจุลินทรีย์ลำไส้ของเราด้วยมันก็
00:26:12 → 00:26:14เลยเกิดคำถามที่น่าสนใจนะครับว่าทำไมอยู่
00:26:14 → 00:26:17ๆเนี่ยถึงได้มีคนโยงโลกกินสันเนี่ยเป็น
00:26:17 → 00:26:20โรคของสมองเนี่ยเข้ากับจุลินทรีย์ที่อยู่
00:26:20 → 00:26:24ในลำไส้ได้คำตอบของเรื่องนะครับเริ่มต้น
00:26:24 → 00:26:26มาจากคำใบ้ที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน
00:26:26 → 00:26:30จริงๆจะบอกว่าคำไปแรกๆเลยนะครับมันจะมัน
00:26:30 → 00:26:33อาจจะมีมาตั้งแต่สมัยที่กรงนี้ถูกบรรยาย
00:26:33 → 00:26:37ในครั้งแรกก็คือในปีค.ศ 1917 นะครับบอก
00:26:37 → 00:26:39ที่บรรยายเรื่องนี้คนได้เป็นศัลยแพทย์ชาว
00:26:39 → 00:26:42เกิดนะครับชั่วเจมส์จะพากินสั้นเนี่ยตอน
00:26:42 → 00:26:44นี้ก็เขียนถึงโรคนี้เขาบันทึกเกี่ยวกับ
00:26:44 → 00:26:47อาการต่างๆของผู้ป่วยที่พบนะครับและหนึ่ง
00:26:47 → 00:26:49ในการสำคัญที่เขาเขียนถึงเดือนก็คือบอก
00:26:49 → 00:26:52ว่าผู้ป่วยเนี่ยจะมีอาการท้องผูกมากนะ
00:26:52 → 00:26:55ครับแล้วก็ก็มันมีผู้ป่วยบางคนที่เขา
00:26:55 → 00:26:57พยายามรักษาด้วยวิธีการให้ยาระบายนะคะว่า
00:26:57 → 00:26:59รักษาอาการท้องผูกแล้วปรากฏว่าผู้ป่วย
00:26:59 → 00:27:02เนี่ยอ่ะผู้ผลิตสัญญาดีขึ้นทำให้เขา
00:27:02 → 00:27:04เหมือนกับตั้งข้อสงสัยว่าโลกเงียบน่าจะ
00:27:04 → 00:27:07เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารแล้วปุ๊ป
00:27:07 → 00:27:09ต่อมานะครับเมื่อโลกนี้เป็นที่รู้จักมาก
00:27:09 → 00:27:12ขึ้นหมอที่รักษาเนี่ยก็สังเกตนะครับว่า
00:27:12 → 00:27:14ผู้ป่วยที่เป็นพันธุ์สัตว์นวนไม่น้อยจะมี
00:27:14 → 00:27:16อาการเรื่องของระบบทางเดินอาหารแนะนำมา
00:27:16 → 00:27:18ก่อนโดยเฉพาะเรื่องของอาการท้องผูกอย่าง
00:27:18 → 00:27:22ที่ว่าไปมันก็เลยทำให้เกิดคนสงสัยนะครับ
00:27:22 → 00:27:24ว่าเอ๊ะมันอาจจะมีอะไรบางอย่างนะครับที่
00:27:24 → 00:27:26เหมือนกับเกิดขึ้นหรือว่าเริ่มต้นในลำไส้
00:27:26 → 00:27:29มาเกาะนแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในลำไส้ต่อมา
00:27:29 → 00:27:32เนี่ยมันไปดีผลต่อสมองได้อันนั้นเป็นคำ
00:27:32 → 00:27:36ใบ้แรกนะครับเค้าไม่ที่ 2 นะครับก็คือก็
00:27:36 → 00:27:39พบว่าสมองส่วนแรกเนี่ยที่มันเริ่มผิดปกติ
00:27:39 → 00:27:42นะครับเป็นที่ว่าไปก็คือมีตัวโปรตีนเอา
00:27:42 → 00:27:44ฟ้าชนะควีนมันไปเกาะเนี่ย
00:27:44 → 00:27:46แต่มันคือสมองส่วนที่มีชื่อเรียกว่าศัพท์
00:27:46 → 00:27:49การใช้ในกล้าแล้วสมองตัวนี้นะครับส่วนนี้
00:27:49 → 00:27:52นะครับสำคัญฉันไม่กล้าเนี่ยมันเป็นสมอง
00:27:52 → 00:27:55ส่วนที่อยู่ใกล้กับเส้นประสาท Vegas ที่
00:27:55 → 00:27:57นี่ที่เราคุยกันไปนะครับก็คือว่าเส้น
00:27:57 → 00:27:58ประสาทไม่ก๊าซเป็นเส้นภาษาที่เชื่อ
00:27:58 → 00:28:01ระหว่างสมองกับทางเดินอาหารมันก็เลยมีนัก
00:28:01 → 00:28:03เรียนศาสตร์ครับเกิดนะครับตั้งสมวิตถาร
00:28:03 → 00:28:06ค่ะมานับกันสงสัยขึ้นมาว่าถ้ามันมีอะไร
00:28:06 → 00:28:08บางอย่างนะครับมากับเส้นประสาทในก๊าซ
00:28:08 → 00:28:10เนี่ยสมองสุดที่น่าจะโดนก่อนก็คือสมองแถว
00:28:10 → 00:28:13ๆก็คือส่วนสอบแฟนฉันไร้ค่าแต่นั่นก็เป็น
00:28:13 → 00:28:16ไปได้ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างได้เริ่มขึ้น
