00:00:03 → 00:00:09Med CMU Podcast Fun for help
00:00:09 → 00:00:11for Health Podcast
00:00:11 → 00:00:14รายการที่จะมาพูดคุยเรื่องราวของสุขภาพ
00:00:14 → 00:00:17และแบ่งปันประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยว
00:00:17 → 00:00:20ชาญในสาขาต่างๆของคณะแพทยาศาสตร์
00:00:20 → 00:00:23มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
00:00:23 → 00:00:30เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเรา
00:00:30 → 00:00:33สวัสดีค่ะขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ฟัง For
00:00:33 → 00:00:35health podcast อยู่กับดิฉันฟ้า
00:00:35 → 00:00:38ธัญลักษณ์สดสวยนักประชาสัมพันธ์คณะ
00:00:38 → 00:00:41แพทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้ฟัง
00:00:41 → 00:00:44ทุกท่านคะเรื่องที่จะมาพูดคุยกันเป็น
00:00:44 → 00:00:48เรื่องที่หลายคนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก
00:00:48 → 00:00:51ค่ะนั่นก็คือเรื่องของไวรัสตับอักเสบ B
00:00:51 → 00:00:54นะคะเชื้อไวรัสที่อาจจะพัฒนาเป็นโรค
00:00:54 → 00:00:57มะเร็งตับได้ค่ะนอกจากนี้ค่ะใครล่ะที่ควร
00:00:58 → 00:01:02จะไปตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ B รวมถึง
00:01:02 → 00:01:05เหตุผลอะไรล่ะที่เราต้องฉีดวัคซีนค่ะผู้
00:01:05 → 00:01:08ที่จะมาให้ข้อมูลกับเรานะคะท่านคือรอง
00:01:08 → 00:01:10ศาสตราจารย์แพทย์หญิงกนกวัน
00:01:10 → 00:01:12พิณโญพรพาณิชย์
00:01:12 → 00:01:14อาจารย์ประจำภาควิชาอยุธรศาสตร์คณะ
00:01:14 → 00:01:17แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ
00:01:17 → 00:01:19>> สวัสดีค่ะ
00:01:20 → 00:01:22>> อาจารย์ขาเชื่อว่าวันนี้ผู้ฟังหลายท่านนะ
00:01:22 → 00:01:25คะมีความสนใจมากๆค่ะเกี่ยวกับเรื่องของ
00:01:25 → 00:01:28ไวรัสตับอักเสบ B ว่าเป็นภัยร้ายต่อตับ
00:01:28 → 00:01:30ของคนเรายังไงก่อนอื่นอยากให้อาจารย์ช่วย
00:01:30 → 00:01:33เล่าให้ฟังเลยค่ะว่าไวรัสตับอักเสบ B
00:01:33 → 00:01:35เนี่ยเป็นไภร้ายต่อตับของเราได้ยังไงบ้าง
00:01:35 → 00:01:39คะไวรัสตับอักเสบ B นะคะก็เค้าเป็นเชื้อ
00:01:39 → 00:01:42ไวรัสที่มีการติดเชื้อแล้วทำให้เกิดการ
00:01:42 → 00:01:46อักเสบของตับก็ตามชื่อเลยนะคะผลจากการที่
00:01:46 → 00:01:49มีภาวะตับอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากไวรัส
00:01:49 → 00:01:52เนี่ยก็จะทำให้เกิดภาวะตับแข็งและมะเร็ง
00:01:52 → 00:01:53ตับได้นะคะ
00:01:54 → 00:01:56>> ในประเทศไทยนะคะก็มีข้อมูลเมื่อสักประมาณ
00:01:56 → 00:02:0010 ปีที่แล้วเนี่ยเขาพบว่ามีการติดเชื้อ
00:02:00 → 00:02:03ไวรัสสับปอักเสบ B อยู่ที่ประมาณ 3 ล้าน
