00:00:00 → 00:00:02ขอต้อนรับสู่หมอ
00:00:02 → 00:00:08พัทรพความรู้สุขภาพลึกและฟรีมีที่
00:00:08 → 00:00:13นี่สวัสดีครับวันนี้เรามีเรื่องที่เอ่อ
00:00:13 → 00:00:17น่าสนใจมากๆอยากจะมาเจาะลึกกันครับเกี่ยว
00:00:17 → 00:00:21กับความเป็นไปได้ที่ไตจะฟื้นตัวได้นะครับ
00:00:21 → 00:00:24แม้ว่าจะอยู่ในระยะท้ายๆแล้วก็ตามคือมี
00:00:24 → 00:00:28กรณีศึกษาที่ผู้ป่วยไตระยะ 5 เนี่ยเอ่อ
00:00:28 → 00:00:32กลับมาดีขึ้นได้เร็วมากจากเคล็ดลับง่ายๆ
00:00:32 → 00:00:34ไม่กี่อย่างเองครับวันนี้เราเลยจะมาคุย
00:00:34 → 00:00:38กันถึง 3 เคล็ดลับสำคัญในการดูแลสุขภาพไต
00:00:38 → 00:00:41ที่เราได้ข้อมูลมานะครับซึ่งข้อมูลชุดนี้
00:00:41 → 00:00:43มาจากประสบการณ์จริงเลยนะครับเป็นข้อ
00:00:43 → 00:00:46สังเกตของผู้ที่ดูแลผู้มีปัญหาเรื่องไต
00:00:46 → 00:00:49โดยตรงเลยครับใช่ค่ะเป้าหมายการคุยของเรา
00:00:49 → 00:00:52วันนี้ก็คือทำความเข้าใจหลักการพื้นฐาน 3
00:00:52 → 00:00:55ข้อนี้ล่ะค่ะซึ่งอาจจะฟังดูง่ายๆนะคะแต่
00:00:55 → 00:00:57จริงๆแล้วมีพลังมากพอที่จะช่วยให้สุขภาพ
00:00:57 → 00:01:00ไตดีขึ้นได้จริงๆค่ะมาลองดูกันค่ะว่าทำไม
00:01:00 → 00:01:04มันถึงสำคัญนะคะครับผมเริ่มกันที่ข้อแรก
00:01:04 → 00:01:07เลยนะครับแหล่งข้อมูลที่เราได้มาเนี่ยเขา
00:01:07 → 00:01:10เน้นย้ำเลยว่านี่คือหัวใจสำคัญที่สุดคือ
00:01:10 → 00:01:13ท่อส่งเลือดต้องสะอาดครับถ้าเปรียบไตเป็น
00:01:13 → 00:01:17เครื่องกรองเนี่ยการมีเลือดที่แบบว่า
00:01:17 → 00:01:19สะอาดไปให้กรองย่อมดีกว่าอยู่แล้วใช่มั้ย
00:01:19 → 00:01:22ครับถูกต้องที่สุดเลยค่ะแต่คำว่าเลือดไม่
00:01:22 → 00:01:26สะอาดในที่นี้นะคะเอ่อมันลึกซึ้งกว่าแค่
00:01:26 → 00:01:29ของเสียปกติอย่างพวกยูเรียหรือครีตินีนนะ
00:01:29 → 00:01:33คะแหล่งข้อมูลเค้าชี้ไปที่สารพัดสิ่งเลย
00:01:33 → 00:01:36ค่ะที่มันอาจจะปนเปื้อนมากับอาหารแบบที่
00:01:36 → 00:01:39เราอาจจะไม่รู้ตัวอย่างเช่นพวกสารปรุง
00:01:39 → 00:01:43แต่งรสพวกผงชูรสกันบูดหรือน้ำมันพืชที่
00:01:43 → 00:01:45ผ่านกระมวนวิธีเยอะๆอ่ะค่ะจนมันเกิดการ
00:01:45 → 00:01:48เปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่น้ำตาลแฝงในอาหาร
00:01:48 → 00:01:51แปรมนุษย์ต่างๆคือสิ่งเหล่านี้มันไปเพิ่ม
00:01:51 → 00:01:54ภาระให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นนะคะอาจจะก่อ
00:01:54 → 00:01:57ให้เกิดการอักเสบหรือความเครียดในระดับ
00:01:57 → 00:02:01เซลล์ได้เลยค่ะอ๋อครับแสดงว่าเอ่ออาหาร
00:02:01 → 00:02:04นอกบ้านที่เราควบคุมส่วนผสมอะไรได้ยากๆ
00:02:04 → 00:02:07เนี่ยก็คือประเด็นหลักที่แหล่งข้อมูลชี้
