00:00:00 → 00:00:01แล้วก็น่าตกใจจริงๆ นะครับ
00:00:01 → 00:00:04ในประชากรไทยประมาณ 70 ล้านคนครับ
00:00:04 → 00:00:09เป็นไตวายเรื้อรังขั้นที่ 3 ขึ้นไป 10 ล้านคน!
00:00:09 → 00:00:11หลายๆ คนต้องฟอกไตทั้งๆ ที่อายุยังน้อยครับ
00:00:11 → 00:00:16เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีประวัติความดันสูง มีประวัติเบาหวาน
00:00:16 → 00:00:19แนะนำให้ตรวจค่าการทำงานของไตสม่ำเสมอนะครับ
00:00:29 → 00:00:30สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:30 → 00:00:32และนี่คือ DOCTOR TOP Channel ครับ
00:00:32 → 00:00:36รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:37 → 00:00:42วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องโรคไตนะครับ
00:00:42 → 00:00:49อาหาร 3 ชนิดที่อาจจะทำให้ท่านต้องฟอกไตตลอดชีวิต!
00:00:51 → 00:00:58ถ้าท่านไม่ควบคุมอาหาร 3 ชนิดหรือ 3 กลุ่มนี้
00:00:58 → 00:01:03หรือกินผิดวิธี กินมากไป หรือ กินน้อยไป
00:01:03 → 00:01:07อาจจะทำให้ท่านโดนฟอกไตได้ครับ
00:01:07 → 00:01:12ผมจะเน้นไปที่ผู้ป่วยที่มี ภาวะไตวายเรื้อรังแล้ว
00:01:12 → 00:01:18ซึ่งภาวะไตวายเรื้อรังจะมีอยู่ 5 ขั้นใหญ่ๆ นะครับ
00:01:18 → 00:01:22ขั้น 1 2 3 4 5 นะครับ มี 5 ขั้น
00:01:22 → 00:01:27แล้วก็น่าตกใจจริงๆ ประชากรไทยประมาณ 70 ล้านคน
00:01:28 → 00:01:33เป็นไตวายเรื้อรังขั้นที่ 3 ขึ้นไปนะครับ
00:01:33 → 00:01:36มีทั้งสิ้นชัดๆ นะครับ 10 ล้านคน!
00:01:36 → 00:01:40แล้วท่านอาจจะเป็นคนหนึ่งในนั้นแล้วไม่ได้ตรวจ
00:01:40 → 00:01:43ขออนุญาตินะครับ ถ้าท่านเริ่มมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป
00:01:43 → 00:01:46แนะนำให้ไปตรวจเช็คอัพดูหลายๆ อย่าง
00:01:46 → 00:01:50ว่าเรามีโอกาสที่เป็นโรคไตรึเปล่าบางทีมันซ่อนอยู่ครับ
00:01:50 → 00:01:54บางทีท่านเป็นความดันสูงบ้างเป็นเบาหวานบ้าง
00:01:54 → 00:01:57แต่ว่าไม่เคยไปตรวจเลือดเลยปล่อยเอาไว้
00:01:57 → 00:02:00หลายคนครับที่ต้องฟอกไตทั้งๆ ที่อายุยังน้อย
00:02:00 → 00:02:0430 20 มีครับ เยอะแยะนะครับ
00:02:04 → 00:02:08เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีประวัติความดันสูง มีประวัติเบาหวาน
00:02:08 → 00:02:11แนะนำให้ตรวจค่าการทำงานของไตสม่ำเสมอนะครับ
00:02:11 → 00:02:15แล้วท่านจะรอดพ้นจากการฟอกไตไปได้อย่างสวยงาม
00:02:15 → 00:02:20คราวนี้เรามาดูการรอดพ้นโดยการรู้จักอาหาร 3 กลุ่มนี้กัน
00:02:20 → 00:02:22อันดับแรกเขาเรียกว่ากลุ่มน้ำดื่มครับ
00:02:22 → 00:02:26กลุ่มน้ำดื่มก็คือน้ำทั่วไปของเราเนี่ยแหละครับ
