00:00:46 → 00:00:48คุณแนนแกะเฝือกแล้วเป็นไงบ้างคะ
00:00:48 → 00:00:51ถอดเฝือกแล้วก็พยายามกายภาพอยู่ แต่สิ่งที่ยังไม่หายคืออะไรรู้ไหมคะคุณหมอ
00:00:51 → 00:00:54แผลเป็นค่ะคุณหมอ ดูเหมือนจะนูนๆ ด้วยอะ
00:00:54 → 00:00:56คุณแนนเป็นแผลเป็นคลอยด์แน่เลย
00:00:56 → 00:00:59แผลเป็นคีลอยด์ ซึ่งมันเกิดได้ทุกส่วนของร่างกายนะคะเนี่ย
00:00:59 → 00:01:00ถูกค่ะ
00:01:00 → 00:01:01งั้นวันนี้คุณหมอต้องช่วยแล้วหล่ะค่ะ
00:01:01 → 00:01:04ก็เดี๋ยววันนี้เราคุยกันเรื่องของคีลอยด์พอดีเลย
00:01:04 → 00:01:05ถ้าอย่างงั้นเราทักทายคุณผู้ชมกันก่อน
00:01:05 → 00:01:08สวัสดีค่ะ
00:01:08 → 00:01:11ขอต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่รายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:01:11 → 00:01:14บอกแล้วว่าถ้าเกิดเปิดมาเห็นหน้าจอ เห็นเราสองคน
00:01:14 → 00:01:18มีแต่เรื่องดีๆ ให้ดูแลสุขภาพและก็ความสวยความงามกัน
00:01:18 → 00:01:21วันนี้เราจะพูดถึงเรื่องของแผลเป็นคีลอยด์ที่หู
00:01:21 → 00:01:26อย่านึกว่าเป็นเรื่องของผู้หญิงอย่างเดียวเนอะ แต่จริงๆ แล้ว ผู้ชายก็เจาะหูเหมือนกัน
00:01:27 → 00:01:31ซึ่งถ้าเกิดเจาะและมันก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้
00:01:32 → 00:01:37บางคนเนี่ย ที่เขาเป็นคีลอยด์ เขาเกิดบาดเจ็บที่ผิว
00:01:37 → 00:01:39ก็อาจจะเกิดเป็นคีลอยด์ที่หูได้
00:01:39 → 00:01:42วันนี้มาดูดีกว่า ว่าจะเจาะหูให้ปังยังไง
00:01:55 → 00:01:58มาค่ะคุณผู้ชม ตอนนี้ได้เวลาของหมอชวนคุณกันแล้วนะคะ
00:01:58 → 00:02:02และช่วงนี้ของเรา สนับสนุนโดย Heliocare แดดแรงแค่ไหนก็ไม่แคร์ค่ะ
00:02:02 → 00:02:08ปกป้องผิวด้วย Heliocare ทั้งกันแดดและด้านผิวแก่ อันนี้ดีมาก
00:02:08 → 00:02:13จะเลือกกันแดดสักตัวนึง Safety ความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะฉะนั้นต้องเลือกกันแดดที่มีงานวิจัย
00:02:13 → 00:02:20และก็ต้องมีสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ทำร้ายผิว ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม
00:02:20 → 00:02:23และก็ปกป้องแสงแดดได้ทุกรังสี
00:02:23 → 00:02:27เป็นตัวทีเราแนะนำนะคะ ก็อยากจะบอกต่อคุณผู้ชม
00:02:27 → 00:02:32วันนี้ก็เหมือนกันค่ะ คุณหมอจะพูดถึงเรื่องราวแฟชั่นชนิดหนึ่งที่
