00:00:00 → 00:00:00[เพลง]
00:00:00 → 00:00:04ชอบอยู่บ้านตัดขาดจากสังคมคุณอาจเป็นโรค
00:00:04 → 00:00:06ฮิคิโคโมริ
00:00:06 → 00:00:10เช็คตัวเองเข้าขายโรคฮิคิโคโมริภาวะตัด
00:00:10 → 00:00:14ขาดจากสังคมหรือไม่รู้จักวิธีรับมือกับ
00:00:14 → 00:00:17ความผิดหวังรักษาใจตัวเองติดตามเรื่องราว
00:00:17 → 00:00:21ทั้งหมดได้ในรายการ TNN Health วัน
00:00:21 → 00:00:24[เพลง]
00:00:24 → 00:00:28นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:28 → 00:00:31H เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกัน
00:00:31 → 00:00:35รู้ทันโรคไปกับ TNN Heal ค่ะและดิฉันหมอ
00:00:35 → 00:00:38ดาวแพทย์หญิงชัดดาวจังวังกรแพทย์เฉพาะทาง
00:00:38 → 00:00:41สาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะรับหน้า
00:00:41 → 00:00:43ที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชมมาเข้า
00:00:44 → 00:00:48ถึงสาระสุขภาพกัน
00:00:48 → 00:00:51[เพลง]
00:00:51 → 00:00:54ค่ะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะหมอดาวจะพาคุณผู้
00:00:54 → 00:00:58ชมมารู้จักกับโรคฮิคิโคโมริหรือภาวะตัด
00:00:58 → 00:01:01ขาดจากสังคมค่ะเป็นเป็นภาวะที่น่ากลัวมาก
00:01:01 → 00:01:03เพราะว่าเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนะคะโดย
00:01:03 → 00:01:08ในปี 2563 ค่ะพบว่ามีประชากรนะคะหลายล้าน
00:01:08 → 00:01:10คนเลยทีเดียวที่เขาป่วยเป็นภาวะนี้จะเป็น
00:01:10 → 00:01:14อย่างไรบ้างมาฟังกันค่ะกระทรวงสาธารณสุข
00:01:14 → 00:01:18ญี่ปุ่นให้คำจำกัดความของฮิคิโคโมริว่า
00:01:18 → 00:01:21หมายถึงคนที่ตัดขาดตัวเองจากสังคมภายนอก
00:01:21 → 00:01:24เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปและมี
00:01:24 → 00:01:28ปฏิสัมพันธ์เพียงแค่กับคนในบ้านเท่านั้น
00:01:28 → 00:01:31รัฐบาลคาดการณ์ว่าี่ปุ่นมีฮิคิโคโมริ
00:01:31 → 00:01:35ประมาณ 1.15 ล้านคนแต่อาจารย์ไซโตทามากิ
00:01:35 → 00:01:38จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮิคิโคโมริและ
00:01:38 → 00:01:41เป็นผู้คิดคำนี้ขึ้นมาคาดว่าจริงๆแล้วน่า
00:01:41 → 00:01:44จะมีไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนซึ่งญี่ปุ่นมี
00:01:44 → 00:01:49ประชากรราว 126 ล้านคนณตุลาคม
00:01:49 → 00:01:522563 และหากจำนวนยังคงเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ
00:01:52 → 00:01:55ก็อาจพุ่งขึ้นสูงถึง 10 ล้านคนภายใน 13
00:01:55 → 00:01:59ปีเลยทีเดียวคนที่เป็นฮิคิโคโมริจะขาด
00:01:59 → 00:02:02ความมั่นใจในตัวเองกลัวการปฏิสัมพันธ์กับ
00:02:02 → 00:02:05ผู้คนและมีปัญหาด้านบุคลิกภาพมักขังตัว
00:02:05 → 00:02:08เองไว้ในห้องแทบตลอดเวลาโดยไม่ยอมไปโรง
00:02:08 → 00:02:11เรียนหรือไปทำงานแต่บางคนก็สามารถไปที่
00:02:11 → 00:02:14ที่รู้สึกปลอดภัยซึ่งไม่ต้องข่แวะกับผู้
00:02:14 → 00:02:18คนนักเช่นห้องสมุดสถานีรถไฟหรือร้านสะดวก
00:02:18 → 00:02:21ซื้อแม้จะรู้สึกสบายใจกับการอยู่ในโลก
00:02:21 → 00:02:24ส่วนตัวมากกว่าออกไปเจอโลกภายนอกแต่พวก
00:02:24 → 00:02:27เขาก็มักรู้สึกเหงากระวนกระวายและซึม
00:02:27 → 00:02:28เศร้าอยู่
00:02:28 → 00:02:32เสมอค่ะคำว่าฮิคิโคโมรินะคะจริงๆแล้วเป็น
00:02:32 → 00:02:36คำที่มาจากภาษาญี่ปุ่นนะคะแปลว่าแยกตัว
00:02:36 → 00:02:39หรือว่าแยกออกห่างออกนะคะจริงๆแล้วอ่ะคำ
00:02:39 → 00:02:44ว่าฮิคิโคโมรินะคะจะไม่ใช่โรคที่เป็นสากล
00:02:44 → 00:02:47นะคะแต่ว่าจะใช้คำที่เรียกอาการที่เป็น
00:02:47 → 00:02:50เรื่องของอาการผิดปกติทางจิตเวทนะคะที่
00:02:50 → 00:02:53อาจจะเกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมหรือว่าเกิด
00:02:53 → 00:02:57ขึ้นในบางสังคมนึงนะคะซึ่งโดยปกติแล้วนะ
00:02:57 → 00:03:00คะคนที่มีอาการนี้เนี่ยจะมีลักษณะของการ
00:03:00 → 00:03:03แยกตัวนะคะหรือว่าเป็นการปิดกั้นตัวเอง
