ทำไมถั่วงอกดิบจึงเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุ และควรปรุงอย่างไรเพื่อความปลอดภัย?

ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:04สวัสดีครับยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งกับ
00:00:0400:00:08ช่องพcสเพื่อการพัฒนาตัวเองด้านสุขภาพ
00:00:0800:00:10พื้นที่เล็กๆที่เราตั้งใจสร้างสรรค์เนื้อ
00:00:1000:00:13หาดีๆเพื่อคนวัยทำงานผู้ที่กำลังจะก้าว
00:00:1300:00:16เข้าสู่วัยเกษียณและผู้สูงวัยทุกท่านใน
00:00:1600:00:20ตอนนี้เราจะพูดถึงปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย
00:00:2000:00:23และแนวทางดูแลตัวเองแบบเข้าใจง่ายใช้เวลา
00:00:2300:00:26เพียง 5-10 นาทีเท่านั้นสั้นกระชับแต่
00:00:2600:00:29เต็มไปด้วยสาระที่คุณไม่ควรพลาดครับหัว
00:00:3000:00:33ข้อพcส.ในวันนี้คือหยุดกินเดี๋ยวนี้ 5
00:00:3300:00:35ผักที่ผู้สูงอายุต้องเลี่ยงถ้าไม่อยากให้
00:00:3500:00:39หัวใจพังใช่แล้วครับคุณฟังไม่ผิดผักที่
00:00:3900:00:42เราคิดว่าดีต่อสุขภาพอาจกำลังสร้างปัญหา
00:00:4200:00:46ให้กับหัวใจของคุณอยู่เงียบๆโดยไม่รู้ตัว
00:00:4600:00:48และผมจะมาไขข้อกระจ่างในเรื่องนี้พร้อม
00:00:4800:00:51กับแนะนำแนวทางที่ปลอดภัยเพื่อให้หัวใจ
00:00:5100:00:55ของคุณแข็งแรงไปกับเราในทุกๆวันท่านผู้
00:00:5500:00:57ฟังครับเมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงวัย 60 ปี
00:00:5700:01:00ขึ้นไปทุกสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปทั้ง
00:01:0000:01:04อาหารที่เลือกสรรพฤติกรรมการกินหรือแม้
00:01:0400:01:05แต่ความเชื่อเรื่องอาหารที่ว่าดีต่อ
00:01:0500:01:09สุขภาพล้วนมีผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจของเรา
00:01:0900:01:12อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ผมได้พบเห็นกรณี
00:01:1200:01:15ศึกษามากมายที่ผู้สูงอายุหลายท่านพยายาม
00:01:1500:01:18ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีกินผักเยอะๆลดน้ำ
00:01:1800:01:21ตาลหลีกเลี่ยงของทอดแต่กลับมีปัญหาเกี่ยว
00:01:2100:01:24กับหัวใจตามมาซึ่งเป็นเพราะว่าผักบางชนิด
00:01:2400:01:27เมื่อรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือ
00:01:2700:01:30กินร่วมกับยาบางชนิดมันอาจกลายเป็นดาบ 2
00:01:3000:01:34คมที่ย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจได้สำหรับผู้
00:01:3400:01:36สูงอายุหลอดเลือดแดงของเราจะเริ่มมีความ
00:01:3600:01:39ยืดหยุ่นน้อยลงแต่ก็อาจทำงานไม่เต็มที่
00:01:3900:01:43เท่าเดิมและระบบภูมิคุ้มกันก็อาจอ่อนแอลง
00:01:4300:01:46ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออาหารและยาแตกต่าง
00:01:4600:01:49ไปจากช่วงวัยหนุ่มสาวนี่คือเหตุผลที่เรา
00:01:4900:01:52ต้องใส่ใจเป็นพิเศษครับวันนี้ผมจะพาไป
00:01:5200:01:55เจาะลึกผัก 5 ชนิดที่ผู้สูงอายุควรระมัด
00:01:5500:01:58ระวังหรืออาจต้องพิจารณาหลีกเลี่ยงเพื่อ
00:01:5800:02:01สุขภาพหัวใจที่ดีของคุณครับ
00:02:0100:02:061 ผักโขมวิตามิน K กับยาละลายลิ่มเลือด
00:02:0600:02:08ผักโขมเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสุดยอด
00:02:0800:02:12ผักใบเขียวอุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุและ
00:02:1200:02:15โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามิน K ซึ่งมีความ
00:02:1500:02:17สำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการแข็งตัวของ
00:02:1700:02:20เลือดวิตามิน K นั้นจำเป็นต่อร่างกายเรา
00:02:2000:02:24ครับในคนทั่วไปการได้รับวิตามิน K อย่าง
00:02:2400:02:27เพียงพอเป็นสิ่งที่ดีแต่สำหรับผู้สูงอายุ
00:02:2700:02:28โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
00:02:2900:02:31ผู้ที่กำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
00:02:3100:02:34เช่นยาวาฟารินซึ่งมักจะถูกสั่งจ่ายเพื่อ
00:02:3400:02:37ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วย
00:02:3700:02:40ที่มีภาวะหัวใจวายเส้นเลือดในสมองตีบหรือ
00:02:4000:02:43ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วการได้รับ
00:02:4300:02:46วิตามิน K ในปริมาณที่มากเกินไปหรือการ
00:02:4600:02:49ได้รับวิตามิน K ในปริมาณที่ไม่คงที่ใน
00:02:4900:02:52แต่ละวันสามารถเข้าไปรบกวนการทำงานของยา
00:02:5200:02:55วาฟารินได้อย่างมากทำให้ประสิทธิภาพของยา
00:02:5500:02:58ที่ควรจะช่วยให้เลือดเจือจางลงลดลงไป
00:02:5800:03:01เลือดอาจจะข้นขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของ
00:03:0100:03:04การเกิดลิ่มเลือดที่อันตรายได้อีกครั้ง
00:03:0400:03:07สิ่งสำคัญที่นี่คือความสม่ำเสมอครับหาก
00:03:0700:03:09คุณต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดการ
00:03:0900:03:12รักษาระดับวิตามิน K ที่ได้รับในแต่ละวัน
00:03:1200:03:15ให้คงที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การงด
00:03:1500:03:18ผักโขมไปเลยแต่เป็นการกินในปริมาณที่สม่ำ
00:03:1800:03:21เสมอในแต่ละวันเพื่อให้แพทย์สามารถปรับยา
00:03:2100:03:23ให้เข้ากับระดับวิตามิน K ในร่างกายของ
00:03:2300:03:26คุณได้อย่างแม่นยำและที่สำคัญที่สุดคือ
00:03:2600:03:29ต้องปรึกษาแพทย์แพทย์หรือเภสัชกรของคุณ
00:03:2900:03:31เสมอหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการ
00:03:3100:03:35กินหรือสงสัยว่าอาหารบางชนิดอาจส่งผลต่อ
00:03:3500:03:37ยาที่คุณรับประทานอยู่
00:03:3700:03:422 แตงกวาดไผ่เงียบจากโซเดียมหลายคนอาจจะ
00:03:4200:03:45แปลกใจว่าแตงกวาดมาอยู่ในฤทธิ์นี้ได้
00:03:4500:03:48อย่างไรแตงกวาดหรือผักดองหลายชนิดคือตัว
00:03:4800:03:50อย่างของอาหารที่อุดมไปด้วยโซเดียมใน
00:03:5000:03:53ปริมาณสูงมากครับบางครั้งในแตงกวาดเพียง 1
00:03:5300:03:56หน่วยบริโภคอาจมีโซเดียมมากกว่า 1,000
00:03:5600:03:57มิลลกรั
00:03:5700:03:59ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นของ
00:03:5900:04:02ร่างกายในแต่ละมื้อไปมากเมื่อร่างกายได้
00:04:0200:04:06รับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปมันจะทำ
00:04:0600:04:08ให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในกระแสเลือดมาก
00:04:0800:04:11ขึ้นสิ่งนี้จะเพิ่มปริมาตรเลือดในหลอด
00:04:1100:04:14เลือดและสร้างแรงดันมหาศาลต่อหัวใจและ