00:02:03 → 00:02:06คนเลยทีเดียวนะคะหรือว่าก็ประมาณ 5% ของ
00:02:06 → 00:02:08ประชากรไทยทั้งหมดนะคะ
00:02:08 → 00:02:11>> เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเป็นโรคที่พบได้ค่อน
00:02:11 → 00:02:14ข้างบ่อยดังนั้นในประเทศเราเนี่ยเราก็เลย
00:02:14 → 00:02:17พบผู้ป่วยตับแข็งและมะเร็งตับเนื่องจาก
00:02:17 → 00:02:20ไวรัสตับอักเสบ B ได้บ่อยตามไปด้วยค่ะ
00:02:20 → 00:02:23>> เพราะฉะนั้นค่ะอาจารย์ถามไวรัสตับอักเสบ B
00:02:23 → 00:02:25เนี่ยจะเป็นต้นเหตุของมะเร็งตับจริงมั้ย
00:02:25 → 00:02:25คะ
00:02:25 → 00:02:28>> ก็ต้องบอกว่าจริงนะคะแล้วก็เป็นต้นเหตุ
00:02:28 → 00:02:32ที่สำคัญมากๆเลยนะคะจากข้อมูลของโรง
00:02:32 → 00:02:35พยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ของเราเนี่ยก็พบ
00:02:35 → 00:02:38ว่าสาเหตุของโรคตับที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ
00:02:38 → 00:02:41ที่พบบ่อยที่สุดก็คือเป็นไวรัสตับอักเสบ B
00:02:41 → 00:02:42นี่แหละค่ะ
00:02:42 → 00:02:46>> พบได้ถึง 38% ของคนไข้มะเร็งตับทั้งหมดนะ
00:02:46 → 00:02:47คะ
00:02:47 → 00:02:50>> ก็ตัวกลไกการเกิดมะเร็งเนี่ยเขาก็พบว่า
00:02:50 → 00:02:53ตัวของไวรัส B เนี่ยเขาจะมีการสร้าง
00:02:53 → 00:02:56โปรตีนค่ะตัวโปรตีนอันนี้จะไปกระตุ้นก้น
00:02:56 → 00:02:59ใกล้หลายๆอย่างในร่างกายทั้งทางตรงแล้วก็
00:03:00 → 00:03:03ทางอ้อมด้วยไปส่งผลทำให้เกิดมะเร็งตับ
00:03:03 → 00:03:06ซึ่งก็จะเกิดได้ทั้งในคนไข้ที่มีและก็ไม่
00:03:06 → 00:03:08มีตับแข็งได้เลยนะคะ
00:03:08 → 00:03:08>> ค่ะ
00:03:08 → 00:03:11>> เราก็มีการประมาณการนะคะว่าคนที่มีการติด
00:03:12 → 00:03:15เชื้อไวรัสตับอักเสบดีเนี่ยเขามีโอกาสการ
00:03:15 → 00:03:18เกิดมะเร็งตับได้ประมาณเท่าไหร่นะคะก็
00:03:18 → 00:03:22ประมาณไว้ว่ามากกว่าคนที่ไม่มีถึง 50-1
00:03:22 → 00:03:23เท่าเลยทีเดียวค่ะ
00:03:23 → 00:03:26>> โอ้โหจำนวนไม่น้อยเลยค่ะอาจารย์คะ
00:03:26 → 00:03:27>> ค่อนข้างเยอะค่ะ
00:03:27 → 00:03:29>> ไวรัสตับอักเสบเนี่ยคะมันมีอาการที่ทำให้
00:03:30 → 00:03:31เราสังเกตได้มั้ยคะ
00:03:32 → 00:03:35>> ก็ตัวของอาการนะคะอาการแสดงเนี่ยเขาจะมี
00:03:35 → 00:03:39ได้ 2 แบบนะคะตามลักษณะของการติดเชื้อใน
00:03:39 → 00:03:42คนไข้ที่มีการติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่นะคะ
00:03:42 → 00:03:45เขาจะมีการแสดงแบบอ่าติดเชื้อไวรัสตับ
00:03:45 → 00:03:49อักเสบเฉียบพลันนะคะคนไข้ก็จะมีไข้อ่อน
00:03:49 → 00:03:51เพลียแล้วก็เหลืองในกลุ่มนี้เนี่ยคนไข้จะ
00:03:51 → 00:03:53มีอาการแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดเมื่อมี
