00:00:03 → 00:00:05สวัสดีครับผมหมอประเวศเป็นจิตแพทย์ครับ
00:00:05 → 00:00:09เราพบกันทุกคืนวันอาทิตย์เวลา 2 ทุ่ม
00:00:09 → 00:00:12สำหรับคืนวันนี้วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม
00:00:12 → 00:00:15พุทธศักราช 2566
00:00:15 → 00:00:20เรามีนัดกันในหัวข้อผมสอนอะไรในจิตวิทยา
00:00:20 → 00:00:22ความสำเร็จ
00:00:22 → 00:00:26ในช่วงเดือนเมษายนหลังสงกรานต์นะครับผม
00:00:26 → 00:00:29กำลังจะเปิดออนไลน์ workshop ในหัวข้อ
00:00:29 → 00:00:31จิตวิทยาความสำเร็จครับ
00:00:31 → 00:00:34ซึ่งก็เปิดมาแล้วประมาณได้สัก 3-4 ครั้ง
00:00:34 → 00:00:37นะครับวันนี้ก็จะนำเนื้อหาบางส่วนมาเล่า
00:00:37 → 00:00:41ให้ฟังนะครับโดยจะแบ่งช่วงเนื้อหาเป็น
00:00:41 → 00:00:44ครึ่งชั่วโมงแล้วก็ช่วงตอบคำถามประมาณ
00:00:44 → 00:00:47ชั่วโมงหนึ่งถ้านานไปกว่านั้นผมอาจจะไม่
00:00:47 → 00:00:50ได้อ่านข้อความที่ส่งเข้ามาในช่วงหลังจาก
00:00:50 → 00:00:51นั้นนะครับ
00:00:51 → 00:00:55เรามาลองฟังกันดูนะครับว่าถ้าผมจะต้องออก
00:00:55 → 00:00:59แบบความรู้เรื่องของจิตวิทยาความสำเร็จ
00:00:59 → 00:01:03ผมเลือกอะไรมาใส่อยู่ในนี้นะครับใน 4
00:01:03 → 00:01:05ครั้งที่เรียน 4 สัปดาห์ครั้งละ 3
00:01:05 → 00:01:08ชั่วโมงกว่าเนี่ยเรื่องแรกสุดที่ผมเลือก
00:01:08 → 00:01:12ก็คือการเผชิญหน้ากับด้านมืดของตัวเองนะ
00:01:12 → 00:01:14ครับซึ่งเดี๋ยวผมจะขยายความและลงราย
00:01:14 → 00:01:17ละเอียดในเรื่องนี้เป็นเนื้อหาหลักของวัน
00:01:17 → 00:01:20นี้นะครับ 2 ก็คือจะพูดถึงการปรับ mindset
00:01:20 → 00:01:23ในการที่จะเลือกเส้นทางชีวิตที่ต้องการนะ
00:01:23 → 00:01:24ครับ
00:01:24 → 00:01:28ใน 3 ก็จะเป็นเรื่องของทักษะการตัดสินใจ
00:01:28 → 00:01:32ให้ลดการผิดพลาดในการตัดสินใจ
00:01:32 → 00:01:34แล้วก็ 4 ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพของ
00:01:34 → 00:01:35ชีวิตนะครับ
00:01:35 → 00:01:39เป็นเนื้อหาที่คัดมาที่คิดว่าน่าจะเรียน
00:01:39 → 00:01:43รู้ถ้าออกแบบเป็น 6 อาทิตย์ก็จะมีหัวข้อ
00:01:43 → 00:01:45ที่ต่างออกไปนะครับ
00:01:45 → 00:01:48คราวนี้ไอ้คำว่าด้านมืดเนี่ยมันมาจากภาษา
00:01:48 → 00:01:52อังกฤษที่ cowgun ใช้คำว่า Shadow ซึ่ง
00:01:52 → 00:01:53แปลว่าเงานะครับ
00:01:53 → 00:01:56ก็มีนักเรียนเก่าก็บอกว่าน่าจะใช้คำว่า
00:01:56 → 00:01:59เงามืดนะครับผมจะเริ่มต้นจากการอธิบายคำ
00:01:59 → 00:02:00นี้ก่อนว่า
00:02:00 → 00:02:05มันคืออะไรนะครับทุกๆคนจะมีส่วนที่เขาไม่
00:02:05 → 00:02:09รู้ตัวว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขานะครับ
00:02:09 → 00:02:12เป็นคุณสมบัติที่คนเรามีอยู่ในตัวเองแต่
00:02:12 → 00:02:17พยายามปฏิเสธไม่ยอมรับมันแล้วก็เก็บเข้า
00:02:17 → 00:02:21สู่พื้นที่ในส่วนที่เขาไม่รู้ตัวซึ่งที่
00:02:21 → 00:02:23เราเรียกว่าจิตใต้สำนึกนะครับ
00:02:23 → 00:02:26มนุษย์ทุกคนจะมีด้านมืดด้านที่เขาไม่รู้
00:02:26 → 00:02:31ตัวว่าเขามีหรือ Shadow ตามประสาของ
00:02:31 → 00:02:36และอะไรทำให้ตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกุญแจ
00:02:36 → 00:02:38สำคัญถ้าเราอยากมีชีวิตที่ประสบความ
00:02:38 → 00:02:39สำเร็จ
00:02:39 → 00:02:41ตรงนี้จะเป็นเนื้อหาหลักของเนื้อวันนี้
00:02:41 → 00:02:44ซึ่งไม่ได้ตรงกับเนื้อในหลักสูตร 100% นะ
00:02:45 → 00:02:48ครับ
00:02:48 → 00:02:51ข้าวจุงเนี่ยเป็นลูกศิษย์ของฟรอยด์ตอนแรก
00:02:51 → 00:02:55นะครับแต่หลังจากนั้นเขาก็แยกตัวออกมามา
00:02:55 → 00:02:57พัฒนา
00:02:57 → 00:03:01ทฤษฎีและแนวความคิดของเขาโดยจุดเด่นของ
00:03:01 → 00:03:05เขาคือเข้าไปเชื่อมกันกับปรัชญาและแนวคิด
00:03:05 → 00:03:09วิถีชีวิตของซีกโลกตะวันออกและเขาจะแตกใน
00:03:09 → 00:03:12ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นสากลในมุม
00:03:12 → 00:03:15มองของจิตวิญญาณมากกว่า
00:03:15 → 00:03:20เขามีคำประโยคหนึ่งที่เป็นการเปิดประเด็น
00:03:20 → 00:03:23ของผมในหลักสูตรนี้ก็คือ
00:03:23 → 00:03:25แปลเป็นภาษาไทยนะครับ
00:03:25 → 00:03:28จนกว่าคุณจะนำสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก
00:03:28 → 00:03:31ของคุณขึ้นมาอยู่ในจิตสำนึก
00:03:31 → 00:03:34สิ่งที่คุณไม่รู้ตัวที่อยู่ในจิตใต้สำนึก
00:03:34 → 00:03:37นั้นจะกำหนดชีวิตของคุณ
00:03:37 → 00:03:42แล้วคุณก็ไปเรียกมันว่าชะตากรรม
00:03:42 → 00:03:45ความหมายก็คือถ้าเรามีด้านมืดมีสิ่งที่
00:03:45 → 00:03:49อยู่ในจิตใต้สำนึกโดยที่เราไม่รู้ตัวสิ่ง
00:03:49 → 00:03:52นี้มันไม่ได้หยุดการทำงานครับมันยังส่งผล
00:03:52 → 00:03:55ต่อการทำงานในระดับที่เราไม่รู้ตัว
00:03:55 → 00:03:59คนอาจจะตัดสินใจอะไรผิดพลาดซ้ำๆคุณอาจจะ
00:03:59 → 00:04:02มีความเป็นตัวคุณบางอย่างที่คุณรู้ว่ามัน
00:04:02 → 00:04:04เป็นปัญหาแล้วคุณไม่ชอบแต่คุณหยุดมันไม่
00:04:04 → 00:04:05ได้
00:04:05 → 00:04:08นั่นแหละครับส่วนใหญ่ก็เป็นพลังขับ
00:04:08 → 00:04:11เคลื่อนมาจากด้านมืดของตัวเรานะครับ
00:04:11 → 00:04:13แล้วเราก็คิดว่าชีวิตเรามันมีชะตากรรม
00:04:13 → 00:04:16เป็นแบบนี้แหละแต่จริงๆแล้วเมื่อไหร่ก็
00:04:16 → 00:04:18ตามที่เราสามารถ
00:04:18 → 00:04:23ค้นหาให้เจอแล้วก็หยิบเอาชิ้นส่วนนั้นที่
00:04:23 → 00:04:26เราปฏิเสธขึ้นมาอยู่บนพื้นที่ของความรู้
00:04:26 → 00:04:28ตัวหรือจิตสำนึก
00:04:28 → 00:04:32พลังของมันในการขับเคลื่อนชีวิตในแบบที่
00:04:32 → 00:04:34เราไม่รู้ตัวก็จะเปลี่ยนไปนะครับ
00:04:34 → 00:04:36กระบวนการที่หยิบขึ้นมานี้เนี่ยส่วนใหญ่
00:04:36 → 00:04:38เราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์
00:04:38 → 00:04:42ระหว่างชิ้นส่วนนั้นกับตัวเราซึ่งการ
00:04:42 → 00:04:45เปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้เราใช้ประโยชน์จาก
00:04:45 → 00:04:48มันได้เดี๋ยวจะอธิบายเพิ่มว่ามันเป็นไป
00:04:48 → 00:04:51ได้ยังไงนะครับ
00:04:51 → 00:04:54ผมจะยกตัวอย่างก่อนนะครับว่าอะไรบ้างที่
00:04:54 → 00:04:57จะถูกเก็บกดลงจิตใต้สำนึก
00:04:57 → 00:04:59เช่นความกลัว
00:04:59 → 00:05:03กลัวคนไม่รักเช่นพ่อแม่ครูหรือแสดงท่าที
00:05:03 → 00:05:06ละเลยไม่สนใจ
00:05:06 → 00:05:09หรือพ่อแม่ไม่มีเวลามาดูแลก็จะมีความ
00:05:09 → 00:05:12หวั่นไหวมากกับการขาดความรักกว่าคนไม่รัก
00:05:12 → 00:05:16กลัวอันตรายเพราะพ่อแม่ทำร้ายกันทะเลาะ
00:05:16 → 00:05:20กันหรือเด็กถูกทำร้ายก็จะมีความกลัว
00:05:20 → 00:05:22ความกลัวแบบนี้เนี่ยทำให้เด็กอยู่ไม่ได้
00:05:22 → 00:05:27ก็จะเก็บเข้าสู่จิตใต้สำนึกอยู่ในพื้นที่
00:05:27 → 00:05:30ที่เราเลยก็ได้มืดในภาษาของจุงนะครับ
00:05:30 → 00:05:34หรือสิ่งที่อาจจะถูกเก็บลงสู่ใต้สำนึกถัด
00:05:34 → 00:05:36มาก็คือความต้องการ
00:05:36 → 00:05:39ที่ถูกมองว่าเป็นความเห็นแก่ตัวนะครับ
00:05:39 → 00:05:43เช่นพี่มีความต้องการแต่พ่อแม่สอนให้พี่
00:05:43 → 00:05:46ยอมน้องต้องเก็บความต้องการไว้
00:05:46 → 00:05:49หรือลูกที่เริ่มโตแล้วเห็นแม่ซึ่งเป็นแม่
00:05:49 → 00:05:51เลี้ยงเดี่ยวเหนื่อยมาก
00:05:51 → 00:05:53และเขารู้สึกว่าเขาไม่อยากให้ความต้องการ
00:05:53 → 00:05:54ของเขา
00:05:54 → 00:05:58มาสร้างความเหนื่อยให้แม่มากขึ้น
00:05:58 → 00:06:00เขาก็จะเก็บความต้องการนั้นไว้
00:06:00 → 00:06:02ทั้งๆที่ความต้องการเหล่านั้นเป็นความ
00:06:02 → 00:06:05ต้องการที่สมควรที่จะมีและเด็กควรได้รับ
00:06:05 → 00:06:07การตอบสนองเขาจะเก็บความต้องการเหล่านั้น
00:06:07 → 00:06:08ไว้
00:06:08 → 00:06:12ความรู้สึกละอายนะครับมีล่าสุดมีคนที่คุย
00:06:12 → 00:06:16กับผมมีเด็กผู้หญิงที่ปัสสาวะรากนะครับ
00:06:16 → 00:06:19ปัสสาวะลดที่นอนก็จะถูกผู้ใหญ่ว่า
00:06:19 → 00:06:23จริงๆตั้งแต่สมัยที่ผมทำงานจิตเวชเด็กผม
00:06:23 → 00:06:26จะรู้ดีว่าอาการที่เด็กผู้หญิงปัสสาวะ
00:06:26 → 00:06:30มักจะสัมพันธ์กันกับโจทก์ทางอารมณ์นะครับ
00:06:30 → 00:06:33ก็จะมีสภาวะที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ
00:06:33 → 00:06:37แล้วก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหวง่ายนะครับ
00:06:37 → 00:06:40ในความละอายเนี่ยมันจะกลายเป็นฝังเป็น
00:06:40 → 00:06:42ส่วนหนึ่งของความเป็นตัวตนที่สร้างความ
00:06:42 → 00:06:45รู้สึกไม่เชื่อมั่นและรู้สึกจะหวั่นไหว
00:06:45 → 00:06:47ง่ายซึ่งเมื่อประกอบกับความกลัวการไม่รัก
00:06:47 → 00:06:50ความต้องการที่เป็นเรื่องเห็นแก่ตัวถ้า
00:06:50 → 00:06:52บังเอิญมันอยู่ในคนคนเดียวกัน
00:06:52 → 00:06:55มันก็จะสร้างให้คนคนนั้นมีลักษณะเฉพาะตัว
00:06:55 → 00:06:59ไปปรากฏขึ้นในการทำงานในความสัมพันธ์
00:06:59 → 00:07:02ในการพัฒนาตัวเขาในการเลือกวิถีชีวิตของ
00:07:02 → 00:07:07เขานะครับหรือความโกรธที่ความกดเป็น
00:07:07 → 00:07:09เรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เวลาเราถูกทำให้
00:07:09 → 00:07:13เจ็บเวลาเราผิดหวังเสียใจเวลาเราเกิดความ
00:07:13 → 00:07:16คับข้องใจความโกรธมันเป็นปฏิกิริยาตามมา
00:07:16 → 00:07:19ตามธรรมชาติแต่พ่อแม่จำนวนหนึ่งจะปฏิบัติ
00:07:19 → 00:07:24กับลูกด้วยการปฏิเสธการสอนให้ลูกรู้จัก
00:07:24 → 00:07:25ความโกรธตัวเองดังนั้นก็จะกลบความโกรธ
00:07:25 → 00:07:28หรือมองความโกรธคือความก้าวร้าวนะครับ
00:07:28 → 00:07:33แสดงออกไม่ได้ไม่ดีนะครับหรือพ่อแม่มี
00:07:33 → 00:07:37ความก้าวร้าวมากกว่าเด็กเนี่ยจะไม่กล้า
00:07:37 → 00:07:41โกรธนะครับก็จะเก็บไว้แล้วก็จะทำให้เมื่อ
00:07:41 → 00:07:43เขาโตขึ้นเนี่ยเขาจะไม่สามารถใช้พลังความ
00:07:43 → 00:07:45โกรธให้เป็นประโยชน์ได้ความโกรธมีอะไรใน
00:07:45 → 00:07:48สินเชื่อจักรยานพื้นฐานก็คือความสามารถใน
00:07:48 → 00:07:50การปกป้องตัวเองครับเพราะฉะนั้นคนที่เก็บ
00:07:50 → 00:07:54ความโกรธลงไปข้างใต้สู่จิตใต้สำนึกมี
00:07:54 → 00:07:57อาการแสดงออกมาได้หลายอย่างเช่นสุภาพอ่อน
00:07:57 → 00:08:00น้อมมากยอมคนมากเลยหรือดื้อเงียบพวกนี้
00:08:00 → 00:08:02ล่วงหน้าจะเป็นการเก็บกดความโกรธไว้ข้าง
00:08:02 → 00:08:04ใต้การรู้ตัวนะครับ
00:08:04 → 00:08:06และสุดท้ายความต้องการทางเพศก็ถูกเก็บกด
00:08:06 → 00:08:08ได้ด้วยเช่นกัน
00:08:08 → 00:08:11เช่นพ่อแม่สอนให้เห็นว่าเรื่องเพศเป็น
00:08:11 → 00:08:14เรื่องสกปรกน่ารังเกียจ
00:08:14 → 00:08:16ความต้องการทางเพศมันเป็นเรื่องปกติเป็น
00:08:16 → 00:08:19ธรรมชาติเมื่อหัวถึงวัยนะครับแล้วเด็กๆ
00:08:19 → 00:08:22ที่เล่นอวัยวะเพศก็เป็นเพราะว่ามันมีความ
00:08:22 → 00:08:24เพลิดเพลินเนื่องจากมันมีเส้นประสาทที่
00:08:24 → 00:08:25ละเอียดอ่อนนะครับ
00:08:25 → 00:08:27แต่พ่อแม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าเรื่องนี้
00:08:27 → 00:08:30เป็นเรื่องที่แตะไม่ได้ดังนั้นก็จะก่อให้
00:08:30 → 00:08:34เกิดปัญหาการสามารถที่จะอยู่กับความรู้
00:08:34 → 00:08:37สึกและเรียนรู้ที่จะจัดการความต้องการทาง
00:08:37 → 00:08:41เพศหาช่องทางการตอบสนองให้ดีและมีความสุข
00:08:41 → 00:08:44ตัวนี้ก็จะเสียไปนะครับสิ่งเหล่านี้ก็จะ
00:08:44 → 00:08:47กระทบต่อความเชื่อมั่นและตัวตนความ
00:08:47 → 00:08:49สัมพันธ์ที่เขาจะมี
00:08:49 → 00:08:52คืนนี้คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า
00:08:52 → 00:08:54ที่ยกตัวอย่างแบบนี้ก็แปลว่าสิ่งที่ถูก
00:08:54 → 00:08:58เก็บไว้ภายใต้คำว่าด้านมืดหรือ Shadow
00:08:58 → 00:09:01ที่แปลว่าเงา
00:09:01 → 00:09:04มันจะนำไปสู่การสร้างบุคลิกภาพ
00:09:04 → 00:09:07ที่เป็นรูปแบบเฉพาะ
00:09:07 → 00:09:11แล้วก็บุคลิกแบบนี้แหละครับที่เป็นตัวขัด
00:09:11 → 00:09:16ขวางความสำเร็จในชีวิตได้นะครับ
00:09:16 → 00:09:19คราวนี้ถ้าคนคนหนึ่ง
00:09:19 → 00:09:24ดำเนินชีวิตโดยมี
00:09:24 → 00:09:25ด้านมืด
00:09:25 → 00:09:28ที่ขัดขวางการที่เขาจะใช้ชีวิตให้เติม
00:09:28 → 00:09:31เต็มได้มันจะเกิดอะไรขึ้นที่เห็นชัดมันจะ
00:09:31 → 00:09:34ปรากฏอาการได้หลายจุดมากแต่ผมอยากจะพา
00:09:34 → 00:09:38เดินทางไปสู่จุดสุดท้ายของชีวิตในตอนที่
00:09:38 → 00:09:42คนคนกลุ่มหนึ่งใกล้ตายแล้วมีการศึกษาจาก
00:09:42 → 00:09:45คนใกล้ตายอีกทีนึงคือเป็นการศึกษาคนละมุม
00:09:45 → 00:09:46กันนะครับ
00:09:46 → 00:09:50ในหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องความเสียใจ 5
00:09:50 → 00:09:51ประการ
00:09:51 → 00:09:56ของคนใกล้ตายได้พูดถึงความรู้สึกเสียใจ 5
00:09:57 → 00:10:00อย่างที่คนใกล้ตายมองย้อนกลับไปแล้วรู้
00:10:00 → 00:10:03สึกเสียดายนะครับที่เขาไม่ได้ทำสิ่งนั้น
00:10:03 → 00:10:05สิ่งนี้
00:10:05 → 00:10:07ซึ่งถ้าลงรายละเอียดแต่ละข้อ 5 ข้อต่อจาก
00:10:07 → 00:10:09นี้
00:10:09 → 00:10:11คุณจะเห็นเลยครับว่ามันสัมพันธ์กับเรื่อง
00:10:11 → 00:10:15ปมข้างใจจะวัยเด็กในทั้งนั้นนะครับ
00:10:15 → 00:10:17ข้อแรกก็คือ
00:10:17 → 00:10:20คำตอบที่มาเลยก็คือ
00:10:20 → 00:10:24เขาไม่กล้าหาญมากพอที่จะใช้ชีวิตของตัว
00:10:24 → 00:10:25เอง
00:10:25 → 00:10:28ตลอดชีวิตเขาก็จะดำเนินชีวิตตามความคาด
00:10:28 → 00:10:32หวังของคนอื่นหรือตามกระแสสังคม
00:10:32 → 00:10:35และทิ้งตัวตนและความฝันของตัวเอง
00:10:35 → 00:10:40ซึ่งเมื่อเขาอายุเดินทางไปถึงบั้นปลายและ
00:10:40 → 00:10:45มองกลับมาเขาก็จะรู้สึกได้ถึงความเสียดาย
00:10:45 → 00:10:48เสียใจความไม่เติมเต็มหรือความรู้สึกว่าง
00:10:48 → 00:10:49เปล่า
00:10:49 → 00:10:52จากการที่เขาไม่ได้รู้จักตัวเองแล้วไม่
00:10:52 → 00:10:55ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองอันนี้คือ 1 ความ
00:10:55 → 00:11:00เสียใจเมื่อไปคุยกับคนใกล้จบชีวิตแต่มัน
00:11:00 → 00:11:03ก็เป็นอาการของการที่คนๆนั้นไม่เป็นตัว
00:11:03 → 00:11:07เองเพราะมันมีด้านมืดไปปกคลุมอยู่ถูกเก็บ
00:11:07 → 00:11:09ลงไปนะครับ