00:02:07 → 00:02:10เป้าเลยหรือเปล่าครับชัดเจนเลยค่ะแหล่ง
00:02:10 → 00:02:12ข้อมูลระบุเลยว่าอาหารนอกบ้านเนี่ยเป็น
00:02:12 → 00:02:14ปัจจัยเสี่ยงสำคัญมากเพราะเราไม่รู้เลย
00:02:14 → 00:02:17จริงๆค่ะว่าเขาใส่อะไรลงไปบ้างหรือใช้
00:02:17 → 00:02:20วัตถุดิบหรือกระบวนงานแบบไหนยกตัวอย่าง
00:02:20 → 00:02:22ที่เจอบ่อยๆนะคะไม่ใช่ว่าตัวอาหารหลักๆ
00:02:22 → 00:02:24มันไม่ดีนะเช่นเป็ดปักกิ่งเครื่องใน
00:02:24 → 00:02:27ก๋วยเตี๋ยวแต่ถ้ากระบวนการปรุงหรือส่วน
00:02:27 → 00:02:31ผสมมันมีปัญหาค่ะเช่นใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ
00:02:31 → 00:02:33หรือใส่ผงชูรสเยอะๆในก๋วยเตี๋ยวหรือพวก
00:02:33 → 00:02:36สารปรุงแต่งในลูกชิ้นหรือแม้แต่ในอาหาร
00:02:36 → 00:02:38ที่ดูดีๆอย่างเป็ดปักกิ่งหรือพวกเครื่อง
00:02:38 → 00:02:40ในต่างๆถ้าปรุงไม่ดีจริงๆก็ส่งผลเสียได้
00:02:40 → 00:02:43เหมือนกันค่ะมีเคสนึงที่น่าสนใจมากๆเลยนะ
00:02:43 → 00:02:46คะคือคนไข้คนนึงเนี่ยค่าไตเขาดีขึ้นมาก
00:02:46 → 00:02:50เลยใน 3 สัปดาห์เพราะว่าบังเอิญรถเสียค่ะ
00:02:50 → 00:02:52ออกไปกินข้าวนอกบ้านไม่ได้ก็เลยต้องทำ
00:02:52 → 00:02:54อาหารง่ายๆกินเองที่บ้านมันทำให้เห็นผล
00:02:54 → 00:02:57กระทบที่ชัดเจนมากๆเลยค่ะโอ้โหน่าทึ่ง
00:02:57 → 00:03:00จริงๆครับแสดงว่าการดื่มน้ำเปล่าเยอะๆนี่
00:03:00 → 00:03:02ก็น่าจะช่วยได้มากเลยในการเจือจางสิ่ง
00:03:02 → 00:03:05เหล่านี้แน่นอนเลยค่ะการดื่มน้ำเปล่าให้
00:03:05 → 00:03:07เพียงพอเนี่ยช่วยได้มากๆนะคะช่วยลดความ
00:03:07 → 00:03:10เข้มข้นของสารพิษในเลือดแล้วก็ช่วยรักษา
00:03:10 → 00:03:12แรงดันเลือดให้เหมาะสมกับการทำงานของไต
00:03:12 → 00:03:14ด้วยค่ะซึ่งมันตรงกันข้างกับพวกเครื่อง
00:03:14 → 00:03:17ดื่มหวานๆที่เรามักจะดื่มกันเวลาไปกิน
00:03:17 → 00:03:19ข้าวนอกบ้านนะคะอันนั้นยิ่งเพิ่มภาระให้
00:03:19 → 00:03:23ร่างกายไปอีกค่ะครับผมมาถึงเคล็ดลับที่ 2
00:03:23 → 00:03:26กันบ้างครับคือเรื่องความถี่ในการกินหรือ
00:03:26 → 00:03:29ที่บอกว่ากินเป็นเวลาแหล่งข้อมูลบอกว่า
00:03:29 → 00:03:32การกินจุบจิบหรือกินบ่อยเกินไปเนี่ยมันทำ
00:03:32 → 00:03:35ให้ไต่ไม่ได้พักเลยใช่ค่ะคือการกินเป็น
00:03:35 → 00:03:38มื้อๆที่ชัดเจนเช่นเช้ากลางวันเย็น
00:03:38 → 00:03:41อย่างี้นะคะมันช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกาย
00:03:41 → 00:03:44ทำงานเป็นจังหวะชะโคนมากกว่าค่ะการกินถีๆ
00:03:44 → 00:03:46ตลอดวันเนี่ยมันเหมือนการส่งสัญญาณให้
00:03:46 → 00:03:49ร่างกายทำงานตลอดเวลาโดยเฉพาะการหลัง
00:03:49 → 00:03:51ฮอร์โมนอย่างเช่นอินซูลินนะคะมันทำให้
00:03:51 → 00:03:53ระบบรวนได้แล้วไตก็ต้องทำงานหนักขึ้นโดย
