00:00:00 → 00:00:04วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยอดฮิต คอลลาเจน
00:00:12 → 00:00:15สวัสดีครับ ผมหมอท๊อป และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:15 → 00:00:17รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระนะ
00:00:19 → 00:00:23วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยอดฮิต คอลลาเจน
00:00:24 → 00:00:25อย่าเพิ่งใช้คอลลาเจนเลย
00:00:25 → 00:00:28ถ้าท่านยังไม่รู้ 5 ข้อที่ผมจะบอกต่อไปนี้
00:00:28 → 00:00:29ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:29 → 00:00:31กด Subscribe และกดกระดิ่ง
00:00:32 → 00:00:34สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:34 → 00:00:36ผมขออนุญาตให้กระโดดไปที่ 3 นาทีหลังเลย
00:00:36 → 00:00:37ผมสรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
00:00:37 → 00:00:39ส่วนท่านที่เวลา เราไปพร้อมๆ กันเลย
00:00:40 → 00:00:44สำหรับเรื่องของคอลลาเจน มันก็เป็นเรื่องที่แบบยอดฮิตจริงๆ
00:00:44 → 00:00:48ไม่ใช่แค่สาวๆ อย่างเดียวนะ เดี๋ยวนี้หนุ่มๆ
00:00:48 → 00:00:51หรือว่าวัยกลางคน หรือคนสูงอายุ
00:00:51 → 00:00:54เรื่องความสวยงามมายืนอย่างนี้จริงๆ นะ
00:00:54 → 00:00:58เพราะฉะนั้นคอลลาเจนสำหรับในยุคปัจจุบันก็ถือเป็นอะไรที่
00:00:58 → 00:01:01เขาเรียกว่าเราต้องรู้ก่อนที่เราจะใช้นั่นเอง
00:01:01 → 00:01:05ถ้ายังไม่ดู 5 ข้อนี้ ผมว่าอย่าเพิ่งซื้อคอลลาเจนมาทาน มาทา
00:01:05 → 00:01:09มาฉีดหรืออะไรก็ตาม ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง
00:01:09 → 00:01:13สำหรับข้อแรก นั่นคือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอลลาเจนนั่นเอง
00:01:13 → 00:01:19ก็คือว่าผิวหนังของคนเรา ในเวลาที่เราอายุประมาณสักช่วง 20 ต้นๆ
00:01:19 → 00:01:23จะมีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบถึง 75% ซึ่งมันเยอะมาก
00:01:23 → 00:01:27แต่สิ่งที่น่ากลัวคืออะไร คือทุกๆ ปีที่ผ่านไป
00:01:27 → 00:01:29คอลลาเจนจะลดลงปีละ
00:01:30 → 00:01:321.5%
00:01:32 → 00:01:35เพราะฉะนั้นยังไงก็ตามท่านจะต้องหน้าเหี่ยว
00:01:35 → 00:01:37เพราะว่าคอลลาเจนทำให้หน้าตึง
00:01:37 → 00:01:39มันอยู่ใต้ผิวหนัง ส่วนลึกขึ้นมาหน่อยมันทำให้หน้าตึง
00:01:39 → 00:01:41พอคอลลาเจนลดลงเป็นไง
00:01:41 → 00:01:45หน้าเราก็เหี่ยวลงๆ ตีนกาเยอะ เป็นริ้วรอยเยอะแยะ
