00:00:06 → 00:00:10เกิดเป็นคนผิวเผือกในดินแดนของคนผิวสี อันตรายถึงชีวิต
00:00:10 → 00:00:13นอกจากอุปสรรคทางสุขภาพที่มีเป็นทุนเดิม
00:00:13 → 00:00:16บรรดาคนผิวเผือกเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับการคุกคาม
00:00:16 → 00:00:18จากผู้ที่เชื่อในไสยศาสตร์มนต์ดำ
00:00:21 → 00:00:26ในแอฟริกา ความเชื่อในพลังเหนือธรรมชาติดำรงอยู่มานานนับพันปี
00:00:26 → 00:00:30เมื่อศาสนาคริสต์และอิสลามแผ่ขยายมาถึง มันก็ยังไม่ไปไหน
00:00:30 → 00:00:33เวทมนตร์คาถามีอิทธิพลตั้งแต่เกิดจนตาย
00:00:33 → 00:00:36และบางครั้งมันนำไปสู่การฆาตรกรรม
00:00:36 → 00:00:39คนผิวเผือกจำนวนมากถูกทรมานและสังหาร
00:00:39 → 00:00:42เพราะเชื่อกันว่าชิ้นส่วนจากร่างกายที่มีสีผิวผิดแผก
00:00:42 → 00:00:44จะนำความโชคดีมาให้
00:01:04 → 00:01:07ด้วยผิวขาวซีด เรือนผมและดวงตาสีจาง
00:01:07 → 00:01:11เด็กชายและเด็กหญิงดูโดดเด่นแตกต่างจากเพื่อนร่วมห้อง
00:01:11 → 00:01:13ทั้งคู่เป็นเด็กผิวเผือก
00:01:13 → 00:01:17โรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายไม่อาจผลิตเม็ดสีได้
00:01:17 → 00:01:19ท่ามกลางชั้นเรียนอันจอแจ
00:01:19 → 00:01:23นอกเหนือจากสมุดและปากกา อุปกรณ์การเรียนอีกชิ้นของเลวีนา
00:01:23 → 00:01:28คือกล้องส่องทางไกลขนาดพกพาที่เธอต้องใช้มันมองกระดานดำ
00:01:28 → 00:01:32แสงคือศัตรูตัวฉกาจของคนผิวเผือก
00:01:32 → 00:01:37เมื่อปราศจากเม็ดสีในร่างกาย พวกเขาจึงไวต่อแสงมาก
00:01:37 → 00:01:41นั่นทำให้คนผิวเผือกไม่อาจอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานได้
00:01:41 → 00:01:45พวกเขามีความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึงพันเท่า
00:01:45 → 00:01:48แต่ในขณะที่ดวงตาก็รับแสงได้ไม่ดีนัก
00:01:48 → 00:01:52อาการสายตาที่สั้นหรือยาวมากจึงเกิดตามมาเป็นของคู่กัน
00:01:55 → 00:01:59เสร็จสิ้นจากชั้นเรียนเลวีนาตรงไปที่ห้องสมุด
00:01:59 → 00:02:02โรงเรียนในเมืองดาร์-เอส-ซาลาม ประเทศแทนซาเนียแห่งนี้
00:02:02 → 00:02:04มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ขยายตัวอักษร
00:02:04 → 00:02:08ช่วยให้เด็กหญิงพอได้สนุกไปกับเรื่องราวในหนังสือ
00:02:08 → 00:02:11นี่คือชีวิตของคนผิวเผือกที่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์
00:02:11 → 00:02:14และข้าวของต่างๆ ในการใช้ชีวิต
00:02:14 → 00:02:16สำหรับพวกเขา ครีมกันแดด แว่นกันแดด
00:02:16 → 00:02:20ตลอดจนกล้องส่องทางไกลคือสิ่งจำเป็น
00:02:20 → 00:02:22แต่สำหรับคนผิวเผือกในแอฟริกา
00:02:22 → 00:02:24พระอาทิตย์ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด หากคือผู้คน
00:02:49 → 00:02:52ในภูมิภาคซับซาฮาราของทวีปแอฟริกา
00:02:52 → 00:02:56คนผิวเผือกอย่างเลวีนาเป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากสังคม
00:02:56 → 00:02:59หรือแม้แต่คนในครอบครัวด้วยกันเอง
00:02:59 → 00:03:01เด็กผิวเผือกหลายคนปราศจากพ่อ
00:03:01 → 00:03:04เนื่องจากผู้ชายเหล่านี้ทิ้งลูกไปตั้งแต่ยังเล็ก
00:03:04 → 00:03:07เพราะเชื่อว่าภาวะผิวเผือกที่เกิดขึ้น
00:03:07 → 00:03:11เป็นผลมาจากการที่ภรรยาของพวกเขาคบชู้กับคนผิวขาว
00:03:11 → 00:03:15ผิวขาวซีดสีงาช้างเป็นลักษณะด้อยทางพันธุกรรมที่มักเกิดจาก
00:03:15 → 00:03:19การแต่งงานใกล้ชิดระหว่างเครือญาติของพ่อและแม่ที่เป็นพาหะ
00:03:19 → 00:03:22ยีนด้อยเหล่านี้แฝงอยู่ในร่างกายของคนผิวสีทั่วไป
