00:00:00 → 00:00:03สวัสดีค่ะก็กลับมาเจอกับฟ้าและช่องบลูโซน
00:00:03 → 00:00:05กันอีกครั้งนะคะสัปดาห์นี้ฟ้าเชื่อว่า
00:00:05 → 00:00:08หลายๆคนเนี่ยก็เพิ่งจะได้เห็นข่าวเนาะ
00:00:08 → 00:00:11เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงการจากไปของ
00:00:11 → 00:00:14ดารานักแสดงจากช่อง 7 ชื่อดังท่านนึงก็
00:00:14 → 00:00:17คือคุณอ่อมอัครพันธ์นะคะซึ่งก็ต้องขอแสดง
00:00:17 → 00:00:19ความเสียใจกับครอบครัวของคุณอ๋มเป็นอย่าง
00:00:19 → 00:00:22มากค่ะแต่ว่าอย่างนึงเลยที่ทำให้ทุกคน
00:00:22 → 00:00:24เนี่ยหันมาเกิดความตระหนักแล้วก็ใส่ใจก็
00:00:24 → 00:00:27คือสาเหตุค่ะที่คุณออมมพันธ์เนี่ยต้องจาก
00:00:27 → 00:00:30พวกเราไปเนี่ยมาจากโรคมะเร็งกล้ามเนื้อ
00:00:30 → 00:00:33หัวใจนั่นเองค่ะซึ่งโรคมะเร็งกล้ามเนื้อ
00:00:33 → 00:00:35หัวใจเี่นะคะก็ไม่ได้เป็นโรคมะเร็งที่พบ
00:00:35 → 00:00:38ได้บ่อยค่ะเราพบเนี่ยอัตราการเกิดเนี่ย
00:00:38 → 00:00:42แค่ 5-7 คนต่อปีเท่านั้นเองเนาะซึ่งที่พบ
00:00:42 → 00:00:44บ่อยๆก็มักจะเป็นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
00:00:44 → 00:00:46นะคะแล้วก็ช่วงอายุที่พบบ่อยก็คือช่วง
00:00:46 → 00:00:49อายุ 30-50 ปีโดยเฉลี่ยทั่วโลกเลยเนี่ยก็
00:00:49 → 00:00:53จะพบในช่วงอายุ 44 ปีค่ะทีนี้จากตัวข้อ
00:00:53 → 00:00:56มูลอันนี้นั่นเองฟ้าก็เลยไปค้นเพิ่มเติม
00:00:56 → 00:00:58ค่ะเกี่ยวกับเรื่องของมะเร็งทั่วโลกเลยก็
00:00:58 → 00:01:01เลยมีข้อมูลที่อัปเดตนะคะจาก American
00:01:01 → 00:01:03association for cancer Research
00:01:03 → 00:01:06หรือว่า aacr ซึ่งเขาเพิ่งทำเอ่อเขาค
00:01:06 → 00:01:08เรียกว่า Report หรือว่ารายงานเรื่องของ
00:01:08 → 00:01:10cancer progress Report ว่าความก้าว
00:01:10 → 00:01:13หน้าอัปเดตต่างๆในเรื่องของการดูแลรักษา
00:01:13 → 00:01:17แล้วก็ป้องกันโรคมะเร็งเนี่ยในปีพ.ศ 2024
00:01:17 → 00:01:19เนี่ยมีอะไรมีข้อมูลอะไรที่เป็นการ
00:01:19 → 00:01:21เปลี่ยนแปลงแล้วก็มีการอัปเดตบ้างวันนี้
00:01:21 → 00:01:24ก็เลยนำมาฝากทุกคนค่ะเราเริ่มต้นด้วยข่าว
00:01:24 → 00:01:27ดีกันก่อนค่ะเราพบว่านะคะอัตราเรื่องของ
00:01:27 → 00:01:29เค้าเรียกว่าการดูแลประสิทธิภาพในการดูแล
00:01:29 → 00:01:32รักษาคนไข้ที่ป่วยโดยโรคมะเร็งเดีขึ้น
00:01:32 → 00:01:35อย่างชัดเจนค่ะเราพบว่าตั้งแต่เทียบเมื่อ
00:01:35 → 00:01:38ตั้งแต่ตอนเอ่อเรียกว่า 20 ปีที่แล้วจน
00:01:38 → 00:01:41ถึงปัจจุบันเนี่ยอัตราการตายจากโรคมะเร็ง
00:01:41 → 00:01:44เนี่ยลดลงถึง 33% ค่ะเพราะฉะนั้นก็เรา
00:01:44 → 00:01:46สามารถรักษาชีวิตเนี่ยผู้ป่วยโรคมะเร็ง
00:01:46 → 00:01:49เนี่ยได้มากขึ้นถึง 4.1 ล้านชีวิตเลยที
00:01:49 → 00:01:51เดียวขณะเดียวกันเนี่ยในช่วงปีที่ผ่านมา
00:01:51 → 00:01:54นะคะตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมปีที่แล้วค่ะ
00:01:54 → 00:01:57จนถึง 30 มิถุนายนที่ผ่านมาเนี่ยเราก็พบ
