00:00:33 → 00:00:40[เพลง]
00:00:40 → 00:00:43tn and Health เราจะรวบรวมความรู้ทาง
00:00:43 → 00:00:47ด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
00:00:47 → 00:00:50พร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุกประเด็น
00:00:50 → 00:00:54สุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุมมองของ
00:00:54 → 00:00:56แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ทางด้าน
00:00:56 → 00:01:00ต่างๆ tn and Health เข้าถึงทุกสรา
00:01:00 → 00:01:04สุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:01:04 → 00:01:11[เพลง]
00:01:18 → 00:01:21โรคเวลาที่คนไข้มีอาการเวียนศีรษะบ้าน
00:01:21 → 00:01:24หมุนนะคะมันก็จะเป็นตัวที่บ่งชี้ว่ามัน
00:01:24 → 00:01:27น่าจะมีพญาธิสภาพที่หูชั้นในค่ะแต่ว่าก็
00:01:27 → 00:01:29มีอีกจำนวนเปอร์เซ็นต์นิดหน่อยนะคะที่อาจ
00:01:29 → 00:01:32จะมากกว่าที่เป็นหูชั้นในก็ได้ค่ะถ้าเกิด
00:01:32 → 00:01:35ว่าคนไข้เนี่ยมีความผิดดิของหูชั้นในนะคะ
00:01:35 → 00:01:37คนไข้ก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องของอาการ
00:01:37 → 00:01:41โครงเครงทรงตัวไม่ดีที่สำคัญอย่างที่บอก
00:01:41 → 00:01:43ไปค่ะคือว่ามันจะมีลักษณะเวียนศีรษะบ้าน
00:01:43 → 00:01:46หมุนซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยบ้านหมุนเนี่ยมัน
00:01:46 → 00:01:48มักจะมาด้วยเรื่องของคนไข้เห็นภาพเนี่ย
00:01:48 → 00:01:53ภาพสั่นภาพโยกหรือว่าหมุนตีลังกาเลยก็ได้
00:01:53 → 00:01:56[เพลง]
00:01:56 → 00:02:00ค่ะทาผิติของหูชั้นในเนี่ยอาจจะเกิดจาก
00:02:00 → 00:02:03ที่เอ่อบางคนมีประวัติอุบัติเหตุนะคะ
00:02:03 → 00:02:07ศีรษะล้มกระแทกนะคะทำให้สลบหมดสติพวกนั้น
00:02:07 → 00:02:10ก็จะทำให้เกิดความปิติของหูชั้นในได้นะคะ
00:02:10 → 00:02:13บางคนอาจจะเกิดจากการอักเสบติดเชื้อนะคะ
00:02:13 → 00:02:16ไม่ว่าจะเป็นโรคหูน้ำหนวกนะคะแล้วลามเข้า
00:02:16 → 00:02:19ไปในหูชั้นในนะคะบางรายอาจจะเกิดจาก
00:02:19 → 00:02:21เรื่องของมีเนื้องอกนะคะบริเวณของเส้น
00:02:21 → 00:02:25ประสาทการทรงตัวนะคะแต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:02:25 → 00:02:27ส่วนใหญ่ของคนไข้ที่มีอาการบ้านหมุนเนี่ย
00:02:28 → 00:02:30มักจะไม่ค่อยมีสาเหตุค่ะคืออยู่ดีๆเนี่ย
00:02:30 → 00:02:33มันก็เกิดอาการขึ้นมาทันทีมากกว่าค่ะ
00:02:33 → 00:02:35สำหรับสาเหตุของอาการบเบียนศีรษะบ้านหมุน
