00:00:13 → 00:00:15สวัสดีครับท่านผู้ฟังทุกท่านครับ
00:00:15 → 00:00:19พบกับรายการ Dr.Amp Podcast เรื่องเล่าสุขภาพดี
00:00:19 → 00:00:20กับผม หมอแอมป์
00:00:20 → 00:00:23นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ
00:00:23 → 00:00:27อาทิตย์นี้ครับ เราจะมาคุยกันถึงเรื่องที่
00:00:27 → 00:00:31หลายๆ ท่านอยากทราบ อยากรู้ อยากจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
00:00:31 → 00:00:34ก็คือเรื่องสุขภาพเส้นผมครับ
00:00:34 → 00:00:37หมอก็เลยขอตั้งชื่อตอนว่า
00:00:37 → 00:00:405 สุดยอดวิตามินและแร่ธาตุบำรุงผม
00:00:40 → 00:00:43หมอพยายามจะรวบรวมรายละเอียด
00:00:43 → 00:00:45เพราะว่ารายละเอียดเนี่ยเยอะพอสมควรทีเดียว
00:00:45 → 00:00:47เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพเส้นผม
00:00:47 → 00:00:51เรามาเริ่มต้นกันก่อนเลย ก่อนที่เราจะไปรู้ว่า
00:00:51 → 00:00:56ปัจจัยอะไรทำให้ผมร่วง ปัจจัยอะไรทำให้ผมไม่แข็งแรง
00:00:56 → 00:00:58เราก็ต้องมาเริ่มรู้จักเส้นผมเราก่อน
00:00:58 → 00:01:01เส้นผมเราครับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hair
00:01:01 → 00:01:04HAIR แฮร์ ก็แปลว่าเส้นผม
00:01:04 → 00:01:09เส้นผมคนเราเนี่ยจะยาวเฉลี่ยเดือนหนึ่งประมาณครึ่งนิ้ว
00:01:09 → 00:01:12หรือประมาณ 1.25 เซนติเมตรต่อเดือน
00:01:12 → 00:01:17หรือประมาณ 6 นิ้ว ก็คือครึ่งฟุต 15 เซนติเมตรต่อปี
00:01:17 → 00:01:19อันนี้โดยเฉลี่ยนะครับ
00:01:19 → 00:01:22ปัจจัยที่ทำให้บางคนยาวไว บางคนยาวช้า
00:01:22 → 00:01:24บางคนเส้นหนา บางคนเส้นเล็ก
00:01:24 → 00:01:27ก็จะมีปัจจัยมาเกี่ยวข้องพอสมควร
00:01:27 → 00:01:33เราไปดูกันครับว่า ปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อการงอกของเส้นผม
00:01:33 → 00:01:35ส่งผลต่อความยาวของเส้นผม
00:01:35 → 00:01:37ก็จะมีหลายปัจจัยครับ
00:01:37 → 00:01:42เช่น เรื่องอายุนี่ก็สำคัญ สุขภาพของเจ้าตัวนี่ก็สำคัญ
00:01:42 → 00:01:46รหัสพันธุกรรม อาหารการกิน วิตามินหรือเกลือแร่
00:01:46 → 00:01:52เรื่องการเผาผลาญ เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้
00:01:52 → 00:01:57ผมของแต่ละคนมีคุณภาพ มีสุขภาพไม่เหมือนกัน
00:01:57 → 00:02:03คนเราครับ เรามีรูขุมขนในตัวเราประมาณ 5,000,000 รูขุมขน
00:02:03 → 00:02:09มีการวิจัยว่ามีรูขุมขนอยู่บนหนังศีรษะเรา ก็คือรูเส้นผมนี่แหละ
00:02:09 → 00:02:13ประมาณ 100,000 – 120,000 เส้นนะครับ อยู่บนหนังศีรษะเรา
00:02:13 → 00:02:17มีการวิจัยครับใน American Academy of Dermatology
00:02:17 → 00:02:22หรือ AAD ก็คือสมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา
00:02:22 → 00:02:23เขาวิจัยไว้ว่า
00:02:23 → 00:02:30มนุษย์ 1คน จะมีผมร่วงเฉลี่ยวันละประมาณ 50-100 เส้นต่อวัน
00:02:30 → 00:02:33แสดงว่าเวลาใครสังเกต หรือว่านั่งดู
00:02:33 → 00:02:36ช่วงนี้เราเครียดจัง ผมเราร่วงมาเยอะ
00:02:36 → 00:02:40เราเห็น 10, 20, 30 เส้น เรากังวลมากเลย
00:02:40 → 00:02:44เฉลี่ยทุกคนมีร่วงหมดนะครับ ไม่ว่าจะผมสั้น ผมยาว
00:02:44 → 00:02:47ร่วงประมาณ 50-100 เส้นต่อวัน
00:02:47 → 00:02:50ฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับถ้าเกิดเห็นผมเราร่วง
00:02:50 → 00:02:54แต่ว่าเราก็ต้องสังเกตว่าเรามีผมขึ้นใหม่ไหม
00:02:54 → 00:02:57ถ้าผมขึ้นใหม่เรื่อยๆ จะมีร่วงไปบ้างก็ไม่น่ากังวล
00:02:57 → 00:02:59คราวนี้เรามาดูกันต่อครับ
00:02:59 → 00:03:03Hair Follicle หรือที่เรียกกันว่ารากผม
00:03:03 → 00:03:06อยู่บริเวณชั้นผิวหนังระหว่างชั้นที่ชื่อว่า
00:03:06 → 00:03:08เดอมิส (Dermis) กับ ไฮโปเดอร์มิส (Hypodermis)
00:03:08 → 00:03:11โดยมีต่อมไขมันที่เรียกว่า Sebaceous Glands
00:03:11 → 00:03:12ช่วยสร้างความมัน
00:03:12 → 00:03:16เวลาเราเห็นผมเราจะมีความเงา มีความมัน
00:03:16 → 00:03:18ก็คือต่อมไขมันนี่แหละครับ
00:03:18 → 00:03:21ที่สร้างความมัน ที่เรียกว่าซีบุม
00:03:21 → 00:03:24SEBUM ออกมาหล่อเลี้ยงเส้นผม
00:03:24 → 00:03:28เส้นผมคนเรา ประกอบไปด้วยโปรตีนถึง 95%
00:03:28 → 00:03:32โปรตีนที่สร้างเส้นผมเนี่ย เรียกว่าเคราติน (Keratin)
00:03:32 → 00:03:37เป็น Helicoidal Protein ก็คือแปลว่าโปรตีนแบบเกลียว
00:03:37 → 00:03:40หมอพยายามจะสอดแทรกคำศัพท์การแพทย์ไปด้วยนะครับ
00:03:40 → 00:03:44ไม่ได้แปลว่าอยากจะให้ทุกคนนี่งงนะ เป็นไทยคำ อังกฤษคำ
00:03:44 → 00:03:49แต่อยากจะให้หลายท่านเอาไปค้นหาต่อในอินเทอร์เน็ตนะครับ
00:03:49 → 00:03:53ว่าตัวนี้เกี่ยวกับอะไร เราจะได้เข้าใจรากฐานมากขึ้น
00:03:53 → 00:03:55เนื่องด้วยเวลาจัดรายการเรามีไม่มาก
00:03:55 → 00:03:59เราจึงต้อง Hit to the Point ก็คือ เน้นไปที่จุดสำคัญเป็นหลัก
