วิตามินซีช่วยลดอุบัติการณ์การเป็นหวัดได้ไหม

#วิตามินซี กินดีไหม ควรกินแค่ไหน มีผลดี-ผลเสียต่อสุขภาพยังไง #หมออ๊อกบอกเล่า #วิตามิน

จากช่อง : หมออ๊อก Dr.OCT24


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:05สำหรับคนทั่วไป ไม่ได้ช่วยนะครับ ไม่ได้ลดอุบัติการเป็นหวัตหรือพูดง่ายๆก็คือ
00:00:0500:00:11กินแล้วก็ยังเป็นหวัดได้เหมือนเดิม แต่ลด ระยะเวลาได้เล็กน้อย ในสวีเดนนะครับมีการ
00:00:1100:00:16ศึกษาในผู้ชายสองหมื่อสามพันกว่าคนที่กิน วิตามินซีขนาด 1,000 มก. จะ
00:00:1600:00:21เสี่ยงเป็นนิ่วเพิ่มขึ้น 2 เท่า WHO ทำไม ให้น้อยจังอยู่แค่ที่ 45 เองนั่นหมายถึง
00:00:2100:00:28ว่าถ้าเรากินส้มหรือว่ากีวี่แค่ลูกเดียว อาจจะผลกลางๆหน่อย เราก็จะได้รับวิตามินซี
00:00:2800:00:33เพียงพอ สวัสดีครับขอต้อนรับเข้าสู่หมออ๊อก บอกเล่า วิตามินซีเป็นวิตามินที่คนใช้กันเยอะ
00:00:3300:00:38นะครับพูดถึงกันมากในแง่ของการช่วยเสริม สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด หรือว่าเป็น
00:00:3800:00:43สารต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็ง คลิปนี้ หมออ๊อกอยากจะชวนทุกท่านทำความรู้จักกับ
00:00:4300:00:48วิตามินซีมากขึ้นครับ ว่ากินวิตามินซี 1,000 มก.ดีไหม วิธีกินที่ถูกต้องเนี่ยกิน
00:00:4800:00:54ยังไง จะใช้วิตามินซีตัวนี้ให้ได้ประโยชน์ มากที่สุดต้องทำแบบไหน แล้วก็ผลข้างเคียง
00:00:5400:01:00มีอะไรบ้าง คนที่เข้ามาดูเป็นประจำตอนนี้ 89% ยังไม่ได้กดติดตาม ใครที่ยังไม่ได้
00:01:0000:01:06กดติดตาม รบกวน subscribe กดติดตามเป็น กำลังใจให้หมออ๊อกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
00:01:0600:01:11ทุกท่านกินวิตามินซีเสริมกันมั้ยครับ ถ้ากิน กินกี่มก.หรือถ้าไม่กินเพราะอะไร ช่วย
00:01:1100:01:17เขียนมาบอกกันหน่อยนะครับ วิตามินซีที่ผมจะ พูดถึงในคลิปนี้นะครับ จะเป็นฟอร์มคลาสสิค
00:01:1700:01:22ก็คือตัว Ascorbic acid วิตามินตัวนี้ เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ครับ ข้อดีของ
00:01:2200:01:27วิตามินที่ละลายน้ำก็คือร่างกายเนี่ย สามารถเอาไปใช้ได้ง่ายๆ ไม่เหมือนกับ
00:01:2700:01:33วิตามินเช่นพวก A D E K ที่ต้องละลายใน ไขมันก่อน ข้อดีอย่างนึงของวิตามินที่ละลาย
00:01:3300:01:39น้ำนะครับ ก็คือจะไม่สะสมในร่างกายส่วน เกินก็จะถูกขับออกไปทางปัสสาวะได้ วิตามิน
00:01:3900:01:44ซีเป็นวิตามินที่สัตว์บางชนิดสร้างได้นะ ครับแต่ว่ามนุษย์เราเนี่ยสร้างเองไม่ได้