00:02:26 → 00:02:29ก็คือน้ำเปล่า เราจะไม่พูดถึงน้ำอย่างอื่นนะครับ
00:02:29 → 00:02:33น้ำสมุนพรงสมุนไพร น้ำวิเศษ น้ำบำรุง
00:02:33 → 00:02:36น้ำใส่กลูต้า น้ำอะไรเงี้ยไม่อะ
00:02:36 → 00:02:38เอาน้ำเปล่าอย่างเดียวนะครับ
00:02:38 → 00:02:40น้ำอย่างอื่นไม่มีวิจัยเลยว่าทานแล้ว
00:02:40 → 00:02:43มันจะดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้งอะไรทั้งสิ้นอะ
00:02:43 → 00:02:45น้ำเปล่าเนี่ยโอเคแล้วนะครับ
00:02:45 → 00:02:48คราวนี้ในกลุ่มน้ำดื่มเนี่ยนะครับ
00:02:48 → 00:02:52คนปกติเอาคนปกติก่อนคือกินได้วันละ 2 ลิตร
00:02:52 → 00:02:58หรือเอาน้ำหนักตัวคูณ 30 เช่น น้ำหนัก 50x30
00:02:58 → 00:03:00ก็กินได้ 1,500cc ก็คือลิตรครึ่ง
00:03:00 → 00:03:06ถ้าน้ำหนัก 70x30 ก็ได้ 2,100cc ก็ประมาณ 2 ลิตรนิดๆ
00:03:06 → 00:03:09หรือดูที่สีปัสสาวะว่ามีปัสสาวะสีอ่อนๆ
00:03:09 → 00:03:11เหลืองอ่อนๆ นี่ถือว่ากินน้ำได้กำลังดี
00:03:11 → 00:03:14ถ้าสีเข้มไปแปลว่ากินน้อยไป
00:03:14 → 00:03:16ถ้าสีใสปิ๊งเลยแปลว่ากินเยอะไป
00:03:16 → 00:03:20ในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 4-5
00:03:20 → 00:03:24คือค่าการทำงานของไตเนี่ยเหลือ 20-30%
00:03:24 → 00:03:26สมมุติว่ามันเต็ม 100 เหลืออยู่ 20%
00:03:26 → 00:03:30ไตของเราสองข้างสมมุติว่าผมเอาไตโยนทิ้งไปข้างหนึ่ง
00:03:30 → 00:03:33ซึ่งสมมุติเฉยๆ นะไม่ทิ้งจริง
00:03:33 → 00:03:36โยนทิ้งไปข้างหนึ่งเนี่ยก็ยังทำงานได้ 100% เลย
00:03:36 → 00:03:41เพราะฉะนั้นถ้าเหลือแค่ 20% แปลว่ามันแย่มากอะ
00:03:41 → 00:03:42ใช้ป๊ะ เออมันแย่มากอะ
00:03:42 → 00:03:45ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามท่านตรวจแล้วท่านพบว่า
00:03:45 → 00:03:47ท่านเป็นไตวายเรื้อรังระยะที่ 4-5 เนี่ย
00:03:47 → 00:03:52การควบคุมน้ำ เขาเรียกว่าโคตรสำคัญเลยในชีวิตของท่าน
00:03:52 → 00:03:56การควบคุมน้ำเนี่ย ถ้าท่านเป็นไตวายเรื้อรังระยะที่ 4
00:03:56 → 00:04:00ถ้าท่านควบคุมน้ำได้ดีบางทีอาจจะยืดระยะการฟอกไต
00:04:00 → 00:04:02ไปเป็นแบบ 10 ปีเลยก็ได้นะ
00:04:02 → 00:04:05หรือว่าท่านอาจจะแบบอาการดีขึ้นจนกลับมา
00:04:05 → 00:04:07อยู่ในไตวายเรื้อรังระดับที่ 3
00:04:07 → 00:04:09ซึ่งก็อาจจะไม่ต้องฟอกไตเลยตลอดชีวิตก็ยังได้นะครับ
00:04:09 → 00:04:11เพราะฉะนั้นต้องควบคุมให้ดีนะครับ
00:04:11 → 00:04:16คราวนี้ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านเป็นไตวายเรื้อรังระยะที่ 4-5
00:04:17 → 00:04:21ท่านสามารถกินน้ำได้ในปริมาณที่จำกัด
00:04:21 → 00:04:22จำกัดเท่าไหร่ครับ?
