00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:25เพราะเป้าหมายของเราทุกคน คือการมีชีวิตที่ดี
00:00:25 → 00:00:28มาพัฒนาตัวเราให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
00:00:28 → 00:00:33กับรายการ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดี สร้างได้
00:00:34 → 00:00:36กับผม อาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง
00:00:36 → 00:00:39จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:39 → 00:00:42[เสียงดนตรี]
00:00:42 → 00:00:46คุณผู้ชมครับ ปัจจุบันหลาย ๆ ท่าน ก็มัวกังวลกับการทำมาหากิน
00:00:46 → 00:00:48จนลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะครับ
00:00:48 → 00:00:51พอน้ำหนักเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะขึ้น หรือว่าลง
00:00:51 → 00:00:56หลาย ๆ คนก็มักจะมุ่งเน้นไปที่ว่า สงสัยว่าเรากินเยอะไปหรือกินน้อยไป
00:00:56 → 00:00:58อาจจะลืมไปว่า
00:00:58 → 00:01:02มันจะมีเหตุผลเรื่องของ ความผิดปกติของไทรอยด์เข้ามาเกี่ยว
00:01:03 → 00:01:06บางคนที่มีอาการน้ำหนักขึ้นพรวด ๆ
00:01:06 → 00:01:09อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นไทรอยด์อ้วน
00:01:09 → 00:01:12ในขณะที่บางคนน้ำหนักก็ลดลงแบบฮวบเลย
00:01:12 → 00:01:14ก็อาจจะเป็นเพราะว่าไทรอยด์ผอม
00:01:15 → 00:01:17วันนี้ครับ เราจะมาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ
00:01:17 → 00:01:20ในเรื่องของโรคไทรอยด์อ้วน ไทรอยด์ผอม
00:01:20 → 00:01:22ว่าสองอย่างนี้ มันแตกต่างกันอย่างไร
00:01:22 → 00:01:24ใครบ้างที่จะมีความเสี่ยง
00:01:24 → 00:01:26และวิธีการรักษาจะเป็นอย่างไร
00:01:26 → 00:01:29ผู้เชี่ยวชาญที่ผมพูดถึงก็คือหมอปิแอร์ครับ
00:01:29 → 00:01:31อ.นพ.สิระ กอไพศาล
00:01:31 → 00:01:33อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์
00:01:33 → 00:01:36คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
00:01:36 → 00:01:38- สวัสดีครับหมอปิแอร์ - สวัสดีครับอาจารย์เต้
00:01:38 → 00:01:39- อาจารย์สบายดีนะครับ - สบายดีครับ
00:01:39 → 00:01:40สวัสดีผู้ชมทุกท่านด้วยครับ
00:01:41 → 00:01:44พอพูดถึงไทรอยด์ หลาย ๆ ท่าน อาจจะนึกไม่ออกว่าไทรอยด์มันอยู่ตรงไหน
00:01:44 → 00:01:45อืม
00:01:45 → 00:01:46แล้วมีความสำคัญอย่างไร
00:01:46 → 00:01:50หมอปิแอร์ลองเล่าให้ผม แล้วก็คุณผู้ชมคุณผู้ฟังได้เข้าใจสักนิดหนึ่ง
00:01:50 → 00:01:54ได้ครับ จริง ๆ ผมว่าหลาย ๆ คน น่าจะเคยได้ยินต่อมไทรอยด์มาไม่มากก็น้อย
00:01:54 → 00:01:55ต้องเคยได้ยินแหละ
00:01:56 → 00:01:58ต่อมไทรอยด์นี้เป็นอวัยวะหนึ่งนะครับ อยู่ตรงคอของเรา
00:01:58 → 00:02:00ท่านผู้ชมลองคลำดูนะครับ
00:02:00 → 00:02:02อยู่บริเวณส่วนล่างของลำคอของเรา
00:02:02 → 00:02:07ขนาดประมาณสัก 3-5 เซนติเมตร ความกว้างนะครับ
00:02:07 → 00:02:09ลักษณะเขานี่ มันมีฝั่งซ้ายฝั่งขวา
00:02:09 → 00:02:10บางทีเวลาคุณหมออธิบายจะบอกว่า
00:02:10 → 00:02:12ต่อมไทรอยด์ฝั่งซ้าย ต่อมไทรอยด์ฝั่งขวา
00:02:12 → 00:02:14- มันมี 2 ฝั่งนั่นเองนะครับ - อ๋อ ครับ
00:02:14 → 00:02:17แต่ว่าลักษณะเหมือนรูปผีเสื้อ อยู่ตรงคอของเรา
00:02:17 → 00:02:18หน้าที่ของเขา ตรงไปตรงมาเลย
00:02:18 → 00:02:21ชื่อต่อมไทรอยด์ ก็สร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:02:21 → 00:02:21สร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:02:21 → 00:02:24ซึ่งฮอร์โมนไทรอยด์นี่ เป็นฮอร์โมนที่สำคัญมาก ๆ
00:02:24 → 00:02:27ในการใช้ชีวิตประจำวันนะครับ
00:02:27 → 00:02:29ยกตัวอย่างง่าย ๆ ฮอร์โมน ถ้าเกิดพูดถึงหน้าที่เขา
00:02:29 → 00:02:31หลัก ๆ นี่คือช่วยในการเผาผลาญ
00:02:31 → 00:02:34ถ้าเกิดฮอร์โมนไทรอยด์เยอะ ก็เผาผลาญเยอะ
00:02:34 → 00:02:37ถ้าเกิดฮอร์โมนไทรอยด์น้อย ก็เผาผลาญน้อย
00:02:37 → 00:02:39ก็อาจจะเป็นที่มาของ คำที่อาจารย์เต้พูดเมื่อกี้ว่า
00:02:39 → 00:02:41โรคไทรอยด์อ้วน ไทรอยด์ผอม
00:02:41 → 00:02:43เพราะมันเกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงานนั่นเอง
00:02:43 → 00:02:44แต่ว่าต่อมฮอร์โมนไทรอยด์นี่ครับ
00:02:44 → 00:02:46ไม่ใช่ทำงานแค่เผาผลาญอย่างเดียว
00:02:47 → 00:02:49มันยังช่วยให้หัวใจทำงานปกติ
00:02:49 → 00:02:51ตับทำงานปกติ สมองทำงานปกติ
00:02:51 → 00:02:52กล้ามเนื้อทำงานปกติ
00:02:53 → 00:02:55กล่าวคือ มันช่วยให้ร่างกายของเรา
00:02:55 → 00:02:57ทำงานสอดคล้องกันไปได้ อย่างสมบูรณ์นั่นเองครับ
00:02:58 → 00:03:00ถ้าปกติ ก็โอเคไป
00:03:00 → 00:03:04แต่ถ้าไม่ปกตินี่ มันไม่ปกติในรูปแบบไหนได้บ้างครับ
00:03:04 → 00:03:05แล้วก็มันเกิดจากอะไร
00:03:05 → 00:03:06อืม โอเค
00:03:06 → 00:03:07หลัก ๆ นะครับ
00:03:07 → 00:03:10ก็มี 2 โรคใหญ่ ๆ ในแง่ของไทรอยด์แล้วกัน
00:03:10 → 00:03:12ผมพูดให้ง่าย ๆ ขึ้นเนอะ
00:03:12 → 00:03:14อันดับแรกก็คือ ฮอร์โมนไทรอยด์เยอะเกินไป
00:03:14 → 00:03:15เยอะเกินไป
00:03:15 → 00:03:18คือต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนออกมา เกินความจำเป็น
00:03:18 → 00:03:19ทำงานเยอะเกินไป
00:03:19 → 00:03:21ก็กลายเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษนั่นเอง
00:03:21 → 00:03:23แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบคำว่า ไทรอยด์เป็นพิษเท่าไหร่
00:03:23 → 00:03:24อ้าว ทำไมครับ
00:03:24 → 00:03:25มันฟังดูน่ากลัว
00:03:25 → 00:03:27เอาจริง ๆ เอาเป็นว่า ไทรอยด์ทำงานเยอะเกิน