00:03:59 → 00:04:01แต่ก็สอดแทรกศัพท์การแพทย์ไว้ด้วย
00:04:01 → 00:04:04คราวนี้ครับ เจ้าเซลล์ร่างกายที่ชื่อว่า
00:04:04 → 00:04:07เคราติโนไซต์ (Keratinocyte) หรือตัวที่สร้างเคราติน
00:04:07 → 00:04:11ก็เป็นตัวที่สร้างโปรตีนขึ้นมาเป็นส่วนประกอบของเส้นผม
00:04:11 → 00:04:14ประกอบไปด้วยโปรตีน 95%
00:04:14 → 00:04:16ที่เหลือก็มีอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
00:04:16 → 00:04:23ไขมัน เป็นแร่ธาตุ เป็นวิตามิน เป็นเม็ดสี เป็นคอลลาเจน
00:04:23 → 00:04:27เพราะฉะนั้นแล้ว ตัวผมเราก็ประกอบไปด้วยโปรตีนมากทีเดียว
00:04:27 → 00:04:32ลงไปลึกกว่านั้นครับ ในโปรตีนเองก็จะเป็นหน่วยเล็กๆ
00:04:32 → 00:04:34ที่เรียกว่า กรดอะมิโน
00:04:34 → 00:04:39กรดอะมิโนที่ประกบกันเป็นเส้นผมนี่มีอยู่ประมาณ 18 ชนิด
00:04:39 → 00:04:41ชนิดที่สำคัญๆ ก็คือ
00:04:41 → 00:04:441. ซิสเตอีน (Cysteine) นี่สำคัญ
00:04:44 → 00:04:46ลิวซีน (Leucine) นี่สำคัญ
00:04:46 → 00:04:49อาร์จินีน (Arginine), ทรีโอนีน (Threonine)
00:04:49 → 00:04:50แล้วก็โพรลีน (Proline) เป็นต้น
00:04:50 → 00:04:55ลงไปดูลึกขึ้นครับ เส้นผมแบ่งออกเป็นอีก 3 ส่วน
00:04:55 → 00:04:58ส่วนที่ 1 เป็นชั้นในสุดของเส้นผม
00:04:58 → 00:05:01ภาษาอังกฤษเรียกว่า ชั้นเมดูลา
00:05:01 → 00:05:08Medulla เป็นเส้นผมชั้นในสุดหรือแกนกลางของผมเรา
00:05:08 → 00:05:11ชั้นต่อมา เรียกว่าชั้นคอร์เท็กซ์
00:05:11 → 00:05:15Cortex เป็นชั้นที่เป็นองค์ประกอบหลัก
00:05:15 → 00:05:20ชั้นนี้จะมีเซลล์สำคัญอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Melanocytes
00:05:20 → 00:05:23ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสี ชื่อว่าเมลานิน
00:05:23 → 00:05:28บางคนผลิตออกมาเป็นสีดำ เราก็เป็นผมสีดำ บางคนผมสีทอง
00:05:28 → 00:05:31ชั้นนี้แหละครับเป็นชั้นที่กำหนดสีผมของแต่ละคน
00:05:31 → 00:05:34แล้วก็ชั้นสุดท้ายเรียกว่า คิวติเคิล
00:05:34 → 00:05:40Cuticle ก็คือเป็นชั้นที่ปกป้อง ชั้นนอกของเส้นผมเรา
00:05:40 → 00:05:41ไปต่อครับ
00:05:41 → 00:05:46การงอกหรือการเจริญเติบโตของผมเรา มีอยู่ 3 ระยะ
00:05:46 → 00:05:50ระยะที่ 1 เรียกว่าระยะอะนาเจน
00:05:50 → 00:05:55Anagen หรือระยะเจริญเติบโต
00:05:55 → 00:05:59เป็นระยะที่พบผมระยะนี้เยอะที่สุดบนศีรษะเรา
00:05:59 → 00:06:03ประมาณ 85-90% จะเป็นเส้นผมระยะนี้
00:06:03 → 00:06:08เป็นระยะที่กินเวลานาน ประมาณ 3-5 ปีในผู้ใหญ่
00:06:08 → 00:06:12ถ้าในเด็กๆ จะยาวนานกว่านั้นอีกก็คือกินเวลายาวนานถึง 7 ปี
00:06:12 → 00:06:16ระยะเจริญเติบโตจะสั้นลงตามอายุของเรา
00:06:16 → 00:06:19ระยะการเจริญเติบโตสั้นลง รากผมก็แข็งแรงน้อยลง
00:06:19 → 00:06:22ตื้นลง ก็จะหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น
00:06:22 → 00:06:26ระยะต่อไป เรียกว่าระยะ คาตาเจน
00:06:26 → 00:06:30Catagen เป็นระยะเปลี่ยนแปลง
00:06:30 → 00:06:33ซึ่งเป็นระยะที่เส้นผมใกล้จะหลุดแล้วครับ
00:06:33 → 00:06:37เส้นผมจะค่อยๆ แยกออกจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงข้างล่างที่รากเขา
00:06:37 → 00:06:41สารอาหารก็เริ่มน้อยลง แร่ธาตุก็เริ่มน้อยลง
00:06:41 → 00:06:43ตัวรากก็เริ่มอ่อนแอลง
00:06:43 → 00:06:46เตรียมตัวที่จะร่วงหล่นออกจากหนังศีรษะเรา
00:06:46 → 00:06:51ระยะนี้เรียกว่าระยะเปลี่ยนแปลง ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์
00:06:51 → 00:06:56ผมระยะนี้จะกินพื้นที่ประมาณ 1% ของหนังศีรษะเรา
00:06:56 → 00:06:58ก็คือเป็นระยะที่เตรียมร่วงหล่นแหละครับ
00:06:58 → 00:07:03แล้วก็ระยะที่ 3 ครับ เขาเรียกว่าระยะเทโลเจน
00:07:03 → 00:07:07Telogen ก็คือ Telogen Phase นะครับ
00:07:07 → 00:07:11มีเส้นผมที่อยู่ในระยะนี้ประมาณ 10-15%
00:07:11 → 00:07:13ก็คือระยะหยุดเจริญเติบโต
00:07:13 → 00:07:16ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
00:07:16 → 00:07:19โดยผมใหม่ก็จะมาดันก้นผมเก่า
00:07:19 → 00:07:23ให้ค่อยๆ ถูกดันๆ จนร่วงจากหนังศีรษะเรา
00:07:23 → 00:07:28ทั้งหมดก็คือ 3 ระยะ ของการเจริญเติบโตของเส้นผม
00:07:28 → 00:07:33มีการวิจัยเพิ่มเติมจาก American Academy of Dermatology
00:07:33 → 00:07:36ว่า 40% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
00:07:36 → 00:07:39จะมีอาการผมร่วงให้เห็นได้ชัดเจน
00:07:39 → 00:07:42เพราะฉะนั้นแสดงว่าตอนเราอายุน้อยๆ
00:07:42 → 00:07:45หลายท่านก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผมร่วงหรอกครับ
00:07:45 → 00:07:47พออายุเริ่มมากขึ้น
00:07:47 → 00:07:51ถ้าเป็นผู้ชาย พอใกล้ๆ 30 ปีเนี่ย บางคนเริ่มเห็นแล้ว
00:07:51 → 00:07:53ถ้าเป็นผู้หญิงก็ประมาณ 40 ปี