00:02:36 → 00:02:38นะคะอันดับ 1 ที่เราเจอมากที่สุดเนี่ยคือ
00:02:38 → 00:02:41เรื่องของตะกอนหินปูนหูชั้นในนะคะซึ่งคน
00:02:41 → 00:02:44ไข้ส่วนใหญ่เนี่ยเวลาที่มีอาการบ้านหมุน
00:02:44 → 00:02:46เนี่ยก็มักจะบอกว่าเป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน
00:02:46 → 00:02:49แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่นะคะคนไข้
00:02:49 → 00:02:51ส่วนใหญ่คือเป็นเรื่องของตะกอนหินปูนของ
00:02:51 → 00:02:54หูชั้นในเคลื่อนหลดออกมานะคะน้ำในหุไม่
00:02:54 → 00:02:57เท่ากันเนี่ยมันมีเกณฑ์ในการวินิจฉัยนะคะ
00:02:57 → 00:03:00อันดับ 1 เลยเนี่ยจะต้องมีอาการบ้านหมุน
00:03:00 → 00:03:03ซึ่งระยะเวลาบ้านหมุนเนี่ยจะต้องเกิน 20
00:03:03 → 00:03:06นาทีขึ้นไปอาการบ้านหมุนเนี่ยอยู่ดีๆก็
00:03:06 → 00:03:09เป็นขึ้นมาทันทีนะคะไม่ได้สัมพันธ์กับการ
00:03:09 → 00:03:12เปลี่ยนท่าทางนะคะอันที่ 2 เนี่ยคนไข้ที่
00:03:12 → 00:03:14เป็นน้ำในหุไม่เท่ากันเนี่ยจะต้องมีระดับ
00:03:14 → 00:03:18การได้ยินลดลงนะคะซึ่งการได้ยินลดลงเนี่ย
00:03:18 → 00:03:21จะเกิดที่ความถี่ต่ำนะคือการได้ยินคนเรา
00:03:21 → 00:03:24เนี่ยจะมีตั้งแต่ความถี่สูงความถี่กลาง
00:03:24 → 00:03:27ความถี่ต่ำงั้นการได้ยินลดลงเนี่ยจะดรอป
00:03:27 → 00:03:30ที่ความถี่ต่ำนะคะแล้วก็การได้ยินพวกนี้
00:03:30 → 00:03:33เนี่ยก็จะมีลักษณะขึ้นๆลงๆคือเวลาที่มี
00:03:33 → 00:03:35บ้านหมุนเนี่ยการได้ยินก็จะแย่ลงแต่พอหาย
00:03:35 → 00:03:38บ้านหมุนการได้ยินก็จะดีขึ้นเดี๋ยวพอมี
00:03:38 → 00:03:41บ้านหมุนใหม่ก็จะดรอปลงไปใหม่แล้วพอหาย
00:03:41 → 00:03:44บ้านหมุนอาการก็จะดีขึ้นนะคะอันที่ 3
00:03:44 → 00:03:46เนี่ยอาการเวียศีษะบ้านหมุนที่เกิดจากน้ำ
00:03:46 → 00:03:481 ไม่เท่ากันเนี่ยก็จะมีอาการเนี่ยค่ะ
00:03:48 → 00:03:52การได้ยินลดลงเป็นๆหายๆมีเสียงรบกวนในหู
00:03:52 → 00:03:55เป็นๆหายๆนะคะมีอาการบ้านหมุนเป็นเป็นหาย
00:03:55 → 00:03:58ๆอยู่เรื่อยๆนะคะเรือที่สุดท้ายแล้วเนี่ย
00:03:58 → 00:04:00เราจะต้องดูว่าไม่มีสาเหตุอื่นด้วยนะคะ
00:04:00 → 00:04:03ถ้าเกิดว่าดูแล้วเนี่ยเป็นไปตามครบเกณฑ์
00:04:03 → 00:04:05เนี่ยเราก็จะถึงเรียกว่าเป็นน้ำในหูไม่
00:04:05 → 00:04:07เท่ากัน
00:04:07 → 00:04:11[เพลง]
00:04:11 → 00:04:14ค่ะสาเหตุของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเนี่ย
00:04:14 → 00:04:16จริงๆแล้วส่วนใหญ่คือไม่ทราบสาเหตุอยู่ดี
