00:00:00 → 00:00:02ก็วันนี้ก็ได้เชิญนะคะนายแพทย์ธนพัฒ์
00:00:02 → 00:00:06จงไพบุญพัฒนะนะคะอายุรแพทย์ประจำแผนก
00:00:06 → 00:00:08อยุรกรรมโรงพยาบาลไทยนครินทร์มาพูดคุยใน
00:00:08 → 00:00:12รายการของเรานะคะเกี่ยวกับหัวข้อดื่มน้ำ
00:00:12 → 00:00:15เย็นช่วยรับมือฮิสโตรกได้จริงหรือเอออัน
00:00:15 → 00:00:17นี้พี่ก็แบบอยากรู้เหมือนกันว่าเวลาเรา
00:00:17 → 00:00:19ร้อนมากๆเนี่ยการดื่มน้ำเย็นเนี่ยมันจะ
00:00:19 → 00:00:22ช่วยให้เรารู้สึกว่าพ้นจากภัยของฮิสโตรก
00:00:22 → 00:00:24ได้หรือเปล่าตอนนี้คุณหมออยู่ในสายกับเรา
00:00:24 → 00:00:26แล้วนะคะสวัสดีค่ะคุณหมอคะสวัสดีครับคุณ
00:00:26 → 00:00:30หมอครับสวัสดีครับคุณกวาหนค่ะครับสวัสดี
00:00:30 → 00:00:32ครับหมอครับขอบคุณมากเลยนะคะที่ให้
00:00:32 → 00:00:35เกียรติกับรายการสุขภาพดี 22:00 น.นะคะ
00:00:35 → 00:00:37ค่ะฟังเกือบทุกวันเลยครับคุณแม่โอขอบพระ
00:00:37 → 00:00:43คุณมากขอบคุณค่ะก็สำหรับวันนี้อย่างกรณี
00:00:43 → 00:00:46ลูกสาวตัวน้อยๆของโอ๊คอ่ะค่ะเอ่อคุณหมอคะ
00:00:46 → 00:00:50ที่เป็นไข้ไปแล้วเป็นเอ่อจากผลกระทบจาก
00:00:50 → 00:00:54กรณีแดดเนี่ยคือโรคลมแดดเนี่ยถ้าฮิสโตกก็
00:00:54 → 00:00:57คือภาษาไทยโรคลมแดดถูกเข้าใจถูกต้องมั้คะ
00:00:57 → 00:01:01คุณหมอใช่ครับใช่ครับค่ะลมแดดเนี่ยคือผล
00:01:01 → 00:01:04กระทบเนี่ยมักจะเกิดในกลุ่มกลุ่มเด็กหรือ
00:01:04 → 00:01:07ว่ากลุ่มผู้ใหญ่หรือว่าคนที่มีลักษณะความ
00:01:07 → 00:01:09เสี่ยงแบบไหนแล้วก็ตัวลมแดดเนี่ยมีความ
00:01:09 → 00:01:12แตกต่างกับเวลาเราเป็นลมธรรมดายังไงบ้าง
00:01:12 → 00:01:15คะออโอเคครับงั้นเดี๋ยวผมเดี๋ยวผมเท้า
00:01:15 → 00:01:19ความนิดนึงก่อนปกติอย่างคนเราเนี่ยเป็น
00:01:19 → 00:01:21สัตว์เลือดอุ่นเนาะคอนเซปตคือจะพยายาม
00:01:21 → 00:01:24รักษาอุณหภูมิร่างกายครับให้คงที่ไว้ที่
00:01:24 → 00:01:29ประมาณ 36-37 องเซียเพื่อให้การทำงานของ
00:01:29 → 00:01:32ระบบต่างๆเป็นไปได้ความปกตินะครับเพราะ
00:01:32 → 00:01:36ว่าอ่าถ้าเมื่อร่างกายเนี่ยรับรู้ว่าอ่ะ
00:01:36 → 00:01:38สมมุติภายนอกอากาศร้อนร่างกายเริ่มมี
00:01:38 → 00:01:41อุณหภูมิสูงขึ้นแล้วก็จะมีการรับรู้แล้ว
00:01:41 → 00:01:44ก็ส่งไปที่สมองส่วนที่เรียกไฮโปรทารามัส
00:01:44 → 00:01:46นะครับแต่ว่าเอาง่ายๆคือเป็นศูนย์ที่รับ
00:01:46 → 00:01:50รู้อุณหภูมิแล้วมันก็จะส่งสัญญาณมาที่แถว
00:01:50 → 00:01:53อ่าเส้นเลือดโดยเฉพาะบริเวณใกล้ผิวหนัง
00:01:53 → 00:01:58ครับให้ขยายเพื่อระเหยความร้อนออกไปพร้อม
00:01:58 → 00:02:00กับกระตุ้นให้สร้างเหงื่อก็คือระเหยความ
00:02:00 → 00:02:03ร้อนผ่านเหงื่อออกไปเพราะฉะนั้นหลักๆคือ
00:02:03 → 00:02:06เราก็ต้องมีการรับรู้อภูมิให้ถูกต้อง
00:02:06 → 00:02:10กระตุ้นให้เกิดการระบายความร้อนได้มีน้ำ
00:02:10 → 00:02:12เพียงพอที่จะระเหยความร้อนทิ้งออกแล้วก็
00:02:12 → 00:02:15บรรยากาศข้างนอกรอบตัวครับก็คือต้องเป็น
00:02:15 → 00:02:18ใจให้เราระเหยความร้อนผ่านน้ำออกไปก็คือ
00:02:18 → 00:02:21ถ้าความมีความชื้นสูงมากอ่ะครับการระเหย
00:02:21 → 00:02:24ออกไปเนี่ยก็จะถูกขัดขวางอือก็จะก็จะทำ
00:02:24 → 00:02:27ให้การระบายความร้อนเป็นไปไม่ได้อย่างที่
