00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวข้องกับ
00:00:03 → 00:00:06โรคไตวายเรื้อรังนะครับว่าเมื่อไหร่เรา
00:00:06 → 00:00:09จึงจำเป็นจะต้องทำการปลูกถ่ายไตล้างไตนะ
00:00:09 → 00:00:12ครับหรือถ้าเราเป็นไตวายเรื้อรังอยู่แล้ว
00:00:12 → 00:00:14เราไม่ต้องการที่จะล้างไตเนี่ยมันมีวิธี
00:00:15 → 00:00:18อะไรที่เราจะป้องกันไม่ให้โรคไตของเรามัน
00:00:18 → 00:00:21แย่ไปกว่านี้ได้นะครับรวมทั้งถ้าเกิดคน
00:00:21 → 00:00:24ไหนล้างไตไปแล้วมันจะมีผลข้างเคียงอะไร
00:00:24 → 00:00:26อย่างไรบ้างวันนี้ก็จะเล่าให้ฟังกันเลยนะ
00:00:26 → 00:00:29ครับพบกับผมนะครับนายแพทย์อดีตวันนะครับ
00:00:29 → 00:00:30เป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐ
00:00:30 → 00:00:33อเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการปลูกถ่ายปอดและ
00:00:33 → 00:00:34วิกฤตบำบัดนะครับ
00:00:34 → 00:00:36ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่าผมเนี่ยไม่
00:00:36 → 00:00:40ใช่หมอโรคไตแต่ว่าเนื่องจากคนไข้ปลูกถ่าย
00:00:40 → 00:00:42ปอดของผมเนี่ยรับประทานยาอยู่ตัวนึงชื่อ
00:00:42 → 00:00:46ว่า Tag healize นะครับยาตัวนี้มันระยะ
00:00:46 → 00:00:48ยาวจะสามารถทำให้ไตมีปัญหาได้นะครับแล้ว
00:00:48 → 00:00:52ก็คนไข้ของผมหลายคนก็ได้รับการปลูกถ่ายไต
00:00:52 → 00:00:55รวมทั้งบางคนก็ได้รับการล้างไตด้วยดัง
00:00:55 → 00:00:58นั้นผมก็จะค่อนข้างคุ้นเคยกับวิธีในการดู
00:00:58 → 00:01:01แลรักษาพวกนี้มากพอสมควรดังนั้นก็จะเล่า
00:01:01 → 00:01:03ให้ฟังกันเลยนะครับ
00:01:03 → 00:01:06ก่อนอื่นนะครับไตวายที่ผมพูดถึงในวันนี้
00:01:06 → 00:01:09เนี่ยจะเป็นไตวายเรื้อรังนะครับมันจะมีไต
00:01:09 → 00:01:12วายเฉียบพลันอีกเหมือนกันซึ่งบางครั้งเรา
00:01:12 → 00:01:15เจอไตวายเฉียบพลันในโรคติดเชื้อนะครับ
00:01:15 → 00:01:17เช่นว่าเรามีการติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว
00:01:17 → 00:01:20ก็ไตของเรามันวายไปหรือบางกรณีเกิดจากการ
00:01:21 → 00:01:23สลายของกล้ามเนื้อนะครับเช่นกรณีที่เป็น
00:01:23 → 00:01:27ข่าวเด็กที่เขาฝึกวิชาทหารมากๆนะครับแล้ว
00:01:27 → 00:01:30ก็ออกแรงเยอะๆเนี่ยครับกล้ามเนื้อสลายก็
00:01:30 → 00:01:33ทำให้เกิดไตวายในกรณีที่ไตวายเฉียบพลัน
00:01:33 → 00:01:35เนี่ยบางครั้งเนี่ยอาจจำเป็นจะต้องล้างไต
00:01:35 → 00:01:38นะครับแล้วไตวายเฉียบพลันมันจะมีส่วน
00:01:38 → 00:01:41หนึ่งจริงๆก็ส่วนใหญ่เลยนะครับที่สามารถ
00:01:41 → 00:01:44กลับมาสามารถไม่ต้องล้างไตได้นะครับก็คือ
00:01:44 → 00:01:47ช่วงแรกล้างไปก่อนพออาการดีขึ้นไตมันจะ
00:01:47 → 00:01:50กลับมาทำหน้าที่ได้นะครับก็ไม่ล้างไตนะ
00:01:50 → 00:01:52ครับแต่วันนี้เนี่ยเราจะเน้นเงินในแง่ของ
00:01:52 → 00:01:57เรื่องของไตวายเรื่องหลั่งนะครับทีนี้ไต
00:01:57 → 00:01:59วายเรื้อรังเนี่ยนะครับต้องบอกก่อนว่ามัน
00:01:59 → 00:02:03มี 5 ขั้นด้วยกันนะครับและเมื่อเราเป็นไต
00:02:03 → 00:02:07วายตั้งแต่ขั้นที่ 3 เป็นต้นไปอันนี้เรา
00:02:07 → 00:02:10ถึงจะต้องเริ่มมาดูแลตัวเองจริงจังละนะ
00:02:10 → 00:02:13ครับบางคนเห็นเขียนมาถามผมตั้งแต่ไตวาย
00:02:13 → 00:02:15ขั้นที่ 2 นะครับก็รู้สึกกังวลว่าจะทำยัง
00:02:15 → 00:02:17ไงดีไอ้ตรงนั้นเนี่ยไม่ค่อยต้องกังวลมาก
00:02:17 → 00:02:19นะครับแต่ว่าถ้าเป็นขั้นที่ 3 ขึ้นไป
00:02:19 → 00:02:22เนี่ยนะครับคือค่า GFR หรือกรมอะไรแล้ว
00:02:22 → 00:02:25คือ traction Rate เนี่ยต่ำกว่า 60 อัน
00:02:25 → 00:02:28นี้น่าจะต้องกังวลละเพราะว่ามีโอกาสที่
00:02:28 → 00:02:32โรคไตของเรามันจะเป็นมากได้นะครับแน่นอน
00:02:32 → 00:02:35ถ้าโรคไตของเราเนี่ยอยู่ขั้นท้ายๆเช่น
00:02:35 → 00:02:39ขั้น 4 ขั้น 5 เนี่ยนะครับหรือเรามีผลจาก
00:02:39 → 00:02:42ไตที่มันทำหน้าที่ไม่ดีนะครับตรงนั้น
00:02:42 → 00:02:44เนี่ยหมอเขาจะเริ่มคุยกับเราแล้วว่าเฮ้ย
00:02:44 → 00:02:47เราอาจจะต้องพิจารณาล้างไตแล้วนะนะครับ
00:02:47 → 00:02:49หรืออาจจะต้องพิจารณาปลูกถ่ายไตในบางกรณี
00:02:49 → 00:02:52นะครับแล้วตรงนี้เนี่ยมันเป็นสัญญาณเตือน
00:02:52 → 00:02:54เราแล้วนะครับว่าถ้าเราไม่รีบดูแลตัวเอง
00:02:54 → 00:02:57เนี่ยโอกาสที่เราจะต้องล้างไตมันจะสูงมาก
00:02:57 → 00:03:00นะครับแล้วบางกรณีก็อาจจะดูแลเต็มที่แล้ว
00:03:00 → 00:03:02มันทำอะไรไม่ได้ก็ต้องล้างไตอยู่ดีนะครับ
00:03:02 → 00:03:05ไม่ฉะนั้นท่านก็อาจจะแย่ได้นะครับ
00:03:05 → 00:03:08ตอนนี้พอเรารู้แล้วว่าหมอเขาเริ่มคุยกับ
00:03:08 → 00:03:11เราเริ่มพวกนี้โดยเฉพาะคนที่มีไตวายระยะ
00:03:11 → 00:03:15หลังๆนะครับวิธีในการคิดเนี่ยเราจะต้อง
00:03:15 → 00:03:18คิดอะไรบ้างนะครับข้อแรกคือ
00:03:18 → 00:03:23เราต้องรู้ก่อนว่าถ้าเราไม่ล้างไตจะเกิด
00:03:23 → 00:03:25อะไรขึ้นนะครับ
00:03:25 → 00:03:28ก่อนอื่นถ้าเราไม่ล้างไตเราต้องทราบก่อน
00:03:28 → 00:03:31เลยว่าหน้าที่ของไตเนี่ยมันคืออะไรนะครับ
00:03:31 → 00:03:34หน้าที่ของไตเราเนี่ยมีใช้ในการควบคุม
00:03:34 → 00:03:37ปริมาณน้ำในร่างกายนะครับถ้าไตเราทำงาน
00:03:37 → 00:03:39ไม่ได้น้ำจะอยู่ในร่างกายเราเยอะเกินไป
00:03:39 → 00:03:42เราก็จะมีอาการบวมที่ขานะครับแบบนี้บางคน
00:03:42 → 00:03:45ก็จะบวมมาถึงหน้าแล้วที่เรากลัวกันมากๆก็
00:03:45 → 00:03:47คือน้ำมันเยอะซะจนมันท่วมไปในปอดทำให้เรา
00:03:47 → 00:03:50หายใจไม่ออกหัวใจก็ทำงานไม่ได้นะครับนั่น
00:03:50 → 00:03:53คือกรณีหนึ่งของคนที่จำเป็นจะต้องล้างไต