00:04:17 → 00:04:19ๆเนี่ยมันก็มีน้ำอยู่ในหูชั้นในเนี่ยมาก
00:04:19 → 00:04:23ผิดปกตินะคะบางส่วนอาจจะมีสาเหตุนะคะ
00:04:23 → 00:04:26อย่างเช่นเรื่องของเอ่อโรคติดเชื้อบาง
00:04:26 → 00:04:29อย่างนะคะที่อาจจะทำให้เกิดความสติของหู
00:04:29 → 00:04:31ชันชั้นในแล้วมีการสร้างน้ำหรือว่ามีการ
00:04:31 → 00:04:34ระบายน้ำที่ผิดปกติไปนะคะแต่อย่างงั้น
00:04:34 → 00:04:36เนี่ยยเราจะเรียกว่าเราจะไม่เรียกว่าเป็น
00:04:36 → 00:04:38โรคน้ำในุไม่เท่ากันนะ
00:04:38 → 00:04:42[เพลง]
00:04:42 → 00:04:46คะโลกตะกรหินฟูในหูเคลื่อนหลวดเองก็ไม่มี
00:04:46 → 00:04:49สาเหตุเหมือนกันโดยทฤษฎีเนี่ยก็คือเชื่อ
00:04:49 → 00:04:52ว่าเกิดจากเอ่อการที่โครงสร้างของหูชั้น
00:04:52 → 00:04:54ในเนี่ยมีการเสื่อมสภาพเราจะพบโรคกลุ่ม
00:04:55 → 00:04:58นี้บ่อยในคนสูงอายุนะคะโครงสร้างในหูชั้น
00:04:58 → 00:05:00ในเราเริ่มมีการเสื่อมภาพเพราฉะนั้นเอ่อ
00:05:00 → 00:05:03ส่วนที่มันยึดหินปูนไว้เนี่ยมันอาจจะยึด
00:05:03 → 00:05:05หินปูนไว้ไม่อยู่ก็เลยทำให้หินปูนเนี่ย
00:05:05 → 00:05:07หลุดออกมาได้ง่าย
00:05:07 → 00:05:11[เพลง]
00:05:11 → 00:05:14ค่ะโครงสร้างของหูชั้นในเนี่ยส่วนนอก
00:05:14 → 00:05:18เนี่ยจะเป็นกระดูกแต่ว่าภายในกระดูกเข้าง
00:05:18 → 00:05:22ในมันจะเป็นท่อกลวงๆจะมีน้ำนะคะวิ่งไป
00:05:22 → 00:05:25วิ่งมาอยู่ในนี้นอกจากน้ำแล้วก็ยังมี
00:05:25 → 00:05:27เซลล์ประสาทอื่นๆและมีผลึกหินปูนอยู่ใน
00:05:27 → 00:05:31นั้นด้วยนะคะสสำหรับโรคตะกอนหินปูนหูชั้น
00:05:31 → 00:05:33ในเคลื่อนหลุดเนี่ยเกิดจากผลึกหินปูนซึ่ง
00:05:33 → 00:05:37ปกติเนี่ยจะอยู่บริเวณตรงกลางนะคะเคลื่อน
00:05:37 → 00:05:41หลุดแล้ววิ่งไปตามท่อเพราะฉะนั้นเวลาที่
00:05:41 → 00:05:47เรามีการขยับศีรษะนะคะเวลาเราหันศีรษะท่อ
00:05:47 → 00:05:50จะเกิดการเคลื่อนตะกอนหินปูนที่หลุดออกมา
00:05:50 → 00:05:53ก็จะเคลื่อนเลยทำให้เกิดอาการบ้านหมุนนะ
00:05:53 → 00:05:56แต่ถ้าเกิดคนไข้เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
00:05:56 → 00:05:59เกิดจากน้ำที่อยู่ในหูชะในนี้มากเกินไปพอ
00:05:59 → 00:06:02น้ำมันมีการสะสมมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้น
00:06:02 → 00:06:05เรื่อยๆก็จะทำให้เหมือนเหมือนลูกโป่งอ่ะ
00:06:05 → 00:06:08ค่ะที่มีน้ำแล้วเราใส่เยอะขึ้นเยอะขึ้น
00:06:08 → 00:06:10สุดท้ายแล้วก็จะเกิดการแตกของลูกโป่งเช่น