00:01:4400:01:48เราก็เลยต้องได้จากอาหารหรือว่าการกิน เสริมเข้าไปเท่านั้น วิตามินซีเป็นวิตามิน
00:01:4800:01:55ที่จำเป็นมากครับขาดไม่ได้ เพราะว่าจะทำ หน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ และก็ยังทำงานกับ
00:01:5500:01:59ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย แถมวิตามิน ตัวนี้นะครับยังเป็นปัจจัยร่วมในการทำงาน
00:01:5900:02:05ของเอนไซม์หลายตัว เช่นในขั้นตอนการสร้าง คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ
00:02:0500:02:10ผิวหนัง กระดูก แล้วก็เส้นเลือด ทำให้ผิวหนัง กระดูก เส้นเลือด มีความแข็งแรง เพราะฉะนั้น
00:02:1000:02:16ถ้าเราขาดวิตามินซีนะครับ เส้นเลือด เราก็จะเปราะแตกง่าย มีเลือดออกตามไรฟัน
00:02:1600:02:22แผลหายช้า กระดูกหักง่าย เด็กก็จะโตช้า แล้วก็ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราก็จะทำงานได้
00:02:2200:02:28ไม่ดี สมัยก่อนที่มีการเดินเรือนะครับอยู่ ในเรือเป็นเวลานานๆคนบนเรือเรือก็จะไม่
00:02:2800:02:34ได้กินพวกผักสดผลไม้สด ร่างกายเนี่ยก็จะ ขาดวิตามินซีครับ ก็จะมีอาการเหงือกบวมมี
00:02:3400:02:40เลือดออก ฟันโยก สมัยนั้นคนดัชเนี่ยจะเรียก โรคนี้ด้วยศัพท์ของเขาเองที่หมายถึงโรค
00:02:4000:02:44ช่องท้องแตก คือมันรุนแรงมากครับ มากจน กระทั่งเส้นเลือดภายในร่างกายเนี่ยเสียหาย
00:02:4400:02:50จนกระทั่งมีเลือดออกในช่องท้อง หรือว่า บางทีมีเลือดออกในสมองได้ ปัจจุบันภาษา
00:02:5000:02:56อังกฤษเราใช้คำว่า Scurvy มาจากภาษาอังกฤษ เก่า ที่มาจากรากร่วมภาษานอสโบราณคือคำว่า
00:02:5600:03:02Scruf หมายถึงผิวหนังที่เป็นสะเก็ดไม่แข็ง แรง ก็คล้ายๆกับภาษาไทยนะครับที่เราใช้คำ
00:03:0200:03:08ว่าลักปิดลักเปิด ก็เป็นการอธิบายลักษณะ ของผิวหนังเหมือนกันก็คือผิวหนังเป็นแผล
00:03:0800:03:14เหมือนจะหายแต่ก็เป็นแผลขึ้นอีกไม่หาย สักทีแบบนี้ เพราะว่าร่างกายขาดวิตามินซี
00:03:1400:03:20ทำให้ผิวหนังไม่แข็งแรงนั่นเอง เรารู้ว่า วิตามินซีจำเป็นกับร่างกายนะครับและต้อง
00:03:2000:03:25ได้จากอาหาร เรามาดูกันครับว่าวันนึงเนี่ย เราควรจะกินวิตามินซีเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ
00:03:2500:03:32และเราจะได้จากอาหารอะไรบ้าง ผมขอยก ตัวอย่างตัวเลขของ WHO แล้วก็ของอเมริกานะ
00:03:3200:03:37ครับของไทยของยุโรปตัวเลขก็จะใกล้เคียง กับของอเมริกา ตัวเลขจำง่ายๆเลยครับ
00:03:3700:03:44WHO ตัวเลขจะอยู่ที่ 45 มก.ต่อวัน ส่วน ของอเมริกาเนี่ยตัวเลขก็ 2 เท่าก็คือ