00:04:22 → 00:04:28ก็คือท่านฉี่ออกไปเท่าไหร่ต่อวันให้บวกไปได้ 500cc
00:04:28 → 00:04:33ถ้าสมมุติว่าท่านฉี่ออกไปได้วันละ 1,000cc ซึ่งเยอะนะ
00:04:33 → 00:04:37ท่านก็บวกไปอีก 500 แปลว่าท่านกินน้ำได้วันละ 1.5 ลิตรนั่นเอง
00:04:37 → 00:04:41ถ้าท่านฉี่ได้วันละ 2,000cc ซึ่งแบบเยอะมากอ่ะ
00:04:41 → 00:04:43ก็เป็น 2,000+500 เป็น 2.5 ลิตร
00:04:43 → 00:04:45ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่เยอะขนาดนั้นนะครับ
00:04:45 → 00:04:50ก็มักจะฉี่ประมาณซัก 700cc ถึง 1,000cc ประมาณนี้
00:04:50 → 00:04:51ก็ถือว่าเยอะแล้วนะครับ
00:04:52 → 00:04:54คาวนี้จะรู้ได้ไงว่าฉี่เราวันหนึ่งเท่าไหร่
00:04:54 → 00:04:56ก็แนะนำอย่างนี้ครับว่า
00:04:56 → 00:04:59ฉี่ในแต่ละวันของเรามันอาจจะไม่เท่ากัน
00:04:59 → 00:05:02เพราะฉะนั้นจะมีวิธีคำนวณง่ายๆ ดังนี้ครับ
00:05:04 → 00:05:08สำหรับวิธีการคำนวณฉี่ของเราในแต่ละวัน
00:05:08 → 00:05:15ว่าได้เท่าไหร่ก็คือการฉี่ทั้งหมด 7 วันเลย
00:05:15 → 00:05:18สมมุติว่าวันนี้เราฉี่เราก็ตวงเอานะ
00:05:18 → 00:05:22คือเราต้องตวงนะครับ อาจจะต้องมีหาแบบเขาเรียกว่า
00:05:22 → 00:05:24ถ้าเป็นผู้ชายก็อาจจะเป็นคอมฟอร์ทร้อยมันก็ตวงได้เนอะ
00:05:24 → 00:05:26ฉี่วันหนึ่งก็เก็บดูว่าวันหนึ่งเราฉี่ได้เท่าไหร่
00:05:26 → 00:05:29ผู้หญิงก็อาจจะหาอุปกรณ์แล้วก็มาเทชั่งตวง
00:05:29 → 00:05:31คือไม่ต้องทำทุกวันนะคือทำแค่รอบเดียว
00:05:31 → 00:05:33คือหมายความว่าทำอย่างเงี้ย 7 วัน
00:05:34 → 00:05:37แล้วก็รวมกัน 7 วัน แล้วเอามาหาร 7
00:05:37 → 00:05:40ดูว่าเฉลี่ยวันละเท่าไหร่คือเราดูค่าเฉลี่ยเอาแล้วกัน
00:05:40 → 00:05:43ไม่ใช่แบบมานั่งตัวเลขเป๊ะๆ มันก็ไม่ไหว
00:05:43 → 00:05:45ก็เฉลี่ยว่า 7 วันเท่าไหร่ ถ้าเฉลี่ยออกมาสมมุติว่า
00:05:45 → 00:05:48เฉลี่ย 7 วันออกมาเหลือวันละ 1,000cc
00:05:48 → 00:05:51คือฉี่ออกมาวันละ 1,000cc ท่านก็บวกไปเลย 500
00:05:51 → 00:05:53ท่านก็กินน้ำได้วันละ 1.5 ลิตรนะครับ
00:05:53 → 00:05:58ซึ่งจะต้องมีข้อควรระวังหลายข้อมากๆ เลย
00:05:58 → 00:06:01เพราะว่ามักจะพลาดกันไปนะครับ
00:06:01 → 00:06:071. ระวังอาหารที่มีน้ำผสมอยู่
00:06:07 → 00:06:10เช่น แกงจงแกงจืด นู้นนี่นั่นโน้น
00:06:10 → 00:06:13หรือซุปอะไรเงี้ยน้ำมันมีอยู่เยอะ อันนี้มันต้องนับด้วย
00:06:13 → 00:06:17เพราะฉะนั้นค่าเฉลี่ยที่ผมจะให้จริงๆ สมมุติว่า
00:06:17 → 00:06:21ในอาหาร 1 มื้อ น้ำประมาณ 100cc นะครับ
00:06:21 → 00:06:24แปลว่าถ้าท่านคำนวณออกมาได้ว่า
