00:00:00 → 00:00:02มันจะมีภาวะนึงนะครับที่เราหากเรา Empathy
00:00:02 → 00:00:04มากเกินไปเนี่ยอาจจะเป็นอันตรายได้นะครับ
00:00:04 → 00:00:07เราเรียกภาวะ Stockholm Syndrome นะครับ
00:00:07 → 00:00:10เรื่องนี้เกิดตั้งแต่ปี 1973 และอยู่ที่
00:00:10 → 00:00:13เมืองสต๊อกฮ์ของสวีเดนนะมีเหตุการณ์ปล้น
00:00:13 → 00:00:15ธนาคารนะฮแล้วก็มีพนักงานธนาคารถูกขัง
00:00:16 → 00:00:19อยู่ในนั้น 4 คนเป็นเวลา 6 วันปรากฏว่า
00:00:19 → 00:00:21เวลาที่ถูกปล่อยตัวปั๊บพนักงานธนาคาร
00:00:21 → 00:00:24ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโจรคนนั้น
00:00:24 → 00:00:27ที่ปล้นและถึงแม้ว่ามีการแบบพยายามจะจับ
00:00:27 → 00:00:30แล้วนะครับพนักงานก็เป็นการมีพนักงานที่
00:00:30 → 00:00:33ไปพยายามหาเงินเพื่อมาช่วยทำให้โจรเนี่ย
00:00:34 → 00:00:36ตู้คดีได้นะครับซึ่งมันแปลกมากเลยเพราะ
00:00:36 → 00:00:39ว่าเราถูกทำร้ายใช่ไหมมครับแต่ว่าทำไมเรา
00:00:39 → 00:00:41กลับช่วยคนที่ทำร้ายเรานะครับอันเนี้มัน
00:00:41 → 00:00:44ถูกอธิบายโดยนักจิตชื่อ New Berot นะ
00:00:45 → 00:00:47ครับเา้าเรียกว่า Stockholm Syndrome นะ
00:00:47 → 00:00:49ครับอาการก็คือว่าอย่างแรกเราจะมีความรู้
00:00:49 → 00:00:52สึกบวกต่อคนที่กระทำเราอย่างที่ 2 คือเรา
00:00:52 → 00:00:55จะค่อนข้าง sympathy คือเห็นอกเห็นใจมากๆ
00:00:55 → 00:00:58เข้าใจเค้ามากๆว่าเค้าคงผ่านชีวิตอะไรแย่
00:00:58 → 00:01:00ๆมาเคงมีปัญหาในชีวิตเค้าเลยต้องทำอะไร
00:01:00 → 00:01:03แบบนี้นะครับอย่างที่ 3 ก็คือจะมีอารมณ์
00:01:03 → 00:01:06รบต่อ Authorities ก็คือพวกตำรวจอะไร
00:01:06 → 00:01:07เงี้ยเพราะว่าตำรวจมาบอกว่าจะจับแล้วเจะ
00:01:07 → 00:01:10มีความรู้สึกลบต่อตำรวจเลยนะครับอย่างที่
00:01:10 → 00:01:134 ก็คือว่าอ่าเวลาสมมุติมีโอกาสหนีเนี่ย
00:01:13 → 00:01:16เค้าจะไม่หนีเพราะว่าเค้าเค้าเห็นใจนะ
00:01:16 → 00:01:18ครับอย่างที่ 5 ก็คือว่าถ้าสมมุติโจรเค้า
00:01:18 → 00:01:21แบบทำอะไรบางอย่างที่เป็นมีดูมีน้ำใจแล้ว
00:01:21 → 00:01:24ก็จะชอบชื่นชมเค้ามากเมี compassion ต่อ
00:01:24 → 00:01:27เค้ามากชื่นชมเสุดๆนะครับอย่างที่ 6 ก็
00:01:27 → 00:01:30คือบางทีอาจจะเป็นมีการ dependence กับคน