00:28:16 → 00:28:18ที่ในลำไส้ก่อนแล้วก็ผ่านมาทำเส้นประสาท
00:28:18 → 00:28:22ทำให้เกิดโรคนี้เนี่ยขึ้นที่สมองคำไป
00:28:22 → 00:28:24อย่างที่สามนะครับมันมาจากวิธีการรักษา
00:28:24 → 00:28:28โรคแบบหนึ่งในอดีตนะครับก็คือสมัยเกาะนะ
00:28:28 → 00:28:31ครับมันจะมีการผ่าตัดชนิดนึงเพื่อรักษา
00:28:31 → 00:28:34โรคแผลในกระเพาะอาหารครับที่สมัยที่ผมจะ
00:28:34 → 00:28:36เรียนแพทย์เนี่ยก็ยังเห็นวิธีการรักษานี้
00:28:36 → 00:28:38อยู่คือจะเป็นการรักษาที่ใช้กับคนที่เป็น
00:28:38 → 00:28:40โรคแผลในกระเพาะอาทิตย์เป็นมากๆนะครับ
00:28:40 → 00:28:43แล้วรักษาด้วยวิธีอื่นๆเราไม่ดีขึ้นเนี่ย
00:28:43 → 00:28:45บางครั้งเนี่ยจะฉันจหมอผ่าตัดก็คือว่าหมอ
00:28:45 → 00:28:48เนี่ยจะผัดเส้นภาสะเหตุการณ์ก็คือเคยตัด
00:28:48 → 00:28:51ให้ขาดเลยนะครับซึ่งจริงๆก็คือมันก็เป็น
00:28:51 → 00:28:53การตัดทางด่วนเชื่อมระหว่างสมองกับ
00:28:53 → 00:28:55กระเพาะอาหารแต่ในเวลานั้นเนี่ยจะบอกว่า
00:28:55 → 00:28:58ทางการแพทย์ยังไม่รู้นะครับว่าเส้นประสาท
00:28:58 → 00:29:00ในการสำคัญในการที่จะเชื่อมสมองกับ
00:29:00 → 00:29:02กระเพาะอาหารนะครับหรือว่าเชื่อมทางเดิน
00:29:02 → 00:29:05อาหารกับสมองให้ทำงานอย่างใกล้ชิดมันก็มี
00:29:05 → 00:29:07คนเดียวเกิดไม่เข้าไปสนใจแล้วก็ไปดูข้อ
00:29:07 → 00:29:10มูลเพราะว่าในเวลานั้นเนี่ยสมัยก่อน
00:29:10 → 00:29:12เดี๋ยวการรักษาต้องเรียนมันค่อนข้างนิยม
00:29:12 → 00:29:14นะครับแล้วก็มีคนที่พักต่างประเทศค่อน
00:29:14 → 00:29:17ข้างมากแล้วเข้าไปดูข้อมูลก็เพราะว่าใคร
00:29:17 → 00:29:20ก็ตามนะครับผู้ป่วยที่รับการรักษาโดยวิธี
00:29:20 → 00:29:22นี้เนี่ยจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคพาร์
00:29:22 → 00:29:25กินสันเนี่ยน้อยกว่าคนทั่วไปนั่นก็เลยทำ
00:29:25 → 00:29:29เราไปสูงสวัสดีฐานนะครับว่าข้อมูลบาง
00:29:29 → 00:29:31อย่างจากทานอาหารที่คนจะเข้ามากับเช่นซับ
00:29:31 → 00:29:34ด้วยก๊าซเน็ตตลาดจะขึ้นมาไม่ได้มากเลยทำ
00:29:34 → 00:29:37ให้ความเสี่ยงของโรคนี้เนี่ยน้อยลงเฉพาะ
00:29:37 → 00:29:39คำว่าอย่างที่ 4 นะครับทำมาจากการค้นพบ
00:29:39 → 00:29:41ว่าจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียบางตัวในลำไส้
00:29:41 → 00:29:43ของเราแล้วมันสามารถที่จะสร้างโปรตีนที่
00:29:43 → 00:29:46มีลักษณะคล้ายจะเอาฟ้าใสเดอะควีนได้ก็คือ
00:29:46 → 00:29:49ว่ามันเป็นโปรตีนที่มีการเกาะโครงสร้าง
00:29:49 → 00:29:53พับปกติไปเนี่ยนะครับแล้วก็เพราะว่าถ้ามี
00:29:53 → 00:29:56โปรตีนตัวเนี้ยในลำไส้สูงเนี่ยมันจะเพิ่ม
00:29:56 → 00:30:01พบสูงขึ้นในเลือดด้วยแล้วก็ลักษณะเนี่ยก็
00:30:01 → 00:30:03คือการค้นพบโปรตีนในลำไส้กับไอ้เอ้อที่
00:30:03 → 00:30:05สูงขึ้นเนี่ยมันจะพบมาก่อนนะครับก่อนที่
00:30:05 → 00:30:07ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรคพาร์กินสัน
00:30:07 → 00:30:10เมื่อก็มีสมมุติฐานว่าหรือว่าว่าให้
00:30:10 → 00:30:13โปรตีนที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นลำไส้แล้วก็
00:30:13 → 00:30:15เข้าไปในเรื่องเนี่ยมันจะเกี่ยวข้องกับ
00:30:15 → 00:30:18โปรตีนที่เป็นปฏิพลสมองด้วยแล้วจากคำว่า
00:30:18 → 00:30:20เหล่านี้ทั้งหมดนะครับทำให้นักเรียน