00:06:24 → 00:06:27ท่านสามารถดื่มน้ำได้วันละ 1,500cc
00:06:27 → 00:06:31ท่านก็ลบไป 300 ท่านก็กินน้ำได้วันละ 1,200cc
00:06:32 → 00:06:35คิดง่ายๆ ไม่ต้องไปนั่งตวงอะไรมากมายเวียนหัว
00:06:35 → 00:06:37แล้วก็สิ่งที่สำคัญคือท่านควรจะต้องมี
00:06:37 → 00:06:39เขาเรียกว่าขวดน้ำประจำตัว
00:06:39 → 00:06:44คือมันก็เป็นขวดแบบ เช่น ไปซื้อขวดแบบน้ำสิงห์ น้ำเนสท์เล่
00:06:44 → 00:06:48แล้วแต่ยี่ห้อมันก็มีขวดแล้วมันก็จะมีเขียน cc เอาไว้ใช่ไหม
00:06:48 → 00:06:52ท่านก็พกขวดนั้นเป็นประจำตัว ถ้าท่านกินได้วันละ 1,200cc
00:06:52 → 00:06:54ท่านก็ไปซื้อขวด 600cc มา 2 ขวด
00:06:54 → 00:06:58ก็กินได้เท่าเนี้ย 2 ขวด มันก็เป๊ะๆ ไงชัดเจน
00:06:58 → 00:07:00ไม่มากไปไม่น้อยไป พอดีๆ นะครับ
00:07:00 → 00:07:03อย่าลืมนะครับ น้ำแกงก็นับนะครับ น้ำข้าวต้มก็นับ
00:07:03 → 00:07:05น้ำแข็งก็นับ น้ำผลไม้ก็นับนะครับ
00:07:05 → 00:07:08ไม่ใช่แบบน้ำผลไม้ มันเป็นผลไม้นี่หว่ามันไม่นับ
00:07:08 → 00:07:10นับหมดนะครับอะไรที่เป็นน้ำ
00:07:10 → 00:07:13กินแล้วมันไหลลื่นลงคอก็นับหมดนะครับ
00:07:13 → 00:07:17เพราะว่าดูเล็กน้อยทีละนิดเนี่ยรวมกันมันก็เยอะนะครับ
00:07:18 → 00:07:22แล้วก็อีกอันหนึ่งถ้าท่านรู้สึกว่าท่านกินน้ำเยอะเกินไป
00:07:22 → 00:07:26บางทีต้องมาดูที่อาหารเพราะว่าอาหารไทยมันค่อนข้างรสจัด
00:07:27 → 00:07:30ถ้ารสจัดมากๆ เช่น เค็มมากๆ เผ็ดมากๆ
00:07:30 → 00:07:32มันกระตุ้นให้ท่านทานน้ำเยอะนะครับ
00:07:32 → 00:07:36เพราะฉะนั้นถ้าท่านจำเป็นที่ต้องจำกัดน้ำเนี่ย
00:07:36 → 00:07:39ก็จะต้องกินอาหารที่รสจัดน้อยลงนะครับ
00:07:39 → 00:07:41แล้วมันก็จะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยโรคไตด้วยนะ
00:07:41 → 00:07:44เพราะว่ายิ่งกินเค็มไตมันก็ยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ
00:07:44 → 00:07:46เราก็กินเค็มให้น้อยลงแล้วสักพักเรามันก็จะชิน
00:07:46 → 00:07:49คือไม่อร่อยแต่มีชีวิตรอดไม่ต้องฟอกไต
00:07:49 → 00:07:51ผมว่ามันก็โอเคนะ บางทีมันก็ต้องแลกกันนิดนึง
00:07:51 → 00:07:55มันจะมาอร่อยและสุขภาพดีตลอดมันเป็นไปไม่ได้
00:07:55 → 00:07:58ก็ต้องเขาเรียกว่าดูแลตัวเองนิดนึงนะครับ
00:07:58 → 00:08:02ยากลำบากตรงคุมอาหารแต่ไม่ต้องยากลำบากไปฟอกไตนะ
00:08:02 → 00:08:03อันนี้สำคัญนะครับ
00:08:04 → 00:08:06คราวนี้มาดูครับ เมื่อกี้กลุ่มแรกก็แค่กลุ่มน้ำนะครับ
00:08:06 → 00:08:08ใช้เวลาไปหลายนาทีแล้วนะ
00:08:08 → 00:08:11แต่ผมว่าทุกคนที่นั่งฟังมาถึงจุดนี้เนี่ย
