00:00:00 → 00:00:02ก่อนที่เราจะไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใน
00:00:02 → 00:00:05การรักษา HIV เรามารู้กันก่อนดีกว่าค่ะ
00:00:05 → 00:00:08ว่าในเรื่องของการรักษา HIV นั้นเราจะ
00:00:08 → 00:00:11เริ่มรักษากันอย่างไรบ้างกรณีหลังจากที่
00:00:11 → 00:00:15ผู้ป่วยสัมผัสเชื้อ HIV ควรทำการรักษา
00:00:15 → 00:00:18หลังสัมผัสเชื้อทันทีภายใน 72 ชั่วโมงโดย
00:00:19 → 00:00:22ในกรณีนี้แพทย์อาจจะต้องมีการจ่ายยาเพบ
00:00:22 → 00:00:26peep โดยต้องทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 28
00:00:26 → 00:00:30วันกรณีผู้ป่วยได้รับเชื้อจนสามารถตรวจพบ
00:00:30 → 00:00:33ได้เป็นช่วงระยะที่มีเวลาประมาณ 12-20
00:00:33 → 00:00:36สัปดาห์ควรทำการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยว
00:00:36 → 00:00:40ชาญโดยเร็วกรณีผู้ป่วยติดเชื้อ hiv โดย
00:00:40 → 00:00:43แสดงอาการควรทำการรักษาผู้ติดเชื้อกรณี
00:00:43 → 00:00:47นี้ตามระยะของโรคปริมาณของเซลล์ cd4 รวม
00:00:48 → 00:00:52ถึง T เซลลรวมปริมาณ HIV RNA ตามขั้นตอน
00:00:52 → 00:00:55การพิจารณาของแพทย์ทั้งนี้การรักษาโดยการ
00:00:55 → 00:00:58ใช้ยาต้านไวรัส HIV แต่ละชนิดจะออกฤทธิ์
00:00:59 → 00:01:02ที่แตกต่างกันไปโดยวิธีการเลือกใช้ยา
00:01:02 → 00:01:04แพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับผู้ป่วย
00:01:04 → 00:01:08แต่ละคนซึ่งต้องใช้ยา 3 ชนิดร่วมกันหรือ
00:01:08 → 00:01:11มากกว่าหรือที่เรียกว่า
00:01:11 → 00:01:14H hary Active antiretroviral
00:01:15 → 00:01:18therapy เป็นการรักษาที่ลดโอกาสการที่จะ
00:01:18 → 00:01:21เกิดโรคแทรกซ้อนและลดความเสี่ยงจากการ
00:01:21 → 00:01:25เสียชีวิตได้เป็นอย่างดีที่สุดสำหรับการ
00:01:25 → 00:01:28วิจัยในเรื่องการรักษาการติดเชื้อ hiv
00:01:28 → 00:01:31ให้หายขาดในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 วิธี
00:01:31 → 00:01:35วิธีที่ 1 คือการปลุกถ่ายไข้กระดูกวิธี
00:01:35 → 00:01:38ที่ 2 คือการเริ่มหยาต้าน HIV อย่างเร็ว
00:01:38 → 00:01:42ภายใน 2 สัปดาห์แรกก่อนที่ผลการตรวจ Anti
00:01:42 → 00:01:45HIV จะเป็นบวกและวิธีที่ 3 คือการรักษา
00:01:45 → 00:01:47ด้วยวิธีอื่น
00:01:47 → 00:01:51ๆและในช่วงนี้นะคะเราจะไปพูดคุยถึงการ
00:01:51 → 00:01:54ประยุกต์ใช้ค่ะข้อมูลที่เราได้จากงาน
00:01:54 → 00:01:58วิจัยมารักษาคนไข้ให้หายขาดกันโดยข้อมูล
00:01:58 → 00:02:01จากงานวิจัยนนะคะจะเป็นผู้ป่วยหญิงจาก
00:02:01 → 00:02:04นิวยอร์กค่ะเขากล่าวถึงว่ามีแนวโน้มค่ะ
00:02:04 → 00:02:07ที่จะรักษาให้หายขาดจากผู้ป่วยที่
00:02:07 → 00:02:09เบอร์ลินแล้วก็ผู้ป่วยที่ลอนดอนจะเห็นได้
00:02:09 → 00:02:13ว่า 50 ปีที่ผ่านมานั้นมีความพยายามนะคะ