00:30:20 → 00:30:21ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน
00:30:21 → 00:30:24เนี่ยก็ให้มาสนใจหรือเปล่าอ่อเรื่องของ
00:30:24 → 00:30:26จุลินทรีย์ในลำไส้เนี่ยเพิ่มมากขึ้นแล้ว
00:30:26 → 00:30:29ก็มีนะพญาสาดมาศึกษามากขึ้นนะครับสิ่งที่
00:30:29 → 00:30:32พบคือว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างนะ
00:30:32 → 00:30:34ครับของจุลินทรีย์ลำไส้ของคนที่ป่วยเป็น
00:30:34 → 00:30:37โรคพาร์กินสันกับที่ต่างไปจากคนปกติทั่ว
00:30:37 → 00:30:39ไปนะครับตัวอย่างเช่นก็เป็นเรื่องของความ
00:30:39 → 00:30:42หลากหลายนะครับของจุลินทรีย์ที่ลดลงแล้ว
00:30:42 → 00:30:44ก็นักเรียนฉะนั้นก็จะเพราะว่ามีจุดไอซี
00:30:44 → 00:30:47ทีปนะครับทำให้เกิดภาวะการอักเสบเพิ่ม
00:30:47 → 00:30:49ขึ้นเจ้านายจากนี้ก็จะเป็นหลักฐานนะครับ
00:30:49 → 00:30:51หนูเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการทดลองในสัตว์
00:30:51 → 00:30:54ทดลองนะครับคือเน้นทดลองก็คืออย่างที่ว่า
00:30:54 → 00:30:57ไปตอนแรกนะครับก็โรคพาร์กินสันก็มีการ
00:30:57 → 00:31:00สร้างหนูที่เป็นโมเดลสำหรับศึกษาโรคพยาน
00:31:00 → 00:31:02ศาลขึ้นมาเหมือนกันก็คือเป็นหนูที่เราตัด
00:31:02 → 00:31:04ต่อพันธุกรรมนะครับหรือว่าคณะอนุการจน
00:31:04 → 00:31:07กระทั่งร่างกายของมันเนี่ยสร้างสารโปรตีน
00:31:07 → 00:31:09ที่เป็นปกติในขึ้นมามากแล้วก็มีอาการ
00:31:09 → 00:31:12คล้ายกับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่หนูสาย
00:31:12 → 00:31:14พันธุ์เนี่ยเราเลี้ยงปกติเนี่ยก็จะมี
00:31:14 → 00:31:16อาการเหมือนโรคพาร์กินสันแต่ถ้าเรานำหนู
00:31:16 → 00:31:18สายพันธุ์นี้นะครับไปเลี้ยงแบบปลอดเชื้อ
00:31:18 → 00:31:21ก็คือว่าตั้งแต่ที่มันแรกเกิดจากของแม่
00:31:21 → 00:31:23เนี่ยเราก็ให้มันปลอดเชื่อมาตลอดแต่ผ่า
00:31:23 → 00:31:26ท้องคลอดนะครับเลี้ยงแบบปลอดเชื้อมาให้
00:31:26 → 00:31:29กินอาหารปลอดเชื้อพบว่าหนูสายพันธุ์เนี่ย
00:31:29 → 00:31:31ซึ่งเป็นคนจะมีอาการแบบพาร์กินสันเนี่ย
00:31:31 → 00:31:34มันกลับไม่ค่อยมีอาการของโรคพาร์กินสัน
00:31:34 → 00:31:37อีกประมาณเนี่ยถ้าเรานำ 1 ตัวนี้เนี่ยไป
00:31:37 → 00:31:40ให้สัมผัสกับจุลินทรีย์นะครับออกไม่ว่าจน
00:31:40 → 00:31:424 ปกติรถจุลินทรีย์จากคนที่ป่วยเป็นโรค
00:31:42 → 00:31:44พาร์กินสันเนี่ยก็เพราะว่าหนูเนี่ยก็จะ
00:31:44 → 00:31:47เริ่มมีอาการขึ้นมาซึ่งมันก็สะท้อนให้
00:31:47 → 00:31:50เห็นว่าจุลินทรีย์ในวันนี้ความสำคัญของ
00:31:50 → 00:31:53การเกิดอาการของโรคพาร์กินสันในหนูทดลอง
00:31:53 → 00:31:56แล้วเมื่อเทียบกันระหว่างเมื่อให้หนู
00:31:56 → 00:31:58เนี่ยไปสัมผัสจุลินทรีย์ของคนปกตินะครับ
00:31:58 → 00:32:01กับจุลินทรีย์ของคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน
00:32:01 → 00:32:03เนี่ยก็เพราะว่าหนูที่ได้รับจุลินทรีย์
00:32:03 → 00:32:05จากคนที่ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันเนี่ยจะมี
00:32:05 → 00:32:08อาการที่เด่นชัดมากกว่าซึ่งทั้งวันนี้นะ
00:32:08 → 00:32:10ครับมันก็เหมือนเป็นหลักฐานครับที่ช่วยนะ
00:32:10 → 00:32:12ครับสนับสนุนนะครับว่าจุลินทรีย์ในลำไส้