00:07:53 → 00:07:59แต่ก็มีหลายปัจจัยครับที่เข้ามาเร่งให้ผมเราร่วงไวกว่าปกติ
00:07:59 → 00:08:02คราวนี้เราไปสู่หัวข้อใหญ่ถัดไปครับว่า
00:08:02 → 00:08:05อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง
00:08:05 → 00:08:08หมอก็เลยสรุปมาเป็นหลายหัวข้อทีเดียว
00:08:08 → 00:08:11รวบรวมมาได้ประมาณ 9 หัวข้อ
00:08:11 → 00:08:14คราวนี้ครับ ใครรู้ว่าปัจจัยคืออะไร
00:08:14 → 00:08:16เราก็แก้ที่ต้นเหตุสิครับ
00:08:16 → 00:08:19ตามหลัก Preventive Medicine คือแก้ก่อนที่จะเกิด
00:08:19 → 00:08:23ก็คือรู้ว่าปัจจัยเป็นตัวส่ง บางอย่างแก้ได้แก้
00:08:23 → 00:08:26บางอย่างแก้ไม่ได้ ก็ชะลอหรือทำให้ดีที่สุด
00:08:26 → 00:08:29ฉะนั้นเราไปเริ่มกันเลยครับ
00:08:29 → 00:08:32ปัจจัยที่ 1 ที่แก้ยากเพราะว่าติดมากับตัวเราเลย
00:08:32 → 00:08:34ก็คือเรื่องพันธุกรรม
00:08:34 → 00:08:38ปัจจุบันมีการวิจัยรหัสพันธุกรรมไว้เยอะขึ้นมาก
00:08:38 → 00:08:41ที่เกี่ยวกับการร่วงหล่นของผมมนุษย์
00:08:41 → 00:08:45พันธุกรรมที่มีความเกี่ยวข้องนะครับ
00:08:45 → 00:08:48หรือว่าที่เรียกว่าเป็น Genetic Mutation หรือว่า Gene Mutation
00:08:48 → 00:08:52หรือการกลายพันธุ์ของรหัสพันธุกรรม ก็มีอยู่หลายตัว
00:08:52 → 00:08:55ตัวที่ 1 ครับ หมอเอามาฝากบางส่วน
00:08:55 → 00:09:00อันนี้คัดมาตัวที่เป็นที่พูดถึงแพร่หลายในวงการ
00:09:00 → 00:09:05ยีนตัวที่ 1 ก็คือชื่อว่า AR Androgen Receptor
00:09:05 → 00:09:08ถ้าตัวนี้มีการกลายพันธุ์ก็จะทำให้ผมร่วงง่ายขึ้น
00:09:08 → 00:09:11ยีนตัวต่อไปชื่อว่า LSS
00:09:11 → 00:09:16หรือยีนตัวต่อไปที่ชื่อว่า APCDD1
00:09:16 → 00:09:20อันนี้คือกลุ่มที่ 1 ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของผมร่วง
00:09:20 → 00:09:21คราวนี้ไปต่อครับว่า
00:09:21 → 00:09:24Mutation หรือรหัสพันธุกรรมอีกกลุ่มหนึ่ง
00:09:24 → 00:09:29ที่เกี่ยวข้องกับเส้นขน เส้นผมบนร่างกาย
00:09:29 → 00:09:34เราจะเห็นใช่ไหมครับว่า บางคนมีขนขึ้นเต็มร่างกาย เต็มเลย
00:09:34 → 00:09:37ไม่ว่าจะเป็นขนหน้าแข้ง ขนแขน ขนหน้าอก
00:09:37 → 00:09:39บางคนก็มีขนน้อยมาก
00:09:39 → 00:09:43ในอดีตเราไม่ทราบ ปัจจุบันเราเจอรหัสพันธุกรรมแล้วครับว่า
00:09:43 → 00:09:48ถ้าใครมีการกลายพันธุ์ก็จะเป็นตัวกำหนดขนบนร่างกายเรา
00:09:48 → 00:09:54ตัวที่ 1 ครับ เป็นรหัสพันธุกรรมที่ชื่อว่า TBX15
00:09:54 → 00:09:57ตัวที่ 2 ครับ Bcl-2
00:09:57 → 00:10:00ตัวที่ 3 ครับ LIMSI
00:10:00 → 00:10:03ตัวที่ 4 ครับ EDAR
00:10:03 → 00:10:07นี่เป็นกลุ่มรหัสพันธุกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องขนบนร่างกายเรา
00:10:07 → 00:10:11คราวนี้ครับตัวที่เป็นรหัสพันธุกรรมที่เกี่ยวกับสีผมของมนุษย์
00:10:11 → 00:10:13ปัจจุบันก็ตรวจได้แล้ว
00:10:13 → 00:10:16ก็จะมี MC1R
00:10:16 → 00:10:19HERC2
00:10:19 → 00:10:23SLC45A2 เป็นต้น
00:10:23 → 00:10:26แล้วก็กลุ่มสุดท้ายในรหัสพันธุกรรมที่หมอเอามาฝากกัน
00:10:26 → 00:10:32ก็คือ Genetic ของโรคที่ชื่อว่า Androgenic Alopecia
00:10:32 → 00:10:36ก็คือโรคศีรษะเถิก หรือว่าศีรษะล้าน
00:10:36 → 00:10:38โดยเฉพาะในกลุ่มคุณผู้ชายนะครับว่า
00:10:38 → 00:10:41ถ้ามีการกลายพันธุ์ของรหัสพันธุกรรมเหล่านี้
00:10:41 → 00:10:48ก็จะทำให้เกิดผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านก่อนที่จะอายุเยอะ
00:10:48 → 00:10:50เช่นอายุสัก 20 กว่าก็เริ่มละ
00:10:50 → 00:10:54ปัจจุบันก็เจอแล้วครับว่ารหัสพันธุกรรมที่เกี่ยวกับโรคนี้
00:10:54 → 00:10:59ก็จะมียีนที่ชื่อว่า PEX14
00:10:59 → 00:11:03หรืออีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า RUNX3
00:11:03 → 00:11:07จริงๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องศีรษะล้าน หรือศีรษะเถิกของคุณผู้ชาย
00:11:07 → 00:11:09มีรหัสพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดเยอะมากนะครับ
00:11:09 → 00:11:13อันนี้หมอเอามาเล่าให้ฟังเป็นน้ำจิ้มแล้วกัน
00:11:13 → 00:11:17สำหรับไปค้นหาหรือไปค้นคว้าสำหรับคนที่อยากทราบลึกๆ
00:11:17 → 00:11:18ไปต่อครับ
00:11:18 → 00:11:22ข้อที่ 2 ครับที่เป็นปัจจัยที่ทำให้ผมเราร่วง ก็คือ
00:11:22 → 00:11:24การอดอาหาร
00:11:24 → 00:11:29หมอแอมป์บอกไปแล้วว่า เส้นผมเรา 95% เป็นโปรตีน
00:11:29 → 00:11:32เวลาเราอดอาหาร เวลาเราลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
00:11:32 → 00:11:38เวลาเราขาดสารอาหาร ขาดโปรตีน ขาดแร่ธาตุ ขาดวิตามิน
00:11:38 → 00:11:40ผมก็จะร่วงลงมา
00:11:40 → 00:11:42แสดงว่าการลดน้ำหนักต้องค่อยๆ ลด
00:11:42 → 00:11:44ไม่ใช่หักโหมลดทีนึงหลายกิโลกรัม
00:11:44 → 00:11:46เดือนนึงเป็น 10 กิโลกรัม
