00:00:00 → 00:00:04สวัสดีครับทุกคนเคยได้ยินคำว่าคอขาบอลกัน
00:00:04 → 00:00:07มั้ยครับผมคิดว่าหลายคนนะครับน่าจะเคยได้
00:00:07 → 00:00:10ยินหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไรนะ
00:00:10 → 00:00:14ครับแต่ว่าบางคนก็เข้าใจเลยแหละว่าเออมัน
00:00:14 → 00:00:17มีความหมายว่าอะไรนะฮะล่าสุดนี่เองนะครับ
00:00:18 → 00:00:20มันก็มีการหยิบยกคำว่าคอคาร์บอนขึ้นมาอีก
00:00:20 → 00:00:25เพราะว่ามีเคสคนนึงนะครับที่เค้าเนี่ยไป
00:00:25 → 00:00:28หลอกผู้หญิงหลายคนนะฮะเจ้าตัวคนนี้เนี่ย
00:00:28 → 00:00:30เขามีรูปร่างอ้วนนะฮะฮะแล้วด้านหลังคอ
00:00:30 → 00:00:33เนี่ยก็มีรอยดำๆนิดนึงนะฮะทำให้เค้าโดน
00:00:33 → 00:00:37ด่าว่าไอ้คอคาร์บอนนะครับวันนี้ผมก็เลย
00:00:37 → 00:00:40อยากจะหยิบยกคำว่าคอคาร์บอนมาอธิบายทุกคน
00:00:40 → 00:00:43ฟังนะครับว่าจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่
00:00:43 → 00:00:45ที่สำคัญนะครับผมเห็น influencer หลายคน
00:00:45 → 00:00:48นะครับพูดถึงเรื่องนี้ไว้แล้วแต่วันนี้ผม
00:00:48 → 00:00:52จะมาพูดลงลึกเลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง
00:00:52 → 00:00:55ทำไมมันต้องเกิดตรงนั้นแล้วมันมีโรคอะไร
00:00:55 → 00:00:57อย่างอื่นอีกมยที่นอกเหนือจากinfluenซer
00:00:58 → 00:01:00หลายๆคนที่เขาพูดไปแล้วว่ามันทำให้เกิด
00:01:00 → 00:01:03โรคนั้นได้นะครับเดี๋ยวลองฟังกันดูพบกับ
00:01:03 → 00:01:05ผมนะครับนายแพทย์ธนีธนียวัณเป็นอาจารย์
00:01:05 → 00:01:07แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญ
00:01:07 → 00:01:11โรคปอดการปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ
00:01:11 → 00:01:14เรื่องของคอคาร์บอนเนี่ยความหมายของมันก็
00:01:14 → 00:01:18คือเป็นคนที่มีคอด้านหลังนะครับเป็นรอยดำ
00:01:18 → 00:01:20เป็นปื้นๆนะครับผิวหนังตรงบริเวณนั้น
00:01:21 → 00:01:24เนี่ยมันก็จะหนานะครับจับดูแล้วมันก็จะ
00:01:24 → 00:01:26หยาบๆขึ้นมานะครับมักจะเกิดในคนที่เค้า
00:01:26 → 00:01:30อ้วนนะฮะก็เลยเป็นที่มาของคำว่าคอคาร์บอน
00:01:30 → 00:01:33เพราะคาร์บอนมันก็ดูสีดำๆนะครับไอ้สีดำๆ
00:01:33 → 00:01:36นี่ก็คือเป็นสีที่เขาเห็นตรงบริเวณหลังคอ
00:01:36 → 00:01:39นะครับชื่อทางการแพทย์เนี่ยมันชื่อว่า
00:01:39 → 00:01:44antosis nigricant นะครับ nigricant
00:01:44 → 00:01:48มันมาจากภาษากรีกนะครับ acantos เนี่ย
00:01:48 → 00:01:51ครับแปลว่าหนามนะครับ osis เนี่ยก็แปลว่า
00:01:51 → 00:01:54เป็นภาวะนะครับเนี่ยคือแปลว่ากลายเป็นสี
00:01:54 → 00:01:58ดำรวมแล้วเนี่ยก็แปลว่าผิวหนังเนี่ยมัน
00:01:58 → 00:02:02เป็นหนามๆนะครับแข็งเหมือนหนามๆแล้วก็มี
00:02:02 → 00:02:07การหนาตัวขึ้นและกลายเป็นสีดำนะฮะนี่คือ
00:02:07 → 00:02:11ชื่อที่มานะครับต้องบอกว่าภาวะเนี้ยมีการ
00:02:11 → 00:02:15ค้นพบไว้ตั้งแต่เมื่อประมาณหลายร้อยปี
00:02:15 → 00:02:18ก่อนแล้วนะครับแต่ตอนนั้นเนี่ยเค้าไปเจอ
00:02:18 → 00:02:21ว่าภาวะเนี่ยมีความเกี่ยวข้องกับมะเร็ง
00:02:22 → 00:02:25กระเพาะนะครับอ่าตอนแรกที่เค้าเจอน่ะคน
00:02:25 → 00:02:28ไข้คนแรกๆที่เขาเจอเนี่ยน่าจะเป็นมะเร็ง
00:02:28 → 00:02:31กระเพาะนะครับแต่ต่อมาเไปเจอว่าไอ้ภาวะ
00:02:31 → 00:02:34นี้เนี่ยมันไปเจอในคนอ้วนซะส่วนใหญ่นะ
00:02:34 → 00:02:37ครับเออก็เลยมีการศึกษาเพิ่มเติมว่ามันไป
00:02:37 → 00:02:40ทำให้มันเกิดแบบนั้นได้ยังไงนะครับต้อง
00:02:40 → 00:02:44บอกอย่างี้ว่ากลไกในการเกิดเรื่องของมัน
00:02:44 → 00:02:47เนี่ยนะครับมันน่าสนใจมากนะเพราะว่ามัน
00:02:47 → 00:02:52เกิดจากการดื้ออินซูลินนะฮะดื้ออินซูลิน