00:11:09 → 00:11:13ความเสียใจประการที่ 2 ก็คือธัมมังมะทำ
00:11:13 → 00:11:15งานมากเกินนะครับ
00:11:15 → 00:11:17ดังนั้นคนกลุ่มนี้ก็จะมีลักษณะบ้างงานนะ
00:11:17 → 00:11:20ครับให้ความสำคัญกับงานความสำเร็จความ
00:11:20 → 00:11:21ก้าวหน้าในงาน
00:11:21 → 00:11:25ผมเจอคนที่มีโจทย์จากวัยเด็กที่มีปัญหา
00:11:25 → 00:11:29การบ้านงานเยอะมากจำนวนหนึ่งก็คือมาเรียน
00:11:29 → 00:11:33อยู่ในชั้นเรียนผมคาใจแล้วก็พบว่า
00:11:33 → 00:11:36เวลาที่คนเราบ้างงานเขาอยู่เฉยๆไม่เป็นนะ
00:11:36 → 00:11:39ครับเขาต้องหาอะไรทำตลอดเวลา
00:11:39 → 00:11:43เวลาไปเที่ยวก็ยังเข้างานไป
00:11:43 → 00:11:46สิ่งที่กระทบก็คือกระทบสุขภาพของเขา
00:11:46 → 00:11:50นะครับกระทบความสัมพันธ์โดยเฉพาะถ้ามี
00:11:50 → 00:11:53ครอบครัวก็คือกระทบความสัมพันธ์กับคนรัก
00:11:53 → 00:11:59กระทบโอกาสที่เขาจะได้ไปอยู่ดูแลลูกเล่น
00:11:59 → 00:12:00กับลูก
00:12:00 → 00:12:06กระทบการจัดเวลาที่จะไปดูแลพ่อแม่
00:12:06 → 00:12:10นี่คือผลกระทบจากการบ้างานก็คือพอเราทำ
00:12:10 → 00:12:12งานมากเกิน
00:12:12 → 00:12:15ด้านอื่นของชีวิตก็จะเสียไป
00:12:15 → 00:12:17นะครับซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันก็จะไปโผล่ที่
00:12:17 → 00:12:19ความสัมพันธ์
00:12:19 → 00:12:23กับสุขภาพแต่มันยังสามารถโผล่ออกมาไม่ใช่
00:12:23 → 00:12:26เฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัวเท่านั้นนะ
00:12:26 → 00:12:29ครับมันยังไปโผล่ที่ความสัมพันธ์กับ
00:12:29 → 00:12:33เพื่อนหรือการพัฒนาด้านในที่ทำให้เกิด
00:12:33 → 00:12:37ความเติมเต็มจากภายในนะครับดังนั้นถ้ามอง
00:12:37 → 00:12:41ในมุมของความรู้สึกเสียดายและเสียใจของคน
00:12:41 → 00:12:44ที่ใกล้ตายเนี่ยเขาก็อาจจะมองเห็นว่าจริง
00:12:45 → 00:12:47ๆเราใช้เวลากับงานมากเกินไป
00:12:47 → 00:12:51เราไม่ได้ใช้ชีวิตนะครับเพราะงานไม่ใช่
00:12:51 → 00:12:54ชีวิตงานเป็นเพลงเสี้ยวหนึ่งของการเลี้ยง
00:12:54 → 00:12:55ชีพ
00:12:55 → 00:12:59แต่ว่าปัจจุบันงานมันกลายเป็นสัญลักษณ์
00:12:59 → 00:13:00กลายเป็น
00:13:00 → 00:13:05สถานะกลายเป็นแหล่งรายได้นะครับกลายเป็น
00:13:05 → 00:13:09การแบ่งแยกชนชั้นมันจึงมีความหมายแล้วก็
00:13:09 → 00:13:11หลายคนก็จะ
00:13:11 → 00:13:14ใช้พลังงานไปมุ่งสู่ความสำเร็จในงานนะ
00:13:14 → 00:13:19ครับจนเมื่อพ้นไปสู่ช่วงท้ายของชีวิตและ
00:13:19 → 00:13:21หันมาดูเขาก็จะพบว่า
00:13:21 → 00:13:25เราทำงานมากไปนะครับอันนี้คือความเสียใจ
00:13:25 → 00:13:28ประการที่ 2 นะครับความเสียใจประการที่ 3
00:13:28 → 00:13:32ก็คือการที่คนๆนั้นเก็บความรู้สึกของตัว
00:13:32 → 00:13:33เองไว้
00:13:33 → 00:13:36แล้วก็ไม่แสดงออกซึ่งความรู้สึกนี้เนี่ย
00:13:36 → 00:13:39มันเป็นความต้องการอย่างหนึ่ง
00:13:39 → 00:13:41พอเราเก็บไว้
00:13:41 → 00:13:44อาจจะเก็บเพราะว่าเราต้องยอมคนอื่นเพื่อ
00:13:44 → 00:13:47จะได้ไม่มีเรื่องกันนะครับหลีกเลี่ยงความ
00:13:47 → 00:13:52ขัดแย้งหรืออาจจะรู้สึกว่าความต้องการของ
00:13:52 → 00:13:55ตัวเองเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัวกลับไป
00:13:55 → 00:13:57ประเด็นเมื่อกี้นี้นะครับ
00:13:57 → 00:13:59ดังนั้นเขาก็จะไม่แสดงความต้องการของตัว
00:13:59 → 00:14:03เองออกมาได้ชัดแล้วก็จะมีกระบวนการภายใน
00:14:03 → 00:14:06ใจที่ทำให้เขาไม่ตระหนักในความต้องการของ
00:14:06 → 00:14:09ตัวเองซึ่งแน่นอนพอเราไม่ตระหนักในความ
00:14:09 → 00:14:10ต้องการของตัวเอง
00:14:10 → 00:14:13และเราไม่สามารถหาวิธีตอบสนองความต้องการ
00:14:13 → 00:14:15ของตัวเองได้ด้วยดี
00:14:15 → 00:14:20ตรงนี้ก็จะเกิดความรู้สึกไม่เติมเต็มเกิด
00:14:20 → 00:14:22ความรู้สึก
00:14:22 → 00:14:24ก็กลับไปในกลุ่มเดิมนะครับเหมือนชีวิต
00:14:24 → 00:14:28เนี่ยมันมันว่างเปล่าได้
00:14:28 → 00:14:31ผมเคยคุยกับเจ้าของธุรกิจซึ่งก็มีธุรกิจ
00:14:31 → 00:14:35อยู่ 3 ธุรกิจนะครับการเงินสบายๆสามีมี
00:14:35 → 00:14:38การงานมั่นคงซึ่งคนละกระเป๋าได้เลยนะครับ
00:14:38 → 00:14:41เขาหาเงินได้มากกว่าด้วยมีลูกแล้วนะครับ
00:14:41 → 00:14:45เขาก็มีบ้านมีทุกอย่างหมดเขาก็ติดต่อมา
00:14:45 → 00:14:48เมื่อหลายปีก่อนแล้วก็บอกว่า
00:14:48 → 00:14:52เขามีทุกอย่างในชีวิตเขาควรจะมีความสุข
00:14:52 → 00:14:57แต่เขาไม่รู้เป็นอะไรเขาไม่มีความสุขนะ
00:14:57 → 00:14:59ครับซึ่งคนที่มาหาผมได้เจอโจทย์แบบนี้มี
00:15:00 → 00:15:02อยู่จำนวนหนึ่งนะครับฉะนั้นมันก็เกิดจาก
00:15:02 → 00:15:06การที่เราเก็บอารมณ์ความรู้สึกไม่รู้ความ
00:15:06 → 00:15:08ต้องการของตัวเองแล้วก็ไม่สามารถที่จะ
00:15:09 → 00:15:11เติมเต็มความต้องการของตัวเองได้แม้จะมี
00:15:11 → 00:15:14เงินทองทรัพย์สินและมีวัตถุทุกอย่างมี
00:15:14 → 00:15:17สถานะครบถ้วนแล้วก็ตาม
00:15:17 → 00:15:21ประการที่ 4 นะครับอันนี้คือประเด็นความ
00:15:21 → 00:15:24เสียใจ 5 เรื่องของคนใกล้ตายนะครับ
00:15:24 → 00:15:28ประเด็นที่ 4 ก็คือคนใกล้ตายจะจำนวนหนึ่ง
00:15:28 → 00:15:30ก็จะบอกว่าข้อเสียดายที่เขาละเลยความ
00:15:30 → 00:15:35สัมพันธ์กับเพื่อนๆนะครับเพราะว่าคนก็ยัง
00:15:35 → 00:15:37ต้องการมิตรภาพต้องการเพื่อน
00:15:37 → 00:15:41แล้วคนที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็อาจ
00:15:41 → 00:15:46จะนึกถึงความสุขความผูกพันที่เคยเกิดขึ้น
00:15:46 → 00:15:49ถ้าเป็นยุคสมัยก่อนเขาก็จะไม่รู้ด้วยซ้ำ
00:15:49 → 00:15:51ว่าเพื่อนๆหายไปไหนแล้วเพราะว่าเขาไม่มี
00:15:51 → 00:15:54โซเชียลมีเดียนะครับแต่ในยุคปัจจุบัน
00:15:54 → 00:15:57โซเชียลมีเดียมีนะครับเพื่อนอาจจะยังไม่
00:15:57 → 00:16:00หายไปไหนแต่ว่าความรู้สึกผูกพันความใกล้
00:16:00 → 00:16:04ชิดมันอาจจะห่างเหินไปโดยเฉพาะคนที่แยก
00:16:04 → 00:16:07แยกตัวไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนเลยนะ
00:16:07 → 00:16:11ครับอันนี้ก็เป็นอีกโจทย์ข้อหนึ่งซึ่งถ้า
00:16:11 → 00:16:15สาวไปก็ยังคงเกี่ยวพันได้กับเรื่องของปม
00:16:15 → 00:16:18อย่างไรก็ตามมันไม่ได้แปลว่าโจทย์ข้อนี้
00:16:18 → 00:16:20ทุกเรื่องจะต้องเกี่ยวกับปมรุนแรงนะครับ
00:16:21 → 00:16:23บางทีมันเป็นเพียงความเป็นตัวเราที่ถูก
00:16:23 → 00:16:27สร้างมาจากการเก็บบางส่วนเข้าไปไว้แล้วก็
00:16:27 → 00:16:30ไม่ได้มองชีวิตให้เห็นภาพรวม
00:16:30 → 00:16:34การสุดท้ายสำหรับคนที่เสียใจ 5 ประการ
00:16:34 → 00:16:37ก่อนในช่วงคนใกล้ตายนี้นะครับเขาจะพูดถึง
00:16:37 → 00:16:41ว่าเขาไม่ได้อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขใน
00:16:41 → 00:16:42ชีวิต
00:16:42 → 00:16:46ซึ่งส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่คนๆนั้นจะ
00:16:46 → 00:16:49อยู่แต่ในพื้นที่ที่คุ้นเคยเป็น Comfort
00:16:49 → 00:16:49Zone
00:16:49 → 00:16:53แล้วก็กลัวการเปลี่ยนแปลงนะครับดังนั้น
00:16:53 → 00:16:58การที่เราจะมีพื้นที่ความสุขส่วนหนึ่งมัน
00:16:58 → 00:17:00คือการออกนอกพื้นที่ Comfort Zone นะ
00:17:00 → 00:17:02ครับผมเคยพูดเรื่องนี้ไว้เมื่อสักอย่าง
00:17:02 → 00:17:06น้อยปี 2 ปีก่อนนะครับว่าเราสามารถค้นหา
00:17:06 → 00:17:10ความสุขได้นอกพื้นที่ Comfort Zone ชื่อ
00:17:10 → 00:17:11หัวข้อประมาณนี้เลยนะครับ
00:17:11 → 00:17:15แต่คนที่อยู่แต่ในพื้นที่ที่เป็น Comfort
00:17:15 → 00:17:17Zone หรือพื้นที่ที่คุณเคยเพราะกลัวการ
00:17:17 → 00:17:18เปลี่ยนแปลง
00:17:18 → 00:17:21ก็จะทำให้เขาไม่สามารถที่จะทดลองกับชีวิต
00:17:21 → 00:17:25ไม่สามารถที่จะค้นเจอตัวเองจากกระบวนการ
00:17:25 → 00:17:28ทดลองกับชีวิตนั้นได้แล้วก็ทำให้เขาไม่มี
00:17:28 → 00:17:31โอกาสที่จะไปทำในสิ่งที่ทำให้ชีวิตเขามี
00:17:31 → 00:17:34ความสุขนะครับทั้งๆที่ความสุขเป็นสิ่งที่
00:17:34 → 00:17:38คนเราเลือกได้และความสุขจำนวนมากไม่ต้อง
00:17:38 → 00:17:42ใช้เงินหรือใช้น้อยมากแต่คนจำนวนหนึ่งก็
00:17:42 → 00:17:46ตระหนักในการทบทวนเมื่อเขาใกล้จบชีวิตลง
00:17:46 → 00:17:51ที่พบว่าข้อเสียดายที่ไม่ได้ให้ตัวเองมี
00:17:51 → 00:17:56ชีวิตที่มีความสุขมากกว่าที่ผ่านมา
00:17:56 → 00:17:59ผมหยิบเอาเรื่องความเสียใจ 5 เรื่องของคน
00:17:59 → 00:18:01ใกล้ตายมาเชื่อมเรื่องนี้ยังไงนะครับทั้ง
00:18:01 → 00:18:03ๆที่ 5 ประเด็นนี้ไม่ได้ไปใส่อยู่ในหลัก
00:18:03 → 00:18:05สูตรแต่ผมคิดว่า
00:18:05 → 00:18:08ตอนที่ผมเตรียมคุยวันนี้ผมนึกถึงประเด็น
00:18:08 → 00:18:11นี้เพราะว่าเวลาที่เราจะพูดถึงความสำเร็จ
00:18:11 → 00:18:12ในชีวิตเนี่ย
00:18:12 → 00:18:14นะครับมันไม่ใช่เรื่องของเงินไม่ใช่
00:18:14 → 00:18:17เรื่องของงานนะครับแต่เป็นเรื่องของเมื่อ
00:18:17 → 00:18:20เรามองไปข้างหน้าเมื่อเรามองไปข้างหลัง
00:18:20 → 00:18:25เรารู้สึกได้ว่ามันมองไปข้างหน้าก็มีอะไร
00:18:25 → 00:18:27ให้เล่นรอคอยเราอยู่มองไปข้างหลังก็รู้
00:18:27 → 00:18:30สึกได้ว่าเราเดินมาเราได้จัดการเรื่องราว
00:18:30 → 00:18:35ต่างๆได้เติมเต็มความต้องการตัวเองซึ่ง
00:18:35 → 00:18:37ไม่ใช่ความต้องการเห็นแก่ตัวนะครับความ
00:18:37 → 00:18:39ต้องการของตัวเองยังอาจจะหมายถึงการที่
00:18:39 → 00:18:41เราเลือกที่จะไปทำงานจิตอาสาช่วยเหลือผู้
00:18:41 → 00:18:44อื่นเพื่อความเติมเต็มจากการได้เป็นผู้
00:18:44 → 00:18:45ให้ก็ได้
00:18:45 → 00:18:50อันนี้ก็คือตัวที่เริ่มเข้ามาสู่เนื้อของ
00:18:50 → 00:18:53สัปดาห์แรกในเรื่องของด้านมืดนะครับ
00:18:53 → 00:18:57ดังนั้นเราจะทำยังไงที่เราจะจัดการถ้าเรา
00:18:57 → 00:18:59ต้องการมีความสำเร็จดีขึ้น
00:18:59 → 00:19:01เราก็ต้องมีกระบวนการเปิดรับและเชื่อมโยง
00:19:01 → 00:19:04กับด้านมืดของตัวเองซึ่งกระบวนการนี้เป็น
00:19:04 → 00:19:09การเติบโตภายในนะครับเราทำให้ส่วนของตัว
00:19:09 → 00:19:13เราที่เราปฏิเสธและกฎมันไว้ได้เชื่อมต่อ
00:19:13 → 00:19:17เป็นส่วนหนึ่งของตัวเราซึ่งในงานคนที่ทำ
00:19:17 → 00:19:20งานด้านนี้เนี่ยเขาจะตระหนักดีว่าพลังงาน
00:19:20 → 00:19:23ที่เราใช้ในการเก็บกดเนี่ยใช้เยอะนะครับ
00:19:23 → 00:19:26แต่ทันทีที่เราไม่ต้องเก็บกดไม่เพียงแต่
00:19:26 → 00:19:28เราไม่ต้องเสียพลังงานในการเก็บกดเท่า
00:19:28 → 00:19:29นั้นนะครับ
00:19:29 → 00:19:32แต่เรายังได้พลังงานที่เรากักมันไว้เช่น
00:19:32 → 00:19:38พลังงานความโกรธนะครับพลังงานของอารมณ์
00:19:38 → 00:19:41ต่างๆหรือความปรารถนา
00:19:41 → 00:19:44ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงจูงใจเป็นพลังของ
00:19:44 → 00:19:47ชีวิตในการขับเคลื่อนทั้งนั้นเลยเนี่ย
00:19:47 → 00:19:50มันจึงเป็นการนำศักยภาพภายในตัวเองออกมา
00:19:50 → 00:19:51ใช้ได้เต็มที่
00:19:51 → 00:19:56เช่นมีคนหนึ่งที่เคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อ
00:19:56 → 00:19:59เขาได้เชื่อมกับประสบการณ์วัยเด็กที่เข้า
00:19:59 → 00:20:02ไม่ชอบแล้วก็เข้าใจแล้วก็เชื่อมโยงกับตัว
00:20:02 → 00:20:05เขาในวัยเด็กได้ดีเขาพบว่าเขามีความขี้
00:20:05 → 00:20:08เล่นมากขึ้นนะครับเหลืออีกคนหนึ่งเมื่อพบ
00:20:08 → 00:20:12ว่าตัวเองเชื่อมโยงและเข้าใจความโกรธของ
00:20:12 → 00:20:15ตัวเองและยอมรับความโกรธที่สมควรโกรธของ
00:20:15 → 00:20:16ตัวเองได้ดีขึ้น
00:20:16 → 00:20:19เขาลากเส้นได้ดีขึ้นเขาปฏิเสธได้เก่งขึ้น
00:20:19 → 00:20:22เขาตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ดีขึ้น
00:20:22 → 00:20:25เขาปกป้องตัวเองได้ดีขึ้นอันนี้คือส่วน
00:20:25 → 00:20:29ผสมสำคัญของการที่เราจะประสบความสำเร็จใน
00:20:29 → 00:20:32บริบทของชีวิตแรงงานนะครับถ้าคุณรู้สึก
00:20:32 → 00:20:35ว่าในที่ทำงานคุณไม่สามารถ
00:20:35 → 00:20:39โต้แย้งกับใครได้คุณไม่สามารถพูดแสดงความ
00:20:39 → 00:20:40คิดเห็นได้
00:20:40 → 00:20:44ตรงนั้นคือส่วนหนึ่งของการมีด้านมืดที่มา
00:20:44 → 00:20:47คอยสร้างความปวดในเวลาที่คุณต้องออกไป
00:20:47 → 00:20:53แสดงบทบาทในการแสดงความคิดเห็นนะครับ
00:20:53 → 00:20:56ในการที่เราจะประสบความสำเร็จเราจึง
00:20:56 → 00:20:59จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตัว
00:20:59 → 00:21:02เองนะครับแล้วการรู้จักตัวเองถ้าคุณไปฟัง
00:21:02 → 00:21:05เนื้อหาที่เราจะคุ้นเคยเรื่องของความ
00:21:05 → 00:21:09สำเร็จทำงานอะไรนะครับก็จะพูดถึง passion
00:21:09 → 00:21:12ก็จะพูดถึงว่าเราต้องรู้ว่าเราทำอะไรได้
00:21:12 → 00:21:16ดีเราทำอะไรแล้วมีความสุขนะครับ 2 ข้อ
00:21:16 → 00:21:20ส่วนผสมของ eggi นะครับทำอะไรได้ดีทำอะไร
00:21:20 → 00:21:23แล้วมีความสุขทำอะไรที่สร้างเงินทำอะไร
00:21:23 → 00:21:25ที่เป็นสิ่งที่โลกใบนี้ต้องการอันนี้คือ
00:21:25 → 00:21:26อีกไกลนะครับ
00:21:26 → 00:21:31ในเนื้อหาแบบนี้เนี่ยเป็นเนื้อหาที่ผมคิด
00:21:31 → 00:21:34ว่าเราค้นหาได้นะครับเราสังเกตว่าเราทำ
00:21:34 → 00:21:38อะไรได้ดีเราถนัดพ่อแม่เห็นเราถนัดอะไร
00:21:38 → 00:21:41ตั้งแต่เล็กครูเราเห็นเราเราถนัดอะไรตั้ง
00:21:41 → 00:21:43แต่เล็กญาติผู้ใหญ่ที่รู้จักเราเห็นเรา
00:21:43 → 00:21:46ถนัดอะไรตั้งแต่เล็กเรามีความสุขกับอะไร
00:21:46 → 00:21:49เราสังเกตอารมณ์ความรู้สึกตัวเองเป็น
00:21:49 → 00:21:52และเราเข้าใจบุคลิกตัวเองนะครับว่าเหมาะ
00:21:52 → 00:21:53กับสิ่งแวดล้อมแบบไหน
00:21:53 → 00:21:57นั่นก็เพียงพอกับการออกแบบเส้นทางการงาน
00:21:57 → 00:22:00การเลี้ยงชีพเพื่อช่วยให้เราประสบความ
00:22:00 → 00:22:04สำเร็จได้ดีขึ้นเพียงแต่คนที่จะแตะเรื่อง
00:22:04 → 00:22:08ด้านมืดเพื่อปลดล็อคจากข้างในที่ทำให้เรา
00:22:08 → 00:22:11มีชีวิตที่เติมเต็มได้
00:22:11 → 00:22:15ในฐานะที่เป็นส่วนผสมสำคัญของความสำเร็จ
00:22:15 → 00:22:18เนี่ยอาจจะแตะเรื่องนี้ไม่มากนะครับ
00:22:18 → 00:22:22แต่ผมจะเจอหลายคนที่ทำงานเรื่องของด้าน
00:22:22 → 00:22:27มืดเรื่องของ Shadow เงาหรือปม
