00:00:16 → 00:00:19โรครองช้ำพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบเจ็บ
00:00:19 → 00:00:22เหมือนโดนแทงบริเวณส้นเท้ารู้จักวิธีแก้
00:00:22 → 00:00:27อาการรองช้ำด้วยตัวเองดูแลเท้าแบบง่ายๆ
00:00:27 → 00:00:30อย่างไรให้สุขภาพเท้าที่ดีติดตามเรื่อง
00:00:30 → 00:00:35ราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN He วัน
00:00:35 → 00:00:38นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ราย
00:00:39 → 00:00:42การ TNN Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:42 → 00:00:45เสริมมคุ้มกันรู้ทันโลคไปกับ TNN Health
00:00:45 → 00:00:48นะคะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงซันดาวจัง
00:00:48 → 00:00:52วังกรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
00:00:52 → 00:00:54พร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
00:00:54 → 00:00:58ค่ะพาคุณผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆ
00:00:58 → 00:01:00กัน
00:01:00 → 00:01:06[เพลง]
00:01:06 → 00:01:09สัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดถึงอาการใกล้ตัว
00:01:09 → 00:01:13กันคาโดยเฉพาะสาวๆนะคะตื่นมาตอนเช้าอาจจะ
00:01:13 → 00:01:16มีอาการรู้สึกเจ็บๆปวดวดบริเวณฝ่าเท้าส้น
00:01:16 → 00:01:19เท้านั่นก็คือภาวะรองช้ำหรือภาวะการ
00:01:19 → 00:01:23อักเสบที่พังผืดนะคะที่บริเวณฝ่าเท้านั่น
00:01:23 → 00:01:26เองปกติผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ใส่รองเท้าส้น
00:01:26 → 00:01:28สูงเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่น
00:01:28 → 00:01:31ใจในแต่ละวันถึงแม้จะทำให้รู้สึกเจ็บหรือ
00:01:31 → 00:01:34ปวดเท้าก็ตามซึ่งรองเท้าส้นสูงมีหลากหลาย
00:01:34 → 00:01:36รูปแบบให้เลือกมากมายแต่หากไม่ถูก
00:01:37 → 00:01:39สุขลักษณะของเท้าแล้วก็อาจเป็นปัจจัย
00:01:39 → 00:01:42เสี่ยงที่ทำให้สาวๆป่วยเป็นโรครองช้ำไ่
00:01:42 → 00:01:45ง่ายมากขึ้นแต่จริงๆแล้วโรครองช้ำเกิดได้
00:01:45 → 00:01:48ทั้งผู้หญิงและผู้ชายและเกิดได้จากหลาย
00:01:48 → 00:01:52สาเหตุหลายคนนะคะมักจะได้ยินว่ามีอาการ
00:01:52 → 00:01:55รองช้ำมีอาการส้นเท้าอักเสบแต่ก็ยังงงว่า
00:01:55 → 00:01:57รองช้ำคือบริเวณส่วนไหนของเท้ากันแน่ไป
00:01:57 → 00:02:01ฟังกันค่ะรองช้ำคือพางผืดใต้ฝ่าเท้ามีรูป
00:02:01 → 00:02:04ร่างเป็นสามเหลี่ยมโดยยอดของสามเหลี่ยมจะ
00:02:04 → 00:02:07ยึดติดกับกระดูกส้นเท้าส่วนฐานของสาม
00:02:07 → 00:02:10เหลี่ยมจะแยกออกเป็น 5 แฉกไปยึดติดกับ
00:02:10 → 00:02:13นิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วโดยพังผืดใต้ฝ่าเท้า
00:02:13 → 00:02:16จะมีความหนาประมาณ 3 มลมทำหน้าที่ในการ
00:02:16 → 00:02:19รองรับแรงกระแทกบริเวณฝ่าเท้ารองรับอุ้ง
00:02:19 → 00:02:23เท้าในแนวตามยาวรองรับน้ำหนักตัวช่วยพยุง
00:02:23 → 00:02:26โรงสร้างเท้าให้เหมาะสมในช่วงระยะโอของ
00:02:26 → 00:02:29การเดินหรือก็คือจังหวะที่นิ้วเท้าดันให้
00:02:30 → 00:02:33ขาไปข้างหน้าก่อนที่จะยกขาขึ้นเพื่อก้าว
00:02:33 → 00:02:36ต่อคล้ายๆกับการเขยงเท้าและยังทำหน้าที่