00:11:46 → 00:11:50แบบนี้ก็ทำให้ร่างกายทรุดโทรมมากกว่าที่จะได้ประโยชน์
00:11:50 → 00:11:53เพราะฉะนั้นการลดอาหารเอย การลดอาหารเอย
00:11:53 → 00:11:56ต้องทำอย่างมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
00:11:56 → 00:11:58หรือจะปรึกษาแพทย์ก็จะดี
00:11:58 → 00:12:01ไม่ใข่หักโหมไม่ทานอะไรเลยนะครับ ต้องค่อยๆ ลด
00:12:01 → 00:12:02ข้อที่ 3 ครับ
00:12:02 → 00:12:07ระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อ และก็ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย
00:12:07 → 00:12:08ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่
00:12:08 → 00:12:10โดยเฉพาะต่อมไทรอยด์นี่แหละครับ
00:12:10 → 00:12:13ถ้าต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ
00:12:13 → 00:12:15หรือที่เรียกว่าไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)
00:12:15 → 00:12:18ก็จะทำให้เกิดภาวะ Hair loss หรือผมร่วงแน่นอน
00:12:18 → 00:12:20ผมร่วงที่เกิดจากฮอร์โมนมีอีกครับ
00:12:20 → 00:12:25ไม่ว่าจะเป็น ภาวะวัยทองคุณผู้ชาย ภาวะวัยทองคุณผู้หญิง
00:12:25 → 00:12:28หรือการทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
00:12:28 → 00:12:30ก็ทำให้ผมร่วงได้
00:12:30 → 00:12:32ภาวะเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ
00:12:32 → 00:12:35แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรักษา
00:12:35 → 00:12:41เพราะว่าต่อมไร้ท่อเป็นต่อมที่ทำหน้าที่เชื่อมกันทั้งตัว
00:12:41 → 00:12:44ปัจจัยข้อที่ 4 การทำผม
00:12:44 → 00:12:46อันนี้จะหนักไปที่คุณผู้หญิงเนอะ
00:12:46 → 00:12:49ไม่ว่าจะเป็นการม้วนผมเยอะ การไดร์ผมเยอะ
00:12:49 → 00:12:52โดยเฉพาะความร้อนแล้วก็สารเคมี
00:12:52 → 00:12:57เวลาเราโดนมากๆ เข้าก็ทำให้หนังศีรษะแห้ง
00:12:57 → 00:13:01เส้นผมเสียหาย หนังศีรษะไม่แข็งแรง
00:13:01 → 00:13:05เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยใครที่มีอาการผมร่วงเยอะๆ
00:13:05 → 00:13:10ลองหยุดดูครับ หยุดย้อมสีผม หยุดไดร์ด้วยความร้อนมากๆ
00:13:10 → 00:13:11อาจจะมีส่วนช่วยได้
00:13:11 → 00:13:14แล้วก็ผมยาวนี่ก็มีส่วนครับว่า
00:13:14 → 00:13:20ถ้าผมยิ่งยาวน้ำหนักก็ยิ่งเยอะ รากผมก็จะร่วงหล่นง่ายกว่าปกติ
00:13:20 → 00:13:25อาจจะแนะนำว่าถ้าใครผมยาวมากๆ ทำหลายวิธีแล้วผมไม่หยุดร่วงเสียที
00:13:25 → 00:13:29ลองตัดสั้นนี่ก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่งนะครับ
00:13:29 → 00:13:31ข้อต่อไปครับ ข้อที่ 5
00:13:31 → 00:13:35สิ่งแวดล้อม ฝุ่นควัน และสารเคมี
00:13:35 → 00:13:39มีส่วนในการทำลายสุขภาพรูขุมขนและเส้นผมเรามากๆ
00:13:39 → 00:13:45ไม่ว่าจะเป็นภาวะฝุ่นเยอะ PM 2.5 สารเคมีต่างๆ
00:13:45 → 00:13:49ถ้าใครรู้สึกว่าปัจจัยเหล่านี้อาจจะมีผลต่อตัวเอง
00:13:49 → 00:13:51ก็ลองพยายามหลีกเลี่ยงดูได้
00:13:51 → 00:13:55ข้อที่ 6 ก็คือ ผู้หญิงตั้งครรภ์ครับ
00:13:55 → 00:13:58คุณแม่หรือคุณผู้หญิงทั้งหลายที่เสียสละ
00:13:58 → 00:14:03ในการตั้งครรภ์เพื่อสร้างชีวิต 1 ชีวิตขึ้นมา
00:14:03 → 00:14:08ก็ต้องเสียสละตัวแม่นี่แหละครับ ไปเป็นสารอาหารให้คุณลูกตั้งหลายอย่าง
00:14:08 → 00:14:101 ในนั้นก็คือโปรตีนครับ
00:14:10 → 00:14:14เวลาเราตั้งครรภ์ครับ โปรตีนก็จะถูกส่งไปเลี้ยงลูก
00:14:14 → 00:14:16วิตามินไปเลี้ยงลูก แร่ธาตุไปเลี้ยงลูก
00:14:16 → 00:14:21คุณแม่ก็จะโปรตีนขาด หรือว่าน้อยกว่าที่ควรจะมีในเลือด
00:14:21 → 00:14:26ก็เลยทำให้ไม่ว่าจะเป็นช่วงตั้งครรภ์หรือว่าช่วงคลอดไปแล้ว
00:14:26 → 00:14:29ประกอบกับฮอร์โมนตกด้วยนะครับ
00:14:29 → 00:14:33ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้หญิงคลอดบุตรผมร่วงมากกว่าปกติแน่นอน
00:14:33 → 00:14:38อันนี้ก็จะต้องมีแร่ธาตุเข้าไปเสริม มีวิตามินเข้าไปเสริม
00:14:38 → 00:14:42ก็จะมีหลายส่วนที่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพิ่มเติม
00:14:42 → 00:14:47ข้อที่ 7 ความเครียดนี่แหละครับที่ทำให้ผมร่วงมานักต่อนักแล้ว
00:14:47 → 00:14:51เวลาเราเครียดฮอร์โมนเครียดก็จะสูงขึ้น เช่น ฮอร์โมนคอติซอล
00:14:51 → 00:14:55ฮอร์โมนต่อต้านความเครียดอย่าง DHEA ก็จะลดลง
00:14:55 → 00:14:57พอทั้งฮอร์โมน 2 ตัวนี้เปลี่ยนแปลง
00:14:58 → 00:15:02ทำให้การนอนหลับเราไม่ลึก หลับไม่มีคุณภาพ
00:15:02 → 00:15:05ส่งผลให้โกรทฮอร์โมน หรือฮอร์โมนชะลอความแก่
00:15:05 → 00:15:10ฮอร์โมนซ่อมแซมร่างกาย หรือ ที่เรียกว่า Repairing Hormone
00:15:10 → 00:15:14หรือฮอร์โมนอายุวัฒนะนี่แหละครับ หลั่งออกมาน้อยกว่าปกติ
00:15:14 → 00:15:18ถ้าฮอร์โมนตัวนี้หลั่งมาน้อย ผิวพรรณก็จะไม่ดี
00:15:18 → 00:15:22รอยเหี่ยวย่นก็จะเยอะ เส้นผมก็จะบาง หลุดร่วงง่าย