00:02:27 → 00:02:33ควรจะเป็นนะครับอืก็ทีนี้ตัวฮิตโศกเนี่ย
00:02:33 → 00:02:37ค่ะมันเป็นมันเป็นหนึ่งในอันตรายของโรค
00:02:37 → 00:02:39ที่เกิดที่ร่างกายได้รับผลกระทบจากความ
00:02:39 → 00:02:42ร้อนนะครับซึ่งก็แบ่งิสโศกเนี่ยหรือว่าลม
00:02:42 → 00:02:45แดดเนี่ยจริงๆชื่อค่อนข้างดูแบบไร้พิษภัย
00:02:45 → 00:02:48มากเลยนะครับแต่จริงๆคือมันเป็นเป็นภาวะ
00:02:48 → 00:02:52ที่รุนแรงที่สุดที่เกิดจากความร้อนเลยที่
00:02:52 → 00:02:54มีผลกระทบกับร่าง
00:02:54 → 00:02:57กายเนื่องจากว่าร่างกายเนี่ยจะถึงในจุด
00:02:57 → 00:03:00ที่มีอุณหภูมิสูงแต่ว่าไม่สามารถระบาย
00:03:00 → 00:03:03ความร้อนออกมาได้ค่ะครับโดยที่ความร้อน
00:03:03 → 00:03:06เนี่ยที่คนที่ไข้ที่มาเนี่ยก็ความร้อนก็
00:03:06 → 00:03:09คือวันอุณหภูมิกายเนี่ยได้เกิน 40.5 องศา
00:03:09 → 00:03:11แล้วก็ร่วมกับมีอาการทางระบบประสาทเช่น
00:03:11 → 00:03:14การสูญเสียความรู้สึกมีการสับสนบางครั้ง
00:03:14 → 00:03:18ก็ชักหมดสติได้ครับอืรวมถึงมีการล้มเหลว
00:03:18 → 00:03:23ของเอาต่างๆตามมาครับค่ะโอถ้าถึงขั้นชัก
00:03:23 → 00:03:26หมดสติได้เนี่ยคือความร้อนมันต้องร้อนมาก
00:03:26 → 00:03:30ขนาดไหนคะคุณหมอหรือว่าเราไม่ได้คือไม่
00:03:30 → 00:03:32ได้ดื่มน้ำหรือไม่ได้พักผ่อนหรือว่า
00:03:32 → 00:03:36บรรเทาให้ร่างกายมันเย็นลงมันก็เลยทะยาน
00:03:36 → 00:03:40ไปสู่การอาการชักได้อ่ะค่ะอ๋อจริงๆจริงๆ
00:03:41 → 00:03:44ก็คือร่างกายเราก็จะพยายามรักระบายความ
00:03:44 → 00:03:48ร้อนออกโดยผ่านทางอ่าเหงื่อแล้วก็มีการ
00:03:48 → 00:03:50ปรับพฤติกรรมอย่างเช่นอ่ะเราก็จะเดินไปหา
00:03:50 → 00:03:54น้ำมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่บาง
00:03:54 → 00:03:56ลงอันนี้เป็นการสั่งกาของสมองอ่ะครับแต่
00:03:56 → 00:04:01ทีนี้เมื่อร่างกายมันพยายามระบายออกจนสุด
00:04:01 → 00:04:05ความสามารถของมันแล้วหรือเราไม่มีความไม่
00:04:05 → 00:04:08มีน้ำในร่างกายเพียงพอที่จะระเหยไปได้
00:04:08 → 00:04:11หรือมีปัญหาของระบบร่างกายต่างๆเช่นระบบ
00:04:11 → 00:04:14ประสาทที่ไม่สามารถรับรู้หรือว่าสั่งการ
00:04:14 → 00:04:16ให้เกิดการระบายความร้อนได้อย่างมี
00:04:16 → 00:04:18ประสิทธิภาพอ่ะครับออันนั้นก็จะเกิดความ
00:04:18 → 00:04:22ล้มเหลวของต่างๆตามมาอืเช่นอาการเป็นลม
00:04:22 → 00:04:25หมดสติอย่างี้หรือเปล่าฮะอ่าอันเป็นการ
00:04:25 → 00:04:28สูญเสียความรู้สึกทางระบบเอ่อความรู้สึก
00:04:28 → 00:04:30ตัวเนี่ยครับก็จะเป็นส่วนองค์ประกอบหนึ่ง
00:04:30 → 00:04:33ของการวินิจฉัยว่าร่มแดดแล้วก็มีอุณหภูมิ
00:04:33 → 00:04:37กายที่เกิน 40.5 5 องศครับแล้วก็ร่วมกับ
00:04:37 → 00:04:39ภาวะที่เหงื่อมีความผิดปกติของการหลั่ง
00:04:39 → 00:04:43เหงื่อโดยในระยะแรกๆของลมแดดที่ยังไม่รุน
00:04:43 → 00:04:45แรงเนี่ยเหงื่ออาจจะออกเยอะผิดปกติจนสุด
00:04:45 → 00:04:49ท้ายเนี่ยอเมื่อมีการสูญเสียน้ำมากจนถึง
00:04:49 → 00:04:53จุดหนึหรือการมีระความผิดปกติของระบบการ
00:04:53 → 00:04:57สร้างและขับเหงื่อนะครับก็จะไม่สามารถมี
00:04:57 → 00:04:59สร้างเหงื่อแล้วก็ขับความร้อนออกมาได้
00:04:59 → 00:05:02หลังจากนั้นความร้อนที่สะสมในร่างกายก็จะ