00:01:46 → 00:01:48เราก็ไม่อยากใช่ไหม ยังอยากจะหนุ่มอยากจะสาว
00:01:48 → 00:01:54เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไงเพื่อให้ 1.5% นี้ อาจจะลดลงเหลือ 0.5%
00:01:54 → 00:01:57มันจะลดลงช้าๆ เวลาเราอายุ 50 ก็ดูเหมือน 30
00:01:57 → 00:02:01เราอายุ 70 ก็ดูเหมือน 40 อะไรประมาณนั้น
00:02:01 → 00:02:06ซึ่งพวกนี้ง่ายมาก การที่คอลลาเจนลดลงเกิดจากหลายสาเหตุ
00:02:06 → 00:02:10เราก็แก้ไปทีละสาเหตุ สาเหตุหลักแรกๆ คือแสงแดด
00:02:10 → 00:02:13อันนี้อันตรายสุดๆ หน้าโดนแสง
00:02:13 → 00:02:15ทั้งฝ้า ทั้งกระ ทั้งคอลลาเจนลดหมด
00:02:15 → 00:02:19เพราะฉะนั้นการทาครีมกันแดดสำคัญมากๆ ในการออกแดด
00:02:19 → 00:02:23ถ้าให้ผมเลือกครีมชนิดหนึ่งให้ทาอย่างเดียวให้เลือกอะไร
00:02:23 → 00:02:25เลือกครีมกันแดดกัน
00:02:25 → 00:02:28มาต่ออันที่ 2 เรื่องของอาหารการกิน
00:02:28 → 00:02:31ถ้าท่านทานอาหารได้ดี ถูกสุขลักษณะ โปรตีนชั้นดี
00:02:31 → 00:02:37คาร์โบไฮเดรตชั้นดี ไขมันชั้นดี ไม่กินหวานมากไป คอลลาเจนอยู่นาน
00:02:37 → 00:02:39ข้อที่ 3 การนอน
00:02:39 → 00:02:43ถ้าท่านนอนได้ดีนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง นอน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า
00:02:43 → 00:02:46ได้โกรทฮอร์โมนเพียงพอ คอลลาเจนอยู่นาน
00:02:46 → 00:02:51สุขภาพจิตท่านดี มีนั่งสมาธิ 5 นาที 10 นาทีต่อวัน คอลลาเจนอยู่นาน
00:02:51 → 00:02:54ข้อต่อไปไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ คอลลาเจนอยู่นาน
00:02:54 → 00:02:56ฟังดูแล้วแบบเหมือนเป็นคนดีมากๆ
00:02:56 → 00:03:01แต่จริงๆ การเป็นคนดีมากๆ แบบนั้นทำให้คอลลาเจนอยู่นาน
00:03:01 → 00:03:05มาต่อกันที่ข้อที่ 2 บ้างที่ฉันต้องรู้ก่อนที่ท่านจะไปใช้คอลลาเจน
00:03:05 → 00:03:12นั่นคือคอลลาเจนช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ได้จริงเหรอ
00:03:13 → 00:03:16คือเราก็ยินโฆษณาว่าใช้คอลลาเจน กินคอลลาเจน
00:03:16 → 00:03:18ดื่มคอลลาเจน ฉีดคอลลาเจนแล้วผิวจะอ่อนเยาว์
00:03:18 → 00:03:22ก็ต้องบอกว่าโดยตามทฤษฎีแล้วมันควรจะเป็นเช่นนั้นแหละนะ
00:03:22 → 00:03:26ก็คือตามทฤษฎี ถ้าเราขายคอลลาเจนเราเติมคอลลาเจนเข้าไป
00:03:26 → 00:03:29ก็ควรจะเป็นยังไง หน้าเราควรจะตึง
00:03:29 → 00:03:32แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่เรากินคอลลาเจนเข้าไป