00:15:22 → 00:15:27แสดงว่าคนที่เครียดมากๆ ปล่อยวางไม่ได้ นอนหลับไม่ลึก
00:15:27 → 00:15:29หลับได้น้อยกว่า 8 ชั่วโมง
00:15:29 → 00:15:33ทั้งหมดนี่แหละครับ คือปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้น
00:15:33 → 00:15:37ผมบางมากขึ้น หรือลามไปสู่ภาวะศีรษะล้านเลยก็ได้
00:15:37 → 00:15:39เพราะฉะนั้นหมอแอมป์เน้นย้ำมากครับว่า
00:15:39 → 00:15:43ใครก็ตามที่มีปัญหาผมร่วงผมหงอกเยอะๆ เนี่ย
00:15:43 → 00:15:47ต้องนอนให้พอ นอนประมาณ 4 ทุ่มหรือก่อน 4 ทุ่ม
00:15:47 → 00:15:49นอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นอย่างน้อย
00:15:49 → 00:15:52แล้วก็ขอให้มีหลับลึกประมาณ 15-20%
00:15:52 → 00:15:54อันนี้คือเคล็ดลับครับ
00:15:54 → 00:15:58ไม่ว่าจะอยากได้สุขภาพผิว สุขภาพผม สุขภาพเล็บ
00:15:58 → 00:16:02สุขภาพกระดูก สุขภาพกล้ามเนื้อ สุขภาพจิต
00:16:02 → 00:16:04การนอนนี่ช่วยได้เยอะมากทีเดียว
00:16:04 → 00:16:06ขอให้คะแนนข้อนี้เป็นพิเศษ
00:16:06 → 00:16:10ข้อต่อไป ข้อ 8 ครับ มีการวิจัยไว้ครับว่า
00:16:10 → 00:16:14ในคนที่เป็นโรค Androgenic Alopecia
00:16:14 → 00:16:17ก็คือโรคหัวล้านนะครับ ศีรษะล้าน ศีรษะบาง
00:16:17 → 00:16:20โดยเฉพาะในกลุ่มคุณผู้ชาย คุณผู้หญิงก็มี
00:16:20 → 00:16:24มักจะมีภาวะโรค Metabolic Syndrome ร่วมด้วย
00:16:24 → 00:16:29ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไขมัน
00:16:29 → 00:16:31ก็คือรวมๆ เขาเรียกว่าโรคอ้วนนี่แหละครับ
00:16:31 → 00:16:35แสดงว่าถ้าใครเป็นโรคอ้วน การไหลเวียนโลหิตไม่ดี
00:16:35 → 00:16:40ฮอร์โมนต่างๆ ไม่ปกติ ภาวะผมร่วงก็จะมามากขึ้น
00:16:40 → 00:16:45เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนัก การลดไขมันส่วนเกินของร่างกาย
00:16:45 → 00:16:49เป็นคำแนะนำที่สุดของหมออีก 1 เรื่องเหมือนกัน
00:16:49 → 00:16:51ที่จะช่วยเรื่องผมร่วงได้
00:16:51 → 00:16:56เอาตัวเลขไว้ครับ ในตัวมนุษย์ 1 คน ตีภาพว่า 100% ตัวเราเนี่ย
00:16:56 → 00:17:00ควรจะมีไขมันไม่เกิน 28% ผู้ชาย
00:17:00 → 00:17:04แล้วก็ควรจะมีไขมันไม่เกิน 32% ในผู้หญิง
00:17:04 → 00:17:07ก็จะมีส่วนช่วยในการรักษาเรื่องผมร่วงได้มาก
00:17:07 → 00:17:10แล้วข้อสุดท้ายครับ เทโลเมียร์
00:17:10 → 00:17:13สำหรับหลายท่านที่ได้วัดเทโลเมียร์ของตัวเอง
00:17:13 → 00:17:16หรือความยาวโครโมโซม
00:17:16 → 00:17:20เราจะรู้ว่าโครโมโซม เป็นตัวกำหนดอายุของเซลล์เรา
00:17:20 → 00:17:24ยิ่งเทโลเมียร์หรือความยาวโครโมโซมสั้น เราก็แก่ไว
00:17:24 → 00:17:29ถ้าความยาวโครโมโซม ฝาปิดโครโมโซมเรายาว เราก็แก่ช้า
00:17:29 → 00:17:35แสดงว่าคนที่มีเทโลเมียร์สั้นก็จะทำให้เส้นผมร่วง เส้นผมบางกว่าคนปกติ
00:17:35 → 00:17:39อันนี้ก็คือสาเหตุหลักๆ ทั้งหมดประมาณ 9 ข้อ
00:17:39 → 00:17:43ซึ่งอาจจะมีมากกว่านี้ แต่หมอพยายามรวบรวมเอามาปรับนะ
00:17:43 → 00:17:47ให้ผู้ฟังเข้าใจเป็นหัวข้อๆ ได้ง่ายขึ้น
00:17:47 → 00:17:51ถ้าขาดหัวข้อไหนๆ ไปก็แสดงความคิดเห็นเข้ามาได้
00:17:51 → 00:17:54เราจะได้สร้างสังคมสุขภาพดีไปด้วยกัน
00:17:54 → 00:18:00คราวนี้มาถึงปัจจัยหลัก หัวข้อหลักของบทสนทนาในวันนี้ก็คือ
00:18:00 → 00:18:055 สุดยอดวิตามินและแร่ธาตุ ที่หมอเลือกมา
00:18:05 → 00:18:08หมอไม่เรียงลำดับให้นะครับว่าตัวไหนสำคัญกว่าตัวไหน
00:18:08 → 00:18:11เพราะวิตามินสำคัญกันคนละแบบ
00:18:11 → 00:18:14เพราะถ้าขาดอะไรไปอย่างละนิด อย่างละหน่อย
00:18:14 → 00:18:20ก็ทำให้ร่างกายนี้ดำเนินชีวิตไปอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ
00:18:20 → 00:18:21เราไปเริ่มกันเลยครับ
00:18:21 → 00:18:26วิตามินตัวที่ 1 ที่หมอเลือกมาก็คือ ไบโอติน
00:18:26 → 00:18:29BIOTIN ไบโอติน
00:18:29 → 00:18:31เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำครับ
00:18:31 → 00:18:34ตัวนี้อยู่ในตระกูลของวิตามินบีครับ
00:18:34 → 00:18:36เขามีชื่อเล่นอีก 2 ชื่อนะครับ
00:18:36 → 00:18:42บางคนเรียกว่าวิตามินบี 7 บางคนเรียกว่าวิตามิน H
00:18:42 → 00:18:46มีส่วนสำคัญครับในการเพิ่มความแข็งแรงของผม
00:18:46 → 00:18:48ผิวหนังนะครับ แล้วก็เล็บด้วย
00:18:48 → 00:18:52เวลาหมอเล่าให้ฟังเรื่องสุขภาพผมนะครับ
00:18:52 → 00:18:54ทุกท่านที่มีความกังวลเรื่องเล็บเนี่ย
00:18:54 → 00:18:57สามารถใช้เนื้อหาเดียวกันได้เลยนะครับ
00:18:57 → 00:18:59เพราะว่าผมคนเรากับเล็บคนเรา
00:18:59 → 00:19:02สร้างมาจากองค์ประกอบคล้ายกันมาก
00:19:02 → 00:19:03กลับไปครับ
00:19:03 → 00:19:07การสร้างเสริมการทำงานของเคราตินนะครับ ก็คือ
00:19:07 → 00:19:10องค์ประกอบหลักของผมเรานี่แหละครับ
00:19:10 → 00:19:14เจ้าไบโอติน มีส่วนช่วยกับการทำงานของเคราตินอย่างมาก