00:03:53 → 00:03:56ไม่จำเป็นแหล่งข้อมูลเค้าแนะนำว่าการกิน
00:03:56 → 00:03:59แค่ 2 หรือ 3 มื้อหลักต่อวันเนี้จะเอื้อ
00:03:59 → 00:04:01ให้ร่างกายแล้วก็ไตเนี่ยได้มีเวลาพักแล้ว
00:04:01 → 00:04:05ก็ฟื้นฟูตัวเองได้ดีกว่าค่ะอ๋อเข้าใจเลย
00:04:05 → 00:04:08ครับทีนี้เคล็ดลับสุดท้ายข้อที่ 3 นะครับ
00:04:08 → 00:04:11คือเลือกกินสิ่งที่ถูกต้องบวกกับความเข้า
00:04:11 → 00:04:15ใจแม้ว่าจะทำกินเองที่บ้านแต่ก็ยังกินผิด
00:04:15 → 00:04:18ได้โดยเฉพาะเรื่องโปรตีนใช่มั้ยครับ
00:04:18 → 00:04:21ประเด็นนี้สำคัญมากๆค่ะแล้วก็ซับซ้อนขึ้น
00:04:22 → 00:04:25มาอีกนิดนึงนะคะคือปริมาณโปรตีนที่เหมาะ
00:04:25 → 00:04:28สมเนี่ยมันขึ้นอยู่กับสภาวะไตของแต่ละคน
00:04:28 → 00:04:32แบบสุดๆเลยค่ะสำหรับผู้ที่ไตเสื่อมมากๆ
00:04:32 → 00:04:34แล้วนะคะอย่างระยะ 4 หรือ 5 เนี่ยต้อง
00:04:34 → 00:04:37จำกัดโปรตีนอย่างเข้มงวดเลยค่ะอาจจะเหลือ
00:04:37 → 00:04:40แค่ประมาณ 0.6- 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1
00:04:40 → 00:04:43กกัต่อวันเท่านั้นเองค่ะยกตัวอย่างง่ายๆ
00:04:43 → 00:04:46นะคะสมมุติหนัก 60 กก.กรัมเนี่ยอาจจะ
00:04:46 → 00:04:50ต้องการโปรตีนแค่ราวๆ 36-48 กรัมต่อวัน
00:04:50 → 00:04:53ซึ่งมันอาจจะเท่ากับแค่เนื้อปลาชิ้นเล็กๆ
00:04:53 → 00:04:56ชิ้นนึงกับไข่ขาวสักฟอง 2 ฟองอะไรแบบนั้น
00:04:56 → 00:04:59เลยนะคะอาหารโปรตีนสูงๆที่เคยชอบอย่าง
00:04:59 → 00:05:01เป็ดปักกิ่งเครื่องในอาจจะต้องงดไปเลยค่ะ
00:05:01 → 00:05:05ในภาวะนี้อ๋อครับซึ่งก็จะต่างจากคนปกติ
00:05:05 → 00:05:08หรือคนที่ไตเสี่ยมเพียงเล็กน้อยที่กลับ
00:05:08 → 00:05:10ต้องการโปรตีนให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมร่าง
00:05:10 → 00:05:13กายถูกต้องค่ะกลุ่มนั้นอาจจะต้องการ 1
00:05:13 → 00:05:15กรัมต่อน้ำหนักตัวหรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
00:05:15 → 00:05:18นะคะแล้วก็ยังกินอาหารหลากหลายได้ค้าปรุง
00:05:18 → 00:05:21อย่างเหมาะสมแต่หัวใจสำคัญเลยคือต้องแปล
00:05:21 → 00:05:25ค่ะแปลคำแนะนำเรื่องกรัมโปรตีนเนี่ยออกมา
00:05:25 → 00:05:28เป็นอาหารจริงๆบนจานให้ได้ว่าแค่ไหนถึงจะ
00:05:28 → 00:05:31พอดีกับเราจริงๆครับแล้วก็มีมุมมองเรื่อง
00:05:31 → 00:05:34อาหารเป็นภาษาด้วยใช่มั้ครับที่แหล่งข้อ
00:05:34 → 00:05:37มูลพูดถึงใช่ค่ะแหล่งข้อมูลมองว่าอาหารก็
00:05:37 → 00:05:39เหมือนภาษาที่เราใช้สื่อสารกับร่างกาย
00:05:40 → 00:05:42ผ่านกลไกของฮอร์โมนน่ะค่ะการที่เรากินผิด
00:05:42 → 00:05:45ประเภทผิดปริมาณหรือผิดเวลาเนี่ยเนี่ยก็
00:05:45 → 00:05:47เหมือนเราพูดผิดภาษาหรือเรียกชื่อผิดร่าง