00:32:12 → 00:32:15แบบมันเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยนึงนะครับ
00:32:15 → 00:32:18อ๋อของการเกิดอาการโรคพาร์กินสันและความ
00:32:18 → 00:32:20รู้ตรงนี้นะครับมันก็นำไปสู่ความพยายาม
00:32:20 → 00:32:22ครับที่มองว่าถ้าเราสามารถที่จะปรับ
00:32:22 → 00:32:24จุลินทรีย์นลำไส้ของเรานะครับหรือว่าดูแล
00:32:24 → 00:32:27จุนซีแล้วใจของเราให้อยู่ในสภาวะที่ดี
00:32:27 → 00:32:29เนี่ยมันก็จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรค
00:32:29 → 00:32:33พาร์กินสันได้ซึ่งสำหรับโรคที่ยังไม่มี
00:32:33 → 00:32:35ทางรักษาอย่างโรคพาร์กินสันดูเหมือนว่า
00:32:35 → 00:32:38เขาใส่ใจเราคุยกันไปการป้องกันและกันลด
00:32:38 → 00:32:40ความเสี่ยงเนี่ยมันก็จะเป็นวิธีการที่ดี
00:32:40 → 00:32:42ที่สุดและนั่นก็เป็นเรื่องของโรคพาร์กิน
00:32:42 → 00:32:45สันนะครับที่อยากจะเล่าให้ฟังนะครับคราว
00:32:45 → 00:32:50นี้เรามาเรื่องของพวกใหม่ครีมกันนะครับ
00:32:50 → 00:32:53สำหรับโรคไมเกรนเนี่ยก็คงจะสั้นๆนะครับ
00:32:53 → 00:32:56เรามาเริ่มที่อาการก่อนนะครับช่วยต้องคน
00:32:56 → 00:32:58ในก็น่าจะพอรู้ว่าไมเกรนก็คือโรคที่
00:32:58 → 00:33:01เกี่ยวข้องกับอาการปวดหัวถึงไหมครับแต่
00:33:01 → 00:33:03ไม่เคยในมันไม่ใช่เรื่องแค่ปวดหัวอย่าง
00:33:03 → 00:33:05เดียวนะครับแต่ยังมีเรื่องของอาการอื่น
00:33:05 → 00:33:07มากไปกว่านั้นนะครับโดยชวการนำที่มาเกิด
00:33:07 → 00:33:10ขึ้นก่อนที่จะปวดหัวอาการนำที่ว่าเนี่ย
00:33:10 → 00:33:12มันมีหลากหลายนะครับแช่น่าจะเป็นเรื่อง
00:33:12 → 00:33:14ของอ่อนเพลียนะครับเรื่องของอารมณ์แปร
00:33:14 → 00:33:18ปรวนนะครับหยิบง่ายบางคนจะทนสายสว่างทน
00:33:18 → 00:33:21เสียงไม่ค่อยได้และอาการนำได้บ้างคะมันก็
00:33:21 → 00:33:23แปลกนะครับเช่นจะเป็นลักษณะของการที่หาว
00:33:23 → 00:33:27ติดกันบางคนเนี่ยอาจจะเป็นเรื่องของระบบ
00:33:27 → 00:33:30ทางเดินอาหารรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนนะครับ
00:33:30 → 00:33:32บางคนจะมีอาการต่างๆหรือที่เรียกว่าออร่า
00:33:32 → 00:33:36ก็คือจะมาในรูปของแสงรูปภาพนะครับบางคนจะ
00:33:36 → 00:33:38เห็นเป็นเหมือนสีรุ้งนะครับเป็นเจ็บแขน
00:33:38 → 00:33:40กันอยู่ที่รอบรอบของสิ่งที่มองเห็นนะครับ
00:33:40 → 00:33:43หรือบางคนเนี่ยจะเป็นลักษณะของอาการพูดนะ
00:33:43 → 00:33:46ครับคุณรู้สึกว่ามันพูดไม่ค่อยออกนะครับ
00:33:46 → 00:33:49นึกคำไม่ชอบมันพูดยากขึ้นนะครับอาการนำ
00:33:49 → 00:33:51เหล่านี้มันจะนำมาก่อนประมาณสัก 10 ถึง 30
00:33:51 → 00:33:54นาทีนะครับว่าเป็นคนรัตนากรนั้นเราก็จะมี
00:33:54 → 00:33:57เรื่องของอาการปวดหัวเนี่ยตามมาแล้วคนที่
00:33:57 → 00:33:59เป็นบ่อยๆข้างในก็จะรู้เลยว่าพอมีอาการ
00:33:59 → 00:34:01พวกเนี้ยตามเกิดขึ้นเนี่ยก็รู้แล้วว่า
00:34:01 → 00:34:03เดี๋ยวสักพักอาการปวดหัวเนี่ยก็จะตามมา
00:34:03 → 00:34:06สำหรับอาการปวดหัวนะครับก็อย่างที่หลายคน
00:34:06 → 00:34:09คุ้นเคยกันนะครับว่ารู้กันดีนะครับว่าจะ
00:34:09 → 00:34:10ไม่เกรงเนี่ยมันจะมีลักษณะเด่นก็คือมันจะ
00:34:10 → 00:34:13หมดแล้วปวดหัวข้างเดียวนะครับแต่ไม่ได้
00:34:13 → 00:34:15แปลว่าการปลูกของไมเกรนจะเป็น 2 ด้านไม่
00:34:15 → 00:34:17ได้นะครับเพราะว่าในคนที่เป็นมากขึ้น