00:19:14 → 00:19:16มีการวิจัยไว้ครับใน
00:19:16 → 00:19:20The Journal of Skin Appendage Disorder ในปี 2017
00:19:20 → 00:19:26ไบโอตินมีช่วยช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผมอย่างมีนัยสำคัญ
00:19:26 → 00:19:29และยังมีอีก 1 การวิจัยครับ ใน
00:19:29 → 00:19:32The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology
00:19:32 → 00:19:34ในปี 2012 ครับว่า
00:19:34 → 00:19:38ผู้หญิงในช่วงอายุประมาณ 20-70 ปี
00:19:38 → 00:19:40ให้รับประทานวิตามินไบโอตินนี่แหละครับ
00:19:40 → 00:19:442 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 90 วัน
00:19:44 → 00:19:50ผลการวิจัยออกมาว่า สามารถทำให้หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงไป
00:19:50 → 00:19:54กลับมามีผมขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
00:19:54 → 00:19:57คราวนี้เรามาดูโดสกันครับ หรือว่าระดับวิตามินไบโอติน
00:19:57 → 00:19:59ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
00:19:59 → 00:20:02ก็จะอยู่ประมาณ 30 ไมโครกรัมต่อวัน
00:20:02 → 00:20:06แต่ถ้าเป็นโดสนะครับ ที่ใครๆ ที่ถามเข้ามาว่า
00:20:06 → 00:20:09เวลาไปซื้อวิตามินทานแนะนำเท่าไหร่
00:20:09 → 00:20:12ก็จะบอกยากครับ เพราะว่าระดับไบโอติน
00:20:12 → 00:20:16อาจจะตรวจพบในเลือดค่อนข้างที่จะลำบากหน่อย
00:20:16 → 00:20:21เฉลี่ยเอาแล้วกันว่า ใครที่ทานอาหารเสริมแล้วมีภาวะผมร่วง
00:20:21 → 00:20:23แล้วปรึกษาแพทย์แล้ว
00:20:23 → 00:20:29เฉลี่ยก็อาจจะให้ไบโอตินวันละประมาณ 1-300 ไมโครกรัมต่อวัน
00:20:29 → 00:20:30เราไปดูอาหารดีกว่าครับ
00:20:30 → 00:20:35เพราะว่าอาหารก็มีส่วนช่วยในการบำรุงผมเยอะทีเดียว
00:20:35 → 00:20:40อาหารที่มีไบโอตินอยู่เยอะครับก็จะประกอบไปด้วยถั่วต่างๆ
00:20:40 → 00:20:43ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง อัลมอนด์
00:20:43 → 00:20:46ถั่งวอลนัท ถั่วเหลือง
00:20:46 → 00:20:51ธัญพืชต่างๆ ก็เยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลันเตา เมล็ดธัญพืช
00:20:51 → 00:20:54เห็ดนานาชนิดนี่ก็มีไบโอตินเยอะครับ
00:20:54 → 00:20:58กล้วยนี่ก็มีเยอะนะครับ กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ กล้วยหอม
00:20:58 → 00:21:01กะหล่ำดอกก็เยอะ บรอกโคลีก็เยอะ
00:21:01 → 00:21:03อันนี้ก็คืออาหารแนะนำนะครับ
00:21:03 → 00:21:05ประโยชน์อื่นๆ ของไบโอตินนะครับ
00:21:05 → 00:21:081. ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
00:21:08 → 00:21:112. ไบโอตินช่วยบำรุงระบบประสาท
00:21:11 → 00:21:173. ไบโอตินมีวิจัยว่ามีส่วนช่วยในการเพิ่มไขมันดีและก็ลดไขมันไม่ดี
00:21:17 → 00:21:21ไบโอติน ถ้าทานมากเกินไปก็อาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
00:21:21 → 00:21:24เป็นตะคริว มีท้องเสีย
00:21:24 → 00:21:28ยังไงเสียก็ตาม ใครที่สนใจอยากจะรับประทานบำรุงก็
00:21:28 → 00:21:31แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเสียก่อน
00:21:31 → 00:21:33ตัวที่ 2 ครับเราไปต่อกันเลยนะครับ
00:21:33 → 00:21:35สังกะสีครับ
00:21:35 → 00:21:37หมอเลือกแร่ธาตุสังกะสีเข้ามาเพราะ
00:21:37 → 00:21:42มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเส้นผมและก็เล็บ
00:21:42 → 00:21:44ของร่างกายมนุษย์มากๆ
00:21:44 → 00:21:49สังกะสี ทำหน้าที่ช่วยให้ต่อมไขมันบริเวณเส้นผม
00:21:49 → 00:21:51ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
00:21:51 → 00:21:56มีการวิจัยไว้ครับใน Journal of American Family Physician
00:21:56 → 00:21:57ในปี 2009 ครับว่า
00:21:57 → 00:22:00สังกะสีมีส่วนช่วยสำคัญในกระบวนการสร้าง
00:22:00 → 00:22:04และซ่อมแซมเส้นผมของคนเรา อย่างมีนัยสำคัญ
00:22:04 → 00:22:08แล้วเจ้าสังกะสีนี่แหละครับ เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ
00:22:08 → 00:22:10ในการทำงานของเอนไซม์
00:22:10 → 00:22:11รู้จักเอนไซม์ไหมครับ
00:22:11 → 00:22:14เอนไซม์ก็คือน้ำย่อยต่างๆ ในร่างกายเราเนี่ย
00:22:14 → 00:22:18มีสังกะสีในองค์ประกอบถึง 300 ชนิดทีเดียว
00:22:18 → 00:22:20สังกะสี ต้องได้รับจากภายนอกนะครับ
00:22:20 → 00:22:24เพราะว่าเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้
00:22:24 → 00:22:27อาหารที่มีสังกะสีสูงๆ นะครับ
00:22:27 → 00:22:32สามารถเข้ามาช่วยบำรุงเส้นผมเราได้สำหรับคนที่ขาดสังกะสีนะครับ
00:22:32 → 00:22:34ก็คือ 1 หอยนางรม
00:22:34 → 00:22:38แต่หอยนางรมนี่หมอไม่ค่ออยากแนะนำให้คนไปกินเยอะๆ นะ
00:22:38 → 00:22:41เพราะหอยนางรมมีไขมันคอเลสเตอรอลเยอะ
00:22:41 → 00:22:45เราอุตส่าห์ไปกินเพื่อบำรุงผม แต่เราได้ไขมันในเลือดสูง