00:05:47 → 00:05:50กายก็ตอบสนองผิดพลาดไปเรื่องนี้รวมถึงไข
00:05:50 → 00:05:52มันแล้วก็คาร์โบไฮเดรตด้วยนะคะไม่ใช่แค่
00:05:52 → 00:05:55โปรตีนอย่างเดียวต้องจัดสัดส่วนให้มัน
00:05:55 → 00:05:58เหมาะกับแต่ละคนจริงๆค่ะดังนั้นห้ามเหมา
00:05:58 → 00:06:01กฎเกณฑ์อะไรแบบไตตัวเด็ดขาดเลยค่ะเข้าใจ
00:06:01 → 00:06:03ครับและอีกประเด็นที่เสื่อมเข้ามาคือ
00:06:03 → 00:06:06เรื่องท่อน้ำทิ้งหรือระบบทางเดินปัสสาวะ
00:06:06 → 00:06:09อันนี้เกี่ยวข้องกันยังไงครับอ๋อค่ะมัน
00:06:09 → 00:06:12เชื่อมโยงกันค่ะคือการที่เลือดเราสะอาด
00:06:12 → 00:06:14จากเคล็ดลับข้อ 1 แล้วก็เลือกกินอาหารที่
00:06:14 → 00:06:17ถูกต้องจากเคล็ดลับข้อ 3 เนี่ยมันก็ช่วย
00:06:17 → 00:06:20ลดความเสี่ยงของพวกนิ่วหรือตะกอนต่างๆที่
00:06:20 → 00:06:23จะมาอุดกั้นท่อน้ำทิ้งหรือทางเดินปัสสาวะ
00:06:23 → 00:06:26ได้ค่ะเพราะถ้าท่อน้ำทิ้งมันไม่โล่งเนี่ย
00:06:26 → 00:06:28ของเสียมันก็อาจจะคั่งค้างย้อนกลับไปที่
00:06:29 → 00:06:31ไตได้เหมือนกันค่ะส่วนเรื่องยาหรืออาหาร
00:06:31 → 00:06:34เสริมต่างๆนะคะแหล่งข้อมูลมองว่าเป็นแค่
00:06:34 → 00:06:37ตัวช่วยเสริมได้ค่ะแต่ไม่ใช่ทางแก้หลัก
00:06:37 → 00:06:40คือถ้าอาหารหลักที่เรากินยังผิดอยู่เนี่ย
00:06:40 → 00:06:42พวกตัวช่วยเหล่านี้ก็อาจจะเอ่อไม่ได้ผล
00:06:42 → 00:06:45เท่าที่ควรต้องแก้แก้ที่ต้นทางคืออาหาร
00:06:45 → 00:06:50ก่อนค่ะชัดเจนมากๆเลยครับสรุป 3 เคล็ดลับ
00:06:50 → 00:06:52สำคัญที่เราได้เจาะลึกกันวันนี้นะครับก็
00:06:52 → 00:06:56คือ 1 ต้องรักษาเลือดให้สะอาดเน้นปรับ
00:06:56 → 00:07:00อาหารลดการกินนอกบ้านลดการปนเปื้อนต่างๆ
00:07:00 → 00:07:04นะครับ 2 ควบคุมความถี่ในการกินให้กิน
00:07:04 → 00:07:08เป็นมื้อๆให้ไต่ได้มีเวลาพักบ้างและ 3
00:07:08 → 00:07:11ต้องเลือกชนิดและปริมาณอาหารโดยเฉพาะ
00:07:11 → 00:07:14โปรตีนให้ถูกต้องตามสภาภาวะตของตัวเอง
00:07:14 → 00:07:17จริงๆด้วยความเข้าใจนะครับไม่ใช่ทำตามกัน
00:07:17 → 00:07:21ไปใช่เลยค่ะสุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากคำถาม
00:07:21 → 00:07:24ให้ลงกลับไปคิดกันต่อนะคะถ้าอาหารคือภาษา
00:07:24 → 00:07:27ที่เราใช้คุยกับร่างกายผ่านฮอร์โมนจริงๆ
00:07:27 → 00:07:30เนี่ยลองทบทวนดูนะคะว่าอาหารที่เรากิน
00:07:30 → 00:07:33เป็นประจำทุกวันเนี้ยมันกำลังพูดหรือส่ง
00:07:33 → 00:07:36สัญญาณอะไรกับร่างกายของเราอยู่แล้วถ้า
00:07:36 → 00:07:39เราลองเปลี่ยนภาษานั้นดูบ้างล่ะคะคือลอง
00:07:39 → 00:07:41เปลี่ยนอาหารที่เรากินผลลัพธ์ต่อสุขภาพ
00:07:41 → 00:07:46ของเรามันจะเปลี่ยนไปได้มากน้อยแค่ไหนคะ
00:07:46 → 00:07:59[เพลง]