00:03:53 → 00:03:56เลยนะครับอันที่ 2 คือมันมีหน้าที่ในการ
00:03:57 → 00:03:59ควบคุมความเป็นกรดด่างของร่างกายนะครับ
00:03:59 → 00:04:01ถ้าไตเสียมากเนี่ยร่างกายก็จะมีความเป็น
00:04:01 → 00:04:03กรดค่อนข้างที่จะสูงนะครับ
00:04:03 → 00:04:06มันมีหน้าที่ในการควบคุมระดับเกลือแร่ใน
00:04:06 → 00:04:09ร่างกายโดยเฉพาะ potassium แล้วก็
00:04:09 → 00:04:12ฟอสฟอรัสนะครับถ้าเราได้สารพวกนี้มากจน
00:04:12 → 00:04:15เกินไปแล้วไตของเราเนี่ยขับไม่ออกมันก็จะ
00:04:15 → 00:04:17เกิดอันตรายนะครับโพแทสเซียมสูงๆในร่าง
00:04:17 → 00:04:20กายเราก็จะมีอันตรายต่อหัวใจได้นะครับ
00:04:20 → 00:04:23ฟอสฟอรัสสูงๆในร่างกายเนี่ยมันก็จะไปรวม
00:04:23 → 00:04:26กับแคลเซียมในร่างกายเกิดเป็น
00:04:26 → 00:04:29ตะกอนขึ้นมาตามบริเวณต่างๆของร่างกายตาม
00:04:29 → 00:04:32เส้นเอ็นตามผิวหนังตามกล้ามเนื้อต่างๆพวก
00:04:32 → 00:04:35นี้ในระยะยาวก็จะเกิดปัญหาได้แล้วกระดูก
00:04:35 → 00:04:38ของเราก็จะมีปัญหาได้เช่นกันนะครับนอก
00:04:38 → 00:04:40เหนือจากนี้ไตเราเนี่ยมันยังเป็นที่ผลิต
00:04:40 → 00:04:44ฮอร์โมนสำคัญอยู่ 2 อย่างนะครับอย่างแรก
00:04:44 → 00:04:46เนี่ยเป็นฮอร์โมนในการเพิ่มเม็ดเลือดแดง
00:04:46 → 00:04:47โดยที่เราเรียกว่า
00:04:47 → 00:04:50erris propositin นะครับตั้งแต่ไตวาย
00:04:50 → 00:04:53ขั้นที่ 3 เป็นต้นไปไตของเราเนี่ยจะมี
00:04:53 → 00:04:56ปัญหาในการสร้างฮอร์โมนตัวนี้แล้วนะครับ
00:04:56 → 00:04:59แล้วบางคนจะต้องฉีดฮอร์โมนเสริมไม่เช่น
00:04:59 → 00:05:01นั้นจะมีปัญหานะครับไม่สามารถสร้างเม็ด
00:05:01 → 00:05:04เลือดได้ก็จะมีโรคโลหิตจางตามมาทำให้มี
00:05:04 → 00:05:06อาการเหนื่อยเพลียง่ายนะครับ
00:05:06 → 00:05:09อีกฮอร์โมนหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องก็
00:05:09 → 00:05:11คือวิตามินดีนะครับวิตามินดีจริงๆมันก็
00:05:11 → 00:05:14คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งเหมือนกันนะครับไตของ
00:05:14 → 00:05:17เราเนี่ยมันมีหน้าที่เปลี่ยนวิตามินดีให้
00:05:17 → 00:05:19กลายเป็นวิตามินดีที่ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น
00:05:19 → 00:05:22ถ้าเกิดว่าไตของเราทำงานไม่ได้วิตามินดี
00:05:22 → 00:05:24ที่มีอยู่ในร่างกายของเราไม่ว่าเราจะกิน
00:05:24 → 00:05:27เข้าไปเราจะได้รับจากแสงแดดนะครับมันก็ไป
00:05:27 → 00:05:30อยู่ในวิตามินดีในรูปแบบที่มันทำงานได้
00:05:30 → 00:05:33ไม่เต็มที่นะครับดังนั้นถ้าเรามีโรคไต
00:05:33 → 00:05:36เนี่ยบางคนนะครับวิตามินดีถึงเราจะมี
00:05:36 → 00:05:38เพียงพอมันทำหน้าที่ไม่ได้นะครับมันก็จะ
00:05:38 → 00:05:40มีอาการของการขาดวิตามินดีขึ้นมานะครับ
00:05:40 → 00:05:43หากวิตามินดีเกิดอะไรขึ้นกระดูกพรุนครับ
00:05:43 → 00:05:47อ่าเกลือแร่มีปัญหานะครับเกลือแร่อะไร
00:05:47 → 00:05:50บ้างที่มีปัญหาหลักๆก็คือเรื่องของ
00:05:50 → 00:05:52แคลเซียมนั่นเองนะครับเราจะมีปัญหาไหน
00:05:52 → 00:05:55กรณีแบบนี้นะฮะนี่คือเรื่องของระบบกระดูก
00:05:55 → 00:05:58อ่ากล้ามเนื้อต่างๆนะครับที่มีความเกี่ยว
00:05:58 → 00:06:00ข้องหรือกรดด่างเรื่องของน้ำในร่างกายนะ
00:06:00 → 00:06:03ครับเรื่องของเกลือแร่ต่างๆนี่คือหน้าที่
00:06:03 → 00:06:07ของไตนะฮะทีนี้อีกอย่างหนึ่งที่ไปมันทำก็
00:06:07 → 00:06:10คือมันขับเอาของเสียออกไปจากร่างกายของ
00:06:10 → 00:06:12เสียในที่นี้เนี่ย
00:06:12 → 00:06:15หลักๆที่เรารู้กันนะครับคือค่า Bun หรือ
00:06:15 → 00:06:19Blood urian ตัวนี้เนี่ยมันจะเป็นค่า
00:06:19 → 00:06:21ไนโตรเจนในร่างกายที่มันสูงๆถ้าเรามีเยอะ
00:06:21 → 00:06:25ๆเนี่ยไม่ดีนะครับมันจะทำให้เกิดเยื่อ
00:06:25 → 00:06:27หุ้มหัวใจอักเสบได้นะครับแล้วถ้ามันขึ้น
00:06:27 → 00:06:30ไปถึงสมองเนี่ยจะทำให้เรามีอาการมึนงงนะ
00:06:30 → 00:06:33ครับอ่อนเพลียนะครับบางคนก็หลับมากเลย
00:06:33 → 00:06:36หลับลึกแล้วก็ไม่ตื่นบางคนก็จะมีอาการชัก
00:06:36 → 00:06:39ขึ้นมาได้นะครับอันนี้ก็ต้องระวังแล้วชัก
00:06:39 → 00:06:40แล้วบางคนเลือดออกในสมองซะด้วยซ้ำไปนะ
00:06:40 → 00:06:44ครับถ้าเกิดคนไหนที่มีความผิดปกติแบบนี้
00:06:44 → 00:06:46เยอะๆเลยนะครับคือหมายความว่าหน้าที่ของ
00:06:46 → 00:06:49ไตมันเสียไปแล้วแล้วเกิดความผิดปกติที่
00:06:49 → 00:06:53มันแก้ไม่ได้ด้วยวิธีปกติการใช้ยาหรือการ
00:06:53 → 00:06:54ดูแลตัวเองอ่ะพวกเนี้ยต้องล้างไตทั้งนั้น
00:06:54 → 00:06:58ยกตัวอย่างเช่นถ้าท่านมีค่าบัตรอยู่ในตัว
00:06:58 → 00:07:00เช่นสูงมากๆจนกระทั่งคันชักเลยอันนี้ต้อง
00:07:00 → 00:07:02ล้างไตชัวร์นะครับถ้าท่านมีเลือดเป็นกรด
00:07:02 → 00:07:04สูงมากๆเลยแล้วแก้ไขด้วยวิธีไหนไม่หาย
00:07:04 → 00:07:08ท่านก็ต้องล้างไตถ้าท่านมีน้ำท่วมปอดนะ
00:07:08 → 00:07:11ครับจากโรคเนี่ยแล้วฉีดยาขับปัสสาวะแล้ว
00:07:11 → 00:07:14มันไม่ออกท่านก็ต้องล้างไตนะครับถ้าท่าน
00:07:14 → 00:07:16มีค่าโพแทสเซียมสูงมากๆจนกระทั่งหัวใจมี
00:07:16 → 00:07:19ปัญหาท่านก็ต้องล้างไตเหมือนกันนะครับใน
00:07:19 → 00:07:23กรณีแบบนี้ต้องล้างไตนะฮะแต่ถ้าท่านไม่มี
00:07:23 → 00:07:26ไม่มีอาการแบบนี้ล่ะท่านจะทำยังไงดีให้
00:07:26 → 00:07:29ท่านไม่ต้องล้างไตหรือไม่ต้องคิดในแง่ของ
00:07:29 → 00:07:34การปลุกไถ่ไต่นะครับก็เราต้องมาดูว่าเฮ้ย
00:07:34 → 00:07:37เราจะป้องกันไม่ให้หน้าที่ของไตมันเสื่อม
00:07:37 → 00:07:41ไปได้ยังไงนะครับอย่างแรกสำคัญมากๆถ้า