00:02:13 → 00:02:17ที่จะรักษาผู้ป่วย HIV ให้หายขาดและเราจะ
00:02:17 → 00:02:20ไปพูดคุยค่ะกับอาจารย์นายแพทย์โอพาส
00:02:20 → 00:02:23พุทธเจริญหัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทาง
00:02:23 → 00:02:26คลินิกโโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาติไทย
00:02:26 → 00:02:30ในเรื่องการศึกษาวิจัยและการรักษา HIV
00:02:30 → 00:02:31ให้หายขาดกัน
00:02:31 → 00:02:40[เพลง]
00:02:40 → 00:02:43ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:02:43 → 00:02:46เลยนะคะหลักการในการใช้ยาต้านนะคะเพื่อ
00:02:47 → 00:02:50ควบคุมดูแลเรื่องของผู้ป่วยติดเชื้อ hiv
00:02:50 → 00:02:53เป็นอย่างไรและหากผู้ป่วยติดเชื้อ HIV มี
00:02:53 → 00:02:56พัฒนาของการเป็นเอดส์แล้วจะใช้ยาต้านได้
00:02:56 → 00:02:59หรือไม่คะก็ยังใช้ได้ผลนะครับคือไม่ว่าคณ
00:02:59 → 00:03:02คนไข้จะอยู่ในระยะไหนก็ตามนะครับเพิ่งติด
00:03:02 → 00:03:05เชื้อมาใหม่ๆอยู่ในช่วงระยะแฝงหรือว่าใน
00:03:05 → 00:03:08คนไข้ที่อยู่ในช่วงระยะท้ายที่เราเรียก
00:03:08 → 00:03:11เป็น ede แล้วเนี่ยนะครับการการใช้ยาต้าน
00:03:11 → 00:03:13เนี่ยมีประสิทธิภาพเหมือนกันเพียงแต่ว่า
00:03:13 → 00:03:16ไม่อยากให้รอไปจนถึงเป็น Edge แล้วค่อยมา
00:03:16 → 00:03:18รักษาเพราะว่าในกรณีที่เป็นดสแล้วเพิ่งมา
00:03:18 → 00:03:21รักษาเนี่ยนะครับภูมิเราจะตกลงไปเยอะเวลา
00:03:21 → 00:03:24ที่ภูมิฟื้นตัวเนี่ยนะครับมันก็อาจจะใช้
00:03:24 → 00:03:27เวลานานในการที่จะฟื้นตัวแล้วก็การฟื้นฟู
00:03:27 → 00:03:30สุขภาพร่างกายเนี่ยก็อาจจะช้ากว่าคนที่มา
00:03:30 → 00:03:34เริ่มยาตอนระยะต้นๆของโรคอาจารย์คะแล้วยา
00:03:35 → 00:03:38ต้านที่ใช้ในการรักษา HIV ตรงนี้มีอะไร
00:03:38 → 00:03:41บ้างคะคือตอนเนี้ยนะครับการรักษาด้วยยา
00:03:41 → 00:03:44ต้านไวรัสเนี่ยนะครับก็จะมีการใช้ยานะ
00:03:44 → 00:03:47ครับเป็นสูตรยาซึ่งยาเนี่ยจะประกอบด้วยยา
00:03:47 → 00:03:503 ตัวในสูตรซึ่งยาแต่ละตัวเนี่ยก็จะมี
00:03:50 → 00:03:52หน้าที่ในการยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ
00:03:52 → 00:03:55HIV ในเซลล์นะครับซึ่งประสิทธิภาพของยา
00:03:55 → 00:03:57ต้านในปัจจุบันเนี่ยนะครับก็สามารถที่จะ
00:03:57 → 00:04:01ลดปริมาณไวรัสในเลือดนะครับได้อย่างรวด
00:04:01 → 00:04:04เร็วแล้วก็ทำให้ปริมาณไวรัสลดลงเนี่ยไม่
00:04:04 → 00:04:06สามารถที่จะแพร่กระจายเชยได้แล้วก็ตัว
00:04:06 → 00:04:08ไวรัสที่อยู่ในร่างกายเนี่ยไม่สามารถที่
00:04:08 → 00:04:12จะทำลายเซลล์ CDC ของร่างกายได้ก็ทำให้
00:04:12 → 00:04:14ภูมิกันสูงขึ้นแล้วก็แข็งแรงนะครับหลัก
00:04:14 → 00:04:18การก็คือใช้ยาเป็นเป็นสูตรนะครับทีนี้