00:03:32 → 00:03:34มันดูดซึมประมาณสัก 5-10% เท่านั้นเอง
00:03:34 → 00:03:37ถึงจะเป็นคอลลาเจนที่แบบทำมาอย่างดี
00:03:37 → 00:03:42หรือว่าปรุงมาอย่างดีเพื่อให้ดูดซึมง่าย มันก็ดูดซึมได้ประมาณนั้นแหละ
00:03:42 → 00:03:44ก็ถามบอกว่ามันก็มีวิจัยว่า
00:03:45 → 00:03:46เขาเอาคนมาวิจัยหลายคนเลยนะ
00:03:47 → 00:03:50แล้วก็วิจัยดูระยะเวลาประมาณ 60 วัน เท่าที่ผมจำไม่ผิด
00:03:51 → 00:03:57เขาก็จะกินคอลลาเจน กินๆ นะ กินเยอะเลย ก็พบว่ามี 15% ได้ผลดีเลย
00:03:57 → 00:04:01ก็แปลว่ามันก็มีคนได้ผลดีนะ ตั้ง 15% 100 คนได้ผล 15 คน
00:04:01 → 00:04:04แต่อีก 85 คน บางคนก็บอกผลดีนิดหน่อย
00:04:04 → 00:04:06หรือว่าเดิมๆ ก็คืออาจจะไม่แตกต่าง
00:04:06 → 00:04:08เพราะฉะนั้นถ้าท่านทานคอลลาเจนแล้วได้ผลดี
00:04:08 → 00:04:12ท่านอาจจะเป็น 15% นั้น ก็ทานไปไม่ได้ว่าอะไร
00:04:12 → 00:04:14แต่ถ้าเกิดท่านทานแล้วมันไม่ใช่
00:04:14 → 00:04:19ท่านอาจจะเป็นกลุ่ม 85% ที่ไม่ค่อยได้ผล ก็อาจจะไปหาทางอื่นดีกว่า
00:04:19 → 00:04:23เพราะว่าคอลลาเจนมันก็มีค่าใช้จ่าย มูลค่าก็คงแล้วแต่
00:04:23 → 00:04:26ไม่ห้ามทานนะ เพียงแต่ว่าถ้าท่านต้องไปทุบกระปุก
00:04:26 → 00:04:29หรือว่าไปเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อมาทานเลย
00:04:29 → 00:04:30หรือว่าไปกู้หนี้ยืมสินไปซื้อมาทาน
00:04:30 → 00:04:33ก็คงไม่แนะนำเท่าไหร่สำหรับเรื่องของคอลลาเจน
00:04:33 → 00:04:37แต่ถ้าท่านมีตังค์เหลือเฟือ อันนี้ไม่ห้ามตามสะดวก
00:04:37 → 00:04:39แต่ก็ต้องระวังเรื่องของการแพ้ต่างๆ
00:04:39 → 00:04:42เรื่องของผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ได้มาตรฐานต่างๆ
00:04:42 → 00:04:46ก็ลองปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญดูแล้วกัน
00:04:46 → 00:04:53มาต่อกันที่ข้อที่ 3 บ้าง ครีมบำรุงผิวที่ผสมคอลลาเจนได้ผลจริงเหรอ
00:04:53 → 00:04:57ได้ผลแค่ไหน ต้องบอกว่าคอลลาเจนของเรานะ
00:04:57 → 00:05:01มันไม่ได้มาอยู่บนผิวหน้าอย่างนี้นะ บนผิวหนังมันไม่ได้มีคอลลาเจน
00:05:01 → 00:05:03คอลลาเจนมันอยู่ลึกเข้าไปอีกนิดนึง
00:05:03 → 00:05:07เพราะฉะนั้นเวลาเราขาดคอลลาเจน มันก็จะส่งผลให้หน้าของเราเหี่ยว
00:05:07 → 00:05:09เราจึงต้องการเติมคอลลาเจนเข้าไปใช่ไหม
00:05:09 → 00:05:12แต่ครวามนี้เวลาเราครีมทาผิวทาหน้า
00:05:12 → 00:05:17มันก็จะอยู่แค่ชั้นผิวภายนอก เพราะฉะนั้นครีมทาผิว