00:07:41 → 00:07:43ท่านมีโรคประจำตัวอะไรท่านจะต้องดูแลโรค
00:07:43 → 00:07:46ประจำตัวอันนั้นให้ดีที่สุดนะครับเช่นถ้า
00:07:46 → 00:07:49มีความดันโลหิตสูงท่านต้องคุมให้ได้นะ
00:07:49 → 00:07:51ครับคือความดันของท่านจะต้องต่ำกว่า 130
00:07:51 → 00:07:54ในตัวบนแล้วก็ 80 ในตัวล่างจะต้องต่ำกว่า
00:07:54 → 00:07:57นี้นะครับไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่
00:07:57 → 00:07:59ท่านต้องทำให้มันต่ำกว่านั้นมิฉะนั้นโรค
00:07:59 → 00:08:03ไตของท่านก็จะแย่ลงเรื่อยๆนะครับอันที่ 2
00:08:03 → 00:08:06เบาหวานครับถ้าท่านที่มีเบาหวานแล้วดูแล
00:08:06 → 00:08:08ไม่ดีเป้าหวานของท่านก็จะทำให้ไตเสื่อม
00:08:08 → 00:08:11เร็วนะครับหลายๆคนก็จะมีข้ออ้างต่างๆนานา
00:08:11 → 00:08:14ในการที่ไม่อยากจะรับประทานยาไม่อยากจะทำ
00:08:14 → 00:08:16โน่นทำนี่แต่ว่าสุดท้ายแล้วเนี่ยเบาหวาน
00:08:16 → 00:08:18กับความดันมันไม่มันไม่สนใจหรอกครับว่า
00:08:18 → 00:08:22ท่านจะใช้วิธีอะไรมาสนใจแต่ว่ามันควบคุม
00:08:22 → 00:08:24ได้หรือเปล่าเพราะถ้ามันคุมไม่ได้ไตของ
00:08:24 → 00:08:26ท่านก็จะเสื่อมอยู่ดีนะครับดังนั้นโรค
00:08:26 → 00:08:29ประจำตัวต้องคุมให้ได้นะครับอันนี้อันแรก
00:08:29 → 00:08:34เลยอันที่ 2 อย่าไปหายาต่างๆมากินเองนะ
00:08:34 → 00:08:36ครับเพราะว่ายาบางตัวหรือสมุนไพรบางอย่าง
00:08:36 → 00:08:40มันมีผลต่อไตทำให้ไตมันเสียได้นะครับโดย
00:08:40 → 00:08:42เฉพาะอย่างยิ่งยาแก้ปวดกลุ่มที่เรียกว่า
00:08:42 → 00:08:46nsaid นะครับ non stereal and Time
00:08:46 → 00:08:50ยกตัวอย่างเช่น Ibuprofen
00:08:50 → 00:08:54mayoxicam นะครับ
00:08:54 → 00:08:58มีแฟนยังมี Acid หรือว่า ponstan พวกนี้
00:08:58 → 00:09:00เนี่ยนะครับต้องระวังเป็นอย่างยิ่งถ้าจะ
00:09:00 → 00:09:03ทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลนั่นแหละครับที่ดี
00:09:03 → 00:09:06ที่สุดในกรณีแบบนี้ถ้าเป็นตัวอื่นไตของ
00:09:06 → 00:09:08ท่านก็จะเสียเร็วขึ้นต้องระวังในส่วนนี้
00:09:08 → 00:09:12นะครับอย่าไปหายามากินเองนะครับยาแต่ละ
00:09:12 → 00:09:14ตัวเนี่ยบางครั้งมันมีตัวที่ทำให้ไตเสีย
00:09:14 → 00:09:17ได้สมุนไพรหลายๆตัวทำให้ไต่มันเสียได้
00:09:17 → 00:09:20ท่านก็ต้องระวังในตรงนี้นะครับนี่คือข้อ
00:09:20 → 00:09:22ที่ 2 ของการป้องกันไม่ให้เสียเร็วนะครับ
00:09:23 → 00:09:26อันที่ 3 เรื่องของเกลือแร่อย่างที่เมื่อ
00:09:26 → 00:09:29กี้ผมบอกโพสต์แท็กซี่เนี่ยกลับฟอสฟอรัส 2
00:09:30 → 00:09:32ตัวนี้เนี่ยมันมีความสำคัญมากถ้าไตของ
00:09:32 → 00:09:35ท่านมันแย่อยู่แล้วแล้วท่านเอาฟอสฟอรัส
00:09:35 → 00:09:38กับโพแทสเซียมเข้าไปในร่างกายเยอะๆแต่มัน
00:09:38 → 00:09:40ขับไม่ออกก็เกิดปัญหาถูกไหมครับก็แย่ลงนะ
00:09:40 → 00:09:44ครับเราก็ต้องทราบว่าอะไรที่มีแร่ธาตุ 2
00:09:44 → 00:09:47ตัวนี้สูงนะครับ potassium นะครับมันมี
00:09:47 → 00:09:51เยอะเลยนะครับในพวกกล้วยอะโวคาโดนะครับ
00:09:51 → 00:09:55มันสําปะหลังนะครับหรือมันฝรั่งพวกนี้นะ
00:09:55 → 00:09:57ครับมาค่าโพแทสเซียมจะสูงมากท่านก็ต้อง
00:09:57 → 00:10:00ระวังนะครับบางคนชอบกินมันฝรั่งทอดกรอบ
00:10:00 → 00:10:03อันนี้ก็โพแทสเซียมสูงนะครับหรือผักหรือ
00:10:03 → 00:10:04อะไรพวกนี้บางครั้งมันมีโพแทสเซียมสูง
00:10:04 → 00:10:07ท่านจะกินอะไรท่านก็ไปตรวจดูซะก่อนเดี๋ยว
00:10:07 → 00:10:09นี้หาข้อมูลง่ายใน Google ว่า iPad ชนิด
00:10:09 → 00:10:11นั้นที่ท่านจะกินหรือว่าของชิ้นนั้นชิ้น
00:10:11 → 00:10:13นี้เนี่ยที่ท่านจะกินเนี่ยโพแทสเซียมมัน
00:10:13 → 00:10:15สูงหรือเปล่านะครับก็สามารถเปิดหาข้อมูล
00:10:15 → 00:10:18ได้ด้วยเองด้วยตัวเองเลยนะครับต่อมา
00:10:18 → 00:10:22ฟอสฟอรัสมันอยู่มากในอะไรบ้างฟอสฟอรัสมี
00:10:22 → 00:10:25เยอะในนมนะครับในถั่วนะงั้นท่านอาจจะต้อง
00:10:25 → 00:10:27เลี่ยงของพวกนี้ไปหน่อยนะครับแล้วที่หลาย
00:10:27 → 00:10:31คนอาจจะไม่รู้ก็คือพวกน้ำอัดลมโค้กอะไร
00:10:31 → 00:10:34อย่างนี้นะครับมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูงนะ
00:10:34 → 00:10:37ครับท่านไปลองดูที่ขวดของหรือกระป๋องนะ
00:10:37 → 00:10:39ครับของน้ำอัดลมพวกนี้หลายๆครั้งเขาจะ
00:10:39 → 00:10:42เขียนมีเรื่องของกรดฟอสฟอริกอยู่ในนั้นก็
00:10:42 → 00:10:45คือไอ้ฟอสฟอรัสนี่แหละครับมันสูงแล้วท่าน
00:10:45 → 00:10:48กินเยอะๆท่านก็จะมีปัญหาได้นะครับแต่ถ้า
00:10:48 → 00:10:51ท่านจะกินจริงๆก็จะเป็นพวกไดเอทโค้กนะ
00:10:51 → 00:10:54ครับหรือ Zero อะไรอย่างนี้นะครับพวกนั้น
00:10:54 → 00:10:56อาจจะมีกรดฟอสฟอริกต่ำหน่อยนะครับสามารถ
00:10:56 → 00:10:58ทานได้แต่ทานเยอะๆก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดี
00:10:58 → 00:11:01นะครับทานพอประมาณเท่านั้นพอนะครับอันนี้
00:11:01 → 00:11:04คือเรื่องของอาหารที่ท่านจะต้องระวังต่อ
00:11:04 → 00:11:06มาอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของโปรตีน
00:11:06 → 00:11:09เพราะว่าถ้าท่านทานโปรตีนมากจนเกินไปสิ่ง
00:11:09 → 00:11:12ที่จะเกิดขึ้นก็คือมันจะกลายเป็นยูเรีย
00:11:12 → 00:11:16ไนโตรเจนนะครับทำให้ Blood urinetrogen
00:11:16 → 00:11:18หรือ Bun ของท่านสูงและพวกนี้มันก็มี
00:11:18 → 00:11:22ปัญหาต่อร่างกายแต่แต่นะครับตรงนี้มีมี
00:11:22 → 00:11:24แต่เสมอเพราะว่า
00:11:24 → 00:11:26หลายๆคนเนี่ยเวลาเป็นโรคไตก็จะกลัวการรับ
00:11:26 → 00:11:28ประทานโปรตีนเข้าไปเพราะว่าเห็นผมบอกเฮ้ย
00:11:28 → 00:11:31เดี๋ยวมันจะฆ่าฆ่าตัวนี้มันจะสูงขึ้นแล้ว