00:03:22 → 00:03:24ที่ไม่ได้มีภาวะผิวเผือก
00:03:24 → 00:03:29แต่กลับปรากฏในลูก เมื่อยีนด้อยและยีนด้อยมาเจอกัน
00:03:29 → 00:03:33ในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ผิวเผือกเป็นภาวะที่หาได้ยาก
00:03:33 → 00:03:36อัตราการเกิดมีเพียง 1 ใน 20,000 เท่านั้น
00:03:36 → 00:03:41แต่ในแอฟริกาอัตราการเกิดผิวเผือกอยู่ที่ 1 ใน 5,000 คน
00:03:41 → 00:03:45แทนซาเนียคือประเทศที่มีจำนวนประชากรผิวเผือกมากที่สุด
00:03:45 → 00:03:49คือทุกๆ 1 ใน 1,400 คน
00:03:49 → 00:03:53และใน 17 คนจะ มีหนึ่งคนที่มียีนด้อยนี้แฝงอยู่ในร่างกาย
00:03:56 → 00:04:00แม้การมีผิวเผือกจะเป็นภาวะที่พบได้ง่ายในแทนซาเนีย
00:04:00 → 00:04:03แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผู้คนยอมรับมันได้
00:04:03 → 00:04:07ในฐานะประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่ยังคงยากจน
00:04:07 → 00:04:10ผู้คนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการศึกษา
00:04:10 → 00:04:14พวกเขาไม่เข้าใจว่าผิวเผือกคือโรคทางพันธุกรรม
00:04:14 → 00:04:18ผู้คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าการมีผิวเผือกคือพลังอำนาจวิเศษ
00:04:18 → 00:04:22และหากใครได้ครอบครองอวัยวะหรือชิ้นส่วนร่างกายของคนผิวเผือกแล้ว
00:04:22 → 00:04:24มันจะนำพาโชคดีมาให้
00:05:08 → 00:05:12ข่าวการลักพาตัวทารกหรือเด็กๆ ผิวเผือกเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
00:05:12 → 00:05:16บางกรณีพวกเขาถูกฆ่า และบางกรณีพวกเขาก็เหมือนตายทั้งเป็น
00:05:16 → 00:05:21เมื่อถูกตัดแขนตัดขาต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
00:05:21 → 00:05:26ศพเด็กขาวซีดในห่อผ้า อุปกรณ์เข้าของใช้สำหรับทำพิธี
00:05:26 → 00:05:29นี่คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลังบุกทลายกวาดล้างบรรดาหมอผี
00:05:29 → 00:05:32ที่หากินกับคนผิวเผือก
00:05:32 → 00:05:34ในแทนซาเนียเพียงประเทศเดียว
00:05:34 → 00:05:37รายงานอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ปี 2006
00:05:37 → 00:05:40มีคนผิวเผือกถูกสังหารอย่างน้อย 76 คน
00:05:40 → 00:05:45นิ้วมือ แขน และขาของพวกเขา ถูกตัดไปทำพิธี
00:05:45 → 00:05:49ฟันถูกเลาะไปทำเครื่องราง เลือดถูกเก็บไปทำน้ำมนต์
00:05:49 → 00:05:55ชะตากรรมอันน่าสยดสยองนี้ เกิดขึ้นแม้กับทารกวัยไม่กี่สัปดาห์
00:05:55 → 00:05:58กระทั่งตายไปแล้วก็ยังไม่ได้รับการยกเว้น
00:05:58 → 00:06:03เพราะหลุมศพของคนผิวเผือกมักถูกขุดกระดูกไปป่นเป็นผง
00:06:03 → 00:06:08ผู้คนในท้องที่ห่างไกลของแอฟริกา ยังคงยึดมั่นในไสยศาสตร์มนต์ดำ
00:06:08 → 00:06:11แต่ละหมู่บ้าน มักมีหมอผีประจำ
00:06:11 → 00:06:14หมอผีเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในฐานะแพทย์ผู้รักษาอาการเจ็บป่วย
00:06:14 → 00:06:18ของผู้คนด้วยพืชสมุนไพร
00:06:18 → 00:06:21แต่อีกมุมหนึ่งพวกเขายังสามารถทำพิธีสาปแช่งศัตรู
00:06:21 → 00:06:23ให้กับชาวบ้านบางคนที่มีเรื่องบาดหมาง
00:06:23 → 00:06:28หรือเสริมพลังความโชคดีแก่คนที่ต้องการประสบความสำเร็จอีกด้วย
00:06:28 → 00:06:30ความเชื่อทางไสยศาสตร์นี้
00:06:30 → 00:06:33ไม่จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มชาวบ้านที่ขาดการศึกษา
00:06:33 → 00:06:36มันมีอิทธิพลในทุกระดับของสังคม
00:06:36 → 00:06:40การเลือกตั้งในแทนซาเนียเมื่อปี 2015 สะท้อนความจริงข้อนี้