00:03:4400:03:50ประมาณ 90 มก.ต่อวัน สำหรับคนที่มีน้อง หรือว่าให้นมบุตรอยู่ก็ต้องการเพิ่มขึ้น
00:03:5000:03:55มากกว่าปกติ คราวนี้เรามาดูกันครับว่าใน ชีวิตประจำวันของเรากินอะไรถึงได้วิตามิน
00:03:5500:04:02ซีประมาณ 70-90 มก.จากตารางอันเนี้ยนะ ครับก็จะเห็นว่า ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี
00:04:0200:04:09สูงก็อย่างเช่น พริกหวาน ฝรั่ง มะขามป้อม มะขามเทศ บร็อกโคอรี่ ถ้าเรากินพวกนี้แค่
00:04:0900:04:15100 กรัมนะครับก็จะได้ปริมาณวิตามินซี เพียงพอสำหรับวันนึงแล้ว 100 กรัมก็ไม่
00:04:1500:04:21ได้เยอะเลยนะครับ สำหรับผักผลไม้อื่นๆก็ ตามนี้เลยนะครับ
00:04:2100:04:27หรือเราอาจจะกินน้ำส้มประมาณสัก 180 ซีซี ก็คือประมาณเกือบครึ่งขวดชาเขียว หรือว่า
00:04:2700:04:32อาจจะกินส้มหรือกีวี่ผลกลางๆหน่อยก็จะได้ วิตามินซีใกล้เคียงกับที่ควรได้ต่อวัน
00:04:3200:04:38แล้วตามมาตรฐานของอเมริกา ทุกคนสังเกตใช่ ไหมครับว่าตัวเลขของ WHO ทำไมให้น้อยจัง
00:04:3800:04:44อยู่แค่ที่ 45 เองคือประมาณครึ่งนึงของ ตัวเลขของอเมริกาหรือของยุโรปของไทย
00:04:4400:04:49ตัวเลขเนี้ยมาจากการคำนวณอย่างละเอียดเลย ครับว่าปริมาณวิตามินซีน้อยที่สุดที่ไม่
00:04:4900:04:54ทำให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟันอยู่ที่เท่าไร เขามีวิธีการคำนวณอย่างละเอียดเลยนะครับ
00:04:5400:05:00อยู่ในหน้า 135 ผมใส่ไว้ใน reference ในคอมเมนต์แล้วลองตามไปดูได้
00:05:0000:05:05ก็จะเห็นว่าถ้าเรายึดตามตัวเลขของ WHO นะ ครับนั่นหมายถึงว่า ถ้าเรากินส้มหรือว่า
00:05:0500:05:11กีวี่แค่ลูกเดียว อาจจะผลกลางๆหน่อย เราก็ จะได้รับวิตามินซีเพียงพอที่ไม่ทำให้เรา
00:05:1100:05:16เกิดโรคล่ะครับ เอาล่ะครับก็จะเห็นว่าตัว เลขที่เขาแนะนำต่อวันก็ไม่ได้เยอะนะครับ
00:05:1600:05:22คนทั่วไปก็ไม่ถึง 100 มก.แต่ทำไมเม็ด นึงที่เค้าขายนะครับ ที่เป็นอาหารเสริม
00:05:2200:05:28เนี่ย 500 บ้าง 1,000 มก.บ้างหรือบาง คนเนี่ยกินถึง 2,000 มก.ต่อวันเลย
00:05:2800:05:33ที่กินเยอะๆแบบเนี้ยดีหรือว่าไม่ดี ก่อน อื่นผมขอพูดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิด
00:05:3300:05:38ขึ้นจากการกินวิตามินซีเสริมปริมาณมากๆ ก่อนนะครับ เรื่องนึงที่ชัดเจนเลยนะครับก็
00:05:3800:05:44คือเรื่องนิ่วในไต สวีเดนมีการศึกษาใน ผู้ชายสองหมื่นสามพันกว่าคนที่ไม่เคยเป็นนิ่ว
00:05:4400:05:50ตามไป 11 ปีก็พบว่าคนที่กินวิตามินซี ขนาด 1,000 มก. จะเสี่ยงเป็นนิ่ว