00:22:27 → 00:22:32ที่ไปอยู่ในบริบทของที่ทำงานหรือองค์กร
00:22:32 → 00:22:36เขาก็จะพบว่าจริงๆผู้บริหารจำนวนมากคนทำ
00:22:36 → 00:22:38งานจำนวนมากก็มีด้านมืดของตัวเองซึ่งเป็น
00:22:39 → 00:22:43อุปสรรคในการที่จะขัดขวางนะครับอุปสรรค
00:22:43 → 00:22:46เหล่านี้ขัดขวางทำให้เขาไม่สามารถมีความ
00:22:46 → 00:22:51สำเร็จได้ตามศักยภาพของเขาเพราะมันมีพลัง
00:22:51 → 00:22:56งานบางส่วนที่มาคอยดึงเข้าเฉออกไปตามสิ่ง
00:22:56 → 00:22:59ที่เขากักเอาไว้เช่นถ้าเขากักความโกรธเอา
00:22:59 → 00:22:59ไว้
00:22:59 → 00:23:05เขาก็จะไม่สามารถต่อรองได้เขาจะไม่สามารถ
00:23:05 → 00:23:08ถกเถียงประเด็น
00:23:08 → 00:23:12แล้วก็ไม่สามารถแสดงการลากเส้นปฏิเสธได้
00:23:12 → 00:23:17ดีนะครับยอมคนหรือรวมถึงการที่เขาจะดื้อ
00:23:17 → 00:23:20เงียบก็จะทำให้เขาเติบโตได้ยากตรงนี้ก็
00:23:20 → 00:23:22เกิดจากการมีด้านมืดทั้งนั้นเลยเพราะ
00:23:22 → 00:23:25ฉะนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จ
00:23:25 → 00:23:28แม้ว่าเป็นความจริงที่เราจะต้องรู้ว่าเรา
00:23:28 → 00:23:30ทำอะไรได้ดีทำอะไรแล้วมีความสุขและรู้ว่า
00:23:30 → 00:23:32อะไรทำเงินได้นะครับ
00:23:32 → 00:23:35แต่ด้านมืดจะเป็นพื้นที่ที่จับต้องได้ยาก
00:23:35 → 00:23:40แล้วเราจำเป็นที่จะต้องค้นหาและรู้จักตัว
00:23:40 → 00:23:43เองในเรื่องนั้นนะครับ
00:23:43 → 00:23:46ตอนที่ผมออกแบบหลักสูตรนี้นะครับผมก็มา
00:23:46 → 00:23:49นั่งคิดว่าคนที่เรียนปมข้างใจมาแล้วเนี่ย
00:23:49 → 00:23:52เขาจะได้ประโยชน์จากสัปดาห์แรกไหมเวลาที่
00:23:52 → 00:23:55พูดเรื่องด้านมืดนะครับเพราะผมบรรยาย
00:23:55 → 00:23:57เนื้อหาเรื่องนี้แตกต่างจากตอนสอนเรื่อง
00:23:57 → 00:24:01ปมครั้งใจนะครับก็ปรากฏว่าผู้เรียนก็ช่วย
00:24:01 → 00:24:04สะท้อนกลับมาให้ผมฟังว่าเขาชอบเพราะว่า
00:24:04 → 00:24:06เนื้อหาและกระบวนการช่วยเขาค้นพบและเข้า
00:24:06 → 00:24:09ใจสิ่งปกปิดการรับรู้ของตัวเองได้เพิ่ม
00:24:09 → 00:24:12เติมแตกต่างจากบทเรียนแก้ปมครั้งใจนะครับ
00:24:12 → 00:24:15มันเป็นการมองปมข้างใจในมุมที่ต่างออกไป
00:24:15 → 00:24:19เพราะเราคุยกันในคนละมุมกันนะครับแล้วก็
00:24:19 → 00:24:22ใช้วิธีการค้นหาที่ต่างออกไปนะครับล่าสุด
00:24:22 → 00:24:26ก็มีผู้เรียนขาประจำซึ่งเป็นผู้เรียนที่
00:24:26 → 00:24:28เรียกว่าเป็นคนที่เรียนกับผมทุกหลักสูตร
00:24:28 → 00:24:31มานานแล้วนะครับตั้งแต่สมัยที่เปิดคลาส
00:24:31 → 00:24:34เนี่ยเขาก็แชทคุยกับเพื่อนในกลุ่มไลน์มี
00:24:34 → 00:24:37คนถามว่าหลักสูตรนี้น่าเรียนไหมเขาก็ตอบ
00:24:37 → 00:24:41ว่าอย่างนี้นะครับใครอยากร้ายอย่างมีสติ
00:24:41 → 00:24:46เชิญเรียนคลาสนี้นะคะอยากให้ลองนะครับ
00:24:46 → 00:24:49เบื้องหลังก็คือก่อนหน้านี้เนี่ยเธอจะ
00:24:49 → 00:24:53เป็นคนที่เวลาที่จะมีการสั่งการจากเจ้า
00:24:53 → 00:24:56นายเวลาที่จะมีการถกเถียงกันเนี่ยเธอจะ
00:24:56 → 00:24:59สู้ไม่ได้เลยนะครับวันหนึ่งเมื่อเธอเข้า
00:24:59 → 00:25:02ใจความโกรธและใช้พลังความโกรธเป็นเนี่ย
00:25:02 → 00:25:05เธอก็พบเจ้าตัวร้ายภายในตัวเธอที่จะช่วย
00:25:05 → 00:25:09ในการปกป้องและต่อสู้ฝ่าฟันกับคนที่ต้อง
00:25:09 → 00:25:11ต่อสู้ภายนอกนะครับ
00:25:11 → 00:25:14เป็นเหมือนนางตัวร้ายเป็นนะครับแต่แน่นอน
00:25:14 → 00:25:18เธอเป็นคนน่ารักนะครับเธอใช้คำว่าใครอยาก
00:25:18 → 00:25:22ร้ายอย่างมีสติเชิญเรียนคลาสนี้ค่ะอยาก
00:25:22 → 00:25:23ให้ลองนะครับ
00:25:23 → 00:25:26ดังนั้นถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จใน
00:25:26 → 00:25:28ชีวิตนะครับมันมีอะไรหลายอย่างมากที่คุณ
00:25:28 → 00:25:32น่าเรียนรู้นะครับหนึ่งในสิ่งที่คุณน่า
00:25:32 → 00:25:34เรียนก็คือเรื่องของด้านมืดซึ่งถ้าคุณ
00:25:34 → 00:25:37อยากสังเกตตัวเองจริงๆมันก็คืออะไรก็ได้
00:25:37 → 00:25:39ที่คุณเห็นในคนอื่นแล้วคุณรู้สึกหงุดหงิด
00:25:39 → 00:25:42ไม่ชอบเลยเนี่ยตรงนั้นส่วนใหญ่เป็นสิ่ง
00:25:42 → 00:25:44ที่เป็นด้านมืดของคุณได้ด้วยนะครับอันนี้
00:25:44 → 00:25:47เป็นตัวอย่างนะครับอันนี้คุณสังเกตและ
00:25:47 → 00:25:49เปิดใจเช่นสมมุติว่ามันมีเรื่องที่คุณสม
00:25:49 → 00:25:52ควรโกรธแต่คุณโกรธไม่ได้เวลาคุณจะโกรธ
00:25:52 → 00:25:54แล้วคุณจะรู้สึกแบบสั่นแล้วก็เหมือนน้ำตา
00:25:54 → 00:25:57จะไหลนะครับตัวนี้แปลว่ามันมีการสู้กัน
00:25:57 → 00:26:00แล้วก็บล็อกความโกรธอยู่นั่นก็คือด้านมืด
00:26:00 → 00:26:02ที่ถูกเก็บไว้เหมือนกันพลังงานเหล่านี้
00:26:02 → 00:26:04คือพลังงานที่เมื่อเราผันมันออกมาได้มัน
00:26:04 → 00:26:08จะนำมาใช้ได้ดีนะครับแต่ด้วยกระบวนการของ
00:26:08 → 00:26:11การเติบโตขึ้นมามันถูกปิดผนึกไว้นะครับ
00:26:11 → 00:26:16ถ้าคุณเคยดูหนังกำลังภายในคุณคงเคยจะเจอ
00:26:16 → 00:26:20หนังที่เขามีการปิดผนึกพลังบางอย่างของ
00:26:20 → 00:26:23ตัวละครนะครับเรื่องนี้ก็เหมือนกันมาก
00:26:23 → 00:26:26ครับเราจำเป็นที่จะต้องเปิดผนึกนั้นออกมา
00:26:26 → 00:26:29เพื่อปลดปล่อยพลังงานและใช้พลังงานนั้น
00:26:29 → 00:26:31ให้เป็นนะครับ
00:26:31 → 00:26:36ทุกคนจะมีประเด็นด้านมืดแน่นอน
00:26:36 → 00:26:38ไม่มากก็น้อย
00:26:38 → 00:26:40แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณปลดปล่อยมันออก
00:26:40 → 00:26:43มาได้อย่างเหมาะสมด้วยความเข้าใจด้วยความ
00:26:43 → 00:26:45เมตตาตัวเองและเปิดรับ
00:26:45 → 00:26:49มันจะช่วยคุณปลดปล่อยศักยภาพได้ดีขึ้น
00:26:49 → 00:26:52และที่สำคัญก็คือมันจะลดโอกาสผิดพลาดใน
00:26:52 → 00:26:55ชีวิตของคุณซึ่งคุณอาจจะทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
00:26:55 → 00:26:58เพราะพลังขับเคลื่อนของด้านมืดนั้นนะครับ
00:26:58 → 00:27:02เพื่อที่ว่าในวันที่คุณเดินทางบนเส้นทาง
00:27:02 → 00:27:06ชีวิตจนมีอายุมากขึ้นจนไปถึงวันที่คุณ
00:27:06 → 00:27:10อยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตและคุณมองย้อน
00:27:10 → 00:27:13กลับมาทบทวนชีวิตของตัวเองคุณก็จะได้ไม่
00:27:13 → 00:27:19ต้องมานั่งสำนึกเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำและ
00:27:19 → 00:27:23คิดว่าเราไม่น่าทำกับสิ่งที่ไม่ได้ทำแล้ว
00:27:23 → 00:27:26เรามีคำถามว่าทำไมเราถึงไม่ทำสิ่งนั้นใน
00:27:26 → 00:27:30ตอนนั้นนะครับพูดง่ายๆก็คือเราก็จะได้
00:27:30 → 00:27:35ป้องกันตัวเองให้ไม่ต้องมาสำนึกรู้สึก
00:27:35 → 00:27:42เสียใจเมื่อโอกาสและเวลามันผ่านไปแล้ว
00:27:42 → 00:27:45อันนี้คือเนื้อหาที่ผมเตรียมมาสำหรับการ
00:27:45 → 00:27:50พูดคุยในหัวข้อวันนี้นะครับเราทำเวลาได้
00:27:50 → 00:27:53เร็วกว่าปกตินิดนึงตอนนี้ผมจะมาดูที่
00:27:53 → 00:27:57YouTube ปลดล็อคกับหมอเวทย์นะครับวันนี้
00:27:57 → 00:28:02ผมโพสต์ช้ากว่าปกติเพราะว่ามัวแต่ไปทำ
00:28:02 → 00:28:05อย่างอื่นนะครับ
00:28:05 → 00:28:07ตอนนี้มาดูนะครับว่า
00:28:07 → 00:28:13มีคนเข้ามาคุย 10
00:28:13 → 00:28:1610 รายการตรงนี้ต้องย้ำนะครับว่าวันนี้
00:28:16 → 00:28:18ผมจะตอบพูดคุยชั่วโมงเดียวแล้วก็จะต้อง
00:28:18 → 00:28:20ปิดก่อนนะครับต้องเก็บพลังงานไปทำอย่าง
00:28:20 → 00:28:21อื่นต่อนะครับ
00:28:21 → 00:28:24เป็นหลักสูตรที่ชอบมากค่ะอาจารย์ส่วนตัว
00:28:24 → 00:28:26หนูเชื่อมโยงเข้ากับปมข้างใจได้เห็นและ
00:28:26 → 00:28:28เข้าใจตัวเองมากๆค่ะ
00:28:28 → 00:28:31ขอบคุณที่มาช่วยประชาสัมพันธ์นะครับ
00:28:31 → 00:28:34สวัสดีคุณหมอค่ะอยากให้คุณหมอช่วยอธิบาย
00:28:34 → 00:28:36เรื่องการประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยกย่อง
00:28:36 → 00:28:38จากครอบครัวกลายเป็นบุคคลในการยกย่องยก
00:28:38 → 00:28:41ตัวอย่างเสมอจนทุกวันนี้ได้กลายเป็นคนที่
00:28:41 → 00:28:46คิดว่าตัวเองทำผิดอย่างไรก็ไม่ผิด
00:28:46 → 00:28:48ผมเข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงคนอื่นใน
00:28:48 → 00:28:50ครอบครัวคุณ
00:28:50 → 00:28:55แล้วผมเข้าใจว่าคนๆนั้นกำลังมองไม่เห็น
00:28:55 → 00:28:57ด้านมืดของตัวเอง
00:28:57 → 00:28:59สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะว่า
00:28:59 → 00:29:02ครอบครัวนั้นมีค่านิยมในการยกย่อง
00:29:02 → 00:29:04คุณสมบัติบางอย่าง
00:29:04 → 00:29:08และการยกย่องนั้นก็น่าจะเป็นกลไกเดียวกัน
00:29:08 → 00:29:12กับการที่เข้าพัฒนาด้านนั้นให้ดีมากๆแต่
00:29:12 → 00:29:14มันจะมีบางด้านของเขาซึ่งเป็นด้านมืด
00:29:14 → 00:29:18เพราะมันฝ่อตัวไปถูกกฎไว้นะครับ
00:29:18 → 00:29:23คุณน่าจะเป็นคนที่อยู่รอบๆใกล้ๆที่รับผล
00:29:23 → 00:29:27กระทบแล้วรู้สึกเป็นทุกข์คนถึงใช้คำว่า
00:29:27 → 00:29:31คนที่เขาได้รับการยกย่องนั้นตัวเองผิดก็
00:29:31 → 00:29:34ไม่ผิดนะครับดังนั้นคุณคงรู้สึกเจ็บปวด
00:29:34 → 00:29:35ได้
00:29:35 → 00:29:38ก็ต้องบอกว่านั่นเป็นวิถีที่เกิดขึ้นใน
00:29:38 → 00:29:41ครอบครัวของคุณและถ้าคุณถามว่าทำไมคนคน
00:29:41 → 00:29:46นี้ถึงมองไม่เห็นว่าเขาทำผิดนั่นเป็นเงา
00:29:46 → 00:29:50มืดหรือด้านมืดที่เขาไม่เห็นในตัวเองครับ
00:29:50 → 00:29:54คราวนี้ผมคิดว่าคำถามที่สำคัญกว่านั้น
00:29:54 → 00:29:57ไม่ใช่ถามว่าทำไมเขามองไม่เห็นความผิดตัว
00:29:57 → 00:29:57เอง
00:29:57 → 00:30:01แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นก็คือคุณในฐานะ
00:30:01 → 00:30:04ที่คุณอยู่ในบ้านนั้นคุณรับรู้ประสบการณ์
00:30:04 → 00:30:06ความรู้สึกภายในใจตัวเองได้เพียงใด
00:30:06 → 00:30:10แล้วคุณเห็นไหมว่าคุณจะทำอะไรได้บ้างใน
00:30:10 → 00:30:13การที่คุณจะอยู่ในบ้านนั้นยังมีความสุข
00:30:13 → 00:30:15มากขึ้นหรือคุณจะรักษาระยะห่างระหว่างตัว
00:30:15 → 00:30:18คุณกับบ้านนั้นได้อย่างไรนะครับตรงนี้ก็
00:30:18 → 00:30:20จะขึ้นกับรายละเอียดของความสัมพันธ์ของ
00:30:20 → 00:30:24คุณกับสมาชิกในบ้านนั้นแล้วคนๆนั้นนะครับ
00:30:24 → 00:30:27ถัดมานะครับไม่ต้องการความสำเร็จใดๆแต่
00:30:27 → 00:30:30ถ้าภายในเรามีความสุขความรักคนรอบข้างและ
00:30:30 → 00:30:34สังคมจะอุดมไปด้วยใช่ไหมคะที่คนตัวเล็กๆ
00:30:34 → 00:30:38ธรรมดาจะช่วยได้
00:30:38 → 00:30:40คือคำว่าความสำเร็จเนี่ยมันอยู่ที่นิยาม
00:30:40 → 00:30:43ครับในหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องความสำเร็จ
00:30:43 → 00:30:47ทุกเล่มนะครับจะต้องถามคำถามหนึ่งเสมอว่า
00:30:47 → 00:30:50ความสำเร็จของคุณคืออะไรนะครับ
00:30:50 → 00:30:53ความสำเร็จนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นความ
00:30:53 → 00:30:57สำเร็จทางด้านการงานและการเงิน
00:30:57 → 00:30:59ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับคุณเจนนิยามว่ายัง
00:30:59 → 00:31:02ไงเช่นถ้าคุณลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูก
00:31:02 → 00:31:04คุณอาจจะรู้สึกว่าความสำเร็จของคุณคือการ
00:31:04 → 00:31:08ได้เป็นแม่ที่ดีการที่ลูกคุณเติบโตมาได้
00:31:08 → 00:31:10ดีก็ได้
00:31:10 → 00:31:13แต่ว่าถ้าคุณนิยามแบบนั้นให้ระวังอย่าง
00:31:13 → 00:31:16นึงคือวันนึงเมื่อลูกคุณโตและลูกคุณแยก
00:31:16 → 00:31:19บ้านไปแล้วเนี่ยคุณต้องหาความหมายของการ
00:31:19 → 00:31:22มีชีวิตอันใหม่ขึ้นมานะครับ
00:31:22 → 00:31:26ดังนั้นด้วยคำถามเช่นนี้ก็แปลว่า
00:31:26 → 00:31:31เราก็น่าจะตั้งโจทย์ว่า
00:31:31 → 00:31:34ความสำเร็จสำหรับชีวิตเราคืออะไร
00:31:34 → 00:31:37และมันตอบความต้องการเราและคนรอบข้างที่
00:31:37 → 00:31:41เรารักได้ดีเพียงใดนะครับอันนี้คือโจทย์
00:31:41 → 00:31:44ที่จะชวนคุณลงพิจารณาดู
00:31:44 → 00:31:46อยากให้หลักสูตรจิตวิทยาความสำเร็จของ
00:31:46 → 00:31:49อาจารย์มีส่วนช่วยให้สามารถใช้ผิวยาความ
00:31:49 → 00:31:52สำเร็จได้นานๆเพราะส่วนตัวเรียนตอนแรกจะ
00:31:52 → 00:31:54จำได้ดีไม่นานก็ลืม
00:31:54 → 00:31:57นี่คือความยากของการเรียนทุกเรื่องเลยนะ
00:31:57 → 00:31:58ครับ
00:31:58 → 00:32:00ก็คือว่า
00:32:00 → 00:32:03บทเรียนที่ถูกกระจายออกแล้วเรียงเป็น
00:32:03 → 00:32:07เดือนเนี่ยยังไม่สามารถฝังเข้าไปเป็นส่วน
00:32:07 → 00:32:09หนึ่งของชีวิตเราได้
00:32:09 → 00:32:13เราเหมือนเด็กที่เรียนหนังสือนะครับ
00:32:13 → 00:32:16ในตอนที่ผมเรียนแพทย์
00:32:16 → 00:32:19วิชาต่างๆที่ผมเรียนเนี่ย
00:32:19 → 00:32:22ก่อนสอบเราจะจำได้เยอะที่สุด
00:32:22 → 00:32:25หลังสอบเนี่ยโดยหลักแล้วอะไรที่ไม่ได้ใช้
00:32:25 → 00:32:29มันจะหายไปนะครับดังนั้นไม่ว่าคุณจะเรียน
00:32:29 → 00:32:34วิชาอะไรก็ตามถ้าคุณอยากใช้มันได้นานคุณ
00:32:34 → 00:32:37ต้องหยิบมันมาทบทวนและประยุกต์ใช้
00:32:37 → 00:32:40เพราะบทเรียนของการเรียนรู้มันจะต้องไปทด
00:32:40 → 00:32:43ลองใช้และเกิดการ
00:32:43 → 00:32:45ประสบการณ์บางอย่างที่ทำให้เราได้เข้าใจ
00:32:45 → 00:32:47มันมากขึ้นหรือเกิดข้อสงสัยแล้วไปค้นคว้า
00:32:47 → 00:32:49เพิ่มเติม
00:32:49 → 00:32:50ตรงนี้มันถึงจะทำให้การเรียนรู้ไม่หยุด
00:32:51 → 00:32:52นิ่ง
00:32:52 → 00:32:55ถ้าเปรียบเทียบไปก็ในทุกสาขาวิชาชีพนะ
00:32:55 → 00:32:56ครับ
00:32:56 → 00:33:00ถ้าคนไหนจบรุจอะไรมาแล้วก็ตามแล้วเขาไม่
00:33:00 → 00:33:02ได้หยิบเอาวิชาไหนก็ตามมาทบทวนเพราะเขา
00:33:02 → 00:33:04ไม่มีเวลาไม่มีสิ่งที่ต้องทำให้เขาต้อง
00:33:04 → 00:33:05ใช้นะครับ
00:33:05 → 00:33:09เรื่องนั้นก็จะต้องหายไปจากหัวของเขาครับ
00:33:09 → 00:33:13ยกตัวอย่างนะครับในฐานะแพทย์ซึ่งตอนจบมา
00:33:13 → 00:33:15ผมจะต้องผ่าไส้ติ่งเป็น
00:33:15 → 00:33:19ผมจะต้องผ่าคลอดเป็นในฐานะแพทย์นะครับผม
00:33:19 → 00:33:21จะต้องจอดระบายเลือดที่มันคั่งอยู่ในสมอง
00:33:21 → 00:33:23เป็นอันนี้คือนิยามของการจบเป็น
00:33:23 → 00:33:26แพทย์ศาสตร์บัณฑิตในประเทศไทยนะครับเพราะ
00:33:26 → 00:33:28มันเป็นสภาวะฉุกเฉิน
00:33:28 → 00:33:31ตอนนี้ผมทำไม่ได้แล้วผมลืมผมแม้กระทั่ง