00:01:57 → 00:02:00ว่าทาง fda ของอเมริกาเนี่ยได้มีการรับ
00:02:00 → 00:02:03รองแนวทางการรักษาใหม่ๆให้กับผู้ป่วยโรค
00:02:03 → 00:02:06มะเร็งมากขึ้นนะคะก็มีตั้งแต่พวกตัวยา
00:02:06 → 00:02:09รักษาใหม่เทั้งหมด 15 ตัวด้วยกันค่ะแล้ว
00:02:09 → 00:02:12ก็พบว่ามีในเรื่องของตัวสารที่เอามาใช้
00:02:12 → 00:02:15ตรวจหามะเร็งเนี่ยเขาคก็ approve เพิ่ม
00:02:15 → 00:02:18ขึ้น 1 อันขณะเดียวกันเนี่ยก็มีการเอ่อ
00:02:18 → 00:02:21เค้าเรียกว่า approve ในการให้เอานำปัญญา
00:02:21 → 00:02:24ประดิษฐ์เนี่ยเข้ามาใช้ช่วยเสริมในการคัด
00:02:24 → 00:02:26กรองหาโรคมะเร็งค่ะแต่อย่างไรก็ดีนะคะ
00:02:26 → 00:02:29เรื่องที่น่าเศร้าก็คือมันมีการคาดการณ์
00:02:29 → 00:02:32ว่าเนื่องจากว่าคนเก็จะอายุยืนขึ้นค่ะการ
00:02:32 → 00:02:34รักษาเนี่ยถึงแม้ว่าอัตราการตายจะลดลงชัด
00:02:34 → 00:02:36เจนแต่ว่าก็มีการคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี
00:02:36 → 00:02:392022 นะคะซึ่งมีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็ง
00:02:39 → 00:02:42อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านคนต่อปีเนี่ยพอปี
00:02:42 → 00:02:46ค.ศ 2050 ซึ่งก็คืออีกสประมาณ 26 ปีข้าง
00:02:46 → 00:02:48หน้าเนี่ยน่าจะมีคนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง
00:02:48 → 00:02:51มากถึง 35.3 ล้านคนค่ะเพิ่มขึ้นมากเลยที
00:02:51 → 00:02:54เดียวในขณะเดียวกันอัตราการตายนะคะเอ่อณ
00:02:55 → 00:02:57ปัจจุบันเนี่ยก็อัตราการตายอยู่ที่ 9.7
00:02:57 → 00:03:00ล้านคนต่อปีค่ะพอจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น
00:03:01 → 00:03:03เนี่ยก็เลยคาดการว่าในปีค.ศ 2050 ก็อาจจะ
00:03:03 → 00:03:05มีการตายจากโรคมะริงที่เป็นสาเหตุเนี่ย
00:03:05 → 00:03:08อยู่ที่ 18.5 ล้านคนค่ะขณะเดียวกันพอไปดู
00:03:08 → 00:03:11ในสัดส่วนนะคะก็พบว่าโรคมะเร็งเนี้ยเจอ
00:03:11 → 00:03:14เยอะในคนที่อายุน้อยลงโดยที่เราเห็นกัน
00:03:14 → 00:03:16ชัดๆเลยนี่ก็คืออุบัติการณ์ของโรคมะเร็ง
00:03:16 → 00:03:20ลำไส้ใหญ่ค่ะซึ่งสาเหตุที่มาที่ไปนะคะจาก
00:03:20 → 00:03:23การเก็บรวบรวมข้อมูลเนี่ยก็สรุปได้ว่าการ
00:03:23 → 00:03:25ที่เราเจอว่ามีอุบัติการณ์ของคนที่ป่วย
00:03:25 → 00:03:27ด้วยโรคมะเร็งเนี่ยไวขึ้นคือในคนที่อายุ
00:03:27 → 00:03:30น้อยกว่า 50 ปีเนี่ยน่าจะมาจากสาเหตุหรือ
00:03:30 → 00:03:32ว่าปัจจัยดังต่อไปนี้ค่ะปัจจัยแรกเลยก็
00:03:32 → 00:03:36คืออาหารค่ะอาหารเนี่ยมักจะเป็นอาหารที่
00:03:36 → 00:03:38แปรรูปนะคะแล้วก็คุณค่าทางโภชนาการน้อย
00:03:38 → 00:03:40ขณะเดียวกันเป็นกลุ่มอาหารที่อาจจะไปกวน
00:03:40 → 00:03:43สมดุลของจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายของ
00:03:43 → 00:03:46เราค่ะปัจจัยที่ 2 ก็คือเรื่องของอุบัติ
00:03:46 → 00:03:49การณ์ของโรคอ้วนหรือว่าภาวะน้ำหนักเกินนะ