00:03:03 → 00:03:06ออกจากสังคมค่ะโดยที่เมื่อสืบทราบประวัติ
00:03:06 → 00:03:09ไปนะคะก็อาจจะพบว่าคนคนกลุ่มนั้นเนี่ยมี
00:03:09 → 00:03:12ประวัติที่เกิดความผิดหวังอย่างรุนแรงนะ
00:03:12 → 00:03:16คะหรือว่าถูกแรงกดดันจากสังคมนะคะจากคน
00:03:16 → 00:03:19รอบข้างทำให้คนๆนั้นเนี่ยเลือกที่จะแยก
00:03:19 → 00:03:22ตัวเองออกมาจากสังคมนะคะในขณะเดียวกันก็
00:03:22 → 00:03:25อาจจะมีความผิดปกติทางจิตเวทบางอย่าง
00:03:25 → 00:03:29อย่างเช่นอ่าโรคจิตเภทนะคะโรควิตกกังวล
00:03:29 → 00:03:32โรคซึมเศร้านะคะหรือว่าโรคบุคลิกภาพผิด
00:03:32 → 00:03:37ปกติบางอย่างได้ค่ะคิคิโคโมริส่วนใหญ่
00:03:37 → 00:03:41อยู่ในช่วงอายุ 15 -64 ปีก็คือ 65 ปี
00:03:41 → 00:03:44ขึ้นไปที่ญี่ปุ่นนะคะจะจัดให้เป็นผู้สูง
00:03:44 → 00:03:47วัยส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงคาด
00:03:47 → 00:03:50การณ์ว่าในประเทศญี่ปุ่นมีฮิคิโคโมริมาก
00:03:50 → 00:03:53ถึง 1.2 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 1.6 ของ
00:03:54 → 00:03:58ประชากรประเทศซึ่งก็คือประมาณ 130 ล้าน
00:03:58 → 00:04:02คนเราได้รู้จักกับโรคฮิคิโคโมริมาแล้วนะ
00:04:02 → 00:04:04คะแต่ยังไม่เพียงพอค่ะเพราะเราจะต้องไป
00:04:04 → 00:04:08รู้ลึกรู้จริงกันสนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอ
00:04:08 → 00:04:10ประจำบ้านในมือ
00:04:10 → 00:04:13คุณเราได้รับเกียรติจากอาจารย์หมอค่ะจาก
00:04:13 → 00:04:17แอปพลิเคชันหมอดีอาจารย์คะสวัสดี
00:04:17 → 00:04:21ค่ะอาจารย์คะขอเริ่มที่คำถามข้อแรกเลยนะ
00:04:21 → 00:04:25คะอะไรคือสาเหตุในการเกิดโรคคิคิโคโมริคะ
00:04:25 → 00:04:27แล้วทำไมในประเทศญี่ปุ่นคนถึงเป็นกันเยอะ
00:04:27 → 00:04:31คะก็อาจจะด้วยเรื่องของของสภาพทางสังคม
00:04:31 → 00:04:33ของประเทศญี่ปุ่นนะคะอย่างที่ทราบกันอยู่
00:04:33 → 00:04:35ว่าความกดดันในเรื่องของวัฒนธรรมของ
00:04:35 → 00:04:37ประเทศเาที่มีความเป็นค่อนข้างเป็น
00:04:37 → 00:04:40ระเบียบสูงนะคะแล้วก็เรื่องของวัฒนธรรม
00:04:40 → 00:04:43การทำงานที่ค่อนข้างจะมีความกดดันสูงอาจ
00:04:43 → 00:04:47จะมีความผิดพลาดไม่ได้นะคะก็ทำให้อ่าคน
00:04:47 → 00:04:49ที่ต้องอาศัยอยู่ในวัฒนธรรมในสังคมนี้
00:04:50 → 00:04:52เนี่ยต้องรับแรงกดดันก็มีแนวโน้มที่จะ
00:04:52 → 00:04:55เพิ่มสูงมากขึ้นค่ะอาจารย์คะแล้วสำหรับใน
00:04:55 → 00:04:59ประเทศไทยเองโรคฮิคิโคโมรินี้น่าเป็นห่วง
00:04:59 → 00:05:02หรือไม่คะค่ะสำหรับอุบัติการณ์การเกิดใน
00:05:02 → 00:05:05ประเทศไทยนะคะตอนเก็ยังไม่พบรายงานการ
00:05:05 → 00:05:08เกิดอาการฮิคิโคโมริในประเทศไทยนะคะก็
00:05:08 → 00:05:10ต้องบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ได้น่า
00:05:10 → 00:05:13เป็นห่วงเท่าไหร่นะคะแต่ว่าก็อาจจะต้อง
00:05:13 → 00:05:17เฝ้าระวังติดตามกันอยู่นะคะอาจารย์ขาแล้ว
00:05:17 → 00:05:19ใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรค
00:05:19 → 00:05:23ฮิคิโคโมริคะกลุ่มเสี่ยงนะคะตอนเนี้ยก็มี
00:05:23 → 00:05:25รายงานว่ากลุ่มเสี่ยงที่พบได้เนี่ยส่วน
00:05:25 → 00:05:29ใหญ่ก็จะเป็นในกลุ่มของวัยรุ่นนะคะไปจน
00:05:29 → 00:05:32ถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นนะคะแล้วก็จะพบในเพศ
00:05:32 → 00:05:36ชายได้มากกว่าเพศหญิงนะคะแล้วก็จะเป็นคน
00:05:36 → 00:05:38ที่อาศัยอยู่ในวัฒนธรรมในสังคมที่มี
00:05:38 → 00:05:43ลักษณะค่อนข้างกดดันนะคะแล้วก็บางคนเนี่ย
00:05:43 → 00:05:46ถ้าเกิดว่าเป็นเด็กอ่ะค่ะก็อาจจะเติบโตมา
00:05:46 → 00:05:48ในลักษณะการเลี้ยงดูที่พ่อแม่อาจจะมีการ
00:05:48 → 00:05:51Over protect นะคะหรือว่าให้ความปกป้อง
00:05:51 → 00:05:54ลูกมากจนเกินไปจนทำให้เด็กคนนั้นเนี่ยมี
00:05:54 → 00:05:57ลักษณะที่พึ่งพิงพ่อแม่นะคะหรือว่าอาจจะ