00:33:31 → 00:33:34การจะเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดผมก็ลืมแล้ว
00:33:34 → 00:33:37อันนี้คือธรรมชาติของ
00:33:37 → 00:33:40ความรู้ของมนุษย์
00:33:40 → 00:33:43ถามว่าเราลืมแล้วเรารู้สึกแย่ไหมเราไม่
00:33:43 → 00:33:44รู้สึกแย่เพราะเรารู้ว่าเราไม่ได้ใช้มัน
00:33:45 → 00:33:48แล้วเรารู้ดีว่าวันหนึ่งที่เราต้องใช้เรา
00:33:48 → 00:33:52ไปขอให้คนอื่นใช้ทำแทนเรานะครับ
00:33:52 → 00:33:55เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับถ้ามันไม่มี
00:33:55 → 00:34:00โอกาสประยุกต์ใช้นะครับเช่นในบทเรียนที่
00:34:00 → 00:34:05ว่าด้วยเรื่องการตัดสินใจให้มีคุณภาพถ้า
00:34:05 → 00:34:08คุณไม่ได้หยิบมาใช้นะครับผ่านไปไม่นานคุณ
00:34:08 → 00:34:11จะลืมครับตัวผมเองขนาดเรื่องที่ได้ใช้นะ
00:34:11 → 00:34:11ครับ
00:34:11 → 00:34:15ถ้าทิ้งไว้ไม่สักพักหนึ่งนะครับผมยังจำ
00:34:15 → 00:34:17ได้ไม่หมดอันนี้เป็นธรรมดาของสมองมนุษย์
00:34:17 → 00:34:21โดยเฉพาะ
00:34:21 → 00:34:24อย่างอายุเกิน 60 ขึ้นมาเนี่ยผมจะเห็นชัด
00:34:24 → 00:34:28เลยครับว่าเดี๋ยวนี้ชื่อยานะครับชื่อคนนะ
00:34:28 → 00:34:32ครับบางทีนึกตั้งนานต้องไปค้นเช็คดูนะ
00:34:32 → 00:34:35ครับอยากจะสั่งยาตัวนั้น
00:34:35 → 00:34:39คิดไม่ออกเพราะมันนานๆสั่งทีนึงนะครับก็
00:34:39 → 00:34:41ต้องไปค้นดูว่ามันคืออะไรอันนี้เป็น
00:34:41 → 00:34:44เรื่องที่เกิดขึ้นได้แล้วก็เป็นในทุกวิชา
00:34:44 → 00:34:45ครับ
00:34:45 → 00:34:47วิธีเดียวที่จะจำได้นานๆก็คือคุณต้องหยิบ
00:34:47 → 00:34:49มันมาใช้ครับ
00:34:49 → 00:34:53รอฟังรอฟังรอฟังรอฟังความสำเร็จในมุมมอง
00:34:53 → 00:34:55ของบทเรียนนี้คืออะไร
00:34:56 → 00:34:59นั่นคือคำถามที่ผมจะถามผู้เรียนครับไม่
00:34:59 → 00:35:02ใช่คำถามที่ผู้เรียนมาถามผม
00:35:02 → 00:35:05เพราะความสำเร็จของแต่ละคนมันอยู่ที่
00:35:05 → 00:35:10นิยามของคนๆนั้น
00:35:10 → 00:35:13แต่อย่างหนึ่งที่ในทุกหลักสูตรในเรื่อง
00:35:13 → 00:35:15ความสำเร็จจะต้องตั้งคำถามก็คือ
00:35:15 → 00:35:18คุณให้ความสำคัญอะไรกับชีวิต
00:35:18 → 00:35:21คุณให้ความสำคัญในเรื่องอะไรในชีวิตของ
00:35:21 → 00:35:25คุณนะครับซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรสัปดาห์
00:35:25 → 00:35:26สุดท้าย
00:35:26 → 00:35:29แล้วก็เป็นเรื่องที่ผมจะคุยในแทบทุก
00:35:29 → 00:35:31เรื่องว่าทุกๆครั้งที่คุณจะทำอะไรก็ตาม
00:35:31 → 00:35:34คุณต้องรู้ว่าอะไรคือเรื่องสำคัญหรือสิ่ง
00:35:34 → 00:35:36สำคัญสำหรับชีวิตคุณ
00:35:36 → 00:35:38ถ้าคุณยังตอบไม่ได้คุณก็จะนิยามความ
00:35:39 → 00:35:41สำเร็จไม่ได้ถ้าคุณมีอะไรคำตอบที่ไม่ทำ
00:35:41 → 00:35:45ให้ชัดคุณก็จะมีนิยามที่ไม่ชัดนะครับถ้า
00:35:45 → 00:35:47คุณมีความคิดเห็นขัดแย้งกันโดยตัวมันเอง
00:35:47 → 00:35:51คุณก็จะงุนงงว่ามันคืออะไรกันแน่นิยามของ
00:35:51 → 00:35:54คุณตรงนี้การบ้านนี้เป็นโจทย์ของคุณเลยนะ
00:35:54 → 00:35:55ครับ
00:35:55 → 00:35:59สิ่งที่อยากทำเต็มไปหมดแต่ทำได้สักพักก็
00:35:59 → 00:36:02เบื่อและเลิกทำวนแบบนี้ไปซ้ำๆเหมือนต้อง
00:36:02 → 00:36:04นับหนึ่งใหม่ตลอดเวลา
00:36:04 → 00:36:08น่าสนใจนะครับว่ามีอะไรมาผลักดันให้คุณมี
00:36:08 → 00:36:11สิ่งที่อยากทำแล้วเบื่อง่ายและเลิกเพราะ
00:36:11 → 00:36:14ว่ามันจะทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก
00:36:14 → 00:36:18แล้วทำให้ความน่าเชื่อถือจะลดลงเพราะว่า
00:36:18 → 00:36:22ไอเดียของเรามีแต่ว่าเราไม่ได้ทำจนเสร็จ
00:36:22 → 00:36:24นะครับ
00:36:24 → 00:36:27บางคนก็จะบอกว่านี่เป็นปัญหาเรื่องของ
00:36:27 → 00:36:29สมาธิจดจ่อ
00:36:29 → 00:36:32แต่นี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จก็คือ
00:36:32 → 00:36:34เมื่อเราตั้งใจทำอะไรแล้วเนี่ยเราต้อง
00:36:34 → 00:36:37เช็คให้แน่ว่ามันมีพลังอยากทำด้วยความ
00:36:37 → 00:36:41เข้าใจว่าจะทำไปเพื่ออะไรมันตอบโจทย์ความ
00:36:41 → 00:36:43ต้องการในส่วนลึกของเรายังไง
00:36:43 → 00:36:46และเมื่อเราจะทำเราก็มีพลังงานจดจ่อกับ
00:36:46 → 00:36:49มันนานเพียงพอนะครับแต่ถ้าเราไม่ได้
00:36:49 → 00:36:53เชื่อมโยงกับความต้องการความสำคัญของมัน
00:36:53 → 00:36:56การเชื่อมกับเป้าหมายชีวิตของเรา
00:36:56 → 00:36:59พลังที่เรามีอยู่เนี่ยพอมันเจอปัญหาแล้ว
00:36:59 → 00:37:02เราจะเปลี่ยนเราจะทิ้งเราจะเบี่ยงเบนได้
00:37:02 → 00:37:03ครับ
00:37:03 → 00:37:05นี่จึงเป็นความสำคัญมากที่เราจะต้อง
00:37:05 → 00:37:08ตระหนักรู้ในความรู้สึกนึกคิดและความ
00:37:08 → 00:37:11ต้องการของตัวเองและสิ่งที่ตัวเองให้ความ
00:37:11 → 00:37:13สำคัญในชีวิตนี้ครับ
00:37:13 → 00:37:16จิตวิทยาไม่มีความรู้โดยตรงได้แต่
00:37:16 → 00:37:19ประสบการณ์การเรียนการทำงานสิ่งแวดล้อมมา
00:37:19 → 00:37:20ปรับใช้นะครับ
00:37:20 → 00:37:24ไม่เป็นไรเลยครับเพราะว่าจิตวิทยาถ้าพูด
00:37:24 → 00:37:25ตรงๆนะครับ
00:37:25 → 00:37:28เป็นวิชาที่พอหาอ่านและหาความรู้ได้ด้วย
00:37:28 → 00:37:32ตัวเองผสมกับการสังเกตผมยกตัวอย่างนะครับ
00:37:32 → 00:37:36สมัยที่ผมทำงานอยู่ในระบบราชการผมทำหน้า
00:37:36 → 00:37:39ที่พัฒนากลุ่มคนที่จะไปทำหน้าที่ช่วย
00:37:39 → 00:37:42เหลือคนอื่นที่เขาเรียกว่าผู้ให้คำปรึกษา
00:37:42 → 00:37:43นะครับ
00:37:43 → 00:37:47ในคนกลุ่มนี้เนี่ยการอบรมมีไม่เข้มข้นนะ
00:37:47 → 00:37:49ครับส่วนใหญ่ก็จะเป็นพยาบาลมาอบรม 5 วัน
00:37:49 → 00:37:53บางทีก็มีหลักสูตรต่อยอด 3 วัน 5 วันนะ
00:37:53 → 00:37:57ครับแต่คนกลุ่มนี้เนี่ยมีต้นทุนในการ
00:37:57 → 00:37:58เกี่ยวข้องกับผู้คน
00:37:58 → 00:38:03เขามีความใส่ใจผู้คนที่มาคุยด้วยหลายคนมี
00:38:03 → 00:38:07วิธีการคุยที่เข้ากันได้กับคนที่มาปรึกษา
00:38:07 → 00:38:11เก่งกว่าจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าจิตแพทย์สู้
00:38:11 → 00:38:14ไม่ได้ในเรื่องทั้งหมดนะครับแต่จิตแพทย์
00:38:14 → 00:38:17ถูกอบรมมาให้วินิจฉัยโรคและรักษาด้วยการ
00:38:17 → 00:38:21มองเป็นโมเดลเป็นโรคซึ่งบางคนจะไปสุดขั้ว
00:38:21 → 00:38:25ที่ถามแต่อาการและสั่งยาไม่ได้เน้นความ
00:38:25 → 00:38:26สัมพันธ์มากนัก
00:38:26 → 00:38:28กรณีนี้ผมจะเห็นเลยครับว่าคนที่เรียนน้อย
00:38:28 → 00:38:31กว่ายังมีคุณภาพในการพูดคุยดีกว่า
00:38:31 → 00:38:33จิตแพทย์ได้นะครับแต่นี่เป็นเพียงตัว
00:38:33 → 00:38:37อย่างสุดขั้วนะครับทุกๆอาชีพจะมีส่วนที่
00:38:37 → 00:38:41ใส่ใจเป็นอย่างส่วนที่ไม่น่าคุยด้วยอยู่
00:38:41 → 00:38:44ในทุกๆอาชีพแม้แต่ในอาชีพให้บริการอย่าง
00:38:44 → 00:38:47พยาบาลผู้ให้การปรึกษาหรือจิตแพทย์หรือ
00:38:47 → 00:38:50นักจิตวิทยาก็ยังมีการกระจายในลักษณะของ
00:38:50 → 00:38:54คุณภาพแบบนั้นได้ด้วย
00:38:54 → 00:38:57ท่านข้อความสุดท้ายก็มีคนมาเติมนะครับว่า
00:38:57 → 00:39:01เคยคิดฝันอยากเป็นนั่นเป็นนี่สมัยเด็กถึง
00:39:01 → 00:39:04ปัจจุบันได้เป็นสิ่งที่ตนเคยฝันและพอใจ
00:39:04 → 00:39:06กับสิ่งที่เป็นมีความสุขดีไม่อยากได้อะไร
00:39:06 → 00:39:09เกินกว่านี้แล้วนอกจากความสงบสุขทางใจ
00:39:09 → 00:39:12ความคิดแบบนี้จะขัดขวางความสำเร็จในชีวิต
00:39:12 → 00:39:16ที่เหลืออยู่ไหม
00:39:16 → 00:39:20มันขึ้นอยู่กับว่าคำว่าความสำเร็จของคุณ
00:39:20 → 00:39:26คืออะไรนะครับถ้าคุณถือว่าคุณมีชีวิตที่
00:39:26 → 00:39:31เรียบง่ายคุณมีความสุขสงบภายใน
00:39:31 → 00:39:35คุณมีโอกาสพัฒนาด้านในได้ต่อเนื่องและคุณ
00:39:35 → 00:39:37มีการเตรียมตัวตาย
00:39:37 → 00:39:39ที่ดี
00:39:39 → 00:39:43และคุณยังได้ทำสิ่งดีๆแบบง่ายๆเช่น
00:39:43 → 00:39:47ช่วยเหลือสัตว์นะครับ
00:39:47 → 00:39:51คุณก็ถือได้ว่ามีความสำเร็จในชีวิตเพราะ
00:39:51 → 00:39:53มันคือนิยามของคุณนะครับ
00:39:53 → 00:39:57ตรงนี้ก็คือโจทย์ที่ทำให้เราตระหนักนะ
00:39:57 → 00:40:01ครับว่าความสำเร็จไม่ใช่เรื่องที่คนอื่น
00:40:01 → 00:40:04จะไม่นิยามแทนเราแน่นอนนั้นนะครับว่าความ
00:40:04 → 00:40:08สำเร็จอย่างน้อยนะครับสำหรับคนทั่วไปควร
00:40:08 → 00:40:11จะต้องยังชีพและเลี้ยงตัวเองได้นะครับ
00:40:11 → 00:40:15ส่วนถัดจากนั้นหลังจากที่เราเลี้ยงตัวเอง
00:40:15 → 00:40:17ได้แล้วเนี่ยนะครับเราอยากจะทำอะไรได้
00:40:17 → 00:40:20เพิ่มเติมมากกว่านั้นตรงนี้ขึ้นอยู่กับ
00:40:21 → 00:40:23นิยามความสำเร็จของเราครับ
00:40:23 → 00:40:26ตอนนี้เราจะมาดูที่ Facebook Page Mall
00:40:26 → 00:40:27ประเวศนะครับ
00:40:27 → 00:40:30สวัสดีค่ะหัวหน้าหัวข้อนี้ได้ลงเรียนด้วย
00:40:30 → 00:40:33อยากทราบว่าเราสำเร็จอะไรบางอย่างได้
00:40:33 → 00:40:35อย่างไรมีสอนในหลักสูตรหัวข้อนี้ได้ลง
00:40:36 → 00:40:38เรียนด้วยแปลว่าคุณสมัครมาแล้วนะครับอยาก
00:40:38 → 00:40:40ทราบว่าเราจะสำเร็จอะไรได้บ้างอย่างไรมี
00:40:40 → 00:40:42สอนในหลักสูตรนี้ไหม
00:40:42 → 00:40:45เราจะสำเร็จอะไรได้บ้างก็ขึ้นอยู่กับเรา
00:40:45 → 00:40:48จะตั้งเป้าใช่ไหมครับเราจะสำเร็จอย่างไร
00:40:48 → 00:40:52ก็ขึ้นอยู่กับเราจะรู้ไหมว่ากลยุทธ์ที่
00:40:52 → 00:40:54ถูกต้องสำหรับ
00:40:54 → 00:40:59การทำงานเรื่องนั้นให้สำเร็จคืออะไร
00:40:59 → 00:41:01เวลาที่เรียนนะครับ
00:41:01 → 00:41:04ในแต่ละครั้งที่ 2
00:41:04 → 00:41:06ผมไม่เคยสอนเหมือนกันเลย
00:41:06 → 00:41:09สาเหตุก็เพราะว่าเนื้อหาจะเป็นไปตามโจทย์
00:41:09 → 00:41:11ของผู้เรียน
00:41:11 → 00:41:14ซึ่งถ้าคุณเอาคำถามนี้มาคุยในตามหลักสูตร
00:41:14 → 00:41:18ที่มีโครงสร้าง
00:41:18 → 00:41:21เราก็คุยกันได้นะครับเพราะว่าโครงสร้าง
00:41:21 → 00:41:23หลักสูตรตั้งเป็นเนื้อส่วนหนึ่งกับพื้น
00:41:23 → 00:41:25ที่แรกเปลี่ยนซึ่งมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของ
00:41:25 → 00:41:28เวลานะครับครึ่งหนึ่งของเวลาเป็นการแลก
00:41:28 → 00:41:30เปลี่ยนกันมากกว่าครึ่งนะครับดังนั้นมัน
00:41:30 → 00:41:33จึงมีพื้นที่ที่ยืดหยุ่นได้กับการเรียน
00:41:33 → 00:41:34รู้
00:41:34 → 00:41:36สวัสดีครับคุณหมอผมเคยได้ยินคนแนะนำว่า
00:41:36 → 00:41:39นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จคือให้คิด
00:41:39 → 00:41:42ถึงสิ่งที่เขาเราเคยทำสำเร็จบ่อยๆไม่ทราบ
00:41:42 → 00:41:44มีข้อเท็จจริงหรือความคิดอย่างไรนะครับ
00:41:45 → 00:41:48ที่จริงมันมีนิสัยของคนประสบความสำเร็จ
00:41:48 → 00:41:51อยู่จำนวนหนึ่งนะครับเช่นการมีเป้าหมาย
00:41:51 → 00:41:56การมีแผนการการทำงานตามที่คิดไว้การเรียน
00:41:56 → 00:41:59รู้แล้วก็ปรับปรุงตามสภาพ
00:41:59 → 00:42:02การมีวินัยพื้นฐานในชีวิตความสามารถในการ
00:42:02 → 00:42:05ใช้เครือข่ายพวกนี้นะครับ
00:42:05 → 00:42:07สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคุณสมบัติที่
00:42:07 → 00:42:10สำคัญของการที่จะประสบความสำเร็จซึ่งก็
00:42:10 → 00:42:13ต้องแล้วแต่ธรรมชาติของงานแต่ละงานนะครับ
00:42:13 → 00:42:16ดังนั้นที่คุณบอกว่าให้คิดถึงสิ่งที่เรา
00:42:16 → 00:42:18เคยทำสำเร็จบ่อยๆ
00:42:18 → 00:42:22ในมุมนึงมันก็ถูกอยู่เหมือนกันมันแปลว่า
00:42:22 → 00:42:26เราทำสิ่งนั้นได้ดีแต่ว่าด้วยโรคที่
00:42:26 → 00:42:27เปลี่ยนแปลงไปเร็ว
00:42:27 → 00:42:30สิ่งที่เราเคยทำสำเร็จมาบ่อยๆอาจจะไม่ใช่
00:42:30 → 00:42:32สิ่งที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จในอีก 10-20
00:42:33 → 00:42:34ปีข้างหน้าก็ได้
00:42:34 → 00:42:37เราจำเป็นที่จะต้องถอดรหัสสิ่งที่เราเคย
00:42:37 → 00:42:39ทำได้ดีแล้วมันสำเร็จ
00:42:39 → 00:42:43ให้เหมาะกับสภาพสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปใน
00:42:43 → 00:42:47ปัจจุบันและในอนาคตเพราะว่าคนที่จะประสบ
00:42:47 → 00:42:49ความสำเร็จได้ดีอย่างหนึ่งก็คือ
00:42:49 → 00:42:54เขาจะเห็นแนวโน้มบางอย่างที่เขาจะใช้
00:42:54 → 00:42:58กระแสของการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประโยชน์
00:42:58 → 00:43:01หรือเขาเห็นโอกาสพูดง่ายๆแล้วเขากล้าที่
00:43:01 → 00:43:05จะใช้โอกาสนั้นเป็นจังหวะที่เขาจะลงมือทำ
00:43:05 → 00:43:09นะครับก็เลยต้องบอกว่าที่คุณบอกว่าใช่ก็
00:43:09 → 00:43:12ใช่บอกว่าไม่เชิงก็ไม่เชิงนะครับ
00:43:12 → 00:43:15อันนี้คือปัญหาของภาษานะครับ
00:43:15 → 00:43:18ฟังมาเกือบปีได้ความรู้นำไปปรับใช้กับตัว
00:43:18 → 00:43:21เองได้ดีมากคุณหมอตีความเขาว่าสำเร็จ
00:43:21 → 00:43:23อย่างไรตอบไปแล้วนะครับว่าขึ้นอยู่กับคุณ
00:43:23 → 00:43:27นะครับตามปกติใช้อิทธิบาท 4 แต่บางทีก็
00:43:27 → 00:43:30เครียดเกินต้องพยายามคิดว่างานเสร็จทุก
00:43:30 → 00:43:33วันตามท่านพุทธทาสสอนพยายามรู้สึกมีความ
00:43:33 → 00:43:37พอใจปิติกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ
00:43:37 → 00:43:41คืออิทธิบาท 4 เนี่ยมันเป็นหัวใจของความ
00:43:41 → 00:43:43สำเร็จ
00:43:43 → 00:43:46คือมันต้องเริ่มต้นจากการมีฉันทะใช่ไหม
00:43:46 → 00:43:48ครับมี
00:43:48 → 00:43:53บรรยายธรรมนะครับแต่ว่า
00:43:53 → 00:43:56ตอนเวลาที่ผมดูธรรมะ
00:43:56 → 00:43:59ถ้าผมเห็นคำบรรยายเนี่ยในมุมหนึ่งผมจะรู้
00:43:59 → 00:44:03สึกทึ่งในความลึกซึ้งของธรรมะที่มีอยู่นะ
00:44:03 → 00:44:04ครับ
00:44:04 → 00:44:09แต่เวลาที่ผมทำงานเนี่ยผมจะหยิบเอาตัวนี้
00:44:09 → 00:44:12มาใช้เป็นบางจังหวะเท่านั้นเอง
00:44:12 → 00:44:14ไม่ได้ไม่ได้เอาธรรมะมาใช้ในบริบททางโลก
00:44:14 → 00:44:17ในทุกข้อแม้ว่าในทางปฏิบัติมันพอจะมา
00:44:17 → 00:44:20ประยุกต์ใช้ได้อยู่นะครับเพราะว่าอะไรก็
00:44:20 → 00:44:21เพราะว่า
00:44:21 → 00:44:27มันมีกรอบแนวคิดตัวอื่นบางตัวในทุกๆ
00:44:27 → 00:44:29เรื่องเลยเนี่ยที่ผมรู้สึกว่ามันมาเชื่อม
00:44:29 → 00:44:32โยงได้ชัดกว่า
00:44:32 → 00:44:35ดังนั้นในกระบวนการความคิดของผมในในชีวิต
00:44:35 → 00:44:38ส่วนตัวผมก็จะหยิบเอาสิ่งที่เป็นความรู้