00:03:49 → 00:03:51คะที่มีมากขึ้นค่ะอันดับที่ 3 ก็คือ
00:03:51 → 00:03:54เรื่องของสารเคมีต่างๆในสิ่งแวดล้อมซึ่ง
00:03:54 → 00:03:56เราหลีกเลี่ยงไม่ได้นะแล้วก็เจอเยอะขึ้น
00:03:56 → 00:03:58อย่างของไทยเห็นชัดๆเลยก็คือเช่นพวก PM
00:03:58 → 00:04:012.5 นะคะเรื่องของไมโครพลาสติกเรื่องของ
00:04:01 → 00:04:04ยาฆ่าเชื้อยาฆ่าแมลงรวมถึงพวกโลหะหนักที่
00:04:04 → 00:04:06ป่นเปื้อนมาในอาหารได้อีกด้วยค่ะอย่างที่
00:04:06 → 00:04:103 ค่ะคือเรื่องของการใช้ยาปฏิชวนะหรือ
00:04:10 → 00:04:12ว่าแอนติไบโอติกอย่างไม่สมเหตุสมผลนะคะ
00:04:12 → 00:04:15อย่างที่ 4 ค่ะหลายคนเนี่ยฟังแล้วอาจจะ
00:04:15 → 00:04:17เสียใจนิดหน่อยก็คือเรื่องของการดื่ม
00:04:17 → 00:04:20แอลกอฮอล์นั่นเองค่ะส่วนอย่างที่ 5 นะคะ
00:04:20 → 00:04:22ก็คือด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันเนี่ยทำให้
00:04:22 → 00:04:24เราเนี่ยใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นแต่ขณะ
00:04:24 → 00:04:27เดียวกันการใช้ชีวิตแบบนิ่งเหนื่อยคือ
00:04:27 → 00:04:29อยู่เฉยๆตลอดเวลาที่เขาเรียกว่า sedentary
00:04:29 → 00:04:31Lifestyle เี่ก็เป็นอีกปัจจัยหลักเลยค่ะ
00:04:31 → 00:04:33ที่ทำให้เพิ่มอุบัติการณ์ของการเป็นโรค
00:04:33 → 00:04:36มะเร็งค่ะซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้เนี่ย
00:04:36 → 00:04:38เท่าที่ทุกคนได้ฟังไปแล้วก็จะรู้ว่าเป็น
00:04:38 → 00:04:40ปัจจัยที่จริงๆเราสามารถที่จะปรับปรุง
00:04:40 → 00:04:42เปลี่ยนแปลงได้ที่เราเรียกว่า modifiable
00:04:42 → 00:04:45risk Factor นั่นเองนะคะซึ่งสาเหตุหลัก
00:04:45 → 00:04:47เลยเนี่ยที่ฟ้าแนะนำว่าให้ทุกคนหลีก
00:04:47 → 00:04:50เลี่ยงไปเลยก็คือเรื่องของการสูบบุหรี่
00:04:50 → 00:04:53นั่นเองค่ะเพราะว่าถือว่าเป็นสาเหตุเนี่ย
00:04:53 → 00:04:55มากถึง 20% ของประชากรเลยทีเดียวที่ทำให้
00:04:55 → 00:04:58เป็นโรคมะเร็งเนาะแล้วก็เราก็พบว่าถึงบาง
00:04:58 → 00:05:00คนเนี่ยสูบบุริแล้วตัวเองไม่ได้เป็น
00:05:00 → 00:05:03มะเร็งแต่รู้มั้ยคะว่าน้องๆหรือว่าเด็กๆ
00:05:03 → 00:05:06อ่ะค่ะที่อยู่ใกล้กับเราหรือว่าเด็กๆซึ่ง
00:05:07 → 00:05:09มีคุณพ่อคุณแม่เนี่ยสุบบุหรี่เป็นประจำนะ
00:05:09 → 00:05:12คะมีอุบัติการณ์เนี่ยของการเค้าเรียกว่า
00:05:12 → 00:05:14ถ้าเกิดว่าเป็นในเรื่องของมะเร็งเม็ด
00:05:14 → 00:05:16เลือดที่เราเรียกว่า acute ลิวคีเมีย
00:05:16 → 00:05:19เนี่ยอัตราการรอดชีวิตเนี่ยในช่วง 5 ปี
00:05:19 → 00:05:21เนี่ยจะน้อยกว่ากลุ่มน้องๆที่คุณพ่อคุณ
00:05:21 → 00:05:23แม่ไม่ได้สุบบุหรี่ค่ะเพราะฉะนั้นบุหรี่
00:05:23 → 00:05:24เนี่ยมันไม่ได้อันตรายแค่กับตัวเราเท่า
00:05:24 → 00:05:27นั้นแต่ว่าอันตรายกับบุตรหลานหรือว่าน้อง
00:05:27 → 00:05:29ๆหรือว่าคนอื่นที่อยู่ใกล้ตัวเราด้วยนะคะ
00:05:29 → 00:05:32ปัจจัยเสี่ยงถัดมาค่ะที่เราพบว่าเป็นความ
00:05:32 → 00:05:34เสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งได้แล้วก็สูง