00:08:11 → 00:08:14เขาเรียกว่าน่าจะได้ประโยชน์แล้วก็อย่าลืม
00:08:14 → 00:08:17ฟังมาตั้งนานแล้วนะ อย่าลืมกด Like กด Share
00:08:17 → 00:08:19กด Subscribe แล้วก็กดกระดิ่งนะครับ
00:08:19 → 00:08:20ไม่ได้พูดตอนแรกลืม
00:08:22 → 00:08:24อย่าลืมนะครับ แชร์ไปให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ
00:08:24 → 00:08:25ถ้าฟังมาถึงจุดนี้แล้วนะครับ
00:08:26 → 00:08:29ทีนี้อาหารกลุ่มที่ 2 ที่ต้องทราบ
00:08:29 → 00:08:31และต้องรู้จักดีเลย
00:08:31 → 00:08:33โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายๆ
00:08:33 → 00:08:36ก็คือกลุ่มอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
00:08:36 → 00:08:38เพราะว่าผู้ป่วยไตวายเนี่ย
00:08:38 → 00:08:40มักจะขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายไม่ค่อยได้
00:08:40 → 00:08:45แล้วตัวโพแทสเซียมที่สูงมันสามารถทำให้ท่านตายได้เลย
00:08:45 → 00:08:47เพราะอะไรครับ? เพราะว่าโพแทสเซียมที่สูง
00:08:47 → 00:08:49สามารถทำให้หัวใจเราเต้นผิดจังหวะ
00:08:49 → 00:08:52บางคนมาด้วยหัวใจเต้นผิดจังหวะปุ๊บเสียชีวิตเลย
00:08:52 → 00:08:53โอ้โห อันนี้หนักเลยนะครับ
00:08:53 → 00:08:56เพราะฉะนั้นอันตรายมากนะครับ
00:08:57 → 00:08:59คือผู้ป่วยไตวายระยะ 4-5 เนี่ย
00:08:59 → 00:09:02ผมบอกเลยมากกว่า 90% ต้องคุมโพแทสเซียมนะครับ
00:09:02 → 00:09:07แล้วผู้ใดที่ตรวจแล้วผลเลือดมีโพแทสเซียมสูงมากกว่า 5.2
00:09:07 → 00:09:09คือสูงมากกว่า 5 ให้ถือว่าสูงแล้ว
00:09:09 → 00:09:12ต้องคุมอาหารที่มีโพสแทสเซียมเยอะๆ เลย
00:09:12 → 00:09:15คราวนี้อาหารอะไรที่มีโพแทสเซียมเยอะมาดูครับ
00:09:15 → 00:09:19คือผักครับ ผักที่มีสีเขียวเข้มปี๋ๆ เลยโพแทสเซียมเยอะมาก
00:09:19 → 00:09:22เพราะฉะนั้นแนะนำให้กินผักสีอ่อนมากกว่าผักสีเข้ม
00:09:22 → 00:09:24แต่ถ้าท่านอยากกินผักสีเข้มจริงๆ ก็มีวิธีแนะนำครับ
00:09:24 → 00:09:27ท่านต้องสับมันหรือตัดให้มันเป็นชิ้นเล็กลูกเต๋า
00:09:27 → 00:09:29เสร็จแล้วเอาไปต้มน้ำนะครับ
00:09:29 → 00:09:31โพแทสเซียมจะออกไปแล้วท่านก็เชิญกินตามสบาย
00:09:31 → 00:09:32แต่กินแต่ผักนะครับ
00:09:32 → 00:09:35น้ำต้มห้ามกินเพราะโพแทสเซียมอยู่ในน้ำต้ม
00:09:35 → 00:09:37โอ้โหซดเข้าไปโพแทสเซียมกระฉูดนะครับ
00:09:37 → 00:09:39ต่อมาก็ผลไม้ครับ
00:09:39 → 00:09:43ผลไม้ก็แบ่งเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงกับต่ำ
00:09:43 → 00:09:46ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงผมก็ยกตัวอย่างง่ายๆ แล้วกัน