00:44:38 → 00:44:42จากการเรียนทางสายจิตวิทยาจิตเวชศาสตร์
00:44:42 → 00:44:45ความรู้เรื่องสมองจากความรู้ทางตะวันตกมา
00:44:45 → 00:44:47ผสมกับความเข้าใจในทางธรรมะซึ่งก็ผ่านการ
00:44:47 → 00:44:49อ่านการปฏิบัติ
00:44:49 → 00:44:51มาผสมกันอยู่
00:44:51 → 00:44:55คราวนี้ถ้าบอกว่าคุณใช้อิทธิบาท 4 และ
00:44:55 → 00:44:57เครียดเกิน
00:44:57 → 00:45:01ผมไม่ได้คิดว่าอิทธิบาท 4 จะทำให้เรา
00:45:01 → 00:45:02เครียดเกินนะครับ
00:45:02 → 00:45:05เพราะว่าเวลาที่เรามีฉันทะเรามีความเพลิด
00:45:06 → 00:45:09เพลินความจดจ่อความมุ่งมั่นมันมาเองเวลา
00:45:09 → 00:45:10ที่เรา
00:45:10 → 00:45:14เวลาที่เรามีความมันตอบความต้องการของเรา
00:45:14 → 00:45:17ในส่วนลึกนะครับ
00:45:17 → 00:45:20แต่ผมเห็นด้วยกับคุณมากว่าถ้าคุณมีความ
00:45:20 → 00:45:23รู้สึกว่างานเสร็จและสำเร็จในทุกๆวันมี
00:45:23 → 00:45:26ความพอใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆในแต่ละ
00:45:26 → 00:45:30จังหวัด 9 ตรงนั้นคือกระบวนการหล่อเลี้ยง
00:45:30 → 00:45:34พลังในการสร้างแรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจ
00:45:34 → 00:45:38ที่ทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนในงานนั้น
00:45:38 → 00:45:41ได้ดีนะครับมันเป็นรางวัลความรู้สึกที่
00:45:41 → 00:45:43เราต้องเรียนรู้วิธีการให้กับตัวเอง
00:45:43 → 00:45:47ขณะเดียวกันเราก็ต้องสังเกตดูด้วยว่ามัน
00:45:47 → 00:45:49มีอะไรที่เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้
00:45:49 → 00:45:51ด้วยเพราะนั่นจะทำให้งานมีความสำเร็จได้
00:45:51 → 00:45:54ดีขึ้นด้วยนอกเหนือจากความพอใจในสิ่งที่
00:45:54 → 00:45:55เราได้ทำ
00:45:55 → 00:45:58คือถ้าพอใจในสิ่งที่เราได้ทำแต่มันยังทำ
00:45:58 → 00:46:02ได้ไม่ดีเราก็พอใจที่ได้ทำได้แต่เราต้อง
00:46:02 → 00:46:04สังเกตด้วยว่ามีอะไรที่เราทำให้ดีขึ้นได้
00:46:04 → 00:46:06กว่านี้ด้วยนะครับตอนนั้นก็จะยิ่งดีใหญ่
00:46:06 → 00:46:08เลยนะครับ
00:46:08 → 00:46:10เป็นหลักสูตรที่ได้รับประโยชน์มากได้รู้
00:46:10 → 00:46:12จักตัวเองมากขึ้นค้นพบเสียงที่บอกกับตัว
00:46:12 → 00:46:15เองตลอดมาถึงยังไม่ประสบความสำเร็จอย่าง
00:46:15 → 00:46:17ที่ตั้งใจไว้แต่อย่างน้อยก็รู้จักตัวเอง
00:46:17 → 00:46:19มากขึ้นขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆให้รู้สึก
00:46:19 → 00:46:25วันนี้มีคนมาช่วยประชาสัมพันธ์หลายคน
00:46:25 → 00:46:28การยอมรับด้านมืดเพื่อเติมเต็มศักยภาพตน
00:46:28 → 00:46:31เองคุณอ๋อเป็นเพราะผมเขียนหรือเปล่าไม่
00:46:31 → 00:46:33แน่ใจนะครับคุณคุณถึงเอามาใส่ตรงนี้นะ
00:46:33 → 00:46:34ครับ
00:46:34 → 00:46:37สภาพชีวิตโดยรวมรู้สึกสำเร็จแต่ยังรู้สึก
00:46:37 → 00:46:39เหมือนค้นหาตัวเองอยู่เหมือนชีวิตยังไม่
00:46:39 → 00:46:43เติมเต็มแต่รู้ว่าต้องการสงบภายในและอยาก
00:46:43 → 00:46:47รู้สึกพร้อมตายซึ่งยังทำไม่ได้
00:46:47 → 00:46:51การที่คุณตระหนักรู้ในโจทย์ของตัวเองผม
00:46:51 → 00:46:54คิดว่าเป็นเรื่องดีแล้วนะครับขอให้
00:46:54 → 00:46:59อย่าทิ้งคำถามของชีวิตที่เป็นคำถามสำคัญ
00:46:59 → 00:47:02เช่นนี้นะครับ
00:47:02 → 00:47:06หาวิธีแล้วก็เรียนรู้อย่าหยุดเรียนรู้
00:47:06 → 00:47:08แล้วก็อย่าอยู่ในพื้นที่เรียนรู้เดิมคุณ
00:47:08 → 00:47:11ต้องพร้อมที่จะขยับออกนอกพื้นที่เรียนรู้
00:47:11 → 00:47:14เดิมเพื่อจะได้หาคำตอบหรือหาวิธีการหา
00:47:14 → 00:47:15ประสบการณ์
00:47:15 → 00:47:18ที่จะตอบคำถามสำคัญของคุณ
00:47:18 → 00:47:21ในสิ่งที่คุณรู้ว่าคุณอยากได้แต่คุณยัง
00:47:21 → 00:47:22ไม่มีนะครับ
00:47:22 → 00:47:26ถัดมามีด้านมืดที่ทำให้สำเร็จในค่าเพราะ
00:47:26 → 00:47:28เห็นหลายคนที่ทำงานตำแหน่งงานดีและเงิน
00:47:28 → 00:47:31เดือนสูงและมีความสำเร็จจริงๆของคนคือ
00:47:31 → 00:47:32อะไร
00:47:32 → 00:47:34คือผมต้องบอกอย่างหนึ่งนะครับว่า
00:47:34 → 00:47:37คนที่ประสบความสำเร็จในการงานและการเงิน
00:47:37 → 00:47:40ก็มีด้านมืดที่เป็นข้อจำกัดของตัวเองด้วย
00:47:40 → 00:47:43ได้เช่นกันนะครับ
00:47:43 → 00:47:47เช่นผมมีนักธุรกิจที่มีบริษัทที่มีวงเงิน
00:47:47 → 00:47:51ประมาณสักหลายร้อยล้านนะครับ
00:47:51 → 00:47:53แต่เข้ามาหาผมได้โจทย์ข้อหนึ่งแล้วเขาก็
00:47:53 → 00:47:55พูดว่า
00:47:55 → 00:47:57คือความสำเร็จในเรื่องงานเรื่องเงินของ
00:47:57 → 00:48:00เขาเต็มที่เลยแต่เขามีความไม่สำเร็จอย่าง
00:48:00 → 00:48:01มากในเรื่องคน
00:48:01 → 00:48:06ภรรยาและลูกเนี่ยไม่เคยยอมคุยด้วยนะครับ
00:48:06 → 00:48:11แล้วก็เขามีปัญหาการคุมอารมณ์กับทีมงาน
00:48:11 → 00:48:15นอกจากนี้เวลาที่เขาต้องประชุมเวทีใหญ่ๆ
00:48:15 → 00:48:17ที่มีผู้ใหญ่จากวงการต่างๆมาเนื่องจาก
00:48:18 → 00:48:20บริษัทเขาเติบโตเนี่ยนะครับเขาจะรู้สึก
00:48:20 → 00:48:23ถึงอาการเกร็ง
00:48:23 → 00:48:26ดังนั้นเราอย่าดูความสำเร็จที่ตำแหน่งงาน
00:48:26 → 00:48:30และเงินเดือนสูงว่านั่นคือความสำเร็จ
00:48:30 → 00:48:33คนบ้างานจำนวนหนึ่ง
00:48:33 → 00:48:36ก็ขับเคลื่อนชีวิตจนมีความสำเร็จทางงาน
00:48:36 → 00:48:37ด้วยดี
00:48:37 → 00:48:39มันยังเจ้าของธุรกิจที่มีธุรกิจอยู่ 3
00:48:39 → 00:48:41ธุรกิจแต่ไม่มีความสุขนะครับ
00:48:41 → 00:48:45นั่นเป็นเพราะเขามีความสามารถในการทำงาน
00:48:45 → 00:48:49แต่ข้างในของเขามันไม่เต็มเต็มหรือมี
00:48:49 → 00:48:52โจทย์อย่างกรณีเจ้าของบริษัทที่พูดไป
00:48:52 → 00:48:55เพราะฉะนั้นเราเราต้องดูว่าเขารู้สึกเติม
00:48:55 → 00:48:58เต็มด้วยไหมคนที่เห็นภายนอกดูเหมือนจะ
00:48:58 → 00:49:01ประสบความสำเร็จครับคนที่ดูร่ำรวยคนที่ดู
00:49:01 → 00:49:05มีความสำเร็จดีนะครับนั่นเป็นนิยามของ
00:49:05 → 00:49:08สังคมทั่วไปครับเราไม่จำเป็นต้องใช้นิยาม
00:49:08 → 00:49:09นั้น
00:49:09 → 00:49:12เหมาะกับใครบ้างก็เหมาะกับคนที่อยากพัฒนา
00:49:12 → 00:49:15ตัวเองแล้วก็มาเรียนรู้
00:49:15 → 00:49:19เรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จนะครับอะไรก็
00:49:19 → 00:49:22ได้ความสำเร็จในชีวิตแต่ละคนต่างกัน
00:49:22 → 00:49:26ตรงกันนะครับคิดตรงกันติดตามติดตามน่าสน
00:49:26 → 00:49:33ใจทำยังไงให้ประสบความสำเร็จซะทีนะครับ
00:49:33 → 00:49:36อย่าลืมนะครับว่าการมองหาด้านมืดของตัว
00:49:36 → 00:49:39เองก็เป็นส่วนสำคัญเพราะว่าเราจำเป็นที่
00:49:39 → 00:49:42จะต้องเห็นถึงสิ่งที่มาขัดขวางการสำเร็จ
00:49:42 → 00:49:47ของเราด้วยตอนนี้ผมจะมาอ่านเนื้อหาที่ส่ง
00:49:47 → 00:49:50เข้ามาในรายการสดซึ่งวันนี้ผมจะปรับนิด
00:49:50 → 00:49:52นึงคือผมจะคุยจนกระทั่งถึงประมาณ 21:30 น
00:49:52 → 00:49:55แล้วผมจะเตรียมเบรคนะครับเพราะว่าเริ่ม
00:49:55 → 00:49:58สังเกตเห็นว่าคนเริ่มส่งคำถามซ้ำเข้ามา
00:49:58 → 00:50:00หลายครั้งนะครับคนเดียวกันผมตอบไปเรื่อยๆ
00:50:00 → 00:50:03เกือบ 4 ทุ่มหมดแล้ว
00:50:03 → 00:50:06วันนี้จะสั้นหน่อยนึงนะครับ
00:50:06 → 00:50:10มีคนฟังจากเชียงใหม่จากอเมริกานะครับจาก
00:50:10 → 00:50:11ร้อยเอ็ด
00:50:11 → 00:50:15แล้วก็เพื่อนๆนะครับมีบอกเลย
00:50:15 → 00:50:20โคราชข้างนี้เขียนว่าบางครั้งเก็บจิตใต้
00:50:20 → 00:50:22สำนึกอยากนอนหลับแล้วไม่ตื่น
00:50:22 → 00:50:25ไปสบายคิดถึงทุกวันจะตื่นมาเหนื่อยอีกละ
00:50:26 → 00:50:29มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คุณเริ่มไม่
00:50:29 → 00:50:33อยากสู้กับโจทก์ต่างๆของชีวิตนะครับ
00:50:33 → 00:50:37มันเป็นความปรารถนาที่อยากจะเดินออกจาก
00:50:37 → 00:50:39ความเหนื่อยยาก
00:50:39 → 00:50:41ซึ่ง
00:50:41 → 00:50:43ตรงนี้มันก็จะประกอบไปด้วยการเติมความ
00:50:43 → 00:50:46สามารถภายในเพื่อจัดการกับโจทย์ภายนอกให้
00:50:46 → 00:50:47ดีขึ้น
00:50:47 → 00:50:50หรือไม่ก็ทำใจยอมรับต่อโจทย์ภายนอกซึ่ง
00:50:50 → 00:50:52คุณเปลี่ยนไม่ได้หรือไม่ก็เอาตัวเองย้าย
00:50:52 → 00:50:56ไปอยู่ในสถานที่ที่เป็นสิ่งแวดล้อมใหม่
00:50:56 → 00:50:59อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นตัวเลือกนะครับไม่
00:50:59 → 00:51:01มีคำแนะนำมาแทนหนึ่งนะครับแค่ให้เห็นความ
00:51:01 → 00:51:02เป็นไปได้
00:51:02 → 00:51:05ดีใจสวัสดี
00:51:05 → 00:51:07[เพลง]
00:51:07 → 00:51:10แล้วก็เข้ามาทักทายนะครับเราต้องสอนลูก
00:51:10 → 00:51:13หลานให้กล้าคุยกับพ่อแม่แต่ถ้าเด็กๆไม่
00:51:13 → 00:51:15กล้าคุยจะทำยังไง
00:51:15 → 00:51:18จริงๆเนี่ยเด็กมีธรรมชาติของการต้องการ
00:51:18 → 00:51:23เชื่อมโยงและพูดคุยกับพ่อแม่นะครับ
00:51:23 → 00:51:26ปัญหาก็คือว่าบางครั้งเวลาเด็กพูดเนี่ย
00:51:26 → 00:51:30พ่อแม่จะมีเซ็นเซอร์ตัดสินว่านี้ถูกอัน
00:51:30 → 00:51:31นี้ผิดเร็วเกินไป
00:51:31 → 00:51:34แล้วก็พ่อแม่ที่ทำให้เด็กได้มีโอกาสเรียบ
00:51:34 → 00:51:36เรียงและเข้าใจและเชื่อมกันทำความรู้สึก
00:51:36 → 00:51:39ได้ในเด็กจะชอบคุยมากนะครับ
00:51:39 → 00:51:42ถ้าเด็กเข้าวัยรุ่นเด็กจะไม่ค่อยอยากคุย
00:51:42 → 00:51:46เวลาที่พ่อแม่เปิดปากทีไรก็จะสอนทุกทีก็
00:51:46 → 00:51:50กรณีนั้นผมจะบอกพ่อแม่ว่าเด็กไม่อยากคุย
00:51:50 → 00:51:53กับคุณเพราะว่าเขาคุยกับคุณทีไรคุณพูด
00:51:53 → 00:51:56เหมือนเดิมทุกทีอันนี้ผมไม่ได้พูดเองแต่
00:51:56 → 00:51:58เด็กวัยรุ่นบอกกับผมนะครับ
00:51:58 → 00:52:01ความสำเร็จเท่ากับโอกาสบวก passion บวก
00:52:01 → 00:52:04การฝึกฝนบุกความเชื่อในระดับจิตใต้สำนึก
00:52:04 → 00:52:07ว่ามันเป็นไปได้นะครับ
00:52:07 → 00:52:10ชอบฟังค่ะอาจารย์มีเมตตาสอนคนด้วยใจกว้าง
00:52:10 → 00:52:13สุขุมดิฉันเรียนจิตวิทยามา
00:52:13 → 00:52:15เพราะอะไรคุณหมอถึงลดเวลาเหลือชั่วโมง
00:52:15 → 00:52:18ครึ่งเหนื่อยหรือคะประมาณนั้นแหละครับ
00:52:18 → 00:52:20เพราะว่า
00:52:20 → 00:52:23อย่างที่บอกคำถามมันเริ่มวนมาจากคนคน
00:52:23 → 00:52:26เดียวกันหลายครั้งนะครับซึ่งผมคิดว่าเรา
00:52:26 → 00:52:28ปัดไปอยู่ในเวลาแบบกรอบเดิมผมจะคุมเวลา
00:52:28 → 00:52:30ได้ง่ายขึ้น
00:52:30 → 00:52:33ทำให้เข้าใจไม่ยากได้รื้อฟื้นทำความเข้า
00:52:33 → 00:52:36ใจได้คิดและนำมาใช้ได้นะครับเข้ามาเติม
00:52:36 → 00:52:39อาหารสมองกราบขอบพระคุณอาจารย์หมอขอบคุณ
00:52:39 → 00:52:42มากครับขอเขาบุญรักษาอยากถามคุณหมอว่าคุณ
00:52:42 → 00:52:44หมอเชื่อในเรื่องการมีแม้แต่เกิดในโลกนาม
00:52:44 → 00:52:47ไหมครับคุณยังไม่ได้ฟังตอนที่ผมพูดเรื่อง
00:52:47 → 00:52:50งานวิจัย 50 ปีชีวิตหลังความตายแน่เลยนะ
00:52:50 → 00:52:54ครับลองกลับไปฟังดูนะครับมันมีงานวิจัย
00:52:54 → 00:52:56สนับสนุนอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ด้วยส่วน
00:52:56 → 00:52:58หนึ่งกับที่จริงวันนี้ผมที่บ้านมีงานทำ
00:52:58 → 00:53:01บุญนะครับแล้วก็เจอ
00:53:01 → 00:53:04หลานลูกพี่ลูกน้องนะครับที่เขาก็ปฏิบัติ
00:53:04 → 00:53:06ธรรมแล้วก็เข้ามาคุยกับผม
00:53:06 → 00:53:08บอกว่าอ๋อที่ผมพูดเรื่องเวียนว่ายตายเกิด
00:53:08 → 00:53:11เนี่ยพระพูดมาหมดแล้วนะครับให้ไปฟังพระ
00:53:11 → 00:53:15คุณนนท์พระคุณนี้เลยอ๋อโอ้ยผมรู้ผมถือว่า
00:53:15 → 00:53:17เป็นคนละพื้นที่คนละกลุ่มเป้าหมายกันนะ
00:53:17 → 00:53:20ครับก็ผมพูดเรื่องนี้อยู่ด้วยครับคุณลอง
00:53:20 → 00:53:24ไปฟังดูชีวิต 50 ปีงานวิจัย 50 ปีชีวิต
00:53:24 → 00:53:26หลังความตายครับกับอีกสองสามประเด็นที่ผม
00:53:26 → 00:53:30เคยพูดเรื่องนี้นะครับสองสามคลิป
00:53:30 → 00:53:32สติกับการจดจำความสัมพันธ์กับประสบการณ์
00:53:32 → 00:53:37เวลากับความเปลี่ยนแปลงอะไรคือคำตอบ
00:53:37 → 00:53:40คุณหมอตอนนี้ดิฉันเป็นเบาหวานไขมันความ
00:53:40 → 00:53:44ดันสูง 3 เดือนที่แล้วตรวจพบเลือดข้นไข
00:53:44 → 00:53:46สันหลังผลิตเม็ดเลือดขาวมากเกินเม็ดเลือด
00:53:46 → 00:53:49แดงก็เกิดตัวอ่อนเม็ดเลือดแดงก็เกินตอน
00:53:49 → 00:53:53นี้รู้สึกท้อกับชีวิตเหนื่อยมาตลอด
00:53:53 → 00:53:57เป็นสภาวะที่ผมเองไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำนะ
00:53:57 → 00:53:58ครับ
00:53:58 → 00:54:04คุณอาจจะต้องดูว่า
00:54:04 → 00:54:07เขาอธิบายกลไกทั้งชีวภาพยังไง
00:54:07 → 00:54:08แต่
00:54:08 → 00:54:11ถ้าคุณมีโรคเรื้อรังเบาหวานไขมันความดัน
00:54:11 → 00:54:14แล้วก็มีโรคแปลกๆแบบนี้นะครับ
00:54:14 → 00:54:17ผมอยากจะให้คุณฟังเรื่อง
00:54:17 → 00:54:21mindset โรคเรื้อรังครั้งก่อนเพราะว่า
00:54:21 → 00:54:24ถ้าเราไปแยกเป็นโรคๆมันดูเหมือนเยอะและ
00:54:24 → 00:54:27ยากแต่กลไกเหล่านี้มันรวนไปจากต้นทางบาง
00:54:27 → 00:54:30อย่างที่เราไปโฟกัสตรงนั้นได้
00:54:30 → 00:54:33เวลาที่เราโฟกัสตรงนั้นได้มันอาจจะช่วย
00:54:33 → 00:54:36ให้คุณรู้สึกมีกำลังใจดีขึ้น
00:54:36 → 00:54:40แต่การปรับกิจวัตรหลายอย่างที่ผมพูดไปใน
00:54:40 → 00:54:41ครั้งที่แล้วเนี่ยผลมันจะไม่ได้เกิดขึ้น
00:54:41 → 00:54:44ในทันทีในบางเรื่องนะครับแต่บางเรื่องผล
00:54:44 → 00:54:48เร็วมากนะครับเมื่อหลายปีก่อนมีคนไทยที่
00:54:48 → 00:54:51อยู่ในอเมริกาคนหนึ่งเขากลับมากรุงเทพฯมา
00:54:51 → 00:54:53เมืองไทยเขาบินมา
00:54:53 → 00:54:55แล้วก็แวะมาเรียนกับผมในตอนนั้นนะครับที่
00:54:55 → 00:54:58ยังเปิดอยู่ก่อนโควิดเนี่ยเขาก็เล่าให้
00:54:58 → 00:54:59ฟังว่า
00:54:59 → 00:55:02เข้าสูตรอาหารที่ผมเล่าในไลน์เนี่ยไปบอก
00:55:03 → 00:55:06ให้พี่สาวเข้ากินดูเขาบอกว่าภายในเวลา
00:55:06 → 00:55:09ประมาณเดือนนึงเนี่ยความดันลงนะครับ
00:55:09 → 00:55:11คือการปรับกิจวัตรการปรับอาหารการกิน
00:55:11 → 00:55:14เนี่ยมันดีกับสุขภาพมากแล้วมันรักษาได้ที
00:55:14 → 00:55:15หลายโรคนะครับ
00:55:15 → 00:55:18อย่าเพิ่งท้อใจเรื่องการป่วยหลายโรคนะ
00:55:18 → 00:55:21ครับผมอยากให้คุณลองกลับไปแก้ที่ต้นทาง
00:55:21 → 00:55:24ที่ได้คุยกันไปแล้วในสัปดาห์ที่แล้วนะ