00:34:17 → 00:34:20เนี่ยมาฆ่าอาการปวดมันกระจายไปที่ทั้งสอง
00:34:20 → 00:34:23ข้างของศีรษะได้หรือบางคนอาจจะระดับการ
00:34:23 → 00:34:25ปวดสลับไปสลับมาไปกันได้เลยนะครับเพราะ
00:34:25 → 00:34:28ทรายทีมก็ปวดขวาถี่อะไรก็เป็นเรื่องของ
00:34:28 → 00:34:30อาการของไมเกรนนะครับตอนนี้ดูสิ่งกระตุ้น
00:34:30 → 00:34:32บ้างนะครับว่าให้เสร็จแล้วตัวนี้ทำให้
00:34:32 → 00:34:35เกิดอาการวันมีอะไรบ้างซึ่งแต่ละคนก็จะมี
00:34:35 → 00:34:38เสียงต้นที่ต่างๆกันไปนะครับเช่นนะครับ
00:34:38 → 00:34:40อ่าอาจจะเป็นเรื่องของการอดนอนนะครับบาง
00:34:40 → 00:34:42คนพออุ่นนอนทีไรเนี่ยก็จะมีความเสี่ยงไว้
00:34:42 → 00:34:44ใน grain บางคนจะเป็นเรื่องของแสงนะครับ
00:34:44 → 00:34:47คือถ้าไปสัมผัสใส่จะจ้านะครับอยู่ในที่
00:34:47 → 00:34:50สว่างมากๆเนี่ยก็จะมีการปวดตามมาได้ก็ควร
00:34:50 → 00:34:53จะเรื่องของความร้อนแล้วก็อีกอันหนึ่งที่
00:34:53 → 00:34:55พบได้บ่อยขึ้นเรื่องของความเครียดนะครับ
00:34:55 → 00:34:57หลายคนเวลามีเครียดมากๆเนี่ยก็จะมีไมเกรน
00:34:57 → 00:35:00เหมือนกับกำเริบได้บ่อยขึ้นเรื่องของ
00:35:00 → 00:35:02อาหารก็เป็นได้นะครับบางคนกินอาหารบาง
00:35:02 → 00:35:05ชนิดได้ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคไมเกรน
00:35:05 → 00:35:07ขึ้นได้เช่นเป็นพวกช็อกโกแลตนะครับหรือ
00:35:07 → 00:35:10ดื่มไวน์ขอนอกจากอาหารก็มีเรื่องของความ
00:35:10 → 00:35:12คิวนะครับบางคนพอคิวนะครับกินอาหารไม่ตรง
00:35:12 → 00:35:15เวลาเนี่ยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้
00:35:15 → 00:35:19หรือบางคนนะครับก็จะมีความแปลกเช่นใช้สาย
00:35:19 → 00:35:21ตาเยอะนะครับอ่านหนังสือเยอะเนี่ยก็จะ
00:35:21 → 00:35:23กระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้สำหรับแรงเปลี่ยน
00:35:23 → 00:35:25บางคนก็จะมีเรื่องของพวกคอมโอนเปลี่ยนที่
00:35:25 → 00:35:28เป็นแปลงนะครับเช่นเรื่องของรอบเดือนพอ
00:35:28 → 00:35:30มอนเปลี่ยนแปลงทีอาจเป็นก่อนหรือหลังนี่
00:35:30 → 00:35:32ประจำเดือนเนี่ยก็มีโอกาสที่เกิดโรคใบ
00:35:32 → 00:35:35เกรดขึ้นมาได้ซึ่งในผู้ป่วยที่อยู่ด้วย
00:35:35 → 00:35:37กันบ่อยๆนะครับส่วนไหนก็จะรู้ว่าอะไร
00:35:37 → 00:35:39เนี่ยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการตัว
00:35:39 → 00:35:42เองก็พยายามจะเลี่ยงและโรคนี้ก็พบบ่อยนะ
00:35:42 → 00:35:44ครับผมเยอะมากนะครับอาจจะเยอะถึงประมาณ 10
00:35:44 → 00:35:46เปอร์เซ็นต์ของประชากรเลยแล้วก็เป็นโรค
00:35:46 → 00:35:49ที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยนะครับในเด็กเป็น
00:35:49 → 00:35:51ได้นะครับผู้ใหญ่ก็เป็นได้คนชรานี้ก็เป็น
00:35:51 → 00:35:54ได้หมดเพศแต่ว่าหลายคนสังเกตว่าคนหนุ่ม
00:35:54 → 00:35:56สาวเนี่ยว่าคนวัยทำงานเนี่ยอาจจะพบบ่อยๆ
00:35:56 → 00:35:59เหตุผลการจะเป็นเพราะว่าคนวัยนี้นะครับ
00:35:59 → 00:36:01ต้องเจอกับสิ่งเหล่าต้นที่จะให้เกิดอาการ
00:36:01 → 00:36:03บ่อยกว่าเช่นอาจเป็นเรื่องของความเครียด
00:36:03 → 00:36:06นะครับอาจจะเป็นเรื่องของการอดนอนหรือว่า
00:36:06 → 00:36:08เป็นเรื่องของการดื่มแอลกอฮอล์นะครับคนก็
00:36:08 → 00:36:10ตัวการ์ตูนเนี่ยพวกกอฮอลพอสัมผัสเสียง
00:36:10 → 00:36:12กระตุ้นไหวก็เลยทำให้พบประการเนี่ยได้