00:02:52 → 00:02:55ทีนี้เวลาที่เราดื้ออินซูลินแล้วเนี่ยมัน
00:02:55 → 00:02:59จะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องบอกว่าความดื้อ
00:02:59 → 00:03:02อินซูลินนะครับมันคือภาวะที่เราจำเป็นจะ
00:03:02 → 00:03:05ต้องใช้อินซูลินมากกว่าปกติเพื่อที่จะทำ
00:03:05 → 00:03:08ให้น้ำตาลของเราเนี่ยคุมได้นะฮะการดื้อ
00:03:08 → 00:03:11อินซูลินเนี่ยจะเกิดในคนที่มีน้ำหนักตัว
00:03:11 → 00:03:14เยอะนะครับอ้วนนะฮะคนที่เป็นเบาหวานและ
00:03:14 → 00:03:17อีกภาวะนึงก็คือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
00:03:17 → 00:03:21หรือ PCOS นะครับซึ่งย่อมาจาก Polycystic
00:03:21 → 00:03:23Ovarian Syndrome เรื่องนี้ผมก็เคยทำ
00:03:23 → 00:03:26คลิปไปแล้วนะครับพวกนี้ก็จะมีภาวะที่เขา
00:03:26 → 00:03:28ดื้ออินซูลินเหมือนกันนะครับทีนี้
00:03:28 → 00:03:32อินซูลินที่เา้าดื้อเนี่ยมันก็มีอินซูลิน
00:03:32 → 00:03:35ผลิตออกมามากๆเพราะว่าเนื่องจากว่าร่าง
00:03:36 → 00:03:37กายมันดื้ออ่ะก็ต้องใช้อินซูลินเยอะเพื่อ
00:03:37 → 00:03:40ที่จะได้งานที่เท่าเดิมถูกมั้ยครับ
00:03:40 → 00:03:44อินซูลินที่มันเยอะเนี่ยนะครับมันก็จะไป
00:03:44 → 00:03:47จับกับตัวรับตัวนึงที่เซลล์นะฮะเซลล์ผิว
00:03:47 → 00:03:50หนังของเราเนี่ยตรงนั้นเนี่ยจะมีเซลล์
00:03:50 → 00:03:54ชื่อว่าแครtinโนไซตนะครับพอแครtinโนไซต
00:03:54 → 00:03:58มันเจอตัวอินซูลินมาปุ๊บเนี่ยมันจะไปจับ
00:03:58 → 00:04:01กับตัวรับมันตัวนึงชื่อว่า Insulin Light
00:04:01 → 00:04:05Growth Factor Receptor 1 นี่ IGF
00:04:05 → 00:04:08one receptor นะครับตัวนี้เนี่ยจะเป็น
00:04:08 → 00:04:13ตัวที่จับกับอินซูลินที่มันเยอะมากๆพอจับ
00:04:13 → 00:04:15เสร็จปุ๊บนะครับเซลล์เคราตโนไซตเนี่ยมัน
00:04:15 → 00:04:18จะมีการหนาตัวขึ้นนะครับและที่สำคัญคือ
00:04:18 → 00:04:22มันจะเก็บรวบรวมเม็ดสีเมลานินด้วยไอ้เม็ด
00:04:22 → 00:04:24สีเมลานินเนี่ยคือเหตุผลที่ทำให้มันเป็น
00:04:24 → 00:04:29สีดำครับหรือสีน้ำตาลเข้มนะบางคนเนี่ยอาจ
00:04:29 → 00:04:32จะคิดว่าเฮ้ยเราเคยรู้จักเซลล์ตัวนึงชื่อ
00:04:32 → 00:04:36ว่าเมลโนไซตนะครับเมลโนไซตเนี่ยคือเป็น
00:04:36 → 00:04:39เซลล์ซึ่งในตัวมันมีเม็ดเมลานินอยู่นะ
00:04:39 → 00:04:43ครับแต่เพบว่าในภาวะ acantos nิเนี่ยมัน
00:04:43 → 00:04:46ไม่ได้เกิดจากการที่มีเซลล์เมลโนไซตเพิ่ม
00:04:46 → 00:04:47ขึ้นครับแต่มันเป็นเซลล์ตัวอื่นนี่แหละ
00:04:47 → 00:04:50ที่สะสมเม็ดเมลานินไว้ตรงนั้นแทนนี่นะ
00:04:50 → 00:04:53ครับอันนี้คือเหตุผลแต่อย่างไรก็ตามนะ
00:04:53 → 00:04:56ครับมันก็มีตัวรับตัวอื่นอื่นของเซลล์
00:04:56 → 00:05:00เหล่าเนี้ยที่มีส่วนร่วมนะครับกับการทำ
00:05:00 → 00:05:03ให้เกิดภาวะดำๆตรงตรงบริเวณหลังคอนะครับ
00:05:03 → 00:05:06เช่นอ่าตัวรับที่เรียกว่า Fiblast Growth
00:05:06 → 00:05:09Factor ตัวรับที่เรียกว่า Epidermal
00:05:09 → 00:05:12Growth Factor Receptor นะครับอ่าแล้ว
00:05:12 → 00:05:15ก็มีตัวไทซine Kinase Receptor ต่างๆ
00:05:15 → 00:05:18เป็นต้นนะครับพวกนี้ก็มีอีกหลากหลายตัว
00:05:18 → 00:05:20แต่ว่าตัวที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดใน
00:05:20 → 00:05:23กรณีที่มีการดื้ออินซูลินก็คือตัวที่
00:05:23 → 00:05:25เรียกว่า insulin light growth factor
00:05:25 → 00:05:291 ซปตอนะครับอ่าตัวนี้เป็นตัวหลักนะคำ
00:05:29 → 00:05:33ถามต่อมาเมื่อเราดื้ออินซูลินเรารู้แล้ว
00:05:33 → 00:05:38ว่าเออแล้วอินซูลินเนี่ยมันไปทั้งร่างกาย
00:05:38 → 00:05:41ใช่มั้ยครับผิวหนังแล้วก็มีทั้งร่างกาย