00:03:27 → 00:03:30การทำงานสูงนะครับ อันนี้คือโรคแรกนะครับ ภาวะแรก
00:03:30 → 00:03:33อีกภาวะหนึ่งก็คือ ตรงกันข้ามเลยอาจารย์เต้
00:03:33 → 00:03:35ก็คือต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป
00:03:35 → 00:03:37หรือว่าไทรอยด์ต่ำนะครับ
00:03:37 → 00:03:39เรามาพูดถึงไทรอยด์เยอะเกินก่อน
00:03:39 → 00:03:43หรือว่าไทรอยด์เป็นพิษ ที่ชาวบ้านรู้จักในโรคไทรอยด์เป็นพิษ
00:03:43 → 00:03:44ตรงไปตรงมาครับ
00:03:44 → 00:03:46พอไทรอยด์เป็นพิษ คือฮอร์โมนเยอะ
00:03:46 → 00:03:48ฮอร์โมนเยอะ ฮอร์โมนไทรอยด์ทำหน้าที่ในการเผาผลาญ
00:03:48 → 00:03:51เพราะฉะนั้นอาจารย์เต้ไม่กินอะไรเลย มันก็เผาผลาญ
00:03:51 → 00:03:52อืม
00:03:52 → 00:03:54ปกตินั่งอยู่เฉย ๆ คนทั่วไปที่ไทรอยด์ปกติ
00:03:54 → 00:03:58อาจจะเผาผลาญ ผมยกตัวอย่าง 100% แล้วกันเนอะ
00:03:58 → 00:04:01ถ้าฮอร์โมนไทรอยด์สูงขึ้นมา อาจจะเผาผลาญขึ้นเป็น 200-300%
00:04:01 → 00:04:03โดยที่ไม่ทำอะไรเลย
00:04:03 → 00:04:03อืม
00:04:03 → 00:04:05เพราะฉะนั้น ไทรอยด์เป็นพิษ
00:04:05 → 00:04:09ก็จะเป็นโรคไทรอยด์ที่คนเข้าใจว่า เป็นโรคไทรอยด์ผอมนั่นเอง
00:04:09 → 00:04:12สาเหตุหลัก ๆ จะมีโรคหนึ่ง ที่ไม่แน่ใจอาจารย์เต้เคยได้ยินหรือเปล่า
00:04:12 → 00:04:13Graves' Disease
00:04:13 → 00:04:15ไม่เคยได้ยินว่ามันคืออะไร
00:04:15 → 00:04:19Graves' Disease เป็นสาเหตุของ ไทรอยด์เป็นพิษที่เยอะที่สุดเลย
00:04:20 → 00:04:23สาเหตุของ Graves' Disease คืออยู่ดี ๆ ร่างกายมันสร้างแอนติบอดีขึ้นมา
00:04:23 → 00:04:26หรือว่าเราเรียกว่าภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันนี่
00:04:26 → 00:04:29ปกติแอนติบอดีมันต้องทำหน้าที่ ในการจับสิ่งแปลกปลอมใช่ไหม
00:04:29 → 00:04:31แบคทีเรีย ไวรัสภายนอกร่างกาย
00:04:31 → 00:04:34แต่ว่าแอนติบอดีในโรค Graves' Disease นี่
00:04:34 → 00:04:37อยู่ดี ๆ มันดันไปกระตุ้น ที่ต่อมไทรอยด์ของเราเอง
00:04:37 → 00:04:38อืม
00:04:38 → 00:04:40ก็กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานตลอดเวลา
00:04:40 → 00:04:42เกิดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:04:42 → 00:04:44แล้วก็กลายเป็นไทรอยด์เป็นพิษในที่สุด
00:04:44 → 00:04:45อืม
00:04:45 → 00:04:47แอนติบอดีนี้เกิดได้อย่างไร ไม่มีใครรู้
00:04:47 → 00:04:47ไม่มีใครรู้
00:04:47 → 00:04:50บางทฤษฎีบอก เป็นติดเชื้อไวรัสตั้งแต่เด็ก ๆ เนอะ
00:04:50 → 00:04:54หรือบางทฤษฎีบอกเป็นพันธุกรรม มีคุณพ่อคุณแม่ มีคนในครอบครัว
00:04:54 → 00:04:57ก็มีโอกาสที่จะสร้างแอนติบอดี ขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
00:04:57 → 00:04:59แต่ว่าวันดีคืนดี ร่างกายมันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาแล้ว
00:04:59 → 00:05:01แล้วก็ไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์
00:05:01 → 00:05:02สร้างฮอร์โมนเยอะ
00:05:02 → 00:05:05กลายเป็นไทรอยด์เป็นพิษ หรือเรียกว่าโรค Graves' Disease นั่นเอง
00:05:05 → 00:05:06ครับ
00:05:06 → 00:05:09แอนติบอดีตัวนี้ ยังไปกระตุ้นที่อื่นของร่างกายด้วย
00:05:09 → 00:05:10ไปกระตุ้นที่ตา
00:05:10 → 00:05:13เราจะเคยได้ยิน เป็นไทรอยด์แล้วตาโปน
00:05:13 → 00:05:14- อ๋อ - แล้วตาโตขึ้น
00:05:14 → 00:05:17เพราะว่ามันกระตุ้นต่อมไทรอยด์ กระตุ้นตาด้วยใช่ไหมครับ
00:05:18 → 00:05:20อันนี้ก็เป็นโรค Graves' Disease อันนี้คือหนึ่งสาเหตุของไทรอยด์เป็นพิษ
00:05:20 → 00:05:21ครับ
00:05:21 → 00:05:25อีกสาเหตุหนึ่งที่เจอบ่อยเหมือนกัน ก็คือเป็นการติดเชื้อไวรัสนะครับ
00:05:25 → 00:05:27พวกนี้นี่ ใช่ เป็นไทรอยด์อักเสบ
00:05:27 → 00:05:28ประวัติคนไข้ก็จะบอกว่า
00:05:28 → 00:05:32มีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล มาประมาณสัก 1-2 สัปดาห์
00:05:32 → 00:05:34ก่อนที่จะมีอาการของไทรอยด์เป็นพิษ
00:05:34 → 00:05:34แล้วคราวนี้ครับ
00:05:34 → 00:05:38ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ เป็นไข้ต่ำ ๆ 1-2 สัปดาห์
00:05:38 → 00:05:39หลังจากนั้น น้ำหนักลด
00:05:39 → 00:05:42ใจสั่น เหงื่อแตก เหนื่อยง่ายเนอะ
00:05:42 → 00:05:43ถ่ายท้องบ่อย
00:05:43 → 00:05:46อย่างนี้ครับ เราก็จะคิดว่า น่าจะเป็นไทรอยด์อักเสบ
00:05:46 → 00:05:48ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
00:05:48 → 00:05:50ซึ่งข้อแตกต่างคือพวกนี้เป็นแค่ชั่วคราว
00:05:50 → 00:05:53เป็นแค่ 3-6 เดือน เดี๋ยวมันจะดีขึ้น
00:05:53 → 00:05:56อันนี้เป็น 2 สาเหตุหลัก ๆ ของ ตัวไฮเปอร์ไทรอยด์หรือไทรอยด์เป็นพิษ
00:05:56 → 00:05:59ส่วนอีกโรคหนึ่งที่เราพูดกันไปเมื่อกี้ ก็คือไทรอยด์ต่ำ
00:05:59 → 00:06:02ก็จะเป็นคนละขั้วกับไทรอยด์สูงเลย
00:06:02 → 00:06:05ก็คือ ไม่ทำอะไร เพราะว่าฮอร์โมนไทรอยด์ไม่มีไง
00:06:05 → 00:06:05อืม
00:06:05 → 00:06:08ไม่มีอะไรกระตุ้นร่างกาย ไม่มีอะไรเผาผลาญ
00:06:08 → 00:06:12เพราะฉะนั้น ไม่ทำอะไรเลย ไม่กินอะไรเลย หายใจอย่างเดียวก็อ้วนขึ้นแล้ว
00:06:12 → 00:06:15เพราะว่าจากเดิมที่เผาผลาญ 100 ใช่ไหม มันเหลือแค่แบบ 10-20 อย่างนี้
00:06:15 → 00:06:16ไม่มีฮอร์โมนช่วยในการเผาผลาญ
00:06:16 → 00:06:20เพราะฉะนั้น ส่วนใหญ่เลยนะ ร้อยทั้งร้อย คือเกิดจากแอนติบอดีเหมือนกัน
00:06:20 → 00:06:21อ้าว
00:06:21 → 00:06:23- แต่เป็นอีกแอนติบอดีนึง - อีกแอนติบอดี
00:06:23 → 00:06:26มันคือร่างกายสร้างแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันนั่นแหละ
00:06:26 → 00:06:26ครับ