00:05:57 → 00:05:59พอสืบทราบไปประวัติในอดีตเนี่ยเนี่ยก็พบ
00:05:59 → 00:06:03ว่าเคยผ่านการถูกกดดันการถูกคาดหวังการ
00:06:03 → 00:06:05ถูกบุลลี่นะคะแล้วก็ไม่ได้รับความช่วย
00:06:05 → 00:06:08เหลือหรือคนบางกลุ่มเนี่ยอาจจะมีความผิด
00:06:08 → 00:06:11ปกติทางจิตเวทบางอย่างนะคะอย่างเช่นเป็น
00:06:11 → 00:06:14โรคจิตเภทนะคะโรคซึมเศร้านะคะโรควิตก
00:06:14 → 00:06:17กังวลโรคกลัวการเข้าสังคมก็เป็นอีกปัจจัย
00:06:17 → 00:06:20เสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการฮิคิโคโมริได้ค่ะ
00:06:20 → 00:06:23อาจารย์ขาแล้วอาการของโรคฮิคิโคโมริเป็น
00:06:23 → 00:06:26อย่างไรคะจริงๆอาการที่เข้าข่าย
00:06:26 → 00:06:29ฮิคิโคโมรินะคะถ้าตามเกณฑ์วินิจฉัยเนี่ย
00:06:29 → 00:06:31มันก็ก็จะมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันนะคะข้อแรก
00:06:31 → 00:06:35ก็คือมีเรื่องของพฤติกรรมการแยกตัวออกจาก
00:06:35 → 00:06:38สังคมที่ค่อนข้างชัดเจนนะคะข้อ 2 เนี่ย
00:06:38 → 00:06:41อาการพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเนี่ยเป็นลักษณะ
00:06:41 → 00:06:43ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนะคะเป็น
00:06:43 → 00:06:46อย่างน้อยเวลา 6 เดือนแล้วก็ข้อ 3 เนี่ย
00:06:46 → 00:06:49พฤติกรรมตรงเนี้ยมันเริ่มส่งผลกับตัวเค้า
00:06:49 → 00:06:52นะคะอาจจะทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้สูญ
00:06:52 → 00:06:55เสียฟังก์ชั่นในการใช้ชีวิตบางอย่างนะคะ
00:06:55 → 00:06:58หรือว่าการสัมพันธภาพปฏิสัมพันธ์กับคนรอบ
00:06:58 → 00:07:02ข้างเนี่ยเปลี่ยนแปลงไปค่ะอาจารย์คะแล้ว
00:07:02 → 00:07:05โรคฮิคิโคโมริเนี่ยต่างจากคนที่ชอบแค่
00:07:05 → 00:07:08เก็บเนื้อเก็บตัวอย่างไรบ้างคะก็ถ้าเกิด
00:07:09 → 00:07:12ว่าเป็นคนที่ชอบเก็บตัวนะคะโดยทั่วไปก็
00:07:12 → 00:07:15อาจจะรู้สึกว่าตัวเค้าเนี่ยยังไม่ชอบเข้า
00:07:15 → 00:07:18สังคมนะการเข้าสังคมเนี่ยมันเป็นความรู้
00:07:18 → 00:07:21สึกที่แบบมันทำให้เกิดความอึดอัดแต่ว่าก็
00:07:21 → 00:07:24ไม่ใช่ว่าเข้าไม่ได้เลยนะคะก็ยังก็ยังพอ
00:07:24 → 00:07:27ไปได้บ้างแต่ว่าอาจจะหลีกเลี่ยงในบางสถาน
00:07:27 → 00:07:30ที่นะคะแต่ว่าคนที่มีอาการฮิคิโคโมริ
00:07:30 → 00:07:33เนี่ยจะเป็นในลักษณะของการแยกตัวเองปิด
00:07:34 → 00:07:36กั้นตัวเองออกจากสังคมนะคะเป็นการพาตัว
00:07:36 → 00:07:40เองเข้าไปอยู่ในเซฟโซนนะคะอาจจะเป็นใน
00:07:40 → 00:07:44บ้านนะคะหรือว่าในห้องนอนส่วนตัวนะคะหรือ
00:07:44 → 00:07:47บางคนเนี่ยอาจจะมีลักษณะที่ต่อต้านสังคม
00:07:47 → 00:07:50นะคะอย่างเช่นถ้าเกิดว่ามีใครที่พยายาม
00:07:50 → 00:07:52ที่จะเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวหรือว่าในเซฟ
00:07:53 → 00:07:55โซนของคนๆนั้นเนี่ยเขาก็จะรู้สึกว่าอาจจะ
00:07:55 → 00:07:58มีพฤติกรรมต่อต้านจนถึงบางรายเนี่ยอาจจะ
00:07:58 → 00:08:02มีการอทำร้ายหรือว่าทำร้ายร่างกายนะคะคน
00:08:02 → 00:08:06ที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือได้ค่ะอาจารย์คะ
00:08:06 → 00:08:08แล้วโรคคิคิมรินั้นจะรักษาได้อย่างไรบ้าง
00:08:08 → 00:08:13คะค่ะวิธีการรักษานะคะก็จะรักษาทั้งตัว
00:08:13 → 00:08:16ผู้ป่วยนะคะแล้วก็ตัวครอบครัวควบคู่กันไป
00:08:16 → 00:08:19ด้วยนะคะในส่วนของครอบครัวเนี่ยอาจจะ
00:08:19 → 00:08:21เริ่มจากที่บางครอบครัวเนี่ยอาจจะรู้สึก
00:08:21 → 00:08:24อายนะคะที่มีคนไข้หรือว่ามีผู้ป่วย
00:08:24 → 00:08:28ฮิคิโคโมริอยู่ในบ้านนะคะทำให้ครอบครัว
00:08:28 → 00:08:30เนี่ยอาจจะเลือกที่จะปิดกั้นหรือว่ารู้
00:08:30 → 00:08:32สึกว่าการที่มีคนไข้คนเนี้ยอยู่อ่ะมัน
00:08:32 → 00:08:35เป็นตาบาปของเค้าการที่เราให้เค้าได้รับ
00:08:35 → 00:08:38ความรู้นะคะแล้วก็ให้ทางครอบครัวทาง
00:08:38 → 00:08:41ครอบครัวเนี่ยได้พูดคุยกับจิตแพทยได้พูด