00:55:24 → 00:55:28ครับแล้วก็เป็นกำลังใจให้นะครับในขณะ
00:55:28 → 00:55:30เดียวกันการรักษาทางยาที่หมอรักษาอยู่ก็
00:55:30 → 00:55:32ต้องรักษานะครับเพียงแต่เราไปแก้ที่ต้น
00:55:32 → 00:55:36ทางที่ที่บางทีมันไม่มีงานวิจัยบอกถึง
00:55:36 → 00:55:37ความสัมพันธ์โดยตรง
00:55:37 → 00:55:40นะครับเพราะงานวิจัยของโลกมันย้อนกลับมา
00:55:40 → 00:55:43ไม่ถึงต้นทางได้ไกลมันย้อนกลับไปได้ 1
00:55:43 → 00:55:48ขั้น 2 ขั้นหรืออย่างน้อยก็ 3 ขั้นตอน
00:55:48 → 00:55:50ดิฉันเกษียณเข้าปีที่ 4 ใช้หลักธรรมะเป็น
00:55:51 → 00:55:54แนวทางการดำเนินชีวิตเรียนอภิธรรมดีมาก
00:55:54 → 00:55:57อายุมากคือเขาพูดนะครับหลังรับประทาน
00:55:57 → 00:55:59อาหารบ่อยครั้งมีอาการชีพจรเต้นเร็วคล้าย
00:55:59 → 00:56:01penic จนกังวลว่าจะต้องทานอะไรไม่ให้
00:56:01 → 00:56:04เป็นในบางคราว
00:56:04 → 00:56:08คือหลังการกินข้าวมันจะเกิดการเผาผลาญ
00:56:08 → 00:56:11ซึ่งมันต้องใช้พลังงานนะครับการมีชีพจร
00:56:11 → 00:56:13เต้นเร็วขึ้นในความเข้าใจของผมเป็นเรื่อง
00:56:13 → 00:56:17ปกติคุณอาจจะพบว่าอุณหภูมิของคุณสูงขึ้น
00:56:17 → 00:56:19ได้ด้วยนะครับ
00:56:19 → 00:56:22นั่นเป็นเหตุที่คนโบราณไม่แนะนำให้ไปอาบ
00:56:22 → 00:56:24น้ำหลังกินข้าวนะครับ
00:56:24 → 00:56:26ดังนั้นถ้าคุณบอกว่าเร็วคุณต้องวัดดูว่า
00:56:26 → 00:56:31มันเปลี่ยนจากปกติเป็นเร็วสักแค่ไหนถ้า
00:56:31 → 00:56:34มันยังอยู่ในช่วงที่เร็วแต่ว่าไม่ผิดปกติ
00:56:34 → 00:56:39ก็ให้รู้ว่ามันเป็นอาการปกติของการที่เรา
00:56:39 → 00:56:43มีอาหารเข้าไปอย่างไรก็ตามถ้าคุณมีโอกาส
00:56:43 → 00:56:45เช็คสุขภาพประจำตัวคุณหยิบเรื่องนี้ไปคุย
00:56:45 → 00:56:49กับหมอประจำตัวดูนะครับ
00:56:49 → 00:56:52ชอบฟังคุณหมอมากรู้สึกอุ่นใจและผู้ฟังที่
00:56:52 → 00:56:55นี้ก็เซ็นนะครับ
00:56:55 → 00:56:57หนูรู้สึกว่าด้านนั้นของตัวเองน่ากลัวมาก
00:56:57 → 00:57:00ไม่แน่ใจว่าควรจะไปเปิดมันแบบจริงจังแค่
00:57:00 → 00:57:03เอามาชั่วคราวก็กลัวตัวเองเลย
00:57:03 → 00:57:05คนที่จะเปิดถ้าคุณตระหนักว่ามันน่ากลัว
00:57:05 → 00:57:09คุณอาจจะไม่ต้องรู้วิธีการเปิดมันครับไม่
00:57:09 → 00:57:11เช่นนั้นมันอาจจะสั่นสะเทือนคุณให้เกิด
00:57:11 → 00:57:15สติแตกได้ชั่วคราวได้นะครับ
00:57:15 → 00:57:17อยากสมัครคอร์สแต่แอดไลน์คุณหมอไม่ได้ให้
00:57:17 → 00:57:20แอดเป็น LINE
00:57:20 → 00:57:22@ หมอประเวศนี้นะครับตอนนี้เปิดขึ้นมา
00:57:22 → 00:57:25แล้วนะครับใช้งานได้แน่นอนนะครับ LINE
00:57:25 → 00:57:28หมอประเวศธรรมดาอาจจะต้องปิดตัวลง
00:57:28 → 00:57:31แต่ตอนนี้มีนักเรียนผู้เรียนเก่าอยู่เยอะ
00:57:31 → 00:57:34ผมต้องดูแลเขาต่อคงจะไม่ได้ปิดแต่ว่าคุณ
00:57:34 → 00:57:35มาที่
00:57:36 → 00:57:39@morporate ได้เลยนะครับ
00:57:39 → 00:57:40อยากเรียนจิตวิทยาเป็นการเรียนรู้สะท้อน
00:57:40 → 00:57:43ชีวิตตัวเองและผู้คน
00:57:43 → 00:57:45หมอได้ช่วยชีวิตเพื่อมนุษย์ได้หลายชีวิต
00:57:45 → 00:57:48เราเป็นซึมเศร้ากังวลรู้ป่มข้างใจ Wire
00:57:48 → 00:57:51มันจะช่วยได้ยังไง
00:57:51 → 00:57:54ผมพูดเรื่องผมข้างใจไปหลายครั้งนะครับผม
00:57:54 → 00:57:56อยากจะแนะนำให้คุณไปฟังอย่างน้อยมี 4-5
00:57:56 → 00:57:57ครั้งเลย
00:57:57 → 00:58:01เพราะว่าถ้าคุณจัดการปมข้างใจได้อาการซึม
00:58:01 → 00:58:04เศร้าของคุณจะดีขึ้นครับ
00:58:04 → 00:58:08ความวิตกกังวลก็จะดีขึ้นได้แต่ว่าถ้าจะ
00:58:08 → 00:58:11ให้อธิบายมันคือหลักสูตรที่เรียนอยู่
00:58:11 → 00:58:13ประมาณ 20 กว่าชั่วโมงนะครับแต่เนื้อที่
00:58:13 → 00:58:16กระจายไว้นี่อยู่ในหลายคลิปคุณลองกลับไป
00:58:16 → 00:58:19ฟังดูนะครับปุ่มค้างใจคือความเจ็บปวดที่
00:58:19 → 00:58:21ถูกกระทำจากภายนอกหรือคนอื่นและฝังอยู่ใน
00:58:21 → 00:58:24จิตใต้สำนึกส่วนด้านมืดก็คือความต้องการ
00:58:24 → 00:58:29ของตัวเองที่ฝังอยู่ลึกๆในจิตใต้สำนึก
00:58:29 → 00:58:32รอยต่อตรงนี้มันไม่ได้แยกชัดขนาดนั้นนะ
00:58:32 → 00:58:35ครับแต่น่าสนใจที่คุณเรียบเรียงมันออกมา
00:58:35 → 00:58:39เป็นการเรียบเรียงที่น่าสนใจนะครับ
00:58:39 → 00:58:42การกัดขาตัวเองก็คัดขาตัวเองรู้สึกว่าตัว
00:58:42 → 00:58:45เองถูกแกล้งโดยตัวเองกวนให้ไม่สำเร็จแบบ
00:58:45 → 00:58:49รู้ทันและไม่รู้ทันหรือถึงรู้ก็ห้ามไม่
00:58:49 → 00:58:52ได้
00:58:52 → 00:58:53แก้ไม่ได้
00:58:54 → 00:58:57ครับตัวนี้คือด้านมืดนะครับหรือ Shadow
00:58:57 → 00:58:59ในภาษาของยุงนะครับ
00:58:59 → 00:59:04ถ้าคุณดู ng คุณจะอ่านว่าจุงจจานแต่ถ้า
00:59:04 → 00:59:07คุณไปฟังคนที่เขา
00:59:07 → 00:59:11พูดภาษาแม่ก็จะใช้คำว่ายุงนะครับผมเข้าใจ
00:59:11 → 00:59:13ว่ามันอยู่ที่รากศัพท์ของมัน
00:59:13 → 00:59:18บางทีผมก็เผลอเรียกจุงบ้างยุงบ้างนะครับ
00:59:18 → 00:59:21ผมค้างใจในมุมมองแต่ละคนแตกต่างกัน
00:59:21 → 00:59:24ผมลมหลักสูตรจัดการ Panic ตอนนี้ดีขึ้น
00:59:24 → 00:59:26เยอะมากเลยครับว่างๆก็ยังกลับมาเปิดฟัง
00:59:26 → 00:59:28บ่อยๆขอบพระคุณคุณหมอครับยินดีมากครับที่
00:59:28 → 00:59:31คุณได้ประโยชน์
00:59:31 → 00:59:32เป็น
00:59:32 → 00:59:35เป็นรางวัลความรู้สึกที่ผมได้รับเวลาที่
00:59:35 → 00:59:38มีคนสามารถตีขึ้นได้
00:59:38 → 00:59:40ด้วยการรักษาตัวเอง
00:59:40 → 00:59:43และที่สำคัญด้วยเงินไม่กี่ตังค์ผมหวังว่า
00:59:43 → 00:59:47คุณคิดว่ามันไม่แพงนะครับนะครับแล้วก็ดี
00:59:47 → 00:59:50กว่าที่คุณต้องเสียเสียการรักษากับเรื่อง
00:59:50 → 00:59:53ของการพบแพทย์และการรักษาด้วยยาอย่างไรก็
00:59:53 → 00:59:55ตามนะครับต้องย้ำว่าถ้าคุณปล่อยเป็นโรค
00:59:55 → 00:59:58และมีความทุกข์ไปหาหมอแล้วรับการรักษา
00:59:58 → 01:00:01เพียงแต่โปรแกรมที่ผมพยายามจะสนับสนุนคือ
01:00:01 → 01:00:04อีกด้านหนึ่งของการรักษาที่เราจะดูแลตัว
01:00:04 → 01:00:07เองได้ด้วยนะครับ
01:00:07 → 01:00:10จะไปเรียนเพราะคำว่าร้ายอย่างมีสติแค่คิด
01:00:10 → 01:00:13ก็ยิ้มแล้วนะครับถ้าคุณอยากร้ายอย่างมี
01:00:13 → 01:00:15สติ
01:00:15 → 01:00:18ปัญญาความสำเร็จดูแต่อย่างว่านะครับมัน
01:00:18 → 01:00:20เป็นเพราะว่าเธอค้นพบด้านมืดที่เป็นตัว
01:00:21 → 01:00:23ร้ายและเธอเปล่งมันมาเป็นประโยชน์ได้เธอ
01:00:23 → 01:00:27พูดอย่างด้วยความภูมิใจในความร้ายของเธอ
01:00:27 → 01:00:30นะครับแต่ผมไม่รู้ว่าคุณมีความร้ายอยู่
01:00:30 → 01:00:32แค่ไหนในตัวนะครับที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย
01:00:32 → 01:00:44ออกมา
01:00:44 → 01:00:47เพลงใน YouTube ที่เราฟังเขาบอกเพลง relax
01:00:47 → 01:00:50สำหรับคลายเครียดจริงไหม
01:00:50 → 01:00:53ผลที่เกิดขึ้นกับคนแต่ละคนจะแตกต่างกัน
01:00:53 → 01:00:56ครับแต่โดยธรรมชาติเสียงที่มันเนิบๆเสียง
01:00:56 → 01:00:58ที่มันมีธรรมชาติผสมเนี่ยมันช่วยให้เรา
01:00:58 → 01:01:01จิตใจมันสงบลงได้นะครับ
01:01:01 → 01:01:03ความสำเร็จในชีวิตคือการได้มีชีวิตอย่าง
01:01:03 → 01:01:08ที่ตัวเองอยากเป็นหรืออยากเป็นจริงๆ
01:01:08 → 01:01:12สวัสดีคุณหมอฉันเรียนเรื่อง Shadow work
01:01:12 → 01:01:17จาก tools
01:01:17 → 01:01:19Shadow นี้เป็นเหมือนของ fill start
01:01:19 → 01:01:20ไหม
01:01:20 → 01:01:23กำลังจะออกจากบ้านจะกลับมาเช็คการตอบที
01:01:23 → 01:01:26หลังอันนี้คงส่งมาคนไทยจากต่างประเทศนะ
01:01:26 → 01:01:27ครับเขาจะว่าเป็นลูกศิษย์ผมที่อยู่ใน
01:01:27 → 01:01:28แคนาดา
01:01:28 → 01:01:32ต้องบอกว่า Shadow work ที่ผมพูดถึงหรือ
01:01:32 → 01:01:34งานด้านมืดเนี่ย
01:01:34 → 01:01:38ผมไม่ได้ไปตามงานของ fill start นะครับ
01:01:38 → 01:01:42แต่ว่าผมคิดว่าแนวคิดของยุงเข้ายุงที่พูด
01:01:42 → 01:01:46เนี่ยมันเป็นแนวคิดที่
01:01:46 → 01:01:50เป็นการเปิดหัวของการเรียนรู้ที่ดีเพื่อ
01:01:50 → 01:01:54ทำให้ผู้เรียนในคลาสตอนที่ผมใช้เวลาคุยใน
01:01:54 → 01:01:57รายละเอียดเนี่ยเขาสามารถที่จะเปิดใจ
01:01:57 → 01:02:00สังเกตความเป็นตัวเอง
01:02:00 → 01:02:04แล้วก็เห็นชิ้นส่วนบางอย่างที่มันอาจจะ
01:02:04 → 01:02:05เป็น
01:02:05 → 01:02:08การที่เขาต้องปรับแต่งต้องทิ้งไปต้อง
01:02:08 → 01:02:11พยายามจะเป็นบางอย่างที่ไม่ใช่ตัวเขา
01:02:11 → 01:02:14เพียงเพื่อเขาจะได้เป็นจะได้รับความรัก
01:02:14 → 01:02:16หรือจะได้เป็นเด็กดีนะครับ
01:02:16 → 01:02:21แล้วด้วยการคุยวิธีนี้ทำให้เขาเห็นถึง
01:02:21 → 01:02:23สิ่งที่เขาพยายามจะเป็นที่ไม่ใช่เป็นตัว
01:02:23 → 01:02:25เขากับสิ่งที่เขาได้ตัดบางส่วนของความ
01:02:25 → 01:02:27เป็นตัวเขาออกไป
01:02:27 → 01:02:29แล้วกระบวนการนี้ก็ทำให้เข้าได้เป็นตัว
01:02:29 → 01:02:32เองมากขึ้นซึ่งเมื่อเขาเป็นตัวเองมากขึ้น
01:02:32 → 01:02:35และรู้จักตัวเองมากขึ้นก็ทำให้เขาใช้
01:02:35 → 01:02:40ศักยภาพตัวเองได้ดีขึ้น
01:02:40 → 01:02:42คุณ sweet time บอกว่าจริงครับ
01:02:42 → 01:02:45ช่วงที่เครียดมีเหตุให้วิตกกังวลกลัวโกรธ
01:02:45 → 01:02:48ถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกก็จะถูกเก็บเข้าไปในจิต
01:02:48 → 01:02:50ใต้สำนึกกลายเป็นเงาออกมากวนทำให้เราผิด
01:02:50 → 01:02:53พลาด
01:02:53 → 01:02:56ความสำเร็จในชีวิตคือการได้ใช้ชีวิตที่
01:02:56 → 01:02:58ตัวเองอยากจะมีหรืออยากจะเป็นจริงๆไม่ใช่
01:02:58 → 01:03:02ทำเพื่อคนอื่นหรือทำเหมือนคนอื่นเขาทำกัน
01:03:02 → 01:03:04การฝึกวิปัสสนาและอัตราตัวตนจะช่วยออกจาก
01:03:04 → 01:03:09ด้านมืดได้ไหม
01:03:09 → 01:03:13ถ้าคุณ
01:03:13 → 01:03:18ฝึกวิปัสสนาโดยเปิดรับจริง
01:03:18 → 01:03:21คุณอาจจะเห็นส่วนผสม
01:03:21 → 01:03:23ที่เป็นด้านมืดของคุณได้
01:03:23 → 01:03:26เหมือนอย่างที่ผมเคยได้เล่าให้ฟังว่าใน
01:03:26 → 01:03:30การฝึกสติครั้งแรกในคลาส 7 วันที่ผมไป
01:03:30 → 01:03:31เนี่ยนะครับ
01:03:31 → 01:03:34ผมเห็นความคิดชั่วๆวิ่งอยู่ในหัวเต็มเลย
01:03:34 → 01:03:36สิ่งเหล่านั้นคือด้านมืดที่ผมไม่เคยรู้มา
01:03:36 → 01:03:38ก่อนนะครับ
01:03:38 → 01:03:42แต่ว่ามันจะไปได้ไกลแค่ไหนข้อนี้ผมไม่รู้
01:03:42 → 01:03:45เหมือนกัน
01:03:45 → 01:03:48แต่ว่าการฝึกสติ
01:03:48 → 01:03:52เป็นหนึ่งในการเป็นหนึ่งขาที่สำคัญมาก
01:03:52 → 01:03:58ของการจัดการเรื่องด้านมืดเปิดสิ่งที่
01:03:58 → 01:04:00คว่ำให้หงาย
01:04:00 → 01:04:04เอาแสงสว่างส่องเข้าไปในพื้นที่มืดนะครับ
01:04:04 → 01:04:08คำพูดอธิบายนี้มีความคล้ายกันเลย
01:04:09 → 01:04:11จะทำยังไงให้มีแรงจูงใจต่อเนื่องบางทีมี
01:04:12 → 01:04:14เป้าหมายแต่ทำไม่หมดสักพักหมดไฟหาเป้า
01:04:14 → 01:04:18หมายการยาวไม่เจอเคว้งไม่อยากทำอะไร
01:04:18 → 01:04:21ตัวนี้มันอยู่ที่ความสามารถในการเชื่อม
01:04:21 → 01:04:25โยงความปรารถนาความต้องการ
01:04:25 → 01:04:29และตัวตนในส่วนลึกของเรานะครับกับการปลด
01:04:29 → 01:04:34ปล่อยกติกากฎเกณฑ์ความสามารถในการ
01:04:34 → 01:04:41จินตนาการมองเห็นความเป็นไปได้ซึ่ง
01:04:41 → 01:04:44ถ้าจะแนะนำสั้นๆก็คือ
01:04:44 → 01:04:47ขอให้เลือกเป้าหมายที่มีความหมายที่ชัด
01:04:47 → 01:04:48เจน
01:04:48 → 01:04:51แล้วถ้าคุณหาเป้าหมายระยะยาวไม่เจอ
01:04:51 → 01:04:55ระยะกลางก็ไม่เจอจะเป็นเรื่องยากมากที่
01:04:55 → 01:04:57คุณจะทำเป้าหมายระยะสั้นอย่างมีพลังได้ใน
01:04:57 → 01:04:58ทุกครั้ง
01:04:58 → 01:05:01เพราะ
01:05:01 → 01:05:04ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันพาเราไป
01:05:04 → 01:05:05สู่จุดหมายปลายทางที่มีความสำคัญสำหรับ
01:05:05 → 01:05:07ชีวิตเรา
01:05:07 → 01:05:08ยังไง
01:05:08 → 01:05:11ตัวนั้นมันทำให้เรามีพลังมากกว่าเราทำ
01:05:11 → 01:05:14เพื่อให้มันเสร็จนะครับ
01:05:14 → 01:05:16แต่เราก็ยังสามารถทำได้นะครับทำให้มัน
01:05:16 → 01:05:19เสร็จเนี่ยมันไม่สนุกเท่ากับเรารู้ว่า
01:05:19 → 01:05:21เสร็จตัวนี้แล้วมันเราค่อยขยับเข้าสู่
01:05:21 → 01:05:24เป้าหมายที่มันไกลขึ้นได้ดีขึ้น
01:05:24 → 01:05:27ผมจึงมีความเห็นว่าคุณอาจจะต้องการเวลาใน
01:05:27 → 01:05:30การกลับมาอยู่กับตัวเองให้นานพอ
01:05:30 → 01:05:33ซึ่งความคิดดีๆมันจะเกิดขึ้นตอนที่เรา
01:05:33 → 01:05:37ทิ้งทุกเรื่องไว้ชั่วคราวนะครับมันมีวิธี
01:05:37 → 01:05:40หลายอย่างมากแบบที่ง่ายที่สุดก็คือไปอยู่
01:05:40 → 01:05:42ในที่ธรรมชาติไม่ต้องยุ่งอะไรกับใครไม่
01:05:42 → 01:05:44ต้องทำงานไม่ต้องติดต่ออะไรเลยอยู่กับ
01:05:44 → 01:05:47กิจวัตรพื้นฐานเล่นน้ำเดินเล่นแล้วลองดู
01:05:47 → 01:05:48ว่า
01:05:48 → 01:05:52คุณค้นพบอะไรเพิ่มเติมบ้าง
01:05:52 → 01:05:54ตายสงบ
01:05:54 → 01:05:56เหมือนฟังพระเทศน์
01:05:56 → 01:05:59ตั้งเป้าหมายไว้แต่ไม่สำเร็จ
01:05:59 → 01:06:03เสียทีจนท้อทำให้ไม่กล้าไปทำอย่างอื่นต่อ
01:06:03 → 01:06:05ตัวอย่างเช่นการเรียนภาษาอังกฤษได้คะแนน
01:06:05 → 01:06:09สอบไม่ถึงเป้าสักทีคนรอบข้างก็ปลอบใจว่า
01:06:09 → 01:06:12เราทำได้ดีแล้วให้ไปทำตามเป้าหมายอื่น
01:06:12 → 01:06:15บ้าง
01:06:15 → 01:06:19น่าสนใจนะครับเพราะว่าบางที
01:06:19 → 01:06:21สิ่งที่คุณต้องการอาจจะไม่ใช่ความพยายาม
01:06:21 → 01:06:23ซ้ำในแบบเดิม
01:06:23 → 01:06:26แต่เป็นการหาประสบการณ์ใหม่เพื่อมาเติม
01:06:26 → 01:06:28ความพร้อมในการเรียนรู้เรื่องนี้เพิ่ม
01:06:28 → 01:06:32เติมก็ได้นะครับ
01:06:32 → 01:06:34แต่มันบอกอย่างหนึ่ง
01:06:34 → 01:06:38ว่าการใช้วิธีเก่าอาจจะมาถึงทางตันซึ่งคน
01:06:38 → 01:06:41อาจจะต้องการกระบวนการในการเตรียมตัวใน
01:06:41 → 01:06:43แบบใหม่นะครับ
01:06:43 → 01:06:47รอทุกอาทิตย์ฟังคุณหมอแล้วเติบโต
01:06:47 → 01:06:50ด้านจิตใจมีความสุขทุกครั้งที่ฟังน้ำ
01:06:50 → 01:06:58เสียงสายตาเนื้อหามีพลังมากขึ้น
01:06:58 → 01:07:02อยู่อยู่ญาติก็ป่วยเป็นจิตเวชไม่ได้อยู่
01:07:02 → 01:07:06กับเขามาเจออีกทีต้องพาไปโรงพยาบาลบอกว่า
01:07:06 → 01:07:10อยากไปวัดเรางงมาทำตัวไม่ถูก