00:22:45 → 00:22:48แล้วเราก็อ้วนขึ้นอีก หลอดเลือดตีบอีก ไม่คุ้มครับ
00:22:48 → 00:22:51แต่ให้รู้ไว้หน่อยว่าในหอยนางรมเนี่ยมีสังกะสีเยอะ
00:22:51 → 00:22:53อย่างนี้เราก็หนีไปทานตัวอื่นครับ
00:22:53 → 00:22:56ที่บำรุงสุขภาพด้วย เส้นผมด้วย
00:22:56 → 00:22:59อาหารที่มีสังกะสีเยอะครับ เช่น ผักโขมครับ
00:22:59 → 00:23:01เมล็ดทานตะวันนี่ก็เยอะ
00:23:01 → 00:23:05ถั่วต่างๆ ก็มีเยอะ เมล็ดกัญชงนี่ก็มีมาก
00:23:05 → 00:23:07เพราะฉะนั้นนี่คือรายการอาหาร
00:23:07 → 00:23:11ที่เข้าไปมีส่วนช่วยในการเพิ่มสังกะสีในร่างกายเรา
00:23:11 → 00:23:15ไปต่อตัวที่ 3 ที่หมอเลือกเข้ามาให้ติดในรายการ
00:23:15 → 00:23:17ก็คือ วิตามินซีครับ
00:23:17 → 00:23:21ถ้าไปดูในหลายตอน วิตามินซีมักจะติดโผมาทุกครั้ง
00:23:21 → 00:23:25วิตามินซีนี่เป็น Powerful Antioxidant
00:23:25 → 00:23:29ก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่มีพลังสูงมาก
00:23:29 → 00:23:33สารต้านอนุมูลอิสระก็ต้องถูกสร้างเข้าไปส่งเข้าไปเพื่อ
00:23:33 → 00:23:36ต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระนั่นเอง
00:23:36 → 00:23:40สารอนุมูลอิสระทั้งหลาย จะชอบทำลายเซลล์ต่างๆ ในร่างกายเรา
00:23:40 → 00:23:44ไม่ว่าจะทำลายผิวพรรณ ทำลายเส้นผมเรา
00:23:44 → 00:23:46ทำลายเล็บเรา ทำลายสุขภาพเรา
00:23:46 → 00:23:50วิตามินซีในฐานะตัวต่อต้านที่มีคุณภาพ
00:23:50 → 00:23:55เมื่อเราใส่เข้าไปก็ช่วยลดการอักเสบหรือการถูกทำลายเหล่านั้น
00:23:55 → 00:24:00ทำให้ร่างกายเราดีขึ้นกว่าเดิม สุขภาพผมก็เช่นเดียวกันครับ
00:24:00 → 00:24:04สามารถถูกบำรุงได้โดยวิตามินซีเช่นกัน
00:24:04 → 00:24:07เพิ่มเติมอีกครับ วิตามินซีเขาเป็นส่วนประกอบสำคัญ
00:24:07 → 00:24:09ในการสร้างโปรตีนคอลลาเจน
00:24:09 → 00:24:13ถ้าคอลลาเจนเยอะนะครับ หน้าก็จะตึง ผิวก็จะดี
00:24:13 → 00:24:17คอลลาเจน 1A1 ถูกสร้างและบำรุงด้วยวิตามินซี
00:24:17 → 00:24:23แสดงว่าวิตามินซีก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในการบำรุงสุขภาพเส้นผม
00:24:23 → 00:24:25มีการวิจัยไว้เหมือนกันครับสำหรับวิตามินซี
00:24:25 → 00:24:31ใน International Journal of Trichology ปี ค.ศ. 2009 ว่า
00:24:31 → 00:24:35สารอนุมูลอิสระเป็น 1 ในปัจจัยที่ทำให้เส้นผมแก่ลง
00:24:35 → 00:24:39เส้นผมหงอกขึ้น เส้นผมร่วงได้มากขึ้น
00:24:39 → 00:24:44ดังนั้นครับสารต้านอนุมูลอิสระก็เลยมีส่วนช่วยในการวิจัยว่า
00:24:44 → 00:24:46บำรุงเส้นผมนั่นเอง
00:24:46 → 00:24:50คราวนี้เราไปดูครับว่าวิตามินซีอยู่ในอาหารประเภทไหนบ้าง
00:24:50 → 00:24:54หมอเชื่อว่าหลายท่านที่เป็นแฟนรายการทราบหมดแล้วแหละครับว่า
00:24:54 → 00:24:57อยู่ในผลไม้เยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นมะขามป้อมมีเยอะ
00:24:57 → 00:25:02สตรอว์เบอร์รีมีเยอะ ฝรั่งก็เยอะ แอปเปิ้ลก็มีนะครับ
00:25:02 → 00:25:03ส้ม มะนาวก็ใช้ได้
00:25:03 → 00:25:08อันนี้ก็เป็นการสรุปนะครับว่าวิตามินซีก็ใช้ได้ดีทีเดียว
00:25:08 → 00:25:12ไปต่อครับ ตัวที่ 4 ก็คือธาตุเหล็กครับ
00:25:12 → 00:25:16ธาตุเหล็กนี่มีส่วนช่วยสำคัญในการขนส่งอะไรครับ
00:25:16 → 00:25:17เม็ดเลือดแดงครับ
00:25:17 → 00:25:19เม็ดเลือดแดงขนส่งอะไรครับ
00:25:19 → 00:25:21ออกซิเจนครับ ไปเลี้ยงทั่วร่างกายครับ
00:25:21 → 00:25:25เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราเปรียบเทียบผมเราเหมือนต้นไม้เนี่ย
00:25:25 → 00:25:28ธาตุเหล็ก ออกซิเจน และเม็ดเลือดแดงก็เหมือน
00:25:28 → 00:25:29น้ำที่เอาไปเลี้ยงนี่แหละครับ
00:25:29 → 00:25:32หรือน้ำที่เอาไปรดเพื่อเลี้ยงร่างกายนี่แหละครับ
00:25:32 → 00:25:35เพราะฉะนั้นธาตุเหล็กจึงมีบทบาทมาก
00:25:35 → 00:25:38ภาวะขาดธาตุเหล็กครับ ก็คือ Anemia
00:25:38 → 00:25:42Anemia เขาเรียกว่าภาวะโลหิตจาง
00:25:42 → 00:25:44มีการวิจัยไว้เยอะครับว่า
00:25:44 → 00:25:50ภาวะโลหิตจางเป็นส่วนที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วง ผมบางมากกว่าปกติ
00:25:50 → 00:25:52มีการวิจัยครับใน
00:25:52 → 00:25:55Journal of the American Academy of Dermatology
00:25:55 → 00:25:57ในปี 2010 นะครับว่า
00:25:57 → 00:26:01การขาดธาตุเหล็กหรือที่เรียกว่า Iron Deficiency
00:26:01 → 00:26:04ทำให้เกิดภาวะผมร่วงในผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ
00:26:04 → 00:26:09อีก 1 การวิจัยครับใน European Journal of Dermatology
00:26:09 → 00:26:11ก็คือสมาคมแพทย์ผิวหนังยุโรปนี่แหละครับ
00:26:11 → 00:26:13ในปี ค.ศ. 2007 ครับ
00:26:13 → 00:26:17เข้าวิจัยไว้ในผู้หญิงจำนวน 5,000 กว่าคน
00:26:17 → 00:26:20อายุประมาณ 30-50 ปี