00:06:26 → 00:06:29แต่ว่าเมื่อกี้ Graves' Disease คือไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์
00:06:29 → 00:06:31โรคไทรอยด์ต่ำนี่ครับ
00:06:31 → 00:06:33ตัวแอนติบอดีไปทำลายต่อมไทรอยด์
00:06:33 → 00:06:34อืม
00:06:34 → 00:06:36เพราะฉะนั้นกลายเป็นว่า ต่อมไทรอยด์เรานี่
00:06:36 → 00:06:38ถูกทำลายไปทีละเล็กทีละน้อยนะครับ
00:06:38 → 00:06:40แล้วสุดท้ายก็คือไม่สามารถ สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาได้เพียงพอ
00:06:41 → 00:06:43ก็เลยกลายเป็นโรคต่อมไทรอยด์ต่ำนะครับ
00:06:43 → 00:06:45ภาษาอังกฤษชื่อว่า Hashimoto's Thyroiditis
00:06:46 → 00:06:48โรคฮาชิโมโตะชื่อภาษาญี่ปุ่นนิดนึงเนอะ
00:06:48 → 00:06:49เป็นโรคหนึ่งที่เจอบ่อยมาก ๆ
00:06:49 → 00:06:53แล้วแทบจะเป็นแบบ 90% 100% ของต่อมไทรอยด์ต่ำ
00:06:53 → 00:06:54ของฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำเลยครับ
00:06:54 → 00:06:57ไทรอยด์สูงหรือไทรอยด์เกินนี่ก็คือไฮเปอร์
00:06:57 → 00:07:00อันนี้เขาเรียกเป็นคนที่ไฮเปอร์หน่อย ก็จะเป็น...ประมาณไทรอยด์สูงอะไรประมาณนี้
00:07:00 → 00:07:02ใช่ ภาษาอังกฤษนี่คือเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์
00:07:02 → 00:07:03ก็คือไทรอยด์ทำงานเยอะ
00:07:03 → 00:07:06ส่วนโรคไทรอยด์ต่ำก็จะเป็นไฮโปไทรอยด์
00:07:06 → 00:07:07- ไฮโปกับไฮเปอร์ - ใช่ครับ
00:07:07 → 00:07:12อืม ถ้าเทียบกันระหว่าง ไฮโปกับไฮเปอร์ไทรอยด์นี่ครับ
00:07:12 → 00:07:15เคสไหนที่หมอปิแอร์พบบ่อยมากกว่ากัน
00:07:15 → 00:07:18เอาจริง ๆ พอผมเป็นหมอไทรอยด์ ผมก็เจอทั้งสองอย่างพอ ๆ กันเลย
00:07:18 → 00:07:22แล้วก็ทุกวันนี่ เจอคนไข้ ไฮเปอร์ไฮโปไทรอยด์ทุกวันเลยนะครับ
00:07:22 → 00:07:24เอาจริง ๆ สถิติพอ ๆ กันเลยครับอาจารย์
00:07:24 → 00:07:26ทั้งไฮเปอร์ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ
00:07:26 → 00:07:27หรือว่าไฮโปที่เป็นไทรอยด์ต่ำ
00:07:27 → 00:07:29เจอได้พอ ๆ กันเลยครับ
00:07:29 → 00:07:31แต่ว่าข้อสังเกตนิดนึง ส่วนใหญ่จะเป็นในผู้หญิง
00:07:31 → 00:07:35- อ้าว อันไหนไฮเปอร์หรือไฮโป ทั้งคู่เลย - ทั้งสองอย่างเลย
00:07:35 → 00:07:37ใช่ ส่วนใหญ่อัตราส่วนนี่นะครับ
00:07:37 → 00:07:39คุณผู้หญิงจะมีโอกาสเสี่ยง ที่จะเป็นโรคไทรอยด์นี่
00:07:40 → 00:07:43เกี่ยวกับพวกแอนติบอดี ไฮเปอร์แล้วก็ไฮโปไทรอยด์นี่มากกว่าผู้ชาย
00:07:44 → 00:07:47ถ้าอย่างนั้นคนที่เสี่ยงกว่า ก็อาจจะเป็นเพศหญิง
00:07:47 → 00:07:47ใช่ครับ
00:07:47 → 00:07:49นอกจากเรื่องเพศแล้วมีอะไรอีกไหมครับ
00:07:49 → 00:07:51เรื่องของอายุ เรื่องของพันธุกรรม อะไรอย่างนี้มีไหมครับ
00:07:51 → 00:07:53ครับ หลัก ๆ ก็จะมีเพศหญิงเนอะ
00:07:53 → 00:07:54อีกอันหนึ่งก็คือเป็นพันธุกรรม
00:07:55 → 00:07:57ถ้าเกิดว่ามีประวัติครอบครัว
00:07:57 → 00:07:59เคยมีใครเป็นโรคไทรอยด์ในครอบครัวมาก่อน
00:07:59 → 00:08:01ก็มีโอกาสเสี่ยงที่มากขึ้น
00:08:01 → 00:08:04หลัก ๆ ก็มี 2 อย่างคือเพศ และพันธุกรรม ประวัติครอบครัวครับ
00:08:04 → 00:08:05หมอปิแอร์ครับ
00:08:05 → 00:08:10เรามาพูดถึงเรื่องของอาการของไทรอยด์อ้วน กับไทรอยด์ผอมกันสักนิดนึง
00:08:10 → 00:08:11ว่าสองอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างไร
00:08:11 → 00:08:14เราเริ่มจากไทรอยด์ผอมก่อนแล้วกัน
00:08:14 → 00:08:17โอเค หรือว่าไทรอยด์เป็นพิษเนอะ ไทรอยด์เยอะเกิน
00:08:17 → 00:08:17ครับ เยอะเกิน
00:08:17 → 00:08:21ก็คิดตรงไปตรงมา ไทรอยด์มันเป็นฮอร์โมนกระตุ้นในร่างกาย
00:08:21 → 00:08:22กระตุ้นการเผาผลาญ
00:08:22 → 00:08:26เพราะฉะนั้น อาการของไทรอยด์ ชนิดที่เยอะเกิน ไทรอยด์ผอมนี่ครับ
00:08:26 → 00:08:28ก็เหมือนร่างกายถูกกระตุ้นตลอดเวลา
00:08:28 → 00:08:31ก็จะมีเหนื่อยง่าย นั่ง ๆ อยู่ใจสั่น
00:08:31 → 00:08:32ถ้าคุณผู้ชมนึกไม่ออก
00:08:32 → 00:08:36นึกง่าย ๆ เหมือนเราไปวิ่งรอบสนาม มาสัก 3-4 รอบ นั่นน่ะ
00:08:36 → 00:08:39นั่นน่ะ นั่งเฉย ๆ แล้วเป็นอย่างนั้นน่ะ
00:08:39 → 00:08:39โอ้โฮ
00:08:39 → 00:08:40ตุ้บ ๆ อย่างนั้นนะครับ
00:08:40 → 00:08:43คนที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ จะรู้สึกอย่างนั้นเลยเนอะ
00:08:43 → 00:08:45แล้วบางคนจะรู้สึกว่ามันไม่เป็นจังหวะด้วย
00:08:45 → 00:08:47คือปกติคนทั่วไป ถ้าเกิดใจสั่นยังไง
00:08:47 → 00:08:49ใจเต้นเร็วยังไง มันควรจะต้องเป็นจังหวะของมัน
00:08:50 → 00:08:53อันนี้บางทีเหมือนแบบ... ตึ้บ ๆ อย่างนี้ครับ
00:08:53 → 00:08:55จะรู้สึกเหมือน…ใจมันเต้นผิดจังหวะไปเลย
00:08:55 → 00:08:57อันนี้ก็เป็นอาการของ ไทรอยด์เป็นพิษได้เหมือนกัน
00:08:57 → 00:09:00กิจวัตรประจำวันอะไรที่เคยทำได้ โดยไม่เหนื่อย
00:09:00 → 00:09:02กลายเป็นว่าดูเหนื่อยมากขึ้น ต้องนั่งพัก
00:09:02 → 00:09:05อีกอาการหนึ่งคือ น้ำหนักตัวจะลดลงนะครับ
00:09:05 → 00:09:08ถ้าคุณผู้หญิง ก็จะมีเรื่องประจำเดือนผิดปกติ
00:09:08 → 00:09:11ประจำเดือนในไทรอยด์สูงนี่ครับ จะเป็นประจำเดือนแบบมาน้อย
00:09:11 → 00:09:13จะมาน้อย หรือว่าคลาดเคลื่อนนะครับ
00:09:14 → 00:09:16ถ่ายท้องจะถ่ายท้องดีขึ้น
00:09:16 → 00:09:18คนไข้ที่เป็นไทรอยด์สูงหรือไทรอยด์เป็นพิษนี่
00:09:18 → 00:09:20เขาจะไม่ได้บอกว่าถ่ายเหลว จู๊ด ๆ
00:09:21 → 00:09:23แต่จะถ่ายบ่อย ถ่ายง่าย
00:09:23 → 00:09:26จากเดิมต้องเข้าห้องน้ำถ่ายหนักในวันละครั้ง
00:09:26 → 00:09:29จะกลายเป็นว่าถ่ายประมาณ 2-4 ครั้งเลย
00:09:29 → 00:09:31บางคนถึง 5-6 ครั้งเลย
00:09:31 → 00:09:33คนที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ก็จะรู้สึกขี้ร้อนง่าย
