00:00:44 → 00:00:46คุณหมอดำมากเลย
00:00:46 → 00:00:47อยากเปลี่ยนสีผิวหรอคะ
00:00:47 → 00:00:52อยากสิค่ะคุณหมอช่วงนี้วิ่งจนดำคนละสีหน้าสีคอสีตัวสีนึง
00:00:52 → 00:00:54แต่เราเปลี่ยนสีผิวได้หรอคะ คุณหมอ
00:00:54 → 00:00:57อยากรู้ก็ต้องติดตามรายการของเราค่ะ
00:00:58 → 00:01:01คุณหมอเกริ่นขนาดนี้งั้นเราเข้ารายการเลย ทักทายคุณผู้ชมกัน
00:01:01 → 00:01:03สวัสดีค่ะ
00:01:03 → 00:01:06มาแล้วค่ะรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:01:06 → 00:01:08เรามีนัดกันทุกวันอาทิตย์บ่ายโมงตรงแบบนี้
00:01:08 → 00:01:12เปิดมาเนชั่นทีวีช่อง 22ก็จะเห็นหน้าเราสองคนลั้นลา
00:01:12 → 00:01:20แฟนๆบอกว่าเป็นแฟนรายการเราเพราะว่าคุณหมอเล่าเรื่องที่เป็นสาระให้ฟังง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ
00:01:20 → 00:01:22ถือว่าเป็นคำชมนะเนี่ย
00:01:22 → 00:01:26เพราะฉะนั้นวันนี้สาระที่นำมาฝากคุณผู้ชมเกี่ยวข้องกับสีผิวหรอคะคุณหมอ
00:01:26 → 00:01:27ใช่แล้วค่ะ
00:01:27 → 00:01:31เรามาดูกันดีกว่าว่าจริงๆแล้วสีผิวมันเปลี่ยนได้รึเปล่า
00:01:31 → 00:01:33นั้นอะสิคะแล้วเปลี่ยนด้วยวิธีอะไร
00:01:33 → 00:01:33ใช่แล้วค่ะ
00:01:33 → 00:01:35ต้องมาติดตามกันนะคะ
00:01:37 → 00:01:38หมอชวนคุยช่วงที่ 1
00:01:38 → 00:01:43สบับสนุนโดยนวัตกรรมกันแดดใหม่สำหรับเด็กและทารก
00:01:43 → 00:01:48ใน HELIOCARE ที่ปกป้องแสงได้ทุกรังสีด้วย Fernblock เทคโนโลยี
00:01:51 → 00:01:55กลับมาติดตามกันต่อในช่วงนี้หมอชวนคุยของเราคุณผู้ชม
00:01:55 → 00:01:59ช่วงแรกสบับสนุนโดยนวัตกรรมกันแดดใหม่สำหรับเด็กและทารก
00:01:59 → 00:02:04ใน HELIOCARE ที่ปกป้องแสงได้ทุกรังสีด้วย Fernblock เทคโนโลยี
00:02:04 → 00:02:08จะบอกว่าตัวนี้ได้รับงานวิจัยแล้วก็ได้รับการยืนยันนะคะ
00:02:08 → 00:02:11จากนักวิจัยฮาเวิร์ดอเมริกาเลยนะคะคุณหมอ
00:02:11 → 00:02:19นับว่าเป็นกันแดดในไม่กี่ยี่ห้อนะคะซึ่งเป็นกันแดดที่มีงานวิจัยซัพพอร์ตแบบเยอะมาก
00:02:20 → 00:02:22คือเขาวิจัยในสิ่งดีๆมาให้เรา
00:02:22 → 00:02:25ก็อยากแนะนำคุณผู้ชมแล้วก็บอกต่อนะคะ
00:02:25 → 00:02:26ของดีต้องบอกต่อ
00:02:26 → 00:02:32ชอบคุณหมอพูดถ้าเกิดมันมีงานวิจัยยืนยันแล้วมันดีเราก็อยากจะให้คนได้ใช้สิ่งดีๆกันนะคะ
00:02:32 → 00:02:33ถูกต้อง
00:02:33 → 00:02:35ก็ขอบคุณสำหรับผู้สนับสนุนใจดีของเราด้วย
00:02:36 → 00:02:38พูดถึงเรื่องที่เราจะพูดคุยกันวันนี้
00:02:38 → 00:02:42คุณหมอจะชวนเราคุยเรื่องของการเปลี่ยนสีผิว
00:02:42 → 00:02:43ถูกแล้วค่ะ
00:02:43 → 00:02:49ก่อนอื่นเราต้องไปดูกันก่อนว่าอะไรที่มันทำให้สีผิวของแต่ละคนแตกต่างกันละคะคุณหมอ