00:05:17 → 00:05:21ไม่ว่าจะเป็นครีมทาผิวที่แบบผสมส่วนจากทะเลลึก
00:05:21 → 00:05:24พันเมตร ล้านเมตร แสนเมตรอะไรก็ตาม
00:05:24 → 00:05:28มันก็จะได้การดูดซึมประมาณ 5-10% บนผิวหน้า
00:05:28 → 00:05:33ถามว่าดีขึ้นไหม ก็ต้องบอกว่ามันก็โอเคนะ ผมก็ใช้ครีมทาผิวอยู่
00:05:33 → 00:05:37มันก็ชะลอริ้วรอยได้ในระดับนึง ทำให้หน้าชุ่มชื้นได้ในระดับหนึ่ง
00:05:37 → 00:05:43แต่การที่ครีมทาผิวจะเพิ่มคอลลาเจนชั้นใต้ผิวหนังได้เยอะๆ
00:05:43 → 00:05:48โดยส่วนตัว ไม่ใช่โดยส่วนตัวแล้วกัน โดยเขาเรียกว่าโดยวิจัยต่างๆ
00:05:48 → 00:05:49แล้วก็โดยหลักฐานทางการแพทย์
00:05:49 → 00:05:52มันก็ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่ามันจะเพิ่มคอลลาเจนใต้ผิวหนังนะ
00:05:52 → 00:05:54เพราะว่ามันดูดซึมได้ไม่มากนัก
00:05:54 → 00:05:55เพียงแต่ว่ามันก็ให้ความชุ่มชื้น
00:05:55 → 00:05:59ซึ่งความชุ่มชื้นบนผิวหน้านี่แหละคือสิ่งสำคัญ
00:05:59 → 00:06:01ที่จะทำให้ท่านหน้าอ่อนเยาว์
00:06:01 → 00:06:04เพราะฉะนั้นครีมทาหน้าโดยหลักการ จะผสมอะไรก็ตาม
00:06:04 → 00:06:09แต่ขอให้ทำให้หน้าท่านชุ่มชื้น หน้าท่านนุ่มนิ่ม
00:06:09 → 00:06:13หน้าท่านไม่เป็นขุยลอก หน้าท่านไม่แพ้ ซึ่งก็แล้วแต่
00:06:13 → 00:06:18ถูกแพงก็เอาที่สะดวก ก็ระมัดระวังเรื่องของการแพ้แล้วกัน
00:06:18 → 00:06:22อันนี้ก็ก็เป็นสิ่งที่แนะนำ ก็ถามว่ามีประโยชน์แค่ไหน
00:06:22 → 00:06:27ก็ทางการแพทย์ ก็ไม่ได้บอกว่ามีประโยชน์แบบชัดเจนแล้วกัน
00:06:27 → 00:06:32คีย์ก็คือความชุ่มชื้น แล้วก็ไปโดนแดด ไปโดนรังสีอัลตราไวโอเลตให้น้อย
00:06:32 → 00:06:35ทาครีมกันแดดเป็นหลักนั่นเอง
00:06:35 → 00:06:38มาต่อกันที่ข้อที่ 4 ที่ท่านควรจะรู้
00:06:38 → 00:06:42ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ที่ผสมคอลลาเจน
00:06:43 → 00:06:45ก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันเท่าที่ผมรับทราบมา
00:06:45 → 00:06:48ก็คือว่าฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน
00:06:48 → 00:06:52ทาง อย. ไทย เขาอาจจะยังไม่ได้แบบให้ผ่านเกณฑ์
00:06:52 → 00:06:57แต่มันก็อาจจะมีนำเข้า ซึ่งผมก็ไม่ทราบเพราะว่าไม่ได้ฉีดเอง
00:06:57 → 00:07:05คราวนี้โดยมาตรฐานแล้วอะไรที่ฉีดเข้าไปมันฉีดง่าย
00:07:05 → 00:07:07แต่มันเอาออกยาก
00:07:07 → 00:07:11ก็คือว่าท่านอยากจะทำอะไรก็ได้ ฉีดนู่นคิดนี่เข้าไปในร่างกาย