01:07:10 → 01:07:14ดีนะฟังคุณหมอมีความรู้มาบ้าง
01:07:14 → 01:07:17สาธุรวยๆ
01:07:17 → 01:07:20สวัสดีคุณหมอตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับการ
01:07:20 → 01:07:21เงินแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จรู้สึกว่า
01:07:21 → 01:07:24เหนื่อยมาก
01:07:24 → 01:07:27ตรงนี้มันเป็นโจทย์ยากของคนจำนวนหนึ่งนะ
01:07:27 → 01:07:28ครับเพราะว่า
01:07:29 → 01:07:32เป้าหมายทางการเงินเราจะรู้สึกว่ามันเป็น
01:07:32 → 01:07:36เรื่องดีที่เราต้องมีเป้าหมายนะครับ
01:07:36 → 01:07:38แต่วิธีการหาเงินของแต่ละคนเนี่ย
01:07:38 → 01:07:43โดยวิชาชีพโดยลักษณะธุรกิจหรือลักษณะงาน
01:07:43 → 01:07:47มันจะได้เงินไม่เหมือนกัน
01:07:47 → 01:07:49และบางครั้ง
01:07:49 → 01:07:52สิ่งที่เราลองทำดูมันอาจจะยังไม่ประสบ
01:07:52 → 01:07:56ความสำเร็จในเชิงการหารายได้
01:07:56 → 01:07:58ถ้าคุณไปดูนักธุรกิจจำนวนหนึ่งเขาก็จะมี
01:07:58 → 01:08:03ช่วงล้มลุกคลุกคลานช่วงระยะลำบากนะครับ
01:08:03 → 01:08:07แต่การที่เขาไปถึงจุดที่ดีและลงตัวได้
01:08:07 → 01:08:11มันเกิดจากการที่เขาล้มแล้วเขาเรียนรู้
01:08:11 → 01:08:14แล้วก็พยายามปรับใหม่นะครับ
01:08:14 → 01:08:17ดังนั้นผมคิดว่าถ้าคุณเหนื่อยคุณอาจจะ
01:08:17 → 01:08:20ต้องการการพักแล้วก็ทบทวนคุณอาจจะต้องการ
01:08:20 → 01:08:23การพูดคุยเพื่อขอข้อคิดให้คุณมองเห็นใน
01:08:23 → 01:08:25การปรับปรุงบางอย่าง
01:08:25 → 01:08:28แล้วก็เป้าหมายทางการเงินเนี่ยมันเป็นตัว
01:08:28 → 01:08:31เลขลอยๆครับ
01:08:31 → 01:08:34ไม่ต้องยึดติดกับมันมากแต่ขอให้เราสนุก
01:08:34 → 01:08:37กับการหาวิธีสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นใน
01:08:37 → 01:08:39แบบที่เรารู้สึกสนุกกับมัน
01:08:39 → 01:08:43น่าจะดีกว่าเหมือนกับที่เวลาเราจะตั้ง
01:08:43 → 01:08:45เป้าหมายในการลดน้ำหนักเราตั้งได้นะครับ
01:08:45 → 01:08:49ว่าอยากจะลด 10 กิโลในเวลาสัก
01:08:49 → 01:08:516 เดือน
01:08:51 → 01:08:53แต่เวลาเราจะทำจริงเราต้องไม่ต้องไปสนใจ
01:08:53 → 01:08:5610 กิโลใน 6 เดือนเรามาสนใจกิจวัตรแต่ละ
01:08:56 → 01:08:58วันว่าเราจะกินยังไงออกกำลังกายเคลื่อน
01:08:58 → 01:09:01ไหวยังไงนอนยังไงจัดการความเครียดยังไง
01:09:01 → 01:09:04ไอ้ตัวนี้คือของจริงแล้วเราทำดีๆเราจะ
01:09:04 → 01:09:07สนุกหรือไหลไปกับมันผลลัพธ์มันจะมาเองที
01:09:07 → 01:09:11หลังนะครับไอ้ตัวเรื่องผลลัพธ์เป้าหมาย
01:09:11 → 01:09:13เชิงว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ก็เป็นเรื่อง
01:09:13 → 01:09:16นึงแต่เป้าหมายว่าเราจะทำเงินในแต่ละแต่
01:09:16 → 01:09:18ละขนาดยังไงตัวนี้เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้
01:09:18 → 01:09:21ได้เร็วกว่าที่จะไปรอที่ตัวเป้าหมายนะ
01:09:21 → 01:09:23ครับ
01:09:23 → 01:09:25ผมไม่รู้ว่าที่ผมพูดไปมัน make sense
01:09:25 → 01:09:27สำหรับคุณแค่ไหนนะครับแต่ว่านั่นเป็นทั้ง
01:09:27 → 01:09:30หมดที่ผมพอจะคิดได้ในเวลาสั้นๆนี้นะครับ
01:09:30 → 01:09:33ความสำเร็จของอาชีพมนุษย์ออฟฟิศต้องต่อ
01:09:33 → 01:09:37สู้กับการเมืองในองค์กรและความพอใจไม่พอ
01:09:37 → 01:09:40ใจของหัวหน้าซึ่งควบคุมได้ยากมาก
01:09:40 → 01:09:43เห็นด้วยครับ
01:09:43 → 01:09:45อย่างไรก็ตาม
01:09:45 → 01:09:48ถ้าคุณได้อยู่กับ office ได้นานพอแล้วคุณ
01:09:48 → 01:09:50เรียนรู้ที่จะปรับตัว
01:09:50 → 01:09:53หรือเลือกที่ทำงานที่มี
01:09:53 → 01:09:57ระบบบริหารจัดการที่ดีนะครับ
01:09:57 → 01:10:01มันก็มีโอกาสที่มีความสุขได้มากขึ้นและ
01:10:01 → 01:10:04ถ้าคุณมีประสบการณ์ที่มากพอคุณที่ยังมี
01:10:04 → 01:10:07ตัวเลือกมากขึ้นในเวลาที่คุณเริ่มเบื่อ
01:10:07 → 01:10:10กับงานในสำนักงาน
01:10:10 → 01:10:12ลูกแชร์แบ่งปันให้คนอื่นเข้ามาฟังกันเยอะ
01:10:12 → 01:10:14ๆขอบคุณนะครับ
01:10:14 → 01:10:18ได้โอกาสทำงานใหญ่มาแล้ว 10 กว่าครั้งแต่
01:10:18 → 01:10:21ระยะหลังกับล้มเหลวแทบล้มละลายกำลังรวบ
01:10:21 → 01:10:24รวมกำลังลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้งครับขอ
01:10:24 → 01:10:26เป็นกำลังใจนะครับ
01:10:26 → 01:10:29อายุ 72 มีครบถ้วนยกเว้นความพอใจในชีวิต
01:10:29 → 01:10:33ทำไงดีคะคุณหมอ
01:10:33 → 01:10:36โดยหลักแล้วผมคิดว่าคุณอาจจะต้องตั้งคำ
01:10:36 → 01:10:39ถามก่อนครับว่าสิ่งที่คุณมีอยู่ที่ครบ
01:10:39 → 01:10:40นั้น
01:10:40 → 01:10:43คุณรับรู้ได้ไหมครับว่ามันยังขาดอะไรไปใน
01:10:43 → 01:10:44ชีวิต
01:10:44 → 01:10:47และในบางครั้ง
01:10:47 → 01:10:49สิ่งที่ขาด
01:10:49 → 01:10:51เราอาจจะต้อง
01:10:51 → 01:10:55หาวิธีในการสร้างมันขึ้นมานะครับเช่นสาย
01:10:55 → 01:10:56สัมพันธ์
01:10:56 → 01:11:00ภายใต้ข้อจำกัดนะครับอย่างไรก็ตามบางคน
01:11:00 → 01:11:03คิดว่าอายุ 72 เยอะแล้วอาจจะไม่มีเวลาแต่
01:11:03 → 01:11:06ผมอยากจะให้กำลังใจหรือว่าอายุ 72 ตอนนี้
01:11:06 → 01:11:10แข็งแรงผมเจอคนอายุ 78 ขับรถไปเมืองกาญ
01:11:10 → 01:11:13ทุกอาทิตย์ไปตีกอล์ฟนะครับ
01:11:13 → 01:11:16ถ้าคุณตระหนักว่าคุณยังขาดอะไรในความ
01:11:16 → 01:11:18ต้องการซึ่งผมเชื่อว่าจะไม่ใช่เรื่อง
01:11:18 → 01:11:22วัตถุเงินทองพวกคุณบอกว่าคุณมีครบนะครับ
01:11:22 → 01:11:27คุณลองดูว่าคุณจะตอบโจทย์ข้อนั้นได้ยังไง
01:11:27 → 01:11:29ถ้าหาเองไม่ได้
01:11:30 → 01:11:33คุณอาจจะต้องการคนพูดคุยเพื่อเรียบเรียง
01:11:33 → 01:11:36และทำความเข้าใจดูนะครับ
01:11:36 → 01:11:39ขอบคุณอาจารย์หมอที่มาพูดให้ความรู้พอมี
01:11:39 → 01:11:41อายุ 40 ชอบกินของหวานและเป็นคนค่อนข้าง
01:11:41 → 01:11:43อ้วนมากไม่รู้จะเริ่มลดอย่างไรคือรถได้
01:11:43 → 01:11:50แล้วสุดท้ายก็กลับมาอ้วนกว่าเดิม
01:11:50 → 01:11:53ผมเคยพูดเรื่องนี้ไว้นะครับ
01:11:53 → 01:11:56ตัวสำคัญคืออย่างนี้ครับ
01:11:56 → 01:11:59ของหวานเนี่ยมันสัมพันธ์กันกับการจัดการ
01:12:00 → 01:12:00อารมณ์
01:12:00 → 01:12:03แล้วเวลาเรายิ่งกิน
01:12:03 → 01:12:06มันจะยิ่งติด
01:12:06 → 01:12:10ดังนั้นเราจะต้องค่อยๆแก้ด้วยการเอา
01:12:10 → 01:12:13สิ่งที่เป็นโปรตีนและไฟเบอร์กับไขมันดี
01:12:13 → 01:12:15เข้ามาแทนที่
01:12:15 → 01:12:18ผมไม่รู้ว่าคุณมีความรู้เรื่องอาหารดีแค่
01:12:18 → 01:12:19ไหน
01:12:19 → 01:12:22ผมไม่รู้ว่าคุณมีความรู้เรื่อง is มากแค่
01:12:22 → 01:12:25ไหนไม่รู้ว่าคุณมีความเข้าใจเรื่อง
01:12:25 → 01:12:29อาหารโรคคาร์โบไฮเดรตแค่ไหนนะครับกับความ
01:12:29 → 01:12:31แย่ระหว่าง
01:12:31 → 01:12:34คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนกับคาร์โบไฮเดรตที่
01:12:34 → 01:12:37ผ่านการพวก
01:12:37 → 01:12:39เขาใช้คำว่า refine นะครับผ่านกระบวนการ
01:12:39 → 01:12:41นะครับ
01:12:41 → 01:12:45คือคุณต้องดูว่าคุณขาดความรู้หรือคุณขาด
01:12:45 → 01:12:50แนวปฏิบัติจัดระบบนะครับถ้าคุณสนใจที่
01:12:50 → 01:12:53เว็บไซต์หมอประเวศเนี่ยมีโครงของหลักสูตร
01:12:53 → 01:12:56ศิลปะการลดน้ำหนักยังมีความสุขคุณไปดูหัว
01:12:56 → 01:13:00ข้อดูถ้าสนใจก็ลองเข้าไปเรียนนะครับแต่
01:13:00 → 01:13:01ถ้ายังไม่อยาก
01:13:01 → 01:13:05ไปขั้นนั้นผมเคยพูดเรื่องนี้อยู่บ้างใน
01:13:05 → 01:13:08ไลน์รองหาฟังดูนะครับ
01:13:08 → 01:13:11จากที่น่านจากที่เนเธอร์แลนด์
01:13:11 → 01:13:14อยากเรียนกับคุณหมอต้องทำอย่างไรติดต่อ
01:13:14 → 01:13:17ที่ LINE หมอประเวศนี้นะครับมีคนถามว่า
01:13:17 → 01:13:19เปลี่ยนแปลงได้ไหมผมต้องบอกอย่างหนึ่งนะ
01:13:19 → 01:13:23ครับเอ่อผมเป็นครูครับการเรียนไม่ได้ขึ้น
01:13:23 → 01:13:26อยู่กับครูเป็นหลักการเปลี่ยนแปลงขึ้น
01:13:26 → 01:13:28อยู่กับนักเรียน
01:13:28 → 01:13:32ยกเว้นว่าคุณคิดว่ามีอะไรบางอย่างที่เป็น
01:13:32 → 01:13:34ของพิเศษที่เมื่อคุณได้รับมาแล้วคุณจะ
01:13:34 → 01:13:37เปลี่ยนเป็นคนละคนซึ่งถ้าคุณเชื่อเช่น
01:13:37 → 01:13:38นั้นเนี่ย
01:13:38 → 01:13:41แล้วคุณมองหาสิ่งนั้นนะครับ
01:13:41 → 01:13:44และมีคนบอกคุณว่าเขาจะให้สิ่งนั้นกับคุณ
01:13:44 → 01:13:50เนี่ยจะบอกว่าเขาโกหกนะครับเพราะว่าคนทุก
01:13:50 → 01:13:52คนต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง
01:13:52 → 01:13:57แต่ว่าสิ่งที่ผมบอกคุณได้ก็คือในเวลาที่
01:13:57 → 01:14:00มีด้วยความรู้ของผมที่มี
01:14:00 → 01:14:03ผมก็ให้ทุกอย่างที่ผมคิดว่าดีกับคุณนะ
01:14:03 → 01:14:03ครับ
01:14:03 → 01:14:07ส่วนคุณจะได้แค่ไหนผมบอกไม่ได้ผมรู้แต่
01:14:07 → 01:14:11ว่าทุกๆหลักสูตรจะมีคนขอบคุณผมเสมอนะครับ
01:14:11 → 01:14:14แต่ก็มีคนที่บอกว่าเรียนยากกว่าที่ฟัง
01:14:14 → 01:14:19เพราะเวลาเรียนเรามีการบ้านเราลงลึกกว่า
01:14:19 → 01:14:23รับฟังจากอยุธยาอายุ 60 ปฏิบัติภาวนาตั้ง
01:14:23 → 01:14:27เป้าจะบรรลุโสดาบันถือนับว่าเป็นความอยาก
01:14:27 → 01:14:30ความมีตัวตนไหมเป็นเป้าหมายที่เป็นกุศล
01:14:30 → 01:14:33มากครับผมเจอหลายคนตั้งเป้าแบบนี้เพราะ
01:14:33 → 01:14:36เรามีความเชื่อว่าชีวิตฆราวาสรักษาศีล 5
01:14:36 → 01:14:38ปฏิบัติธรรมให้ดี
01:14:38 → 01:14:42ภาวนาให้ดีมีโอกาสบรรลุโสดาบันได้แล้ว
01:14:42 → 01:14:45หลังจากนั้น 7 ชาติอย่างมากก็จะไม่ต้อง
01:14:45 → 01:14:48เวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
01:14:48 → 01:14:51ผมเคยมีอดีตผู้ใหญ่ที่นับถือกันก็บอกเขา
01:14:51 → 01:14:54ว่าหลังเกษียณเขาก็จะพยายามจะปฏิบัติธรรม
01:14:54 → 01:14:56เพื่อบรรลุธรรมระดับโสดาบันนะครับ
01:14:56 → 01:14:59แต่ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเขาจะไปถึงไหมนะ
01:14:59 → 01:14:59ครับ
01:14:59 → 01:15:02แต่สำหรับ
01:15:02 → 01:15:05คุณเพ็ญพี่มลนะครับ
01:15:05 → 01:15:08ผมก็เป็นกำลังใจนะครับเพราะผมคิดว่าเป็น
01:15:08 → 01:15:11เป้าหมายที่น่าให้กำลังใจกัน
01:15:11 → 01:15:13คิดถึงความสำเร็จและคิดถึงสิ่งที่ต้องการ
01:15:13 → 01:15:16สำเร็จแต่ต้องอาศัยปัจจัยที่อยู่นอกเหนือ
01:15:16 → 01:15:17การควบคุม
01:15:17 → 01:15:20จึงเป็นไปได้ที่จะสำเร็จอ่อถ้างั้นสมการ
01:15:20 → 01:15:23นี้มันหลุดส่วนผสมสำคัญตั้งแต่ต้นครับ
01:15:23 → 01:15:27ความสำเร็จจะต้องกำหนดโดยสิ่งที่เราควบ
01:15:27 → 01:15:30คุมได้ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้
01:15:30 → 01:15:33เราต้องรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่
01:15:33 → 01:15:36ได้บางอย่างก็จะกลายเป็นความเสี่ยงทุกๆ
01:15:36 → 01:15:39การพยายามจะมีปัจจัยเสี่ยงที่เราควบคุม
01:15:39 → 01:15:40ไม่ได้
01:15:40 → 01:15:44เราเรียนรู้ที่จะพยายามอย่างถูกต้องแต่ผล
01:15:44 → 01:15:46ลัพธ์สุดท้ายในบางกรณีอาจจะไม่ได้ขึ้น
01:15:46 → 01:15:50อยู่กับเรา
01:15:50 → 01:15:53เช่นถ้าคุณบอกว่าคุณอยากจะมีตำแหน่งก้าว
01:15:53 → 01:15:57หน้าในงานคุณพยายามทำงานให้เก่ง
01:15:57 → 01:16:00สร้างสมรรถภาพให้ดีเข้าใจความต้องการของ
01:16:00 → 01:16:01เจ้านาย
01:16:01 → 01:16:04แล้วคุณก็พัฒนาฝีมือและคุณก็ทำงานได้ผล
01:16:04 → 01:16:06ลัพธ์ที่ดี
01:16:06 → 01:16:08แต่เจ้านายอาจจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งของ
01:16:08 → 01:16:11คุณแต่เขาเลื่อนคนอื่นเพราะว่าหัวหน้า
01:16:11 → 01:16:14ใหญ่ที่สูงกว่านั้นได้รับเด็กฝากมาแล้ว
01:16:14 → 01:16:17ต้องขยับ
01:16:17 → 01:16:20คุณจึงมีความสำเร็จในสิ่งที่คุณควบคุมได้
01:16:20 → 01:16:23แต่ความสำเร็จที่คุณควบคุมไม่ได้มันขึ้น
01:16:23 → 01:16:25อยู่กับคนที่มีอำนาจควบคุมคนนั้น
01:16:25 → 01:16:29ซึ่งตรงนี้เป็นความเป็นจริงของชีวิตครับ
01:16:29 → 01:16:32แล้วถ้าคุณไม่ชอบระบบนี้นะครับคุณจะต้อง
01:16:32 → 01:16:34ไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับคน
01:16:34 → 01:16:35อื่น
01:16:35 → 01:16:38นั่นเป็นเหตุที่คนจำนวนหนึ่งไม่ทำงานใน
01:16:38 → 01:16:43ระบบใหญ่แต่เขาไปทำธุรกิจของตัวเอง
01:16:43 → 01:16:46ซึ่งเขาก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในแบบของ
01:16:46 → 01:16:48เขานะครับ
01:16:48 → 01:16:51คุณลองดูละกันว่าถ้าคุณมองเห็นทางเลือก
01:16:51 → 01:16:56แบบนี้คุณอยากจะทำแบบไหนนะครับ
01:16:56 → 01:16:58จากป่าดำ
01:16:58 → 01:17:00จังหวัดอะไรครับป่าดำ
01:17:00 → 01:17:02วันนี้มาทันไลฟ์ขอบคุณความรู้ที่แบ่งปัน
01:17:02 → 01:17:06ช่วงนี้อากาศไม่น่ารักมีฝนหิมะสลับแดดยัง
01:17:06 → 01:17:09หนาวอยู่ถ้าเช่นนั้นมันอยู่ในประเทศอะไร
01:17:09 → 01:17:13นะครับอ๋อนามสกุลคุณก็เป็นของต่างประเทศ
01:17:13 → 01:17:16อยู่นะครับถ้าเรียนแล้วเราชอบลืมหน้าลืม
01:17:16 → 01:17:19หลังจะดีขึ้นไหม
01:17:19 → 01:17:23ผมคิดว่าทุกๆเรื่องที่คุณเรียนนะครับ 1
01:17:23 → 01:17:27ก็คือถ้าคุณเรียนแล้วลืมเนี่ยแสดงว่ามัน
01:17:27 → 01:17:29ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตโดยตรงของคุณ
01:17:29 → 01:17:31หรือคุณไม่เห็นความเชื่อมโยงหรือคุณไม่
01:17:31 → 01:17:33ได้หยิบมาประยุกต์
01:17:33 → 01:17:36แต่การลืมเป็นเรื่องปกติถ้าเราไม่ได้ใช้
01:17:36 → 01:17:39มันนะครับอย่างที่ผมได้เล่าไปแล้วสิ่งที่
01:17:39 → 01:17:41ผมเรียนผมลืมไปมากกว่าครึ่งครับ
01:17:41 → 01:17:44ถ้ามันไม่ได้ใช้ผมลืมไปมากกว่านั้นอีกแต่
01:17:44 → 01:17:47สิ่งที่ผมได้ใช้เนี่ยผมรู้มากกว่าตอนที่
01:17:47 → 01:17:50ผมเรียนเพราะผมอ่านเพราะเพิ่มตลอดเวลาและ
01:17:50 → 01:17:53การเรียนจากประสบการณ์การเรียนจากของจริง
01:17:53 → 01:17:56มันจำแม่นมากนะ
01:17:56 → 01:18:00หนูชอบให้คุณหมอพูดโดยไม่ต้องมีคนถามที่
01:18:00 → 01:18:05ได้รับฟังความคิดคุณหมอหรือคำอธิบาย
01:18:05 → 01:18:09หนูชอบให้คุณหมอพูดโดยที่ไม่ต้องมีคนถาม
01:18:09 → 01:18:12ว่ามันเป็นคนละส่วนกันส่วนต้นกับส่วนกลาง
01:18:12 → 01:18:14นะครับ
01:18:14 → 01:18:18ฟังจากสเปนขอบพระคุณคุณหมอยินดีนะครับทุก