00:05:41 → 00:05:44ทั้งตัวแล้วทำไมมันต้องดำตรงคอที่เดียว
00:05:44 → 00:05:48อ่ะไม่ดำที่อื่นอ่ะเออแปลกมั้ยฮะต้องบอก
00:05:48 → 00:05:51อย่างี้ครับมันก็ไม่ได้ดำที่คอที่เดียว
00:05:51 → 00:05:54ครับมันดำที่คอนะฮะด้านหลังด้านหน้าเนี่ย
00:05:54 → 00:05:58ก็มีได้บ้างรักแร้ก็สามารถเป็นได้ขาหนีบ
00:05:58 → 00:06:02ก็เป็นได้นะครับบางคนเนี่ยในช่องปากก็
00:06:02 → 00:06:04เป็นนะฮะแต่อันนั้นจะยากหน่อยนะฮะถ้าไม่
00:06:04 → 00:06:07ใช่เป็นภาวะพิเศษจริงๆนะครับส่วนใหญ่นะ
00:06:07 → 00:06:10ครับมันจะเป็นตามข้อพับครับข้อพับเกือบ
00:06:10 → 00:06:14ทั้งหมดเลยอ้าวแล้วทำไมต้องเป็นตรงข้อพับ
00:06:14 → 00:06:17นะครับนี่แหละคือสิ่งที่น่าสนใจนะครับเรา
00:06:17 → 00:06:21ลองคิดกันเล่นๆก็ได้ครับข้อพับเนี่ยมันมี
00:06:21 → 00:06:24ความแตกต่างยังไงกับผิวหนังบริเวณอื่นๆ
00:06:24 → 00:06:27เออเออนะครับลองคิด
00:06:27 → 00:06:31ดูแบบนี้ครับตรงบริเวณที่มันเป็นข้อพับ
00:06:31 → 00:06:34เนี่ยมันจะต้องมีการเคลื่อนไหวบ่อยใช่
00:06:34 → 00:06:37มั้ยครับมีการพับงอพับงออยู่เรื่อยๆนะฮะ
00:06:37 → 00:06:40ดังนั้นผิวหนังบริเวณนั้นเนี่ยมันจะมี
00:06:40 → 00:06:46ความบางแล้วก็มีความยืดหยุ่นที่สำคัญคือ
00:06:46 → 00:06:49มันต้องเจอแรงกระแทกมันบ่อยๆแรงกระทำต่อ
00:06:49 → 00:06:52บ่อยๆคืออย่างแรงที่มันยืดหดยืดหดอย่าง
00:06:52 → 00:06:54เงี้ยอยู่เรื่อยๆนะฮะ
00:06:54 → 00:06:58ร่างกายของเราครับรู้ว่าการที่มีผิวหนัง
00:06:58 → 00:07:02ที่โดนเคลื่อนไหวบ่อยๆและต้องรับแรงเสียด
00:07:02 → 00:07:05ทานอยู่เรื่อยๆนั้นมันจะทำให้เซลล์บริเวณ
00:07:05 → 00:07:09นั้นเสียหายได้ง่ายร่างกายมันฉลาดครับมัน
00:07:09 → 00:07:12เลยทำให้เซลล์ตรงบริเวณนั้นเนี่ยมีตัวรับ
00:07:12 → 00:07:15อะไรก็ได้ที่จะสามารถทำให้ตัวเองเนี่ย
00:07:15 → 00:07:18แข็งแกร่งเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วแล้วก็
00:07:18 → 00:07:22เจริญเติบโตได้ดีตัวรับพวกนั้นก็คือ
00:07:22 → 00:07:25อินซูลินไลฟ Factor receptor 1 นั่นเอง
00:07:25 → 00:07:30นะครับนี่ใช่ฮะเราก็เข้าใจแล้วว่าไอ้ตัว
00:07:30 → 00:07:33รับแบบเนี้ยมันเกิดขึ้นเพราะว่าภาวะนี้
00:07:33 → 00:07:36นั่นเองนะครับจริงๆเนี่ยเหตุผลมันมีอีก
00:07:36 → 00:07:39เยอะแยะไปหมดนะครับตรงที่ไอ้โนไซตตรง
00:07:39 → 00:07:45เนี้ยเซลล์เนี่ยมันตรงผิวหนังนะครับมันมี
00:07:45 → 00:07:47ตัวนึงซึ่งเรียกว่า Macan
00:07:47 → 00:07:51Receptor แปลว่าตัวรับแรงที่มากดกระทำ
00:07:51 → 00:07:54มันนะครับ Mechanis ซปตอรตัวเนี้ยมันจะมี
00:07:54 → 00:07:57การไปบอกให้ร่างกายบอกว่าเฮ้ยเราต้อง
00:07:57 → 00:08:00สร้างไอ้ตัวรับ insulin light growth
00:08:00 → 00:08:05factor 1 เนี่ยมาเยอะๆเพราะว่าเราจะได้
00:08:05 → 00:08:08รับสารกระตุ้นทำให้ตัวเราโตได้แบ่งตัวได้
00:08:08 → 00:08:11เร็วขึ้นแล้วก็สามารถทดทดแทนไอ้พวกเซลล์
00:08:11 → 00:08:14ผิวที่มันเสียไปได้นะครับนั่นก็คือเหตุผล
00:08:14 → 00:08:19ที่ว่าทำไมบริเวณข้อพับต่างๆนะครับมัน
00:08:19 → 00:08:24ถึงมีโอกาสตอบสนองต่ออินซูลินได้เยอะกว่า
00:08:24 → 00:08:28บริเวณอื่นๆนะฮะและเหตุผลนี้เองจึงทำให้
00:08:28 → 00:08:31เวลาที่มีอินซูลินเยอะมากๆในร่างกายมัน
00:08:31 → 00:08:35จึงเป็นบริเวณที่ดำก่อนเข้าเพื่อนนะครับ
00:08:35 → 00:08:38อ่ามันจะดำก่อนเค้าเพื่อนเลยนะและแน่นอน
00:08:38 → 00:08:42ครับบางคนก็อาจจะสังเกตว่า
00:08:42 → 00:08:46เอ่อบางคนนะฮะมันก็ดำทั้งตัวเลยอ่ะไม่ใช่
00:08:46 → 00:08:50เฉพาะแค่คอรักแร้หรือขาหนีบเท่านั้นนะฮะ
00:08:50 → 00:08:53อันเนี้ยอาจจะเป็นเพราะว่าอินซูลินมันสูง