00:02:49 → 00:02:54จริงๆแล้วมันแตกต่างจากเรื่องของพันธุกรรมจริงๆคือร้อยพ่อร้อยแม่จริงๆ
00:02:54 → 00:02:58นี่คือเป็นปัจจัยภายในซึ่งทำให้สีผิวของคนต่างกัน
00:02:58 → 00:02:59ค่ะ
00:02:59 → 00:03:02คือนอกจากพันธุกรรมแล้วเนี่ยมันก็ยังขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของเขาด้วย
00:03:02 → 00:03:07สีผิวมันถูกกระตุ้นโดยแสงแดดแล้วก็ทำให้มีการสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้น
00:03:07 → 00:03:07ค่ะ
00:03:07 → 00:03:12การสร้างของเม็ดสีแต่ละเชื้อชาติเขาก็มีความต่างกันด้วย
00:03:12 → 00:03:18คือต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้วจำนวนของเม็ดสีในผิวหนังในมนุษย์จำนวนไม่ค่อยต่างกัน
00:03:18 → 00:03:27ไอที่ต่างก็คือเรื่องของการทำงาน การทำงานที่มันต่างกันแล้วก็ตัวที่เป็นตัวสร้างเม็ดสี
00:03:27 → 00:03:29เขาจะมีตัวคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน
00:03:29 → 00:03:35ในผิวหนังของคนเราหรือผิวหนังของมนุษย์ที่ทำให้เกิดสีผิวก็คือเรียกว่าตัวสร้างเม็ดสีนะคะ
00:03:35 → 00:03:40ก็คือเมลาโนไซต์ตัวสร้างเม็ดสีที่จะสร้างเม็ดสีขึ้นมาคือตัวเมลานิน
00:03:40 → 00:03:46ซึ่งจริงแล้วอะมันเป็นตัวปกป้องผิวตามธรรมชาติสีผิวมันทำให้เราถูกทำลาย
00:03:47 → 00:03:53จากแสงแดดน้อยลงงั้นจะสังเกตุว่าคนที่เป็นคนขาวหรือคนคอเคเซียนคนขาวทั้งหลาย
00:03:53 → 00:03:54ที่เป็นผิวขาวๆทั้งหลาย
00:03:54 → 00:04:00พวกนี้เซลล์จะถูกทำลายจากแสงUVมากกว่าคนที่มีสีผิวเข้ม
00:04:00 → 00:04:03เขาเลยมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังมากกว่าเรา
00:04:05 → 00:04:13ตัวสร้างเม็ดสีเขาก็จะมีถุงที่เป็นตัวเก็บตัวเม็ดสีอยู่ซึ่งตัวเก็บเม็ดสีเขาจะมีอยู่2สีนะคะ
00:04:13 → 00:04:19ก็คือจะมีตัวเก็บเม็ดสีที่สร้างออกมาเป็นสีดำนะคะเป็นสีดำเป็นสีน้ำตาลนะคะ
00:04:19 → 00:04:22กับถุงอีกแบบนึงนะคะซึ่งจะมีลักษณะที่เป็นสีอ่อนกว่า
00:04:22 → 00:04:32งั้นถ้าสมมุติว่าเป็นในกลุ่มของคนเอเชียหรือคนสีผิวเขาจะมีตัวถุงที่เก็บเม็ดสีที่ขนาดใหญ่กว่า
00:04:32 → 00:04:40เพราะฉะนั้นแล้วในกลุ่มที่เป็นกลุ่มที่มีสีผิวก็จะมีสี สีเข้มมากกว่าในกลุ่มของคนผิวขาว
00:04:40 → 00:04:40ค่ะ
00:04:40 → 00:04:47แต่ว่าปัญหาคือว่าในสีผิวของมนุษย์คุณแนนมันไม่ได้มีแต่เมลานินเป็นเม็ดสีน้ำตาลดำอย่างเดียว
00:04:47 → 00:04:47ค่ะ
00:04:47 → 00:04:52มันยังมีสีแดงที่มาจากหลอดเลือดจะให้ลักษณะที่เป็นสีแดงสีชมพูได้
00:04:53 → 00:04:56อีกกลุ่มนึงก็จะเป็นสีเหลืองที่เป็นสีของน้ำดี
00:04:56 → 00:04:56ค่ะ