00:05:34 → 00:05:36มาเป็นอันดับ 2 คือเรื่องโรคอ้วนค่ะเพราะ
00:05:36 → 00:05:38ฉะนั้นเนี่ยการที่เราเนี่ยพยายามดูแลตัว
00:05:38 → 00:05:39เองควบคุมน้ำหนักตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์
00:05:39 → 00:05:42มาตรฐานในคนไทยนะคะถ้าเรายังใช้เกณฑ์
00:05:42 → 00:05:44มาตรฐานก็คือดัชนีมวลกายที่ใช้น้ำหนัก
00:05:45 → 00:05:47เป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรย
00:05:47 → 00:05:50กำลัง 2 เนี่ยควรจะไม่เกิน 22.9 นะคะยัง
00:05:50 → 00:05:53ไงก็อย่าลืมคอยเอ่อเขาคเรียกว่ามอนิเตอร์
00:05:53 → 00:05:55เรื่องของดัชนีมนต์ไกของเราด้วยแล้วก็รอบ
00:05:55 → 00:05:57เอวเนี่ยก็สำคัญเช่นกันอย่าปล่อยให้ตัว
00:05:57 → 00:05:59เองอ้วนลงพุงค่ะปัจจัยอย่างที่ 3 นะนะคะ
00:05:59 → 00:06:01ก็คือเรื่องของแอลกอฮอล์ค่ะในเรื่องของ
00:06:01 → 00:06:03แอลกอฮอล์เนี่ยพอไปดูในไกด์ไลน์ณปัจจุบัน
00:06:03 → 00:06:06นะคะเปเปอร์ใหม่ๆเออกมาบอกว่าไม่ว่าเราจะ
00:06:06 → 00:06:09ดื่มแอลกอฮอล์เนี่ยในปริมาณน้อยแค่ไหนก็
00:06:09 → 00:06:11ยังสามารถส่งผลนะคะไปเพิ่มความเสี่ยงของ
00:06:11 → 00:06:14โรคมะเร็งได้ทั้งสิ้นแต่ว่าในกรณีที่เรา
00:06:14 → 00:06:16รู้สึกว่าเราไม่ได้มีความเสี่ยงเรื่องโรค
00:06:16 → 00:06:18มะเร็งอาจจะตรวจทางเรื่องเค้าเรียกว่า
00:06:18 → 00:06:20พันธุกรพวกโคจีโนมหรือโซมมาแล้วไม่มีความ
00:06:20 → 00:06:23เสี่ยงโรคมะเร็งเลยแต่อยจะดื่มแอลกอฮอล์
00:06:23 → 00:06:26เราก็ยังสามารถยึดคำแนะนำจาก Who เนี่ย
00:06:26 → 00:06:30ของเดิมอยู่ได้นะคะว่าในผู้ใหญ่วัย 11 ปี
00:06:30 → 00:06:32ขึ้นไปนะคะ moderate drinking คือการ
00:06:32 → 00:06:34ดื่มแอลกอฮอล์แต่พอประมาณเนี่ยในผู้หญิง
00:06:35 → 00:06:38ควรจะน้อยกว่า 1 ริงต่อวันและในผู้ชายควร
00:06:38 → 00:06:42จะน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 แก้วต่อวันค่ะ
00:06:42 → 00:06:45ซึ่งใน 1 แก้วเอย่างที่ฟ้าบอกไป 1 เวิ
00:06:45 → 00:06:46หรือว่า 1 ริงเนี่ยเท่ากับปริมาณ
00:06:46 → 00:06:48แอลกอฮอล์ 10 กรัมค่ะไม่ว่าจะเป็นชนิดไหน
00:06:48 → 00:06:51ถ้าเกิดว่าเป็นพวกเบียร์นะคะความเข้มข้น
00:06:51 → 00:06:53แอลกอฮอล์ประมาณ 5% เนี่ยก็ได้ประมาณ 360
00:06:53 → 00:06:56ซีซค่ะประมาณกระป๋องเล็กกระป๋องนึงถ้า
00:06:56 → 00:06:59เป็น Y เนี่ยก็จะได้ประมาณ 150 ซีซนะคะ
00:06:59 → 00:07:01พวกนี้ก็จะมีความเข้มข้นแอลกอฮอล์อยู่ที่
00:07:01 → 00:07:0412% แต่ถ้าเกิดว่าเป็นพวกสปิพวกวก้าอะไร
00:07:04 → 00:07:07ที่มันมีความเข้มข้นแอลกอฮอล์สูงมากถึง
00:07:07 → 00:07:0940% เนี่ยก็อาจจะดื่มได้แค่ประมาณ 45
00:07:09 → 00:07:12ซีซหรือว่า 1.5 ออนซเท่านั้นเองค่ะซึ่ง
00:07:12 → 00:07:15ปริมาณที่เราพบว่าจะเริ่มเป็นอันตรายนะคะ
00:07:15 → 00:07:18ก็คือคุณผู้หญิงเนี่ยดื่มมากกว่า 7
00:07:18 → 00:07:20ดริงก์ต่อสัปดาห์ค่ะหรือว่าวันนึงเนี่ย