00:08:53 → 00:08:56อยู่นานมากๆนะครับมันกระตุ้นตรงบริเวณข้อ
00:08:56 → 00:09:00พับก่อนก็จริงแต่ว่าบริเวณอื่นๆแน่นอนมัน
00:09:00 → 00:09:02ก็ต้องโดนกระตุ้นได้ด้วยเพียงแต่ว่ามัน
00:09:02 → 00:09:05อาจจะไม่ดำเท่ากับบริเวณข้อพับนะครับนี่
00:09:05 → 00:09:09ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมมันจึงเป็นแบบนี้นะ
00:09:09 → 00:09:12ฮะต่อมาอีกอย่างนึงซึ่งผมอยากจะเล่าให้
00:09:12 → 00:09:14ทุกคนฟังก็คือว่า
00:09:14 → 00:09:17ภาวะดื้ออินซูลินเนี่ยเราเคยได้ยินบ่อย
00:09:17 → 00:09:21ใช่มั้ครับอ่าเช่นอ้วนเป็นเบาหวานมีถุง
00:09:21 → 00:09:22น้ำรังขา
00:09:22 → 00:09:24เยอะๆอย่างเงี้ยมันดื้ออินซูลินดื้อ
00:09:24 → 00:09:27อินซูลินมันคืออะไรมันวัดกันได้ยังไงเค้า
00:09:27 → 00:09:30ตรวจกันยังไงไอ้ดื้ออินซูลินเนี่ยนะฮะคือ
00:09:30 → 00:09:33อย่างที่ผมเล่าคร่าวๆนะครับคำว่าดื้อ
00:09:33 → 00:09:36อินซูลินเนี่ยมันแปลว่ามันต้องใช้ร่าง
00:09:36 → 00:09:39เอ่อใช้ตัวอินซูลินมากกว่าปกติเพื่อที่จะ
00:09:39 → 00:09:43ได้ผลเท่าเดิมนะครับผลในที่นี้ก็คือการ
00:09:43 → 00:09:47เอาน้ำตาลกลูโคสเข้าไปไว้ในเซลล์นะ
00:09:47 → 00:09:51ฮะวิธีในการวัดจริงๆนะฮะมันค่อนข้างจะ
00:09:51 → 00:09:53ยุ่งพุ่งยากเลยทีเดียวแล้วจำเป็นจะต้องทำ
00:09:53 → 00:09:57ในโรงพยาบาลนะฮะเราเรียกว่าวิธี clamp
00:09:57 → 00:10:01method นะครับหรือ clampic method นะ
00:10:01 → 00:10:06ครับวิธีในการทำนะครับคือเขาจะใส่เส้น
00:10:06 → 00:10:09เอ่อใส่ใส่น้ำเกลือเข้าไปแล้วให้อินซูลิน
00:10:09 → 00:10:12เข้าไปในร่างกายเรานะให้เข้าไปเยอะเลยนะ
00:10:12 → 00:10:15ครับและในขณะเดียวกันก็ให้กลูโคสเข้าไปใน
00:10:15 → 00:10:18ร่างกายเราพร้อมกันด้วยนะแล้วดูซิว่าร่าง
00:10:18 → 00:10:22กายเราจะตอบสนองแบบไหนนะครับอันเนี้ยก็จะ
00:10:22 → 00:10:25มีการวัดน้ำตาลในร่างกายตลอดเวลาเลยดูซิ
00:10:25 → 00:10:27ว่ามันจะต้องใช้น้ำตาลมากหรือตำหนักคือ
00:10:27 → 00:10:30เค้าให้อินซูลินเข้าไประดับนึงให้มันคง
00:10:30 → 00:10:33ที่นะครับอ่าเป็นอินซูลินระดับสูงเลยให้
00:10:33 → 00:10:35คงที่ในร่างกายเเจาะระดับอินซูลินด้วยนะ
00:10:35 → 00:10:38ครับว่าได้เท่าไหร่พอมันคงที่ปุ๊บหลังจาก
00:10:38 → 00:10:41นั้นน่ะก็ค่อยๆให้กลูโคสเข้าไปในร่างกาย
00:10:41 → 00:10:45เรื่อยๆๆๆๆๆจนถึงจุดหนึ่งนะครับซึ่ง
00:10:45 → 00:10:47สามารถทำให้เวลาเราตรวจระดับน้ำตาลในร่าง
00:10:47 → 00:10:51กายแล้วมันคงที่นะตอนนี้พอเข้าใจนะฮะว่า
00:10:51 → 00:10:54เราให้อินซูลินขนาดสูงจนระดับในเลือดมัน
00:10:54 → 00:10:57คงที่และหลังจากนั้นเราก็ต้องให้กลูโคส
00:10:57 → 00:10:59เข้าไปเรื่อยๆนะครับจนกระทั่งกลูโคสใน
00:10:59 → 00:11:04เลือดมันคงที่ไอ้ระดับกลูโคสที่ทำให้เจาะ
00:11:04 → 00:11:06น้ำตาลในเลือดได้คงที่เนี่ยแต่ละคนมันไม่
00:11:06 → 00:11:09เท่ากันนะครับและตรงนี้เองที่จะเอามาใช้
00:11:09 → 00:11:12เป็นการบอกว่าใครที่มีภาวะดื้ออินซูลิน
00:11:12 → 00:11:17บ้างนะครับแต่แน่นอนครับแมMehธอเนี่ยมัน
00:11:17 → 00:11:19ทำในโรงพยาบาลมันทำยากแล้วเดี๋ยวนี้มีคน
00:11:19 → 00:11:22ทำด้วยยกเว้นในงานวิจัยนะครับจึงมีการใช้
00:11:22 → 00:11:26ตัวแทนอีกตัวนึงชื่อว่า Homa IR ตัว
00:11:26 → 00:11:28เนี้ยทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเองด้วยนะ
00:11:28 → 00:11:30ครับเจาะเลื่อนและตรวจได้ด้วยตัวเองนะ
00:11:30 → 00:11:34ครับมันย่อมาจาก Homeostasis Method
00:11:34 → 00:11:37Assessment นะครับ Homeostasis Method
00:11:37 → 00:11:40Assessment for of insulin