00:04:56 → 00:04:59คุณแนนเห็นไหมคนที่ป่วยมันจะมีเม็ดสี
00:04:59 → 00:05:00เห็นเลยว่าเหลือง
00:05:00 → 00:05:01เห็นเป็นสีเหลือง
00:05:01 → 00:05:02ใช่
00:05:02 → 00:05:06ตับถุงน้ำดีทำงานผิดปกติก็จะมีการคั่งของน้ำดีอันนี้ก็แสดงให้เกิดโรค
00:05:06 → 00:05:06ค่ะ
00:05:06 → 00:05:11หรือบางคนมาจากการรับประทานพวกมะละกอฟักทอง
00:05:11 → 00:05:14ก็จะเห็นว่ามีตัวที่เป็นแคโรทีนแคโรทีนอยด์อยู่เยอะ
00:05:14 → 00:05:17แล้วก็จะไปสแตนอยู่ที่สีผิวเหมือนกัน
00:05:17 → 00:05:21นอกจากนี้แล้วเนี่ยอีกอันที่เราต้องรู้คือในขบวนการสร้างเม็ดสีคุณแนน
00:05:21 → 00:05:24มันจะต้องประกอบไปด้วยเอนไซม์เขาเรียกว่าเอนไซม์ไทโรซิเนส
00:05:24 → 00:05:28ซึ่งมันจะเป็นตัวที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีต่างๆ
00:05:29 → 00:05:32แล้วกระตุ้นทำให้เกิดมีการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมา
00:05:32 → 00:05:35งั้นอะไรก็ตามที่ไปบล็อคตัวเอนไซม์ตัวนี้
00:05:35 → 00:05:37มันจะทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีไม่ได้
00:05:38 → 00:05:43เหมือนเวลารักษาฝ้าเราจะต้องหายาอะไรก็ตามที่ไปบล็อคเอนไซน์ตัวนี้
00:05:43 → 00:05:50เพื่อจะทำให้มันสร้างเม็ดสีได้น้อยลงหรือในมนุษย์เวลาที่มีการกระตุ้นจากรังสีเวลาที่เราโดนแดด
00:05:50 → 00:05:53สมมุติว่าเราโดนUVAนะคะ
00:05:53 → 00:05:59ที่เกิดขึ้นหลังจากโดนUVAคือตัวUVAเนี่ยคุณแนนรู้ไหมสามารถที่จะกระตุ้นตัวสร้างเม็ดสี
00:05:59 → 00:06:03ให้สร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้นมาได้นั้นผิวก็ดำ
00:06:03 → 00:06:10นอกจากUVAจะทำให้มันมีการสร้างเมลานินเยอะขึ้นสีผิวเข้มขึ้นทำงานเยอะขึ้นตัวUVBก็เหมือนกัน
00:06:10 → 00:06:16มันจะทำให้การทำงานของตัวสร้างเม็ดสีกับตัวเซล์ผิวมันทำงานได้ดี
00:06:17 → 00:06:25งั้นมันก็จะทำให้คนกลุ่มที่มีผิวเข้มหรือผิวคล้ำก็จะมีปริมาณเมลานินมากกว่าคนที่เป็นผิวขาว
00:06:25 → 00:06:32นอกจากนี้ยังมีเรื่องอาหารอีกอาหารแร่ธาตุบางอย่าง อย่างเช่นพวก ทองแดง สังกะสี
00:06:32 → 00:06:35หรือกลุ่มพวกธาตุเหล็กพวกนี้
00:06:35 → 00:06:38มันจะกระตุ้นทำให้มีการสร้างสีเมลานินได้มากขึ้น
00:06:38 → 00:06:38ค่ะ
00:06:38 → 00:06:44คือทั้งหมดมันก็จะกระตุ้นทำให้มันเกิดความแตกต่างของสีผิวได้
00:06:44 → 00:06:49เราทราบกันไปแล้วว่าความแตกต่างของสีผิวของแต่ละคนของแต่ละเชื้อชาติเป็นยังไง
00:06:49 → 00:06:54และมีปัจจัยอะไรที่มากระตุ้นให้สีผิวเนี่ยมันเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
00:06:54 → 00:07:00ปัญหาสำคัญตามหัวข้อที่เราคุยกันในวันนี้ก็คือแล้วถ้าเราอยากเปลี่ยนสีผิวมันเปลี่ยนได้จริงไหม