00:11:31 → 00:11:33เดี๋ยวเราต้องล้างไตนะโปรตีนมันไปจะสะสม
00:11:33 → 00:11:35ในร่างกาย
00:11:35 → 00:11:39อดจนกระทั่งร่างกายขาดโปรตีนอันนั้นน่ะ
00:11:39 → 00:11:42ยิ่งอันตรายกว่าเดิมนะครับท่านไม่ควรจะอด
00:11:42 → 00:11:45โปรตีนนะครับโปรตีนมีในไหนบ้างก็พวกเนื้อ
00:11:45 → 00:11:48สัตว์ต่างๆนะครับอ่าพืชผักพวกนี้ก็มี
00:11:48 → 00:11:51โปรตีนนะครับเนื้อปลาเนื้อสัตว์เนื้อวัว
00:11:51 → 00:11:53เนื้อหมูพวกนี้เนื้อไก่พวกนี้ก็มีโปรตีน
00:11:53 → 00:11:56นะครับในทางการแพทย์เนี่ย
00:11:56 → 00:11:59สมัยก่อนเราเชื่อว่าถ้าเราให้การให้
00:11:59 → 00:12:02โปรตีนน้อยๆในคนที่เป็นโรคไตเนี่ยมันจะ
00:12:02 → 00:12:03ชะลอการเสื่อมของโรคไตได้แต่เดี๋ยวเนี้ย
00:12:03 → 00:12:05ไม่เชื่ออีกต่อไปแล้วนะครับมันไม่จริง
00:12:05 → 00:12:08แล้วนะครับเราให้รับประทานโปรตีนถ้าท่าน
00:12:08 → 00:12:10ไม่เคยคำนวณนะครับเดี๋ยวเนี้ยก็เราก็ให้
00:12:10 → 00:12:14อยู่ที่ประมาณสัก 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อ
00:12:14 → 00:12:16วันนะครับจริงๆพวกนี้ไม่ต้องคำนวณมากก็
00:12:16 → 00:12:19ได้ครับท่านทานอาหารแต่พอประมาณทานให้มัน
00:12:19 → 00:12:21สมดุลเท่าเนี้ยท่านก็ไม่ต้องคิดในเรื่อง
00:12:21 → 00:12:24พวกนี้ให้ปวดหัวแล้วนะครับอ่างั้นอย่า
00:12:24 → 00:12:27หลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนนะครับไม่
00:12:27 → 00:12:29ฉะนั้นท่านก็อาจจะมีปัญหาต่างๆตามมาได้
00:12:29 → 00:12:31ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องรู้
00:12:31 → 00:12:32เหมือนกันนะครับ
00:12:32 → 00:12:35อ่าเราพูดมาถึงตรงนี้เราดูเรื่องของการ
00:12:35 → 00:12:38ควบคุมโรคประจำตัวให้ดีนะครับไม่ไปซื้อยา
00:12:38 → 00:12:41แปลกๆมาทานเองหรือว่าสมุนไพรมาทานเองนะ
00:12:41 → 00:12:44ครับอาหารที่มีฟอสฟอรัสมีโพแทสเซียมสูง
00:12:44 → 00:12:47พยายามเลี่ยงโปรตีนอย่าทานมากจนเกินไปแต่
00:12:47 → 00:12:49ก็ไม่ใช่ว่าไม่ทานเลยเพราะว่าอันนี้
00:12:49 → 00:12:53อันตรายนะครับต่อมาเรื่องของความดันโลหิต
00:12:53 → 00:12:56สูงกับน้ำในร่างกายแล้วก็ความเค็มนะครับ
00:12:56 → 00:12:59ไตเนี่ยมันจะเก็บน้ำไว้เยอะถ้าเราทาน
00:12:59 → 00:13:02เกลือเข้าไปนะครับถ้าเราทานเกลือเข้าไป
00:13:02 → 00:13:04เกลือในที่นี้เนี่ยไม่ใช่หมายความแต่ว่า
00:13:04 → 00:13:07เกลือที่เราเป็นเกลือผงที่เราหยอดๆเข้าไป
00:13:07 → 00:13:10หรือว่าพวกของเค็มๆนะครับซอสต่างๆเท่า
00:13:10 → 00:13:12นั้นนะครับแต่มันยังรวมถึงเครื่องปรุง
00:13:12 → 00:13:15เกือบทุกชนิดเลยนะครับเครื่องปรุงเกือบ
00:13:15 → 00:13:19ทุกชนิดเลยนะฮะอันนี้ถ้าท่านไปกินข้าวนอก
00:13:19 → 00:13:20บ้านเนี่ยนะครับแน่นอนว่าท่านจะได้
00:13:20 → 00:13:23เครื่องปรุงที่มันมีพวกโซเดียมเยอะเช่นผง
00:13:23 → 00:13:26ชูรสต่างๆก็เป็นโซเดียมนะครับถ้าท่านทาน
00:13:26 → 00:13:30อาหารชนิดที่มันเค็มๆก็เป็นโซเดียมถ้า
00:13:30 → 00:13:33ท่านปรุงเช่นใส่ซอสปรุงรสต่างๆนะครับไม่
00:13:33 → 00:13:35ว่าจะเป็นซอสชนิดไหนก็มีโซเดียมอยู่ใน
00:13:35 → 00:13:37นั้นแล้วโซเดียมตัวนี้มาจะทำให้ท่านดูด
00:13:37 → 00:13:39น้ำไว้ในร่างกายเยอะๆน้ำก็จะท่วมในร่าง
00:13:39 → 00:13:42กายได้นะครับตรงนี้ก็ต้องระวังนะครับต้อง
00:13:42 → 00:13:44หลีกเลี่ยงถ้าให้ดีที่สุดก็คือทำอาหารกิน
00:13:44 → 00:13:46เองนี่แหละครับแล้วพยายามอย่าปรุงเยอะถ้า
00:13:46 → 00:13:49ปรุงก็ถ้าพลิกกับพวกมะนาวยังพอได้อยู่
00:13:49 → 00:13:54อย่าไปใส่เยอะนะครับบางคนสอบถามว่าเออมี 2
00:13:54 → 00:13:56ข้อที่จะต้องเข้าใจนะครับอย่างแรกก็คือ
00:13:56 → 00:13:59ว่าเคยมีคนบอกว่าเฮ้ยเราควรจะต้องทาน
00:13:59 → 00:14:02โซเดียมเข้าไปเยอะๆนะมันจะช่วยทำให้ร่าง
00:14:02 → 00:14:04กายของเราเนี่ยมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นนะ
00:14:04 → 00:14:05ครับเคยมีคนพูดแบบนี้เหมือนกันว่าโซเดียม
00:14:05 → 00:14:07จะต้องกินวันละ 5 กรัมอันนี้เป็นความ
00:14:07 → 00:14:09เชื่อที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกอยู่แล้วผม
00:14:09 → 00:14:12เคยชี้แจงไปแล้วว่าทำไมนะครับแต่ว่ามันจะ
00:14:12 → 00:14:15ยิ่งมีความสำคัญมากในคนที่เป็นโรคไตนะ
00:14:15 → 00:14:18ครับเพราะว่าคนที่เป็นโรคไตเนี่ยมันขับ
00:14:18 → 00:14:20น้ำออกไปจากร่างกายได้ยากอยู่แล้วดังนั้น
00:14:20 → 00:14:22ถ้าท่านได้โซเดียมเข้ามาในร่างกายมากขึ้น
00:14:22 → 00:14:25มันจะยิ่งทำให้น้ำสะสมอยู่ในร่างกายของ
00:14:25 → 00:14:27ท่านความดันของท่านก็จะสูงมากขึ้นไตก็จะ
00:14:27 → 00:14:29ไวเร็วมากขึ้นนะครับแล้วท่านก็จะมีโอกาส
00:14:29 → 00:14:33น้ำท่วมในปอดหรือหัวใจวายสูงขึ้นนะครับ
00:14:33 → 00:14:35โซเดียมที่ควรรับประทานในคนที่เป็นโรคไต
00:14:35 → 00:14:38เนี่ยจะต่ำกว่า 2 กรัมต่อวันนะครับซึ่ง
00:14:38 → 00:14:41มันน้อยมากๆเลยนะฮะน้อยมากๆอาหารทั่วๆไป
00:14:41 → 00:14:43ของท่านมันจะมีโซเดียมอยู่ในนั้นอยู่แล้ว
00:14:43 → 00:14:45ถึงแม้ว่ามันจะไม่เค็มก็ตามนะครับก็ต้อง
00:14:45 → 00:14:48ระวังในส่วนนี้ไว้ด้วยนะฮะ
00:14:48 → 00:14:50อันที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับโซเดียมที่
00:14:50 → 00:14:53ท่านจะต้องรู้ไว้ก็คือบางคนถามว่าเอ๊ะ
00:14:53 → 00:14:56เดี๋ยวนี้มันมีเกลือที่ไม่ใช่โซเดียม
00:14:56 → 00:14:58เนี่ยเพิ่มความเค็มเราสามารถทานได้ไหมคำ
00:14:58 → 00:15:01ตอบก็คือถ้าท่านเป็นโรคไตนะครับไม่ได้
