00:00:00 → 00:00:02สวัสดีค่ะทุกคนกลับมาพบกับช่อง Blue Zone
00:00:02 → 00:00:05Thailand และหมอฟ้าแพทย์หญิงวิพุธสรสิท
00:00:05 → 00:00:07วงศ์กันอีกครั้งนึงนะคะสัปดาห์นี้เรื่อง
00:00:07 → 00:00:09ที่ฟ้าจะนำมาเล่าให้ฟังก็จะเป็นเรื่องที่
00:00:09 → 00:00:13น่าสนใจมากๆค่ะโดยนำมาจากบทความที่ตีโพขอ
00:00:13 → 00:00:16โทษเอาใหม่ได้มยคะโดยเอ่อเรื่องที่จะมา
00:00:16 → 00:00:19เล่าในสัปดาห์นี้นะคะมาจากบทความที่ตี
00:00:19 → 00:00:22พิมพ์ในตัววารสารที่เขาเรียกว่า chee up
00:00:22 → 00:00:25Mit Technology รีวิวค่ะเป็นบทความซึ่ง
00:00:25 → 00:00:28เพิ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมนะคะ
00:00:28 → 00:00:32ซึ่งเอามาสรุปโดยคุณเจสสิก้าฮัเซลูซึ่ง
00:00:32 → 00:00:34ฟ้าไม่แน่ใจว่าอ่านเสียงท่านถูกหรือเปล่า
00:00:34 → 00:00:37นะแต่ว่าก็เดี๋ยวจะสะกดขึ้นให้ดูนะคะซึ่ง
00:00:37 → 00:00:40ในเอ่อวารสารฉบับเนี้ยเราจะมาพูดกันถึง
00:00:40 → 00:00:42เรื่องของความแก่ค่ะอหรือว่า aging นั่น
00:00:43 → 00:00:45เองเพื่อนๆรู้มั้ยคะว่าจริงๆปกติแล้ว
00:00:45 → 00:00:47เนี่ยเวลาที่เราเป่าเค้กวันเกิด Happy
00:00:47 → 00:00:49Birthday ในแต่ละปีเนี่ยความคิดของเรา
00:00:49 → 00:00:51เราก็มักจะคิดว่าเวลาเราแก่ขึ้นเนี่ยใน
00:00:51 → 00:00:53แต่ละปีเนี่ย 1 ปีที่เราเป่าเค้กวันเกิด
00:00:53 → 00:00:55เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนี่ก็คือเราแก่ขึ้นแก่
00:00:55 → 00:00:58ขึ้นแก่ขึ้นใช่มั้ยคะแก่ขึ้นถึงจุดๆนึง
00:00:58 → 00:01:00เราทุกคนก็จะเริ่มรู้สึกว่าความแก่เนี่ยย
00:01:00 → 00:01:02มันช่างน่ากลัวเหลือเกินเพราะว่าเรารู้
00:01:02 → 00:01:04สึกว่าความแก่เี่มันมักจะสอดคล้องมากกับ
00:01:04 → 00:01:07เรื่องของความเสื่อมของร่างกายไม่ว่าจะ
00:01:07 → 00:01:10เป็นผมร่วงเรี่ยวแรงไม่มีริ้วรอยเขียว
00:01:10 → 00:01:14โย่นเยอะขึ้นผมบางลงอะไรพวกนี้นะคะซึ่ง
00:01:14 → 00:01:17นักวิทยาศาสตร์เนี่ยที่เขาเก็บข้อมูลการ
00:01:17 → 00:01:20ศึกษามนุษย์ต่างๆเนี่ยรวบรวมมาเนี่ยดูพวก
00:01:20 → 00:01:22ค่าเ้าเรียกว่าค่าไบโอมาร์เกอร์ต่างๆ
00:01:22 → 00:01:25เนี่ยเขาก็พบว่าคนเราเนี่ยไม่ได้แก่ด้วย
00:01:25 → 00:01:28อัตราเร่งที่เท่ากันค่ะไม่ได้แก่แบบเป็น
00:01:28 → 00:01:31เส้นตรงมนุษย์เราส่วนส่วนใหญ่เนี่ยแก่