00:09:46 → 00:09:48เช่น กล้วย ทุเรียนเนี่ยหนักเลยนะครับ
00:09:48 → 00:09:51มะพร้าว ลำไย ส้ม อันนี้ก็ไม่ค่อยแนะนำ
00:09:51 → 00:09:54ถ้าแนะนำก็กินผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ
00:09:54 → 00:09:57เช่น แอปเปิ้ล แตงโม องุ่น สับปะรดครับ
00:09:58 → 00:10:01มาต่อกันที่กลุ่มที่ 3 ครับ
00:10:01 → 00:10:04อาหารที่อาจจะทำให้ท่านโดนฟอกไตได้โดยไม่รู้ตัว
00:10:04 → 00:10:07ก็คืออาหารกลุ่มโปรตีนนั่นเองครับ
00:10:07 → 00:10:10อาหารกลุ่มโปรตีนโดยเฉพาะผู้ที่ป่วยที่มี
00:10:10 → 00:10:14เขาเรียกว่าอยู่ในไตเรื้อรังระยะที่ 4-5
00:10:14 → 00:10:16เป็นอะไรที่ต้องควบคุมแบบจี๊ดๆ เลยมากๆ
00:10:16 → 00:10:19แต่สำหรับคนปกติก็เชิญทานตามสะดวกนะครับ
00:10:19 → 00:10:21แล้วแต่ท่านชอบนะครับ
00:10:21 → 00:10:23แต่ว่าก็ระวังเรื่องความอ้วนนะครับ
00:10:23 → 00:10:26การกินอาหารที่มีโปรตีนมากไปบางทีมันเหน็บไขมันมาด้วย
00:10:26 → 00:10:29เช่น เนื้อย่างติดมันอย่างเงี้ยนะ
00:10:29 → 00:10:31มันโปรตีนสักครึ่งหนึ่ง ไขมันสักครึ่งหนึ่งนะ
00:10:31 → 00:10:32กินไปมันก็อ้วนเนอะ
00:10:32 → 00:10:37ไก่ย่างแต่ว่ามีหนังอย่างเงี้ยเยอะๆ มันก็อ้วนได้
00:10:37 → 00:10:40หรือว่าไก่ทอด KFC งี้นะ โอ้โหมันก็แบบนะ
00:10:41 → 00:10:44มันอร่อยไงแต่ว่ามันก็มันเยอะนิดนึง
00:10:44 → 00:10:46มันก็ต้องระมัดระวังนะครับ
00:10:47 → 00:10:50คราวนี้สำหรับผู้ป่วยไตระยะที่ 4-5 เนี่ย
00:10:50 → 00:10:52ต้องบอกเลยว่าต้องคุมโปรตีนสูงมาก
00:10:52 → 00:10:55เพราะว่าไตของท่านไม่สามารถขับโปรตีนออกมาได้
00:10:55 → 00:10:57โปรตีนที่เรากินไปมันเสริมสร้างร่างกายนะ
00:10:57 → 00:11:00แต่ถ้ามันคั่งอยู่ในร่างกายมันจะเป็นพิษ
00:11:00 → 00:11:03ทำให้เราเสียชีวิตได้เลยนะเพราะว่าพิษคือตัวโปรตีน
00:11:03 → 00:11:05ที่มันคั่งอยู่ในร่างกายเราเนี่ยแหละนะครับ
00:11:05 → 00:11:08เพราะฉะนั้นปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้กิน
00:11:08 → 00:11:14ก็คือ 0.5 กรัมต่อกิโลต่อวันนั่นเองนะครับ
00:11:14 → 00:11:15แปลเป็นไทยนะครับ
00:11:15 → 00:11:19ก็ต้องไปคำนวณตามน้ำหนักของท่านนะครับ
00:11:19 → 00:11:21แล้วก็ลองเอามาชั่งดูนะครับ
00:11:21 → 00:11:24เอาว่าประมาณแค่ประมาณแล้วกัน
00:11:24 → 00:11:28โปรตีนมื้อละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
00:11:28 → 00:11:30ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะนะครับที่ท่านจะทานได้
00:11:30 → 00:11:332 ช้อนโต๊ะนะครับ เช่น ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