00:01:30 → 00:01:32ๆนั้นเลยนะครับถ้าเป็นเยอะๆมันจะมีความ
00:01:32 → 00:01:35แบบพึ่งพิงกับโจรเลยนะครับว่าโจรอาจจะจะ
00:01:35 → 00:01:37ไปไหนฉันต้องไปด้วยอะไรเงี้ยนะครับมีความ
00:01:37 → 00:01:39พึ่งพิงนะครับอันเนี้ยมันก็เป็นภาวะเรียก
00:01:39 → 00:01:41ว่า Stockholm Syndrome นะครับถ้าเราพบ
00:01:41 → 00:01:45จะพบเยอะในคนที่มีความสูงๆนะครับซึ่งใน
00:01:45 → 00:01:47สถานการณ์ความเป็นจริงเนี่ยมันก็พบได้แต่
00:01:47 → 00:01:51ว่าอาจจะไม่ถึงขนาดสต๊อก home นะอ่าคนที่
00:01:51 → 00:01:54เป็นตีสูงๆจะมีปัญหายังไงสมมุติเราคบกับ
00:01:54 → 00:01:58สามีที่สามีนอกใจตลอดเลยมาก็ทำร้ายเรา
00:01:58 → 00:02:01รุนแรงต่อเราด่าว่าเราตลอดนะครับแต่เราก็
00:02:01 → 00:02:04แบบเห็นใจอ่ะเห็นใจเพราะ empathy เราเห็น
00:02:04 → 00:02:07ใจเค้าเคงเครียดมั้งเคงดื่มเพราะว่าเาคง
00:02:07 → 00:02:10แบบเครียดกับเครียดกับงานเอ่อชีวิตเขา
00:02:10 → 00:02:13เครียดอ่าเค้ามีแบบปมวัยเด็กอะไรหรือ
00:02:13 → 00:02:15เปล่าแล้วเราก็เห็นใจเขาแล้วเราก็ยังอยู่
00:02:15 → 00:02:19ในความสัมพันธ์ที่มัน abuse เ abuse เรา
00:02:19 → 00:02:22หรือแบบสมมุติเป็นพ่อแม่กับเด็กก็ได้แม่
00:02:22 → 00:02:24abuse เด็กตลอดด่าว่าตลอดลูกมันนู้น
00:02:24 → 00:02:26อย่างงี้อย่างงั้นเอาควบคุมอารมณ์ไม่ได้
00:02:27 → 00:02:29แต่ลูกก็ยังอยู่กับแม่เพราะว่าลูกเห็นใจ
00:02:29 → 00:02:32แม่แล้วคิดว่าแม่ก็คงมีอะไรที่ผ่านมามีปม
00:02:32 → 00:02:35ในอดีตมีความเครียดในชีวิตพ่อนอกใจหรือ
00:02:35 → 00:02:38เปล่าอะไรเงี้ยนะครับแล้วทำให้เ่อลูกก็
00:02:38 → 00:02:40ยังอยู่กับแม่รู้แล้วบางทีลูกไม่โกรธแม่
00:02:40 → 00:02:44ด้วยซ้ำลูกเห็นใจว่าแม่ก็เจอมาแบบนี้แล้ว
00:02:44 → 00:02:47บางคนมีความคิดว่าตัวเองอ่ะสมควรโดนจะแบบ
00:02:47 → 00:02:49นี้อยู่แล้วด้วยนะครับเป็นสิ่งที่ต้อง
00:02:49 → 00:02:52ระวังในคนที่มีความเอthyสูงๆจะเห็นว่า
00:02:52 → 00:02:56ความเอี้สูงๆเนี่ยมันก็มีปัญหาอีกตามมา
00:02:56 → 00:02:59เช่นกันก็คือเป็นการที่เราเนี่ยยังอยู่ใน
00:02:59 → 00:03:01ความสัมพันธ์ที่เราถูก abuse และยังทน
00:03:01 → 00:03:03อยู่ตรงนั้นเพราะเราเห็นอกเห็นใจอีกฝ่าย
00:03:03 → 00:03:06นึงมากๆนะ