00:05:5000:05:55เพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ กินเลย อีกตัวอย่างนึงนะครับติดตามไป
00:05:5500:06:01ประมาณสิบเอ็ดปีเหมือนกัน ก็คือผู้ชายสี่หมื่น กว่าคนที่กินวิตามินซีวันละ 500-1,000
00:06:0100:06:06มก.และถ้ามากกว่า 1,000 มก.ต่อวัน แล้วเราก็มีความเสี่ยงของการเป็นนิว
00:06:0600:06:11เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลยครับ ส่วนใน ผู้หญิงนะครับไม่ว่าจะกินเท่าไหร่คืออาจ
00:06:1100:06:16จะกินน้อยกว่า 500 มก. 500-1,000 มก.หรือมากกว่า 1,000 มก. ก็ไม่พบ
00:06:1600:06:21ว่ามีความเสี่ยงหรือถ้าคล้ายๆว่าจะมี ความเสี่ยง ก็ไม่พบว่ามีนัยยะสำคัญ ที่เป็น
00:06:2100:06:25อย่างนี้นะครับเพราะว่าผู้หญิงมีปัจจัย ทางชีวภาพภาพต่างกับผู้ชายโดยเฉพาะเรื่อง
00:06:2500:06:32ของฮอร์โมนที่ทำให้ความเสี่ยงของการเป็น นิ่วน้อยกว่าเยอะมาก แล้วทำไมวิตามิน
00:06:3200:06:36ซีถึงทำให้เกิดนิ่วได้ ก็เพราะว่าวิตามิน ซีนะครับเมื่อเรากินเข้าไปจะมีการ
00:06:3600:06:40เปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆในขั้นตอนนึงจะได้สาร ที่ชื่อว่าอ๊อกซาเลต ซึ่งตัวเนี้ยเป็น
00:06:4000:06:46สาเหตุของนิ่ว และถ้ายิ่งเรากินวิตามินซี เยอะๆนะครับ โดสสูงๆเนี่ยก็มีโอกาส
00:06:4600:06:51อ๊อกซาเลตเพิ่มมากขึ้นอีก ก็ยิ่งเสี่ยงกับ การเป็นนิ่วเพิ่มขึ้น นอกจากเรื่องความ
00:06:5100:06:56เสี่ยงเรื่องนิ่วแล้วนะครับ การกินวิตามินซี เสริมเยอะๆการกินโดสสูงๆร่างกายก็เอาไป
00:06:5600:07:02ใช้ได้ไม่หมดอยู่ดี ตามกราฟอันเนี้ยเลยนะ ครับ ก็จะเห็นว่าถ้าเรากิน 500 มก.
00:07:0200:07:09เนี่ยเราจะดูดซึมเฉลี่ยได้แค่ 73% ที่ เหลือก็จะถูกขับทิ้งออกไปกับปัสสาวะ
00:07:0900:07:14ถ้าเราดูอีกกราฟนึงนะครับ อันนี้เปรียบเทียบ ปริมาณวิตามินซีที่เรากินกับระดับวิตามิน
00:07:1400:07:20ซีในเลือด ก็จะเห็นว่าการกินเยอะๆก็ไม่ได้ เพิ่มระดับวิตามินซีในเลือดไปมากนัก
00:07:2000:07:27ถึงแม้จะกินถึง 1,000-2,000 มก.คือระดับ อิ่มตัวในเลือดก็จะอยู่ที่ 70-80 ไมโครโมล
00:07:2700:07:32เท่านั้นล่ะครับ ก็จะอยู่แถวๆนี้ เพราะ ฉะนั้นการกินเยอะก็ไม่ได้เพิ่มระดับ
00:07:3200:07:36วิตามินซีในเลือดเท่าไหร่ แต่ว่ามันเพิ่ม ความเสี่ยงของผลข้างเคียงอ่ะครับ ส่วน
00:07:3600:07:42ปริมาณที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ 100-200 มก.ต่อวันก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะกิน 500 มก.