00:01:31 → 00:01:35ขึ้นเป็นแบบเวฟมี 2 เวฟค่ะเหมือนสึนามิ
00:01:35 → 00:01:38เลยที่จะฮิตมนุษย์เราเนี่ยมักจะเกิดขึ้น 2
00:01:38 → 00:01:41ช่วงด้วยกันก็คือช่วงประมาณ 40 กับ 60 ปี
00:01:41 → 00:01:43นั่นเองค่ะคนที่ตามช่องนี้มานานๆก็จะรู้
00:01:44 → 00:01:46ว่าฟ้าเนี่ยทำช่องนี้ขึ้นมาเนี่ยก็เพื่อ
00:01:46 → 00:01:48ที่อยากจะให้ทุกคนสุขภาพดีค่ะแล้วก็การ
00:01:48 → 00:01:51ที่ทุกคนจะสุขภาพดีได้นั้นเนี่ยมันก็ไม่
00:01:51 → 00:01:53หมายความว่าเราอยากจะให้ทุกคนเนี่ยมี
00:01:53 → 00:01:55ชีวิตเป็นอมตะเนาะแล้วถึงแม้บางคนบอกว่า
00:01:55 → 00:01:58ฉันไม่อยากจะมีชีวิตที่เป็นอมตะก็ตามแต่
00:01:58 → 00:02:00ว่าต่อให้ทุกคนอยากจะตายเร็วอ่ะก็จะบอก
00:02:00 → 00:02:02เลยว่าเราก็จะตายช้าอยู่ดีค่ะเพราะว่าการ
00:02:02 → 00:02:05แพทย์เนี่ยมันพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมากต่อให้
00:02:05 → 00:02:07เป็นไายวายก็จะไม่ได้ตายเร็วเหมือนเมื่อ
00:02:07 → 00:02:09ก่อนต่อให้เราเป็นมะเร็งเราก็จะไม่ได้
00:02:09 → 00:02:10เสียชีวิตเร็วเหมือนเมื่อก่อนเพราะการ
00:02:10 → 00:02:12แพทย์มันก้าวหน้าขึ้นเยอะเพราะฉะนั้น
00:02:12 → 00:02:14เนี่ยคอนเซปต์ในปัจจุบันของการดูแลรักษา
00:02:14 → 00:02:16ทางการแพทย์เนี่ยจึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่ว่า
00:02:16 → 00:02:19ทำยังไงให้คนไม่ตายแต่เราอยากให้คนเนี่ย
00:02:19 → 00:02:21ที่มีชีวิตอยู่เนี่ยมีคุณภาพชีวิตที่ดี
00:02:21 → 00:02:23ด้วยหรือที่เราเรียกว่า Health span
00:02:23 → 00:02:25นั่นเองซึ่งสารนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราก็
00:02:25 → 00:02:28จะได้ยินหลายคำที่คนเอาเอ่อชอบเอามาใช้
00:02:28 → 00:02:30ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแี้ aging รอไวเรื่อง
00:02:30 → 00:02:33ของตัว wellness เรื่องของ holistic ดู
00:02:33 → 00:02:35แบบสุขภาพแบบองค์รวมแต่ณปัจจุบันเนี่ย
00:02:36 → 00:02:38ศาสตร์ในกลุ่มนี้เนี่ยก็จะมีคำศัพท์ที่
00:02:38 → 00:02:40เรียกขึ้นมาเขาเรียกว่า longevity
00:02:40 → 00:02:43Medicine ค่ะหรือว่าบางประเทศเขจะใช้คำ
00:02:43 → 00:02:45ว่า Healthy longevity Medicine นะคะ
00:02:45 → 00:02:47เพราะว่าไม่ได้มุ่งเน้นแค่ให้คนเนี่ยอายุ