00:11:33 → 00:11:37ทั้งวันก็ 6 ช้อนโต๊ะ ก็กินได้น้อยหน่อยพูดตามตรง
00:11:37 → 00:11:40แต่ว่าต้องอย่าลืมว่าถ้าท่านโปรตีนได้น้อย
00:11:40 → 00:11:42ท่านอาจจะต้องทานอาหารอย่างอื่นเสริม
00:11:42 → 00:11:43เช่น คาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน
00:11:43 → 00:11:45เพื่อให้ร่างกายของท่านมีแคลอรี่เพียงพอ
00:11:45 → 00:11:48ไม่งั้นมันก็จะ...เขาเรียกว่า
00:11:48 → 00:11:50ร่างกายได้รับแคลอรี่ไม่เพียงพอนะครับ
00:11:50 → 00:11:52แต่ว่าจะได้โปรตีนมากเกินไปก็ไม่ได้อีก
00:11:52 → 00:11:54โอ้โหชีวิตอยู่ยากเหมือนกันนะครับ
00:11:54 → 00:11:57สำหรับระยะ 4 หรือระยะ 5 นะครับ
00:11:57 → 00:12:00แต่ถ้าท่านไม่อยากฟอกไตมันจำเป็นที่จะต้องควบคุมนะครับ
00:12:00 → 00:12:03ก็โปรตีนแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
00:12:03 → 00:12:07ก็เป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ กับ ไข่นะครับ
00:12:07 → 00:12:10แล้วก็กลุ่มที่ 2 ก็เป็นกลุ่มถั่วและธัญพืชนะครับ
00:12:10 → 00:12:12ในกลุ่มที่เป็นเนื้อสัตว์แล้วก็ไข่
00:12:12 → 00:12:17คือสำหรับเนื้อสัตว์ผมก็แนะนำว่าถ้าทานได้ก็จะดี
00:12:17 → 00:12:20เพราะว่ามีกรดอะมิโนครบถ้วนเลย
00:12:20 → 00:12:21แต่ว่าไม่แนะนำพวกเนื้อสัตว์แปรรูป
00:12:21 → 00:12:24พวกแฮม พวกไส้กรอกไม่ค่อยแนะนำนะครับ
00:12:24 → 00:12:28หรือว่าพวกฟรีซพวกอะไรเงี้ยมันมีโซเดียมสูง
00:12:28 → 00:12:31คือมันบางทีมันจำเป็นต้องกินก็กินเนอะ
00:12:31 → 00:12:34แต่ว่าถ้าเกิดไม่จำเป็นหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงแล้วกัน
00:12:34 → 00:12:37เนื้อสัตว์จะเป็นโปรตีนชั้นดีนะครับ
00:12:37 → 00:12:42แล้วก็แนะนำให้กิน เช่น พวกอกไก่หรือว่าพวกปลา
00:12:43 → 00:12:45พวกกุ้ง พวกปลาหมึกก็ยังพอทานได้
00:12:45 → 00:12:48คอเลสเตอรอลนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรก็ทานได้
00:12:48 → 00:12:49แต่ทานไม่ได้เยอะนะครับ
00:12:49 → 00:12:52ก็ทานได้นะครับ แต่ว่าพวกเนื้อติดมัน
00:12:52 → 00:12:54หรืออะไรที่ติดมันก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่
00:12:54 → 00:12:56ไข่ขาวก็เป็นโปรตีนที่ดีพอสมควรนะครับ
00:12:56 → 00:12:58แต่กินบ่อยๆ มันก็เบื่อใช่ป๊ะ
00:12:58 → 00:13:01มันจืดอะก็กินสลับกันไปได้
00:13:01 → 00:13:05ไม่ใช่ว่าไข่ขาวคือสุดยอดอะไรงี้ก็กินได้หมด
00:13:06 → 00:13:08คราวนี้มาที่ถั่วและธัญพืช
00:13:08 → 00:13:10คือถั่วและธัญพืชเนี่ยก็ต้องบอกว่า