00:05:02 → 00:05:05ทำให้เกิดความล้มเหลวของต่างๆตามมาได้ค่ะ
00:05:05 → 00:05:08ครับเราจะแยกได้มั้ครับเอ่อเราจะสังเกต
00:05:09 → 00:05:11ได้มั้ไม่ใช่แยกเราจะสังเกตได้มั้ครับว่า
00:05:11 → 00:05:14อย่างเช่นเอ่อเราเดินอยู่กับเพื่อนแล้ว
00:05:14 → 00:05:17กันอ้าเป็นเพื่อนหรือคนครอบครัวก็ได้เดิน
00:05:17 → 00:05:20อยู่ในสถานที่เดียวกันสมมุติอ่าริมถนน
00:05:20 → 00:05:25เดินอยู่กำลังจะไปเอ่อร้านก๋วยเตี๋ยวเอ่อ
00:05:25 → 00:05:28เราก็เดินได้ตามปกติปกติก็เดินอย่างี้ทุก
00:05:28 → 00:05:30วันแต่วันเนี้ยเฮ้ยทำไมดูอยู่ดีๆเดินไป
00:05:31 → 00:05:35สัก 10 เมต 20 เมตเขาเริ่มเหงื่อแตก
00:05:35 → 00:05:37เริ่มมีหน้าซีดเซียวอย่างงั้นหรือเปล่า
00:05:37 → 00:05:40ครับที่จะเป็นข้อสังเกตที่เราจะดูได้ว่า
00:05:40 → 00:05:44เฮ้ยอันนี้ผิดปกติและไม่ดีและอ่าจริงๆ
00:05:44 → 00:05:47เนี่ยโรคที่กดของความร้อนเนี่ยก่อนจะมีลม
00:05:47 → 00:05:49แดดมันจะมีภาวะที่คล้ายๆกันอย่างนึงที่
00:05:49 → 00:05:52เรียกว่าเพลียแดดครับค่ะซึ่งอันเนี้ยมัน
00:05:52 → 00:05:56ก็จะเริ่มขึ้นคือมันจะเป็นถ้าถ้าถามว่า
00:05:56 → 00:05:58มันคล้ายคืนกันมั้ยมันเหมือนกับภาวะที่
00:05:58 → 00:06:02ร่างกายพยายามระบายความร้อนจนสุดความ
00:06:02 → 00:06:04สามารถและจนไม่สามารถระบายความร้อนได้ก็
00:06:04 → 00:06:06เกิดเป็นลมแดดขึ้นมาเพียแดดเนี่ยมันจะ
00:06:06 → 00:06:11เริ่มมีอาการอ่าเปียดปวดหัวเวนศีรษะคลื่น
00:06:11 → 00:06:15ไส้มีหน้ามืดไฟสั่นค่ะอ่าอันเนี้ยครับก็
00:06:15 → 00:06:18ร่างกายเนี่ยมันก็จะพยายามระบายความร้อน
00:06:18 → 00:06:21ออกมาด้วยการสร้างเหงื่อปริมาณมากแต่ว่า
00:06:21 → 00:06:23การสร้างเหงื่อปริมาณเนี่ยก็ไม่เพียงพอ
00:06:23 → 00:06:26ต่อการระบายความร้อนในทั้งหมดถ้าไม่ได้
00:06:26 → 00:06:29รับการแก้ไขก็จะตามมาด้วยลมแดดครับอ๋อ
00:06:29 → 00:06:32ส่วนลมแดดเนี่ยส่วนใหญ่เนี่ยมันจะเริ่ม
00:06:32 → 00:06:36เวลามาถึงเนี่ยก็คือความอาการต่างๆมันจะ
00:06:36 → 00:06:39รุนแรงกว่าเพียแดดส่วนใหญ่ก็จะมาด้วยการ
00:06:39 → 00:06:43อ่ะอย่างสับสนหรือว่ามีอาการผิดปกติของ
00:06:43 → 00:06:47การรับรู้มีการหมดสติไปหรือว่ามีบางครั้ง
00:06:47 → 00:06:49เนี่ยครับถ้าเกิดได้รับความร้อนที่รุนแรง
00:06:49 → 00:06:51มากแล้วมีผลกระทบต่อสมองน้อยหรือส่วนที่
00:06:51 → 00:06:54มีการคุมการทรงตัวเนี่ยอาจจะมีการเดินเซ
00:06:54 → 00:06:57ได้เป็นอาการน่าแสดงของระบบประสาทอืค่ะ
00:06:57 → 00:07:00เหมือนเมื่อสักครู่โอ๊คบอกว่าเราเดินไป
00:07:00 → 00:07:02กินก๋วยเตี๋ยวพร้อมกันอ่ะขวัญกับโอ๊คเดิน
00:07:02 → 00:07:07พร้อมกันก็ได้แต่ขวัญอาจจะเป็นเอ่อลมเ่อ
00:07:07 → 00:07:09เพลียแดดก่อนแล้วเกิดสถานการณ์ที่เป็นลม
00:07:09 → 00:07:13แดดเป็นคนเดียวเดินเดินระยะทางเท่ากัน
00:07:13 → 00:07:17ความทนร้อนของคนคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง
00:07:17 → 00:07:20เนี่ยมันไม่เท่ากันเพราะอะไรอ่ะคะคุณหมอ
00:07:20 → 00:07:23อ่าอาจจะขึ้นกับปัจจัยของตัวของแต่ละคน
00:07:23 → 00:07:26ด้วยครับอย่างเช่นอ่ะโรคประจำตัวคนที่มี
00:07:26 → 00:07:30โรคประจำตัวต่างๆเช่นโรคหัวใจโรคประจำตัว
00:07:30 → 00:07:33ทางโลกประสาทหรือว่าคนสตรีที่ตั้งครรภ์