00:07:20 → 00:07:22ดื่มมากกว่า 3 ดริงก์เพิ่มความเสี่ยงแล้ว
00:07:22 → 00:07:25นะคะส่วนคุณผู้ชายก็คือถือว่าดื่มหนัก
00:07:25 → 00:07:27เมื่อเราดื่มเกิน 14 ดริงต่อสัปดาห์หรือ
00:07:27 → 00:07:30ว่าใน 1 วันเนี่ยเกิน 4 ดริงก์ค่ะแล้วก็
00:07:30 → 00:07:32ที่สำคัญเนี่ยอย่าลืมว่า binch eating
00:07:32 → 00:07:34คือการดื่มแอลกอฮอล์ที่เร็วเกินไปก็นับ
00:07:34 → 00:07:36ว่าเป็นความเสี่ยงนะคะเพิ่มความเสี่ยง
00:07:36 → 00:07:38เป็นโรคมะเร็งได้เช่นกันนั่นก็คือคุณผู้
00:07:38 → 00:07:41หญิงดื่มมากกว่า 4 ดริงใน 2 ชั่วโมงและ
00:07:41 → 00:07:43คุณผู้ชายดื่มมากกว่า 5 ดริงใน 2 ชั่วโมง
00:07:43 → 00:07:45นั่นเองค่ะมาต่อด้วยปัจจัยที่ 4 นะคะที่
00:07:45 → 00:07:48เราสามารถป้องกันแล้วก็เค้าเรียกว่าแก้ไข
00:07:48 → 00:07:51ได้อันที่ 4 ก็คือความเสี่ยงของโรคมะเร็ง
00:07:51 → 00:07:54ที่มาจากการที่ผิวของเราโดนแสง UV ค่ะที่
00:07:54 → 00:07:57เขาคเรียกว่ารุนแรงหรือว่าร้อนเกินไปนะคะ
00:07:57 → 00:08:00ซึ่งปกติแล้วเนี่ยถ้าเกิดว่าสมัยปัจจุบัน
00:08:00 → 00:08:03บางคนมีเอ่อมือถือซึ่งฉลาดขึ้นมันจะบอก
00:08:03 → 00:08:05เขาเรียกว่า UV index หรือว่าดัชนีของ
00:08:05 → 00:08:07แสง Ultra Violet ได้นาฬิกาพวก smart
00:08:07 → 00:08:09watch หลายยี่ห้อก็สามารถบอกเาเรียกว่า
00:08:09 → 00:08:12ดัชนี UV ได้ดัชนีของ UV ที่เราไม่ควร
00:08:12 → 00:08:14เดินออกไปโดยไม่มีอะไรป้องกันตัวเองนี่
00:08:14 → 00:08:17คือ UV index ที่มากกว่าสนะคะถ้าน้อย
00:08:17 → 00:08:19กว่าสก็ยังโอเคค่ะสามารถที่จะเค้าเรียก
00:08:19 → 00:08:22ว่าให้ผิวเนี่ยไปสัมผัสกับแสง UV ได้แต่
00:08:22 → 00:08:25อย่างไรก็ดีนะคะแดดที่จ้าๆมากๆที่เราพบ
00:08:25 → 00:08:27ว่ายังไง UV index มันเกิน 4 แน่นอน
00:08:27 → 00:08:30เนี่ยก็คือช่วงประมาณ 10:00 นถึง 4
00:08:30 → 00:08:32ค่ะเป็นแดดที่เราควรจะเลี่ยงนะคะถ้าเกิด
00:08:32 → 00:08:34ว่าจะต้องเดินออกไปเอ่อเช่นทานอาหารกลาง
00:08:34 → 00:08:37วันช่วงนั้นเนี่ยก็แนะนำว่าให้ใช้ร่มเนาะ
00:08:37 → 00:08:39แล้วก็จริงๆเวลาจะเจอแสงแดดในช่วงนั้น
00:08:39 → 00:08:41เนี่ยแดดมันค่อน UV มันค่อนข้างรุนแรงโดย
00:08:41 → 00:08:43เฉพาะในประเทศเราเนี่ยก็ควรจะต้องใส่เป็น
00:08:43 → 00:08:46เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวนะคะแล้วก็การใช้
00:08:46 → 00:08:49แวดกันแดดค่ะเพราะว่าจริงๆแสงแดดเนี่ยก็
00:08:49 → 00:08:51ไปทำให้เกิดต้อได้เช่นกันเนาะแล้วก็ทำให้
00:08:51 → 00:08:53เกิดปัญหาเรื่องของพวกตาแห้งได้ด้วยและ
00:08:53 → 00:08:56ถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะต้องเลือกใช้ครีม
00:08:56 → 00:08:59กันแดดนะคะซึ่ง SPF เนี่ยก็ควรจะต้อง
00:08:59 → 00:09:02อย่างน้อย 30 ขึ้นไปค่ะแล้วเวลาทาถ้าเป็น
00:09:02 → 00:09:04เฉพาะผิวหน้าเราอย่างเดียวนะคะต้องปริมาณ
00:09:04 → 00:09:06อย่างน้อยเต็ม 2 ข้อนิ้วค่ะถึงจะได้
00:09:06 → 00:09:08ปริมาณเพียงพอแล้วก็ป้องกันแสงแดดได้
00:09:08 → 00:09:11อย่างที่เขาเคลมไว้และที่สำคัญนะคะก็อย่า
00:09:11 → 00:09:13ไปพยายามเข้าเครื่องที่ทำให้ตัวเองแทน
00:09:13 → 00:09:15บ่อยเพราะจริงๆไอ้เครื่องที่ทำให้ผิวเรา
00:09:15 → 00:09:17สีแทนเนี่ยเป็นการที่ทำให้ผิวเราสัมผัส
00:09:17 → 00:09:20กับแสง Ultra Violet เช่นกันค่ะปัจจัย
00:09:20 → 00:09:23ถัดมานะคะก็คือในเรื่องของอาหารที่ไร้
00:09:23 → 00:09:26คุณภาพค่ะหลักๆเลยฟ้าว่าไม่ต้องไปกลัว
00:09:26 → 00:09:28เรื่องน้ำตาลแป้งอะไรไขมันอะไรให้มันมาก
00:09:28 → 00:09:31มายนะเราต้องมีชีวิตอยู่บนการทานอาหารที่
00:09:31 → 00:09:34มีความสุขด้วยแต่ที่สำคัญที่สุดเนี่ยสิ่ง
00:09:34 → 00:09:37ที่งานวิจัยบอกออกมาชัดเจนว่ามีผลร้ายกับ
00:09:37 → 00:09:40สุขภาพเราคือพวกอาหารแปรรูปแปรรูปแปลว่า
00:09:40 → 00:09:43อะไรผ่านกระบวนการที่จะต้องใส่สารคงตัวทำ
00:09:43 → 00:09:45ให้เขาไม่บูดเก็บได้นานๆลองนึกพวกอาหาร
00:09:46 → 00:09:48ที่มันอยู่บนเชลฟได้เป็นปีๆอ่ะพวกเนี้ย
00:09:48 → 00:09:50เป็นการแปรรูปแน่นอนเพราะเว่าเพราะเขาค
00:09:50 → 00:09:52ต้องใส่พวกสารเคมีเนาะสารแต่งสีแต่งกลิ่น
00:09:52 → 00:09:55สารคงตัวให้มันอยู่ได้นานโดยไม่บูดนะคะ
00:09:55 → 00:09:57อาหารธรรมชาติเนี่ยวางไว้แป๊บเดียวมันก็
00:09:57 → 00:10:00เปลี่ยนแล้วะมันก็จะสามารถบูดได้แล้วนะคะ
00:10:00 → 00:10:02เพราะฉะนั้นหลักการดูอาหารแปรรูปง่ายๆก็
00:10:02 → 00:10:04เป็นพวกนี้อันที่ 2 ก็จะเป็นพวกอาหารแปร
00:10:04 → 00:10:06รูปที่บางทีเราคิดว่าอุ๊ยมันเป็นแหล่งของ
00:10:06 → 00:10:08โปรตีนนะแต่จริงๆมันใส่พวกสารเคมีอย่าง
00:10:08 → 00:10:10อื่นปนเปื้อนเข้าไปด้วยไม่ว่าจะเป็นพวก
00:10:10 → 00:10:13ไส้กรอกนะคะหรือว่าแบบพวกกุนเชียงเนาะ
00:10:13 → 00:10:15แล้วเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเป็นไปได้เนี่ยก็
00:10:16 → 00:10:17พยายามหลีกเลี่ยงแหล่งโปรตีนที่มาจาก
00:10:17 → 00:10:20อาหารแปรรูปเหล่านี้ค่ะปัจจัยถัดมานะคะ
00:10:20 → 00:10:22หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงค่ะนั่นก็คือความ
00:10:22 → 00:10:24เสี่ยงของโรคมะเร็งที่มาจากการติดเชื้อ
00:10:24 → 00:10:26บางอย่างในร่างกายแล้วก็จริงๆเราสามารถ
00:10:26 → 00:10:30ป้องกันได้ถ้าลองนึกง่ายๆนะคะอันดับแรก
00:10:30 → 00:10:32เลยก็คือไวรัสที่เราเรียกว่า Human
00:10:32 → 00:10:35papilloma ไวัสหรือว่า hpv ค่ะไวรัสที่
00:10:35 → 00:10:37เป็นเอ่อเขาคเรียกว่าเจ้าหูดหงอนไก่ซึ่ง
00:10:37 → 00:10:39เจ้า hpv เยจริงๆเราป้องกันได้ด้วยการฉีด
00:10:39 → 00:10:42วัคซีนนะคะทุกคนแล้วก็ที่สำคัญเนี่ยถ้า
00:10:43 → 00:10:45ปัจจุบันเนี่ยบางคนบอกอุ๊ยอายุเยอะแล้ว
00:10:45 → 00:10:48หมอฟ้ามันผ่านยุคที่แบบเค้าเคยมีฉีด
00:10:48 → 00:10:51วัคซีน hpv อ่ะทำยังไงดีก็ปัจจุบันถ้า
00:10:51 → 00:10:53เป็นคุณผู้หญิงนะคะเวลาตรวจร่างกายประจำ
00:10:53 → 00:10:55ปีเนี่ยเค้าเรียกว่าตรวจแซมีใช่มั้ยคะคัด