00:09:33 → 00:09:34ต่อมไทรอยด์อย่างที่ผมบอกนะ
00:09:34 → 00:09:36มันไม่ได้ไปแค่หัวใจ แค่ตับอย่างเดียว
00:09:36 → 00:09:40กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะหนึ่งที่ไทรอยด์ทำงาน ร่วมด้วยเสมอนะครับ
00:09:40 → 00:09:41ครับ
00:09:41 → 00:09:43จริง ๆ โรคไทรอยด์ที่เป็นพิษ หรือไทรอยด์สูงนี่
00:09:43 → 00:09:46มันสามารถทำให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
00:09:46 → 00:09:47โอ้ ขนาดนั้นเลย
00:09:47 → 00:09:48ส่วนใหญ่จะเจอในผู้ชาย
00:09:48 → 00:09:50โรคไทรอยด์ส่วนใหญ่จะเจอในผู้หญิงเนอะ
00:09:50 → 00:09:54แต่ว่าถ้าเกิดเกี่ยวกับกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี่ ส่วนใหญ่เจอในผู้ชาย
00:09:54 → 00:09:56อาการบางคนนี่คือ ถึงขั้นเหมือนอัมพาตเลยนะ
00:09:56 → 00:09:57โอ้โฮ
00:09:57 → 00:09:58ไม่สามารถขยับได้เลย
00:09:58 → 00:10:02อันนั้นในกรณีที่เป็นไทรอยด์ แล้วก็ทำให้มีระบบกล้ามเนื้อแปรปรวน
00:10:02 → 00:10:02ครับ
00:10:02 → 00:10:04กระดูกก็เช่นกัน
00:10:04 → 00:10:07ไทรอยด์นี่ถ้าสูงเกินไป มันจะไปกัดกินกระดูก
00:10:07 → 00:10:08ทำให้กระดูกพรุน
00:10:08 → 00:10:09อืม
00:10:09 → 00:10:12เพราะฉะนั้นคนที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษนาน ๆ โดยที่ไม่รักษานี่
00:10:12 → 00:10:13กระดูกหักง่ายมากเลยครับผม
00:10:13 → 00:10:16เพราะฉะนั้น มีแน่นอนเกี่ยวกับ ผลของกระดูกและกล้ามเนื้อครับ
00:10:16 → 00:10:18พูดถึงไทรอยด์ผอมแล้ว
00:10:18 → 00:10:20ทีนี้มาไทรอยด์อ้วนบ้างครับ
00:10:20 → 00:10:20อืม ครับ
00:10:21 → 00:10:22ไทรอยด์อ้วนก็คือไทรอยด์ต่ำ
00:10:22 → 00:10:24เพราะฉะนั้นอาการก็จะเป็นตรงกันข้ามเลย
00:10:24 → 00:10:27ก็คือไม่มีอะไรไปกระตุ้นการเผาผลาญในร่างกาย
00:10:27 → 00:10:29เพราะฉะนั้น อาการก็อาจน้ำหนักตัวเยอะขึ้น
00:10:29 → 00:10:31คนที่เป็นไทรอยด์ต่ำนี่ครับ
00:10:31 → 00:10:34น้ำหนักตัวมันจะเยอะแบบ…อ้วนแบบฉุ ๆ
00:10:34 → 00:10:35บวม ๆ เหมือนบวมน้ำ
00:10:35 → 00:10:36หรือครับ
00:10:36 → 00:10:38คือ ถ้าเกิดคนอ้วนแบบทานเยอะนี่
00:10:38 → 00:10:40มันจะอ้วนแบบเป็นไขมัน
00:10:40 → 00:10:41อืม
00:10:41 → 00:10:42แต่ถ้าเกิดอ้วนจากไทรอยด์นี่ครับ
00:10:42 → 00:10:44มันจะแบบดูบวม ๆ ฉุ ๆ นิดนึง
00:10:44 → 00:10:45มันแยกยังไงนี่ผมสงสัย
00:10:45 → 00:10:47- คุณหมอจะตรวจร่างกายเจอนะครับ - อ๋อ หรือครับ
00:10:48 → 00:10:50คือถ้าเกิดเรากินเยอะนี่ มันจะเป็นไขมันที่มาพอกเยอะ
00:10:51 → 00:10:53แต่ว่าถ้าเกิดเป็นไทรอยด์ต่ำนี่ มันจะดูเหมือนแบบ...
00:10:53 → 00:10:55เหมือนบวม ๆ คนที่บวม ๆ นิดนึง
00:10:55 → 00:10:57อันนี้ลักษณะมันก็จะแตกต่างกันนิดหน่อย
00:10:57 → 00:11:00แต่โดยรวมคือน้ำหนักตัวเยอะขึ้นแล้วกัน
00:11:00 → 00:11:03พอไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ ไปช่วยในการเผาผลาญนี่ครับ
00:11:03 → 00:11:04ขี้หนาว
00:11:04 → 00:11:06เหมือนกับเมื่อกี้ขี้ร้อนเนอะ แต่คราวนี้ขี้หนาวแทนนะครับ
00:11:06 → 00:11:07อ๋อ
00:11:07 → 00:11:10รู้สึกไม่อยากทำอะไร อ่อนเพลีย เฉื่อยแฉะ
00:11:10 → 00:11:15ถ่ายท้องก็ถ่ายยากขึ้น เป็นท้องผูก บางที 2-3 วันเข้าห้องน้ำทีนึง
00:11:15 → 00:11:18แล้วก็ประจำเดือนก็จะผิดปกติเหมือนกัน ในคุณสุภาพสตรี
00:11:18 → 00:11:19อันนี้จะเป็นแบบมามาก
00:11:19 → 00:11:21จะมาค่อนข้างเยอะนะครับ
00:11:21 → 00:11:24หรือว่ามาผิดปกติ มาไม่ตรงรอบเดือน ก็เป็นได้เหมือนกัน
00:11:24 → 00:11:29[เสียงดนตรี]
00:11:29 → 00:11:30มีวิธีในการป้องกันไหมครับว่า
00:11:30 → 00:11:33เราไม่อยากเป็นโรคแบบนี้ เราต้องการได้ไหม
00:11:33 → 00:11:33โอเค
00:11:33 → 00:11:38จริง ๆ วิธีป้องกันอาจจะไม่มีแบบ ไม่มีวิธีอะไรที่ดีที่สุด
00:11:38 → 00:11:39อา...
00:11:39 → 00:11:42เอาเป็นว่า หนึ่ง ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นปัจจัยเสี่ยง
00:11:42 → 00:11:45แน่นอน ผู้หญิง...เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เนอะ
00:11:45 → 00:11:47แล้วก็แก้อะไรไม่ได้ใช่ไหม
00:11:47 → 00:11:49ถ้าใครมีประวัติครอบครัว
00:11:49 → 00:11:51ก็อาจจะต้องคอยสังเกตตัวเองนิดนึง
00:11:51 → 00:11:53ว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า ที่ผมพูดไปทั้งหมด
00:11:53 → 00:11:55ทั้งฝั่งตัวไทรอยด์เป็นพิษ
00:11:55 → 00:11:57แล้วก็ฝั่งไทรอยด์ต่ำนะครับ
00:11:57 → 00:11:59ถ้ามีอาการ ผมแนะนำว่าต้องรีบเข้ามาตรวจ
00:11:59 → 00:12:03อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการที่ตรวจเจอโรคได้ทันท่วงที
00:12:03 → 00:12:05ได้เร็ว แล้วก็รักษาเร็ว
00:12:05 → 00:12:08จริง ๆ ดีที่สุดคือการสังเกตอาการตัวเอง อย่างที่เราบอกกันนะครับ
00:12:08 → 00:12:11ต่อมไทรอยด์ขนาดที่เปลี่ยนแปลงนี่
00:12:11 → 00:12:13มันจะเจอร่วมกับโรคนั้น ๆ
00:12:13 → 00:12:16เป็นได้ทั้งไทรอยด์เป็นพิษ แล้วก็ไทรอยด์ต่ำ
00:12:16 → 00:12:19แต่โดยส่วนใหญ่กว่าที่คนไข้จะสังเกตเห็น
00:12:19 → 00:12:22ว่าต่อมไทรอยด์ของเรามันใหญ่ขึ้นมาแล้วครับ
00:12:22 → 00:12:24แสดงว่าตัวโรคมันดำเนินมาสักพักหนึ่งแล้ว
00:12:24 → 00:12:25อืม
00:12:25 → 00:12:28อาการบางอย่างที่เราปล่อยปละละเลย ไม่ได้สังเกตมัน
00:12:28 → 00:12:31มันคิดว่ามันไม่เป็นอะไร จริง ๆ มันมีเตือนเรามาก่อนหน้านั้นแล้ว
00:12:31 → 00:12:33เพราะฉะนั้น ถ้ารอให้คอพอกก่อน
00:12:33 → 00:12:35คอพอกมันคือการที่ต่อมไทรอยด์โตเนอะ
00:12:35 → 00:12:35อา...