00:07:4200:07:48อาจจะแบ่งเป็น 250 มก.เช้า 250 มก.กลางวัน คราวนี้ทำไมคนถึงกิน
00:07:4800:07:53วิตามินซีโดสสูงๆตรงเนี้ยน่าจะเป็นเพราะ ความมั่นใจแล้วก็ความเชื่อว่าจะช่วย
00:07:5300:07:58เรื่องของสุขภาพได้โดยเฉพาะเรื่องหวัต หรือว่าการป้องกันมะเร็งเรามาดูกันครับ
00:07:5800:08:03ว่าช่วยได้แค่ไหน ในเรื่องของหวัดนะครับ ความเชื่อเนี่ยมาจากคุณสมบัติของวิตามินซี
00:08:0300:08:08ที่ว่าจะช่วยให้เยื่อบูทางเดินหายใจแข็งแรง แล้วก็เสริมการทำงานของระบบภูมิ-
00:08:0800:08:13คุ้มกันได้ แต่จริงๆนะครับ ถ้าเราเป็นหวัด ไปเรียบร้อยแล้ว การกินวิตามินซีไม่ได้
00:08:1300:08:20ช่วยคือไม่ได้ช่วยให้ระยะเวลาการเป็นสั้นลง หรือว่าความรุนแรงของโรคหวัดลดลงนะครับ
00:08:2000:08:25แต่ถ้าเรากินเป็นประจำกินในลักษณะป้องกัน การกินวิตามินซีอย่างน้อย 200 มก.ต่อวัน
00:08:2500:08:30นะครับ กลุ่มคนที่จะช่วยป้องกันการเป็น หวัดได้คือป้องกันได้ถึง 50% เลยก็คือ
00:08:3000:08:35กลุ่มที่มี oxidative stress หรือว่ามีความ เครียดในร่างกายอยู่แล้ว เช่นกลุ่มนักวิ่ง
00:08:3500:08:41มาราธอน คนเล่นสกี หรือว่าทหาร คนกลุ่มนี้ จะมีความเครียดทางร่างกายมากและถ้า
00:08:4100:08:46ยิ่งอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เครียดมากขึ้น เช่นความหนาวเย็น การกินเนี่ยจะช่วย
00:08:4600:08:51แล้วแบบนี้คนทั่วไปจะช่วยได้มั้ครับ สำหรับคนทั่วไปไม่ได้ช่วยนะครับ
00:08:5100:08:55ไม่ได้ลดอุบัติการการเป็นหวัตหรือพูด ง่ายๆก็คือกินแล้วก็ยังเป็นหวัตได้เหมือน
00:08:5500:09:02เดิม แต่ลดระยะเวลาได้เล็กน้อยคือหายเร็ว ขึ้นคือลดระยะเวลาได้ประมาณ 8% ในผู้ใหญ่
00:09:0200:09:07หรือ 14% ในเด็กเช่นในเด็กแทนที่จะเป็น หวัด 3 วันก็อาจจะเป็นแค่ 2 วันครึ่งแล้ว
00:09:0700:09:12ก็หาย ผมอยากชวนดูคลิปคุยกับน้องชิวหลาน ผมเอง สอบได้แพทย์ที่ Cambridge ครับ
00:09:1200:09:18บอกเลยว่าดูแล้วจะได้ทั้งกำลังใจ ความมุ่งมั่น แล้วก็แรงบันดาลใจเชิงบวกแบบจัดเต็มเลย
00:09:1800:09:23น้องๆนักเรียนหรือผู้ปกครองอย่าพลาดนะ ครับ ต่อมาคือวิตามินซีช่วยป้องกันมะเร็ง
00:09:2300:09:28ได้ไหม เพราะว่าในวิตามินซีนะครับมี คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระแล้วก็เป็น
00:09:2800:09:33ปัจจัยร่วมกับเอนไซม์บางตัวก็เลยทำให้คน คิดว่าวิตามินซีน่าจะมีคุณสมบัติในการ
00:09:3300:09:38ป้องกันมะเร็งได้ ก็ต้องบอกนะครับถึงแม้ ว่าจะมีงานวิจัยบางงานที่บอกว่าช่วยป้อง