00:06:10 → 00:06:13เดียวกันน้ำตรงนี้เนี่ยก็จะเกิดการแตกนะ
00:06:13 → 00:06:15พอมันเกิดการแตกก็เลยทำให้เกิดอาการเวียน
00:06:15 → 00:06:19หัวบ้านหมุนและมีการได้ยินลดลงร่วมด้วย
00:06:19 → 00:06:23[เพลง]
00:06:23 → 00:06:26ค่ะเวลาที่คนไข้มีอาการเวียนศีรษะบ้าน
00:06:26 → 00:06:29หมุนเนี่ยนอกจากจะเห็นภาพเนี่ยสั่นโยกไป
00:06:29 → 00:06:32โยกมาหรือว่าหมุนตีลังกาแล้วนะคะก็อาจจะ
00:06:32 → 00:06:35มีเรื่องของความรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนได้
00:06:35 → 00:06:39นะคะคนไข้บางรายก็อาจจะรู้สึกว่ามีเหงื่อ
00:06:39 → 00:06:43ออกใจสั่นนะคะมือเท้าเนี่ยรู้สึกเย็นไป
00:06:43 → 00:06:46หมดเลยซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยอาการเหงื่อออก
00:06:46 → 00:06:49ใจสั่นมือเท้าเย็นเนี่ยค่อนข้างจะไม่ค่อย
00:06:49 → 00:06:52จำเพาะนะคะถ้าเกิดเวลาที่เรามีความเครียด
00:06:52 → 00:06:54หรือว่ามีการเจ็บป่วยมากๆหรือเหมือนจะ
00:06:54 → 00:06:56เป็นลมเนี่ยมันก็อาจจะเกิดอาการแบบนี้ได้
00:06:56 → 00:06:59เวลาที่เรามีบ้านหมุนเค่ะภาพมันไม่นิ่ง
00:06:59 → 00:07:02ภาพมันสั่นถูกมั้ยคะงั้นคนไข้ก็จะรู้สึก
00:07:02 → 00:07:05ว่าเอ๊ะเราทรงตัวได้ไม่ดีก็เลยกลัวที่จะ
00:07:05 → 00:07:08ยืนที่จะล้มนะ
00:07:08 → 00:07:12[เพลง]
00:07:12 → 00:07:15คะคือคนไข้ที่เมาเหล้าส่วนใหญ่เนี่ยจะไม่
00:07:15 → 00:07:19ถึงกับหมุนเนาะแต่จะรู้สึกว่ามันโยกเยก
00:07:19 → 00:07:22ทรงตัวไม่ได้นะคะซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยอาการ
00:07:22 → 00:07:25เมาเหล้าเนี่ยจริงๆก็เป็นเอฟเฟคมาจากที่
00:07:25 → 00:07:28หูชั้นในเนี่ยถูกทำงานทำงานได้ไม่ไปไม่ดี
00:07:28 → 00:07:30นะคะก็เป็นจะบเอกจากการกินที่เหล้านั่น
00:07:30 → 00:07:33แหละนะคะเนาะเอ่อเพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆ
00:07:34 → 00:07:36แล้วเนี่ยความโยกเยกหรือโคลงเคลงเนี่ย
00:07:36 → 00:07:39จริงๆแล้วอาจจะเป็นเรื่องของหูหรือจริงๆ
00:07:39 → 00:07:41อาจจะเป็นจากโรคอื่นก็ได้คำว่าเวียนศีรษะ
00:07:41 → 00:07:44นะค่ะแต่ละคนเนี่ยอาจจะให้นิยามไม่เหมือน
00:07:44 → 00:07:47กันนะคะเพราฉะนั้นถ้าคนไข้ที่มีอาการ
00:07:47 → 00:07:50เวียนศีรษะแล้วรู้สึกเห็นภาพสั่นไปสั่นมา
00:07:50 → 00:07:53หรือหมุนตีลังกาเนี่ยก็น่าจะมีสาเหตุมา
00:07:53 → 00:07:55จากหูแต่ถ้าเกิดว่าอาการเวียนศีษะนั้นน่ะ