00:10:55 → 00:10:58กรองปากหมดลูกเนี่ยก็สามารถตรวจหาว่าเรา
00:10:58 → 00:11:01มีเชื้อ hpv ที่เสียงเป็นมะเร็งได้ด้วย
00:11:01 → 00:11:03หรือเปล่าเพิ่มเติมเข้าไปถ้าไม่มีก็ยัง
00:11:03 → 00:11:06สามารถฉีกวัคซีนได้อยู่ค่ะแล้วก็วัคซีน
00:11:06 → 00:11:08สำหรับ hpv นะคะไม่ว่าจะเป็นในเด็กวัย
00:11:08 → 00:11:10รุ่นผู้ชายหรือผู้หญิงเนี่ยก็แนะนำให้ฉีด
00:11:10 → 00:11:13ตั้งแต่ช่วงอายุ 11-12 ปีขึ้นไปค่ะถัดมา
00:11:13 → 00:11:15ค่ะเป็นอีกตัวนึงซึ่งก็เป็นสาเหตุของโรค
00:11:16 → 00:11:19มะเร็งตับนะคะก็คือตัวไวรัสตับอักเสบ B
00:11:19 → 00:11:21หรือว่า hbv นั่นเองค่ะซึ่งจริงๆในประเทศ
00:11:21 → 00:11:24ไทยเราเนี่ยก็มีนโยบายว่าให้เด็กทุกคนที่
00:11:24 → 00:11:26เกิดมาเนี่ยฉีดไวรัสเอ่อวัคซีนป้องกัน
00:11:26 → 00:11:28ไวรัสสับอักเสบ B หรือว่า hbv อยู่แล้วนะ
00:11:28 → 00:11:31คะแล้วก็อันสุดท้ายที่บางคนอาจจะนึกไม่
00:11:31 → 00:11:33ถึงก็คือเรื่องของแบคทีเรียในกระเพาะเรา
00:11:33 → 00:11:35ค่ะนั่นก็คือแบคทีเรียที่ชื่อว่า
00:11:35 → 00:11:38helicobacter pil หรือว่า payor H
00:11:38 → 00:11:42payor นั่นเองค่ะซึ่งพวกนี้เนี่ยก็มักจะ
00:11:42 → 00:11:44เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเขาเรียกว่าแผลใน
00:11:44 → 00:11:47กระเพาะอาหารได้ก็จะมีการรักษาที่เขา
00:11:47 → 00:11:49เรียกว่า Triple therapy นะคะถ้าใครปวด
00:11:49 → 00:11:51ท้องบ่อยๆเนี่ยก็จะต้องไปให้เอ่อคุณหมอ
00:11:51 → 00:11:53เนี่ยตรวจดูซะหน่อยนะอย่าคิดว่าเป็นโรค
00:11:53 → 00:11:55กระเพาะทานอาหารไม่เป็นเวลากินแค่อีโนกิน
00:11:55 → 00:11:58อย่างอื่นแล้วก็ละเลมันไปนะคะแล้วก็การ
00:11:58 → 00:12:01หลีกเลี่ยง H pil ได้ดีเนี่ยเขาบอกว่าก็
00:12:01 → 00:12:03คือพยายามที่จะไม่ไปเจอเชื้อนี่แหละก็คือ
00:12:03 → 00:12:06เน้นเรื่องของสุขอนามัยกิินร้อนช้อนกลาง
00:12:06 → 00:12:08ล้างมือค่ะเป็นวิธีที่จะหลีกเลี่ยงการติด
00:12:08 → 00:12:11เชื้อเเอ่อ py เบื้องต้นได้นะคะส่วน
00:12:11 → 00:12:13ปัจจัยสุดท้ายนะคะนั่นก็คือเรื่องของการ
00:12:13 → 00:12:15ขยับเขเยิ่นเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งฟ้าพูด
00:12:15 → 00:12:18มาตั้งแต่คลิปแรกๆเลยว่าจริงๆถ้าเป็นไป
00:12:18 → 00:12:20ได้ก็ควรจะต้องขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่าง
00:12:20 → 00:12:22กายเนี่ยให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อ
00:12:22 → 00:12:24สัปดาห์ค่ะแต่ไม่ควรเกิน 2,000 นาทีต่อ
00:12:24 → 00:12:26สัปดาห์นะคะเพราะเราพบว่าการออกกำลังกาย
00:12:26 → 00:12:28หนักมากเกินไปก็ไปกดภูมิคุ้มกันของร่าง
00:12:28 → 00:12:31กายได้แทนที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงอาจจะ
00:12:31 → 00:12:33ทำให้ร่างกายเราเนี่ยแก่ไวแล้วก็เสื่อม
00:12:33 → 00:12:35กว่าที่ควรค่ะนอกจากนั้นยังกดภูมิคุ้มกัน