00:07:33 → 00:07:36น่ะครับก็อาจจะมีความไหวตรงการเกิดภาวะ
00:07:36 → 00:07:39ฮีทหรือว่า Heat Exhaอหรือเพียแดดมากกว่า
00:07:39 → 00:07:41หรือว่าบางคนเนี่ยอ่าอย่างอ่าอย่างที่
00:07:42 → 00:07:45สำคัญเลยก็คือคนที่ขาดน้ำมีภาวะขาดน้ำ
00:07:45 → 00:07:48หรือกินน้ำน้อยเนี่ยครับก็จะมีความเสี่ยง
00:07:48 → 00:07:50ต่อการที่เราระบายความร้อนออกไปได้น้อย
00:07:50 → 00:07:52กว่าก็จะเกิดภาวะเพี้ยแดดหรือลมแดดเนี่ย
00:07:52 → 00:07:57ได้มากกว่าอเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ถ้ามีการ
00:07:57 → 00:07:59ระบายอากาศที่ไม่เหมาะสมอย่างเช่นหนามาก
00:07:59 → 00:08:01ระบายความร้อนบอลทำให้เหงื่อระเหยยาก
00:08:01 → 00:08:03เนี่ยครับก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด
00:08:03 → 00:08:06สภาวะนี้ได้หรือเป็นอย่างเช่นอ่ะคุณขวัญ
00:08:06 → 00:08:10เนี่ยเคยอ่าอาจจะไม่เคยชิงกับการออกสถาน
00:08:10 → 00:08:12ที่ข้างนอกที่มีแดดร้อนครับแต่ว่าถ้าเป็น
00:08:12 → 00:08:15อย่างคุณโอ๊เนี่ยออกไปเกือบทุกวันเงี้ย
00:08:15 → 00:08:18ครับความทนจะไม่เหมือนกันออ๋อปรับตัวได้
00:08:18 → 00:08:20ปรับตัวได้เหมือนกับเราเคยชินกับสิ่งนี้
00:08:20 → 00:08:22มากกว่าเราเจอแล้วเไม่ตกใจครับก็ปรับตัว
00:08:22 → 00:08:26ได้อเหมือนครับเวลาเราเจอเอ่อชาวต่างชาติ
00:08:26 → 00:08:29ที่มาเที่ยวประเทศไทยเนี่ยเราจะเห็นว่า
00:08:29 → 00:08:32เอ่อหลายๆคนก็มีอาการแบบเหมือนกับว่า
00:08:32 → 00:08:35เพลียแดดมากๆอาจจะเป็นเพราะว่าเขาอยู่
00:08:35 → 00:08:37เมืองหนาวแล้วมาเจออากาศในเขตร้อนมันก็
00:08:37 → 00:08:41เลยเป็นปัจจัยทำให้เขา้าอาจจะอ่อนไหวกว่า
00:08:41 → 00:08:43คนที่อยู่ในเขตร้อนอยู่แล้วอันนี้ใช่มั้
00:08:43 → 00:08:46คะคุณหมอใช่ครับอใช่ครับโดยเฉพาะถ้าอย่าง
00:08:46 → 00:08:49เปลี่ยนเขตอากาศอย่างฉับพันอย่างในประเทศ
00:08:49 → 00:08:51เข้าหนาวเงี้ยครับมาถึงเราปุ๊บร้อนเลย
00:08:51 → 00:08:55แล้วเป็นร้อนแบบร้อนแบบที่ไหนในประเทศไทย
00:08:55 → 00:08:59แบค่ะครับเช่นนี้เขาก็น่าจะมีความเสี่ยง
00:08:59 → 00:09:03ที่จะเกิดอาการอ่าภาวะผลกระทบจากความร้อน
00:09:03 → 00:09:06จากแดดได้มากกว่าคนไทยที่อยู่มานานแล้ว
00:09:06 → 00:09:11ครับอืค่ะอ้าแล้วทำไมเขาชอบอาบแดดอ่ะ
00:09:11 → 00:09:13แต่ว่าการอาบแดดของเค้าอ่ะครับส่วนใหญ่
00:09:13 → 00:09:16มันจะอยู่บริเวณไทยทะเลใช่มั้ครับมีลมมัน
00:09:16 → 00:09:18มีการเคลื่อนไหวของอากาศอ่ะครับเพราะ
00:09:18 → 00:09:21ฉะนั้นพอมีความพอถ้าอันนี้ถ้าไม่นับว่า
00:09:21 → 00:09:24ตัวคนเหล่านั้นมีโรคประจำตัวอย่างอื่น
00:09:24 → 00:09:26ครับถ้าเกิดตั้งอ้าวแข็งแรงดีเนี่ยพอมี
00:09:26 → 00:09:29ความร้อนปุ๊บมีอากาศที่มัน flow ดีร่าง
00:09:29 → 00:09:31กายไม่ได้ขักน้ำมันก็จะระเหยความร้อนออก
00:09:32 → 00:09:35ไปโดยที่ไม่ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงอ๋อ
00:09:35 → 00:09:39อ๋อค่ะเรื่องสภาพอากาศก็มีผลครับเหมือน
00:09:39 → 00:09:42อย่างหลายๆโรคอ่ะค่ะคุณหมอเ้ามีแบบนาที
00:09:42 → 00:09:46ทองนาทีฉุกเฉินต้องช่วยเหลือให้จำนวน 4
00:09:46 → 00:09:49นาที 3 นาทีหรืออะไรก็ตามในกรณีฮิสโตรก