00:03:53 → 00:03:57การติดเชื้อแต่ในกรณีที่คนไข้ที่มีการติด
00:03:57 → 00:04:00เชื้อเรื้อรังนะคะซึ่งส่วนใหญ่ในประเทศ
00:04:00 → 00:04:03เราจะเป็นการติดเชื้อแบบนี้นะคะจะมีการ
00:04:03 → 00:04:06ติดมาตั้งแต่เด็กๆในช่วงแรกเนี่ยอาจจะไม่
00:04:06 → 00:04:10มีอาการอะไรเลยนะคะจนตัวของไวรัสเนี่ยเขา
00:04:10 → 00:04:13มีการทำลายตับมากพอสมควรก็จะเริ่มเกิด
00:04:13 → 00:04:16อาการแล้วก็อาการแสดงของโรคตับแข็งเกิด
00:04:16 → 00:04:19มะเร็งตับนะคะก็จะมีอาการอย่างเช่นว่า
00:04:19 → 00:04:23อ่อนเพลียมีเหลืองได้มีน้ำในช่องท้องนะคะ
00:04:23 → 00:04:26มีเลือดออกทางเดินอาหารบางคนก็จะปวดท้อง
00:04:26 → 00:04:28มีก้อนในช่องท้องนะคะ
00:04:28 → 00:04:28>> ค่ะ
00:04:28 → 00:04:31>> เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าโรคนี้เราอาจจะเรียก
00:04:31 → 00:04:34ว่าภัยเงียบก็ได้ค่ะช่วงต้นนะคะไม่มี
00:04:34 → 00:04:38อาการใช่ค่ะถ้าคนไข้มีอาการเนี่ยแสดงว่า
00:04:38 → 00:04:40เขามีโรคค่อนข้างเยอะแล้ว
00:04:40 → 00:04:42>> รุนแรงมาแล้วใช่มั้คะ
00:04:42 → 00:04:43>> ใช่ค่ะใช่ค่ะ
00:04:43 → 00:04:46>> สาเหตุสำคัญอะไรที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ
00:04:46 → 00:04:48ไวรัสตัดอักเสบ B อาจารย์
00:04:48 → 00:04:52>> ก็หลักๆนะคะเนาะในประเทศไทยนะคะจะเป็น
00:04:52 → 00:04:55ลักษณะของการติดจากมารดาสุบุตรคนที่ติด
00:04:55 → 00:04:57เชื้อเนี่ยก็จะติดตั้งแต่เด็กๆแล้วก็เกิด
00:04:57 → 00:05:01เป็นภาวะการติดเชื้อเรื้อรังนะคะส่วนการ
00:05:01 → 00:05:04ติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่เนี่ยก็จะติดได้จาก
00:05:04 → 00:05:07การใช้อ่าเข็มฉีดยาร่วมกันการมีเพศ
00:05:07 → 00:05:09สัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยก็คือเป็นการติดจาก
00:05:09 → 00:05:10เลือดอ่ะค่ะ
00:05:10 → 00:05:13>> แล้วแบบนี้สามารถป้องกันได้มั้ยคะ
00:05:13 → 00:05:16>> ก็ไวรัสสอักเสบ B เนี่ยจริงๆป้องกันได้นะ
00:05:16 → 00:05:19คะเนาะการป้องกันหลักๆเนี่ยเราก็จะมีอยู่
00:05:19 → 00:05:222 วิธีตามอ่าวิธีการติดเชื้ออันแรกก็ก็
00:05:22 → 00:05:25คือว่าเราจะมีการป้องกันการติดเชื้อจาก
00:05:25 → 00:05:29มารดาสูบุตรได้นะคะอ่าการติดเชื้ออ่าใน
00:05:29 → 00:05:33ส่วนนี้เนี่ยเราก็จะทำการตรวจหาไวรัสตับ
00:05:33 → 00:05:35อักเสบ B ในคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะพบการติด
00:05:35 → 00:05:38เชื้อเราก็จะมีการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จ
00:05:38 → 00:05:42แล้วก็ฉีดวัคซีนให้กับทารกแรกคลอดนะคะค่ะ