00:02:36 → 00:02:39ปกป้องโครงสร้างที่อยู่ลึกต่อจากพังผืด
00:02:39 → 00:02:43นอกจากนี้บริเวณพังผืดยังมีเส้นประสาททอด
00:02:43 → 00:02:46ผ่านทำให้สามารถรับรู้ความรู้สึกและเจ็บ
00:02:46 → 00:02:50ปวดได้สาเหตุของรองช้ำเกิดจากอะไรได้บ้าง
00:02:50 → 00:02:53ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่แน่
00:02:53 → 00:02:57ชัดของการเกิดโรครองช้ำได้หนึในสมมติฐาน
00:02:57 → 00:03:00ที่เป็นไปได้คือในขณะที่เท้ารับน้ำหนัก
00:03:00 → 00:03:04ของร่างกายเช่นขณะยืนเดินหรือวิ่งเกิดการ
00:03:04 → 00:03:06ลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้าที่ต่อเนื่องหรือมาก
00:03:06 → 00:03:10เกินไปส่งผลให้พังผืดใต้ฝาเท้าถูกยืดออก
00:03:10 → 00:03:14อย่างฉับพลันกลไกดังกล่าวหากเกิดขึ้นซ้ำๆ
00:03:14 → 00:03:17จะส่งผลให้พังผืดใต้ฝ่าเท้าได้รับบาดเจ็บ
00:03:17 → 00:03:20ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรือรังได้ปัจจัย
00:03:20 → 00:03:23เสี่ยงที่อาจสัมพันธ์กับการเกิดโรครองช้ำ
00:03:23 → 00:03:27มีหลายประการได้แก่อายุโรครองช้ำพบบ่อยใน
00:03:27 → 00:03:32ผู้ที่มีอายุ 40-60 10 ปีภาวะอ้วนหรือมี
00:03:32 → 00:03:35น้ำหนักตัวมากกว่าปกติทำให้เมื่อเดินจะทำ
00:03:35 → 00:03:38ให้เกิดแรงกดที่ฝ่าเท้ามากจนอาจทำให้พัง
00:03:38 → 00:03:41ผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบได้มีการยืนต่อเนื่อง
00:03:41 → 00:03:44เป็นเวลานานทำให้เอ็นฝ่าเท้ารองรับน้ำ
00:03:44 → 00:03:48หนักกดทับมากกว่าปกติมีภาวะเท้าผิดรูป
00:03:48 → 00:03:52เช่นอุ้งเท้าแบนอุ้งเท้าสูงหรือโก่งมาก
00:03:52 → 00:03:55เกินไปสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ
00:03:55 → 00:03:59เท้าเช่นรองเท้าส้นสูงรองเท้าที่คับแน่น
00:03:59 → 00:04:03บีบเท้าหรือรองเท้าที่หลวมเกินไปมีการใช้
00:04:03 → 00:04:07งานฝ่าเท้าหรือส้นเท้าที่มากเกินไปจนร่าง
00:04:07 → 00:04:10กายทนไม่ไหวเช่นการฝึกวิ่งที่หักโหมเกิน
00:04:10 → 00:04:14ไปหรือวิ่งในระยะทางที่ไกลเกินไปหรือการ
00:04:14 → 00:04:17วิ่งบนพื้นแข็งสวมใส่รองเท้าไม่เหมาะสม
00:04:17 → 00:04:21เช่นรองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้าหรือ
00:04:21 → 00:04:25พื้นรองเท้าบางเกินไปมีอาการ n 100y ยึด
00:04:25 → 00:04:28ทำให้ส้นเท้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตาม
00:04:28 → 00:04:32ปกติรคข้ออักเสบรูมาตอยหรือข้อสันหลัง
00:04:32 → 00:04:35อักเสบซึ่งอาจทำให้มีโอกาสเกิดการอักเสบ
00:04:35 → 00:04:38ที่เส้นเอ็นจุดใดจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับ
00:04:38 → 00:04:41กระดูกทำให้มีโอกาสเกิดพังผึดใต้ฝ่าเท้า
00:04:41 → 00:04:45อักเสบได้แม้โรคนี้ไม่อันตรายร้ายแรงแต่
00:04:45 → 00:04:48ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทำการรักษา
00:04:48 → 00:04:50เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำ
00:04:51 → 00:04:53วันได้การรักษาโรคนี้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น
00:04:54 → 00:04:56ต้องผ่าตัดเพราะอาจทำให้เกิดความเสี่ยง
00:04:56 → 00:05:00และอาการแทรกซ้อนเช่นการติดเชื้อการเจ็บ