00:11:40 → 00:11:43resistance หรือ Homa IR นะครับตัวนี้
00:11:43 → 00:11:47เนี่ยเค้าก็จะตรวจระดับอินซูลินในขณะที่
00:11:47 → 00:11:49เราอดอาหารมา 8 ชมง
00:11:49 → 00:11:53แล้วก็ระดับน้ำตาลในขณะที่เราอดอาหารมา 8
00:11:53 → 00:11:56ชม.แล้วเอาเข้าไปคำนวณในสูตรเดี๋ยวผมจะ
00:11:56 → 00:11:58ทิ้งลิงก์สำหรับการคำนวณไว้ให้ทุกคนไปดู
00:11:58 → 00:12:01ด้วยนะครับถ้าใครอยากจะคำนวณของตัวเองก็
00:12:01 → 00:12:04สามารถไปเจาะอินซูลินแล้วก็เจาะน้ำตาลใน
00:12:04 → 00:12:07ขณะที่อดอาหารไปได้แล้วก็เอาเข้าไปในสูตร
00:12:07 → 00:12:10ในเว็บไซต์นะก็จะบอกว่าเออเรามีภาวะดื้อ
00:12:10 → 00:12:13อินซูลินหรือยังถ้าเราสงสัยนะครับอย่างไร
00:12:13 → 00:12:16ก็ตามครับวิธีนี้มันไม่ใช่วิธีเดียวกัน
00:12:16 → 00:12:19กับที่เขา้าตรวจแบบแม method ในโรงพยาบาล
00:12:19 → 00:12:22นะครับมันจะไม่ได้แม่นซะทีเดียวแล้วมันก็
00:12:22 → 00:12:26จะมีข้อบกบกพร่องเช่นใครบ้างคนที่เป็นเบา
00:12:26 → 00:12:30หวานนานๆครับเวลาเราเป็นเบาหวานนานๆเนี่ย
00:12:30 → 00:12:33ต้องบอกว่าช่วงแรกของการเริ่มเป็นเบาหวาน
00:12:33 → 00:12:35น้ำตาในเลือดเราสูงขึ้นนะฮะเราดื้อ
00:12:35 → 00:12:38อินซูลินตับอ่อนของเราเนี่ยมันจะมีเซลล์
00:12:38 → 00:12:40ชื่อว่าเบต้าเซลล์จะผลิตอินซูลินมากมาย
00:12:40 → 00:12:43มหาศาลเข้ามาทดแทนนะครับตอนแรกมันก็ผลิต
00:12:43 → 00:12:46อินซูลินได้เยอะอยู่หรอกแต่พอผ่านไปเนี่ย
00:12:46 → 00:12:50เซลล์มันตายครับมันสู้ไม่ไหวอินซูลินที่
00:12:50 → 00:12:53เคยผลิตได้มหาศาลมันก็ลดๆลงไปเรื่อยๆนะนะ
00:12:53 → 00:12:57ครับถ้าเกิดคุณตรวจ HMA IR ตอนแรกที่
00:12:57 → 00:13:00อินซูลินสูงโอเคคุณจะรู้ว่าคุณดื้อ
00:13:00 → 00:13:02อินซูลินแน่ๆแต่ถ้าเกิดคุณไปตรวจตอนที่
00:13:03 → 00:13:05เซลล์ตับอ่อนคุณตายไปแล้ว
00:13:05 → 00:13:08อ่ะอินซูลินมันก็ต่ำครับตอนนั้นน่ะดัง
00:13:09 → 00:13:11นั้นตรวจออกมาแทนที่จะบอกว่าเอ้ยคนนี้
00:13:11 → 00:13:14เป็นภาวะดื้ออินซูลินมันจะได้ผลออกมาบอก
00:13:14 → 00:13:17ว่าคนเนี้ยไม่ดื้ออินซูลินหรือดื้อน้อย
00:13:17 → 00:13:22ซึ่งมันผิดครับดังนั้นโฮม IR จะมีปัญหาหา
00:13:22 → 00:13:26ในตรงนี้นะครับอย่างไรก็ตามนะครับเราไม่
00:13:26 → 00:13:28ได้มีความจำเป็นจะต้องไปตรวจอย่างนี้ทุก
00:13:28 → 00:13:31คนหรอกนะครับโดยทั่วไปเราก็ต้องไปจัดการ
00:13:31 → 00:13:33อ่าเราดูเราก็รู้แล้วอ่ะเป็นเบาหวานนะ
00:13:33 → 00:13:37ครับน้ำหนักเยอะเกินไปนะครับอ้วนเรามีโรค
00:13:37 → 00:13:39ประจำตัวอะไรเยอะแยะไปหมดหรือมีโรคถุมน้ำ
00:13:39 → 00:13:43ไข่หลายใบโรค PCOS พวกนี้นะครับเนี่ยก็
00:13:43 → 00:13:49คือเหตุผลทีนี้ nrican มันอันตรายมยเออ
00:13:49 → 00:13:51ต้องบอกงี้ครับไม่อันตรายอะไรเลยนะครับ
00:13:52 → 00:13:54มันแค่น่ารำคาญอย่างเดียวมันไม่เจ็บไม่
00:13:54 → 00:13:57คันมันแค่สีดำๆแล้วก็คอหรือว่าบริเวณที่
00:13:57 → 00:13:59มันเป็นเนี่ยเช่นรักแร้ขาเหนียบมันจะหนาๆ
00:13:59 → 00:14:03นิดนึงจับแล้วมันจะสากๆดำๆหนาๆนะครับแค่
00:14:03 → 00:14:07นั้นเลยนะแล้วอันเนี้ยวิธีในการรักษานะ
00:14:07 → 00:14:11ครับมันจะไม่หายตราบใดก็ตามที่ภาวะดื้อ
00:14:11 → 00:14:13อินซูลินของคุณยังไม่หายดังนั้นถ้าเกิด
00:14:13 → 00:14:16คุณอ้วนแล้วคุณลดน้ำหนักลงมาเป็นปกติมัน
00:14:16 → 00:14:20หายเองครับถ้าคุณมีโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ
00:14:20 → 00:14:23คุณรักษาก็หายได้ครับเช่นถ้าเกิดว่าเรา
00:14:23 → 00:14:26ให้ยาเม็ดฟอมินเข้าไปเพื่อลดน้ำตาลอ่า
00:14:26 → 00:14:29อันเนี้ยช่วยได้แล้วมันก็ทำให้มันหายได้