00:08:41 → 00:08:43คุยกับนักจิตวิทยาเนี่ยก็จะช่วยให้เขามี
00:08:43 → 00:08:45ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของอาการ
00:08:45 → 00:08:48ฮิคิโคโมริได้มากขึ้นค่ะส่วนตัวผู้ป่วย
00:08:48 → 00:08:51เองนะคะอย่างแรกเลยก็คืออาจจะต้องดู้ว่า
00:08:51 → 00:08:54อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเนี่ยมันเป็นจาก
00:08:54 → 00:08:57โรคร่วมทางจิตเวทอื่นๆหรือเปล่านะคะโรค
00:08:57 → 00:08:59ร่วมที่มีอาการคล้ายกันได้ก็อาจจะอย่าง
00:08:59 → 00:09:02เช่นเรื่องของโรคจิตเภทนะคะคนไข้ก็บางบาง
00:09:02 → 00:09:05รายเนี่ยอาจจะมีลักษณะการแยกตัวออกจาก
00:09:05 → 00:09:08สังคมได้เหมือนกันนะคะหรือว่าโรคซึมเศร้า
00:09:08 → 00:09:11นะคะหรืออาจจะมีเรื่องเรื่องของโรควิตก
00:09:11 → 00:09:14กังวลโรคกลัวการเข้าสังคมคนไข้กลุ่มนี้
00:09:14 → 00:09:17เนี่ยก็อาจจะอ่ามีเรื่องของการที่เข้าไป
00:09:17 → 00:09:19อยู่ในที่ที่คนเยอะๆหรือว่าการที่ได้พูด
00:09:19 → 00:09:22คุยกับคนเนี่ยมันสร้างความอึดอัดใจสร้าง
00:09:22 → 00:09:25ความไม่สุขสบายทางกายให้กับเาก็ทำให้คน
00:09:25 → 00:09:27ไข้กลุ่มนี้เนี่ยเลือกที่จะปลีกตัวออกมา
00:09:27 → 00:09:29หรือบางทีมันก็จะมีเรื่องของโรค
00:09:29 → 00:09:31บุคคลิกภาพผิดปกติบางอย่างอย่างเช่น
00:09:31 → 00:09:34บุคคลิกภาพแยกตัวหรือว่าชื่อภาษาอังกฤษ
00:09:34 → 00:09:38ว่า skis personality disorder นะคะก็
00:09:38 → 00:09:41จะมีอาการคล้ายกันได้นะคะซึ่งถ้าเกิดว่า
00:09:41 → 00:09:43พบว่ามีโรคร่วมทางจิตเวทเนี่ยก็จะให้การ
00:09:43 → 00:09:46รักษาโรคทางจิตเวทร่วมด้วยนะคะอาจจะเป็น
00:09:46 → 00:09:49การให้ยาเป็นหลักนะคะร่วมกับการทำจิต
00:09:49 → 00:09:52บำบัดทีเนี้ยมันก็จะมีคนไข้บางคนที่ไม่
00:09:52 → 00:09:55ได้เป็นโรคร่วมทางจิตเวทมีอาการ
00:09:55 → 00:09:57ฮิคิโคโมริเพียวเลยเขาก็จะเรียกว่าไี่
00:09:57 → 00:10:01ฮิคิโคโมรินะคะคะในแนวทางการรักษาเนี่ยก็
00:10:01 → 00:10:04จะเน้นที่การทำจิตบำบัดเป็นหลักค่ะซึ่ง
00:10:04 → 00:10:06การทำจิตบำบัดเนี่ยก็จะมีทั้งการจิทำจิต
00:10:06 → 00:10:10บำบัติรายบุคคลนะคะอาจจะเป็นการส่งเสริม
00:10:10 → 00:10:12เรื่องของการ Social skill นอกเหนือจาก
00:10:12 → 00:10:15การทำจิตบำบัดแบบรายบุคคลนะคะก็จะมีการทำ
00:10:15 → 00:10:18จิตบำบัดแบบกลุ่มนะคะซึ่งตรงนี้เนี่ยมัน
00:10:18 → 00:10:21ก็จะเหมือนเป็นการให้คนที่มีอาการคล้ายๆ
00:10:21 → 00:10:23กันเนี่ยเข้ามาพูดเข้ามาคุยกันตรงนี้
00:10:23 → 00:10:26เนี่ยก็จะมีประโยชน์ในแง่ของการส่งเสริม
00:10:26 → 00:10:28เรื่องของ Social skill เรื่องของการ
00:10:28 → 00:10:29ปฏิั
00:10:29 → 00:10:34ในสังคมให้กับคนไข้ได้ค่ะอาจารย์คะเราจะ
00:10:34 → 00:10:37มีวิธีในการสังเกตคนรอบข้างรวมถึงตัวเรา
00:10:37 → 00:10:39เองว่าเรามีความเสี่ยงในเรื่องของโรค
00:10:40 → 00:10:43ฮิคิโคโมริได้อย่างไรบ้างคะอันดับแรกเลย
00:10:43 → 00:10:46ก็ถ้าเราเริ่มสังเกตเห็นว่าคนรอบข้างคน
00:10:46 → 00:10:50ใกล้ตัวเนี่ยเริ่มมีอาการแยกตัวนะคะไม่
00:10:50 → 00:10:53พูดไม่จาไม่ค่อยคุยกับใครเก็บตัวเงียบ
00:10:53 → 00:10:56อยู่ในห้องอันเนี้ยก็อาจจะเป็นสัญญาณนึง
00:10:56 → 00:11:00ละนะคะหรือว่าถ้าเกิดเป็นตัวของเราเองเรา
00:11:00 → 00:11:03เริ่มรู้สึกว่าตัวเราเองเนี่ยเริ่มที่จะ
00:11:03 → 00:11:06ไม่ค่อยอยากคุยกับใครรู้สึกว่าอยู่คน
00:11:06 → 00:11:09เดียวสบายใจกว่าหรือการที่เราไปอยู่ใน
00:11:09 → 00:11:12สังคมการพบเจอผู้คนทำให้เรารู้สึกว่าเรา
00:11:13 → 00:11:15รู้สึกอึดอัดหรือเราไม่รู้สึกเป็นรู้สึก
00:11:15 → 00:11:17ว่าแบบเหมือนเราไม่เป็นส่วนหนึงของสังคม
00:11:17 → 00:11:20นั้นอันนี้ก็อาจจะเป็นสัญญาณแรกเริ่มซึ่ง
00:11:20 → 00:11:22สัญญาณแรกเริ่มตรงเไม่ได้หมายความว่าจะ
00:11:22 → 00:11:25เป็นอาการของฮิคิโคโมริเสมอไปนะคะอาจจะ