01:18:18 → 01:18:21วันต้องแบกภาระในองค์กรและในครอบครัวค่อน
01:18:21 → 01:18:25ข้างหนักมากต้องใช้ขันติและสติในการใช้
01:18:25 → 01:18:29ชีวิตไม่งั้นด้านมืดในใจจะพยายามครอบงำ
01:18:29 → 01:18:31คุณลอง
01:18:31 → 01:18:34เป็นเพื่อนกับด้านมืดนั้น
01:18:34 → 01:18:39มันเป็นพลังที่เหมือนกับเทพมารนะครับถ้า
01:18:39 → 01:18:41คุณคิดว่ามันเป็นด้านมืดเนี่ยแต่ถ้าคุณ
01:18:41 → 01:18:45เข้าใจมันคือพลังที่จะมาเติมให้คุณมีความ
01:18:45 → 01:18:48ยืดหยุ่นและหลากหลายในการจัดการตัวเองและ
01:18:48 → 01:18:50จัดการคนอื่นได้ด้วยนะครับ
01:18:50 → 01:18:52นี่พูดแบบไม่รู้โจทย์ของคุณในรายละเอียด
01:18:52 → 01:18:55นะครับแต่หลักมันเป็นอย่างนั้นจริงๆในทุก
01:18:55 → 01:18:58กรณี
01:18:58 → 01:19:01มีคนสนับสนุนว่าเลือกทานอาหารรักษาโรคได้
01:19:01 → 01:19:05ใครอ่านในเฟซเรื่องข้อค้างใจของคนใกล้ตาย
01:19:05 → 01:19:10เพิ่งรู้ว่าสำคัญกับ mindset สัมพันธ์
01:19:10 → 01:19:12บังคับสัมพันธ์กับ mindset การมีชีวิต
01:19:12 → 01:19:15จริงๆแต่เรามักเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม
01:19:15 → 01:19:18และคนข้างเคียงด้วยหรือเปล่า
01:19:18 → 01:19:22เราได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมและคนที่
01:19:22 → 01:19:25เราเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยครับ
01:19:25 → 01:19:27แล้วก็
01:19:27 → 01:19:31การที่เขาศึกษาคนใกล้ตาและเขามีความเสีย
01:19:31 → 01:19:34ใจเนี่ยผมคิดว่ามันเป็นคำถามที่ดีเหมือน
01:19:34 → 01:19:37เรารอดูคนที่เดินไปจนสุดทางแล้วก็ถามเขา
01:19:37 → 01:19:39ว่าตรงนั้นเป็นยังไงแล้วเขาบอกเรามาเราก็
01:19:39 → 01:19:41ได้ข้อคิด
01:19:41 → 01:19:44แล้วข้อคิดเหล่านี้มันก็เป็นส่วนหนึ่งของ
01:19:44 → 01:19:46ทัศนะหรือไม่ Set ที่เราใช้ในการดำเนิน
01:19:46 → 01:19:49ชีวิตอยู่นะครับ
01:19:49 → 01:19:52แล้วก็มีอันนึงที่สำคัญมากก็คือ
01:19:52 → 01:19:54การเดินทางของเราที่เราเติบโตไปเรื่อยๆ
01:19:54 → 01:19:58อายุที่มากขึ้นก็ทำให้เรามีทัศนะที่
01:19:58 → 01:20:01เปลี่ยนไปทำให้เราให้สิ่งให้น้ำหนักกับ
01:20:01 → 01:20:04สิ่งที่เราให้ความสำคัญเปลี่ยนไปนะครับ
01:20:04 → 01:20:07ตัวเราเปลี่ยนอยู่ทุกขณะอยู่แล้วครับ
01:20:07 → 01:20:10แต่จุดมุ่งหมายระยะยาว
01:20:10 → 01:20:13ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยนะครับมันอาจจะเปลี่ยน
01:20:13 → 01:20:17ในเวลาที่เราเติบโตแบบเช่นอายุมากขึ้น
01:20:17 → 01:20:18แล้วมีการเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ใช่เปลี่ยน
01:20:18 → 01:20:22ไลน์รายเดือนรายปีนะครับเป้าหมายระยะยาว
01:20:22 → 01:20:24ไม่เปลี่ยนไม่บ่อยแต่เป้าหมายระยะสั้น
01:20:24 → 01:20:27เปลี่ยนได้เพราะว่าคุณคุณเปลี่ยนไปมันก็
01:20:27 → 01:20:29ปรับเป้าหมายระยะสั้นได้
01:20:29 → 01:20:32เพิ่งมารับฟังถ้ามีเวลาว่างจะกลับไปย้อน
01:20:32 → 01:20:33ฟัง
01:20:33 → 01:20:38ชอบฟังอายุ 51 กำลังเข้าใจลูกชายหลาย
01:20:38 → 01:20:40เรื่องคุณหมอมีส่วนทำให้ดิฉันมองกว้าง
01:20:40 → 01:20:43ขึ้นชอบฟังตอนตอบคำถามเพราะหลายคนเอามา
01:20:43 → 01:20:46ปรับใช้กับตัวเองได้
01:20:46 → 01:20:49ด้านร้ายคืออะไรบ้าง
01:20:49 → 01:20:51[เพลง]
01:20:51 → 01:20:55กรณีของนักเรียนผู้นั้นที่พูดถึง
01:20:55 → 01:21:00ความร้ายของที่เธอบีบออกมาใช้ได้จะคล้ายๆ
01:21:00 → 01:21:03กับในหนังสือภาษาอังกฤษที่พูดถึง with นะ
01:21:03 → 01:21:06ครับนางแม่มดแต่ว่ามันไม่อยู่ในบริบทของ
01:21:06 → 01:21:10ภาษาไทยนะครับแต่ความร้ายในที่นี้ก็คือ
01:21:10 → 01:21:15ความสามารถที่จะใช้ความก้าวร้าวได้อย่าง
01:21:15 → 01:21:16เหมาะสม
01:21:16 → 01:21:19ผมคิดว่านั่นคือตัวที่ดีที่สุดก็คือความ
01:21:19 → 01:21:21สามารถในการเจรจาต่อรองครับ
01:21:21 → 01:21:25เพราะเธอคนนั้นคงไม่ร้ายแบบประเภทน่า
01:21:25 → 01:21:26เกลียดน่ากลัวนะครับ
01:21:26 → 01:21:28เพราะมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน
01:21:28 → 01:21:31ใกล้จะหมดเวลานะครับช่วยเตือนแล้วนะครับ
01:21:31 → 01:21:33ขอบคุณสาระดีๆ
01:21:33 → 01:21:37สว่างว้าวๆเลยวันแรกที่ได้ฟังขอบคุณคุณ
01:21:37 → 01:21:40หมอที่ตอบข้อความดิฉันอย่างจริงใจคำตอบใน
01:21:40 → 01:21:43วีดีโอของทุกคนเพราะปัญหาของเราก็มีซ้ำ
01:21:43 → 01:21:46กับมนุษย์ทั่วไปพยายามจะฟังตามหัวข้อที่
01:21:46 → 01:21:49สนใจให้ครบเพราะได้มุมมองดีๆแล้วรู้จัก
01:21:49 → 01:21:51ตัวเองเยอะขึ้นมาก
01:21:51 → 01:21:53เพื่อนบอกว่าตัวเองเป็นร่างทรงไม่ทำงานมี
01:21:53 → 01:21:56ความคิดแปลกๆชอบ Live สดทาง Facebook
01:21:56 → 01:21:58วิจารณ์เรื่องต่างๆที่เป็นข่าวในช่วงนั้น
01:21:58 → 01:22:02นิสัยเปลี่ยนไปจากสมัยเรียนมากเราจะมีทาง
01:22:02 → 01:22:05ช่วยเขาอย่างไร
01:22:05 → 01:22:08เพื่อนบอกว่าตัวเขาเองเป็นร่างทรงแล้วก็
01:22:08 → 01:22:12เริ่มมีความคิดแปลกๆและ
01:22:12 → 01:22:15ผมไม่รู้เลยครับเพราะว่าเขาอาจจะป่วยแล้ว
01:22:15 → 01:22:19แล้วคนที่ป่วยลักษณะนี้
01:22:19 → 01:22:21บางคนนะครับ
01:22:21 → 01:22:25อาจจะเป็นกลุ่มไบโพลาร์ที่เป็น mania
01:22:25 → 01:22:27หรือ hypermania ได้
01:22:27 → 01:22:30ผมคิดว่าต้องเป็นญาติเขาครับที่จะเป็นคน
01:22:30 → 01:22:34พาเข้าไปรักษา
01:22:34 → 01:22:37มีคำถามว่านมฟรีแลคโตสดีกว่านมวัวจืด
01:22:37 → 01:22:40ธรรมดาไหม
01:22:40 → 01:22:42คือเรื่องนมเนี่ยแต่ก่อนเราจะรู้ดีว่าเรา
01:22:42 → 01:22:44ได้รับการสอนให้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีกับ
01:22:44 → 01:22:46สุขภาพ
01:22:46 → 01:22:50เพราะมันมีไขมันมีโปรตีน
01:22:50 → 01:22:53วิตามินบางส่วนนะครับ
01:22:53 → 01:22:57คราวนี้ไอ้ฟรีแลคโตสก็เกิดจากการที่มีคน
01:22:57 → 01:23:01จำนวนหนึ่งไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยแลคโตสใน
01:23:01 → 01:23:06นมเขาก็ดึงเอาตัวแลคโตสไปนะครับ
01:23:06 → 01:23:10หลังจากที่ผมตามเรื่องคนที่จะกิน
01:23:10 → 01:23:14ฟรีแลคโตสคือคนที่กินแล้วมีท้องเสียกินนม
01:23:14 → 01:23:17แล้วท้องเสีย
01:23:17 → 01:23:19แต่หลังจากที่ผมตามด้วยอุตสาหกรรมอาหารผม
01:23:19 → 01:23:22ก็พบว่าอาหารอะไรก็ตามที่ผ่านกรรมวิธี
01:23:22 → 01:23:26ยิ่งมากผมจะไว้ใจน้อยลงนะครับถ้าจะตอบผม
01:23:26 → 01:23:30ก็จะตอบว่าถ้าคนไม่มีปัญหาในการแพ้นม
01:23:30 → 01:23:34คุณก็ไม่ต้องกินฟรีแลคโตสเพราะมันมีเพิ่ม
01:23:34 → 01:23:35ขั้นตอนการผลิตเข้าไป
01:23:35 → 01:23:38ซึ่งพวกนี้มักจะมีกระบวนการทางเคมีเข้าไป
01:23:38 → 01:23:41ซึ่งผมไม่รู้รายละเอียดนะครับ
01:23:41 → 01:23:45ทีนี้กลับมาเรื่องว่านมวัวจืดย่อมดีกว่า
01:23:45 → 01:23:48นมฟรีแลคโตสเพราะกระบวนการผลิตในความเข้า
01:23:48 → 01:23:52ใจของผมน้อยกว่าในเรื่องนี้แต่ถามว่าการ
01:23:52 → 01:23:57กินนมดีไหมก็มีข้อเสียของนมนะครับเช่นมี
01:23:57 → 01:23:59งานศึกษาพบว่าคือมันไม่ใช่แค่นมมันมีไข
01:23:59 → 01:24:02มันสูงอย่างเดียว
01:24:02 → 01:24:04แต่นมมันทำให้อาการภูมิแพ้เป็นได้มากขึ้น
01:24:04 → 01:24:07ดังนั้นหมอภูมิแพ้ก็จะแนะนำเรื่องของการ
01:24:07 → 01:24:11งดสารอาหารที่เกิดจากผลิตภัณฑ์นมนะครับ
01:24:12 → 01:24:14หรือมีงานวิจัยที่พบว่านม
01:24:14 → 01:24:17สัมพันธ์กับเรื่องสมองเสื่อมได้ด้วยซึ่ง
01:24:17 → 01:24:19อันนี้ผมไม่ได้มั่นใจ 100% แต่เขาเชื่อ
01:24:19 → 01:24:22ว่ามันน่าจะเกิดจากหญ้าที่วัวกินซึ่งตัว
01:24:22 → 01:24:25นี้มันยิ่งซับซ้อน
01:24:25 → 01:24:27ถามว่าจุดยืนผมตอนนี้เป็นยังไง
01:24:27 → 01:24:32ผมกินนมบ้างแต่ว่าไม่เยอะนะครับ
01:24:32 → 01:24:35แต่นมที่ผมกินบ่อยกว่าคือนมถั่วเหลือง
01:24:35 → 01:24:37คราวนี้พอกินนมถั่วเหลืองมันก็จะมี
01:24:37 → 01:24:42ประเด็นใหม่ว่าอ้อมันเป็น gmo หรือเปล่า
01:24:42 → 01:24:44ถ้าเราคิดอย่างนี้หมดนะครับเราจะไม่รู้จะ
01:24:45 → 01:24:47ทำยังไงเหมือนกันแต่ผมก็จะมาสุดตรงที่ว่า
01:24:47 → 01:24:49อย่างนี้ครับผมจะมาสุดตรงที่ว่าผมเอาความ
01:24:49 → 01:24:53รู้เท่าที่มีว่าโอเคเลยผมกินนมแต่ไม่เยอะ
01:24:53 → 01:24:57นะครับไม่ถือมันเป็นอาหารหลัก
01:24:57 → 01:25:00แล้วผมไม่มีอาการภูมิแพ้ผมไม่ได้มีอาการ
01:25:00 → 01:25:01แพ้นม
01:25:01 → 01:25:06ผมกินผลิตภัณฑ์นมเช่นชีสนะครับด้วย
01:25:06 → 01:25:08ผมไม่กลัวไขมันและโปรตีนนะครับ
01:25:08 → 01:25:13ที่มีในนมนั้น
01:25:13 → 01:25:17แต่นมประจำที่ผมกินคือนมถั่วเหลืองนะครับ
01:25:17 → 01:25:19ซึ่งตอนนี้ยังซื้ออยู่
01:25:19 → 01:25:22แล้วก็เคยทำกินด้วยเพราะมีเครื่องทำนะ
01:25:22 → 01:25:27ครับแต่กินเวลาผมตอบเกินไปเยอะล่ะ
01:25:27 → 01:25:29ขอบคุณอาจารย์หมอฟังหลายครั้งได้รับแนว
01:25:29 → 01:25:34คิดรู้วิธีเยียวยาตัวเองในวันที่ดี
01:25:34 → 01:25:35เริ่มติดตาม
01:25:35 → 01:25:39คุณหมอแล้วค่ะคิดว่าน่าจะครบทางออกให้คำ
01:25:39 → 01:25:42ถามหลายคำถาม
01:25:42 → 01:25:44ให้คำถามหลายคำถามในชีวิตของตัวเองได้
01:25:44 → 01:25:47ขอบคุณจากฝรั่งเศสอาจารย์หมอปีเวลาที่มี
01:25:47 → 01:25:49ค่าเพื่อให้ความรู้และข้อคิดที่ดีกับผู้
01:25:49 → 01:25:52ฟังซาบซึ้งและชื่นชมยินดีครับมันเป็น
01:25:52 → 01:25:55กิจกรรมสำคัญของชีวิตผมในแต่ละสัปดาห์นะ
01:25:55 → 01:25:58ครับทุกๆสัปดาห์ผมจะนั่งคิดว่าสัปดาห์นี้
01:25:58 → 01:26:00จะพูดเรื่องอะไรดี
01:26:00 → 01:26:02พอเลือกเล่นได้เสร็จเอ๊ะเราจะพูดเนื้อยัง
01:26:02 → 01:26:05ไงดี
01:26:05 → 01:26:07ต้องเรียงครับ
01:26:07 → 01:26:09ขอบพระคุณคุณหมอ
01:26:09 → 01:26:11ขอบคุณคุณหมอมาก
01:26:11 → 01:26:15ลงคอร์สจัดการความกังวลและการเป็นอีกเอา
01:26:15 → 01:26:17มาลงมือทำพอพบจิตแพทย์หมอบอกว่าคุณไม่ได้
01:26:17 → 01:26:21เป็น Panic แล้วหมอให้ถอยยาและหยุดยามา 2
01:26:21 → 01:26:23ปีแล้วค่ะ
01:26:23 → 01:26:27ขอบคุณที่มาแบ่งปันนะครับเพราะว่าผมเรียน
01:26:27 → 01:26:30ตามตรงนะครับว่าถ้าไม่มีคนมาช่วย feedback
01:26:30 → 01:26:33เนี่ยเวลาคนถามผมผมจะไม่กล้าแนะนำเขา
01:26:33 → 01:26:37แต่พอมีสมาชิกอย่างคุณมาบอกว่าคุณดู
01:26:37 → 01:26:40วีดีโอแล้วคุณฝึกปฏิบัติแล้วคุณหายจนหมอ
01:26:40 → 01:26:41หยุดยาให้คุณได้
01:26:41 → 01:26:44แล้วคุณมาบอกนะครับผมกล้าแนะนำว่ามีคนบอก
01:26:44 → 01:26:47ว่าเขาเรียนและได้ผลนะครับเพราะผมไม่ได้
01:26:47 → 01:26:51ตามไปดูว่าคนเขาได้ผลไหมนะครับขอบคุณมาก
01:26:51 → 01:26:53ครับ
01:26:53 → 01:26:59ฟังจากอเมริกาอายุ 55 เพิ่งเกษียณเพราะ
01:26:59 → 01:27:01ต้องออกผู้ดูแลตัวเองมีโรคประจำตัวฟังการ
01:27:01 → 01:27:04ทำงานพังจากการทำงานมากฟังคุณหมอมาหลาย
01:27:04 → 01:27:08คลิปสบายใจขึ้นผมเดาว่าคุณต้องฟังคลิป
01:27:08 → 01:27:09เรื่องโลกหรือหลังด้วยนะครับเพราะว่ามัน
01:27:09 → 01:27:13จะช่วยได้วันนี้ได้เขาคิดหลายเรื่องเป้า
01:27:13 → 01:27:15หมายหนึ่งในชีวิตคือการเขียนเรื่องของตัว
01:27:15 → 01:27:17เองป่วยจิตเภท
01:27:17 → 01:27:21แรกก็สุขหลังๆกลายเป็นทุกข์เพราะต้องใช้
01:27:21 → 01:27:24พลังงานความจำอย่างมาก
01:27:24 → 01:27:27เป็นโรคเรื้อรังอันหนึ่งที่ต้องดูแลตัว
01:27:27 → 01:27:29เองเช่นกันนะครับ
01:27:29 → 01:27:32ผลนอนหลับยากมา 2 ปีใช้เวลานอนกว่า 1
01:27:32 → 01:27:34ชั่วโมงกว่าจะหลับสัปดาห์ที่แล้วสอบเข้า
01:27:34 → 01:27:37มหาวิทยาลัยเสร็จกลับนอนหลับง่ายแค่ 5
01:27:37 → 01:27:40นาทีหลับแบบนี้คิดว่าเกี่ยวข้องไหมต้องไป
01:27:40 → 01:27:42พบหมอไหม
01:27:42 → 01:27:45การนอนเป็นผลปลายทางของหลายเรื่องมากนะ
01:27:45 → 01:27:49ครับกิจวัตรทุกอย่างซึ่งอธิบายได้ในภาย
01:27:49 → 01:27:52ใต้หัวข้อสุขเข้าไปสุขาอนามัยในการนอน
01:27:52 → 01:27:55หรือเสรีไทยจีนคุณไปค้นดูนะครับคุณอาจจะ
01:27:55 → 01:27:57รู้ว่ามีวิธีปฏิบัติอะไรบ้าง
01:27:57 → 01:28:00เพราะว่าถ้าคุณพึ่งอายุประมาณ 18 เนี่ย
01:28:00 → 01:28:04แล้วการนอนหลับของคุณดีขึ้นจากการสอบ
01:28:04 → 01:28:08เสร็จผมคิดว่าคุณคือคนปกตินะครับแต่คุณ
01:28:08 → 01:28:10ต้องตระหนักแล้วผมเคยพูดด้วยนะครับว่าการ
01:28:10 → 01:28:14เจอแสงเช่นเล่นเกมตอนหัวค่ำถึงดึกจะทำให้
01:28:14 → 01:28:16การนอนคุณแย่ลงการไม่ออกกำลังกายการไม่
01:28:16 → 01:28:19เจอแดดทำให้การนอนคุณแย่ลงลองไปฟังตอนที่
01:28:19 → 01:28:22ว่าด้วยเรื่องหลับยังมีคุณภาพดูนะครับ
01:28:22 → 01:28:26กำลังจะลงเรียนเพิ่มกลับมาถึงบ้านจะย้อน
01:28:26 → 01:28:31ฟังขออนุโมทนา
01:28:31 → 01:28:34ขอบคุณคุณหมอมากเข้ามาครั้งแรกเรียนรู้
01:28:34 → 01:28:37มากเดี๋ยวจะติดต่อเรียนความหมายคุณหมอจะ
01:28:37 → 01:28:40บอกว่าบางทีต้องมีส่วนมืดมาใช้บ้างดีเกิน
01:28:40 → 01:28:41ก็ไม่ดี
01:28:41 → 01:28:47โอเคครับคือมันอยู่ที่การผสมผสานเทคนิค
01:28:47 → 01:28:52และเทคนิคในการจัดการสถานการณ์ต่างๆครับ
01:28:52 → 01:28:55นมถั่วเหลืองดื่มก่อนนอนทำให้หลับสบาย
01:28:55 → 01:28:57ขึ้นใช่ไหม
01:28:57 → 01:29:02ข้อนี้ผมไม่เคยรู้นะครับ
01:29:02 → 01:29:06แต่ตอนสมัยก่อนที่เขาพูดถึงนมวัวเพราะว่า
01:29:06 → 01:29:10มันมีสารที่ช่วยให้หลับได้จริงแต่นมถั่ว
01:29:10 → 01:29:12เหลืองผมไม่ได้กินเพื่อช่วยให้หลับนะครับ
01:29:12 → 01:29:19ไม่มีความรู้ตรงนี้นะครับ
01:29:19 → 01:29:22เอาล่ะครับวันนี้ผมได้จบตามเวลาท่านสุด
01:29:22 → 01:29:25ท้ายบอกว่าอยากให้พูดเรื่องคนเป็นจิตเวช
01:29:25 → 01:29:28พญาสิบติดผมจะอยู่จำนวนหนึ่งเดี๋ยวขอ
01:29:28 → 01:29:31เรียนรู้ว่าจะพูดยังไงนะครับขอบคุณทุก
01:29:31 → 01:29:34ท่านที่ส่งข้อมูลเข้ามาครบเวลา 2-3 ทุ่ม
01:29:34 → 01:29:37ครึ่งพอดีนะครับวันนี้เราคุยกันเรื่องผม
01:29:37 → 01:29:40สอนอะไรในจิตวิทยาความสำเร็จคุยกันหลาย
01:29:40 → 01:29:42เรื่องในช่วงตอบคำถามนะครับสัปดาห์หน้าพบ
01:29:42 → 01:29:45กันใหม่เวลา 2 ทุ่มวันนี้สวัสดีทุกท่าน
01:29:45 → 01:29:47ครับ