00:14:29 → 00:14:32เช่นกันนะครับแต่ถ้าเกิดคุณยังไม่ได้แก้
00:14:32 → 00:14:35ไขภาวะที่มันเป็นตั้งแต่แรกเนี่ยมันจะไม่
00:14:35 → 00:14:39หายครับต่อให้คุณจะไปเลเซอร์จะไปเอายามา
00:14:39 → 00:14:42ทาเอาเรตติอิคaซิดมาทาหรืออะไรก็แล้วแต่
00:14:42 → 00:14:44นะครับมันก็จะไม่หายผิวนางก็ยังคงมีความ
00:14:44 → 00:14:47ผิดปกติอยู่อย่างงั้นนั่นแหละนะครับนี่
00:14:47 → 00:14:51คือกรณีที่ 1 ที่ทำให้เกิดภาวะ anosis
00:14:51 → 00:14:54nric หรือคอcarาร์บอนก็คือภาวะดื้อ
00:14:54 → 00:14:57อินซูลินต่างๆนะครับคนไข้ที่เป็นมักจะ
00:14:57 → 00:14:59อ้วนมักจะอ้วนนะ
00:14:59 → 00:15:04ฮะแต่มันก็มีสาเหตุอื่นที่ทำให้คุณเป็น
00:15:04 → 00:15:08โรคคอคาร์บอนเหมือนกัน 1 ก็คือโรคทาง
00:15:08 → 00:15:12พันธุกรรมบางชนิดนะครับที่อาจจะทำให้ตัว
00:15:12 → 00:15:15รับอินซูลินเนี่ยมันมีปัญหาถ้าตัวรับ
00:15:15 → 00:15:18อินซูลินมีปัญหานะครับร่างกายก็ต้องสร้าง
00:15:18 → 00:15:21อินซูลินเข้าแบบมหาศาลมากๆเลยเพื่อเอาชนะ
00:15:21 → 00:15:25กลไกที่ร่างกายมันผิดปกตินะครับเช่นอ่า
00:15:25 → 00:15:28โรคแปลกๆ Reponis นะฮะเราอาจจะไม่เคยได้
00:15:28 → 00:15:31ยินโลกนี้คือเป็นแล้วก็อาจจะตายไปตั้งแต่
00:15:31 → 00:15:34อยู่ในครรภ์ะนะครับโรคครูซอนนะครับแล้วก็
00:15:34 → 00:15:36มีอีกหลากหลายโรคเลยทีเดียวนะครับก็ยกให้
00:15:36 → 00:15:39ฟังเท่านี้นะฮะส่วนใหญ่พวกเนี้ยมักจะเป็น
00:15:39 → 00:15:41ตั้งแต่เด็กๆเลยอาจจะมีคอดำๆตั้งแต่เด็ก
00:15:41 → 00:15:45นะครับแต่มีอีกอันนึงครับที่คุณต้องรู้
00:15:45 → 00:15:48เพราะว่ามันอันตรายมากและคุณจำเป็นจะต้อง
00:15:48 → 00:15:50ไปหาสาเหตุว่าทำไม
00:15:50 → 00:15:54เป็นมันจะเป็นภาวะมะเร็งครับจำได้มั้ย
00:15:54 → 00:15:57ครับตอนแรกที่ผมเล่าในคลิปนี้นี่แหละผม
00:15:57 → 00:16:00บอกว่าคนที่เขาเจอ Sosis nrican ครั้ง
00:16:01 → 00:16:03แรกๆในอดีตเนี่ยเา้าไปเจอในคนที่เป็น
00:16:03 → 00:16:04มะเร็ง
00:16:04 → 00:16:10กระเพาะอืมมะเร็งกระเพาะนะครับคือไอ้คอดำ
00:16:10 → 00:16:12พวกเนี้ยมันสามารถเจอได้ในคนที่เป็น
00:16:12 → 00:16:15มะเร็งครับเช่นมะเร็งกระเพาะนะครับมะเร็ง
00:16:15 → 00:16:19ปอดอ่ามะเร็งเต้านมมะเร็งลำไส้ใหญ่นะฮะ
00:16:19 → 00:16:23มะเร็งตับก็สามารถที่จะทำให้เรามีภาวะคอ
00:16:23 → 00:16:26คาร์บอนคือมีดำๆตรงหลังคอตรงลักแล้ตรงขา
00:16:26 → 00:16:30หนีบได้นะครับแต่พอฟังมาถึงตรงเนี้ยทุกคน
00:16:30 → 00:16:34ก็คงกลัวหรือสงสัยแล้วเฮ้ยทุกคนที่คอดำ
00:16:34 → 00:16:37อ่ะมันจะเป็นมะเร็งหรือเปล่ามันมีมะเร็ง
00:16:37 → 00:16:39ซ่อนอยู่แล้วหมอยังไม่ได้หาหรือหาไม่เจอ
00:16:39 → 00:16:42หรือเปล่าก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ครับข้อแตก
00:16:42 → 00:16:46ต่างของคอดำในคนที่เป็นภาวะดื้ออินซูลิน
00:16:47 → 00:16:50กับคนที่คอดำในภาวะที่เป็นมะเร็งมันคือ
00:16:50 → 00:16:53สิ่งต่อไปนี้ที่จะเล่านะครับข้อแรกคนที่
00:16:53 → 00:16:57เป็นมะเร็งนะฮะมะเร็งที่เป็นสาเหตุที่ทำ
00:16:57 → 00:17:00ให้คอมันดำหรืออะไรพวกนี้เนี่ยนะครับคน
00:17:00 → 00:17:06พวกเนี้ยมักจะอายุเยอะมักจะผอมนะครับและ
00:17:06 → 00:17:10ไอ้คอดำเนี่ยมันจะเกิดขึ้นเร็วมากนะครับ
00:17:10 → 00:17:13คือใน 3-6 เดือนจากที่มันไม่เคยเป็นอะไร
00:17:13 → 00:17:18อยู่ๆมันเป็นขึ้นมานะครับเต็มเลยนะฮะและ
00:17:18 → 00:17:21เมื่อกี้ที่ผมบอกว่าไอ้รอยดำพวกเนี้ยเกิด
00:17:21 → 00:17:24ที่ริมฝีปากกับในปากเนี่ยยากใช่ไหมครับ
00:17:24 → 00:17:27แต่ในมะเร็งเนี่ยเกิดได้บ่อยเออมันจะเกิด
00:17:27 → 00:17:30ได้บ่อยถ้ามันมีตรงหลังคอตรงเมันยังมีใน