00:07:11 → 00:07:14มันฉีดง่าย เอาเข็มจิ้มแล้วฉีดเข้าไป
00:07:14 → 00:07:17แต่ถ้าท่านจะเอาออก บอกฉีดไปแล้วฉันไม่เอา
00:07:17 → 00:07:20ฉันเอาออก ฉันจ่ายเงินให้ 2 เท่าเลย มันเอาออกไม่ได้
00:07:20 → 00:07:22เพราะฉะนั้นท่านจะฉีดฟิลเลอร์อะไรก็ตาม
00:07:22 → 00:07:24จะเป็นฟิลเลอร์ประเภทไหนก็ตาม
00:07:24 → 00:07:27ก็ควรจะฉีดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
00:07:27 → 00:07:30และต้องเป็นแพทย์ที่สามารถที่จะแก้ไขได้ ถ้าเกิดมันเกิดความผิดพลาดอะไร
00:07:30 → 00:07:33เพราะไม่มีอะไร 100% ในโลกใบนี้
00:07:33 → 00:07:37ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา ถ้าเกิดฉีดแล้วแบบสองข้างไม่เท่ากันจะแก้ยังไง
00:07:37 → 00:07:42ถ้าท่านฉีดแล้วหนังตาตก ถ้าท่านฉีดแล้วมันดูแย่กว่าเดิมจะแก้ยังไง
00:07:42 → 00:07:47เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวัง ไม่ได้ห้ามฉีด ไม่ได้แอนตี้อะไรทั้งสิ้น
00:07:47 → 00:07:53เพียงแต่ว่าถ้าจะฉีดให้เลือกผู้ฉีดที่มีเขาเรียกว่าเซอร์ติฟายด์
00:07:53 → 00:07:58เดี๋ยวนี้มันมีแบตเซอร์ติฟายด์เต็มไปหมด เชื่อถือได้
00:07:58 → 00:08:01แก้ไขได้ มีความเชี่ยวชาญก็ต้องเสาะหา
00:08:01 → 00:08:04อย่าไปมองที่เรื่องของราคาอย่างเดียว บางคนบอกโหเอาถูกเป็นหลัก
00:08:04 → 00:08:08เหมือนซื้อของใน shopee ซื้อของใน Lazada มันไม่ใช่นะ
00:08:08 → 00:08:12หน้าตา เรื่องของผิวหน้า อันตรายก็ต้องระมัดระวัง
00:08:12 → 00:08:15เรื่องของผลิตภัณฑ์ก็ต้องระมัดระวัง
00:08:15 → 00:08:19มาต่อกันที่ข้อที่ 5 อันนี้สำคัญมากๆ
00:08:19 → 00:08:23คอลลาเจนแก้ข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม
00:08:23 → 00:08:26ต้องบอกว่าคอลลาเจนมันมีหลายประเภท
00:08:26 → 00:08:31ซึ่งคอลลาเจนที่เราใช้แก้ข้อเข่าเสื่อมหรือว่าช่วยรักษาอาการ
00:08:31 → 00:08:33ใช้คำว่าช่วยรักษาอาการดีกว่า
00:08:33 → 00:08:37ใช้แก้ข้อเข่าเสื่อมมันดูจะเว่อร์ไปนิดนึง มันเป็นตัวช่วยเฉยๆ
00:08:37 → 00:08:41ต้องเป็นคอลลาเจนไทพ์ทู หมายถึงว่าไม่ใช่คอลลาเจนที่เกี่ยวกับผิวหน้า
00:08:41 → 00:08:43มันเป็นคอลลาเจนคนละตัวกันนะ
00:08:43 → 00:08:46ไม่ใช่กินคอลลาเจนผิวหน้าแก้เข่าเสื่อมด้วย
00:08:46 → 00:08:48คนละเรื่องกัน มันคนละตัวกัน
00:08:48 → 00:08:53คราวนี้ถามบอกว่าตัวคอลลาเจนที่เราทานเข้าไป มันแก้เข่าเสื่อมได้ไหม