00:02:32 → 00:02:35เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เด็กๆ ก็เริ่มเจาะหูกันแล้วนะคะคุณหมอ
00:02:35 → 00:02:40แต่เราจะเจาะหูให้ปังยังไง เราต้องระวังเรื่องของคีลอยด์ด้วยหรอคะ
00:02:40 → 00:02:44งั้นเรามาถามเลยว่าจริงๆ เจ้าคีลอยด์กับการเจาะหูนี่มันเกี่ยวข้องกันยังไง
00:02:44 → 00:02:46มันก่อให้เกิดคีลอยด์ได้หรอคะคุณหมอ
00:02:46 → 00:02:52ได้คุณแนน เพราะว่าจริงๆ แล้ว การเกิดคีลอยด์มันก็จะเกิดจากการปัญหาของการเกิดแผลเนี่ยแหละ
00:02:53 → 00:03:00ซึ่งมันสามารถจะเกิดได้ในบุคคลที่มีแนวโน้มหรือมีความเสี่ยง หรือมีพันธุกรรมของการเป็นคีลอยด์อยู่แล้ว
00:03:00 → 00:03:09หรือบางทีอาจจะไม่ได้มีพันธุกรรมแต่เกิดปัญหาที่ตัวแผล เกิดจากการดูแลแผลที่ไม่ดี และทำให้เกิดเป็นแผลเป็นขึ้นมา
00:03:09 → 00:03:16บางทีคนเป็นที่คีลอยด์อ่ะ เขาจะมีตัวอื่นด้วยคือไม่ได้เป็นเฉพาะที่หูอย่างเดียว บางทีเขาก็จะมีตามหน้าอก
00:03:16 → 00:03:23เวลาเป็นสิว สิวที่หน้าอกสิวที่หลัง ก็สามารถจะนำไปสู่ภาวะการเกิดแผลเป็นคีย์ลอยได้
00:03:25 → 00:03:28คุณแนนคิดดูนะ เวลามันเป็นที่หูเนี่ย คีลอยด์คุณแนนรู้จักใช่ไหม
00:03:28 → 00:03:33บางคนเข้าใจผิดว่านึกมันเป็นเนื้องอก บางคนเข้าใจผิดว่ามันเป็นมะเร็ง
00:03:33 → 00:03:39แต่ว่าจริงๆ แล้วเนี่ยมันสามารถที่จะนูนแล้วก็ใหญ่แล้วก็โตติดอยู่ที่หู
00:03:39 → 00:03:41แล้วมันเห็นชัดด้วยเนอะ
00:03:41 → 00:03:44เห็นชัดๆ มันอยู่ตรงใบหู อยู่ติ่งหู
00:03:44 → 00:03:52หลายคนเนี่ยเขาก็มีอาการคัน อาการคัน อาการเจ็บ อาการระคายเคือง
00:03:52 → 00:03:58แต่ต้องบอกก่อนว่าคีลอยด์เนี่ยจริงๆ แล้ว มันต้องแยกจากแผลเป็นธรรมดา
00:03:58 → 00:04:01คือบางทีเวลาที่เรามีแผล
00:04:01 → 00:04:05แผลหายเสร็จปุ๊ป เขาก็จะมีความสมดุลของการหายของแผล
00:04:05 → 00:04:10คราวนี้บางกรณีเนี่ยไอตัวกระตุ้นการสร้างเซลล์ มันทำงานมากเกิน
00:04:10 → 00:04:14มันก็เลยทำให้มีแผลเป็นที่มันนูนมากกว่าขอบแผลได้
00:04:14 → 00:04:20เซลล์ที่สร้างเนื้ออันนี้ เขาก็จะมีเป็นชนิดของเขาเลย ก็คือเป็นชนิดเซลล์ที่สร้างคีลอยด์
00:04:20 → 00:04:24ซึ่งจะต่างกับเซลล์ธรรมดาที่สร้างคอลลาเจนธรรมดา
00:04:24 → 00:04:26เวลาที่มันเกิดแผล แล้วมันพยายามจะฮิลล์ให้มันหาย
00:04:26 → 00:04:31วิธีการดูแยกกันง่ายๆ ถ้าเป็นแผลเป็นธรรมดามันจะอยู่ในขอบของแผลเป็นของเขา
00:04:32 → 00:04:38แต่ถ้าเป็นแผลเป็นคีลอยด์ มันจะกว้างออกไปจากขอบแผลเป็นที่เขาควรจะเป็น