00:04:1400:04:17หลอดเลือดทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
00:04:1700:04:20อย่างมากเพื่อสูบฉีดเลือดส่งผลให้ความดัน
00:04:2000:04:23โลหิตสูงขึ้นหลอดเลือดแดงแข็งตัวและใน
00:04:2300:04:27ระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้
00:04:2700:04:30สำหรับผู้สูงอายุไตของเรามีความสามารถใน
00:04:3000:04:33การกรองเกลือออกจากร่างกายลดลงและหลอด
00:04:3300:04:35เลือดแดงก็มีความเปราะบางมากขึ้นอยู่แล้ว
00:04:3500:04:38การบริโภคโซเดียมสูงจึงยิ่งเป็นอันตราย
00:04:3800:04:41มากขึ้นครับไม่ใช่แค่แตงกวาดองนะครับแต่
00:04:4100:04:45รวมถึงอาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูปซุปก้อน
00:04:4500:04:48บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือแม้แต่ขนมขบ
00:04:4800:04:50เคี้ยวหลายชนิดที่ซ่อนโซเดียมไว้ในปริมาณ
00:04:5000:04:54มากทางออกคือลองปรุงอาหารเองที่บ้านให้
00:04:5400:04:57มากขึ้นอ่านฉลากโภชนะอย่างละเอียดก่อน
00:04:5700:05:00ซื้อเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำและลอง
00:05:0000:05:03ใช้สมุนไพรเครื่องเทศหรือน้ำมะนาวในการ
00:05:0300:05:06ปรุงรสอาหารแทนเกลือเพื่อลดปริมาณโซเดียม
00:05:0600:05:08ที่คุณจะได้รับครับ
00:05:0800:05:123 พริกแดงความร้อนแรงที่หัวใจอาจรับไม่
00:05:1200:05:16ไหวพริกแดงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกแดงที่มี
00:05:1600:05:20ความเผ็ดร้อนสูงมีสารที่ชื่อว่าแคปไซซิน
00:05:2000:05:22ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความรู้สึกเผ็ด
00:05:2200:05:25ร้อนและกระตุ้นระบบประสาทของเราได้การ
00:05:2500:05:28บริโภคพริกในปริมาณมากหรือพริกที่เผ็ดจัด
00:05:2800:05:31ๆอาจกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอดีนออกมา
00:05:3100:05:35มากขึ้นซึ่งส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจ
00:05:3500:05:38เพิ่มสูงขึ้นและอาจทำให้เกิดภาวะใจสั่น
00:05:3800:05:42ได้สำหรับคนหนุ่มสาวทั่วไปการกระตุ้นเช่น
00:05:4200:05:45นี้อาจไม่เป็นปัญหาแต่สำหรับผู้ที่มีอายุ
00:05:4500:05:4960 ปีขึ้นไปหลอดเลือดแดงอาจมีความยืด
00:05:4900:05:51หยุ่นน้อยลงและหัวใจก็มีความไวต่อการ
00:05:5200:05:54กระตุ้นที่เพิ่มขึ้นการกระตุ้นที่มากเกิน
00:05:5400:05:57ไปจากความเผ็ดร้อนของพริกอาจเป็นอันตราย
00:05:5700:06:00ต่อหัวใจที่ต้องทำงานหนักอยู่แล้วการ
00:06:0000:06:03บริโภคพริกเผ็ดร้อนเป็นประจำอาจนำไปสู่
00:06:0300:06:05การอักเสบเรื้อรังในระบบหลอดเลือดซึ่งไม่
00:06:0500:06:09เป็นผลดีต่อสุขภาพหัวใจในระยะยาวแต่ไม่
00:06:0900:06:11ได้หมายความว่าเราต้องงดความเผ็ดไปเสีย
00:06:1100:06:14ทั้งหมดครับเราสามารถเลือกใช้สมุนไพรอ่อน
00:06:1400:06:18ๆเช่นกระเทียมขิงข่าตะไคร้หรือแม้แต่
00:06:1800:06:21มะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมให้กับ
00:06:2100:06:23อาหารโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาความเผ็ดร้อนจัด
00:06:2300:06:26จนเกินไปื่อเพื่อลดภาระให้กับหัวใจของเรา
00:06:2600:06:28ครับ
00:06:2800:06:314. กระเทียมดิบสมุนไพรคู่ครัวที่ต้อง