00:08:53 → 00:08:57ต้องบอกว่ามีการวิจัยพบว่าผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
00:08:57 → 00:08:59ผู้ป่วยปวดเข่า ผู้ป่วยเข่าอักเสบ
00:08:59 → 00:09:03เมื่อทานคอลลาเจนไทพ์ทูเข้าไปในระดับหนึ่ง
00:09:03 → 00:09:08แบบที่ปลอดภัย ไม่น้อยไปมากไป ซึ่งมีตัวเลขกำกับให้ท่าน
00:09:08 → 00:09:15คราวนี้ปริมาณที่เหมาะสมพบว่ามีผลทำให้อาการปวดเข่าลดลง
00:09:15 → 00:09:19และผู้ป่วยต่างๆ นี้อาการดีขึ้น แต่ต้องเป็นการรักษาร่วม
00:09:19 → 00:09:22การรักษาหลักก็คือการรักษาตามปกติทางแพทย์
00:09:22 → 00:09:26ไม่ใช่ไม่ใช่กินคอลลาเจนเพื่อรักษาโรคอย่างเดียว อันนี้ก็คือประเด็น
00:09:26 → 00:09:28แล้วก็พบว่าผู้ที่ออกกำลังกายหนักๆ
00:09:28 → 00:09:31การกินคอลลาเจนก็ทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อลดลงนะ
00:09:31 → 00:09:35ถามว่ามีผลดีไหมทางการแพทย์ ก็ถือว่าได้ผลในระดับหนึ่ง
00:09:35 → 00:09:40แต่ใช้เป็นการรักษาร่วม ช่วยกันไม่ใช่การรักษาหลักนั่นเอง
00:09:41 → 00:09:44คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป
00:09:44 → 00:09:50อย่าเพิ่งใช้คอลลาเจน ถ้าท่านยังไม่รู้ 5 ข้อนี้ มีอะไรบ้าง
00:09:50 → 00:09:52ข้อแรก ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอลลาเจน
00:09:52 → 00:09:57คอลลาเจนของคนเรา ในวัยอายุประมาณ 20 ปีต้นๆ
00:09:57 → 00:10:04จะมีคอลลาเจนใต้ผิวหนังถึง 75% แล้วมันจะลดลงทีนิด ปีละ 1.5%
00:10:04 → 00:10:08เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากหน้าใสหน้าเด้ง ท่านจะต้องชะลอการลดนี้ให้ได้
00:10:08 → 00:10:11ท่านไม่สามารถหยุดการลดลงของคอลลาเจน แต่ท่านชะลอได้
00:10:11 → 00:10:15เทคนิคการชะลอคือโดนแสงแดดให้น้อย
00:10:15 → 00:10:17โดนแสงแดดให้น้อย คือเอาหน้าไปสู้แดดให้น้อย
00:10:17 → 00:10:21ทาครีมกันแดด ครีมที่ผมถ้าให้เลือกชนิดเดียวนะ
00:10:21 → 00:10:26ผมเลือกครีมกันแดดเลย ทาไว้ก่อนเลย SPF 30-50 อะไรก็ได้ทาไปก่อน
00:10:26 → 00:10:28แบบนี้ดี คอลลาเจนลดยาก
00:10:28 → 00:10:31อาหาร กินอาหารถูกสุขลักษณะ คอลลาเจนเสื่อมยาก
00:10:31 → 00:10:34การนอน นอนได้ดี คอลลาเจนเสื่อมยาก
00:10:34 → 00:10:36สุขภาพจิตดี คอลลาเจนเสื่อมยาก
00:10:36 → 00:10:41ไม่สูบบุหรี่ ไม่ไปดมบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
00:10:41 → 00:10:43คอลลาเจนเสื่อมยาก เทคนิคง่ายๆ