00:04:18 → 00:04:21ด้วยความที่มีวิวัฒนาการในการรักษาที่ดี
00:04:21 → 00:04:24ขึ้นมากกว่าเดิมเยอะเลยยาในปัจจุบันเอง
00:04:24 → 00:04:27เนี่ยนะครับมันจะมีการเปลี่ยนแปลงจากใน
00:04:27 → 00:04:31ช่วงเอ่อปีที่ผ่านมามาเยอะนะครับก็คือใน
00:04:31 → 00:04:34ปัจจุบันเนี่ยยาอาจจะไม่จำเป็นต้องกินนะ
00:04:34 → 00:04:38ครับมันจะมีรูปแบบของยาที่ออกแบบยาวซึ่ง
00:04:38 → 00:04:41ซึ่งจะเป็นยาที่ฉีดนะครับซึ่งสามารถที่จะ
00:04:41 → 00:04:44ใช้ทุกๆเดือนเดือนละครั้งหรือว่าในยุคถัด
00:04:44 → 00:04:47ไปเนี่ยเราอาจจะเห็นยาต้านักเพื่อรักษา
00:04:47 → 00:04:50HIV เนี่ยอยู่ในแบบของฝังนะครับ 6 เดือน
00:04:50 → 00:04:53หรือว่าปีนึงนะครับซึ่งเป็นการออกพิธใน
00:04:53 → 00:04:56ระยะยาวนะครับเพราะฉะนั้นตนี้จะเป็นสิ่ง
00:04:56 → 00:04:58ที่เป็นวิวัฒนาการของกงการรักษาในยุค
00:04:58 → 00:05:02ปัจจุบันอาจารย์คะแล้วแนวโน้มในการรักษา
00:05:02 → 00:05:06HIV ให้หายขาดเนี่ยมีมากหรือน้อยอย่างไร
00:05:06 → 00:05:09คะและสามารถนำตรงจุดนี้มาใช้เป็นมาตรฐาน
00:05:09 → 00:05:13ในการรักษาได้หรือไม่คะจริงๆมันก็มีการ
00:05:13 → 00:05:16ศึกษามาพอสมควรนะครับเรื่องความพยายามใน
00:05:16 → 00:05:19การที่จะทำ HIV ให้ขายขาดโดยที่ไม่ต้อง
00:05:19 → 00:05:23ใช้ยาเลยคือใช้ยาแค่ระยะสั้นๆจนหายไปนะ
00:05:23 → 00:05:26ครับเจะเป็นความความฝันนะครับซึ่งถามว่า
00:05:26 → 00:05:30มีความเป็นจริงเกิดขึ้นมามยตอนนี้ในใน
00:05:30 → 00:05:32ประเทศที่พัฒนาแล้วในอเมริกาเนี่ยการ
00:05:32 → 00:05:35ศึกษาเรืื่องของการรักษาหายขาดเนี่ยยังคง
00:05:35 → 00:05:38ทำอยู่นะครับแต่ว่ามันยังมีอุปสรรคอยู่
00:05:38 → 00:05:40บ้างนะครับแต่ว่าไม่ไม่ไม่ได้หมายความว่า
00:05:40 → 00:05:42เราไม่ไม่ success เลยไม่ประสบความสำเร็จ
00:05:42 → 00:05:45เลยนะครับเพราะว่ามีมีกรณีที่มีการรักษา
00:05:45 → 00:05:49จนหายขาดได้บ้างแล้วในคนไข้บางคนนะครับ
00:05:49 → 00:05:52ซึ่งยังยยังต้องติดตามการรักษาแบบนี้ใน
00:05:52 → 00:05:55ระยะยาวนะครับแต่ว่ายังไม่สามารถที่จะเอา
00:05:55 → 00:05:57มาใช้กับคนส่วนใหญ่ได้เนื่องจเป็นการ
00:05:57 → 00:06:00รักษาที่ค่อนข้างซับซ้อนนะครับแล้วก็
00:06:00 → 00:06:02ปัจจุบันเนี่ยการรักษาแบบนั้นเนี่ยมันอาจ
00:06:02 → 00:06:05จะเหมาะในคนไข้ที่บางประเภทเท่านั้นเองนะ
00:06:05 → 00:06:08ครับเช่นการรักษาโดยการใช้ยีนเปีนะครับ
00:06:08 → 00:06:11หรือว่าการรักษาโดยการใช้ยาบางตัวที่ไป
00:06:11 → 00:06:14กระตุ้นทำให้เชื้อ HIV ที่มันหลับอยู่
00:06:14 → 00:06:16ซ่อนอยู่ในร่างกายเนี่ยตื่นขึ้นมาแล้วก็
00:06:16 → 00:06:18ใช้ภูมปุ้มกันของร่างกายเนี่ยกำกำจัดมัน
00:06:18 → 00:06:22ไปนะครับอันนี้ก็มีการศึกษาอยู่แต่คิดว่า
00:06:22 → 00:06:25ในอนาคตก็รักษาหายขาดได้นะครับแต่ว่าอาจ