00:02:47 → 00:02:49ยืนยาวไม่ตายเท่านั้นแต่มุ่งเน้นว่าจะทำ
00:02:49 → 00:02:52ยังไงให้ช่วงชีวิตของมนุษย์เราที่มีที่
00:02:52 → 00:02:54ใช้ชีวิตอยู่เนี่ยมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว
00:02:54 → 00:02:57ก็ป่วยน้อยที่สุดแล้วก็สามารถป้องกันได้
00:02:57 → 00:03:00ซึ่งไอ้ตัวาอง J Medicine เนี่ยเคพยายาม
00:03:00 → 00:03:03จะไปหาสาเหตุว่าทำไมคนเราถึงต้องแก่ทำไม
00:03:03 → 00:03:05เซลล์มนุษย์ต้องแก่ทำไมเซลล์มนุษย์ต้อง
00:03:05 → 00:03:09ตายพอศึกษาไปๆมาๆก็จะไปเจอตั้งแต่ว่าวงจร
00:03:09 → 00:03:12ของเซลล์เนี่ยมันมีเค้าเรียกว่าเกิมีวงจร
00:03:12 → 00:03:15ที่คุมเหมือนวงจรไฟฟ้าเลยว่าใช้ได้กี่รอบ
00:03:15 → 00:03:17แล้วมันจะต้องถูก Cut Off แล้วเซลล์มัน
00:03:17 → 00:03:19ก็จะต้องตายไปเพราะฉะนั้นเนี่ยเราเลยไม่
00:03:19 → 00:03:22ค่อยเห็นมนุษย์ที่อายุเกิน 130 ปีเนาะ
00:03:22 → 00:03:24อายุมากที่สุดณปัจจุบันเนี่ยที่เราเคย
00:03:24 → 00:03:27เห็นมาก็จะอยู่ในช่วงประมาณ 115 ปี 120
00:03:27 → 00:03:30ปีเป็นต้นนะคะแล้วเคก็ไปศึกษาอีกว่าจาก
00:03:30 → 00:03:32พันธุกรรมเนี่ยมีอะไรอีกก็จะไปเจอว่าก็จะ
00:03:32 → 00:03:35มีการแสดงออกของโปรตีนเป็นกลุ่มโปรตีนเรา
00:03:35 → 00:03:38เรียกว่าเป็นพวกโปรตีนโอมิกมีการแสดงออก
00:03:38 → 00:03:42ของสารโมเลกุลต่างๆเบลิและอีกหลายๆตัวมาก
00:03:42 → 00:03:44มายเลยรวมถึงพวกพันธุกรรมปลายเปิดแล้วเขา
00:03:44 → 00:03:48ก็เอาลักษณะการเรียงการเอ่อเขาคเรียกว่า
00:03:48 → 00:03:50การแสดงออกของสารต่างๆเหล่าเนี้ยมา
00:03:50 → 00:03:52วิเคราะห์แล้วก็ดูเทียบในประชากรตามไปดู
00:03:52 → 00:03:56ยาวๆเลยว่าในแต่ละคนแต่ละช่วงอายุเนี่ยคน
00:03:56 → 00:03:58ที่เป็นโรคไม่เป็นโรคเป็นยังไงบ้างก็เลย
00:03:58 → 00:04:01ทำให้ปัจจุบันเนี่ยเรามีความสามารถในการ
00:04:01 → 00:04:04ทำนายโรคที่จะเกิดขึ้นได้ไวขึ้นขณะเดียว
00:04:04 → 00:04:06กันก็จะทำให้เราเข้าใจว่าเอ้ยไอ้กระบวน
00:04:07 → 00:04:09การการแก่ชราเนี่ยตั้งแต่ในร่างกายพวกเรา
00:04:09 → 00:04:11เนี่ยมันเกิดขึ้นตอนไหนบ้างนั่นเองค่ะ
00:04:11 → 00:04:14แล้วก็จากกลุ่มของคุณ Michel สไนเดอร์ที่
00:04:14 → 00:04:17สแตนฟอร์ดเนี่ยไปรวบรวมนะคะทำงานวิจัยมา
00:04:17 → 00:04:19ก็เลยได้ข้อมูลที่ออกมาน่าสนใจมากๆเลยค่ะ