00:12:35 → 00:12:38- อาจจะหมายถึงโรคเราเป็นมานานแล้ว - มันไปไกลแล้ว
00:12:38 → 00:12:39มันมาสักพักนึงแล้วนะครับ
00:12:39 → 00:12:43มันถึงสามารถพัฒนาเป็นก้อนขึ้นมา แบบต่อมไทรอยด์โตขึ้นมาได้
00:12:43 → 00:12:47เพราะฉะนั้นดีที่สุด ต้องเป็นการสังเกตอาการอย่างที่เราบอกกัน
00:12:47 → 00:12:49หมอปิแอร์ครับ ฟังมาถึงตรงนี้แล้วนี่
00:12:49 → 00:12:51คุณผู้ชมคงจะสงสัยแล้วล่ะ
00:12:51 → 00:12:54ว่าเอ๊ะ เรามีความผิดปกติหรือเปล่า
00:12:54 → 00:12:55ถ้าเผื่อเขาสงสัย
00:12:55 → 00:12:56เขาควรจะต้องทำอย่างไร
00:12:56 → 00:12:58ไปหาหมอเลยไหม หรือว่าดูแลด้วยตัวเองได้
00:12:58 → 00:13:01วิธีการเช็กง่าย ๆ เลย มี 2 อย่าง ก็คือตรวจร่างกาย
00:13:01 → 00:13:04ทุกคนควรจะต้องไปตรวจร่างกายประจำปีอยู่แล้ว
00:13:04 → 00:13:06อายุ 30 ปีขึ้นไปควรจะไปตรวจ
00:13:06 → 00:13:09ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็อาจจะบอกคุณหมอก็ได้ว่า
00:13:09 → 00:13:10เรามีประวัติเสี่ยง
00:13:10 → 00:13:13มีคุณพ่อคุณแม่ มีคนในครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์
00:13:13 → 00:13:15ขอให้คุณหมอคลำต่อมไทรอยด์ดูนิดนึง
00:13:15 → 00:13:17อันนี้ก็เป็นหนึ่งวิธีการเช็กได้
00:13:17 → 00:13:17ครับ
00:13:17 → 00:13:18สองคือเจาะเลือดนะครับ
00:13:18 → 00:13:21โดยปกตินี่ การเจาะเลือดพื้นฐาน
00:13:21 → 00:13:25มันจะไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ อยู่ในวิธีการเจาะเลือดประจำปี
00:13:25 → 00:13:26โดยส่วนใหญ่นะ
00:13:26 → 00:13:27อืม
00:13:27 → 00:13:29แต่ว่าถ้าเกิดไปตรวจบางที่
00:13:29 → 00:13:30โรงพยาบาลบางที่ที่เขามีแพ็กเกจ
00:13:30 → 00:13:31ก็จะมีฮอร์โมนไทรอยด์ด้วย
00:13:32 → 00:13:34ถ้าเรามีประวัติเสี่ยงอย่างนี้ครับ มีคนในครอบครัว
00:13:34 → 00:13:36ก็อาจจะขอเจาะเพิ่มเข้าไปว่า
00:13:36 → 00:13:38ขอตรวจดูนิดนึงว่า ฮอร์โมนไทรอยด์เราเป็นอย่างไร
00:13:38 → 00:13:39ก็เป็นวิธีการได้ครับ
00:13:39 → 00:13:43ทั้งตรวจต่อมไทรอยด์โดยคุณหมอ แล้วก็เจาะเลือดดูค่าของไทรอยด์
00:13:43 → 00:13:45- สมมุติว่าไปตรวจแล้ว - ครับ
00:13:45 → 00:13:51พบแล้วว่าปริมาณของไทรอยด์ฮอร์โมนนี่ มันไม่ได้อยู่ในค่ามาตรฐาน
00:13:51 → 00:13:51อืม
00:13:51 → 00:13:54เราควรจะต้องมีวิธีในการดูแลตัวเองอย่างไร
00:13:54 → 00:13:57เรื่องของการรับการรักษา เรื่องของการดูแลตัวเอง
00:13:57 → 00:13:59ครับ ถ้าเริ่มพูดถึงรักษาก่อน
00:13:59 → 00:14:01แล้วพูดแยกเป็นไทรอยด์เป็นพิษ กับไทรอยด์ต่ำแล้วกัน
00:14:01 → 00:14:02ได้ครับ
00:14:02 → 00:14:03เริ่มที่ไทรอยด์เป็นพิษนะครับ
00:14:04 → 00:14:07วิธีการรักษาไทรอยด์เป็นพิษนี่ มีหลัก ๆ อยู่ 3 อย่างนะครับ
00:14:07 → 00:14:10- อันดับแรกคือกินยา - ยาประเภทไหนครับ
00:14:10 → 00:14:10เป็นยาเม็ดเลย
00:14:11 → 00:14:14ก็คือ ตรงไปตรงมา ในเมื่อฮอร์โมนไทรอยด์มันสูง
00:14:14 → 00:14:17เราก็กินยาเข้าไป เพื่อกดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:14:17 → 00:14:19กินยานี่ มันเป็นการรักษาชั่วคราว
00:14:20 → 00:14:22เพราะว่าต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนเยอะ
00:14:23 → 00:14:26เราให้ยาไปเพื่อยับยั้ง การสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:14:26 → 00:14:28เมื่อไหร่ก็ตามที่เราถอนยาออก
00:14:28 → 00:14:29ต่อมไทรอยด์มันก็ยังอยู่
00:14:30 → 00:14:34มันก็มีโอกาสที่จะกลับมา สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ใหม่
00:14:34 → 00:14:36กินยานี่จะกินสักประมาณปีถึงปีครึ่ง
00:14:36 → 00:14:37อืม
00:14:37 → 00:14:38แล้วคุณหมอก็จะประเมินแล้วว่า
00:14:38 → 00:14:41เฮ้ย ปีถึงปีครึ่งนี่ ถ้ายามันได้ผล
00:14:41 → 00:14:43มันน่าจะค่อย ๆ ถอนยาได้แล้ว
00:14:43 → 00:14:46ถ้าใครก็ตามที่ดูโหงวเฮ้งแล้ว
00:14:46 → 00:14:49กินยามาปี 2 ปีแล้ว
00:14:49 → 00:14:52ยังลดยาไม่ได้สักทีหนึ่ง ยังต้องกินยาหลายเม็ด
00:14:52 → 00:14:53น่าจะต้องใช้ยาเป็นระยะยาว
00:14:53 → 00:14:56เราก็จะเริ่มคุยแล้ว ลองไปกลืนแร่ดูไหม
00:14:56 → 00:15:01เพราะว่ากลืนแร่ก็จะเป็นการรักษาอีกแบบหนึ่ง ที่ประสิทธิภาพดีเลย แล้วก็หายขาด
00:15:01 → 00:15:01ครับ
00:15:01 → 00:15:03กลืนแร่นี่ ฟังดูน่ากลัว
00:15:03 → 00:15:05แร่นี่คือแร่อะไร อย่างไร
00:15:05 → 00:15:06มันคือแร่ไอโอดีนครับอาจารย์เต้
00:15:07 → 00:15:08ฟังมันดูน่ากลัวนิดนึงท่านผู้ชม
00:15:08 → 00:15:11อันนี้ฟังคร่าว ๆ ผ่าน ๆ เดี๋ยวผมอธิบายอีกทีนึงเนอะ
00:15:11 → 00:15:15มันเป็นแร่ไอโอดีน ที่ใส่สารกัมมันตภาพรังสีเข้าไป
00:15:15 → 00:15:16มันไม่ได้น่ากลัวอย่างนั้น
00:15:16 → 00:15:17อย่าเพิ่งตกใจกัน
00:15:18 → 00:15:21เอาอย่างนี้ มันใส่สารเข้าไปแล้วกัน ให้แร่ธรรมดานี่
00:15:21 → 00:15:25ไอโอดีนเรามีตามธรรมชาติ มีตามอาหารทะเล
00:15:25 → 00:15:27แต่มันใส่เหมือนพลังงานเข้าไปนิดนึง
00:15:27 → 00:15:30ให้แร่นี่มันมีพลังงานในการทำลายเซลล์ไทรอยด์
00:15:30 → 00:15:31อืม
00:15:31 → 00:15:32น้อย ๆ น้อย ๆ เลยครับ
00:15:32 → 00:15:33อันนี้เป็นการกลืนแร่
00:15:33 → 00:15:37เพราะฉะนั้นกลืนแร่นี่ไม่ใช่ โอ้โฮ ต้องไปเข้าอุโมงค์อะไร ไม่ใช่เลย
00:15:37 → 00:15:40- เหมือนเป็นน้ำยานี่แหละ เป็นเม็ดยานี่แหละ - อ๋อ
00:15:40 → 00:15:42แล้วในนั้นก็คือมีไอโอดีนอยู่
00:15:42 → 00:15:42ซึ่งไอโอดีนนี่
00:15:43 → 00:15:46มีการใส่สารที่เพิ่มพลังการทำลาย เซลล์ไทรอยด์เข้าไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง
00:15:46 → 00:15:48ก็กินเข้าไป กินปุ๊บ กลับบ้านได้
00:15:48 → 00:15:50เพราะฉะนั้นคนที่กลืนแร่นี่
00:15:50 → 00:15:54สุดท้ายแล้วให้คิดไว้ก่อนเลยว่า คุณจะไม่มีต่อมไทรอยด์
00:15:54 → 00:15:55อา...