00:07:55 → 00:07:59เป็นลักษณะหนักๆอยู่ในหัวนะคะรู้สึกไม่
00:07:59 → 00:08:02โล่งโตื้อๆอันนี้เนี่ยอาจจะเป็นลักษณะของ
00:08:02 → 00:08:05กลุ่มปวดศีรษะก็ได้นะคะหรือว่าเป็นจากการ
00:08:05 → 00:08:09ที่เราพักผ่อนน้อยนะคะหรือว่าเอ่อมีความ
00:08:09 → 00:08:12เครียดนะคะเหนื่อยจากการทำงานก็อาจจะทำ
00:08:12 → 00:08:14ให้เกิดอาการอย่างนั้นได้อาการเวรศีรษะ
00:08:14 → 00:08:17บางคนอาจจะรู้สึกเหมือนบรรยายว่าเหมือน
00:08:17 → 00:08:20เมานะคะโคลงเครงทรงตัวไม่ดีซึ่งตรงนี้
00:08:20 → 00:08:22เนี่ยอาจจะเป็นเรื่องของหูหรือไม่ใช่หูก็
00:08:22 → 00:08:25ได้เหมือนกันนะคะบางคนเนี่ยอาการเวียน
00:08:25 → 00:08:27ศีรษะคือลุกจากเก้าอี้เราลุกขึ้นมาแล้ว
00:08:27 → 00:08:30รู้สึกมันโคลงเครงเหมือนจะหน้ามืดเหมือน
00:08:30 → 00:08:32จะเป็นลมอันนี้ก็เป็นอาการเวียนศีรษะ
00:08:32 → 00:08:34เหมือนกันเพราะฉะนั้นเนี่ยอยู่ที่ว่าเวลา
00:08:34 → 00:08:37ที่เรามีอาการแล้วเนี่ยคนไข้รู้สึกอย่าง
00:08:37 → 00:08:40ไรจะต้องบรรยายให้คุณหมอฟังแล้วคุณหมอถึง
00:08:40 → 00:08:43จะวินิจฉัยได้ว่าสาเหตุของอาการเวียน
00:08:43 → 00:08:47ศีรษะในครั้งนี้เนี่ยน่าจะเกิดจากอะไร
00:08:47 → 00:08:51[เพลง]
00:08:51 → 00:08:54ค่ะอาการเวียนศีรษะบ้านหมูเนี่ยคงขึ้น
00:08:54 → 00:08:58อยู่กับว่าเป็นโรคชนิดไหนนะคะบางอย่างนะ
00:08:58 → 00:09:01คะอาจจะมีอาการตือย่างเช่นโรคของกลุ่มน้ำ
00:09:01 → 00:09:03ในหูไม่เท่ากันนะคะหรือที่ภาษาอังกฤษ
00:09:03 → 00:09:06เรียกว่า Min disease นะคะกลุ่มพวกนี้
00:09:06 → 00:09:09เนี่ยคนไข้จะรู้สึกว่ามีอาการแน่นๆนะคะ
00:09:10 → 00:09:14อื้อๆอยู่ในหูมีเสียงรบกวนในหูดังขึ้นนะ
00:09:14 → 00:09:16คะก่อนที่จะมีบ้านหมุนเพราะฉะนั้นกลุ่ม
00:09:16 → 00:09:19ตรงนี้เนี่ยก็จะพอรู้ตัวว่าเอาล่ะเดี๋ยว
00:09:19 → 00:09:21เราจะมีบ้านหมุนแล้วนะคะแต่บ้านหมุนบาง
00:09:21 → 00:09:24อย่างอาจจะไม่มีสาเหตุไม่มีอาการเตือนนะ
00:09:24 → 00:09:26คะอย่างเช่นคนไข้ที่เป็นเรื่องของตะกอน
00:09:26 → 00:09:29หินปูนในหูเคลื่อนหลุดนะคะพวกนี้เนี่ยพอ
00:09:29 → 00:09:33เอ่อลุกขึ้นจากเตียงพลิกตะแคงตัวก็มีบ้าน
00:09:33 → 00:09:36หมุนขึ้นมาทันทีก็มีนะคะหรือว่าบางคน
00:09:36 → 00:09:39เนี่ยเป็นเรื่องของเส้นประสาทการทรงตัว
00:09:39 → 00:09:41อักเสบอันนี้เนี่ยบางทีก็ไม่มีสัญญาณ
00:09:41 → 00:09:44เตือนเหมือนกันค่ะนั่งทำงานทำกิจวัตร
00:09:44 → 00:09:48ประจำวันอยู่ดีๆก็เริ่มมีบ้านหมุนขึ้นมา