00:06:25 → 00:06:28จะใช้เวลานะครับแต่ยงก็ตามเนี่ยก็อย่า
00:06:28 → 00:06:30เพิ่งหมดหวังนะครับเพราะว่าในสมัยก่อนเรา
00:06:30 → 00:06:32ก็ไม่คิดว่าเราจะรักษาไวรัสตับอักเสบซี
00:06:32 → 00:06:35ให้หายขาดได้ปัจจุบันโรคไวรัสตับอักเสบซี
00:06:35 → 00:06:39เองก็มียารักษาหายขาดได้แล้วนะครับ
00:06:39 → 00:06:42อาจารย์คะกรณีที่เราหรือว่าคนใกล้ตัว
00:06:42 → 00:06:44เนี่ยรู้แล้วว่ามีความเสี่ยงในการติด
00:06:44 → 00:06:48เชื้อ hiv ควรทำอย่างไรบ้างคะเอ่อถ้ามี
00:06:48 → 00:06:50ความเสี่ยงนะครับสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
00:06:50 → 00:06:55รีบมากินยาเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อนะครับ
00:06:55 → 00:06:57เราเรียกว่าเป็น Post exposure
00:06:57 → 00:07:01prophylaxis หรือว่ายาเป๊บนะครับยาเป๊บ
00:07:01 → 00:07:04ก็คือกินหลังสัมผัสเช่นไปมีกิจกรรมที่มี
00:07:04 → 00:07:06ความเสี่ยงนะครับมีเพศสัมพันธ์แล้วก็เกิด
00:07:06 → 00:07:11ถุงยางรั่วนะครับก็แนะนำให้มาทานยากิน
00:07:11 → 00:07:13เพื่อป้องกันนะครับซึ่งส่วนใหญ่ก็จะแนะ
00:07:13 → 00:07:16แนะนำให้รีบมาอย่างรวดเร็วนะครับภายใน 72
00:07:16 → 00:07:18ชมงนะครับซึ่งประสิทธิภาพของการใช้ยาใน
00:07:18 → 00:07:21ปัจจุบันเนี่ยสามารถป้องกันการติดเชื้อ
00:07:21 → 00:07:23หลังไปสัมผัสนะครับในกรณีที่มีความเสี่ยง
00:07:23 → 00:07:27ได้เกือบ 100% นะครับอาจารย์คะในปัจจุบัน
00:07:27 → 00:07:30เนี่ยมันจะมีที่ตรวจ HIV S Kid อ่ะค่ะ
00:07:30 → 00:07:32ก็คือสามารถตรวจด้วยตัวเองได้สามารถซื้อ
00:07:32 → 00:07:36หาตามร้านขายยาทั่วไปได้ตรงนี้ค่ะมีความ
00:07:36 → 00:07:39แตกต่างนะคะจากการตรวจ HIV ในสถานพยาบาล
00:07:39 → 00:07:41อย่างไรบ้างและมีความน่าเชื่อถือมากน้อย
00:07:41 → 00:07:45แค่ไหนคะอาจารย์อันนี้ก็จะมี 2 แบบนะครับ
00:07:45 → 00:07:48การตรวจแบบด้วยตัวเองนะครับจะมีแบบเจาะ
00:07:48 → 00:07:52เลือดตนิ้วนะครับแล้วก็การใช้การตรวจในใน
00:07:52 → 00:07:54ช่องปากนะครับก็จะเป็นการตรวจหา
00:07:54 → 00:07:57แอนติบอดี้ทั้ง 2 วิธีเลยนะครับความแม่น
00:07:57 → 00:08:01ยำจะสูงนะครับแล้วก็ความไวก็จะดีมากถ้า
00:08:02 → 00:08:04ติดเชื้อมาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับก็ยังไง
00:08:04 → 00:08:06ก็ตามนะครับยังไงก็ตามเนี่ยต้องระมัด
00:08:06 → 00:08:09ระวังนิดนึงในการแปรผลนะครับเพราะว่าการ
00:08:09 → 00:08:12ใช้เทสพวกเนี้ยแม้ว่าความแม่นยำสูงความไว
00:08:12 → 00:08:15จะสูงนะครับแต่ยังต้องมาคอนเฟิร์มด้วยการ
00:08:16 → 00:08:19ตรวจตามมาตรฐานนะครับอีกครั้งนึงอยู่ดีนะ
00:08:19 → 00:08:21ครับแต่ว่าอันนี้จะเป็นการทำให้ประชาชน