00:04:38 → 00:04:43มันก็เลยทำให้มีความไม่สวยงาม นูนขึ้นมา
00:04:43 → 00:04:47ส่วนใหญ่ก็จะเรื่องความไม่สวยงามนะคะคุณหมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หู
00:04:47 → 00:04:50อย่างงี้แผลเป็นคีลอยด์ที่หูมันอันตรายไหมคะคุณหมอ
00:04:50 → 00:04:55จริงๆ ต้องบอกว่าตัวแผลเป็นคีลอยด์ที่หูเอง ไม่ได้อันตราย
00:04:55 → 00:04:59กลุ่มพวกนี้เขาไม่ใช่เนื้องอก เขาไม่ใช่มะเร็ง
00:04:59 → 00:05:03คนอาจจะกังวลเพราะว่ามันรู้สึกว่ามันโตขึ้น มันขยายใหญ่ขึ้น
00:05:03 → 00:05:08อย่างนี้แล้วคุณผู้ชมหลายคน อาจะสงสัยว่าใครจะมีความเสี่ยงเป็นแผลเป็นคีลอยด์บ้าง
00:05:08 → 00:05:12ฉันจะได้แบบว่า เฮ้ยฉันมีฉันจะไม่เจาะหูดีกว่า เดี๋ยวมันเป็นเนี่ย
00:05:12 → 00:05:17จริงๆแล้วต้องบอกว่าคีลอยด์เนี่ย มักจะเจอในคนที่มีพันธุกรรม
00:05:17 → 00:05:23หรือว่าในกลุ่มคนที่มีเชื้อชาติเป็นผิวสีคล้ำ เป็นผิวสี อย่างเช่น ชาวแอฟริกัน ชาวเอเชีย
00:05:23 → 00:05:26การเกิดคีลอยด์ได้มากกว่า 20 เท่ากันเลยทีเดียว
00:05:27 → 00:05:30ใช่เยอะมากๆและส่วนใหญ่ก็จะเจอในวัยรุ่น
00:05:30 → 00:05:32คืออาจจะเป็นเพราะว่าวัยรุ่น เขาเริ่มมีการเจาะหู
00:05:33 → 00:05:37แล้วก็อาจจะเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตของเขา มีฮอร์โมน มีอะไร เข้าไปเกี่ยวข้อง
00:05:37 → 00:05:40แล้วก็ทำให้มีปัญหาการเกิดคีลอยด์ได้ง่าย
00:05:40 → 00:05:46กับอีกอันนึงเราเพิ่งพูดตอนต้นรายการ มันเป็นเพราะว่าแผลที่เกิดจากการเจาะหูเนี่ยเราอาจจะดูแลไม่ดี
00:05:46 → 00:05:48มีการติดเชื้อเข้าไป
00:05:48 → 00:05:51และก็เลยเกิดทำให้เป็นแผลเป็น หรือบางทีก็เลยกลายทำให้เป็นคีลอยด์
00:05:51 → 00:05:55เวลาที่เรามีแผลเราจะต้องรู้จักการดูแลแผลให้ดี
00:05:55 → 00:05:58เพื่อจะทำให้แผลแล้วหายดีและไม่เป็นแผลเป็น
00:05:58 → 00:06:03เราก็ต้องปกป้องแผลเราจากความสกปรกหรือเชื้อโรคต่างๆ
00:06:03 → 00:06:07คุณต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธี เพื่อจะไม่เอาเชื้อโรคเข้าไป
00:06:08 → 00:06:13น้ำประปาก็สามารถจะนำไปสู่เชื้อโรค และมันก็มีเชื้อโรคเฉพาะที่อยู่ในน้ำประปาเลย
00:06:13 → 00:06:19เพราะฉะนั้นคุณควรจะใช้น้ำสะอาดในการล้างแผล หรือว่าจะใช้น้ำเกลือไปเลยในการล้างแผล