00:09:49 → 00:09:51เนี่ยถ้าเป็นลมแดดขึ้นมาจริงๆแล้วเนี่ย
00:09:51 → 00:09:54มันมีช่วงนาทีทองแบบนี้มั้คะ
00:09:54 → 00:09:59จริงๆถ้าอ่ะต้องพูดก่อนว่าถ้าร่างกายมา
00:09:59 → 00:10:04ถึงจุดที่เกิดลมแดดแล้วครับแสดงว่ามันมัน
00:10:04 → 00:10:07ถึงมันมันไม่สามารถ
00:10:07 → 00:10:10เอ่อระบายความร้อนเพื่อทดแทนและปรับ
00:10:10 → 00:10:13อุณสดุลอุณหภูมิร่างกายได้แล้วค่ะแล้ว
00:10:13 → 00:10:17เมื่อมีแล้วมีการอ่าอุณหภูมิที่สูงบวกกับ
00:10:17 → 00:10:20อ่าการหมดสติหรือสูญเสียความรู้ตัวไปแล้ว
00:10:20 → 00:10:24เนี่ยครับคือผมคิดว่าใช้คำว่าให้การปฐม
00:10:24 → 00:10:27พยาบาลเร็วและส่งโรงพยาบาลเพื่อให้การ
00:10:27 → 00:10:29รักษาเพื่อลดอุณหภูมโมร่างกายให้เร็วที่
00:10:29 → 00:10:31สุดดีกว่าครับอาจจะต้องไม่มีนาทีทองได้
00:10:31 → 00:10:36เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้อือืต้องเร็วอ่ามี
00:10:36 → 00:10:37ตัวเลข
00:10:37 → 00:10:41แบบชี้ชัดมั้ยคุณหมอจริงๆจริงๆคือมีตัว
00:10:41 → 00:10:44เลขที่เห็นก็คือไม่ไม่ควรเข่น 30 นาทีอ่ะ
00:10:44 → 00:10:48ครับแต่ว่าเท่าที่ควใช่ครับแต่ถ้าเท่าที่
00:10:48 → 00:10:52ถ้าจะบอกถ้าจะพูดเลยก็คือเอาเร็วที่สุด
00:10:52 → 00:10:56เท่าที่ทำได้ดีกว่าค่ะครับเอ่อถ้าไม่ถ้า
00:10:56 → 00:11:00ไม่เร็วหรือว่าเอ่อช้าเกินไปผู้ป่วยที่
00:11:00 → 00:11:05เป็นเอ่อคริสโตอืออืครับเขาจะเสี่ยงถึง
00:11:05 → 00:11:10ขั้นไหนมันจะเอ่อเกิดอะไรขึ้นมาครับโอเค
00:11:10 → 00:11:16ก็ขึ้นอยู่กับว่าความร้อนมันไปมันไปทำให้
00:11:16 → 00:11:18มันโจมตีอวัยวะไหนก่อนอะไรเงี้ยพูดง่ายๆ
00:11:18 → 00:11:21ดีกว่าครับสมมุติว่ามันมีผลระบบประสาทที่
00:11:21 → 00:11:24มีผลเนี่ยก็อาจจะเกิดอาการชักเก็งกระตุก
00:11:24 → 00:11:26หรือว่าอาการชักที่ไม่มีอาการเก็งกระตุก
00:11:26 → 00:11:31ให้เห็นนะครับแล้วก็หัวใจเนี่ยก็จะมีการ
00:11:31 → 00:11:35อ่าบีบตัวของหัวใจที่ผิดผิดปกติหรือลดลง
00:11:36 → 00:11:38ทำให้เกิดความนอนโลหิตต่ำหรือการเต้นหัว
00:11:38 → 00:11:42ใจที่ผิดปกติซึ่งนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นได้
00:11:42 → 00:11:46อนะครับค่ะอ่าไตเนี่ยก็คือจะมีอ่ากล้าม
00:11:46 → 00:11:48เนื้อก็อาจจะมีภาวะกล้ามเนื้อสลายแล้ว
00:11:48 → 00:11:51เกิดของเสียในกล้ามเนื้อเนี่ยออกมาปนใน
00:11:51 → 00:11:55กระแสเลือดแล้วทำให้ไฟวายได้อนะครับอัน
00:11:55 → 00:11:58นี้เป็นโดยคร่าวครับอืค่ะถ้าอย่างงั้น
00:11:58 → 00:12:03แสดงว่าถ้าใครที่เป็นลมแดดเนี่ยการได้รับ
00:12:03 → 00:12:06การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ดีที่ถูกต้อง
00:12:06 → 00:12:10เนี่ยมันก็จะเป็นการช่วยเยียยวแบบลดความ
00:12:10 → 00:12:14อันตรายของโรคได้เยอะพอสมควรการปฐม
00:12:14 → 00:12:17ปฐมพยาบาลที่ถูกต้องต้องทำยังไงบ้างคะคุณ
00:12:17 → 00:12:21หมอโอเคครับอ่าจุดประสงค์ก็คือลดอุณหภูมิ
00:12:21 → 00:12:24ลงให้เร็วที่สุดโดยวิธีทางกายภาพอ่ะครับ
00:12:24 → 00:12:26แล้วก็ระหว่างรอการนำผู้ป่วยส่งแต่ว่าอัน
00:12:26 → 00:12:29นี้ผมขอเน้นนิดนึงว่าในกรณีที่ผู้ป่วย
00:12:29 → 00:12:32เนี่ยหมดสติหรือไม่รู้ตัวเนี่ยจะต้องมี
00:12:32 → 00:12:35การคำชีพจรแล้วก็ตรวจการหายใจด้วยครับถ้า