00:17:30 → 00:17:32ปากด้วยนะครับถ้าเราหาแล้วเราเอออาจจะ
00:17:32 → 00:17:35เห็นอยู่ในนั้นเอ๊ะทำไมปากมันดำๆรีฟิวปาก
00:17:35 → 00:17:39ดำๆหนาๆนะฮะเช่นขอบปากข้างนอกดำๆหนาๆ
00:17:39 → 00:17:41เนี่ยและในปากมีข้างหลังคอมีเออเริ่มน่า
00:17:41 → 00:17:45สงสัยละผอมๆอายุเยอะอันเนี้ยต้องหาแล้ว
00:17:45 → 00:17:48ล่ะว่ามันมีมะเร็งอะไรซ่อนอยู่ไหมนะครับ
00:17:48 → 00:17:51กลไกในการเกิดของมะเร็งเนี่ยจะแตกต่างจาก
00:17:51 → 00:17:54กลไกในการเกิดกรณีที่เป็นภาวะดื้อ
00:17:54 → 00:17:58อินซูลินนะครับถ้าเกิดคุณเป็นมะเร็งเนี่ย
00:17:58 → 00:18:02มันจะสร้างสารตัวนึงชื่อว่า TGF Alpha
00:18:02 → 00:18:04นะครับ Transforming Growth Factor
00:18:04 → 00:18:07Alpha ตัวเนี้ยจะไปจับกับ Epidermal
00:18:07 → 00:18:10Growth Factor ของตัวtinositeหรือเซลล์
00:18:10 → 00:18:13ตรงบริเวณผิวตรงนั้นนั่นแหละและไอ้เนี้ย
00:18:13 → 00:18:17มันก็จะไปทำให้เกิดการกระตุ้นจนสร้างเม็ด
00:18:17 → 00:18:20สีเมลานินตรงนั้นออกมาได้นะครับและที่
00:18:20 → 00:18:24สำคัญครับมันยังไปยุ่งกับกลไก IGF1
00:18:24 → 00:18:27Receptor อีกต่างหากมันวุ่นวายมากเลยนะ
00:18:27 → 00:18:30ครับจริงๆอ่าตัวรับต่างๆของเซลล์เนี่ยมัน
00:18:30 → 00:18:32คุยกันนะครับมันบอกเฮ้ยไปเรียกเพื่อนมา
00:18:32 → 00:18:35ข้าพเจ้าเนี่ยอยากจะทำให้มันผลิตอะไรขึ้น
00:18:35 → 00:18:38มาสักอย่างอย่างเงี้ยนะครับคือมันเหมือน
00:18:38 → 00:18:40กับร่างกายเราเนี่ยมันไม่ได้มีกลไกเดียว
00:18:41 → 00:18:43ที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างหนึ่งแต่มันมี
00:18:43 → 00:18:45อีกหลายๆช่องทางที่ทำให้เกิดผลลัพธ์แบบ
00:18:45 → 00:18:48เดียวกันก็ได้นะครับมะเร็งมันก็จะมีเหตุ
00:18:48 → 00:18:51ผลที่มันทำให้เป็นแบบนั้นได้เหมือนกันนะ
00:18:51 → 00:18:56ฮะทีนี้มะเร็งเนี่ยมันไม่ใช่มีแค่ดำๆตรง
00:18:56 → 00:18:58นั้นนะฮะมันอาจจะ
00:18:58 → 00:19:01เจอปัญหาทางผิวหนังอย่างอื่นที่มาพร้อม
00:19:01 → 00:19:05กันได้นะครับตัวนึงซึ่งในทางการแพทย์เรา
00:19:05 → 00:19:07สอนกันประจำแล้วก็แน่นอนนักเรียนแพทย์
00:19:07 → 00:19:10ต้องจำได้แล้วก็เอาไปสอบมันคือสิ่งที่
00:19:10 → 00:19:13เรียกว่า lesser thrillat sign ถ้าใคร
00:19:13 → 00:19:15เรียนแพทย์มาคงรู้ตัวนี้นะครับ lesser
00:19:15 → 00:19:17thrillat sign เนี่ยเนี่ยมันคือการที่
00:19:17 → 00:19:21อยู่ๆเนี่ยเรามีผิวที่มันเป็นกลมๆแล้วก็
00:19:21 → 00:19:24สีน้ำตาลเข้มหรือดำเนี่ยอยู่ๆขึ้นทั้งตัว
00:19:24 → 00:19:27เลยเป็นเหมือนกับดอกเห็ดขึ้นๆๆๆมาทั้งตัว
00:19:27 → 00:19:30พวกนี้เนี่ยอยู่ๆมันจะขึ้นมาแล้วหาอะไร
00:19:30 → 00:19:34ไม่เจอมันดำๆดำๆอ่ะมันไม่ใช่แดงๆเหมือน
00:19:34 → 00:19:36ผื่นคันสีแดงนะครับไม่ใช่ผืนลมพิษแต่มัน
00:19:36 → 00:19:40เป็นผื่นสีดำๆนะขึ้นเต็มตัวไอ้เนี่ยถ้า
00:19:40 → 00:19:42มันมาร่วมกับ acanosis nrican เนี่ยนะ
00:19:43 → 00:19:45ครับก็ต้องสงสัยแล้วครับว่ามันเป็นหรือ
00:19:45 → 00:19:49เปล่านะครับผืนที่มากับมะเร็งนะครับมีอีก
00:19:49 → 00:19:51หลากหลายชนิดอันเนี้ยลองถามเ่อคุณหมอโรค
00:19:52 → 00:19:55ผิวหนังดูก็จะรู้นะครับมีอันนึงชื่อแปลก
00:19:55 → 00:19:58ดีชื่อ BX Syndrome นะครับ BX Syndrome
00:19:58 → 00:20:01เนี่ยก็คือมันก็เป็นผื่นเหมือนกันจะเป็น
00:20:01 → 00:20:04ตรงเ่อรอบๆเล็บตรงเครับตรงหลังมือตรงเได้
00:20:04 → 00:20:08ตรงตรงหูเนี่ยก็เป็นได้ตรงข้อสอบก็เป็น
00:20:08 → 00:20:10ได้ laser that sign นะครับหรือ acusis
00:20:11 → 00:20:13nrican ซึ่งอยู่ๆมันเกิดอย่างรวดเร็วใน
00:20:13 → 00:20:16คนอายุเยอะพร้อมๆอ่าใช่แน่ๆนะครับอีกอัน