00:06:19 → 00:06:25ก็ตัวอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผลก็ควรที่จะเป็นอุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ เพื่อจะได้ไม่นำเชื้อโรคเข้าไป
00:06:25 → 00:06:30เราอาจจะต้องใช้พวกยาใส่แผล ที่เป็นยาลดการติดเชื้อแบคทีเรีย
00:06:30 → 00:06:33หรือต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย ก็จะช่วยได้
00:06:33 → 00:06:37หรืออาจจะต้องใช้อุปกรณ์ทำแผล วัสดุการทำแผล ที่กระตุ้นการหายของแผล
00:06:37 → 00:06:45หลายๆปัจจัย ที่จะช่วยทำให้แผลหายเร็ว แผลไม่ติดเชื้อ แผลสะอาด และก็หายอย่างปกตินะคะ
00:06:45 → 00:06:47และก็จะได้ไม่เกิดปัญหาการเกิดแผลเป็น
00:06:47 → 00:06:51อันนี้คือลดความเสี่ยงการเป็นแผลเป็น และการเสี่ยงการเกิดเป็นคีลอยด์
00:06:51 → 00:06:52ถูกต้องค่ะ
00:06:52 → 00:06:57แต่ถ้าเกิดว่าพลาดไปแล้วจังหวะนี้ ไม่ได้มาดูคุณหมอก่อน มันเป็นไปแล้วมันเกิดขึ้นไปแล้ว
00:06:57 → 00:07:00เราจะมีวิธีการรักษาแผลเป็นคีลอยด์ที่หูยังไง
00:07:00 → 00:07:03เดี๋ยวช่วงหน้ามาติดตามกันนะคะ ตอนนี้พักสักครู่ค่ะ
00:07:13 → 00:07:16กลับมาติดตามรายการกันต่อในช่วงสุดท้ายของรายการนะคะ
00:07:16 → 00:07:22และหมอชวนคุยช่วงที่ 2 สนับสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:07:22 → 00:07:24Ortisine คือคำตอบนะคะ ให้ไว้เป็นตัวช่วย
00:07:25 → 00:07:28คนเราบางทีถ้าช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ต้องมีคนอื่นช่วยนะคะคุณหมอ
00:07:28 → 00:07:31ก็ต้องหาที่มันถูกวิธีและก็ปลอดภัย
00:07:31 → 00:07:32ถูกต้อง
00:07:32 → 00:07:35นะคะ ถึงจะได้สวยกันอย่างแบบปลอดภัยทุกคนนะคะ
00:07:36 → 00:07:42กลับมาคุยกันต่อวันนี้เราพูดกันถึงเรื่องของการเจาะหูซึ่งอาจจะ ก่อให้เกิดการเป็นคีลอยด์กันได้
00:07:42 → 00:07:48แล้วถ้าเกิดว่าเราเป็นแล้ว วิธีการรักษา รักษาแผลเป็นคีลอยด์ที่หูเป็นยังไงบ้างคะ
00:07:48 → 00:07:52คือจริงๆต้องบอกว่าคีลอยด์ที่หู มันก็จะมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน
00:07:52 → 00:07:58จะเป็นก้อนเล็กๆหรือก้อนโตๆบ้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าการดูแลเนี่ยตั้งแต่ตอนไหน
00:07:58 → 00:08:02คือถ้าสมมุติว่าเราเป็นคนที่เป็นคีลอยด์อยู่แล้ว เรามีแผลที่เกิดจากการเจาะหู
00:08:02 → 00:08:07เราคิดว่าเดี๋ยวฉันจะต้องเป็นคีลอยด์แน่เลยเพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันตั้งแต่แรก