00:36:12 → 00:36:14บ่อยกว่าในวัยอื่นแต่สิ่งกระตุ้นเหล่านี้
00:36:14 → 00:36:16มันไม่ใช่สาเหตุของการเป็นโรคนะครับเพราะ
00:36:16 → 00:36:20ว่าถ้าสูตรคุณไม่ได้เป็นโรคไมเกรนต่อให้
00:36:20 → 00:36:21มีเสียงกระตุ้นเหล่านี้มากแค่ไหนก็ไม่ได้
00:36:21 → 00:36:24ทำให้คนป่วยได้ที่นี่คำถามคือว่าอะไรเป็น
00:36:24 → 00:36:27สาเหตุคำตอบก็เหมือนทุกเรื่องจะคุยกัน
00:36:27 → 00:36:29อะไรพิเศษนี้นะครับก็คือว่าเรายังไม่รู้
00:36:29 → 00:36:32แน่ชัดเหมือนกันนะครับแต่ที่น่าสนใจก็คือ
00:36:32 → 00:36:34เมื่อไม่นานนี้เองนะครับมันเริ่มมีข้อมูล
00:36:34 → 00:36:36นะครับว่าแต่ไม่เคยได้บางคนนะครับไม่ทุก
00:36:36 → 00:36:39คนนะครับในบางคนอาจจข้องกับจุลินทรีย์ที่
00:36:39 → 00:36:41อยู่ในร่างกายได้นะครับให้จุลินทรีย์ที่
00:36:41 → 00:36:43อยู่ในลำไส้นะครับหรือว่าจุลินทรีย์ที่
00:36:43 → 00:36:46อยู่ในช่องปากตัวอย่างเช่นนะครับมีการค้น
00:36:46 → 00:36:48พบว่าแบคทีเรียบางชนิดในทางเดินหาของคน
00:36:48 → 00:36:51มันสามารถเป็ดอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วก็
00:36:51 → 00:36:54สร้างสารไนเตรทออกมามากเป็นพิเศษได้สารไน
00:36:54 → 00:36:56เตรทที่ว่าเนี่ยมันสุดท้ายเนี่ยสามารถ
00:36:56 → 00:36:58เป็นมีผลให้เส้นเลือดในสมองเหม็นขยายตัว
00:36:58 → 00:37:01นะครับแล้วก็นำไปสู่อาการของโรคไมเกรนได้
00:37:01 → 00:37:04หรือว่ามีงานวิจัยนะครับที่ประมาณว่าทด
00:37:04 → 00:37:06ลองให้ผู้ป่วยเป็นโรคไมเกรนเรื้อรังเนี่ย
00:37:06 → 00:37:09ก็กินพวกสะอาดเสริมนะครับพวกโทรมาแล้ว
00:37:09 → 00:37:11เต็กเราเพราะว่ามันช่วยให้อาการจะดีขึ้น
00:37:11 → 00:37:15ดีขึ้นทั้งในแง่ของความถี่ของการเป็นโรค
00:37:15 → 00:37:17นะครับของการยการแล้วก็ดีขึ้นอย่างเงี้ย
00:37:17 → 00:37:20ของความรุนแรงด้วยซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็น
00:37:20 → 00:37:22พื้นที่น่าสนใจนะคะเป็นที่ค่อนข้างแปลกดี
00:37:22 → 00:37:24นะครับเพราะว่าก่อนหน้าเนี่ยถ้าไม่มีใคร
00:37:24 → 00:37:26คิดเลยว่าโรคไมเกรนมันจะเกี่ยวข้องกับไป
00:37:26 → 00:37:29เคลียร์จนชินในร่างกายของเราได้ด้วยแต่
00:37:29 → 00:37:31วิจัยเหล่านี้ก็ต้องถือว่ามันเพิ่งเริ่ม
00:37:31 → 00:37:33เริ่มนะครับข้อมูลมันก็ยังไม่ได้มากมาย
00:37:33 → 00:37:36นักนะครับเราแสดงปหัวใจเล็กๆนะครับเฮีย
00:37:36 → 00:37:39วิจัยจะใหญ่อยู่บ้างแต่ก็คงต้องติดตามข้อ
00:37:39 → 00:37:42มูลต่อไปก็ถือว่าเป็นอันจบเรื่องราวของ
00:37:42 → 00:37:44เอกซเรย์แล้วก็เรื่องทั้งหมดที่เราจะคุย
00:37:44 → 00:37:47กันในวันนี้นะคะแม่พิเศษนี้จะนี้ก่อนจะจบ
00:37:47 → 00:37:49นะครับก็อยากจะมาขอสรุปให้ฟังสักรอบนะ
00:37:49 → 00:37:51ครับว่าทั้งหมดโลกเขียนไปเนี่ยเราคุยอะไร
00:37:51 → 00:37:55กันไปบ้างข้อแรกสุดนะครับขอเราเริ่มต้นนะ
00:37:55 → 00:37:57ครับเรื่องของโรคอัลไซเมอร์นะครับซึ่งถือ
00:37:57 → 00:37:59ว่าเป็นโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด
00:37:59 → 00:38:01แล้วโลกนี้มันก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของการ
00:38:01 → 00:38:03สูญเสียความทรงจำแต่ยังมีปัญหาทางด้าน
00:38:03 → 00:38:06เหนือของสมองด้วยเช่นเรื่องของอารมณ์นะ