00:10:43 → 00:10:48มาต่อกันที่ข้อที่ 2 คอลลาเจนช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์จริงหรือ
00:10:48 → 00:10:51ก็ต้องบอกว่าคอลลาเจนที่เราทานเข้าไปแล้ว
00:10:51 → 00:10:54จริงๆ ดูดซึมประมาณสัก 5-10% เท่านั้นเอง
00:10:54 → 00:10:59ถามว่าดีไหม ก็ถ้าไม่มีผลเสียอะไร ท่านไม่ได้แพ้อะไร
00:10:59 → 00:11:01ท่านจะทานก็ทาน ไม่ได้ไม่ได้ห้าม
00:11:01 → 00:11:08แต่จากการวิจัยพบว่าโดยให้คนกลุ่มหนึ่งทานคอลลาเจน
00:11:08 → 00:11:10ประมาณสัก 2 เดือน 60 วันนะ
00:11:10 → 00:11:15พบว่า 15% เลยที่ผิวดีขึ้นดูโอเค 85% ก็ยังเดิมๆนะ
00:11:15 → 00:11:18ถ้าท่านทานแล้วผิวดีขึ้น ก็ท่านเป็น 15% ท่านจะทานก็ทาน
00:11:18 → 00:11:22แด่ท่านทานไปเดือน 2 เดือนแล้วมันไม่ดีขึ้น ท่านก็ไม่ต้องไปทานหรอก
00:11:22 → 00:11:24เพราะว่ามันก็คงจะไม่เหมาะกับท่านเท่าไหร่
00:11:24 → 00:11:26อันนี้ก็แล้วแต่แล้วกัน ไม่บังคับ
00:11:26 → 00:11:30แต่ว่าถ้าท่านต้องไปทุบกระปุก ไปหาเงินมาเพื่อซื้อคอลลาเจนกิน
00:11:30 → 00:11:34ผมก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ แต่ถ้าท่านแบบมีเงินเหลือเฟือ
00:11:34 → 00:11:38จะซื้อแล้วถ้าท่านไม่แพ้อะไร ก็เอาตามสะดวกแล้วกัน
00:11:38 → 00:11:44มาต่อกันที่ข้อที่ 3 บ้าง ครีมบำรุงผิวคอลลาเจนลดริ้วรอยได้แค่ไหน
00:11:44 → 00:11:49ก็ต้องบอกว่าตัวครีมต่างๆ ในโลกใบนี้ เวลาไปบนผิวหน้า
00:11:49 → 00:11:53ประเด็นก็คือเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า แล้วมันก็ดูดซึมได้ไม่เยอะหรอก
00:11:53 → 00:11:55ประมาณสัก 5-10% ก็คือเยอะแล้ว
00:11:56 → 00:11:59ก็คราวนี้ตัวคอลลาเจนมันอยู่ลึกใต้ผิวหนัง
00:11:59 → 00:12:02อยู่ลึกเลย ไม่ใช่อยู่ผิวหนังส่วนต้นๆ
00:12:02 → 00:12:04เพราะฉะนั้นเวลาเราทาไป ถึงจะมีส่วนผสมคอลลาเจน
00:12:04 → 00:12:08คอลลาเจนมันก็ไม่ได้ซึมเข้าไปเป็นคอลลาเจนอยู่ใต้ผิวหนัง
00:12:08 → 00:12:10เพราะฉะนั้นถามว่ามีประโยชน์มากไหม
00:12:10 → 00:12:17ก็ถ้าตามทฤษฎีแล้ว มันก็คงจะไม่ได้ผลอะไรมากมายกว่าครีมทั่วไปนัก
00:12:17 → 00:12:20อันนี้ตามทฤษฎี แต่ถ้าท่านไหนทาแล้วหน้าเด้งอันนี้ก็ไม่ว่านะ
00:12:20 → 00:12:26ชอบก็เอาตามสะดวกเลย ไม่ว่ากันก็ลองดูลองใช้ดู
00:12:26 → 00:12:31โดยหลักการก็ลองสลับๆ กันใช้ หลายๆ ยี่ห้อดูนะว่ามันดีเท่าไหน
00:12:31 → 00:12:33เป็นการกระจายรายได้ด้วยนะทางนึง
00:12:34 → 00:12:38ก็มาต่อกันที่เขาที่ 4 บ้าง ข้อที่ควรรู้ก่อนใช้คอลลาเจน