00:11:25 → 00:11:28เป็นความผิดปกติอื่นๆทางจิตเวทได้นะคะ
00:11:28 → 00:11:31อย่างยังไงก็แนะนำว่าปรึกษาแพทย์นะคะหรือ
00:11:31 → 00:11:35ว่านักจิตวิทยาค่ะเพื่อให้การวินิจฉัยให้
00:11:35 → 00:11:38ความช่วยเหลือกันนะคะอาจารย์ขาแล้วโรค
00:11:38 → 00:11:41ฮิคิโคโมริเนี่ยมีวิธีป้องกันอย่างไรคะ
00:11:41 → 00:11:44วิธีป้องกันถ้าเกิดว่าเป็นตัวเราเองนะคะ
00:11:44 → 00:11:48อันดับแรกเลยก็เวลาที่มีปัญหาหรือว่ามี
00:11:48 → 00:11:51ความอึดอัดคับข้องใจเนี่ยก็อาจจะมีใครสัก
00:11:51 → 00:11:56คนนึงนะคะที่เราไว้ใจสามารถพูดคุยรับฟัง
00:11:56 → 00:11:59ปัญหาได้นะคะอีกอย่างนึงคือคือก็คือลด
00:11:59 → 00:12:02ความกดดันที่มีต่อตัวเองลงนะคะการฟังแบบ
00:12:02 → 00:12:05open การฟังแบบเปิดที่รับฟังโดยไม่ตัด
00:12:05 → 00:12:08สินก็เป็นการช่วยได้นะคะอีกส่วนนึงพ่อแม่
00:12:09 → 00:12:11เนี่ยก็สามารถสอนลูกๆได้ค่ะว่าจริงๆแล้ว
00:12:11 → 00:12:14อ่ะความผิดพลาดหรือว่าความไม่สมหวังเนี่ย
00:12:15 → 00:12:18มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตนะคะแต่ว่า
00:12:18 → 00:12:20การที่เราผิดพลาดไปแล้วแทนที่เราจะโทษตัว
00:12:20 → 00:12:24เองเนี่ยเราอาจจะเลือกกิบเอาความผิดพลาด
00:12:24 → 00:12:26นั้นน่ะมาเรียนรู้ว่าแล้วเราได้เรียนรู้
00:12:26 → 00:12:29อะไรจากความผิดพลาดครั้งนี้แล้วในครั้ง
00:12:29 → 00:12:32ต่อไปเราสามารถไปต่อได้หรือปรับปรุงแก้ไข
00:12:32 → 00:12:35ได้ยังไงบ้างค่ะค่ะขอบพระคุณนะคะอาจารย์
00:12:35 → 00:12:38หมอจากแอปพลิเคชันหมอดีที่มาให้ความรู้
00:12:38 → 00:12:41ความเข้าใจในเรื่องของโรคฮิคิโคโมริหรือ
00:12:41 → 00:12:43ภาวะตัดขาดแยกตัวจาก
00:12:43 → 00:12:47สังคมสนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านใน
00:12:47 → 00:12:49มือ
00:12:49 → 00:12:53คุณคุณผู้ชมเชื่อหรือไม่คะว่าปัจจุบันค่ะ
00:12:54 → 00:12:56คนที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดอาจจะมีความ
00:12:56 → 00:12:59เสี่ยงเป็นเรื่องของโรคฮิคิโคโมริ
00:12:59 → 00:13:04ได้โรคฮิคิโคโมริสามารถพบได้มากขึ้นในคน
00:13:04 → 00:13:07เมืองที่อาศัยอยู่ในมหานครหรือเมืองใหญ่ๆ
00:13:07 → 00:13:10อย่างเช่นกรุงเทพฯได้เช่นกันเนื่องจาก
00:13:10 → 00:13:12สภาพสังคมเมืองในปัจจุบันที่เต็มไปด้วย
00:13:12 → 00:13:15ปัญหาทั้งรถติดและเพื่อนร่วมสังคมที่ไม่
00:13:15 → 00:13:18เป็นมิตรทำให้คนเมืองหลายคนชอบที่จะเก็บ
00:13:18 → 00:13:21ตัวอยู่ในห้องหรือคอนโดเงียบๆคนเดียวนอก
00:13:21 → 00:13:24จากนี้สภาพการอยู่อาศัยของคนเมืองที่ส่วน
00:13:24 → 00:13:27ใหญ่พักอาศัยตามคอนโดหรือห้องเช่าซึ่งทำ
00:13:27 → 00:13:31ให้ไม่ได้พบพูดคุยกับผู้อื่นมากนักจึงอาจ
00:13:31 → 00:13:34ทำให้เกิดอาการของฮิคิโคโมริที่หนักขึ้น
00:13:34 → 00:13:38จึงถึงขั้นอาจป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นได้
00:13:38 → 00:13:40และอย่างที่หมอดาวกล่าวไปนะคะว่าโรค
00:13:40 → 00:13:43ฮิคิโคโมริค่ะส่วนหนึ่งก็คือมาจากเรื่อง
00:13:43 → 00:13:46ของความผิดหวังและผิดหวังแล้วยังไม่พอ
00:13:46 → 00:13:49นั่นก็คือเป็นเรื่องของการโทษตัวเองเมื่อ
00:13:49 → 00:13:51โทษตัวเองก็ยิ่งผิดหวังยิ่งผิดหวังยิ่ง
00:13:51 → 00:13:55โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับตรงนี้นะคะ
00:13:55 → 00:13:57เราจะจัดการกับเรื่องของการโทษตัวเอง
00:13:57 → 00:14:01อย่างไรบ้างเมื่อรู้สึกผิดหวังเสียใจได้
00:14:01 → 00:14:03แต่อย่าซ้ำเติมตัวเองค่ะเมื่อผิดหวังก็
00:14:03 → 00:14:06เป็นธรรมดานะคะที่เราจะรู้สึกเสียใจเรา
00:14:06 → 00:14:09สามารถแสดงออกว่าเสียใจได้ใครที่รู้สึก
00:14:09 → 00:14:12เศร้ามากๆก็สามารถที่จะร้องไห้เพื่อให้
00:14:12 → 00:14:14ตัวเองเนี่ยรู้สึกผ่อนคลายลงค่ะแต่สิ่ง
00:14:14 → 00:14:17ที่ไม่ควรทำก็คือการเอาแต่โทษหรือซ้ำเติม