00:15:01 → 00:15:03ครับเกลือพวกนั้นเนี่ยมันเป็นเกลือโพด
00:15:03 → 00:15:07แคลเซียมนะผลแคสเซียมมันมีความเค็มแต่
00:15:07 → 00:15:09อย่างที่เมื่อกี้ผมบอกไปไงครับว่าโรคไต
00:15:09 → 00:15:11มันไม่สามารถขับรถแท็กซี่ได้ออกอย่างมี
00:15:11 → 00:15:13ประสิทธิภาพดังนั้นท่านก็จะมีปัญหา
00:15:13 → 00:15:16โพแทสเซียมสูงในร่างกายแล้วมันอันตรายต่อ
00:15:16 → 00:15:19หัวใจได้ครับนั้นตรงนี้ต้องระวังมากๆเลย
00:15:19 → 00:15:23นะครับต้องระวังมากๆนะฮะเรื่องของการดื่ม
00:15:23 → 00:15:25น้ำอันนี้ก็ต้องระวังเหมือนกันดื่มน้ำให้
00:15:25 → 00:15:27เพียงพอนะครับบางคนบอกว่าเป็นโรคไตกลัว
00:15:27 → 00:15:29น้ำเกิดไม่ดื่มเลยอันนี้ไม่ได้นะครับไต
00:15:29 → 00:15:32ของท่านมันต้องการน้ำถ้ามันไม่มีน้ำไตมัน
00:15:32 → 00:15:33ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกันนะครับก็ต้องดื่ม
00:15:33 → 00:15:37น้ำที่เพียงพอแต่ว่ามันแล้วแต่ว่าไตของ
00:15:37 → 00:15:40ท่านเนี่ยมันแย่มากน้อยแค่ไหนนะครับก็
00:15:40 → 00:15:42ต้องคุยกับคุณหมอเพราะบางครั้งคุณหมอเขา
00:15:42 → 00:15:45จะให้จำกัดปริมาณน้ำที่ดื่มได้ในแต่ละวัน
00:15:45 → 00:15:47นะครับเราจะรู้ได้ยังไงว่าน้ำในร่างกาย
00:15:47 → 00:15:50เราเกินหรือไม่เกิดอันนี้สำคัญมาก
00:15:50 → 00:15:53ท่านต้องมีเครื่องวัดน้ำหนักอยู่ที่บ้าน
00:15:53 → 00:15:56ช่างทุกวันเลยครับเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ที่
00:15:56 → 00:15:59น้ำหนักของเราเนี่ยเพิ่มขึ้นเกิน 1
00:15:59 → 00:16:02กิโลกรัมต่อวันนะครับติดต่อกันวันสองวัน
00:16:02 → 00:16:04นั่นแหละครับแปลว่าในร่างกายของท่านมีน้ำ
00:16:04 → 00:16:06เกิดเรียบร้อยแล้วนะครับ
00:16:06 → 00:16:10หลายคนเวลาที่เป็นโรคไตท้ายๆนะครับคุณหมอ
00:16:10 → 00:16:14ก็จะให้ยาขับปัสสาวะมานะครับในวันที่ท่าน
00:16:14 → 00:16:16เริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 1 กิโล
00:16:16 → 00:16:17พรุ่งนี้กลายเป็น 2 กิโลอะไรอย่างนี้นะ
00:16:17 → 00:16:21ครับอันนั้นแปลว่ามันเป็นน้ำหนักจากน้ำ
00:16:21 → 00:16:24ที่เซอะเพิ่มที่เพิ่มขึ้นไปในร่างกายนะ
00:16:24 → 00:16:26ครับท่านอาจจะต้องรับประทานยาขับปัสสาวะ
00:16:26 → 00:16:29เพิ่มนะครับบางทีคุณหมอเขาจะบอกว่าเออวัน
00:16:29 → 00:16:31ไหนที่ท่านมีน้ำหนักที่ขึ้นเร็วแบบนั้น
00:16:31 → 00:16:34เนี่ยให้ท่านทานยากับปัสสาวะเพิ่มจน
00:16:34 → 00:16:36กระทั่งน้ำหนักมันเริ่มลงมาเท่าเดิมแล้ว
00:16:36 → 00:16:38ท่านถึงจะย้อนกลับไปทานเท่าเดิมที่ท่าน
00:16:38 → 00:16:40เคยทานมาก่อนนะครับตรงนี้เป็นทริคเล็กๆ
00:16:40 → 00:16:44น้อยๆซึ่งปกติผมก็ใช้กับคนไข้ของผมนะครับ
00:16:44 → 00:16:47นี่คือเป็นสิ่งที่ท่านควรทำนอกเหนือจาก
00:16:47 → 00:16:49นี้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธี
00:16:49 → 00:16:52แอโรบิค Exercise นะครับที่เราเรียกว่า
00:16:52 → 00:16:54moderate intensity นะครับคือออกกำลัง
00:16:54 → 00:16:56กายให้เหนื่อยปานกลางตลอดเวลานะครับ
00:16:56 → 00:16:59ประมาณสัก 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
00:16:59 → 00:17:02อันนี้ก็เป็นการช่วยชะลอไม่ให้ร่างกายของ
00:17:02 → 00:17:05ท่านแย่ลงไปมากกว่าเดิมได้นะครับตรงนี้
00:17:05 → 00:17:08สำคัญนะครับนอกเหนือจากนี้ก็คือการพัก
00:17:08 → 00:17:09ผ่อนให้เพียงพอทำจิตใจให้ผ่องใสนะครับ
00:17:09 → 00:17:13ท่านทำดังนี้แล้วเนี่ยหลายๆครั้งเลยที
00:17:13 → 00:17:16เดียวที่สามารถทำให้ไตมันดีขึ้นได้โดย
00:17:16 → 00:17:19แล้วก็ไม่ต้องไปล้างไต
00:17:19 → 00:17:23ปัญหาที่ผมเจอบ่อยๆเลยนะครับในคนที่สุด
00:17:23 → 00:17:25ท้ายแล้วต้องล้างไตมันเป็นเพราะว่าไปพลาด
00:17:25 → 00:17:28อะไรสักอย่างที่ผมเล่าไปเมื่อกี้นี้ซึ่ง
00:17:28 → 00:17:31ส่วนใหญ่เนี่ยมันจะมาจากการที่มีข้ออ้าง
00:17:31 → 00:17:35ต่างๆนานาข้ออ้างในการรับประทานอาหารข้อ
00:17:35 → 00:17:37อ้างในการไม่ทำอาหารทานเองข้ออ้างในการ
00:17:37 → 00:17:39บอกว่าอาหารมันไม่อร่อยต้องใส่โน่นใส่นี่
00:17:39 → 00:17:42เข้าไปนะครับข้ออ้างพวกนี้แหละครับที่ทำ
00:17:42 → 00:17:44ให้ไตของท่านเนี่ยมันเสียเร็วขึ้นนะครับ
00:17:44 → 00:17:46ข้ออ้างในการไม่ออกกำลังกายเพราะบอกว่า
00:17:46 → 00:17:48เหนื่อยแล้วเพลียแล้ววันนี้ไม่อยากจะทำ
00:17:48 → 00:17:52อะไรข้ออ้างในการที่ไปหายาแก้ปวดมากินคิด
00:17:52 → 00:17:54ว่าคนนั้นเขาบอกว่าสมุนไพรนี้ชั่วโรคไต
00:17:54 → 00:17:56ได้ก็ไปหามากินสุดท้ายไต่มันแย่ลงนะครับ
00:17:56 → 00:18:00พวกนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมเจอมากับตัวเองว่า
00:18:00 → 00:18:03มันเป็นสาเหตุหลักของการที่โรคไตมันคุม
00:18:03 → 00:18:07ไม่ได้แล้วก็สุดท้ายก็แย่นะครับทีนี้ถ้า
00:18:07 → 00:18:10สมมุติมาถึงขั้นที่เราจำเป็นจะต้องทำการ
00:18:10 → 00:18:13ล้างไตแล้วนะครับเราจะพิจารณาอย่างไรนะฮะ
00:18:13 → 00:18:16อันนี้อาจจะยาวนิดนึงนะครับผมจะเล่าให้
00:18:16 → 00:18:18ฟังถึงว่าขั้นตอนในการพิจารณาเลยนะครับ
00:18:18 → 00:18:22โดยทั่วไปถ้าเรารับประทานยาขับปัสสาวะ
00:18:22 → 00:18:24แล้วปัสสาวะเรามาเริ่มน้อยแล้วเราเริ่มมี
00:18:24 → 00:18:27ปัญหาในการควบคุมเกลือแร่ของเราแล้วมันทำ
00:18:27 → 00:18:29ให้เราต้องคุมอาหารแบบสุดยอดไปเลยนะครับ
00:18:29 → 00:18:32แต่คุมสุดยอดยังไงมันก็ยังไม่ค่อยได้ผล
00:18:32 → 00:18:35ขนาดนั้นอ่ะนะครับกรณีแบบนี้เราถึงต้อง
00:18:35 → 00:18:38เริ่มคุยกันเรื่องของการล้างไตนะครับถ้า