00:12:35 → 00:12:38เกิดคำชีพจรไม่ได้ก็ต้องรีบการทำ CPR
00:12:38 → 00:12:40แล้วเรียกรถพยาบาลมารับอย่างโดยด่วนเลย
00:12:40 → 00:12:43ค่ะนะครับส่วนในผู้ป่วยที่อ่าไม่หมดสติ
00:12:43 → 00:12:47หรือคำที่พระตอนได้ยังรู้ตัวเนี่ยก็อย่าง
00:12:47 → 00:12:49แรกเลยก็คือต้องผ่าเข้าต้องต้องหนีจาก
00:12:49 → 00:12:52ความร้อนก่อนออกมาเลยเข้ามาที่ร่มที่
00:12:52 → 00:12:56ระบายอากาศที่ดีครับค่ะปลดปลดเสื้อผ้า
00:12:56 → 00:12:59หรือสิ่งใดต่างๆที่คัดขวางการระเหยความ
00:12:59 → 00:13:03ร้อนออกแล้วก็ถ้าเป็นไปได้อาจจะต้องยก
00:13:03 → 00:13:06เท้าให้สูงกว่าสูงขึ้นเพื่อเพิ่มการไหล
00:13:06 → 00:13:08เวียนของเลือดคืนสวยที่สำคัญในหัวใจกับ
00:13:08 → 00:13:12สมองนะครับค่ะอ่ะต่อไปก็จะเป็นการอ่า
00:13:12 → 00:13:16ระบายก็คือลดอุณหภูมิครับก็คือใช้ผ้าชุบ
00:13:16 → 00:13:18น้ำเย็นหรือว่าน้ำแข็งเนี่ยประคบตาม
00:13:18 → 00:13:22บริเวณซอกคอตัวรักแร้เชิงการแล้วก็บริเวณ
00:13:22 → 00:13:26ศีรษะครับร่วมกับอาจจะใช้การเป่าพัดลม
00:13:26 → 00:13:30หรือว่าใช้อ่าละอองน้ำเย็นหรือเปิดถ้า
00:13:30 → 00:13:32เป็นไปได้ถ้ามีแอร์ครับก็เปิดเพื่อลด
00:13:32 → 00:13:35อุณหภูมิให้ลดลงต่ำได้เร็วที่สุดอืค่ะนะ
00:13:35 → 00:13:38ครับแล้วก็ทิศทางที่สำคัญก็คือรีบนำส่ง
00:13:38 → 00:13:41โรงพยาบาลครับเพราะว่าฮีท Stoke เนี่ยคือ
00:13:41 → 00:13:44บางครั้งเราต้องระวังนิดนึงว่าคนที่จะมี
00:13:44 → 00:13:46ฮีทกหรือลมแดดได้เนี่ย 1 เเเต้องมีความ
00:13:47 → 00:13:51เสี่ยงใดๆก็ตามอยู่แล้วมันอาจจะมีออนมี
00:13:51 → 00:13:54การความร้อนที่ยังอยู่เนี่ยมันอาจจะยังทำ
00:13:54 → 00:13:57ให้ระบบต่างๆที่ของเขาที่มีนกประจำตัว
00:13:57 → 00:13:59เนี่ยมันอาจจะดำเนินไปสู่การกำเริบของตัว
00:13:59 → 00:14:04โรคได้นะครับอค่ะดำเนินไปสู่การเกิดของ
00:14:05 → 00:14:07ตัวโรคเนี่ยอันตรายถึงขั้นที่สุดคือเสีย
00:14:07 → 00:14:10ชีวิตหรือเปล่าคะคุณหมอครับอย่างเช่น
00:14:10 → 00:14:14สมมุติอ่าบกรณีคนไข้มีโรคหัวใจขาดเลือด
00:14:14 → 00:14:17เดิมอยู่ครับค่ะถ้าเกิดสตกขึ้นมาไป
00:14:17 → 00:14:20กระตุ้นมันก็อาจจะเกิดหัวใจขาดเลือกำเริบ
00:14:20 → 00:14:23ขึ้นมาหรือโดยเฉพาะอาจจะมีหัวใจเต้นผิด
00:14:23 → 00:14:25จังหวะหรือหยุดเต้นได้ซึ่งอันเนี้ยก็ก็
00:14:25 → 00:14:28อาจจะมีความสุขทำให้เกิดถึงกับชีวิตได้นะ
00:14:28 → 00:14:30ครับหรือว่าโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบ
00:14:30 → 00:14:34ประสาทนะครับถ้าคนไข้หมดสติไปผุกไม่ตื่น
00:14:34 → 00:14:37บางครั้งอาจบางครั้งเนี่ยอาจจะมีการชัก
00:14:37 → 00:14:40แบบที่ไม่มีอาการเก็งกระตุกให้เราเห็นนะ
00:14:40 → 00:14:43ครับซึ่งมันก็อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงของ
00:14:43 → 00:14:47ของอาการทางระบบประสาทแล้วก็เสียชีวิตได้
00:14:47 → 00:14:50ครับค่ะเมื่อสักครู่คุณหมอบอกว่าวิธีการ
00:14:50 → 00:14:54ประฐมพยาบาลเอ่อควรจะใช้น้ำเย็นในการแบบ
00:14:54 → 00:14:57เหมือนเช็ดตัวหรือว่าเอ่อทำให้อุณหภูมิ
00:14:58 → 00:15:01ของร่างกายอ่ะมันลดลงดังนั้นมาที่หัวข้อ
00:15:01 → 00:15:04เราเลยมันเข้าใจถูกต้องมว่าถ้างั้นการ