00:06:3100:06:35ระวังเมื่อมีโรคประจำตัวกระเทียมดิบถูกยก
00:06:3500:06:37ย่องว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณมาก
00:06:3700:06:40มายและเป็นที่ทราบกันดีว่ามีคุณสมบัติใน
00:06:4000:06:43การช่วยลดความดันโลหิตและมีฤทธิ์คล้ายยา
00:06:4300:06:46ละลายลิ่มเลือดตามธรรมชาติเนื่องจากมีสาร
00:06:4600:06:49ที่ช่วยยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดได้
00:06:4900:06:52อย่างไรก็ตามสำหรับผู้สูงอายุที่กำลังรับ
00:06:5200:06:56ประทานยาบำรุงหัวใจโดยเฉพาะยาต้านการแข็ง
00:06:5600:06:59ตัวของเลือดเช่นวาฟารินหรือยาแก้ปวดลดไข้
00:06:5900:07:02ในกลุ่มแอสไพรินการบริโภคกระเทียมดิบใน
00:07:0200:07:05ปริมาณมากเป็นประจำอาจไปเสริมฤทธิ์ของยา
00:07:0500:07:08เหล่านี้ให้มีความรุนแรงเกินไปทำให้เลือด
00:07:0800:07:10เหลวเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
00:07:1000:07:14ตกเลือดภายในร่างกายเลือดออกง่ายหรือแม้
00:07:1400:07:17แต่ภาวะตกเลือดที่คุกคามถึงชีวิตได้นอก
00:07:1700:07:20จากนี้กระเทียมดิบในปริมาณมากยังสามารถทำ
00:07:2000:07:23ให้ความดันโลหิตลดลงอย่างกะทันหันซึ่งอาจ
00:07:2300:07:26ทำให้ผู้ที่รับประทานยาลดความดันโลหิตสูง
00:07:2600:07:29อยู่แล้วมีอาการวิงเวียนศีรษะเหนื่อยล้า
00:07:2900:07:32หรือถึงขั้นเป็นลมได้หากคุณต้องการได้รับ
00:07:3200:07:35ประโยชน์จากกระเทียมควรนำไปปรุงให้สุข
00:07:3500:07:37ก่อนครับการปรุงให้สุขจะช่วยลดฤทธิ์ของ
00:07:3700:07:41สารที่อาจรบกวนยาได้และทำให้ร่างกายย่อย
00:07:4100:07:44และดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้นและที่สำคัญ
00:07:4400:07:47ที่สุดควรปรึกษาแพทย์ของคุณเสมอหากคุณมี
00:07:4700:07:50ข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริโภคกระเทียมหรือ
00:07:5000:07:53สมุนไพรอื่นๆร่วมกับยาที่คุณรับประทาน
00:07:5300:07:55อยู่ครับ
00:07:5500:07:595 ถั่วงอกดิบแบคทีเรียที่มองไม่เห็นถั่ว
00:07:5900:08:02งอกดิบไม่ว่าจะเป็นถั่วงอกอันฟันฟาถั่ว
00:08:0200:08:05งอกถั่วต่างๆหรือถั่วงอกถั่วเขียวเป็น
00:08:0500:08:08อาหารที่หลายคนชื่นชอบเพราะความกรอบและสด
00:08:0800:08:11ชื่นแต่สิ่งที่เราต้องระวังคือสภาพแวด
00:08:1100:08:14ล้อมที่ใช้ในการเพาะถั่วงอกนั้นมักจะอบ
00:08:1400:08:17อุ่นและชื้นซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการ
00:08:1700:08:19เจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย
00:08:1900:08:22ได้เป็นอย่างดีสำหรับผู้สูงอายุระบบภูมิ
00:08:2300:08:25คุ้มกันของเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่เท่าคน
00:08:2500:08:28หนุ่มสาวทำให้ร่างกายต่อสู้กับการติด
00:08:2800:08:31เชื้อได้ช้าลงและมีประสิทธิภาพน้อยลงการ
00:08:3200:08:34ติดเชื้อที่เกิดจากอาหารในผู้สูงอายุอาจ
00:08:3400:08:37ลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าปกติอาจ
00:08:3700:08:40นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดภาวะขาด
00:08:4000:08:43น้ำอย่างรุนแรงหรือแม้กระทั่งการติดเชื้อ
00:08:4300:08:46ที่เป็นอันตรายต่อเยื่อบู่หัวใจซึ่งเป็น
00:08:4600:08:49ภาวะที่ร้ายแรงมากดังนั้นเพื่อความปลอด