00:09:48 → 00:09:52[เพลง]
00:09:52 → 00:09:55ค่ะการรักษาอาการเวรศีรษะบ้านหมุนเนี่ยคง
00:09:55 → 00:09:58ขึ้นอยู่กับว่าอาการที่เราเป็นนั้นเนี่ย
00:09:58 → 00:10:02เกิดจากโรคชนิดไหนนะคะถ้าเกิดว่าอาการ
00:10:02 → 00:10:04เวียนศีรษะบ้านหมุนเนี่ยเกิดจากเรื่องของ
00:10:04 → 00:10:07ตะกอนหินปูนในหูชั้นในมันเคลื่อนหลุดออก
00:10:07 → 00:10:09มาเนี่ยการรักษาหลักคือเราจะต้องกลิ้งหิน
00:10:09 → 00:10:11ปูนเนี่ยให้กลับเข้าที่เดิมนะคะแต่ถ้า
00:10:11 → 00:10:13เกิดว่าเป็นเรื่องของกลุ่มน้้ำในหูไม่
00:10:13 → 00:10:16เท่ากันหรือ Min disease นะคะการรักษา
00:10:16 → 00:10:18หลักก็จะเป็นเร่ของการรับประทานยาซึ่งคน
00:10:18 → 00:10:21ไข้ส่วนใหญ่เนี่ยรับประทานยาแล้วอาการมัก
00:10:21 → 00:10:24จะคุมได้ดีแต่มีจำนวนอีกนึงที่แบบยังคุม
00:10:24 → 00:10:27ไม่ได้อาจจะต้องถึงขั้นมีการฉีดยาเข้าไป
00:10:27 → 00:10:30ในหูหรือว่ามีการการผ่าตัดเพื่อที่จะควบ
00:10:30 → 00:10:34คุมอาการเวรศีรษะบ้านหมุนตรงนั้นค่ะอาการ
00:10:34 → 00:10:37เวรศีรษะบ้านหมุนนะคะก็บางอย่างนะคะก็จะ
00:10:37 → 00:10:41หายขาดนะคะบางอย่างเนี่ยก็จะเป็นแล้วเป็น
00:10:41 → 00:10:43อีกเป็นแล้วเป็นอีกได้นะคะอย่างเช่น
00:10:43 → 00:10:45เรื่องของตะกอนหินปูนในหูที่เคลื่อนหลุด
00:10:45 → 00:10:47ออกมาเนี่ยค่ะถ้าเกิดว่าหินปูนมันหลุดออก
00:10:47 → 00:10:49มาก็จะทำให้เราเกิดอาการแต่ถ้าเรารักษา
00:10:49 → 00:10:52กลิ้งมันกลับเข้าไปที่เดิมอาการมันก็จะดี
00:10:52 → 00:10:55ขึ้นแต่เดี๋ยววันดีคืนดีอนาคตข้างหน้าหิน
00:10:55 → 00:10:57ปูนี้ก็อาจจะหลุดออกมาใหม่แล้วก็ทำให้
00:10:57 → 00:11:00เกิดอาการขึ้นใหม่ได้แต่ว่าการรักษาก็คือ
00:11:00 → 00:11:02เราก็กลิ้งกลับให้มันหายนะคะถ้าเกิดว่า
00:11:02 → 00:11:04เป็นเรื่องของน้ำใน้หูไม่เท่ากันตรงนี้
00:11:04 → 00:11:08เนี่ยเราก็จะใช้ยาในการรักษาเป็นหลักนะคะ
00:11:08 → 00:11:09ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเนี่ยรับประทานยาแล้ว
00:11:09 → 00:11:12อาการก็มักจะคอนโทรลได้ก็อาจารยก็จะนิ่ง
00:11:12 → 00:11:15สงบไปแต่วันดีคืนดีมันก็อาจจะกลับขึ้นมา
00:11:15 → 00:11:19ใหม่ได้เหมือนกันนะคะเราจะใช้คำว่าเราควบ
00:11:19 → 00:11:21คุมอาการได้หรือเปล่ามากกว่าถ้าอย่างเป็น
00:11:21 → 00:11:23น้ำูไม่เท่ากันเนี่ยเราใช้ว่าคุมอาการได้
00:11:23 → 00:11:25ไหมแต่ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องของตะกอนหิน