00:20:16 → 00:20:21นึงซึ่งอ่าสมัยผมเรียนนะมันดูน่าสนใจมาก
00:20:21 → 00:20:26เลยคือเรียกว่าima Jitum Repens irima
00:20:27 → 00:20:30Jitum Repens เนี่ยลักษณะของมันนะครับ
00:20:30 → 00:20:35มันเหมือนเป็นวงๆๆวงแหวนเนี่ยเป็นลายอ่ะ
00:20:35 → 00:20:38แบบกินบริเวณกว้างๆของตัวเลยนะเดี๋ยวผม
00:20:38 → 00:20:40เอารูปมาแปะให้ดูนะครับมันขึ้นทั้งตัวเลย
00:20:40 → 00:20:44เหมือนเป็นเป็นเหมือนวงแหวนกระจายตัวนะ
00:20:44 → 00:20:46ครับพวกนี้มันคันด้วยนะแล้วก็มันมักจะ
00:20:46 → 00:20:49เกี่ยวข้องกับมะเร็งปอดครับนะผมเรียนโรค
00:20:49 → 00:20:52ปอดผมก็เลยจำตัวนี้ได้แม่นมากเลยแต่แน่
00:20:52 → 00:20:53นอนมันเจอในมะเร็งอย่างอื่นได้บ้างแต่ก็
00:20:54 → 00:20:56ไม่ได้เจอได้เยอะนะครับดังนั้นโดยสรุป
00:20:56 → 00:21:01เนี่ยคอคาร์บอนหรือcanนสุนิรคนไม่ได้เจอ
00:21:01 → 00:21:03แค่เฉพาะตรงคอนะครับแต่ส่วนใหญ่จะเจอตรง
00:21:03 → 00:21:07บริเวณข้อพับนะเหตุผลที่มันเป็นแบบนี้ได้
00:21:07 → 00:21:10เนี่ยนะครับก็จะมีภาวะดื้ออินซูลินนะครับ
00:21:10 → 00:21:14ซึ่งก็เจอในคนอ้วนคนที่เป็นเบาหวานแล้วก็
00:21:14 → 00:21:18คนที่เเป็นโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ PCOS
00:21:18 → 00:21:21อันที่ 2 เจอในคนที่เป็นโรคเนี้ยบางที
00:21:21 → 00:21:23เป็นตั้งแต่กำเนิดก็ได้ไม่ได้เกี่ยวข้อง
00:21:23 → 00:21:25อะไรกับการดื้ออินซูลินและอันที่ 3 ก็คือ
00:21:25 → 00:21:28กลุ่มโรคมะเร็งที่เราจำเป็นจะต้องหาวิธี
00:21:28 → 00:21:31ในการแยกนะครับถ้าเราอ้วนอายุน้อยเป็นเบา
00:21:32 → 00:21:34หวานมีถุงน้ำรังไข่หลายใบพวกเนี้ย
00:21:34 → 00:21:36อันเนี้ยเป็นภาวะดื้ออินซูลินค่อนข้างที่
00:21:36 → 00:21:39จะแน่นอนนะครับแต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้แปล
00:21:39 → 00:21:40ว่าจะเป็นมะเร็งไม่ได้นะมันก็เป็นได้
00:21:40 → 00:21:42เหมือนกันนะครับแต่ถ้าเกิดคุณเป็นคนอายุ
00:21:42 → 00:21:46เยอะตัวผอมนะครับไอ้คอดำพวกเนี้ยอยู่ๆมัน
00:21:46 → 00:21:48ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเนี่ยประมาณ 3-6 เดือน
00:21:48 → 00:21:50แล้วไม่ได้มีแค่คอเท่านั้นที่ดำรักแร้ดำ
00:21:51 → 00:21:53แต่มันมีผื่นอะไรขึ้นมาเยอะแยะไปหมดนะฮะ
00:21:53 → 00:21:56อาจจะมีอาการเบื่ออาหารน้ำหนักลดนะครับมี
00:21:56 → 00:22:00ไข้ต่ำๆเวลากลางคืนนะฮะหรือมีประวัติแบบ
00:22:00 → 00:22:02สูบบุหรี่จัดอะไรอย่างเงี้ยนะฮะหรือกิน
00:22:02 → 00:22:05เหล้าเยอะนะฮะหรือประวัติในครอบครัวมี
00:22:05 → 00:22:08มะเร็งต่างๆพวกเนี้ยต้องรีบไปหามะเร็งเลย
00:22:08 → 00:22:11โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะนะครับอ้าวันนี้ผม
00:22:11 → 00:22:14ก็หวังว่าเราจะได้เรียนรู้อะไรบ้างบ้าง
00:22:14 → 00:22:16จากตัวข่าวนอกเหนือจากเรื่องของดราม่านะ
00:22:16 → 00:22:19ครับโดยปกติแล้วเนี่ยเรื่องดราม่าต้องบอก
00:22:19 → 00:22:21อย่างนี้ครับผมพูดเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่อง
00:22:21 → 00:22:25ของเราดังนั้นถ้าเกิดคุณจะไปเรียนรู้อะไร
00:22:25 → 00:22:26สักอย่างเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขา้า
00:22:26 → 00:22:29ดราม่ากันเนี่ยน่าจะต้องหาอะไรสักอย่าง
00:22:29 → 00:22:32ที่ทำให้เราได้ความรู้นะครับมากกว่าแค่
00:22:33 → 00:22:36การที่เราจะไปคอมเมนต์ไปด่าไปเข้าข้างใคร
00:22:36 → 00:22:39คนใดคนหนึ่งนะครับโอเควันนี้ผมก็ฝากไว้
00:22:40 → 00:22:41เพียงเท่านี้นะครับถ้าใครมีอะไรสงสัยก็
00:22:41 → 00:22:46สอบถามมานะครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