00:26:20 → 00:26:26ที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก จะทำให้เกิดภาวะผมร่วงอย่างมีนัยสำคัญ
00:26:26 → 00:26:30เพราะฉะนั้น อาหารชนิดไหนคะหมอแอมป์ที่มีธาตุเหล็กเยอะๆ
00:26:30 → 00:26:32จะได้ทานเข้าไปเพื่อบำรุงผมนะครับ
00:26:32 → 00:26:37ต้องเริ่มจากดูก่อนครับว่าในเลือดเรานี้ขาดธาตุเหล็กหรือเปล่า
00:26:37 → 00:26:40เพราะว่าธาตุเหล็กนี่เป็นแร่ธาตุนะครับ
00:26:40 → 00:26:43เยอะเกินไปก็ไม่ดี มีผลเสียบกับตับ
00:26:43 → 00:26:47น้อยเกินไปก็ทำให้เกิดภาวะอื่นๆ ในร่างกาย เช่นผมร่วงเป็นต้น
00:26:47 → 00:26:51การเจาะระดับธาตุเหล็กในเลือดเนี่ยเราสามารถทำได้นะครับ
00:26:51 → 00:26:53เขาเรียกว่าระดับเฟอร์ริติน
00:26:53 → 00:26:56Ferritin
00:26:56 → 00:26:59ระดับเฟอร์ริตินในเลือด
00:26:59 → 00:27:03ควรจะอยู่ในระดับประมาณ 13-50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร
00:27:03 → 00:27:08ถ้าใครเจาะแล้วได้น้อยกว่า 50 สามารถทานเสริมได้
00:27:08 → 00:27:11ถ้าใครได้เกิน 50 ไปแล้วไม่ควรทานแล้วครับ
00:27:11 → 00:27:15อาหารที่มีธาตุเหล็กหมอจะแอบกระซิบให้หน่อยแล้วกันว่า
00:27:15 → 00:27:16มีหลายชนิด เช่น
00:27:16 → 00:27:22ผักโขมมีเยอะ คะน้ามีเยอะ เต้าหู้มีเยอะ ถั่วต่างๆ มีเยอะ เป็นต้น
00:27:22 → 00:27:26อันนี้ก็เป็นเคล็ดลับนะครับของธาตุเหล็ก
00:27:26 → 00:27:28ไปต่อกันที่ตัวสุดท้าย
00:27:28 → 00:27:33ที่วันนี้เราเลือกเข้ามาติดชาร์ทนะครับ ก็คือ กรดโฟลิก
00:27:33 → 00:27:36Folic Acid
00:27:36 → 00:27:42เพราะฉะนั้นนะครับเจ้ากรดโฟลิก เข้ามีชื่อเล่นว่าวิตามินบี 9
00:27:42 → 00:27:45กรดโฟลิกทำหน้าที่รับผิดชอบ
00:27:45 → 00:27:49ในการสร้างเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ไม่ใช่แค่เส้นผมนะครับ
00:27:49 → 00:27:53ไม่ว่าจะเป็นเซลล์เม็ดเลือด เซลล์ต่างๆ เส้นผมเรา
00:27:53 → 00:27:56กรดโฟลิกเนี่ยเขามีส่วนสำคัญมาก
00:27:56 → 00:28:00มีการวิจัยไว้ครับใน International Journal of Trichology
00:28:00 → 00:28:02ในปี 2017
00:28:02 → 00:28:04วิจัยในคน 52 คนที่มีผมหงอก
00:28:04 → 00:28:10พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินโฟลิกอย่างมีนัยสำคัญ
00:28:10 → 00:28:12แล้วก็ขาดบี 12 และก็ไบโอตินด้วย
00:28:12 → 00:28:17แสดงว่าบางคนที่ผมร่วง ผมบาง หรือผมหงอก
00:28:17 → 00:28:21ถ้าเราเช็กดูว่าระดับโฟลิกในเลือดเราขาด
00:28:21 → 00:28:24ถ้าเราเติมเข้าไป อาจจะมีส่วนช่วย
00:28:24 → 00:28:28ระดับกรดโฟลิกในร่างกายมนุษย์ ถ้าเจาะเลือดวัดออกมาเนี่ย
00:28:28 → 00:28:34ควรจะอยู่ในระดับประมาณ 4.6-18.7 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร
00:28:34 → 00:28:38ถ้าขาดหรือน้อยกว่านี้ จะเติมเข้าไปเนี่ย
00:28:38 → 00:28:43ก็เติมเข้าไปได้ประมาณ 200-400 ไมโครกรัมต่อวัน
00:28:43 → 00:28:46ถ้าใครที่มีคุณภรรยา
00:28:46 → 00:28:50เวลาท้องเนี่ยจะเห็นว่าคุณหมอจะให้กรดโฟลิกมาทานด้วย
00:28:50 → 00:28:54เพราะว่ากรดโฟลิกมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก
00:28:54 → 00:28:57อาหารที่มีโฟลิกสูงครับ
00:28:57 → 00:28:59ถั่วนานาชนิด ธัญพืช
00:28:59 → 00:29:03ถ้าเป็นผักล่ะครับ บรอกโคลีมีเยอะ หน่อไม้ฝรั่งมีเยอะ
00:29:03 → 00:29:07ผักขมมีเยอะ คะน้ามีเยอะ กะหล่ำดอกนี่ก็มีเยอะครับ
00:29:07 → 00:29:13ถ้าเป็นผลไม้ก็เป็นส้ม มะนาว มะละกอ กล้วยก็จะมีโฟลิกเยอะ
00:29:13 → 00:29:15พอสมควรแก่เวลาครับ
00:29:15 → 00:29:18วันนี้เองหมอพยายามจะกระชับข้อมูลที่มีอยู่เยอะ
00:29:18 → 00:29:21ให้เข้าใจง่ายในเวลาอันสั้น
00:29:21 → 00:29:24แต่นี่ก็กินเวลาเกือบเกินเวลารายการ
00:29:24 → 00:29:26ก็เลยขอโอกาสขอสรุปนะครับว่า
00:29:26 → 00:29:30เรื่องผมนั้นมีข้อมูลต่างๆ มากมาย
00:29:30 → 00:29:33ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีของผม
00:29:33 → 00:29:37แล้วก็ปัจจัยที่ทำให้ผมหลุด ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านนะครับ
00:29:37 → 00:29:41แล้วก็มาถึงแร่ธาตุและวิตามินสำหรับการบำรุง
00:29:41 → 00:29:44เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอจบตอนนี้ไว้เท่านี้
00:29:44 → 00:29:47เรามาพบกันใหม่ในตอนหน้าๆ ในสัปดาห์หน้าๆ
00:29:47 → 00:29:52ขอให้ทุกท่านสุขภาพดี สุขภาพดีทั้งกาย สุขภาพดีทั้งใจ
00:29:52 → 00:29:54โดยเฉพาะเรื่องความเครียด
00:29:54 → 00:29:57ถ้าเราไม่เครียดสักอย่าง เราก็จะนอนดี
00:29:57 → 00:30:01พอเราเครียดน้อยเรานอนดี ฮอร์โมนต่างๆ ก็จะดี
00:30:01 → 00:30:04เส้นผมเราก็จะดี อยู่กับเราไปนานๆ
00:30:04 → 00:30:07วันนี้ขอลาทุกท่านไปก่อน พบกันใหม่สัปดาห์หน้า
00:30:07 → 00:30:09ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ ครับ
00:30:09 → 00:30:10สวัสดีครับ ขอบคุณครับ