00:18:38 → 00:18:41เราล้างตั้งแต่ตอนที่เรากำลังสบายดีอยู่
00:18:41 → 00:18:44ไม่ค่อยมีโรคประจำตัวไม่ค่อยมีอาการอะไร
00:18:44 → 00:18:48เป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับจำไว้เลยนะครับดี
00:18:48 → 00:18:50ที่สุดล้างไตเร็วในขณะที่ท่านยังไม่ค่อย
00:18:50 → 00:18:53มีอาการเยอะจากโรคไตดีกว่าการที่ไปล้าง
00:18:53 → 00:18:57ตอนที่ท่านมีโรคไตเยอะไปแล้วเหตุผลหลักๆ
00:18:57 → 00:19:00ข้อนึงเลยก็คือว่าถ้าท่านปล่อยให้ไตวาย
00:19:00 → 00:19:02เยอะแล้วก็มีอาการมากแล้วเนี่ยครับเช่นมี
00:19:02 → 00:19:05อาการอ่อนเพลียสะอึกเยอะขึ้นไส้อาเจียนนะ
00:19:05 → 00:19:07ครับทานอาหารไม่ค่อยได้พวกนี้จะมีภาวะ
00:19:07 → 00:19:11ทุพโภชนาการมากกว่าปกติแล้วการล้างไตก็จะ
00:19:11 → 00:19:13เจอปัญหาอะไรเยอะแยะมากๆนะครับมันเหมือน
00:19:13 → 00:19:16กับว่ารอจนร่างกายเราเนี่ยสุดๆไปแล้วเรา
00:19:16 → 00:19:19ถึงค่อยมาล้างไตตรงนั้นอาจจะมีปัญหาดัง
00:19:19 → 00:19:23นั้นส่วนใหญ่ถ้าเราเราเห็นว่าเออสภาพของ
00:19:23 → 00:19:25ไตเราเนี่ยมันเริ่มแย่ลงแล้วก็แนวโน้มจะ
00:19:25 → 00:19:27แย่ลงเนี่ยในอนาคตพวกนี้เราอาจจะพิจารณา
00:19:27 → 00:19:30รีบหลังไปเลยนะครับ
00:19:30 → 00:19:33วิธีในการล้างไตเนี่ยนะครับกับวิธีในการ
00:19:33 → 00:19:35ว่าจะทำยังไงเนี่ยมันมีทั้งหมด 3 อย่าง
00:19:35 → 00:19:38อย่างแรกก็คือล้างล้างแบบล้างเลือดที่
00:19:38 → 00:19:40เรียกว่าฮีโมไดอะซิสนะครับอย่างที่ 2 คือ
00:19:40 → 00:19:42ล้างทางหน้าท้องเฮ้ยตอนนี้เราดายอะไร
00:19:42 → 00:19:45อย่างที่ 3 คือการปลูกถ่ายไตนะครับแบบไหน
00:19:45 → 00:19:49เหมาะกับใครอ่ะปลูกไข่ไตเนี่ยนะครับมัน
00:19:49 → 00:19:53เป็นวิธีที่อ่าได้ผลดีมากๆนะครับแล้วก็
00:19:53 → 00:19:56เราจะปลูกถ่ายไต 1 ข้างโดยที่ไตเนี่ยเรา
00:19:56 → 00:19:59จะฝังไว้ตรงอ่าหน้าท้องตรงท้องน้อยนะครับ
00:19:59 → 00:20:01ไม่ข้างซ้ายก็ข้างขวาก็แล้วแต่คนนะครับ
00:20:01 → 00:20:05แล้วตัวไตตัวนี้เนี่ยแน่นอนว่าเราจะต้อง
00:20:05 → 00:20:08หาไตที่มันเข้ากับเราให้ได้นะครับอันนั้น
00:20:08 → 00:20:10ก็เลยเป็นที่มาของการที่หลายๆคนเนี่ยอาจ
00:20:10 → 00:20:13จะต้องรอการปลูกถ่ายไตนานแม้ในช่วงที่รอ
00:20:13 → 00:20:15เนี่ยบางคนก็อาจจะต้องทำการล้างไตด้วย
00:20:15 → 00:20:19วิธีล้างทางเส้นเลือดไปก่อนนะครับแต่คน
00:20:19 → 00:20:21ไหนที่เหมาะกับการปลูกถ่ายไตก็จะต้องทราบ
00:20:21 → 00:20:22ว่า
00:20:22 → 00:20:26ข้อแรกเราไม่ค่อยมีโรคประจำตัวอะไรเยอะนะ
00:20:26 → 00:20:29มีแต่ปัญหาเรื่องไตเราแข็งแรงพอที่จะรับ
00:20:29 → 00:20:32การผ่าตัดนะครับถ้าเกิดคนไหนที่มีข้อห้าม
00:20:32 → 00:20:35ดังต่อไปนี้ที่ผมจะพูดเนี่ยอาจจะไม่เหมาะ
00:20:35 → 00:20:38กับการปลูกถ่ายไตนะครับข้อแรกถ้าท่านอ้วน
00:20:38 → 00:20:41จนเกินไปนะครับเราจะวัดจากค่า BMI หรือ
00:20:41 → 00:20:42บอดี้ Mask index นะครับเช่นถ้ามันเกิน
00:20:42 → 00:20:4540 เนี่ยอันนี้ผ่ายากมากเลยนะครับแล้วไต
00:20:45 → 00:20:47ก็อาจจะมีปัญหาได้เราจะไม่ทำนะครับจนกว่า
00:20:47 → 00:20:49ท่านจะลดน้ำหนักลงมาให้ได้ซะก่อนนะครับ
00:20:49 → 00:20:52เออแล้วก็ถ้าน้ำหนักมากๆในคนที่เป็นโรคไต
00:20:52 → 00:20:55ไปลดไปเลยนะครับมันจะสามารถช่วยทำให้ชะลอ
00:20:55 → 00:20:57การเสื่อมของไตของท่านได้นะครับอันที่ 2
00:20:57 → 00:21:00ถ้าท่านมีมะเร็งอยู่ในร่างกายนะครับหรือ
00:21:00 → 00:21:02เพิ่งจะหายจากมะเร็งจนส่วนใหญ่เนี่ยถ้า
00:21:02 → 00:21:05ภายใน 5 ปี 5 ปีที่ผ่านมาเนี่ยท่านมี
00:21:05 → 00:21:07มะเร็งภายใน 5 ปีเนี่ยเราจะไม่ทำการปลูก
00:21:07 → 00:21:09ถ่ายไปให้นะครับเพราะว่าเราให้ยากดภูมิ
00:21:09 → 00:21:11ต้านทานและมะเร็งมันจะออกมานะครับแล้วเรา
00:21:11 → 00:21:12ก็แก้ไม่ได้นะครับ
00:21:12 → 00:21:16อันที่ 3 คนที่มีปัญหาทางด้านจิตเวชนะ
00:21:16 → 00:21:18ครับที่คุมไม่ได้นะพวกนี้เราไม่ผ่านอยู่
00:21:18 → 00:21:22แล้วมีปัญหาคุมจิตเวชไม่ได้มีการใช้ยาเสพ
00:21:22 → 00:21:24ติดอยู่นะครับดื่มเหล้าสูบบุหรี่พวกนี้
00:21:24 → 00:21:26เราไม่ทำให้ใช้กัญชาเราก็ไม่ทำให้เหมือน
00:21:26 → 00:21:28กันนะครับคนที่
00:21:28 → 00:21:32มีปัญหาเรื่องของการกินยานะครับเช่นกินยา
00:21:32 → 00:21:35ยากเดี๋ยวลืมบ้างนะครับไม่ค่อยมาตรวจตาม
00:21:35 → 00:21:37นัดพวกนี้เราไม่ปลูกถ่ายไตให้อยู่แล้วนะ
00:21:37 → 00:21:39ครับหรือคนที่สภาพการเป็นอยู่เนี่ยไม่
00:21:39 → 00:21:42ค่อยดีเพราะว่ามันต้องมันต้องกินยากดภูมิ
00:21:42 → 00:21:44ต้านทานดังนั้นถ้าสภาพการเป็นอยู่ของท่าน
00:21:44 → 00:21:46เนี่ยมันไม่สะอาดนะครับท่านก็อาจจะติด
00:21:46 → 00:21:48เชื้อต่างๆตามมาหลังจากการปลูกถ่ายไตได้
00:21:48 → 00:21:51ดังนั้นเราจะไม่ทำให้นะฮะหรือคนที่มีโรค
00:21:51 → 00:21:54หัวใจโรคหลอดเลือดอะไรเยอะๆพวกเนี้ยการ
00:21:54 → 00:21:57ปลูกไข่ตายเนี่ยมันมันมักจะมีปัญหาเราก็
00:21:57 → 00:21:59จะไปทำให้นะครับแต่มันเป็นวิธีที่ดีมากๆ
00:21:59 → 00:22:00นะครับ
00:22:00 → 00:22:03ข้อเสียของมันก็คือท่านจะต้องรับประทานยา
00:22:03 → 00:22:06กดภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต
00:22:06 → 00:22:09ตลอดชีวิตนะครับแล้วกดภูมิต้านทานแน่นอน
00:22:09 → 00:22:12ว่าท่านก็จะป่วยง่ายนะครับกับคนปกติแต่
00:22:12 → 00:22:14เท่าที่ผมดูมาคนไข้ที่ปลูกถ่ายไตของผม
00:22:14 → 00:22:17ทั้งหมดนะครับก็มีชีวิตที่ยืนยาวไม่ได้มี
00:22:17 → 00:22:19ปัญหาอะไรอยู่เป็นสิบๆปีเลยนะครับแล้วบาง