00:07:00 → 00:07:05แล้วถ้าได้มันทำด้วยวิธีอะไรพักสักครู่เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาหาคำตอบเรื่องนี้กันค่ะ
00:07:05 → 00:07:06ค่ะ
00:07:06 → 00:07:11ช่วงที่2 ของหมอชวนคุยคุณผู้ชมค่ะช่วงนี้สนับสนุนโดยออติซิน
00:07:11 → 00:07:14ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:07:14 → 00:07:18คุณหมอค่ะมาถึงช่วงไฮไลท์ของเรากันแล้วกับคำถามเด็ดที่คุณผู้ชมรออยู่นั้นก็คือ
00:07:18 → 00:07:23อยากเปลี่ยนสีผิวมันเปลี่ยนได้จริงไหมแล้วมันทำได้ยังไงคะคุณหมอ
00:07:23 → 00:07:29คือจริงๆแล้วเนี่ยการที่จะเปลี่ยนสีผิวนั้นหมายความว่า 1ตัวสร้างเม็ดสีของเราต้องทำงานน้อยลง
00:07:29 → 00:07:29ค่ะ
00:07:30 → 00:07:35หรือตัวสร้างทำงานเท่าเดิมแต่มีการเร่งการผลัดพวกเม็ดสีออกไป
00:07:35 → 00:07:43เวลาที่ตัวสร้างเม็ดสีมันสร้างสีผิวมันจะค่อยๆขยับเขยื้อนจากผิวด้านในขึ้นมาจนกระทั่ง
00:07:43 → 00:07:44เป็นผิวด้านนอกแล้วก็หลุดออกค่ะ
00:07:44 → 00:07:49หรือเมื่อตอนต้นรายการเราพูดกันถึงเรื่องเอนไซน์ เอนไซน์ไทโรซิเนสที่จะเป็นตัวกระตุ้น
00:07:49 → 00:07:55ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีเอนไซน์ตัวนี้มันต้องไม่ทำงานทำให้ผิวเราขาวขึ้น
00:07:55 → 00:08:01จริงๆแล้วมันมีทั้งจากที่คุณคล้ำทำให้มันขาวขึ้นหรือเม็ดสีที่ขาวแล้วทำให้ดำขึ้นนะคะ
00:08:01 → 00:08:04อย่างเช่นเป็นโรคด่างขาวนั้นคือทำให้สีผิวขาวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
00:08:04 → 00:08:11ถ้ามาดูในเรื่องของตัวที่เราใช้อย่างเช่นยาในกลุ่มที่เป็นยาทา
00:08:11 → 00:08:17หรือเป็นครีมที่เป็นครีมทาที่มีส่วนผสมในการที่ไปทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีน้อยลง
00:08:18 → 00:08:23พวกนี้ก็จะใช้ในกลุ่มของการรักษาฝ้าหรือการรักษารอยดำต่างๆ
00:08:23 → 00:08:27ก็อาจจะมียาในกลุ่มไฮโดรควิโนนถือว่าเป็นโกลด์สแตนดาร์ทคือเป็นการรักษามาตรฐาน
00:08:27 → 00:08:29ของการรักษาฝ้า
00:08:29 → 00:08:29ค่ะ
00:08:29 → 00:08:34แต่ถ้าในปริมาณที่ไม่สูงมากอันนี้จริงๆแล้วไฮโดรควิโนนถือว่าเป็นสารทางการแพทย์
00:08:34 → 00:08:40ที่สำคัญที่ไปยับยั้งเอนไซน์ที่เราพูดถึงเมื่อกี้นี้เอนไซม์ทาโรเซเนสก็เลยทำให้การสร้างเม็ดสี
00:08:40 → 00:08:43น้อยลงนั้นคือผิวเวลาคุณทาไปเรื่อยๆผิวก็จะขาวขึ้น
00:08:43 → 00:08:47ส่วนอีกตัวอื่นๆที่มีการใช้ก็จะได้แก่อย่างเช่นอาบูติน
00:08:47 → 00:08:51มีอนุพันธ์คล้ายกับไฮโดรควิโนนอันนี้ผลข้างเคียวจะน้อยกว่า
00:08:51 → 00:08:57ไฮโดรควิโนนถ้าใช้ไปนานๆบางทีผิวมันมีสีด่างอาบูตินพวกนี้ค่อนข้างจะปลอดภัย