00:15:04 → 00:15:07ดื่มน้ำเย็นก็ช่วยรับมือกับพิสตกได้จริง
00:15:07 → 00:15:12สิจริงหรือเปล่าคะจริงๆแล้วอ่าโดยคอนเซปต
00:15:12 → 00:15:17คือควรจะมีน้ำที่เพียงพอเพื่อให้รับมือ
00:15:17 → 00:15:19เวลาที่มีความร้อนแล้วก็ระเหยเป็นเหงื่อ
00:15:19 → 00:15:23ออกไปได้ครับแต่ว่ามันก็เคยมันผมเคยเห็น
00:15:23 → 00:15:25หัวข้อนะว่าแบบการดื่มน้ำเย็นเนี่ยส่งผล
00:15:25 → 00:15:31เสียหรือเปล่าซึ่งเท่าคือจริงๆแล้วเนี่ย
00:15:31 → 00:15:35การกินน้ำที่อุณหภูมิปกติหรือเย็นเนี่ย
00:15:35 → 00:15:39ไม่ได้ส่งผลเสียนะครับก็ช่วยลดโอกาสเกิด
00:15:39 → 00:15:42ฮีสตกเนื่องจากมันก็ลดอุณหภูมิของร่างกาย
00:15:42 → 00:15:45อยู่แล้วนะครับก็คือลดอุณหภูมิของร่างกาย
00:15:45 → 00:15:48แล้วก็มีปริมาณน้ำในร่างกายเพื่อให้กลาย
00:15:48 → 00:15:52เป็นเหงื่อเพื่อระเหยความร้อนออกไปอืซึ่ง
00:15:52 → 00:15:54ไม่ได้มีไม่ได้มีส่งผลเสียกับร่างกายแล้ว
00:15:54 → 00:15:57ก็ตรงตามคอนเซปตก็คือมีปริมาณน้ำในร่าง
00:15:57 → 00:16:00กายอยู่แล้วก็คงคงอุณหภูมิของร่างกายไว้
00:16:00 → 00:16:04ครับอ๋ออก็งั้นก็ดื่มน้ำเย็นก็ได้น้ำปกติ
00:16:04 → 00:16:09ก็ได้ถูกต้องมั้ยคะแต่จริงๆถ้าน้ำเย็นไม่
00:16:09 → 00:16:12ได้เป็นข้อห้ามนะครับเพียงแต่ว่าบางครั้ง
00:16:12 → 00:16:15น้ำที่เย็นเกินไปเนี่ยบางทีเรากินเรามัน
00:16:15 → 00:16:18อาจจะทำให้อุณหภูมิแกนของร่างกายเรามัน
00:16:18 → 00:16:21รักษาสมดุลลำบากอ่ะครับอืมันอาจจะแกว่ง
00:16:21 → 00:16:24ขึ้นแกว่งลงทำให้เรารู้สึกไม่สบายได้จริง
00:16:24 → 00:16:29ๆโดยที่ไม่ได้มีผลต่อเรื่องการการอ่าเกิด
00:16:29 → 00:16:31ปัญหาของ Stoke เนี่ยครับส่วนใหญ่มันก็
00:16:31 → 00:16:34ช่วยป้องกันอย่างในกรณีที่เป็นนักกีฬา
00:16:34 → 00:16:38อะไรเงี้ยครับก็บางครั้งก็การที่เอ่อมัน
00:16:38 → 00:16:42มีคำแนะนำในใน textbook ที่เคยอ่านอยู่ก็
00:16:42 → 00:16:45คืออ่าน้ำที่กินเนี่ยก็คือเป็นน้ำที่มี
00:16:45 → 00:16:47เกลือแร่เลี่ยงคาเฟอีนเรื่องน้ำที่มีน้ำ
00:16:47 → 00:16:50เลี่ยงน้ำที่มีน้ำตาลเลี้ยงแอลกอฮอล์น้ำ
00:16:50 → 00:16:54เย็นกินได้ไม่ได้เป็นข้อห้ามครับอออือถ้า
00:16:54 → 00:16:57ถ้างั้นในทางกลับกันค่ะคุณหมอบางคนชอบ
00:16:57 → 00:17:01ดื่มน้ำร้อนชาร้อนมันเหมาะสมมในช่วงที่
00:17:01 → 00:17:03อากาศร้อนแบบนี้หรือจริงๆก็ไม่ได้มีความ
00:17:04 → 00:17:06เกี่ยวข้องกัน
00:17:06 → 00:17:09จริงๆแล้วเนี่ยคือร่างกายพยายามคงสมดุล
00:17:09 → 00:17:13อุณหภูมิให้คงที่อยู่แล้วครับค่ะถ้าในขณะ
00:17:13 → 00:17:15เดียวกับที่ข้างนอกมันอากาศร้อนอยู่แล้ว
00:17:15 → 00:17:18ครับการที่เพิ่มอุณหภูมิที่สูงเข้าไป
00:17:18 → 00:17:22เนี่ยมันก็จริงๆไม่ไม่น่าจะไม่ไม่น่าจะ
00:17:22 → 00:17:25เป็นผลดีเท่าไหร่โดยเฉพาะถ้าเป็นแต่ว่า
00:17:25 → 00:17:26ถ้าเป็นเครื่องโดยเฉพาะถ้าเป็นเครื่อง
00:17:26 → 00:17:29ดื่มที่มีคาเฟอีนเนี่ยอันนี้ไม่ค่อยแนะนำ
00:17:29 → 00:17:33ค่ะนะครับอืแต่ว่าจริงๆร่างกายเรามันไม่
00:17:33 → 00:17:36ว่าเราจะกินอ่ะปรับสมดุลเนี่ยสมมุติเรา
00:17:36 → 00:17:38กินของเย็นเข้าไปใช่มั้ครับร่างกายมันก็
00:17:38 → 00:17:42จะอ่าทำพยายามสร้างความร้อนในร่างกายด้วย