00:12:35 → 00:12:37ด้วยจะทำให้เป็นหวัดบ่อยได้นะคะซึ่งการ
00:12:37 → 00:12:40ออกกำลังกายถ้าเวลาเราน้อยจริงๆพยายาม
00:12:40 → 00:12:42แทรกไปในกิจเอ่อกิจวัตรประจำวันค่ะเช่น
00:12:42 → 00:12:45ถ้ายังไม่ได้ปวดเข่าเราเลือกได้มาที่ทำ
00:12:45 → 00:12:47งานอย่างเดี๋ยวนี้ค้าจอดรถที่ชั้น 2 ชั้น
00:12:47 → 00:12:49ทำงานอยู่ชั้น 10 ใช่มั้ยคะก็ค่อยๆเดิน
00:12:49 → 00:12:51ขึ้นบันไดมาค่ะ 8 ชั้นเผื่อเวลาหน่อยแล้ว
00:12:51 → 00:12:54ก็ใช้เดินขึ้นบันไดเอาขึ้นลงบันไดในช่วง
00:12:54 → 00:12:57ระหว่างวันแทนหรือถ้าเกิดว่าไม่ได้จริงๆ
00:12:57 → 00:12:59ทุกครั้งเวลานั่งโต๊ะทุก 1 ชั่วโมงนะนะคะ
00:12:59 → 00:13:02ก็ลุกขึ้นมาเดินเหินแกว่งแขนแกว่งขาสัก 1
00:13:02 → 00:13:04นาทีหรือจะทำท่านั่งเก้าอี้ลมหรือว่าสคอต
00:13:04 → 00:13:0610 ทีทุก 1 ชั่วโมงเหมือนที่ฟ้าเคยแนะนำ
00:13:06 → 00:13:09ไปแล้วก็ได้เช่นกันค่ะเพราะฉะนั้นโดยสรุป
00:13:09 → 00:13:12แล้วนะคะก็เอาตัวรายงาน aacr เนี่ยมา
00:13:12 → 00:13:14อัปเดตให้ทุกคนเนี่ยเป็นความหวังว่าจริงๆ
00:13:14 → 00:13:16แล้วเนี่ยต่อให้เป็นมะเร็งณปัจจุบันเนี่ย
00:13:16 → 00:13:19ก็มีโอกาสรักษาหายไวขึ้นมากค่ะเพียงแต่
00:13:19 → 00:13:21เราต้องอย่าละเลยเรื่องของการตรวจร่างกาย
00:13:21 → 00:13:23ประจำปีมีอะไรผิดปกติกับร่างกายเราก็อย่า
00:13:23 → 00:13:26ละเลยคิดว่าอุ้ยมันไม่เป็นอะไรหรอกยังไง
00:13:26 → 00:13:28กันเ้าเรียกว่ามีสติสำรวจตัวเองอย่างสม่ำ
00:13:28 → 00:13:30เสมอเนี่ยก็จะสามารถทำให้เราเนี่ยไปพบคุณ
00:13:30 → 00:13:33หมอได้ตั้งแต่เนิเนอรที่เกิดความผิดปกติ
00:13:33 → 00:13:35ที่สำคัญปัจจัยที่เราพบว่าเป็นปัจจัยที่
00:13:35 → 00:13:37เราสามารถปรับแล้วก็แก้ได้ด้วยตัวเอง
00:13:37 → 00:13:38เนี่ยหลายอย่างเลยเกี่ยวกับเรื่อง
00:13:38 → 00:13:41ไลฟ์สไตล์ของเราถ้าเราทำตามสิ่งเหล่านั้น
00:13:41 → 00:13:43ได้เนี่ยก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
00:13:43 → 00:13:45ได้อย่างชัดเจนนอกจากนั้นแล้วเนี่ยยังไม่
00:13:45 → 00:13:47ต้องพูดถึงเรื่องของความก้าวหน้าทางการ
00:13:47 → 00:13:49แพทย์นะคะซึ่งปัจจุบันเนี่ยมีวิธีการตรวจ
00:13:50 → 00:13:52คัดกรองต่างๆมากมายที่จะทำให้เราเนี่ย
00:13:52 → 00:13:54สามารถเข้าใจความเสี่ยงของตัวเองแล้วก็มี
00:13:54 → 00:13:57วิธีการรักษาที่ไวขึ้นแล้วก็ได้
00:13:57 → 00:13:59ประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะอย่ายังไงก็ขอเป็น
00:13:59 → 00:14:02กำลังใจให้ทุกคนเนี่ยดูแลสุขภาพของตัวเอง
00:14:02 → 00:14:04นะคะแล้วก็อย่าลืมว่าง่ายที่สุดเหมือนที่
00:14:04 → 00:14:07เราคุยกันไปค่ะแม้แต่รายงานของ aacr สิ่ง
00:14:07 → 00:14:09ที่เราทำได้ก็คือเรื่อง Six pillar ของ
00:14:10 → 00:14:12วิถีชีวิตของเรานั่นเองถ้าเราปรับทั้ง 6
00:14:12 → 00:14:14pillar นั้นได้เนี่ยอย่างน้อยเราลดอัตรา
00:14:14 → 00:14:16การตายจากโรคต่างๆได้ถึง 73% เลยทีเดียว
00:14:16 → 00:14:19ค่ะ