00:13:10 → 00:13:13คือก็กินได้นิดหน่อยแต่ว่าไม่ค่อยแนะนำพูดตามตรง
00:13:13 → 00:13:16เพราะไร เพราะว่าในถั่วและธัญพืชมันมีข้อเสีย
00:13:16 → 00:13:18เพราะว่ามันมีฟอสฟอรัสอยู่สูง
00:13:18 → 00:13:20แล้วคนไข้โรคไตมันขับฟอสฟอรัสไม่ออกไง
00:13:20 → 00:13:25ฟอสฟอรัสมันก็คั่งในร่างกายมันจะคันไปแบบว่า
00:13:25 → 00:13:27กินยาแก้คันก็ไม่หาย เกาทั้งวันอะ
00:13:27 → 00:13:29เกาจนเป็นแผลถลอกทั้งตัว
00:13:29 → 00:13:33เพราะฉะนั้นเรื่องของฟอสฟอรัสต้องระมัดระวังมากๆ เลย
00:13:33 → 00:13:36สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะ 4-5 นะครับ
00:13:36 → 00:13:42เพราะฉะนั้นถ้าให้แนะนำก็แนะนำเนื้อสัตว์มากกว่าธัญพืช
00:13:42 → 00:13:46ก็สำหรับ 3 กลุ่มที่อาจจะทำให้ท่านอาจต้องฟอกไต
00:13:46 → 00:13:51ได้โดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในไตวายเรื้อรังระยะ 4-5
00:13:51 → 00:13:533 กลุ่มนะครับ ขอเน้นย้ำอีกครั้ง
00:13:53 → 00:13:571. กลุ่มน้ำดื่มที่จะต้องไม่เกินวันละ 500cc ต่อวัน
00:13:57 → 00:14:00บวกกับปริมาณที่ท่านปัสสาวะ
00:14:00 → 00:14:052. อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงหรือผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง
00:14:05 → 00:14:08ไม่แนะนำโดยเฉพาะผักสีเขียวเข้มมากๆ
00:14:08 → 00:14:10หรือว่าผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงมากๆ
00:14:10 → 00:14:14เช่น ทุเรียน กล้วย ส้มอะไรอย่างเงี้ยนะครับ
00:14:14 → 00:14:16แต่ว่า....
00:14:16 → 00:14:19มันก็ยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่มีโพแทสเซียมต่ำ
00:14:19 → 00:14:21ซึ่งสามารถกดดูในกูเกิ้ลได้เลยนะครับ
00:14:21 → 00:14:23กดไปเลยว่าอาหารโพแทสเซียมต่ำ
00:14:23 → 00:14:25อาหารโพแทสเซียมสูงเขียนภาษาไทยเลยนะครับ
00:14:25 → 00:14:27ก็จะพบเจอ...ท่านก็ลิสต์เอาไว้
00:14:27 → 00:14:30ว่าท่านกินอะไรได้กินอะไรไม่ได้มันมีเยอะมากอะ
00:14:30 → 00:14:31พูดไม่หมดนะครับ
00:14:31 → 00:14:353. กลุ่มโปรตีนก็ต้องกินให้พอเหมาะพอดี
00:14:35 → 00:14:38ก็อย่างที่บอกมื้อหนึ่งก็ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
00:14:38 → 00:14:41สำหรับท่านที่เป็นไตเรื้อรังระยะที่ 4-5 ก็กินได้ประมาณนี้
00:14:41 → 00:14:45แล้วก็แนะนำเนื้อสัตว์มากกว่าธัญพืชนะครับ
00:14:45 → 00:14:47ก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีขึ้นทุกคน
00:14:47 → 00:14:48แล้วอย่าลืมกด Like กด Share นะครับ
00:14:48 → 00:14:50สวัสดีครับ บ้ายบาย