00:08:07 → 00:08:12กับอีกอันนึงคือโอเคฉันปล่อยปละละเลยไปแล้ว และก็มีขนาดใหญ่มาก
00:08:12 → 00:08:15จะทำการรักษาด้วยวิธีไหนนะคะ ก็มีทั้ง 2 กลุ่ม
00:08:16 → 00:08:18มันก็จะมีวิธีการรักษาคีลอยด์ที่หูแบบเบื้องต้น
00:08:18 → 00:08:22ก็คือเราว่าจะใช้ คุณแนนเคยเห็นไหมเขาจะมีพวกซิลิโคนเจล
00:08:22 → 00:08:24มีแบบทั้งทาและมีแบบทั้งแปะ
00:08:25 → 00:08:28คือจริงๆ อันนี้เนี่ยก็ได้ผลประมาณนึงนะคะ
00:08:28 → 00:08:30มันให้ความชุ่มชื้นกับตัวแผล
00:08:31 → 00:08:34จากการศึกษาเนี่ยเขาพบว่า ความชุ่มชื้นที่เขาให้กับตัวแผล
00:08:34 → 00:08:37มันสามารถที่จะช่วยในการลดขนาดของการเกิดคีลอยด์ได้
00:08:38 → 00:08:40เพราะฉะนั้นเขาจะมีหลายรูปแบบก็ คือ เป็นซิลิโคนเจล
00:08:41 → 00:08:43หรือเป็น Oil เป็นน้ำมันนะคะ
00:08:43 → 00:08:47หรือว่าเป็นแผ่นแปะที่เป็นแผ่นๆ เอามาแปะได้นะคะ
00:08:47 → 00:08:49แต่ว่าโดยปกติพวกนี้เวลาแปะ จะต้องแปะยาวเลย
00:08:49 → 00:08:51คือแปะหลายๆ เดือน
00:08:51 → 00:08:54เริ่มแปะเร็วที่สุด แผลหายปุ๊ปเริ่มแปะเลย
00:08:54 → 00:08:57และก็ยาวไปเลยหลายๆเดือน อย่างต่ำก็คือ 3 เดือน
00:08:57 → 00:08:58ต่อเนื่องเลย
00:08:58 → 00:09:01ใช่ ต่อเนื่องเลย หรือว่าใช้เป็นแผ่นเทปเหนียวก็ได้
00:09:01 → 00:09:04ก็จะมีแผ่นเทปเหนียวช่วยในการลดการเกิดคีลอยด์
00:09:04 → 00:09:10ก็คือเทปตัวนี้หลักการเหมือนกัน ก็คือ ไปเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้การอักเสบลดลง
00:09:10 → 00:09:12ก็จะช่วยลดการเกิดคีลอยด์ได้
00:09:13 → 00:09:16แต่ว่าตัวที่เป็น Mainstay หรือการรักษาหลัก
00:09:16 → 00:09:21ของการรักษาคีลอยด์ โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้การฉีดกลุ่มสารพวกสเตียรอยด์เข้าไป
00:09:21 → 00:09:24พวกนี้ก็จะไปลดการอักเสบ
00:09:24 → 00:09:30ก็จะไปลดอัตราการสร้างพวกคอลลาเจนที่เป็นแผลเป็นนูนที่ผิดปกติ
00:09:30 → 00:09:35ส่วนใหญ่ก็จะเป็นยาพวกกลุ่มสเตียรอยด์ ที่เขาเรียกว่าเป็น "ไตรแอมซิโนโลน"
00:09:35 → 00:09:37ซึ่งจะมีหลายๆความเข้มข้นเลย
00:09:37 → 00:09:40ถ้าไปหาแพทย์ พวกแพทย์จะฉีดอันนี้ให้ก่อนเลย
00:09:40 → 00:09:43แต่ว่ามันมีข้อเสียเวลาใช้สเตียรอยด์เนี่ย
00:09:44 → 00:09:49ถ้าเราฉีดบ่อยๆ มันจะส่งผลสามารถจะดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้
00:09:50 → 00:09:53ก็อาจจะส่งผลการทำงานอื่นๆ ของร่างกายได้