00:15:55 → 00:15:58เพราะฉะนั้นเรากำลังจะเปลี่ยนคน ๆหนึ่ง จากโรคไทรอยด์เป็นพิษ
00:15:58 → 00:15:59ให้กลายเป็นไทรอยด์ต่ำ
00:15:59 → 00:15:59อืม
00:15:59 → 00:16:03คุณต้องมากินฮอร์โมนไทรอยด์เสริม ตลอดชีวิตเหมือนกัน
00:16:03 → 00:16:05คราวนี้ คนไข้ก็จะถามแล้ว
00:16:05 → 00:16:07ในเมื่อกินยาตอนแรก ฉันก็ต้องกินยาวนี่
00:16:07 → 00:16:11โอเค ถ้าเกิดฉันกินมาปี 2 ปี ฉันหยุดไม่ได้ ฉันก็ต้องกินยาว ๆ ใช่ไหม
00:16:11 → 00:16:13แต่ถ้าฉันไปกลืนแร่ ฉันกลายเป็นไทรอยด์ต่ำ
00:16:13 → 00:16:16ฉันก็ต้องกินฮอร์โมนไทรอยด์เสริม ไปตลอดชีวิตเหมือนกัน
00:16:16 → 00:16:16อยู่ดี
00:16:16 → 00:16:18แล้วมันจะมีอะไรแตกต่างกัน
00:16:19 → 00:16:21ฮอร์โมนไทรอยด์เสริมนี่ครับ เป็นฮอร์โมนธรรมชาติเนอะ
00:16:22 → 00:16:24ถ้าเกิดว่าเลือกการกลืนยาแบบตอนแรกนะ
00:16:24 → 00:16:27ยังไง ๆ กินยาอยู่ ต้องมาเจอผมทุก 3 เดือน
00:16:27 → 00:16:30ในการเจาะฮอร์โมนไทรอยด์ ดูมีผลข้างเคียงหรือเปล่า
00:16:30 → 00:16:32ในขณะที่ถ้าเกิดไปกลืนแร่ กลายเป็นไทรอยด์ต่ำ
00:16:32 → 00:16:34แล้วกินฮอร์โมนไทรอยด์เสริม
00:16:34 → 00:16:35ฮอร์โมน ฮอร์โมนธรรมชาติเลย
00:16:36 → 00:16:38เพราะฉะนั้นถ้าเกิดปรับยาได้ดีนะ เจอกันปีละครั้ง
00:16:38 → 00:16:38ปีละครั้ง
00:16:38 → 00:16:40เพราะฉะนั้น การดูแลระยะยาวนี่ครับ
00:16:41 → 00:16:44การกินฮอร์โมนไทรอยด์เสริม มันดูแลง่ายกว่ามากเลย
00:16:44 → 00:16:46เจอกัน 6 เดือนครั้ง ปีละครั้ง
00:16:46 → 00:16:48ยาต้านฮอร์โมนไทรอยด์นี่ ต้องกินทุกวัน
00:16:48 → 00:16:50วันนึงแล้วแต่ 2-3 เม็ดนะครับ
00:16:50 → 00:16:52ถ้าหยุดกิน ลืมกินวันสองวันนี่
00:16:52 → 00:16:54มีโอกาสไทรอยด์เป็นพิษกำเริบมาได้
00:16:54 → 00:16:56ในขณะที่ฮอร์โมนไทรอยด์เสริมนี่
00:16:56 → 00:16:57กินทุกวันก็จริง
00:16:57 → 00:16:59แต่ลืมกินวันนี้ ไม่เป็นไร
00:16:59 → 00:17:00อีกวันนึง กิน 2 เม็ดยังได้เลย
00:17:00 → 00:17:02ลืมกิน 2 วัน ยังพอได้เลย
00:17:02 → 00:17:04เพราะฮอร์โมนไทรอยด์ มันเป็นฮอร์โมนธรรมชาติ
00:17:04 → 00:17:05แล้วมันก็ปรับยาง่าย
00:17:05 → 00:17:08เพราะฉะนั้นการดูแลระยะยาว ในการกินฮอร์โมนไทรอยด์เสริม
00:17:08 → 00:17:10หลังจากกลืนแร่นั้นนะครับ
00:17:10 → 00:17:11ดูแลง่ายกว่ามาก
00:17:11 → 00:17:12แล้วก็การรักษาสุดท้ายคือการผ่าตัด
00:17:12 → 00:17:16ผ่าตัดส่วนใหญ่ เราไม่เอามาเป็นการรักษาอันดับแรก
00:17:16 → 00:17:19เพราะว่า หนึ่ง คนไข้ต้องไปเข้าห้องผ่าตัด
00:17:19 → 00:17:21ดมยาสลบ กรีดมีด
00:17:21 → 00:17:22มีโอกาสเลือดออก
00:17:22 → 00:17:25มีโอกาสกระทบกระเทือนต่ออวัยวะในลำคอ
00:17:25 → 00:17:28เพราะฉะนั้น ผลข้างเคียงของการผ่าตัดจะค่อนข้างเยอะ
00:17:28 → 00:17:31เราจะเก็บไว้เป็นตัวเลือกสุดท้าย
00:17:31 → 00:17:33ถ้าทำอะไรไม่ได้แล้วนะครับ
00:17:33 → 00:17:34- ทีนี้มาไทรอยด์ต่ำบ้าง - ครับ
00:17:34 → 00:17:37ไทรอยด์ต่ำง่ายมากอาจารย์เต้ ได้กินฮอร์โมนไทรอยด์เสริมเท่านั้นเอง
00:17:37 → 00:17:39อ๋อ ให้เสริมเข้าไป
00:17:39 → 00:17:39ใช่ครับ
00:17:40 → 00:17:41คือไทรอยด์ต่ำนี่ต้องบอกก่อนว่า
00:17:41 → 00:17:44เมื่อคุณถูกวินิจฉัยว่า กลายเป็นโรคไทรอยด์ต่ำ
00:17:44 → 00:17:46โดยส่วนใหญ่มันจะไม่กลับมาแล้ว
00:17:46 → 00:17:46ครับ
00:17:46 → 00:17:48เป็นแล้วเป็นเลย
00:17:48 → 00:17:50เพราะฉะนั้น คุณต้องกินฮอร์โมนไทรอยด์เสริมไปตลอดชีวิต
00:17:50 → 00:17:51อืม
00:17:51 → 00:17:54เพราะฉะนั้น ต่ำเท่าไหร่ ผมก็ให้กินกลับเข้าไป
00:17:54 → 00:17:54อืม
00:17:54 → 00:17:56ในช่วงแรก อาจจะต้องตรวจติดตามกันบ่อยนิดนึงว่า
00:17:56 → 00:17:59แต่ละคนใช้ขนาดยาไม่เท่ากันเนอะ
00:17:59 → 00:18:02แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเจอ แล้ว อ้อ คุณคนนี้กินเท่านี้
00:18:02 → 00:18:03ก็กินเท่านี้ไปเรื่อย ๆ
00:18:04 → 00:18:06เจอกัน 6 เดือนครั้งนึง ปีนึงครั้งนึง
00:18:06 → 00:18:07แต่กินไปตลอดชีวิตครับ
00:18:07 → 00:18:07ครับ
00:18:07 → 00:18:12[เสียงดนตรี]
00:18:12 → 00:18:14- หมอปิแอร์ครับ ผมสงสัย - ครับ
00:18:14 → 00:18:19หมอปิแอร์พูดถึงการให้ฮอร์โมนทดแทน ก็คือไทรอยด์ฮอร์โมนนี่แหละ
00:18:19 → 00:18:22ซึ่งมันมีคุณสมบัติในการที่จะทำให้เรา เผาผลาญอาหารได้
00:18:22 → 00:18:22ครับ
00:18:22 → 00:18:23ได้ดีถูกไหมครับ
00:18:24 → 00:18:25อย่างนี้ถ้าเผื่อผมอ้วนน่ะ
00:18:25 → 00:18:28ผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เกี่ยวกับเรื่องของต่อมไทรอยด์เลย
00:18:28 → 00:18:31ผมก็…หมอครับ จ่ายยาให้ผมหน่อย
00:18:31 → 00:18:33ได้ฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไปเพื่อจะลดน้ำหนักลง
00:18:33 → 00:18:35มันเป็นไปได้ไหม หรือเขาทำกันไหม
00:18:35 → 00:18:40โอเค ทำได้ครับ แต่ไม่แนะนำอย่างสุด ๆ ไปเลย
00:18:41 → 00:18:45เอาจริง ๆ ยาลดน้ำหนักที่ขายตามท้องตลาด ที่ไม่ได้ผ่าน อย.