00:05:42 → 00:05:45>> ในบางกรณีเนี่ยคุณแม่ตั้งครรภ์เขาอาจจะมี
00:05:45 → 00:05:48ปริมาณไวรัสในกระแสเลือดที่ค่อนข้างเยอะ
00:05:49 → 00:05:52อาจจะต้องได้ยาทานนะคะเนาะเพื่อควบคุมปริ
00:05:52 → 00:05:55ปริมาณไวรัสให้ลดลงเพื่อลดโอกาสในการอ่า
00:05:55 → 00:05:58ติดเชื้อจากคุณแม่ไปสู่น้องค่ะ
00:05:58 → 00:05:58>> ค่ะ
00:05:58 → 00:06:01>> ส่วนอีกวิธีนึงนะคะก็คือป้องกันการติด
00:06:01 → 00:06:03เชื้อจากเลือดนะคะอันนี้คิดว่าทุกท่านน่า
00:06:03 → 00:06:07จะคุ้นเคยกันดีนะคะเราก็แนะนำให้ทำการลด
00:06:07 → 00:06:11พฤติกรรมเสี่ยงนะคะก็อย่างเช่นการมีเพศ
00:06:11 → 00:06:14สัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยนะคะเนาะการใช้เข็ม
00:06:14 → 00:06:17ฉีดยาร่วมกับผู้อื่นนะคะแล้วก็ที่สำคัญ
00:06:17 → 00:06:20อีกอันนึงก็คือแนะนำให้ทำการฉีดวัคซีนค่ะ
00:06:20 → 00:06:23ป้องกันการติดเชื้อไวรัสตาบอักเสบ B ซึ่ง
00:06:23 → 00:06:27ในปัจจุบันนะคะเราก็มีการฉีดให้กับทารก
00:06:27 → 00:06:30แรกคลอดทุกคนอยู่แล้วนะคะก็เป็นส่วนหนึ่ง
00:06:30 → 00:06:33ของวัคซีนพื้นฐานในประเทศไทยของเราค่ะ
00:06:33 → 00:06:36>> ค่ะแล้วก็มีหลายคนที่มีความตกใจที่ไปเจอ
00:06:36 → 00:06:40ข่าวอ่ะค่ะว่าที่เกิดก่อนปี 2535 อาจจะ
00:06:40 → 00:06:44ไม่ได้รับวัคซีนตรงนี้ควรจะไปฉีดหรือไปหา
00:06:44 → 00:06:47ข้อมูลตรงนี้มั้คะอาจารย์ว่ามีใครบ้างที่
00:06:47 → 00:06:50ควรต้องไปตรวจหาเชื้อตัวนี้อ่ะค่ะ
00:06:50 → 00:06:52>> เอ่อเดี๋ยวอ่อในประเด็นเรื่องของคนที่
00:06:53 → 00:06:57เกิดก่อนปี 20 2535 นะคะก็ปีเนี้ยเขา
00:06:57 → 00:07:00เป็นปีที่มีความสำคัญเพราะว่าเป็นปีที่
00:07:00 → 00:07:04เริ่มมีโครงการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ B
00:07:04 → 00:07:07ให้กับเด็กแรกเกิดทุกคนนะคะเพื่อป้องกัน
00:07:07 → 00:07:10การติดเชื้อจากมารดาสู่บุตรเพราะฉะนั้นคน
00:07:10 → 00:07:13ที่เกิดหลังปีนี้ก็จะได้วัคซีนนะคะ
00:07:13 → 00:07:17>> ส่วนคนที่เกิดก่อนปีโครงการนี้นะคะเขาก็
00:07:17 → 00:07:20จะมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการติดเชื้อถ้า
00:07:20 → 00:07:22มารดาเขามีการติดเชื้อเชื้อนะคะเพราะ
00:07:22 → 00:07:25ฉะนั้นโอกาสการตรวจเจอไวรัสสักเสบปีเนี่ย
00:07:25 → 00:07:30ในคนที่เกิดก่อนปี 2535 ก็จะเยอะเนาะ
00:07:30 → 00:07:33>> เอ่อนอกจากนี้นะคะนอกจากตัวของปีนี้เนี่ย
00:07:33 → 00:07:36ก็จะมีเรื่องของประชากรกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ
00:07:36 → 00:07:39ที่เราก็จะแนะนำว่าควรจะไปตรวจหาการติด
00:07:40 → 00:07:44เชื้อไวรัสด้วยนะคะก็จะได้แก่คนไข้ที่เคย