00:09:53 → 00:09:58การรักษาคีลอยด์ จริงๆหมอจะไปฟันธงว่า "คุณใช้อันนี้ หาย" มันก็ไม่ใช่
00:09:58 → 00:10:00เพราะบางทีมันไม่ตรงไปตรงมาขนาดนั้น
00:10:00 → 00:10:02บางทีมันใช้วิธีเดียวในการรักษาไม่ได้
00:10:03 → 00:10:06อาจจะต้องไปรวมกับการรักษาอื่นๆนะคะ
00:10:06 → 00:10:08อย่างเช่น อาจจะใช้ Fluorouracil
00:10:08 → 00:10:11ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้เขาเรียกว่าเป็นยากลุ่มหนึ่งในเคมีบำบัด
00:10:11 → 00:10:13ก็คือไปลดการแบ่งตัวของเซลล์ที่เจริญผิดปกติ
00:10:13 → 00:10:17อย่างเรารู้ว่าเซลล์มะเร็งเจริญผิดปกติ ใหญ่โต
00:10:18 → 00:10:19คล้ายๆ คีลอยด์
00:10:19 → 00:10:21เพราะฉะนั้นเขาก็เอายาตัวเนี้ย
00:10:21 → 00:10:26เอามาใช้ในการลดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ได้
00:10:27 → 00:10:32ปัจจุบันมีการศึกษามากเลยว่าโบท็อกสามารถจะเอามาใช้ในรักษาแผลเป็น
00:10:32 → 00:10:34นอกจากนี้ก็จะมีกลุ่มพวกเลเซอร์
00:10:34 → 00:10:39ก็จะมีเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษา สีแดงเอาไว้ใช้ในการลดแผลเป็นนูนนะคะ
00:10:39 → 00:10:45เอาไปใช้ในการทำลาย กลุ่มพวกหลอดเลือดที่มาเลี้ยงตัวเนื้อคีลอยด์
00:10:45 → 00:10:48หรือไปกระตุ้นทำให้เกิดมีการหลั่งสารเคมีบางอย่าง
00:10:48 → 00:10:52แต่ก็ทำให้เป็นลดขนาดของการเกิดคีลอยด์ได้
00:10:52 → 00:10:55แต่ว่าเขาพบว่า ถ้าเทียบกันแล้วในฝรั่ง
00:10:55 → 00:11:00ที่เป็น Caucasian ผิวขาวกับคนที่เป็น Skin color หรือพวกเอเชียอย่างเรา
00:11:01 → 00:11:04การรักษาเนี้ย ของผิวขาวจะได้ดีกว่า
00:11:04 → 00:11:08อาจเป็นไปได้ว่าพวกเลเซอร์เนี่ยคุณแนน อาศัยหลักการการดูดซึมของสี
00:11:09 → 00:11:11ถ้าเรามีสีเข้มเยอะๆ
00:11:12 → 00:11:13มันก็ไม่ไปถึงตรงนั้น
00:11:13 → 00:11:16มันก็ถูกดูดซึมโดยสีผิวเราซะก่อน
00:11:16 → 00:11:19มันก็เลยทำให้การออกฤทธิ์ของเลเซอร์ มันน้อยลง
00:11:20 → 00:11:23เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องไปรวมกับการรักษาอย่างอื่น
00:11:23 → 00:11:27เขามีอีก ใช้การฉายรังสีเข้ามาร่วมด้วย
00:11:27 → 00:11:32โดยปกติเขาจะตัดก่อน ตัดเสร็จปุ๊บแล้วจะเอาการฉายรังสีเข้ามาช่วย
00:11:32 → 00:11:34เพื่อจะป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำ
00:11:34 → 00:11:36ใช่ ถูกต้อง