00:12:38 → 00:12:42นั่นก็คือเรื่องของการฉีดฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจน
00:12:42 → 00:12:44คือฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีหลากหลายนะ
00:12:44 → 00:12:49ส่วนฟิลเลอร์ที่ผสมคอลลาเจน ทาง อย. ไทยเรายังไม่ได้รองรับ
00:12:49 → 00:12:53ผมก็ไม่ได้ทราบในรายละเอียดมาก เพียงแต่ว่าใช้หลักการแล้วกัน
00:12:53 → 00:12:59หลักการคือการฉีดคอลลาเจน หรือฉีดไปก็ตามในโลกใบนี้เข้าไปในหน้าเรา
00:12:59 → 00:13:01ฉีดน้ำมันง่าย เอาใส่เข็มแล้วฉีดเข้าไปในหน้า
00:13:01 → 00:13:03แต่ถ้าท่านจะเอาออก มันยาก
00:13:03 → 00:13:09สมมุติถ้าท่านฉีดแล้วผิด หนังตาตก หน้าเบี้ยว ตาบวม ไม่สวย
00:13:09 → 00:13:14ท่านจะเอาออกมันยาก เพราะฉะถ้าจะฉีดจริงก็ต้องหาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
00:13:14 → 00:13:20อย่าไปดูที่ราคา เหมือนซื้อของรอราคาต่ำ 11.11 12.12 ไม่ได้
00:13:20 → 00:13:25ต้องรักษาใบหน้าของเราให้เหมาะสม แล้วก็เอาแต่พอสมควรนะ
00:13:25 → 00:13:28แล้วก็สวยหล่อสมตามวัยนั่นเอง
00:13:28 → 00:13:31มาต่อกันที่เขาที่ 5 บ้าง อันนี้ก็น่าสนใจ
00:13:31 → 00:13:34คอลลาเจนสามารถแก้ข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม
00:13:34 → 00:13:38ก็ต้องบอกว่ามีการวิจัยหลากหลาย สำหรับเรื่องของคอลลาเจน
00:13:38 → 00:13:40ผมจะไม่ใช้คำว่าแก้ข้อเข่าเสื่อมแล้วกัน
00:13:41 → 00:13:47มันสามารถช่วยให้อาการปวดเข่า เข่าอักเสบ ทุเลาลงได้
00:13:47 → 00:13:50โดยร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน
00:13:50 → 00:13:55ก็คือการรักษาโดยการกินยา รักษาด้วยการกายภาพ รักษาด้วยการออกกำลังกาย
00:13:55 → 00:13:59แบบนี้และกินคอลลาเจนเสริมมีการวิจัยว่า
00:13:59 → 00:14:04อาการข้ออักเสบทุเลาลงเร็วกว่าการรักษาแบบเดี่ยวๆ
00:14:04 → 00:14:08แล้วก็ทำให้อาการปวดข้ออาการปวดเข่าดีขึ้น
00:14:08 → 00:14:13เพราะฉะนั้นถ้าท่านใดทานแล้ว ไม่ได้มีข้อเสียอะไรไม่ได้แพ้อะไรทานได้
00:14:13 → 00:14:17ไม่ว่ากัน แต่อย่าไปทานเพื่อการรักษาอย่างเดียว
00:14:17 → 00:14:20การรักษาแผนปัจจุบันยังจำเป็นอยู่เสมอ
00:14:21 → 00:14:25อันนี้ก็คือเป็น 5 ข้อที่ควรรู้ก่อนที่ท่านจะทานคอลลาเจน
00:14:25 → 00:14:27ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:14:27 → 00:14:29กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