00:38:06 → 00:38:09ครับเรื่องของการตัดสินใจและนำไปสู่การดู
00:38:09 → 00:38:13แลตัวเองนะครับซึ่งโลกเนี้ยมันทำให้คนที่
00:38:13 → 00:38:15ดูแลนรกคนที่ใกล้ชิดเนี่ยค่อนข้างลำบาก
00:38:15 → 00:38:18และเราก็คุยกับว่าโรคนี้ปัจจุบันยังไม่มี
00:38:18 → 00:38:21วิธีรักษาให้หายขาดได้แต่ว่ามีวิธีลดความ
00:38:21 → 00:38:24เสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนร้ายทรายน้อง
00:38:24 → 00:38:26หรือจากนี้นะครับก็จะมีข้อมูลใหม่ๆที่
00:38:26 → 00:38:28เพราะว่าการดูแลจูจินนำไส้เนี่ยก็จะ
00:38:28 → 00:38:31สามารถลดความเสี่ยงของโรคนี้ได้เช่นกัน
00:38:31 → 00:38:33คะเดี๋ยวที่สองนะครับเราคุยเรื่องของโรค
00:38:33 → 00:38:35สมองเสื่อมอีกแล้วนะครับก็คือโรคพาร์กิน
00:38:35 → 00:38:37สันซึ่งตัวเป็นโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อย
00:38:37 → 00:38:40เป็นอันดับสองรองจากโรคอัลไซเมอร์แต่เรา
00:38:40 → 00:38:42ก็คุยถึงเรื่องของอาการโรคพาร์กินสันว่า
00:38:42 → 00:38:44มันมีลักษณะแบบไหนมีหน้าตาแบบไหนนะครับ
00:38:44 → 00:38:47แล้วก็จบว่าปัจจุบันเนี่ยมันก็มีข้อมูล
00:38:47 → 00:38:49มากขึ้นว่าโลกนี้มันมีความสัมพันธ์กับ
00:38:49 → 00:38:52จุลินทรีย์ในลำไส้ถึงขณะที่มีนักบริษัท
00:38:52 → 00:38:54บางคนมีความเชื่อว่าโรคเป็นโรคที่เริ่ม
00:38:54 → 00:38:58ต้นในลำไส้แต่ไปแสดงอาการที่สมองและข้อ
00:38:58 → 00:39:01ที่ 3 นะครับข้อสุดท้ายแล้วก็คุยว่าก็ลุก
00:39:01 → 00:39:03ขึ้นของโรคไมเกรนนะครับคุยสั้นๆแล้วค่อย
00:39:03 → 00:39:05ว่าปัจจุบันก็เริ่มมีข้อมูลมากขึ้นว่าโรค
00:39:05 → 00:39:07เนี้ยอาจจะมีความสัมพันธ์กับจุนซูในร่าง
00:39:07 → 00:39:10กายเหมือนกันสำหรับวันนี้เนื้อหากระจกเธอ
00:39:10 → 00:39:13มีนะครับแต่ก็จะไปผมก็อยากจะเข้าสู่ช่วง
00:39:13 → 00:39:15นะครับที่แนะนำให้รู้จักกับมดกัดนะครับ
00:39:15 → 00:39:17ซึ่งเป็นผู้สนับสนซีรีส์ของไมโครไปองค์
00:39:17 → 00:39:20ของเรานะครับเรามาทันรู้จักบริษัทมดกัดนะ
00:39:20 → 00:39:22ครับซึ่งทำส่วนซีรีส์ไมโครไบโอมของเรานะ
00:39:22 → 00:39:24ครับเพราะฉะนั้นการนะครับเป็นบริษัทที่
00:39:24 → 00:39:26ก่อตั้งขึ้นโดยนักเรียนศาสตร์นักวิจัยนะ
00:39:26 → 00:39:28คะที่ชำนาญนะครับทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยว
00:39:28 → 00:39:31กับไม่เข้าไปโอมห์จากมหาวิทยาลัยก็มี
00:39:31 → 00:39:34พระจอมเกล้าธนบุรีบางมดที่บดสำหรับการ
00:39:34 → 00:39:37เข้าทำอะไรนะครับเขามีให้บริการนะครับ
00:39:37 → 00:39:39ถั่วเพราะจุลินทรีย์นำไส้กับบุคคลทั่วไป
00:39:39 → 00:39:42เพื่อให้เรารู้ว่าสภาวะของจุลินทรีย์ในลำ
00:39:42 → 00:39:45ไส้ของเราเนี่ยเป็นยังไงบ้างคะนี่จุดเด่น
00:39:45 → 00:39:48นะครับลงความพิเศษของมดกัดนะครับก็คือจะ
00:39:48 → 00:39:51เป็นการตรวจที่ตรวจจุนซีครบนะครับครบทุก
00:39:51 → 00:39:53ตัวที่ปัจจุบันเรามีข้อมูลสำคัญต่อสุขภาพ
00:39:53 → 00:39:56ทั้งจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
00:39:56 → 00:39:59จากปกติของร่างการครับคือจุลินทรีย์ที่
00:39:59 → 00:40:00เกี่ยวข้องกับสุขภาพดีแล้วก็จุลินทรีย์
00:40:00 → 00:40:04ที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยแล้วก็มี
00:40:04 → 00:40:05ความแม่นยำนะครับเพราะว่าฐานข้อมูลที่นำ