00:11:36 → 00:11:40หรือว่าอาจจะมีการใช้กลุ่มพวกความเย็น ไพโอ เข้ามาช่วย
00:11:40 → 00:11:42แต่ว่าการรักษาคีลอยด์ที่หูเนี่ย
00:11:42 → 00:11:48ถ้าตามประสบการณ์หมอนะ ผ่าตัดมันได้ผลค่อนข้างดี เอาจริงๆ
00:11:48 → 00:11:54คือไม่เหมือนการผ่าตัดคีลอยด์ที่อื่น การผ่าตัดคีลอยด์ที่หูเนี่ย มันลดขนาดได้เร็ว
00:11:54 → 00:11:58และก็ได้ผลมากกว่าคีลอยด์บริเวณอื่น
00:11:58 → 00:12:01ส่วนใหญ่แล้วสามารถจะลดขนาดได้มาก หรือว่าบางทีก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย
00:12:01 → 00:12:03หรือบางทีการเราตัดออกเสร็จแล้วเนี่ย
00:12:03 → 00:12:06เราก็สามารถที่จะป้องกัน ไม่ให้กลับเป็นซ้ำ
00:12:06 → 00:12:09ก็คือการใช้การฉีดสเตียรอยด์ หรือว่าใช้แผ่นซิลิโคนเจล
00:12:09 → 00:12:11ทั้งทาทั้งแปะ
00:12:11 → 00:12:13แต่มันมีเทคนิคการทำ
00:12:14 → 00:12:16การทำเขาจะเรียกว่าเป็น "แฟลช" นะคะ
00:12:16 → 00:12:20ก็คือจะต้องมีการตัด ตกแต่ง หรือมีเทคนิคพิเศษ
00:12:20 → 00:12:22ในการที่จะผ่าตัดและเย็บปิด
00:12:22 → 00:12:26อันนี้ก็คือต้องเป็นคนที่เขาเป็นแพทย์ ที่เขาเชี่ยวชาญในการทำพวกนี้
00:12:27 → 00:12:29ถึงจะทำให้ได้รับผลการรักษาที่ดี
00:12:30 → 00:12:34ก็คือพูดง่ายๆว่าแผลเป็นคีลอยด์ที่หู มีวิธีการรักษาที่หลากหลายมากๆ
00:12:34 → 00:12:35ใช่ๆ
00:12:35 → 00:12:37หรือว่าก็ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน
00:12:37 → 00:12:37ใช่ค่ะ
00:12:37 → 00:12:41และก็อยู่ที่วิธีการที่แพทย์จะใช้ให้เหมาะกับที่คุณเป็น
00:12:41 → 00:12:43แต่ทางที่ดีที่สุดคุณหมอคะ
00:12:43 → 00:12:46สวยเราก็อยากสวย เราก็อยากเจาะหู
00:12:46 → 00:12:49แต่ถ้าเกิดว่าเราเจาะหู ไปแล้วและเรากลัวจะเป็นแผลเป็นคีลอยด์
00:12:49 → 00:12:52เราจะมีวิธีการป้องกันไม่ให้ไปถึงจุดนั้นไหมคะ
00:12:52 → 00:12:55ถ้าสมมุติว่าเราไปเจาะหูแล้วเราไม่อยากให้เป็นคีลอยด์
00:12:55 → 00:12:58อย่างแรกเลย อย่างที่เราย้ำกันคือดูแลแผลให้ดี
00:12:58 → 00:12:59อย่าให้ติดเชื้อ
00:12:59 → 00:13:01ดูแลแผลให้ดี อย่าให้ติดเชื้อ
00:13:01 → 00:13:03และก็อีกอันที่ทำได้คือใช้ตุ้มหูหนีบ
00:13:03 → 00:13:07นี่คือจะทำให้มันมีการกดทับ Pressure Therapy
00:13:07 → 00:13:08ก็เป็นการรักษาอันหนึ่ง
00:13:08 → 00:13:10Pressure Tharapy เป็นการรักษาคีลอยด์อันนึง
00:13:11 → 00:13:15เพราะมี Study ถ้าใช้ซิลิโคนเจลทาร่วมกับการใช้แปะ