00:22:19 → 00:22:22ทีไปมันอยู่ได้เป็น 10 ปีนะฮะบางคน 20 ปี
00:22:22 → 00:22:25ยังไม่เสียเลยก็มีนะครับงั้นก็เป็นข้อดี
00:22:25 → 00:22:28ของการปลูกถ่ายไตนะฮะทีนี้ถ้าไม่เหมาะสม
00:22:28 → 00:22:30ในการปลูกถ่ายไตหรือว่าท่านเลือกที่จะไม่
00:22:30 → 00:22:32ปลูกถ่ายไตแล้วเนี่ยมันก็จะเหลืออีก 2
00:22:32 → 00:22:35นาทีก็คือการล้างไตทางเลือดกับล้างไตทาง
00:22:35 → 00:22:37หน้าท้องนะครับล้างไตทางเลือดเนี่ยหลายๆ
00:22:37 → 00:22:41คนอาจจะเคยได้ยินนะครับมันก็คือตอนแรก
00:22:41 → 00:22:43เนี่ยเราอาจจะมีการใส่สายเข้าไปในเส้น
00:22:43 → 00:22:45เลือดใหญ่ก็คือเส้นเลือดตรงคอจะมีสายยื่น
00:22:45 → 00:22:48ออกมาอันนึงนะครับเพื่อที่จะล้างไตทาง
00:22:48 → 00:22:51นั้นหรืออีกกรณีหนึ่งก็คือทำเส้นพิเศษที่
00:22:51 → 00:22:53แขนนะครับเรามักจะทำที่แขนแต่มันทำที่
00:22:53 → 00:22:55อื่นก็ได้นะครับแต่ที่แขนเนี่ยมันจะง่าย
00:22:55 → 00:22:58กว่านะครับเราเรียกว่าทำ absitiver หรือ
00:22:58 → 00:23:00AB Grab นะครับตรงนี้ก็เป็นเส้นที่จะ
00:23:00 → 00:23:03ใช้ในการล้างไตแต่ว่าตอนผ่าตัดทำใหม่ๆ
00:23:03 → 00:23:05เนี่ยมันไม่สามารถใช้ได้ทันทีนะครับมัน
00:23:05 → 00:23:07ต้องรอให้เส้นเลือดทุกอย่างมันรักษาตัว
00:23:07 → 00:23:09มันเองจนกระทั่งแข็งแรงดูก่อนนะครับแล้ว
00:23:09 → 00:23:11เราถึงจะล้างทั้งนั้นได้นะครับงั้นโดย
00:23:12 → 00:23:14ทั่วไปเนี่ยบางครั้งเนี่ยเรายังไม่ถึง
00:23:14 → 00:23:16ขั้นต้องล้างไตแต่หมอเขาจะบอกว่าเฮ้ยไปทำ
00:23:16 → 00:23:19เส้นไว้ก่อนเพราะว่ากว่าจะใช้เวลาในการ
00:23:19 → 00:23:21ที่เส้นมันจะใช้ได้เนี่ยมันใช้เวลานานนะ
00:23:21 → 00:23:23ครับบางทีก็เดือน 2 เดือนนะครับกว่าที่
00:23:23 → 00:23:25มันจะใช้ได้ก็ต้องไปทำก่อนแล้วในช่วงนั้น
00:23:25 → 00:23:28ท่านก็ดูแลตัวเองไปนะครับแต่ในกรณี
00:23:28 → 00:23:31ฉุกเฉินท่านก็อาจจะทำเส้นผ่าตัดเส้นไปเลย
00:23:31 → 00:23:33พร้อมกับการที่มีเส้นตรงนี้ตรงคอไว้ล้าง
00:23:33 → 00:23:36ไตพอพอเส้นที่แขนมันใช้ได้เราก็จะดึงเส้น
00:23:36 → 00:23:40ตรงคอออกนะครับข้อที่ต้องรู้เกี่ยวข้อง
00:23:40 → 00:23:42กับการล้างไตทางเส้นเลือดเนี่ยก็คือว่า
00:23:42 → 00:23:45มันต้องทำบ่อยนะครับส่วนใหญ่ 3 วันต่อ
00:23:45 → 00:23:47สัปดาห์นะครับการพูดสูบหรือว่าอังคาร
00:23:47 → 00:23:50พฤหัสเสาร์อะไรอย่างนี้นะครับแล้วก็ครั้ง
00:23:50 → 00:23:53หนึ่ง 4 ชั่วโมงโดยประมาณนะครับข้อเสีย
00:23:53 → 00:23:56ของมันก็คือว่าบางครั้งเนี่ยนะครับตอนที่
00:23:56 → 00:24:00ท่านไปล้างไตเนี่ยบางคนมีอาการความดันตก
00:24:00 → 00:24:02ได้ก็จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนะครับบาง
00:24:02 → 00:24:05คนพอดึงน้ำออกไปเยอะๆจากการล้างไตเนี่ยมี
00:24:05 → 00:24:07อาการเกิดตะคริวเกิดปวดท้องนะครับบางคน
00:24:07 → 00:24:10ตะคริวกินมือกินเท้ากินทั้งตัวเลยนะครับ
00:24:10 → 00:24:13ก็จะทำให้ไม่สามารถที่จะดึงน้ำออกไปจาก
00:24:13 → 00:24:16ร่างกายได้เพียงพอก็จะมีโอกาสเกิดน้ำเกิน
00:24:16 → 00:24:18ในอนาคตได้ท่านก็ต้องไประวังการควบคุม
00:24:18 → 00:24:20อาหารพวกนี้อยู่ดีนะครับงั้นคนที่ล้างไต
00:24:20 → 00:24:22ไม่ได้แปลว่าท่านจะกินอะไรก็ได้นะครับอ่า
00:24:22 → 00:24:25เอาอีกอย่างหนึ่ง Force florus ผมลืมพูด
00:24:25 → 00:24:27ไปเรื่องของพวกไส้กรอกนะต่างๆพวกเนี้ย
00:24:27 → 00:24:29หรืออาหารที่มันแปรรูปทั้งหลายแหล่ก็จะมี
00:24:29 → 00:24:31ฟอสฟอรัสสูงท่านก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยง
00:24:31 → 00:24:34ไว้ด้วยนะครับเพราะฉะนั้นก็ทำให้ไตของ
00:24:34 → 00:24:37ท่านแย่ได้นะครับอ่านี่คือการล้างไตทาง
00:24:37 → 00:24:39เส้นเลือดนะฮะคือมันต้องบ่อยมากอาทิตย์
00:24:39 → 00:24:42นึงหลายครั้งนะครับที่อเมริกาเนี่ยจะมี
00:24:42 → 00:24:44วิธีอย่างนึงก็คือหลังจากเส้นเลือดเหมือน
00:24:44 → 00:24:46กันแต่มันทำที่บ้านผมไม่แน่ใจว่าที่
00:24:46 → 00:24:47ประเทศไทยมีหรือเปล่านะครับที่อเมริกา
00:24:47 → 00:24:51เนี่ยคือสามารถทำล้างไตแบบส่วนใหญ่ก็จะทำ
00:24:51 → 00:24:54กลางคืนเวลาที่เรานอนเนี่ยนะบางทีก็ 6
00:24:54 → 00:24:55ชั่วโมงบางทีก็ 8 ชั่วโมงทั้งคืนเนี่ย
00:24:55 → 00:24:58ตื่นมาตอนเช้าก็เอาออกแล้วก็ไปทำอะไรได้
00:24:58 → 00:25:00เหมือนปกตินะครับนั่นคือการล้างไตทางเส้น
00:25:00 → 00:25:02เลือดที่ทำได้เองที่บ้านแต่ที่ไทยน่าจะ
00:25:02 → 00:25:04ลำบากอยู่พอสมควรนะครับเพราะว่ามันจะต้อง
00:25:04 → 00:25:07มีการฝึกสอนว่าทำยังไงนะครับ
00:25:07 → 00:25:09แล้วถ้าล้างไตทางเส้นเลือดเนี่ยส่วนใหญ่
00:25:09 → 00:25:12เราก็ไม่ต้องสอนอะไรคนไข้มากเพราะว่าคน
00:25:12 → 00:25:14ที่จะทำการล้างให้เราเนี่ยนะครับเขามี
00:25:14 → 00:25:16ความรู้แล้วก็จัดการให้เราดีอยู่แล้วนะ
00:25:16 → 00:25:19ครับอันนี้ก็จะเหมาะกับทั่วๆไปนะฮะ
00:25:19 → 00:25:22อีกวิธีหนึ่งในการล้างก็คือล้างทางหน้า
00:25:22 → 00:25:22ท้อง
00:25:22 → 00:25:26ล้างทางหน้าท้องจะมีการเจาะรูทางหน้าท้อง
00:25:26 → 00:25:30นะครับเพื่อที่จะเอาตัวน้ำที่ล้างไตใส่
00:25:30 → 00:25:33เข้าไปในช่องท้องนะครับแล้วน้ำที่ทางใต้
00:25:33 → 00:25:36เนี่ยมันก็จะดึงเอาพวกสิ่งที่มันเป็นพิษ
00:25:36 → 00:25:38ต่างๆออกมาจากเลือดของเราจากหน้าท้องนะ
00:25:38 → 00:25:40ครับแล้วก็เอาน้ำตรงนี้ไปเททิ้งนะครับ
00:25:40 → 00:25:43แล้วก็จะใส่น้ำใหม่เข้าไปทำอย่างนี้ซ้ำๆ
00:25:43 → 00:25:45กันเรื่อยๆโดยทั่วไปก็ต้องทำทุกวันนะครับ
00:25:45 → 00:25:48ตอนอยู่ที่อยู่ที่บ้านนะครับแต่ว่าอันนี้
00:25:48 → 00:25:51คือคนที่จะล้างเนี่ยจะต้องมาเรียนวิธีนะ
00:25:51 → 00:25:55ครับอาจจะทำการล้างมันจะมีการใช้มือในการ
00:25:55 → 00:25:57เทน้ำเข้าออกนะครับกับอีกแบบนึงจะใช้
00:25:57 → 00:25:59เครื่องที่เรียกว่า Cycle นะครับเราทำ
00:25:59 → 00:26:01เวลากลางคืนก็ได้หรือบางทีก็อาจจะต้องทำ
00:26:01 → 00:26:04ในช่วงกลางวันนะครับอันนี้ก็จะเป็นสิ่ง
00:26:04 → 00:26:07หนึ่งซึ่งคนที่เขาไม่อยากจะไปที่ที่ล้าง
00:26:07 → 00:26:09ไตบ่อยๆน่ะเขาก็เลือกวิธีนี้เพราะมัน
00:26:09 → 00:26:11สามารถทำเองที่บ้านได้ก็ยังสามารถไปนู่น
00:26:11 → 00:26:14ไปนี่ได้นะครับอ่าแล้วมันจะเหมาะในคนที่
00:26:14 → 00:26:18ยังพอมีไตที่ทำงานได้บ้างคือยังมีปัสสาวะ
00:26:18 → 00:26:20ออกบ้างนะครับอ่าอันนี้จะเหมาะกว่านะครับ
00:26:20 → 00:26:22เพราะว่าเราจะได้ทั้ง
00:26:22 → 00:26:25หน้าที่ของไตยังพอทำงานได้แล้วเราก็เสริม
00:26:25 → 00:26:27มาด้วยการล้างไตทางหน้าท้องนะครับแต่แน่
00:26:27 → 00:26:30นอนการล้างไตทางหน้าท้องข้อเสียของมันก็
00:26:30 → 00:26:32มีเหมือนกันนะครับคือมันอาจจะมีโอกาสติด
00:26:32 → 00:26:35เชื้อเข้าไปในช่องท้องได้ง่ายขึ้นนะครับ
00:26:35 → 00:26:37ถ้าเกิดคนไหนล้างไตแล้วก็ไม่สะอาดเนี่ย
00:26:37 → 00:26:39ติดเชื้อเข้าไปได้ง่ายขึ้นแน่ๆนะครับแล้ว
00:26:39 → 00:26:41ส่วนใหญ่ก็จะมักจะมีการติดเชื้อให้เรา
00:26:41 → 00:26:44เห็นอยู่เรื่อยๆนะครับถ้าติดเชื้อครั้ง
00:26:44 → 00:26:46หนึ่งแล้วเนี่ยมันมักจะมีครั้งต่อไปได้
00:26:46 → 00:26:49ง่ายขึ้นกว่าเดิมนะครับอีกกรณีหนึ่งคือ
00:26:49 → 00:26:51น้ำที่อยู่ในช่องท้องเนี่ยมันมีความดัน
00:26:51 → 00:26:53มันอาจจะทำให้ท่านเกิดไส้เลื่อนได้นะครับ
00:26:53 → 00:26:55ผนังหน้าทองของท่านมันมีการเจาะรูอะไร
00:26:55 → 00:26:58เงี้ยนะครับจากการที่ท่านต้องล้างไตไอ้
00:26:58 → 00:26:59ที่เจาะเนี่ยมันจะติดกระทั่งไปตลอดนะครับ
00:26:59 → 00:27:03มันก็ทำให้บางคนมีไส้เลื่อนได้บางคนมีน้ำ
00:27:03 → 00:27:05เนี่ยจากในช่องท้องมันเซาะเข้าไปในช่อง
00:27:05 → 00:27:07เยื่อหุ้มปอดก็เกิดเป็นน้ำในช่องเยอะหุ้ม
00:27:07 → 00:27:11ปอดได้นะครับพวกนี้ก็ก็ต้องไปดูแลรักษานะ
00:27:11 → 00:27:15ครับดังนั้นนี่ก็คือปัญหาของการล้างไตทาง
00:27:15 → 00:27:17หน้าท้องนะครับส่วนคนไหนเหมาะกับแบบไหน
00:27:17 → 00:27:19เนี่ยอาจจะต้องไปคุยกับคุณหมอนะครับโดย
00:27:19 → 00:27:22เราจะเลือกจากเอ่อคนไข้อยากล้างไตมั้ยมัน
00:27:22 → 00:27:24จำเป็นจะต้องล้างหรือเปล่าและวิธีไหน
00:27:24 → 00:27:26เหมาะที่สุดนะครับสภาพการใช้ชีวิตเป็น
00:27:26 → 00:27:29อย่างไรดูแลตัวเองได้ไหมถ้าเกิดมีความรู้
00:27:29 → 00:27:31สึกหน่อยนะบางครั้งเอ่อก็อาจจะเลือกการ
00:27:31 → 00:27:33ล้างทางหน้าท้องถ้าเกิดว่าเราไม่ต้องการ
00:27:33 → 00:27:35ที่จะไปตามศูนย์การล้างไตอย่างเงี้ยนะ
00:27:36 → 00:27:39ครับอ่าแบบนี้เป็นต้นนะครับเราก็จะมีการ
00:27:39 → 00:27:41เราสามารถควบคุมเวลาควบคุมการล้างไตได้ดี
00:27:41 → 00:27:45กว่านะครับอันนี้ก็เป็นคร่าวๆนะครับ
00:27:45 → 00:27:48เกี่ยวข้องกับโรคไตวายเรื้อรังนะครับนอก
00:27:48 → 00:27:50จากนี้ก็คือไม่ว่าท่านจะเลือกวิธีไหนก็จะ
00:27:50 → 00:27:52เป็นจะต้องดูแลตัวเองแล้วก็รักษากับคุณ
00:27:52 → 00:27:55หมอนะครับโอ้อีกอย่างหนึ่งซึ่งผมเริ่มพูด
00:27:55 → 00:27:59ไปก็คือเรื่องของการการที่ร่างกายของเรา
00:27:59 → 00:28:02เนี่ยมีโลหิตจางนะครับพวกนี้โลหิตจางอาจ
00:28:02 → 00:28:04จะต้องฉีดยาเพิ่มเลือดนะครับโดยทั่วๆไป
00:28:04 → 00:28:06ฉีดยาเพิ่มเลือดเรามักจะมาฉีดตอนที่เรามา
00:28:06 → 00:28:08ล้างไตนี่แหละครับหรือบางคนก็เอาไปฉีดเอง
00:28:08 → 00:28:12ที่บ้านได้นะครับแล้วก็มีสิ่งที่เราต้อง
00:28:12 → 00:28:14ดูอยู่เรื่อยๆนะครับว่าจะต้องทำยังไงกับ
00:28:14 → 00:28:17มันนะฮะตรงนี้ก็สำคัญดังนั้นเวลาที่เรา
00:28:17 → 00:28:19เป็นไตวายเรื้อรังนะครับ
00:28:19 → 00:28:23จากจะป้องกันไม่ให้เราต้องล้างไตต้องคุม
00:28:23 → 00:28:26โรคประจำตัวให้ดีเมื่อวานความดันไขมันคุม
00:28:26 → 00:28:28ให้ดีโรคอ้วนคุมให้ดีนะครับ
00:28:28 → 00:28:31ไม่ไปซื้อยาต่างๆมาทานเองโดยเฉพาะยาแก้
00:28:31 → 00:28:35ปวดเอ็นเศษสนะครับไม่ไปหาสมุนไพรอะไร
00:28:35 → 00:28:36ประหลาดๆมากินนะครับ
00:28:36 → 00:28:40ต่อมาก็คือว่าท่านจะต้องระวังอาหารบาง
00:28:40 → 00:28:43ชนิดที่มันมีโพแทสเซียมสูงฟอสฟอรัสสูงนะ
00:28:43 → 00:28:45ครับอ่า
00:28:45 → 00:28:49อันที่ 4 เราวางอาหารเค็มเรื่องของน้ำใน
00:28:49 → 00:28:52ร่างกายต่างๆพวกนี้สำคัญมากๆนะครับออก
00:28:52 → 00:28:55กำลังกายให้สม่ำเสมอ Modern intensity
00:28:55 → 00:28:56Exercise ออกกำลังกายให้พอเหนื่อยอย่าง
00:28:56 → 00:28:59นี้ประมาณสัก 30 นาทีต่อวันนะครับอันนี้
00:28:59 → 00:29:01สำคัญมากลดความเครียดต่างๆให้เรียบร้อย
00:29:01 → 00:29:04แล้วก็ตรวจดูค่าไตของท่านอย่างสม่ำเสมอนะ
00:29:04 → 00:29:06ครับถ้ามันจำเป็นจะต้องล้างไตคือค่าไตของ
00:29:06 → 00:29:08ถ้ามันแย่ลงเรื่อยๆอย่างนี้ท่านก็อาจจะ
00:29:08 → 00:29:11ต้องเตรียมตัวนะครับแล้วก็ลองคุยกับคุณ
00:29:11 → 00:29:13หมอที่รักษาว่าเออเราจะต้องล้างไตหรือ
00:29:13 → 00:29:16เปลี่ยนไตเราเหมาะกับวิธีไหนก็ลองคุยกัน
00:29:16 → 00:29:18ดูนะครับโอเควันนี้ก็พูดมายาวนะครับวัน
00:29:18 → 00:29:20นี้แค่นี้ละกันนะครับขอบคุณมากครับสวัสดี
00:29:20 → 00:29:22ครับ