00:08:57 → 00:09:01แล้วก็ตัวมันเองมันสามรถจะลดการทำลายผิวจากสารอนุมูลอิสระ
00:09:01 → 00:09:06หรือลดสีผิวที่มันเข้มขึ้นจากเราไปตากแดดอะไรพวกนี้ได้
00:09:06 → 00:09:11แต่ว่าต้องใช้ระยะเวลานานกว่าการใช้ยาในกลุ่มไฮโดรควิโนน
00:09:11 → 00:09:14นอกจากนนี้ยังมีตัวอื่นๆอีกอย่างเช่นสารปรอท
00:09:14 → 00:09:18สารปรอทเป็นอะไรที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันมีผลข้างเคียงเพราะฉะนั้นเป็นสารห้ามใช้
00:09:18 → 00:09:22ในการผลิตพวกเครื่องสำอางก็คือไม่ใช้เพราะว่ามันเป็นอันตราย
00:09:22 → 00:09:22ค่ะ
00:09:23 → 00:09:28ตัวที่ยังมีการใช้กันอยู่ก็ได้แก่กลุ่มของชะเอมรากชะเอมหรือริสคอริสแฮคแทก
00:09:28 → 00:09:35ตัวนี้เนี่ยก็ยังมีตัวสารประกอบคือกลุ่มของGlabridinซึ่งมันในรากชะเอม
00:09:35 → 00:09:38อันนี้เขาเอามาใช้ในการลดการสังเคราะห์เม็ดสีได้
00:09:38 → 00:09:44หรือในกลุ่มของวิตามินซีเอามาใช้ในการยับยั้งเอนไซน์เมื่อสักครู่นี้ในการสร้างเม็ดสีทำให้มันลดลง
00:09:44 → 00:09:46ผิวก็จะขาวขึ้นได้นะคะ
00:09:46 → 00:09:54หรือการใช้สเตียรอยด์ก็มีเหมือนกันแต่จริงๆสเตียรอยด์มันมีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างสารเคมี
00:09:54 → 00:09:57ที่ไปลดการอักเสบนะคะแล้วก็เลยทำให้การสร้างเม็ดสีลดลง
00:09:57 → 00:10:00แต่ว่าอันนี้ไม่ควรใช้มันเป็นสารที่ห้ามใส่ในเครื่องสำอาง
00:10:00 → 00:10:04ตัวที่มีการใช้อีกกลุ่มนึงก็คือกลุ่มที่เวลาสีผิวมันเข้มขึ้นแล้ว
00:10:04 → 00:10:11มันยังมียาที่ไปเร่งการแบ่งเซลล์เร่งการผลัดเซลล์ผิวออกไปนะคะ
00:10:11 → 00:10:14คือกลุ่มพวกวิตามินเอหรือRetinoid
00:10:14 → 00:10:18พวกนี้ก็จะไปรบกวนกระบวนการสร้างเม็ดสีแล้ววิตามินเอ
00:10:18 → 00:10:19มันยังมีข้อดีหลายอย่างมากๆ
00:10:19 → 00:10:20ค่ะ
00:10:20 → 00:10:26พอเป็นการผลัดเซลล์ผิวปุ๊บมันก็จะช่วยเร่งเอาพวกเซลล์ผิวที่มันเสียออกไปยกตัวอย่างเช่น
00:10:26 → 00:10:30เซลล์ผิวที่เริ่มกลายเป็นมะเร็งหรือเริ่มกลายเป็นเซลล์ไม่ดีก็จะถูกผลัดออกไป
00:10:30 → 00:10:34แต่มันก็เป็นยาที่ควรจะใช้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
00:10:34 → 00:10:39เพราะว่ามันสามารถจะทำให้เกิดการอักเสบการระคายเคืองของผิวได้ง่าย
00:10:39 → 00:10:39ค่ะ
00:10:39 → 00:10:41หรือแม้กระทั่งกลูต้าไธโอนเอง
00:10:42 → 00:10:45กลูต้าไธโอนเองหรือแม้กระทั่งTranexamic Acidเอง
00:10:45 → 00:10:54Tranexamic Acidคือทั้ง2ตัวมีทั้งกลุ่มที่เป็นให้ทางน้ำเกลือแล้วก็ให้ทางรับประทานหรือให้ทางยาทา