00:18:45 → 00:18:47ที่ไม่ได้รับการรองรับนะครับ เขาผสมฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไป
00:18:47 → 00:18:48อา...หรือครับ
00:18:48 → 00:18:52เพราะฉะนั้นเหมือนกินฮอร์โมนไทรอยด์ กระตุ้นการเผาผลาญ
00:18:52 → 00:18:53น้ำหนักตัวก็จะลดลงมา
00:18:53 → 00:18:56แต่ว่าเราแลกมากับ การมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
00:18:57 → 00:18:57อืม
00:18:57 → 00:19:00ก็ย้อนกลับไปว่า ไทรอยด์เป็นพิษเป็นอะไรบ้างเนอะ
00:19:00 → 00:19:04หัวใจแย่ลง กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง
00:19:04 → 00:19:06เพราะฉะนั้น การที่กินยาเพื่อลดน้ำหนัก
00:19:06 → 00:19:08ใช้ไม่ถูกข้อบ่งชี้นะครับ
00:19:08 → 00:19:11มันก็มีผลข้างเคียงต่อร่างกายตามมานะครับ
00:19:11 → 00:19:13อีกคำถามหนึ่งที่เจอบ่อยก็คือ คนที่เป็นโรคไทรอยด์ต่ำ
00:19:14 → 00:19:15น้ำหนักตัวเขาขึ้น
00:19:15 → 00:19:18เขากินฮอร์โมนไทรอยด์ น้ำหนักตัวเขาจะลงไหม ลง
00:19:18 → 00:19:18ลง
00:19:18 → 00:19:24ใช่ แต่ว่าอาจจะลงไม่ทันใจนิดนึง ต้องใช้เวลานิดนึงครับ เช่น
00:19:24 → 00:19:26เป็นโรคไทรอยด์ต่ำ น้ำหนักขึ้นมา 10 กิโลกรัม
00:19:26 → 00:19:28พอปรับฮอร์โมนไทรอยด์ได้ดีแล้ว
00:19:28 → 00:19:30อาจจะลงมาสัก 5 กิโล ครึ่งนึง อะไรอย่างนี้ครับ
00:19:30 → 00:19:32มันต้องใช้เวลานิดนึง แล้วที่เหลือก็อาจจะต้องช่วยคุณหมอด้วย
00:19:32 → 00:19:35ออกกำลังกาย ปรับอาหาร อะไรก็ว่าไปเนอะ
00:19:35 → 00:19:37จริง ๆ เอาน้ำหนักลง ยากกว่าเอาน้ำหนักขึ้นมากเลย
00:19:37 → 00:19:40ครับ เพราะฉะนั้น ไม่แนะนำเลย ถ้าใครจะกินฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อลดน้ำหนัก
00:19:40 → 00:19:43เพราะว่ามันมีผลข้างเคียงที่ตามมา เยอะแยะเลยครับ
00:19:43 → 00:19:46เท่าที่ฟังดูแล้วนี่ คงจะต้องมีการกินยาฮอร์โมน
00:19:46 → 00:19:46ครับ
00:19:46 → 00:19:49ถ้าในกรณีที่กลืนแร่ ในที่สุดก็ต้องให้ฮอร์โมนเข้าไปทดแทน
00:19:49 → 00:19:49ครับ
00:19:49 → 00:19:51ถ้าไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
00:19:51 → 00:19:53ก็คงจะต้องให้ฮอร์โมนทดแทนด้วย
00:19:53 → 00:19:54ใช่ครับ
00:19:54 → 00:19:58นั่นก็แปลว่าวิธีในการที่จะดูแลตัวเองก็คือ ต้องกินยาสม่ำเสมอ
00:19:58 → 00:19:59ใช่เลย
00:19:59 → 00:19:59ใช่ไหมครับ
00:19:59 → 00:20:01พยายามอย่าขาดยา
00:20:01 → 00:20:01ครับ
00:20:01 → 00:20:05มีวิธีในการที่จะดูแลตัวเองเพิ่มเติม นอกจากนี้ไหมครับ
00:20:05 → 00:20:07เรื่องของอาหาร เรื่องของการออกกำลังกาย
00:20:07 → 00:20:08ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษไหมครับ
00:20:08 → 00:20:10ครับ จริง ๆ แล้วนี่ คนที่เป็นโรคไทรอยด์นะครับ
00:20:10 → 00:20:12ถ้าเกิดรักษาจนไทรอยด์สงบ
00:20:12 → 00:20:14หรือว่าคงที่แล้วนี่ครับ
00:20:14 → 00:20:17สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่างเลย
00:20:17 → 00:20:19ออกกำลังกายได้ ทานอาหารทุกอย่างได้
00:20:19 → 00:20:22ถ้าใครก็ตามที่เป็นโรคไทรอยด์อยู่นี่
00:20:22 → 00:20:23มีพฤติกรรมบางอย่าง
00:20:23 → 00:20:27อาจจะทำให้โรคไทรอยด์มันกำเริบ หรือว่ามันรักษายากขึ้น เช่น
00:20:28 → 00:20:29พักผ่อนน้อย
00:20:29 → 00:20:32นอนน้อย เครียด อย่างนี้ครับ
00:20:32 → 00:20:33สูบบุหรี่
00:20:33 → 00:20:34สูบบุหรี่นี่สำคัญมากเลย
00:20:34 → 00:20:36เป็นตัวกระตุ้นต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้ดีเลย
00:20:36 → 00:20:38มีความเชื่อบางอย่างที่เกี่ยวกับอาหาร เช่น
00:20:38 → 00:20:39ยังไงครับ
00:20:39 → 00:20:42กินอาหารทะเล กระตุ้นให้เป็นไทรอยด์มากขึ้นหรือเปล่า
00:20:42 → 00:20:45คือปกติต่อมไทรอยด์นี่
00:20:45 → 00:20:49เขาหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมา เขาต้องใช้ไอโอดีนเป็นสารตั้งต้น
00:20:49 → 00:20:50ครับ
00:20:50 → 00:20:52แล้วในอาหารทะเลก็มีไอโอดีนเยอะ
00:20:52 → 00:20:52อา...