00:09:3800:09:42กันมะเร็งได้ ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือว่าใช้ร่วมกับวิตามินอื่นป้องกัน
00:09:4200:09:47มะเร็งลำไส้ได้ แต่ผลก็ยังไม่ชัดเจนเพราะ ฉะนั้นโดยสรุปนะครับเรื่องของวิตามินซีใน
00:09:4700:09:53การป้องกันมะเร็งต้องบอกว่ายังไม่มีงาน วิจัยทางคลินิกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า
00:09:5300:09:59ช่วยป้องกันได้ครับ สำหรับโรคที่ต้องระวัง ในการกินวิตามินซีนะครับโดยเฉพาะโดสสูงๆ
00:09:5900:10:05ก็ได้แก่โรคนิ่วในทางเดินปัสสาว ะนิ่้วพวก แคลเซียมอ๊อกซาเลตหรือว่าโรคไตไตวาย
00:10:0500:10:10หรือว่าคนที่มีภาวะธาตุเหล็กในเลือดมากจาก ภาวะหรือว่าโรคบางอย่าง ต่อมาเรื่องของ
00:10:1000:10:16อาหารและยาที่มีผลกับวิตามินซี อาหารที่มี ผลกับวิตามินซีนะครับพวกผักผลไม้อบแห้งนะ
00:10:1600:10:21ครับอาจจะมีสารโซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ซึ่ง เป็นสารกันหืดแล้วก็กันเสียที่จะทำให้
00:10:2100:10:27วิตามินซีหมดฤทธิ์ได้ หรือพวกอาหารแปรรูป นะครับเนื้อสัตว์แปรรูปพวกไส้กรอกแฮม
00:10:2700:10:32เบคอนก็จะมีไนเตรต ไนไตรท์ที่จะทำให้วิตามิน ซีหมดฤทธิ์ได้เหมือนกัน ส่วนยาที่มีผลกับ
00:10:3200:10:38วิตามินซีนะครับก็อย่างเช่นยาที่ลดการดูด ซึมเช่นพวกยาลดกรดอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์
00:10:3800:10:43หรือว่าพวกยาขับปัสสาวะพวกนี้ก็จะเพิ่ม การขับวิตามินซีออกทางปัสสาวะ หรือว่าพวก
00:10:4300:10:49ยาคุมกำเนิดนะครับพวกเอสโตรเจนหรือว่าพวก สเตียรอดย์ พวกนี้ก็จะลดระดับ
00:10:4900:10:55วิตามินซีในเลือดได้ ผมขอจบเรื่อง วิตามินซีเท่านี้นะครับ คลิปนี้ก็คงจะช่วย
00:10:5500:11:00ให้ทุกท่านได้รู้จักแล้วก็บริหารจัดการ วิตามินซีได้ดีขึ้น รู้ว่าควรจะกินยังไง
00:11:0000:11:05ขนาดเท่าไหร่แล้วก็ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง คลิปนี้เป็นการเล่าเรื่องพื้นฐานนะครับ
00:11:0500:11:11เป็นภาพกว้างๆถ้ าท่านที่มีปัญหาในการ เป็นโรคเฉพาะอย่าลืมปรึกษาหมอประจำตัว
00:11:1100:11:15ก่อนกินวิตามินซีด้วยนะครับ ถ้าเห็นว่า คลิปนี้มีประโยชน์ก็ช่วยแชร์ให้กับคนที่
00:11:1500:11:20กินวิตามินอยู่ด้วยนะครับ ใครที่มีความเห็น หรือว่าข้อเสนอแนะอะไรก็เขียนเข้ามา
00:11:2000:11:25คุยกันได้ พบกันใหม่คลิปหน้าครับ สวัสดีครับ
00:11:2600:11:30[เพลง]