00:10:54 → 00:10:59แต่ต้องบอกว่าTranexamic Acidที่เอามาใช้ในการรักษาขาวอันนี้ผิดมากแต่ว่าจะเห็นว่ามันมีการใช้อยู่
00:10:59 → 00:11:05เพราะว่ามันขาวจริงแต่ว่ามันมีผลเสียต่อกระบวนการทำงานของร่างกายเนื่องของการแข็งตัวเลือด
00:11:05 → 00:11:12ถ้าเป็นตัวกลูต้าไธโอนหรือถ้าเป็นTranexamic Acidนะคะที่เป็นรูปทาไม่เป็นไรใช้ไปเลย
00:11:12 → 00:11:13ใช้ไปได้เลย
00:11:13 → 00:11:18ถ้าเป็นในกลุ่มที่รับประทานซึ่งกลูต้าไธโอนรับประทานก็มีรายงานว่า
00:11:18 → 00:11:22มันสามารถใช้ในการทำให้ผิวขาวขึ้นได้แต่ว่าก็ต้องรับประทานในระยะนึง
00:11:22 → 00:11:27เพราะว่าการดูดซึมกลูต้าไธโอนในแบบที่เป็นAoralมันดูซึมได้น้อย
00:11:27 → 00:11:33จริงๆแล้วเขามีการศึกษามากมายซึ่งเขาพบว่ามันช่วยหลายอย่างในการที่ทำให้ผิวขาวขึ้น
00:11:33 → 00:11:37โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารตัวนี้นับว่ามีประโยชน์
00:11:37 → 00:11:43คือตัวมันเองมันใช้ช่วยประกรอบนะคะในการรักษาคนไข้ที่เป็นเซลล์มะเร็งคนไข้ที่เป็นกลุ่มของ
00:11:43 → 00:11:47โรคร้ายๆหลายยๆโรคสามารถที่จะเอามาใช้ได้แต่ทั้งหมดทั้งนี้ทั้งนั้น
00:11:47 → 00:11:49ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
00:11:49 → 00:11:52อันนี้คือในแง่ของการที่ทำให้ผิวขาว
00:11:52 → 00:11:52ค่ะ
00:11:52 → 00:11:55แต่ว่าในแง่ของการทำให้ผิวขาวมันเข้มขึ้น
00:11:55 → 00:12:01ยกตัวอย่างด่างขาวจริงๆแล้วโรคด่างขาวก็มีวิธีการรักษาหลายอย่าง อย่างที่เราพูดไปตอนต้น
00:12:01 → 00:12:01รายการ
00:12:01 → 00:12:07ยากแต่เร็วเนี่ยเขาค้นพบว่ามันมียารุ่นใหม่ๆ
00:12:07 → 00:12:12ยาสมัยใหม่เป็นยาในกลุ่มที่ใช้รักษาเหมือนกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
00:12:12 → 00:12:16เป็นยาเหมือนกับไปทำให้ภาวะภูมิเพี้ยนมันหยุดเพี้ยน
00:12:16 → 00:12:23คนที่เป็นโรคด่างขาวเหมือนตัวสร้างเม็ดสีจะแบบถูกร่างกายบอกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมฉันต้องทำลาย
00:12:23 → 00:12:30แต่พอทานยาตัวนี้เข้าไปมันเหมือนกับว่าทำให้ร่างกายบอกว่าตัวสร้างเม็ดสีมันไม่ใช่สิ่งร้ายนะ
00:12:30 → 00:12:35แล้วก็พอเรารับประทานยาตัวนี้คู่กับการใช้ฉายแสงในกลุ่มUVBเข้าไป
00:12:35 → 00:12:38มันก็กระตุ้นให้กลับมาทำงาน
00:12:38 → 00:12:44คือมันมีรายงานการรักษาในกลุ่มคนไข้ด่างขาวโดยใช้ยากลุ่มนี้แล้วพบว่า
00:12:44 → 00:12:46คนไข้ดีขึ้นเร็วมาก
00:12:46 → 00:12:46ค่ะ
00:12:46 → 00:12:54ก็เป็นทางเลือกอีกทางนึงนะคะแต่ว่าอย่างไหร่ก็ตามหมอว่าที่สำคัญมันต้องดูแลสีผิว
00:12:54 → 00:13:00ไม่คล้ำไม่เสียเราพูดถึงเรื่องกันแดดที่มีประสิทธิภาพอันนี้สำคัญมาก