00:14:17 → 00:14:21ตัวเองวนไปค่ะเช่นคิดว่าคงจะไม่เป็นแบบ
00:14:21 → 00:14:25นี้ถ้าเราทำแบบนี้การเอาแต่คิดซ้ำเติมตัว
00:14:25 → 00:14:27เองจะทำให้เรารู้สึกแย่และก้าวผ่านความ
00:14:27 → 00:14:30ผิดหวังไปไม่ได้เลยสักทีค่ะเพราะฉะนั้น
00:14:30 → 00:14:33หยุดคิดโทษตัวเองแล้วเปิดใจยอมรับความ
00:14:33 → 00:14:36จริงที่เกิดขึ้นเรายังสามารถเติบโตและ
00:14:36 → 00:14:39เรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อีกมากมายอยู่ที่
00:14:39 → 00:14:42mindset ของเราเองนะคะว่าเราจะมองมันใน
00:14:42 → 00:14:45มุมไหนเรียนรู้จากความผิดพลาดเราทุกคน
00:14:46 → 00:14:48ต่างก็สามารถทำความผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น
00:14:48 → 00:14:51ค่ะเราจึงควรทำความเข้าใจว่าการที่เราทำ
00:14:51 → 00:14:54สิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้หมายความว่าเราเป็น
00:14:54 → 00:14:57คนล้มเหลวหรือไม่เอาไหนความผิดพลาดคือ
00:14:57 → 00:15:00เป็นครูที่ดีจะช่วยให้เราได้เรียนรู้ว่า
00:15:00 → 00:15:04วิธีไหนใช้ได้ผลและวิธีไหนที่ไม่เวิร์ค
00:15:04 → 00:15:06การเรียนรู้จากการผิดพลาดจะนำบทเรียน
00:15:06 → 00:15:09เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวเองก็จะช่วยแก้ไข
00:15:09 → 00:15:12จุดบกพร่องและป้องกันไม่ให้เราทำผิดพลาด
00:15:12 → 00:15:16ซ้ำอีกในคราวหน้ารับผิดชอบในสิ่งที่ทำบาง
00:15:17 → 00:15:19ครั้งเราก็เอาแต่โทษสิ่งรอบตัวเป็นสาเหตุ
00:15:19 → 00:15:22ที่ทำให้เราผิดพลาดเช่นเราอาจโทษคุณพ่อ
00:15:22 → 00:15:25คุณแม่ที่ไม่ยอมปลุกให้ตื่นเช้าจนทำให้
00:15:25 → 00:15:28เราต้องตื่นสายค่ะทั้งๆที่ถ้าพิจารณาถึง
00:15:28 → 00:15:30สาเหตุที่แท้จริงแล้วที่เราตื่นสายก็
00:15:31 → 00:15:33เพราะตัวเราเองนี่แหละค่ะเพราะฉะนั้นก่อน
00:15:33 → 00:15:36จะโทษสิ่งต่างๆรอบตัวเราก็ควรคิดให้ถี่
00:15:36 → 00:15:38ถ้วนก่อนและรอบด้านนะคะว่าความผิดพลาดที่
00:15:38 → 00:15:42เกิดขึ้นมันมาจากตัวเราหรือสิ่งรอบข้าง
00:15:42 → 00:15:46กันแน่เพราะถ้าเราผ่านโทษสิ่งต่างๆรอบตัว
00:15:46 → 00:15:49แบบไม่มีเหตุผลไม่ลืมหูลืมตาค่ะสุดท้าย
00:15:49 → 00:15:53เราจะกลายเป็นคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้
00:15:53 → 00:15:56การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจะทำให้เรา
00:15:56 → 00:15:59รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองรู้สึกสึกด้อย่า
00:15:59 → 00:16:02ไปจนถึงท้อแท้และสิ้นหวังมากๆค่ะความคิด
00:16:02 → 00:16:05พวกนี้จะวนเวียนอยู่ในหัวเราไม่หยุดเลย
00:16:05 → 00:16:08และทำให้เราไม่สามารถก้าวผ่านความผิดหวัง
00:16:08 → 00:16:11ไปได้สิ่งที่เราควรทำคือพยายามทำสิ่งต่าง
00:16:11 → 00:16:15ๆให้ดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเราเองหยุด
00:16:15 → 00:16:18ได้ให้หยุดคิดอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ
00:16:18 → 00:16:21กับคนอื่นเลยเพราะมันมีแต่จะทำให้ท้อแท้
00:16:21 → 00:16:24และหมดพลังที่จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้
00:16:24 → 00:16:28ค่ะค่ะสุดท้ายนะคะไม่ว่าเราจะมีความ
00:16:28 → 00:16:31เครียดอะไรอย่างไรนะคะต้องบอกเลยค่ะว่า
00:16:31 → 00:16:34หลายๆครั้งที่เราเก็บมันไว้กับตัวเรา
00:16:34 → 00:16:37เพราะว่าเราอยากเอ่อที่จะทบทวนหรือว่าดู
00:16:37 → 00:16:40แลตัวเองแก้ไขด้วยตัวเองแต่สิ่งที่เราทำ
00:16:40 → 00:16:42อยู่มันอาจไม่ถูกต้องเพราะว่าการที่เรา
00:16:42 → 00:16:45เนี่ยเก็บเอาไว้กับตัวเองนั้นไม่ได้ระบาย
00:16:45 → 00:16:48ออกมานะคะรวมไปถึงว่ามันเหมือนกับายเรือ
00:16:48 → 00:16:50อยู่ในอ่างอ่ะค่ะมันจะทำให้ปัญหาเนี่ย
00:16:50 → 00:16:53อยู่แค่ตรงนั้นไม่สามารถแก้ได้การพูดคุย
00:16:53 → 00:16:56การที่แลกเปลี่ยนแชร์ไอเดียแชร์ความรู้