00:07:44 → 00:07:47ใช้สารเสพติดชนิดฉีดนะคะเคยได้รับเลือด
00:07:47 → 00:07:51สารเลือดปลูกถ่ายอวัยวะก่อนปี 2535 5
00:07:51 → 00:07:54เคยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตรเทียมมีประวัติ
00:07:54 → 00:07:57มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันมีคนใน
00:07:57 → 00:08:00ครอบครัวใกล้ชิดติดเชื้อไวรัสสปักเสบปี
00:08:00 → 00:08:01อันนี้ก็ต้องไปตรวจด้วยนะคะ
00:08:01 → 00:08:02>> ค่ะ
00:08:02 → 00:08:06>> คนที่เคยสักเจาะตามร่างกายเคยฝังเข็มฉีด
00:08:06 → 00:08:09หญ้าผ่าตัดเล็กในที่ที่ไม่ใช่สถานพยาบาล
00:08:09 → 00:08:12หรือใช้อุปกรณ์ที่อาจทำให้มีการแพร่
00:08:12 → 00:08:15กระจายเชื้อได้ร่วมกับผู้อื่นอันนี้เราก็
00:08:15 → 00:08:18พูดถึงการใช้พวกแปรงสีฟันมีดโกนกรรไกรตัด
00:08:19 → 00:08:22เล็บหรือว่าใช้เข็มนะร่วมกับคนอื่นก็ควร
00:08:22 → 00:08:25จะได้รับการตรวจหาการติดเชื้อ
00:08:25 → 00:08:27>> การติดเชื้อเนี่ยเราก็สามารถตรวจได้ด้วย
00:08:27 → 00:08:30การเจาะเลือดนะคะไม่ไม่ได้ลำบากอะไรนะคะ
00:08:30 → 00:08:34เนาะก็ตรวจง่ายๆนะคะถ้ามีการติดเชื้อเรา
00:08:34 → 00:08:38ก็แนะนำว่าให้ทำการตรวจประเมินนะคะแล้วก็
00:08:38 → 00:08:40ทำการติดตามอย่างต่อเนื่องในบางคนเนี่ย
00:08:40 → 00:08:44อาจจะต้องได้ยารับประทานในบางคนก็อาจจะ
00:08:44 → 00:08:46ต้องมีการตรวจอัลตรซาวด์เป็นระยะเพื่อ
00:08:46 → 00:08:49ตรวจอ่าคัดกรองหามะเร็งต่ำนะคะ
00:08:49 → 00:08:52>> ถ้าในคนที่เราตรวจแล้วเนี่ยไม่พบการติด
00:08:52 → 00:08:56เชื้อก็แนะนำว่าควรที่จะทำการฉีดวัคซีน
00:08:56 → 00:08:57ต่อไปค่ะ
00:08:57 → 00:09:00>> แล้วทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีนคะอาจารย์
00:09:00 → 00:09:03>> ค่ะก็เอ่อที่เมื่อกี้ได้กล่าวไปนะคะว่า
00:09:03 → 00:09:06วัคซีนเนี่ยเป็นวิธีนึงในการป้องกันการ
00:09:06 → 00:09:10ติดเชื้อที่สำคัญของอ่าโรคไวรัสสตาบักเสบ
00:09:10 → 00:09:14B นะคะก็ประโยชน์เนี่ยก็มี 2 ส่วนนะคะ
00:09:14 → 00:09:17ส่วนแรกก็คือช่วยป้องกันการติดเชื้อในคน
00:09:17 → 00:09:20ที่ได้รับการฉีดเองนะคะกับอีกอันนึงก็ยัง
00:09:20 → 00:09:23ช่วยป้องกันนะคะว่าเขาจะมีการติดเชื้อ
00:09:23 → 00:09:25แล้วก็มีการแพร่กระจายต่อนะคะเนาะเพราะ
00:09:25 → 00:09:28ฉะนั้นก็ช่วยลดการติดเชื้อในประเทศเราได้
00:09:28 → 00:09:31ด้วยนะคะก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่าเราถึงแนะ
00:09:31 → 00:09:33นำว่าในคนที่ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อการ
00:09:33 → 00:09:36ติดเชื้อควรฉีดฉีดไปฉีดใช่ค่ะก็เหมือนจะ
00:09:36 → 00:09:40ได้รู้ตัวว่ามันสำคัญนะการป้องกันก็ดี