00:13:00 → 00:13:05เราควรจะใช้กันแดดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หลักฐานการแพทย์มีการศึกษา
00:13:06 → 00:13:08ว่ามันใช้ได้จริง
00:13:08 → 00:13:09ปกป้องได้จริง
00:13:09 → 00:13:09ใช่
00:13:09 → 00:13:12ป้องกัน UVA UVB ช่วยได้จริง
00:13:12 → 00:13:17นอกจากนี้แล้วเราควรที่จะหลีกเลี่ยงด้วยคือย่างไปพึ่งพวกนี้อย่างเดียว
00:13:17 → 00:13:18ค่ะ
00:13:18 → 00:13:24ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงที่มันแดดจัดๆ10โมงเช้า4โมงเย็นควรจะป้องกัน
00:13:24 → 00:13:27ควรที่จะดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง
00:13:27 → 00:13:33สุขภาพผิวด้วยใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่มันช่วยในการบำรุงผิวทั้งผิวหน้าผิวกายหรือ
00:13:33 → 00:13:38นอกจากจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้วอาจจะรับประทานอาหารเสริมบางอย่าง
00:13:38 → 00:13:40ที่ช่วยให้เกิดความแข็งแรงของผิว
00:13:40 → 00:13:41ค่ะ
00:13:41 → 00:13:42อย่างเช่นอะไรดีคะคุณหมอ
00:13:42 → 00:13:45วิตามินซี วิตามินอี วิตามินดี
00:13:45 → 00:13:50ตัวนนี้ก็สำคัญมากเพราะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานด้วย ช่วยทั้งภูมิต้านทานร่างกาย
00:13:50 → 00:13:51ช่วยทั้งภูมิต้านทานผิว
00:13:52 → 00:13:55อะไรที่ทำลายผิว สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนดึก
00:13:55 → 00:13:56ก็อย่าทำ
00:13:56 → 00:13:57ก็อย่าทำซะ
00:13:57 → 00:14:03ให้ความรู้ความเข้าใจนะคะ โดยเฉพาะใครหลายคนที่มีปัญหาว่าอยากเปลี่ยนสีผิว
00:14:03 → 00:14:04ผิวคล้ำ ผิวหมอง
00:14:04 → 00:14:09แต่ทั้งหมดทั้งปวงที่ฟังคุณหมอพูดไปข้อจำกัดมันเยอะเหลือเกิดในเรื่องของการใช้ยา
00:14:09 → 00:14:14ปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญดีกว่าคุณจะได้เปลี่ยนสีผิวได้อย่างปลอดภัย
00:14:14 → 00:14:19เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะกลับมาคุยในเรื่องอะไรก็ฝากติดตามรายการนะคะ
00:14:19 → 00:14:24ถ้าเกิดว่าเปิดทีวีมาก็วันอาทิตย์บ่ายโมงตรงมีนัดกันที่เนชั่นทีวีช่อง22แบบนี้
00:14:24 → 00:14:27หรือจะไปดูย้อนหลังทางยูทูปชาแนลก็ได้
00:14:28 → 00:14:30ฟังเป็นเสียงก็ยังได้อีกใช่ไหมคะคุณหมอ
00:14:30 → 00:14:30ใช่แล้วค่ะ
00:14:30 → 00:14:32พอดแคสต์
00:14:32 → 00:14:36เราล้อมคุณไว้ทุกช่องทางแล้วนะคะกลับมาติดตาม
00:14:36 → 00:14:37คุณจะได้ยินแต่เสียงเรา
00:14:37 → 00:14:41สัปดาห์กลับมาเจอกันนะคะวันนี้คุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:14:41 → 00:14:42สวัสดีค่ะ