00:08:21 → 00:08:24ทั่วไปเนี่ยเข้าถึงในการตรวจได้ง่ายขึ้น
00:08:24 → 00:08:27นะครับเบื้องต้นก่อนนะครับอาจารย์คะถึง
00:08:27 → 00:08:30แม้ว่า HIV เนี่ยจะสามารถควบคุมได้นะคะคน
00:08:31 → 00:08:34ที่มีภาวะ HIV จะสามารถมีบุตรได้ใช้ชีวิต
00:08:34 → 00:08:37ตามทั่วไปได้แต่อยากให้อาจารย์ฝากถึงค่ะ
00:08:37 → 00:08:40ผู้ที่ติดเชื้อ hiv รวมถึงผู้ที่มีความ
00:08:40 → 00:08:43เสี่ยงว่าจะต้องดำเนินการวางตัวอย่างไร
00:08:43 → 00:08:46บ้างค่ะจริงๆในปัจจุบันนะครับเรื่องของ
00:08:46 → 00:08:50การยอมรับนะครับเรื่องของการอยู่ร่วมกับ
00:08:50 → 00:08:53ผู้มีชื้อ HIV เนี่ยนะครับมันมีมากขึ้นนะ
00:08:53 → 00:08:56ครับแล้วก็จะเห็นตัวอย่างได้จากหลายๆตัว
00:08:56 → 00:08:58อย่างที่ที่ตัวเองมีประสบการณ์ดูแลคนไข้
00:08:58 → 00:09:01มาเนี่ยนะครับในครอบครัวเองในเพื่อนร่วม
00:09:01 → 00:09:04งานหรือว่าในองค์กรเองเนี่ยนะครับเาเเปิด
00:09:04 → 00:09:08โอกาสให้คนกลุ่มเนี้ยนะครับมีมีการเปิด
00:09:08 → 00:09:11เผยตัวตนได้มากขึ้นนะครับถึงแม้มันยังไม่
00:09:11 → 00:09:13ไม่เต็มร้อยนะครับแต่ว่าการยอมรับก็เพิ่ม
00:09:13 → 00:09:16ขึ้นนะครับเพราะฉะนั้นเรื่องของการการ
00:09:16 → 00:09:18เข้ามาเพื่อจะมาตรวจรักษาเนี่ยจริงๆมันก็
00:09:18 → 00:09:22ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคนะครับคิดว่าการรักษา
00:09:22 → 00:09:24เร็วเนี่ยน่าจะได้ประโยชน์นะครับแล้วก็
00:09:24 → 00:09:26การเปิดเผยตัวเองขึ้นมาบ้างเนี่ยนะครับ
00:09:26 → 00:09:29ด้วยด้วยความกลัวว่าจะต้องกลัวว่าเดี๋ยว
00:09:29 → 00:09:31สิทธิ์การรักษามันจะไปโชว์ประวัติมันจะไป
00:09:31 → 00:09:33โชว์ที่อื่นจริงๆตรงนี้ไม่น่าไม่น่าจะใช่
00:09:33 → 00:09:36ประเด็นแล้วเพราะว่าทุกที่ที่เมีข้อมูล
00:09:36 → 00:09:38อยู่เนี่ยจะต้องเก็บข้อมูลคไข้ไว้อย่างดี
00:09:38 → 00:09:41ครับสำหรับการติดเชื้อ hiv นะคะหมอดาว
00:09:41 → 00:09:43เชื่อเหลือเกินค่ะว่าไม่มีใครที่อยากจะ
00:09:44 → 00:09:47ติดเชื้อ hiv แต่ถ้าหากเราเนี่ยติดเชื้อ
00:09:47 → 00:09:50แล้วการดูแลป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆนะคะการ
00:09:50 → 00:09:53เฝ้าระวังการตรวจคัดกรองรวมไปถึงว่าการ
00:09:53 → 00:09:56รับประทานยาต้านให้ครบให้เหมาะสมนะคะย่อม
00:09:56 → 00:10:00มาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีได้ขอบคุณนะคะ
00:10:00 → 00:10:03สำหรับการรับชมรายการ TNN Health ค่ะและ
00:10:03 → 00:10:07อย่าลืมค่ะกด Subscribe กดไลคกดแชร์ในทุก
00:10:07 → 00:10:10ช่องทางออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อ
00:10:10 → 00:10:14ที่จะไม่พลาดการรับชมรายการสดคลิปวดีโอ
00:10:14 → 00:10:20ที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