00:09:40 → 00:09:43กว่าการรักษา
00:09:43 → 00:09:45>> สุดท้ายเลยค่ะเชื่อว่าผู้ฟังหลายท่านนะคะ
00:09:45 → 00:09:47ตอนแรกมีความกังวลใจเพราะมันมีกระแสข่าว
00:09:47 → 00:09:51เกิดขึ้นนะคะแล้วก็ส่วนใหญ่คิดว่าเอ๊ะอาจ
00:09:51 → 00:09:53จะไม่ได้รับวัคซีนแน่ๆก็ได้มาฟังอาจารย์
00:09:53 → 00:09:56ก็ทำให้เกิดความเข้าใจว่าอ๋ออาจจะมีความ
00:09:56 → 00:09:59เสี่ยงสูงเพราะเราไม่เคยได้รับวัคซีนแต่
00:09:59 → 00:10:01ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไปตรวจเช็คโดยวิธี
00:10:01 → 00:10:04การเจาะเลือดใช่มั้ยคะอาจารย์ไม่ได้วิธี
00:10:04 → 00:10:06การเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยุ่งยากแล้วที่ในการ
00:10:06 → 00:10:08ตรวจหา
00:10:08 → 00:10:11>> ไวรัสตับอักเสบนะคะถามสุดท้ายอยากให้
00:10:11 → 00:10:13อาจารย์ทิ้งท้ายถึงความสำคัญถึงเรื่องนี้
00:10:13 → 00:10:14ค่ะ
00:10:14 → 00:10:18>> ค่ะก็เอ่อวันนี้เราก็พูดกันถึงความสำคัญ
00:10:18 → 00:10:20ของโรคโรคไวรัสสับปักเสบ B กันไปแล้วนะคะ
00:10:20 → 00:10:25เนาะก็การที่เราตรวจพบการติดเชื้อก่อนที่
00:10:25 → 00:10:28เราจะแสดงอาการเนี่ยก็จะทำให้เราได้รับ
00:10:28 → 00:10:31การตรวจรักษาก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนนะคะใน
00:10:31 → 00:10:34กรณีที่เ่อเราให้การรักษานะคะเนาะเราก็จะ
00:10:34 → 00:10:39ได้รับยาเพื่อลดปริมาณของไวรัสตัวยาช่วย
00:10:39 → 00:10:42ลดโอกาสการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้
00:10:42 → 00:10:44ด้วยนะคะในคนที่ติดเชื้อเพราะฉะนั้นก็
00:10:44 → 00:10:48อยากจะเชิญชวนนะคะผู้ที่มีความเสี่ยงเข้า
00:10:48 → 00:10:51เกณฑ์การตรวจหาการติดเชื้อเนี่ยก็มาเข้า
00:10:51 → 00:10:54รับการตรวจนะคะถ้าสมมุติว่าตรวจไปแล้วนะ
00:10:54 → 00:10:58คะเนาะก็ไม่มีการติดเชื้อแต่ยังไม่มีภูมิ
00:10:58 → 00:11:00ก็แนะนำให้ทำการฉีดวัคซีนต่อไปค่ะอ
00:11:00 → 00:11:03>> ค่ะขอบพระคุณอาจารย์มากๆเลยค่ะที่มาให้
00:11:03 → 00:11:05ข้อมูลกับเราช่วยผู้ฟังหลายท่านเนี่ยมี
00:11:05 → 00:11:08ความสนใจมากๆในกระแสที่เป็นอยู่ในตอนนี้
00:11:08 → 00:11:12นะคะเป็นข้อมูลที่เราได้มานั่งฟังแล้วก็
00:11:12 → 00:11:14ทำความเข้าใจกันอีกครั้งนึงนะคะเพราะว่า
00:11:14 → 00:11:17มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรแต่ก็ใกล้ตัว
00:11:17 → 00:11:20แล้วก็เป็นภัยเงียบจริงๆค่ะขอบพระคุณ
00:11:20 → 00:11:22อาจารย์มากๆนะคะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
00:11:22 → 00:11:27>> สวัสดีค่ะ CMU Podcast Fun for
00:11:27 → 00:11:33>> เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเตา