00:00:00 → 00:00:04rsv เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการ
00:00:04 → 00:00:08ติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วน
00:00:08 → 00:00:11ล่างสามารถติดเชื้อได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
00:00:11 → 00:00:15ส่วนใหญ่มักจะเกิดในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำ
00:00:15 → 00:00:19กว่า 3 ปีและจะพบบ่อยในช่วงฤดูฝนหรือ
00:00:19 → 00:00:23กำลังเข้าหน้าหนาวโรคนี้สามารถติดต่อกัน
00:00:23 → 00:00:27ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งเช่นน้ำมูก
00:00:27 → 00:00:32น้ำลายละอองจากการไอจามหรือการสัมผัสโดย
00:00:32 → 00:00:36ตรงจากการจับมือกับผู้ติดเชื้อซึ่งหาก
00:00:36 → 00:00:40เด็กเล็กได้รับเชื้อระยะฟักตัวของโรคจะ
00:00:40 → 00:00:43อยู่ที่ประมาณ 5 วันโดยช่วงแรกจะมีอาการ
00:00:43 → 00:00:47คล้ายไข้หวัดธรรมดาต่อมามักจะมีอาการ
00:00:47 → 00:00:52รุนแรงขึ้นสังเกตอาการได้จากมีไข้สูง
00:00:52 → 00:00:5639-40 องศาติดต่อกันหลายวัน
00:00:56 → 00:01:00ไอจามแบบนี้เสมหะมากมีน้ำมูกค่อนข้าง
00:01:00 → 00:01:05เหนียวหายใจหอบเหนื่อยอกบุ๋มได้ยินเสียง
00:01:05 → 00:01:10ปอดผิดปกติหายใจมีเสียงดังครืดคราดอาจพบ
00:01:10 → 00:01:15อาการร้องกวนซึมลงในเด็กทารกและหากพบ
00:01:15 → 00:01:18อาการปากเขียวตัวซีดไหนเด็กต้องรีบพบ
00:01:18 → 00:01:22แพทย์โดยด่วนปัจจุบันยังไม่มียาหรือ
00:01:22 → 00:01:27วัคซีนที่จะรักษาโรค rsv โดยตรงแพทย์จะทำ
00:01:27 → 00:01:30การรักษาตามอาการเพื่อบรรเทาอาการไม่ให้
00:01:30 → 00:01:33รุนแรงและป้องกันไม่ให้เชื้อลงปอดเท่า
00:01:33 → 00:01:37นั้นดังนั้นหากพบอาการคล้ายไข้หวัดในเด็ก
00:01:37 → 00:01:41เล็กแม้เพียงเล็กน้อยก็อย่าได้นิ่งนอนใจ
00:01:41 → 00:01:45ให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยและ
00:01:45 → 00:01:49ทำการรักษาทันทีสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องดูแล
00:01:49 → 00:01:52หรือใกล้ชิดกับเด็กๆควรรักษาความสะอาด
00:01:52 → 00:01:56ก่อนสัมผัสตัวเด็กทุกครั้งเพราะไวรัสนี้
00:01:56 → 00:01:59สามารถติดต่อจากผู้ใหญ่ไปสู่เด็กเล็กและ
00:01:59 → 00:02:02สามารถสามารถเป็นซ้ำได้ขาร่างกายอ่อนแอ
00:02:02 → 00:02:06ผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจสุขภาพติดต่อ
00:02:06 → 00:02:11ศูนย์ข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลธนบุรีโทร 1645
00:02:11 → 00:02:17กด 1 ต่อ 2005 ถึง 7 นะครับ