00:13:15 → 00:13:17มันได้ผลดีกว่า อย่างใดอย่างหนึ่ง
00:13:17 → 00:13:23ก็อาจจะเจลและก็ใช้ตัวแผ่นเนี้ยแปะ เสร็จแล้วก็เอาตุ้มหูหนีบ
00:13:23 → 00:13:27จริงแล้วการเลือกสถานที่ที่ใช้ในการเจาะหูสำคัญมาก
00:13:28 → 00:13:33เพราะว่า 1.มันไม่ใช่ติดเชื้อเฉพาะติดแค่ตัวแผลนะคะคุณแนน
00:13:33 → 00:13:37มันสามารถส่งผลตถึงการติดเชื้ออื่นๆ ที่เป็นการติดเชื้อระหว่างคนได้
00:13:37 → 00:13:41อย่างเช่นติดเชื้อ HIV ติดเชื้อตับอักเสบ
00:13:41 → 00:13:44หรือถ้าความไม่สะอาดก็อาจจะส่งผลมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไป
00:13:45 → 00:13:49ก็ส่งผลทำให้มีเกิดการติดเชื้อ นำไปสู่แผลเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย
00:13:49 → 00:13:52เลือกที่แบบปลอดภัยนะคะ แล้วก็ดูแลแผลไม่ให้ติดเชื้อ
00:13:52 → 00:13:57แล้วก็ใช้วิธีแบบที่คุณหมอบอก อาจจะเป็นแบบว่าเอาซิลิโคนแปะไว้และหนีบไว้
00:13:57 → 00:13:59เพื่อให้เขามีเซลล์แบ่งตัวจนมันกลายเป็นคีลอยด์ได้
00:14:01 → 00:14:04แต่ว่าถ้าใครเป็นแผลเป็นคีลอยด์ ที่ใบหูของคุณแล้วรู้สึกว่า
00:14:04 → 00:14:07โห ฉันไม่มั่นใจและฉันไม่มีความสุขเลยอ่ะ
00:14:07 → 00:14:09ไปพบแพทย์ที่เขาจัดการได้
00:14:09 → 00:14:12อย่าปล่อยเอาไว้เพราะว่ามันจะเหมือนกับคุณแบกความทุกข์ใจเอาไว้
00:14:12 → 00:14:14ที่ใบหน้าของคุณตลอดเวลานะคะคุณหมอ
00:14:14 → 00:14:18ดูรายการเราแล้วนะคะใครมีข้อสงสัย อยากจะปรึกษาคุยกับคุณหมอ
00:14:18 → 00:14:20ให้มาตอบหน้าจอก็ได้เช่นกัน
00:14:20 → 00:14:24ทุกเรื่องราวนะคะคุณหมอสรรหาเรื่องมาเล่าให้เราฟังแบบง่ายๆนะคะ
00:14:25 → 00:14:30ช่องทางขึ้นให้แล้วเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น Line เป็น Face เป็น IG ได้เลยนะคะ
00:14:30 → 00:14:32แล้วก็ฝากติดตามรายการย้อนหลัง ในตอนต่างๆด้วย
00:14:32 → 00:14:37ผ่านทาง YouTube Channel ชื่อรายการคุยกับหมออัจจิมา
00:14:37 → 00:14:41Search ดูนะคะใน YouTube ที่เรามีน่าจะหลายร้อยตอนมากๆ
00:14:41 → 00:14:436-7 ปีแล้วนานมาก
00:14:43 → 00:14:47ก็เป็นเรื่องราวที่มัน มันจะต้องมีสักเรื่องที่เป็นปัญหาที่คุณคาใจอยู่
00:14:48 → 00:14:52สัปดาห์นี้หมดเวลาแล้ว อาทิตย์หน้าเจอกันใหม่ที่นี่เวลาเดิมนะคะ
00:14:52 → 00:14:53คุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:14:53 → 00:14:55สวัสดีค่ะ