00:06:40 → 00:06:45เมื่อช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนเหตุสังหารคนผิวเผือกสูงเป็นประวัติการ
00:06:45 → 00:06:50บรรดานักการเมืองท้องถิ่นจ้างวานให้ชาวบ้านล่าอวัยวะของคนผิวเผือก
00:06:50 → 00:06:52มาทำพิธีให้ตนเป็นฝ่ายชนะ
00:06:52 → 00:06:55อาชญากรรมที่เกิดสูงจนน่าตกใจนี้ส่งผลให้
00:06:55 → 00:06:58อดีตประธานาธิบดี จาคายา คิเควเต
00:06:58 → 00:07:02เปิดปฏิบัติการจับกุมหมอผีทั่วประเทศที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนรักษา
00:07:02 → 00:07:05อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
00:07:05 → 00:07:08ในปีนั้นมีหมอผีเถื่อนถูกจับกุมมากกว่า 200 ราย
00:07:30 → 00:07:35เมื่อชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ปลอดภัย หนทางเอาตัวรอดคือหลีกลี้จากสังคม
00:07:35 → 00:07:39เกาะอูเคเรเว คือเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลสาบวิกตอเรีย
00:07:39 → 00:07:45และยังเป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา
00:07:45 → 00:07:48แต่วันนี้มันเป็นที่รู้จักใหม่ในฐานะสถานที่ลี้ภัย
00:07:48 → 00:07:52ของบรรดาคนเผือกในแทนซาเนีย
00:07:52 → 00:07:54ด้วยพื้นที่ขนาดจำกัดของเกาะ
00:07:54 → 00:07:57การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
00:07:57 → 00:08:01คนผิวเผือกจำนวนมากรู้สึกอุ่นใจพอ จนสามารถเรียกที่นี่ว่าบ้าน
00:08:53 → 00:08:56ข่าวสารเกี่ยวกับเกาะแพร่กระจายออกไป
00:08:56 → 00:09:00หลายครอบครัวถูกโน้มน้าวให้นำลูกๆ ผิวเผือกของพวกเขามาไว้ที่นี่
00:09:00 → 00:09:04ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2016 ระบุว่า
00:09:04 → 00:09:07มีคนผิวเผือกอาศัยอยู่บนเกาะนี้ 75 คน
00:09:07 → 00:09:10พวกเขาอยู่ร่วมกับชาวบ้านรวม 20,000 คน
00:09:10 → 00:09:13ที่อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่บรรพบุรุษ
00:09:13 → 00:09:16นอกเหนือจากนโยบายกวาดล้างบรรดาหมอผีแล้ว
00:09:16 → 00:09:19อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยลดอาชญากรรมต่อคนผิวเผือกลง
00:09:19 → 00:09:22คือการเพิ่มแรงกดดันไปยังชุมชน
00:09:22 → 00:09:26รัฐบาลแทนซาเนียออกกฎหมายว่าหากคนผิวเผือกในชุมชนนั้นๆ
00:09:26 → 00:09:27ถูกฆาตรกรรม
00:09:27 → 00:09:30ผู้นำชุมชนต้องรับผิดชอบ
00:09:30 → 00:09:34แรงกดดันนี้กระตุ้นให้แต่ละชุมชนเลือกส่งสมาชิกคนผิวเผือก
00:09:34 → 00:09:35ไปยังสถานที่ปลอดภัย
00:09:35 → 00:09:38อย่างบ้านพักที่สร้างขึ้นโดย Human Rights Watch
00:09:38 → 00:09:41รวมถึงที่เกาะแห่งนี้
00:09:41 → 00:09:43แม้สีผิวจะแตกต่าง
00:09:43 → 00:09:47แต่คนผิวเผือกที่นี่ใช้ ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้อย่างกลมกลืน
00:09:47 → 00:09:50พวกเขาออกมาเดือนนอกบ้านได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัว
00:09:50 → 00:09:55แต่ข้างนอกยังมีคนผิวเผือกอีกมากที่ตกอยู่ในความเสี่ยง
00:09:55 → 00:09:59การสร้างพื้นที่เฉพาะแบบนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว
00:09:59 → 00:10:01หากจะแก้ปัญหาในระยะยาว
00:10:01 → 00:10:04รัฐบาลต้องมอบการศึกษาให้กับผู้คน
00:10:04 → 00:10:07เพราะสีผิวที่เกิดจากความเจ็บปวดของร่างกาย
00:10:07 → 00:10:10สมควรได้รับความเข้าใจและการดูแลรักษา
00:10:10 → 00:10:13ไม่ใช่ถูกกระทำ รังเกียจ หรือเข่นฆ่า
00:10:13 → 00:10:15ภายใต้อาทิตย์ดวงเดียวกัน
00:10:15 → 00:10:18คนผิวเผือกมีความเป็นคนไม่น้อยไปกว่าใคร