00:16:56 → 00:16:59สึกกันกับคนอื่นจะเป็นส่วนที่ช่วยในการ
00:16:59 → 00:17:02จัดการแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้นหลายครั้งปัญหา
00:17:02 → 00:17:04เนี่ยมันไม่ใช่เกิดกับเราคนเดียวค่ะมัน
00:17:04 → 00:17:07เกิดกับคนอื่นด้วยแล้วเขาก็มีวิธีในการ
00:17:07 → 00:17:10จัดการเอาตัวรอดและเมื่อเราไปแชร์ไอเดีย
00:17:10 → 00:17:13ตรงนี้กับเขาเราก็จะได้เห็นอ๋อวิธีการเอา
00:17:13 → 00:17:16ตัวรอดวิธีการจัดการมันก็มีอีกนะยิ่งเรา
00:17:16 → 00:17:19พูดคุยกับคนที่พูดคุยได้นะคะก็จะยิ่งทำ
00:17:19 → 00:17:22ให้เราเนี่ยสามารถหาทางออกได้ในการแก้ไข
00:17:22 → 00:17:26ปัญหานอกจากนี้ค่ะก็มีวิธีนะคะในการ
00:17:26 → 00:17:29ปรึกษาซึ่งเราสามารถปรึกษาบุบุคลากรทาง
00:17:29 → 00:17:32การแพทย์ได้รวมถึงมีสายด่วนของกรมสุขภาพ
00:17:32 → 00:17:33จิตก็คือ
00:17:33 → 00:17:361323 ที่สำคัญเลยเราจะต้อง detect หรือ
00:17:36 → 00:17:39ว่าตรวจจับตัวเองได้ว่าเอ๊ะจริงๆตอนเนี้ย
00:17:39 → 00:17:42เรามีภาวะความเครียดหรือมีอะไรที่เรารับ
00:17:42 → 00:17:44มือไม่ได้หรือเปล่าหนึ่งในนั้นค่ะก็คือ
00:17:44 → 00:17:47การคัดกรองตัวเองปัจจุบันมีแบบคัดกรองมาก
00:17:47 → 00:17:49มายนะคะยกตัวอย่างค่ะจากคณะแพทยศาสตร์
00:17:50 → 00:17:52รามาธิบดีนะคะจะเป็นแบบคัดกรองที่เรา
00:17:52 → 00:17:55สามารถสแกน QR coe จากหน้าจอมือถือค่ะ
00:17:55 → 00:17:57แล้วก็สามารถทำแบบทดสอบแล้วแล้วก็ประเมิน
00:17:57 → 00:18:00ตัวเองว่าว่าเราเนี่ยเข้าข่ายภาวะไหนถ้า
00:18:00 → 00:18:03เครียดมากประกอบกับว่าภาวะชีวิตเนี่ยเรา
00:18:03 → 00:18:06ประเมินตัวเองแล้วกินก็ไม่ได้นอนก็ไม่ได้
00:18:06 → 00:18:08แนะนำว่าไปพบบุคลากรทางการแพทย์หรือว่า
00:18:08 → 00:18:11จิตแพทย์พูดคุยก็จะยิ่งช่วยทำให้เราเนี่ย
00:18:11 → 00:18:14หายตรงจุดนี้ในเร็ววันค่ะแล้วเราจะรู้ตัว
00:18:14 → 00:18:17ได้อย่างไรว่าตัวเราเนี่ยเป็นเพียงคนที่
00:18:17 → 00:18:20มีนิสัยชอบเก็บเนื้อเก็บตัวนะคะหรืออาจจะ
00:18:20 → 00:18:23มีลักษณะของที่เรียกว่าอินเวิร์ตแต่ไม่
00:18:23 → 00:18:27ได้ถึงกับภาวะที่แยกตัวออกจากสังคม
00:18:27 → 00:18:30เลยคนที่เป็นอินโทรเวิร์ตจะมีลักษณะดัง
00:18:30 → 00:18:34นี้จะเป็นคนที่มีโลคส่วนตัวสูงระมัดระวัง
00:18:34 → 00:18:37ในการใช้คำพูดคำจาและนิ่งลึกทำให้ดู
00:18:37 → 00:18:40เหมือนเป็นคนเก็บตัวพูดน้อยชอบทำกิจกรรม
00:18:40 → 00:18:43เงียบๆหรือกิจกรรมที่มีกลุ่มคนน้อยๆเช่น
00:18:43 → 00:18:46อ่านหนังสือวดรูปตกปลาเดินป่าดูหนังฟัง
00:18:46 → 00:18:49เพลงที่ห้องสิ่งที่หลายคนมักจะเข้าใจผิด
00:18:49 → 00:18:52กับคนที่เป็นอินโทรเวิร์ตคือการเข้าใจว่า
00:18:52 → 00:18:55คนกลุ่มนี้มักไม่ค่อยพูดและเก็บตัวแท้
00:18:55 → 00:18:57จริงแล้วไม่ใช่เลยค่ะคนที่เป็น
00:18:57 → 00:19:00อินโทรเวิร์ตหลายคนมีทักษะในการพูดพีเซน
00:19:00 → 00:19:03งานได้ดีและยังชื่นชอบการออกไปท่องเที่ยว
00:19:03 → 00:19:06พบปะผู้คนอยู่เหมือนกันและถ้าเมื่อไหร่
00:19:06 → 00:19:08ที่อินโทรเวิร์ตจะต้องพบเจอกับสังคมกลุ่ม
00:19:08 → 00:19:11ใหญ่โดยเฉพาะคนแปลกหน้าจะใช้พลังงานมาก
00:19:11 → 00:19:14เป็นพิเศษและจะพูดน้อยตรงข้ามเมื่ออยู่
00:19:14 → 00:19:18กับคนรู้จักสำหรับคนที่มีลักษณะ extrovert
00:19:18 → 00:19:20คือกลุ่มคนที่มักถูกมองว่าพูดเก่งชอบมี
00:19:20 → 00:19:23ปฏิสัมพันธ์มนุษย์สัมพันธ์ดีและมีแรง
00:19:23 → 00:19:25กระตือรือร้นมากกว่าคนอินโทรเวิร์ตดัง
00:19:26 → 00:19:28นั้นกิจกรรมของคนกลุ่มนี้จึงชื่นชอบการ
00:19:28 → 00:19:32ออกไปปาร์ตี้ท่องเที่ยวพบปะผู้คนกิจกรรม
00:19:32 → 00:19:34อะไรก็ได้ที่พบปะผู้คนค่ะเนื่องจากนิสัย
00:19:34 → 00:19:37ที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจชอบค้นหาอะไรใหม่
00:19:38 → 00:19:41ๆจึงไม่แปลกที่ Extra จะชอบเข้าหาผู้คนทำ
00:19:41 → 00:19:44ให้รู้จักคนมากมายหลายประเภทกว้างขวางมี
00:19:44 → 00:19:47ความรู้รอบตัวเยอะรู้ว่าการเข้าหาคนแบบ
00:19:47 → 00:19:51นี้ต้องทำตัวอย่างไรมีความมั่นใจสูงและใน
00:19:51 → 00:19:54ความเป็นจริงแล้วนะคะมนุษย์เราเนี่ยมี
00:19:54 → 00:19:56ทั้งความเป็น introvert ก็คืออยู่ตัวคน
00:19:56 → 00:19:59เดียวใช้ความคิดเงียบๆและ Extra World
00:19:59 → 00:20:01คือการพบปะผู้คนทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะเราควร
00:20:01 → 00:20:04จะ Balance หรือว่าสร้างสมดุลให้ดีโดยที่
00:20:04 → 00:20:07ในบางขณะเนี่ยเราจำเป็นจะต้องอยู่กับตัว
00:20:07 → 00:20:10เองทบทวนตัวเองว่าเราทำอะไรอยู่นะคะมี
00:20:10 → 00:20:12กิจกรรมที่เป็นของตัวเองหรือที่เรียกว่า
00:20:12 → 00:20:15มี Time ก็คือคืนกำไรชีวิตให้ตัวเองบาง
00:20:15 → 00:20:18ครั้งการนั่งเงียบๆการชาร์จพลังนะคะการทำ
00:20:18 → 00:20:21อะไรผ่อนคลายเราอาจจะมองว่านั่นคืออเวร์
00:20:21 → 00:20:24แต่แท้จริงแล้วมันก็คือมี Time การที่เรา
00:20:24 → 00:20:26ให้เวลากับตัวเองอย่างแท้จริงในส่วน
00:20:26 → 00:20:29extrovert ค่ะคือการพบปะเรียนรู้ผู้คน
00:20:29 → 00:20:32จริงๆตรงจุดนี้มันก็จำเป็นนะคะที่เรา
00:20:32 → 00:20:34เนี่ยยังอยู่ในสังคมที่ยังต้องมีการแลก
00:20:34 → 00:20:37เปลี่ยนเรียนรู้และที่สำคัญคือการช่วย
00:20:37 → 00:20:39เหลือเกื้อกูลกันค่ะไม่มีใครหรอกค่ะที่
00:20:39 → 00:20:42สามารถที่เราจะลุยเดี่ยวได้จริงๆทั้งนี้
00:20:42 → 00:20:45ทั้งนั้นค่ะการที่เรามีคนอยู่แวดล้อมนั้น
00:20:45 → 00:20:47นะคะเราก็ต้องจัดสมดุลเช่นเดียวกันให้คน
00:20:47 → 00:20:50ที่อยู่แวดล้อมเรานั้นไม่มาท็อกซิกหรือ
00:20:50 → 00:20:53ว่ามาทำให้เราสูญเสียความเป็นส่วนตัวสูญ
00:20:53 → 00:20:56เสียมี Time หรือสูญเสียเวลาของตัวเองมาก
00:20:56 → 00:21:00เกินไปจะอเวร์หรือ Extra มากน้อยแค่ไหน
00:21:00 → 00:21:03แต่สุดท้ายแล้วเราต้องกลับมาจัดสมดุลใน
00:21:03 → 00:21:06ชีวิตของเราให้ดีให้มันพอเหมาะพอดีกัน
00:21:06 → 00:21:08เพื่อที่เราจะได้อยู่กับตัวเองอย่างมี
00:21:08 → 00:21:11ความสุขและเพื่อที่จะได้อยู่กับคนอื่น
00:21:11 → 00:21:14อย่างมีความสุขด้วยค่ะเป็นอย่างไรกันบ้าง
00:21:14 → 00:21:18คะคุณผู้ชมกับสาระดีๆที่ TNN H นำมาฝาก
00:21:18 → 00:21:20คุณผู้ชมเป็นวันนี้หวังใจเป็นอย่างยิ่งนะ
00:21:20 → 00:21:23คะว่าคุณผู้ชมจะนำสาระสุขภาพดีๆไปปฏิบัติ
00:21:24 → 00:21:27ตัวเพื่อดูแลตัวเองให้แข็งแรงกันค่ะและขอ
00:21:27 → 00:21:30ขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชมรายการ
00:21:30 → 00:21:33TNN He มาตลอดทั้งรายการค่ะและอย่าลืม
00:21:33 → 00:21:36นะคะติดตามรับชม TNN Heal ได้เป็นประจำ
00:21:36 → 00:21:40ทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15 น-
00:21:40 → 00:21:4415:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 และสามารถติด
00:21:44 → 00:21:48ตามรับชมรีรันได้ทุกบวันจันทร์เวลา 14:30
00:21:48 → 00:21:53น - 15:00 นนะคะที่สำคัญค่ะเอาใจคนตื่น
00:21:53 → 00:21:58เช้าวันเสาร์ค่ะเวลา 600 น- 6:30 นค่ะนอก
00:21:58 → 00:22:01จากนี้นะคะสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง
00:22:01 → 00:22:04YouTube Facebook tiktok TNN และเรา
00:22:04 → 00:22:07มีน้องใหม่นะคะ Instagram IG TNN
00:22:07 → 00:22:10Health ด้วยนอกจากนี้นะคะอย่าลืมเป็น
00:22:10 → 00:22:12เพื่อนกับเรา TNN Health ทาง LINE
00:22:12 → 00:22:15official ค่ะสำหรับวันนี้หมอดาวและทีม
00:22:15 → 00:22:18งานต้องขอตัวลาไปก่อนอย่าลืมกดไลค์กดแชร์
00:22:18 → 00:22:21กด Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีม
00:22:21 → 00:22:26งานนะคะสำหรับวันนี้ tn and tal สวัสดี
00:22:26 → 00:22:30ค่ะ
00:22:30 → 00:22:56[เพลง]
00:22:56 → 00:23:00เ
00:23:00 → 00:23:03อ