00:05:00 → 00:05:02ปวดต่อเนื่องการที่เส้นประสาทเล็กๆบริเวณ
00:05:02 → 00:05:05ฝ่าเท้าได้รับการกระทบกระเทือนซึ่งอาจทำ
00:05:05 → 00:05:08ให้เกิดความรู้สึกชาและเหมือนมีเข็มตำที่
00:05:08 → 00:05:11ส้นเท้าในช่วงนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกับ
00:05:11 → 00:05:13อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของรอง
00:05:13 → 00:05:14ช้ำ
00:05:14 → 00:05:17กันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:05:17 → 00:05:20เลยนะ
00:05:20 → 00:05:26[เพลง]
00:05:26 → 00:05:31คะรองช้ำคืออะไรคะอจารรองช้ำคือภาวะผัง
00:05:31 → 00:05:33ผืดฝาเท้าอักเสบครับผมก็จะเกิดบริเวณส้น
00:05:33 → 00:05:37เท้าของเราครับรองช้ำมีอาการอย่างไรและ
00:05:37 → 00:05:40อาการอะไรคะที่บ่งบอกว่าเป็นรองช้ำอาการ
00:05:40 → 00:05:43อาการของโรครองช้ำนะครับก็จะเป็นอาการที่
00:05:43 → 00:05:46คนไข้ส่วนใหญ่มาด้วยอาการเจ็บบริเวณส้น
00:05:46 → 00:05:48เท้าจะมีอาการหลังจากตื่นนอนนะครับเป็น
00:05:48 → 00:05:51ก้าวแรกๆหลังจากตื่นนอนส่วนใหญ่ก็คือ
00:05:51 → 00:05:53เมื่อเดินไปเรื่อยๆแล้วเนี่ยฝนไข้อาการจะ
00:05:53 → 00:05:56เบาลงครับอาจารย์คะใครคือกลุ่มเสี่ยงที่
00:05:57 → 00:05:59จะเป็นโรครองช้ำคะคนที่มีความเสียงที่จะ
00:05:59 → 00:06:02เป็นโรครองช้ำก็คือคนที่มีลักษณะการใช้
00:06:02 → 00:06:05ของเท้าเยอะนะครับไม่ว่าจะมีน้ำหนักบวน
00:06:05 → 00:06:08กายเยอะการที่ยกของหนักหรือว่าคนที่มีรูป
00:06:08 → 00:06:11เท้าผิดปกติเช่นอุ้งเท้าสูงหรือเท้าแบน
00:06:11 → 00:06:14ครับทำไมการใส่รองเท้าส้นสูงถึงมีความ
00:06:14 → 00:06:16เกี่ยวข้องกันกับการเกิดโรครองช้ำค่ะ
00:06:16 → 00:06:19อาจารย์อ่าความสัมพันธ์อีกอย่างหนึ่งของ
00:06:19 → 00:06:21โรครองช้ำก็คือลักษณะที่มีกล้ามเนื้อน่อง
00:06:21 → 00:06:25ตึงครับซึ่งถ้าฟนใส่ส้นสูงนะครับจะมี
00:06:25 → 00:06:27ลักษณะของกล้ามเนื้อน่องตึงง่ายเพราะว่า
00:06:27 → 00:06:29ส้นเท้าของเขาจะอยู่สูงจากเหนือจับพื้นทำ
00:06:29 → 00:06:32ให้มีลักษณะกล้ามเนื้อน่องตึงได้ง่ายครับ
00:06:32 → 00:06:34ซึ่งอาจจะรับให้มีอาการรองช้ำได้มากขึ้น
00:06:34 → 00:06:36ในคนที่มีลักษณะของกล้ามเนื้อน่องตึงนะ
00:06:36 → 00:06:39ครับจะทำให้มีลักษณะของปลายเท้าที่มีการ
00:06:40 → 00:06:43กระแทกพื้นได้แรงครับจึงทำให้มีลักษณะของ
00:06:43 → 00:06:46ผังปืฝาเท้าที่มีการอักเสบขึ้นได้ง่าย
00:06:46 → 00:06:50ครับแล้วรองช้ำรักษาอย่างไรคะส่วนใหญ่คน
00:06:50 → 00:06:53ไข้ประมาณ 95% สามารถหายปวดได้ภายใน 1 ปี
00:06:53 → 00:06:56ครับผมโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดซึ่งการรักษา
00:06:56 → 00:06:58โดยวิธีการไม่ผ่าตัดเนี่ยสามารถทำให้คน
00:06:58 → 00:07:02ไข้หายหายปวดได้ภายใน 1 ปีการรักษาจะ
00:07:02 → 00:07:05ประกอบด้วยหลายๆปัจจัยนะครับผมเช่นหนึการ
00:07:05 → 00:07:08ปรับพฤติกรรมเช่นลดน้ำหนักลดการใช้งานลด
00:07:08 → 00:07:12การยกของหนัก 2 การปรับรูปเท้าเส้นการใช้
00:07:12 → 00:07:14แผ่นรองปรับรูปเท้าเพื่อทำให้รูปเท้ากลับ
00:07:14 → 00:07:18มาปกติยิ่งขึ้น 3 การกายภาพเช่นการยืด
00:07:18 → 00:07:22กล้ามเนื้อน่องการยืดผังผึดฝ่าเท้าและ 4
00:07:22 → 00:07:24คือเรื่องของการใช้ยาซึ่งการใช้ยาเนี่ยก็
00:07:24 → 00:07:28จะเป็นการใช้ยาแก้ปวดแก้อักเสบการยาค้
00:07:28 → 00:07:31กล้ามเนื้อตามลักษณะททั่วไปนอกจากยากิน
00:07:31 → 00:07:34แล้วก็จะมีเรื่องของการฉีดยานะครับซึ่งยา
00:07:34 → 00:07:38ที่ใช้ฉีดส่วนใหญ่เนี่ยจะเป็นการลักษณะ
00:07:38 → 00:07:41เอาเลือดตัวเองไปปั่นนะครับเพื่อเพิ่มการ
00:07:41 → 00:07:43ซ่อมแซมของเผากืดฝ่าเท้าซึ่งส่วนใหญ่
00:07:43 → 00:07:47เนี่ยในสมัยก่อนจะมีการรักษาโดยการใช้การ
00:07:47 → 00:07:50ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าบริเวณส้นเท้าเพื่อ
00:07:50 → 00:07:53รักษาในปัจจุบันผมไม่ค่อยแนะนำในการรักษา
00:07:53 → 00:07:56วิธีนี้เนื่องจากจะทำให้มีโอกาสที่ทำที่
00:07:56 → 00:08:00ทำให้ผังปืดฝาเท้าฉีกขาได้ครับ PRP เป็น
00:08:00 → 00:08:03การนำเลือดไปปั่นนะครับย่อมาจาก padlet
00:08:03 → 00:08:06List Plasma นะครับก็คือเป็นพลาสมาที่
00:08:06 → 00:08:10มีเกล็ดเลือดปริมาณมากนะครับซึ่งเกล็ด
00:08:10 → 00:08:13เลือดปริมาณมากเนี่ยมีงานวิจัยบอกว่า
00:08:13 → 00:08:17สามารถช่วยเพิ่มการซ่อมแซมของสิ่งสึกรอใน
00:08:17 → 00:08:20ร่างกายได้ครับคล้ายๆเหมือนการรักษาโดย
00:08:20 → 00:08:23คล้ายๆสเต็มเซลเพื่อช่วยให้ผังปึบฝ่าเท้า
00:08:23 → 00:08:25เนี่ยสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้นครับ
00:08:25 → 00:08:28สำหรับวิธีการแก้รองช้ำด้วยตัวเองต้องทำ
00:08:28 → 00:08:31อย่างไรบ้างคะเบื้องต้นนะครับจากการถ้าจะ
00:08:31 → 00:08:35รักษาเรื่องของลักษณะโรคโรครองช้ำก็คือ
00:08:35 → 00:08:38อย่างที่บอกไปคือการยืดผังืดฝ่าเท้านะ
00:08:38 → 00:08:41ครับซึ่งในคนไทยเนี่ยส่วนใหญ่ก็จะมีการ
00:08:41 → 00:08:45ใช้ลักษณะของกะลาลูกบอลหรือลูกกอล์ฟนะ
00:08:45 → 00:08:48ครับในการคลึงบริเวณผังืดฝ่าเท้าเพื่อ
00:08:48 → 00:08:51ช่วยยืดผังืดฝ่าเท้าครับอีกวิธีหนึงก็คือ
00:08:51 → 00:08:55การยืดกล้ามเนื้อน่องนะครับอาจารย์คะการ
00:08:55 → 00:08:58นวดเนี่ยมีส่วนช่วยรักษารองช้ำหรือว่าทำ
00:08:58 → 00:09:01ให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นคะจากโมเดลนะครับ
00:09:01 → 00:09:03อันนี้ก็คือผังผืดฝ่าเท้าที่เกิดลักษณะ
00:09:03 → 00:09:05รองช้ำนะครับซึ่งตำแหน่งที่จะเป็นมากที่
00:09:05 → 00:09:08สุดก็คือบริเวณส้นเท้าตำแหน่งนี้นะครับ
00:09:08 → 00:09:11เวลาจะนวดก็คือเราสามารถนวดได้ทั้งผังผืด
00:09:11 → 00:09:13ฝาทาวทั้งหมดเลยนะครับจะเป็นการนวดเบาๆ
00:09:14 → 00:09:17บริเวณผังผืดฝาเท้าครับไล่ตามแนวไปนะครับ
00:09:17 → 00:09:20อันนี้คือการนวดและร่วมกับการยืดผังผืด
00:09:20 → 00:09:24ฝ่าเท้าเราจะทำการโดยการทำการกระดกนิ้วนะ
00:09:24 → 00:09:27ครับของบริเวณเท้าค้างไว้ประมาณ 10-15
00:09:27 → 00:09:31วินาทีนะครับเป็นลักษณะการรักษาเป็น 2
00:09:31 → 00:09:34อย่างนี้ร่วมกันนะครับคือการพักก็เป็นการ
00:09:34 → 00:09:36รักษาเริ่มต้นของโลกในออโท pedic ส่วน
00:09:36 → 00:09:39ใหญ่นะครับไม่ว่าจะเป็นโรคของรองช้ำหรือ
00:09:39 → 00:09:42ว่าปวดเมื่อยหรืออุบัติเหตุแต่ถ้าเราจะ
00:09:42 → 00:09:46ป้องกันให้ระยะยาวเนี่ยอาการดีขึ้นการนวด
00:09:46 → 00:09:49กับการยึดก้ามเนื้อน่องก็เป็นสิ่งสำคัญ
00:09:49 → 00:09:52ที่ควรทำครับถ้าผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำ
00:09:52 → 00:09:55แล้วปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไรบ้างคะ
00:09:55 → 00:09:58คือคือโดยส่วนใหญ่เนี่ยคนไข้ถ้าเป็นอาการ
00:09:58 → 00:10:01มาสักระยะหนเนี่ยคนไข้ก็จะเริ่มมาทำการ
00:10:01 → 00:10:04รักษาถ้าได้รับการรักษาไม่ถูกวิธีคนไข้ก็
00:10:04 → 00:10:07อาจจะมีอาการเรื้อรังซึ่งอาจจะทำให้การ
00:10:07 → 00:10:10รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดเนี่ยไม่สำเร็จผล
00:10:10 → 00:10:12ซึ่งอาจจะจำเป็นต้องไปทำการรักษาโดยการ
00:10:12 → 00:10:16ผ่าตัดครับอยากให้อาจารย์ให้คำแนะนำในการ
00:10:16 → 00:10:18เลือกรองเท้าให้เหมาะกับสุขภาพเท้าค่ะ
00:10:18 → 00:10:23อาจารย์รองรองเท้าที่เหมาะสมกับสุขภาพก็
00:10:23 → 00:10:25ไม่ควรเป็นรองเท้าที่ปีบหน้าเท้ามากเกิน
00:10:25 → 00:10:29ไปนะครับและควรใช้รองเท้าที่เหมาะสมกับ
00:10:29 → 00:10:33รูปเท้าของเราครับวิธีดูลักษณะรูปเท้า
00:10:33 → 00:10:36อย่างง่ายๆนะครับผมก็อาจจะใช้การยืนและดู
00:10:36 → 00:10:39บริเวณอุ้งเท้าว่าเรามีอุ้งเท้าหรือไม่
00:10:39 → 00:10:42ครับซึ่งถ้าคนที่ไม่มีอุ้งเท้าเนี่ยก็จะ
00:10:42 → 00:10:45เป็นลักษณะของเท้าแบนแต่ถ้าคนที่มีอุ้ง
00:10:45 → 00:10:48เท้าอาจจะเป็นได้ลักษณะของทั้งเท้าปกติ
00:10:48 → 00:10:51หรืออุ้งเท้าสูงซึ่งเราสามารถดูลักษณะของ
00:10:51 → 00:10:54อุ้งเท้าได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายๆอย่าง
00:10:54 → 00:10:56เช่นเวลาเราเข้าห้องน้ำครับเท้าเราเปียก
00:10:56 → 00:11:00แล้วลองไปเหยียบดูบริเวณพัพรมเช็ดเท้าและ
00:11:00 → 00:11:03ละและลองดูเทียบลักษณะของอุ้งเท้าตามรูป
00:11:03 → 00:11:06แรงอินเทอร์เน็ตได้ครับไม่แนะนำจริงๆของ
00:11:06 → 00:11:09ลักษณะของรองเท้าอย่างที่บอกคือรองเท้า
00:11:09 → 00:11:12ที่หน้าค่อนข้างกว้างและก็มีอุ้งเท้า
00:11:12 → 00:11:15เสริมเล็กน้อยครับหลายคนนะคะจะละเลย
00:11:15 → 00:11:18อวัยวะหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆกับร่างกาย
00:11:18 → 00:11:21อวัยวะนี้เขาทำหน้าที่รองรับร่างกายและทำ
00:11:21 → 00:11:23ให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกนั่นก็คือ
00:11:23 → 00:11:28เท้านั่นเองค่ะเท้าประกอบด้วยกระดูกชิ้น
00:11:28 → 00:11:31เล็กๆ 20 6 ชิ้นเท้า 2 ข้างมีกระดูกรวม
00:11:31 → 00:11:35กันทั้งหมด 52 ชิ้นข้อต่อในเท้ามีทั้งหมด
00:11:35 → 00:11:3838 ข้อมีกล้ามเนื้อ 31 มัดมีเส้นเอ็น
00:11:38 → 00:11:42ทั้งหมด 107 เส้นเท้าเป็นอวัยวะที่ทำงาน
00:11:42 → 00:11:45หนักและมีผู้ประมาณการว่าในช่วงชีวิตของ
00:11:45 → 00:11:48มนุษย์ผู้หนึ่งจะใช้เท้าเดินเป็นระยะทาง
00:11:48 → 00:11:54เฉลี่ยถึง 120,000 ถ 160,000 กมซึ่งยาว
00:11:54 → 00:11:57มากกว่า 3-4 เท่าของเร่ทางรอบโลกเสียอีก
00:11:57 → 00:11:59ค่ะ
00:11:59 → 00:12:02เราได้ทราบแล้วนะคะว่าเท้าเป็นอวัยวะที่
00:12:02 → 00:12:06ทำงานหนักมากเลยและเราค่ะมักจะละเลว่าการ
00:12:06 → 00:12:09ดูแลเท้าเป็นอย่างไรก่อนที่เราจะไปรู้นะ
00:12:09 → 00:12:12คะว่าวิธีการดูแลรักษาเท้าให้เท้ามี
00:12:12 → 00:12:15สุขภาพดีเป็นอย่างไรเรามารู้กันก่อนว่า
00:12:15 → 00:12:18พฤติกรรมอะไรที่ทำให้สุขภาพเท้าของเราย่ำ
00:12:18 → 00:12:22แย่ค่ะเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งโดย
00:12:22 → 00:12:25ธรรมชาติแล้วเท้าของคนเราถูกออกแบบมาให้
00:12:25 → 00:12:28เดินบนพื้นที่เรียบและอ่อนนุ่งอย่างเป็น
00:12:28 → 00:12:31ธรรมชาติเช่นพื้นดินขณะที่ย่ำย่างแต่ละ
00:12:31 → 00:12:34ก้าวลงไปพื้นที่มีลักษณะยืดหยุ่นหรือยวบ
00:12:34 → 00:12:38ได้จะยุบลงเป็นรอยเท้าซึ่งรองรับกับการลง
00:12:38 → 00:12:41น้ำหนักของเท้าอย่างเป็นธรรมชาติต่างจาก
00:12:41 → 00:12:44พื้นแข็งๆอย่างพื้นกระเบื้องซีเมนต์หรือ
00:12:44 → 00:12:47แม้แต่พื้นในบ้านที่แบ่นและกระด้างไม่ยืด
00:12:47 → 00:12:50ยุ่นการเดินเท้าเปล่าเพียง 5,000 -
00:12:50 → 00:12:5310,000 กต่อวันก็มากพอที่จะทำให้คุณเกิด
00:12:54 → 00:12:57อาการปวดเท้าได้แล้วเพราะความแข็งของพื้น
00:12:57 → 00:13:00ทำให้น้ำหนักถ่ายเทลงไปอย่างผิดลักษณะ
00:13:00 → 00:13:03เกิดเป็นอาการปวดส้นเท้าฝ่าเท้าหรือแม้
00:13:03 → 00:13:06กระทั่งปวดเข่าตามมาได้ 2 ใส่รองเท้าส้น
00:13:07 → 00:13:10แบนหรือรองเท้าแตะนิ่มๆเคยได้ยินแต่รอง
00:13:10 → 00:13:13เท้าแตะพื้นบางๆแข็งๆจะเสี่ยงทำให้เกิด
00:13:13 → 00:13:16อาการบาดเจ็บของเท้าได้ง่ายแต่รู้หรือไม่
00:13:16 → 00:13:19คะว่ารองเท้าส้นเตี้ยหรือรองเท้าแตะพื้น
00:13:19 → 00:13:23นิ่มๆใส่สบายก็มีผลเสียได้เช่นกันเมื่อ
00:13:23 → 00:13:26ใส่ไปนานๆเข้าความสบายจะกลายเป็นความปวด
00:13:26 → 00:13:29เมื่อยจนอาจถึงขั้นอักเสบขึ้นมาแทนเหตุ
00:13:29 → 00:13:32ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะรองเท้าที่มีพื้น
00:13:32 → 00:13:35รองเท้านุ่มนิ่มทำให้แนวโน้มที่จะย่าง
00:13:35 → 00:13:38เดินโดยมีลักษณะเท้าบิดเข้าด้านในมีเพิ่ม
00:13:38 → 00:13:41มากขึ้นซึ่งเป็นลักษณะการเดินที่ทำให้
00:13:41 → 00:13:44เท้านิ้วโป้งและบริเวณที่ไล่ลงมารับน้ำ
00:13:44 → 00:13:47หนักมากกว่าส่วนอื่นๆการเดินลักษณะเช่น
00:13:48 → 00:13:51นี้จึงเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บมากไม่ว่าจะ
00:13:51 → 00:13:54เป็นปวดส้นเท้าเอ็นส้นเท้าอักเสบเอ็นร้อย
00:13:54 → 00:13:58หวายอักเสบปวดแข้งปวดเข่าลไปจนถึงปวดเอว
00:13:58 → 00:14:01และหลังช่วงล่างเพราะฉะนั้นหากจะเลือกรอง
00:14:01 → 00:14:04เท้าส้นแบนหรือรองเท้าแตะไว้ใส่เดินให้
00:14:04 → 00:14:09สบายสักครู่ก็ต้องใส่ใจกับจุดนี้ด้วยค่ะ 3
00:14:09 → 00:14:13เดินผิดวิธีจนน่องโตอาการนี้น่าจะเกิด
00:14:13 → 00:14:16ขึ้นกับคนที่ออกกำลังกายหนักๆจนไขมันที่
00:14:16 → 00:14:19ขาหายไปและเห็นก้อนกล้ามเนื้อได้ชัดเจน
00:14:19 → 00:14:22แต่ที่จริงผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินก็
00:14:22 → 00:14:24จะประสบปัญหาน่องโตได้เช่นเดียวกันนั่น
00:14:24 → 00:14:26เป็นเพราะท่วงท่าการเดินที่ไม่ถูก
00:14:26 → 00:14:29สุขลักษณะค่ะทำให้กล้ำเที่นองทำงานหนัก
00:14:29 → 00:14:32เกินไปลองปรับเปลี่ยนการเดินดูใหม่โดยแต่
00:14:32 → 00:14:35ละครั้งที่ขึ้นบันไดแทนที่จะก้าพวดๆให้
00:14:35 → 00:14:38ถึงด้านบนเร็วเร็วให้หยุดทุกขั้นที่ 9
00:14:38 → 00:14:41แล้วเหยียดขาให้น่องทั้ง 2 ข้างตึงก่อนจะ
00:14:41 → 00:14:45ก้าวขึ้นขั้นต่อไป 4 ออกกำลังกายมากเกิน
00:14:45 → 00:14:48ไปการออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพอย่างไม่
00:14:48 → 00:14:51ต้องสงสัยแต่ก็ต้องเป็นไปอย่างถูกวิธี
00:14:51 → 00:14:54ด้วยการวิ่งอย่างเร็วโดยไม่ได้วอร์มจาก
00:14:54 → 00:14:56การเดินช้าๆมาก่อนหรือการเพิ่มความเร็ว
00:14:56 → 00:14:59ขึ้นอย่างกระทันหันก็จะทำให้กล้ามเนื้อ
00:14:59 → 00:15:02บาดเจ็บได้นอกจากจะต้องให้ความสำคัญในการ
00:15:02 → 00:15:05ม up แล้วยังต้องเลือกรองเท้าที่เข้ารูป
00:15:05 → 00:15:09และรองรับเท้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 5
00:15:09 → 00:15:11ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้น้ำหนักเกินจากการ
00:15:11 → 00:15:14วิจัยพบว่าการที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า
00:15:14 → 00:15:17เดิมส่งผลต่อสุขภาพเท้าได้ไม่น้อยเพราะ
00:15:17 → 00:15:20นั่นหมายความว่าเท้าทั้ง 2 ข้างจะต้องแบก
00:15:20 → 00:15:23รับภาระมากกว่าเดิมน้ำหนักที่กดลงที่เท้า
00:15:23 → 00:15:26ทั้ง 2 ข้างก็มากขึ้นกว่าเดิมทำให้ปวด
00:15:26 → 00:15:30เท้าง่ายหากปล่อยทิงไว้นานเข้าก็นำไปสู่
00:15:30 → 00:15:33โรคเอ็นร้อยไหวอักเสบหรือโรคค้อเสื่อมได้
00:15:33 → 00:15:34ที
00:15:34 → 00:15:37เดียวเมื่อเรารู้กันแล้วนะคะว่าพฤติกรรม
00:15:37 → 00:15:40อะไรที่ทำให้ทำลายสุขภาพเท้าเราเรามารู้
00:15:40 → 00:15:44วิธีในการดูแลสุขภาพเท้าเรากันดีกว่าค่ะ
00:15:44 → 00:15:47ดูแลเท้าให้สะอาดและแห้งหมั่นทำความสะอาด
00:15:47 → 00:15:50และขัดเท้าด้วยน้ำสบู่เมื่ออาบน้ำหรือ
00:15:50 → 00:15:53หลังจากเสร็จภารกิจต่างๆในชีวิตประจำวัน
00:15:53 → 00:15:56เพื่อให้เท้าของเรานั้นสะอาดปราศจากเชื้อ
00:15:56 → 00:15:59โรคอยู่เสมอส่งผลให้มีสุขภาพทาที่ดีหลัง
00:15:59 → 00:16:02จากนั้นซับเท้าให้แห้งและอย่าลืมที่จะซับ
00:16:02 → 00:16:05ตามซอกหรือระหว่างนิ้วเท้าด้วยเพราะเชื้อ
00:16:05 → 00:16:09รามักจะเจริญเติบโตได้ดีในที่อาบชื้น 2
00:16:09 → 00:16:12ตัดเล็บเท้าให้เรียบร้อยตัดเล็บให้สั้น
00:16:12 → 00:16:15โดยตัดให้พอดีกับนิ้วเท้าและตะไบบริเวณ
00:16:15 → 00:16:17มุมเล็บพยายามหลีกเลี่ยงการเล็มเล็บไม่
00:16:17 → 00:16:20ให้ใกล้กับผิวหนังมากเกินไปซึ่งอาจทำให้
00:16:20 → 00:16:23เล็บเท้าุดเกิดการเจ็บปวดและมีปัญหา
00:16:23 → 00:16:27สุขภาพเท้าได้ 3 ใส่ถุงเท้าและเปลี่ยนถุง
00:16:27 → 00:16:30เท้าทุกวันการใส่ถุงเท้าจะช่วยปกป้องเท้า
00:16:30 → 00:16:32ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการเดินเหยียบสิ่ง
00:16:32 → 00:16:36ของอันตรายต่างๆเช่นเศษดินเศษหินเศษกระจก
00:16:36 → 00:16:39ทั้งยังช่วยเท้าถนอมส้นเท้าไม่ให้ส้นเท้า
00:16:39 → 00:16:43แห้งและแตกทำให้มีสุขภาพเท้าที่ดีการ
00:16:43 → 00:16:45เปลี่ยนถุงเท้าทุกวันจะช่วยรักษาความ
00:16:45 → 00:16:50สะอาดเท้า 4 ทาครีมหรือโลชั่นการทาครีม
00:16:50 → 00:16:53หรือโลชั่นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชืนให้กับ
00:16:53 → 00:16:56เท้าทั้งยังเป็นการถนอมเท้าและช่วยบำรุง
00:16:56 → 00:16:59ให้มีสุขภาพเท้าที่ดีอย่างไรก็ตามไม่ควร
00:16:59 → 00:17:02ทาครีมมากจนเกินไปจนเหนอะหนเท้าทำให้ไม่
00:17:02 → 00:17:07สบายเท้านะคะ 5 หลีกเลี่ยงการสวมใส่รอง
00:17:07 → 00:17:08เท้าร่วม
00:17:08 → 00:17:12กับการสวมรองเท้าของคนอื่นสามารถติดเชื้อ
00:17:12 → 00:17:15ราได้เพราะเราไม่รู้เลยว่าเจ้าของรองเท้า
00:17:15 → 00:17:18นั้นได้มีการดูแลสุขภาพเท้าที่ดีหรือไม่
00:17:18 → 00:17:21ทันที่ดีควรเลือกสวมใส่รองเท้าส่วนตัวของ
00:17:21 → 00:17:24เราจะดีกว่า 6 เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศ
00:17:24 → 00:17:27ได้ดีเพื่อช่วยให้เท้าของคุณแห้งและมี
00:17:27 → 00:17:30สุขภาพเท้าที่ดีหากคุณมีแนวโน้มที่จะมี
00:17:30 → 00:17:32เหงื่อออกมากเกินไปที่ทำให้เท้าของคุณ
00:17:33 → 00:17:35เกิดการอับชื้นส่งผลให้เกิดกลิ่นอันไม่
00:17:35 → 00:17:39พึงประสง 7 สวมใส่รองเท้าที่พอดีการสวม
00:17:40 → 00:17:42ใส่รองเท้าที่คับแน่นเกินไปอาจทำให้เกิด
00:17:42 → 00:17:45ปัญหาสุขภาพเท้าได้เช่นนิ้วเท้าเกิดการ
00:17:45 → 00:17:48เสียดสีจนพองการเกิดเล็บขบเท้าพลิกได้
00:17:48 → 00:17:51ง่ายเป็นต้นในการเลือกรองเท้าเราควรเลือก
00:17:51 → 00:17:54ซื้อรองเท้าในช่วงบ่ายหรือตอนเย็นเพื่อชด
00:17:54 → 00:17:57เชยกับอาการวมของเท้าทำให้เมื่อสวมใส่รอง
00:17:57 → 00:18:00เท้าในครั้ครั้งถัดไปจะไม่ขับแน่นจนเป็น
00:18:00 → 00:18:03เหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพเท้าได้เป็นอย่าง
00:18:03 → 00:18:07ไรกันบ้างคะกับสาระสุขภาพดีๆที่วันนี้เท
00:18:07 → 00:18:10นำมาฝากกันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชม
00:18:10 → 00:18:13จะดูแลตัวเองและครอบครัวค่ะให้ห่างไกลจาก
00:18:13 → 00:18:16ภาวะรองช้ำนะคะและขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่
00:18:16 → 00:18:19ติดตามรับชมรายการ TNN Health เป็นประจำ
00:18:19 → 00:18:23ค่ะอย่าลืมติดตามรับชมรายการ tn He เป็น
00:18:23 → 00:18:28ประจำทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15 น- 15:30 น
00:18:28 → 00:18:31ที่นี่ TNN ช่อง 16 และอย่าลืมนะคะกดไลค์
00:18:32 → 00:18:34กดแชร์กด Subscribe กดกระดิ่งเพื่อเป็น
00:18:34 → 00:18:37กำลังใจให้หมอดาวและทีมงานทางช่อง Social
00:18:37 → 00:18:40Network ทุกช่องค่ะไม่ว่าจะเป็น YouTube
00:18:40 → 00:18:42tiktok Facebook Instagram และ LINE
00:18:42 → 00:18:45official เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระ
00:18:45 → 00:18:48สุขภาพเสริมูมคุ้มกันรู้ทันโรคและสำหรับ
00:18:48 → 00:18:51วันนี้นะคะหมอดาวและทีมงาน TNN Health
00:18:51 → 00:18:57ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนสวัสดี
00:18:57 → 00:19:08ค่ะ
00:19:08 → 00:19:27[เพลง]
00:19:27 → 00:19:43เ
00:19:44 → 00:19:47อ