00:08:4900:08:53ภัยอย่างสูงสุดหากคุณชื่นชอบถั่วงอกควรนำ
00:08:5300:08:56ไปปรุงให้สุขก่อนบริโภคเสมอครับไม่ว่าจะ
00:08:5600:08:59เป็นการผัดการลวกหรือการนึ่งการปรุงให้
00:08:5900:09:02สุกด้วยความร้อนที่เหมาะสมจะช่วยฆ่าเชื้อ
00:09:0200:09:04แบคทีเรียที่เป็นอันตรายเหล่านี้ได้อย่าง
00:09:0400:09:07มีประสิทธิภาพและทำให้คุณสามารถอร่อยกับ
00:09:0700:09:10ถั่วงอกได้อย่างสบายใจครับ
00:09:1000:09:13ท่านผู้ฟังทุกท่านครับหลังจากที่เราได้
00:09:1300:09:16สำรวจผัก 5 ชนิดที่ต้องระวังกันไปแล้วผม
00:09:1600:09:18อยากจะเน้นย้ำอีกครั้งว่าเป้าหมายของเรา
00:09:1800:09:21ไม่ใช่การทำให้คุณกลัวการกินผักหรือการงด
00:09:2100:09:24ผักเหล่านี้ไปเสียทั้งหมดแต่เป็นการสร้าง
00:09:2400:09:27ความเข้าใจเพื่อให้คุณสามารถเลือกและ
00:09:2700:09:30เตรียมอาหารได้อย่างชานฉลาดและปลอดภัยที่
00:09:3000:09:34สุดสำหรับหัวใจของคุณผมได้เห็นมาแล้วหลาย
00:09:3400:09:37ต่อหลายคนผู้สูงอายุที่เคยรู้สึกเหนื่อย
00:09:3700:09:40ง่ายหายใจไม่เต็มอิ่มหรือรู้สึกท้อแท้
00:09:4000:09:44กลับมามีชีวิตชีวามีชีพจรที่แข็งแรงขึ้น
00:09:4400:09:47มีความคิดที่แจ่มใสขึ้นและก้าวเดินได้
00:09:4700:09:49อย่างคล่องแคล่อีกครั้งไม่ใช่เพราะพวกเขา
00:09:4900:09:52ทำอะไรที่รุนแรงหรือสุดโต่งแต่เป็นเพราะ
00:09:5200:09:55พวกเขาใส่ใจพวกเขาฟังเสียงร่างกายของตัว
00:09:5500:09:59เองและเลือกทำสิ่งที่ดีขึ้นในแต่ละวันคุณ
00:09:5900:10:01ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบครับเพียงแค่มี
00:10:0100:10:05ความสม่ำเสมอหัวใจของคุณยังคงมีเวลายังคง
00:10:0500:10:08มีพละกำลังและยังคงมีความรักที่จะมอบให้
00:10:0800:10:11กับคุณครอบครัวของคุณและชีวิตที่คุณสร้าง
00:10:1100:10:14สรรค์มาอย่างยากลำบากดังนั้นมาเริ่มต้น
00:10:1400:10:17กันตั้งแต่วันนี้ทบทวนสิ่งที่อยู่ในจาน
00:10:1700:10:21อาหารของคุณทบทวนนิสัยการกินของคุณและทวง
00:10:2100:10:24คืนพลังงานชีวิตของคุณกลับคืนมาเพราะทุก
00:10:2400:10:27จังหวะการเต้นของหัวใจครั้งต่อไปคือของ
00:10:2700:10:29ขวัญอันล้ำค่าและมันคือหน้าที่ของคุณที่
00:10:2900:10:33จะปกป้องมันไว้ให้ดีที่สุดครับก่อนจากกัน
00:10:3300:10:36ในวันนี้ผมอยากชี้แจงให้ทราบว่าเนื้อหาใน
00:10:3600:10:39พดcสของเรามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูล
00:10:3900:10:42และความรู้ทั่วไปเท่านั้นไม่สามารถใช้
00:10:4200:10:45อ้างอิงหรือทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ได้คุณ
00:10:4500:10:48ผู้ฟังควรพิจารณาและใช้วิจารณญาณในการตัด
00:10:4800:10:51สินใจด้วยตนเองและหากมีข้อสงสัยเรื่อง
00:10:5100:10:54สุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทาง
00:10:5400:10:58การแพทย์เสมอนะครับหากคุณชื่นชอบพcส.ของ
00:10:5800:11:01เราอย่าลืมกดติดตามและแชร์ให้เพื่อนๆหรือ
00:11:0100:11:04คนในครอบครัวที่คุณรักนะครับเพราะการแบ่ง
00:11:0400:11:07ปันความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
00:11:0700:11:10ขอบคุณที่รับฟังแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า
00:11:1000:11:14สวัสดีครับ