00:04:19 → 00:04:22เขาพบว่าจากกลุ่มโวลันเทียคืออาสาสมัคร
00:04:22 → 00:04:24ทั้งหมดนะคะที่ยอมให้ข้อมูลที่เขามาตรวจ
00:04:25 → 00:04:27ทางพันธุกรรมทั้งโิไบโอมาเกอร์ต่างๆเหล่า
00:04:27 → 00:04:30เนี้ยมีจำนวนทั้งหมด 108 คนค่ะแล้วก็เป็น
00:04:30 → 00:04:33ช่วงอายุเนี่ยตั้งแต่ 25 ปีจนถึง 75 ปี
00:04:33 → 00:04:35เลยทีเดียวเนาะแล้วก็ทุกคนเนี่ยอาศัยอยู่
00:04:35 → 00:04:38ในมลรัฐเ่อแคลิฟอร์เนียค่ะแล้วก็ทำให้พบ
00:04:38 → 00:04:40ว่าเอ้ยพอเอาข้อมูลต่างๆมาเรียงแล้วก็
00:04:40 → 00:04:43พลอตแล้วก็ศึกษาเนี่ยเไปเจอว่าไอ้ไบโอ
00:04:43 → 00:04:45มาร์เกอร์ต่างๆเหล่าเนี้มันมีการเปลี่ยน
00:04:45 → 00:04:48แปลงอย่างมีนัยยะสำคัญคืออย่างชัดเจนเลย
00:04:48 → 00:04:51ว่าแบบเฮ้ยร่างกายมนุษย์เราแก่ลงเนี่ยมี 2
00:04:51 → 00:04:54ช่วงอายุด้วยกันนั่นก็คือเมื่อตอนมนุษย์
00:04:54 → 00:04:58เนี่ยอายุ 44 ปีและ 60 ปีนั่นเองค่ะซึ่ง
00:04:58 → 00:05:00หลายๆคนน่ะฟ้าเชื่อว่าว่าแค่นั่งฟังอยู่
00:05:00 → 00:05:03อ่ะก็น่าจะรู้สึกตัวเองได้อย่างฟ้าเองก็
00:05:03 → 00:05:05จะรู้สึกว่าตอนอายุ 20 กับ 30 ตอนแต่ 30
00:05:05 → 00:05:07เนี่ยร่างกายมันก็ไม่เหมือนเดิมและแล
00:05:07 → 00:05:09เชื่อว่าหลายๆคนก็คงรู้สึกเหมือนกันแต่พอ
00:05:09 → 00:05:12มีงานวิจัยออกมามันยิ่งชัดเจนขึ้นว่าเฮ้ย
00:05:12 → 00:05:14มันจึงไม่แปลกที่ตอนอายุ 44 ปีเราอาจจะ
00:05:14 → 00:05:16รู้สึกว่าถ้าเราเป็นแผลหรือว่าเราเจอ
00:05:16 → 00:05:18อุบัติเหตุเนี่ยการฟื้นฟูตัวเองหรือว่า
00:05:18 → 00:05:21การหายจากแผลการจากอุบัติเหตุนั้นๆน่ะมัน
00:05:21 → 00:05:23ดูช้ากว่าเมื่อตอนที่ยังอายุน้อยกว่านั้น
00:05:23 → 00:05:25ค่ะแต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือไบโอ
00:05:25 → 00:05:27มาร์เกอร์ต่างๆเหล่าเนี้ยในคนที่อายุ 60
00:05:27 → 00:05:29ขึ้นไปเนี่ยเพบว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
00:05:29 → 00:05:32มากๆมักจะเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของระบบ
00:05:32 → 00:05:35ไตนะคะแล้วก็เรื่องของโรคหัวใจนั่นเองค่ะ
00:05:35 → 00:05:38ส่วนณของวัย 40 ปีนะคะการเปลี่ยนแปลงของ
00:05:38 → 00:05:40ไอเกอร์ที่น่าสนใจให้เขาพบเนี่ยก็คือพบ
00:05:40 → 00:05:43ว่าการเผาผลาญไขมันการเอาพลังงานจากไขมัน
00:05:43 → 00:05:46มาใช้มีการเปลี่ยนแปลงลดลงในช่วงวัย 40
00:05:46 → 00:05:49ค่ะนอกจากนั้นเนี่ยยังมีในเรื่องของเค้า
00:05:49 → 00:05:52เรียกว่าการจัดการกับแอลกอฮอล์ในร่างกาย
00:05:52 → 00:05:55เพราะฉะนั้นถ้าเกิดก่อนหน้า 44 ปีเราดื่ม
00:05:55 → 00:05:57เท่าไหร่ก็ไม่เมาแต่เริ่มรู้สึกมาแห้งๆ
00:05:57 → 00:05:59หลัง 44 ปีก็จริงๆแล้วก็อาจจะเป็นการ
00:05:59 → 00:06:01เปลี่ยนแปลงจากความเสื่อมจากร่างกายของ
00:06:01 → 00:06:05เรานั่นเองค่ะพอฟังแบบนี้แล้วนะคะฟ้าคิด
00:06:05 → 00:06:07ว่าสิ่งที่เราอนุมานได้จากงานวิจัยอันนี้
00:06:07 → 00:06:09รวมถึงทีมของคุณ Michel สไนเดอร์ที่เขา
00:06:09 → 00:06:11แนะนำขึ้นมาเก็เลยบอกว่าเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:06:11 → 00:06:13ถ้าพูดในเรื่องของการตรวจร่างกายประจำปี
00:06:13 → 00:06:17อ่ะเราอาจจะเหมาะที่จะตรวจอะไรเยอะๆไม่
00:06:17 → 00:06:19ว่าจะเป็นพวกโปรตีโอมิไอเกอร์ต่างๆอ่ะถ้า
00:06:19 → 00:06:22เรามีงบจำกัดจริงๆช่วงเวลาที่น่าจะตรวจ
00:06:22 → 00:06:24ให้มันละเอียดมากๆก็คือช่วงวัย 40 กับ
00:06:24 → 00:06:26ช่วง 60 ปีนั่นเองค่ะเพราะเป็นช่วงที่
00:06:26 → 00:06:28ร่างกายเนี่ยมักจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำ
00:06:28 → 00:06:30ให้เกิดความเสื่อมซึ่งจะนำไปสู่โรคเนี่ย
00:06:30 → 00:06:33เยอะกว่าช่วงเวลาอื่นๆของชีวิตนอกจากนั้น
00:06:33 → 00:06:36แล้วเนี่ยพอไปดูโปรไฟล์ในเอ่อ volunteer
00:06:36 → 00:06:38ทั้งหมดเนี่ยเขาก็พบว่าจริงๆแล้วต่อให้มี
00:06:38 → 00:06:40การเปลี่ยนแปลงของไบโอมาร์เกอร์เหล่านี้
00:06:40 → 00:06:41ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีการเปลี่ยน
00:06:42 → 00:06:43แปลงของพวกโปรตีนต่างๆเหล่านี้เนี่ยจะ
00:06:44 → 00:06:47ต้องมีสุขภาพเอ่อสุขภาพที่แย่ลงนะคะเพราะ
00:06:47 → 00:06:49ว่าสิ่งที่ทำให้แตกต่างก็คือในเรื่องของ
00:06:49 → 00:06:51ไลฟ์สไตล์หรรือว่ารูปแบบการใช้ชีวิตที่
00:06:51 → 00:06:54เหมาะสมกับแต่ละคนนั่นเองค่ะสัปดาห์นี้ก็
00:06:54 → 00:06:56มีเรื่องน่าสนใจมาเล่าให้ฟังแต่เพียงเท่า
00:06:56 → 00:06:57นี้นะคะสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องน่าสนใจอะไร
00:06:58 → 00:07:02อีกอย่าลืมติดตามกันค่ะค่ะ