00:11:25 → 00:11:29ฟูนหลุดคือก็รักษาหายก็จบกันไปแต่โหลด
00:11:29 → 00:11:32ใหม่ก็รักษาใหม่อย่างเงี้ย
00:11:32 → 00:11:36[เพลง]
00:11:36 → 00:11:40ค่ะสำหรับการดูแลตัวเองนะคะอันดับแรกเลย
00:11:40 → 00:11:43เนี่ยเอ่อพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียง
00:11:43 → 00:11:48ดังๆนะคะเอ่อคนปัจจุบันนี้นะคะมีเรื่อง
00:11:48 → 00:11:52ของสมาร์ทโฟนนะคะมีเอ่อการใช้หูฟังที่มาก
00:11:52 → 00:11:55ขึ้นนะคะใช้โทรศัพท์ที่เยอะขึ้นก็ทำให้
00:11:55 → 00:11:58เราต้องสัมผัสเสียงอยู่ตลอดเวลาซึ่งตรง
00:11:58 → 00:12:00นี้เนี่ยก็อาจจะมีความเสี่ยงทำให้เซลล์
00:12:00 → 00:12:03ประสาทหูเราเนี่ยเสื่อมได้เร็วขึ้นได้นะ
00:12:03 → 00:12:07คะอันที่ 2 นะคะกิจกรรมบางอย่างนะคะอย่าง
00:12:07 → 00:12:10เช่นการที่เราจะต้องเอาศีรษะไปกระทบ
00:12:10 → 00:12:14กระแทกนะคะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชกมวย
00:12:14 → 00:12:17นะคะคนไข้บางกลุ่มที่เล่นกีฬาบางอย่าง
00:12:17 → 00:12:19อย่างเช่นรักบี้อย่างงี้เหมือนกันนะคะ
00:12:19 → 00:12:20ซึ่งศีรษะเนี่ยต้องกระทบกระแทกอยู่เรื่อย
00:12:20 → 00:12:24ๆตรงนี้เนี่ยก็อาจจะมีส่วนทำให้เอ่อ
00:12:24 → 00:12:27ประสาทหูเนี่ยมีการเสื่อมมากขึ้นได้นะคะ
00:12:27 → 00:12:31ยาหลายๆอย่างนะคะอจะมีผลต่อการทำงานของหู
00:12:31 → 00:12:34ได้นะคะซึ่งตรงนี้เนี่ยถ้าเราไม่ได้เจ็บ
00:12:34 → 00:12:35ป่วยอะไรไม่ได้จำเป็นอะไรหมอก็คิดว่าไม่
00:12:36 → 00:12:38จำเป็นที่จะต้องรับประทานยานะคะถ้าเกิดจะ
00:12:38 → 00:12:40รับประทานยาอะไรเนี่ยก็ควรจะมีการศึกษา
00:12:40 → 00:12:44ข้อมูลให้ดีก่อนว่ายาตัวนี้เนี่ยมีผลต่อ
00:12:44 → 00:12:48การทำงานของหูด้วยหรือเปล่า
00:12:48 → 00:12:52ค่ะ tn and Health เราจะรวบรวมความรู้
00:12:52 → 00:12:55ทางด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อ
00:12:55 → 00:12:58ถือพร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุก
00:12:58 → 00:13:02ประเด็นสุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุม
00:13:02 → 00:13:04มองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้
00:13:04 → 00:13:08ทางด้านต่างๆ tn and Health เข้าถึงทุก
00:13:08 → 00:13:12สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรค
00:13:12 → 00:13:25[เพลง]
00:13:25 → 00:13:29
00:13:29 → 00:13:29[เพลง]
00:13:29 → 00:13:32K