00:40:05 → 00:40:07มาเปรียบเทียบในจะเป็นฐานข้อมูลที่เทียบ
00:40:07 → 00:40:10กับข้อมูลคนไทยด้วยกันนะครับก็ประชากรไทย
00:40:10 → 00:40:12ซึ่งจะมีความต่างไปจากคนชาติอื่นแล้วก็
00:40:12 → 00:40:15ต่างไปจากชาวตอนจบแล้วการตรวจก็จะมี
00:40:15 → 00:40:16ลักษณะเป็นองค์รวมนะครับก็คือตัว
00:40:16 → 00:40:18จุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกันบอกต่างๆของ
00:40:18 → 00:40:21ร่างกายนะครับตัวอย่างเช่นระบบจุลินทรีย์
00:40:21 → 00:40:23ที่เกี่ยวข้องกับระบบได้แต่บอริซึมนะครับ
00:40:23 → 00:40:25หรือระบบเผาผลาญของร่างกายซึ่งเป็นระบบ
00:40:25 → 00:40:27ที่จะบอกว่าเราอ้วนง่ายแล้วว่าเราควรยาก
00:40:27 → 00:40:30นะครับต่อจนนิสิตที่เกี่ยวข้องกับไปทำงาน
00:40:30 → 00:40:32ของระบบภูมิคุ้มกันนะครับเกี่ยวข้องกับ
00:40:32 → 00:40:34ภาวะเกษตรที่เราคุยกันไปในไลค์พิโสดนะ
00:40:34 → 00:40:36ครับต้องเลยจากนี้ก็เป็นเรื่องของ
00:40:36 → 00:40:38จุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ
00:40:38 → 00:40:41ระบบทางเดินอาหารและการย่อยอาหารแล้วก็
00:40:41 → 00:40:43เป็นพวกจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับโรค
00:40:43 → 00:40:45ต่างๆนะครับตัวอย่างเช่นครับพวกลำไส้แปร
00:40:45 → 00:40:48ปรวนนะครับที่เราคุยกันไปแล้วนะครับเพราะ
00:40:48 → 00:40:49ว่าจุลินทรีย์ที่สัมพันธ์กับโลกคนอื่นๆ
00:40:49 → 00:40:52เช่นโรคเบาหวานนะครับกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:40:52 → 00:40:54เป็นต้นยังไงของการรายงานผลนะครับก็จะราย
00:40:54 → 00:40:57งานปวดมาในรูปแบบที่สามารถเข้าใจง่ายนะ
00:40:57 → 00:40:59ครับคือมีการชาร์จนะครับใช้พกกราฟเนี่ยมา
00:40:59 → 00:41:02เพื่อให้อ๋อสามารถที่จะเข้าใจผลการตรวจ
00:41:02 → 00:41:04ได้ง่ายต่อเนื่องจากนั้นเนี่ยทั้งหมดก็มี
00:41:04 → 00:41:08ผู้เชี่ยวชาญนะคะที่จะคอยแนะนำวิธีการกิน
00:41:08 → 00:41:10นะครับหรือว่าปรับปรุงให้จุลินทรีย์นำใช่
00:41:10 → 00:41:13ของเราเนี่ยดีขึ้นด้วยที่จะอิงจากข้อมูล
00:41:13 → 00:41:15ที่ตรวจได้นะครับกันแนะนำอาหารที่เหมาะสม
00:41:15 → 00:41:19กับจุลินทรีย์ของเราด้วยทั้งหมดคะเนี่ยก็
00:41:19 → 00:41:21จะมีแพ็คเกจหลายแพ็คเกจนะครับเป็นแพ็คเกจ
00:41:21 → 00:41:23เชิญหลายแบบที่จะเหมาะกับคนที่มีความ
00:41:23 → 00:41:25ต้องการต่างกับไปแล้วก็เหมาะกับแต่ละช่วง
00:41:25 → 00:41:28วัยที่ต่างไปและที่สำคัญข้อนะครับก็คือ
00:41:28 → 00:41:30การตรวจกับมดการเนี่ยคือทำได้ง่ายมากนะ
00:41:30 → 00:41:32ครับก็ต้องเดินทางไปนี้นะครับเพราะว่าเรา
00:41:32 → 00:41:34สามารถที่จะเก็บอุจจาระเองจากที่บ้านได้
00:41:34 → 00:41:37แล้วก็ส่งผ่านชุดตรวจที่ทั้งหมดการเนี่ย
00:41:37 → 00:41:40เตรียมไว้ให้เนี่ยกับไอ้ทิศทางลับของทั้ง
00:41:40 → 00:41:42หมดการ์ดแล้วถ้าใครสั่งถึงตอนนี้สนใจ
00:41:42 → 00:41:44บริการโทรมาสกัดนะครับก็สามารถที่จะเข้า
00:41:44 → 00:41:46ไปดูได้นะครับผมจะแปะลิงค์ไว้ให้ข้างล่าง
00:41:46 → 00:41:47นะครับ Description นะครับหรือว่าใน
00:41:47 → 00:41:49คอมเม้นนะครับก็สามารถที่จะเข้าไปดูราย
00:41:49 → 00:41:51ละเอียดเพิ่มเติมหรือว่าสอบถามเพิ่มเติม
00:41:51 → 00:41:51ได้
00:41:51 → 00:42:03[เพลง]