00:20:53 → 00:20:55เพราะฉะนั้นถ้าเกิดใครก็ตาม ที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ
00:20:55 → 00:20:58เราก็จะแนะนำให้เลี่ยงอาหารทะเล ในช่วงแรก ๆ ที่ยังไม่รักษา
00:20:58 → 00:21:01เพราะว่าเหมือนไทรอยด์กำลังสร้างเยอะ
00:21:01 → 00:21:03แล้วเราก็ใส่สารตั้งต้นมันไปเยอะ
00:21:03 → 00:21:05มันก็อาจจะสร้างมาเยอะขึ้นได้
00:21:05 → 00:21:06แต่ว่าถ้าเกิดว่ารักษาดี ๆ แล้วนี่ครับ
00:21:07 → 00:21:08จริง ๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย
00:21:08 → 00:21:10สามารถกินอาหารทะเลได้
00:21:10 → 00:21:13ในช่วงแรก ๆ ที่โรคไทรอยด์ยังคุมไม่ได้
00:21:13 → 00:21:15เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ ยังเป็นพิษอยู่
00:21:16 → 00:21:19เราอาจจะแนะนำให้หลีกเลี่ยง การออกกำลังกายที่หนัก ๆ
00:21:19 → 00:21:22เพราะว่าไทรอยด์มันเป็นฮอร์โมนกระตุ้น ใจสั่นง่าย
00:21:22 → 00:21:24ถ้าไปออกกำลังกายเยอะ ๆ หนัก ๆ
00:21:24 → 00:21:26ใจมันยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่นะครับ
00:21:26 → 00:21:28แต่ถ้าเกิดว่าคุณตรวจติดตามกับคุณหมอ
00:21:28 → 00:21:31ฮอร์โมนไทรอยด์กลับมาสู่ในภาวะปกติแล้ว จริง ๆ ทำได้ทุกอย่างเลย
00:21:32 → 00:21:34เหมือนกัน ตัวไฮโปไทรอยด์ หรือไทรอยด์ต่ำก็เหมือนกัน
00:21:34 → 00:21:38แรก ๆ ก็อาจจะไม่มีแรงไปทำกิจวัตรประจำวัน เพราะเราเหนื่อย
00:21:38 → 00:21:40เราแบบ...เฉื่อยแฉะ เราไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์
00:21:40 → 00:21:43แต่เมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราปรับฮอร์โมนไทรอยด์ได้คงที่แล้วครับ
00:21:43 → 00:21:44ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย
00:21:44 → 00:21:47เรื่องของอาหารการกิน หลาย ๆ คน ผมเคยได้ยินมาว่า
00:21:47 → 00:21:51ถ้าเผื่อมีปัญหาเรื่องของไทรอยด์ ให้ระวังผักบางอย่าง
00:21:51 → 00:21:54- กะหล่ำปลีใช่ไหม - กะหล่ำปลี กะหล่ำดอกอะไรอย่างนี้
00:21:54 → 00:21:56ต้องระวังขนาดไหนไหมครับ
00:21:56 → 00:21:59อาจารย์เต้เชื่อไหมว่า ผมต้องตอบคำถามกะหล่ำปลีทุกวันเลย
00:21:59 → 00:22:00เวลาเจอคนไข้ไทรอยด์นี่ครับ
00:22:01 → 00:22:05คือกะหล่ำปลีมันมีสาร ๆ หนึ่ง ที่ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์
00:22:05 → 00:22:05ครับ
00:22:05 → 00:22:07เราเรียกว่ากอยโตรเจน (Goitrogen)
00:22:07 → 00:22:11เพราะฉะนั้นหลาย ๆ คนก็จะกังวลมากเลยว่า กินกะหล่ำปลีไป จะกลายเป็นไทรอยด์ต่ำ
00:22:11 → 00:22:12อืม
00:22:12 → 00:22:14พอไทรอยด์ต่ำปุ๊บ เป็นคอพอกขึ้นมาได้
00:22:14 → 00:22:15จริง ๆ ไม่ใช่แค่กะหล่ำปลีนะครับ
00:22:15 → 00:22:19มันมีผักอย่างอื่นด้วยในเครือเดียวกัน เช่น ผักคะน้า ผักบรอกโคลี
00:22:19 → 00:22:21พวกนี้เป็นเครือเดียวกันหมดเลย
00:22:21 → 00:22:22ข้อแรกเลยนะครับ
00:22:22 → 00:22:25ถ้าเกิดผ่านความร้อน กอยโตรเจนหาย
00:22:25 → 00:22:25อ๋อ
00:22:25 → 00:22:29เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไปผัด ผัดแล้วนี่ครับ สารพวกนี้หายเลย
00:22:29 → 00:22:29ไม่ต้องกังวลอะไร
00:22:30 → 00:22:30ครับ
00:22:30 → 00:22:33ข้อสอง ถ้าคุณจะกินกะหล่ำปลีจนเป็นโรคไทรอยด์
00:22:33 → 00:22:36คนไข้จะต้องกินเป็นกระบุง ๆ
00:22:36 → 00:22:40แล้วก็กินติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลาย ๆ วัน เป็นสัปดาห์
00:22:40 → 00:22:43เพราะฉะนั้น ในความเป็นจริง เรากินผักกะหล่ำปลีดิบนี่
00:22:43 → 00:22:46แกล้มกับส้มตำ เรากินแค่ 2-3 ใบใช่ไหม
00:22:46 → 00:22:47ไม่ต้องกังวลอะไรเลย
00:22:47 → 00:22:49เพราะฉะนั้นผมตอบตรงนี้เลยว่า ไม่ต้องกังวลอะไรเลยครับ
00:22:49 → 00:22:50ไม่ต้องกังวล
00:22:50 → 00:22:50ใช่
00:22:50 → 00:22:52สรุปอีกทีครับหมอครับว่า
00:22:52 → 00:22:54ในโรคไทรอยด์อ้วนหรือว่าไทรอยด์ต่ำ
00:22:55 → 00:22:56แล้วก็ไทรอยด์เกินนี่
00:22:56 → 00:22:58มันหายขาดหรือเปล่า
00:22:58 → 00:22:59โอเค
00:22:59 → 00:23:02คือส่วนใหญ่ไม่หายขาดอาจารย์เต้
00:23:02 → 00:23:06นอกจากว่าเราจะได้รับการกลืนแร่หรือผ่าตัด
00:23:06 → 00:23:07มันก็จะหายขาดไป
00:23:07 → 00:23:10แต่ว่าโรคไทรอยด์พวกนี้ครับ มันสามารถรักษาให้สงบได้
00:23:11 → 00:23:15แล้วก็ใช้วิธีการตรวจ เฝ้าระวังไม่ให้เขากลับมา
00:23:15 → 00:23:19หรือว่าถ้าเขากลับมา แล้วก็เจอเขาตอนแรก ๆ ไม่รุนแรงมาก
00:23:19 → 00:23:20แล้วก็รักษากันอย่างทันท่วงทีนะครับ
00:23:20 → 00:23:24เพราะฉะนั้นมันเป็นโรคที่ ไม่สามารถจบการศึกษาไปได้
00:23:24 → 00:23:27ถ้าเกิดวันที่มาเจอผมนี่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มาเจอผม ต้องเจอไปเรื่อย ๆ
00:23:27 → 00:23:29ก็ไม่หายขาด แต่ว่าเราดูแลกันได้ครับ
00:23:29 → 00:23:31ดูแลกันได้ แล้วให้เขาสงบ
00:23:31 → 00:23:31ใช่ครับ
00:23:31 → 00:23:35แล้วเราก็สามารถจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ ไปตลอดความยาวของชีวิตของเรา
00:23:35 → 00:23:36ใช่ครับ
00:23:36 → 00:23:38วันนี้ครับ ต้องขอขอบคุณคุณหมอปิแอร์
00:23:38 → 00:23:40อ.นพ.สิระ กอไพศาล
00:23:40 → 00:23:42อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์
00:23:42 → 00:23:45คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
00:23:45 → 00:23:46ที่มาพูดคุยกับเรา
00:23:46 → 00:23:47ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า
00:23:47 → 00:23:50ไทรอยด์อ้วน ไทรอยด์ผอมนั้นเป็นอย่างไร
00:23:50 → 00:23:52วิธีการรักษาแล้วก็ดูแลตัวเองนั้นเป็นอย่างไร
00:23:52 → 00:23:54โอกาสหน้ามาคุยกันอีกนะครับอาจารย์
00:23:54 → 00:23:54ครับ ยินดีครับ
00:23:55 → 00:23:59คุณผู้ชมครับ แล้วกลับมาพบกับ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดีสร้างได้
00:23:59 → 00:24:01ทาง Mahidol Channel กับผม อาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง
00:24:02 → 00:24:04ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องของอะไรนั้น
00:24:04 → 00:24:05อย่าพลาดนะครับ
00:24:05 → 00:24:08ในวันนี้หมอปิแอร์ และผม อาจารย์เต้ สวัสดีครับผม
00:24:10 → 00:24:14พบกับ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดีสร้างได้
00:24:14 → 00:24:16ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:24:17 → 00:24:18ที่ Mahidol Channel Podcast
00:24:19 → 00:24:21ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:24:21 → 00:24:23YouTube Mahidol Channel
00:24:23 → 00:24:24Apple Podcasts
00:24:24 → 00:24:25Spotify
00:24:25 → 00:24:26Anchor
00:24:26 → 00:24:27Joox
00:24:27 → 00:24:30[เสียงดนตรี]
00:24:30 → 00:24:33ดำเนินรายการโดยอาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง
00:24:33 → 00:24:37[เสียงดนตรี]