00:17:42 → 00:17:45วิธีอื่นก็คือกล้ามเนื้อที่ฝันแล้วก็หด
00:17:45 → 00:17:48เก็งรูขุมขนกับเส้นเลือดเพื่อไม่ให้ความ
00:17:48 → 00:17:51ร้อนที่มีอยู่ระเหยออกไปค่ะเช่นกันถ้าเรา
00:17:51 → 00:17:53กินของที่อุ่นหรือรอนเข้าไปเนี่ยมันก็จะ
00:17:53 → 00:17:57ทำตรงข้ามครับก็คือขยายเส้นเลือดระเหย
00:17:57 → 00:17:59เป็นเหงื่อออกมาเพียงแต่ว่าในกรณีที่มี
00:17:59 → 00:18:03ฮีทแบบเสี่ยงมีฮีทหรืออุณหภูมิภายนอกมัน
00:18:03 → 00:18:06สูงอยู่แล้วเนี่ยการที่กินของที่อุณหภูมิ
00:18:06 → 00:18:10สูงเข้าไปดูจะไม่ใช่ไม่ใช่คอนเซปตที่จะลด
00:18:10 → 00:18:14โอกาสเสียงที่เกิดสตกได้ครับอืออค่ะแล้ว
00:18:14 → 00:18:18ในอีกอีกวิธีนึงที่ผมเห็นกันบ่อยๆพี่ขวัญ
00:18:18 → 00:18:22คุณหมอครับเอ่อเอ่อวิธีลดอุณหภูมิด้วยการ
00:18:22 → 00:18:27ใช้เอ่อผ้าเย็นชุบน้ำโปะศีรษะโปะหัวโปะคอ
00:18:27 → 00:18:30อะไรอย่างเงี้ยอ่าแบบเนี้ยช่วยได้มั้ยจับ
00:18:30 → 00:18:34จับที่แบบเอ่อเอาน้ำรากหัวแบบร้อนๆเลยฟุก
00:18:34 → 00:18:38ๆฉ่ำๆเลยแบบแบบไหนทำได้แบบไหนทำไม่ได้
00:18:38 → 00:18:42หรือแบบไหนคุณเลี่ยงหรือแบบไหนก็ก็เอ่อ
00:18:42 → 00:18:45เอาไว้ทีหลังสุดจะดีกว่าอะไรคุณหมอพอแนะ
00:18:45 → 00:18:49นำจริงๆจริงๆมันเป็นหนึ่งในวิธีการขบวน
00:18:49 → 00:18:52การกำจัดความร้อนของร่างกายของร่างกายเรา
00:18:52 → 00:18:56เนี่ยก็คืออย่างการเอาผ้าฉุบน้ำปะไปที่
00:18:56 → 00:18:59หน้าผ่าเนี่ยก็คือเป็นการพาความร้อนออกไป
00:18:59 → 00:19:02ก็คือมีวัตถุมามาแปะเพื่อดึงความร้อนออก
00:19:02 → 00:19:06ไปอ่ะครับอือ่าส่วนการอาบน้ำหรือราดน้ำ
00:19:06 → 00:19:09เนี่ยคือการพาความร้อนทิ้งออกไปเลยกับหอ
00:19:09 → 00:19:13ที่มันไม่ผ่านเราจริงๆซึ่งทำได้ทำได้โดย
00:19:13 → 00:19:17ที่ไม่มีข้อห้ามอะไรนะครับอืเพราะว่า
00:19:17 → 00:19:21เพราะว่าในในจริงๆมันเป็นกลไกปกติของร่าง
00:19:21 → 00:19:24กายที่แบบพอมีพอมีการเกิดความร้อนที่สูง
00:19:24 → 00:19:28ขึ้นน่ะนอกจากการระเขยพันเหงื่อเส้นเลือด
00:19:28 → 00:19:31เหงื่อออกไปแล้วเนี่ยก็คือจะแบบการนำความ
00:19:31 → 00:19:32ร้อนกลับพาความร้อนเนี่ยมันจะเป็น
00:19:32 → 00:19:35พฤติกรรมที่ร่างกายมันถูกกระตุ้นให้ทำ
00:19:35 → 00:19:40อยู่แล้วโดยอัตโนมัติเลยครับค่ะอือืพอพูด
00:19:40 → 00:19:42ถึงค่ะคุณหมอเชิญก่อนเลยจริงๆเมื่อก่อนผม
00:19:42 → 00:19:47เคยเห็นมันมีเอ่ออันเนี้จะเป็นหัวข้อที่
00:19:47 → 00:19:50มันโผล่มาในอินเทอร์เน็ตนะครับว่าถ้าน้ำ
00:19:50 → 00:19:53เย็นเกินไปมันจะเกิดสโตรกหรือเส้นเลือด
00:19:53 → 00:19:56แตกอะไรสักอย่างเนี่ยครับค่ะอ่าซึ่งๆอัน
00:19:56 → 00:19:58นี้ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ไม่ใช่เรื่องจริงครับ
00:19:58 → 00:20:01อย่างที่บอกคือร่างกายเรามนุษย์แล้วเป็น
00:20:01 → 00:20:05สัตว์เทิดอุ่นถ้าเกิดเราโดนความเย็นจัง
00:20:05 → 00:20:08เข้าไปในขณะนี้อ่ะเพื่อคายความร้อนนะครับ
00:20:08 → 00:20:10ค่ะถ้ามันเย็นเกินปุ๊บร่างกายเราก็จะ
00:20:10 → 00:20:13พยายามปรับสมดุลร่างกายให้นิ่งอยู่แล้วรู
00:20:13 → 00:20:15ขุมคนก็จะหดแล้วก็กล้ามเนื้อมันก็จะสั่น
00:20:15 → 00:20:17เพื่อทำให้เกิดความร้อน
00:20:17 → 00:20:20อเพราะฉะนั้นมันไม่มีอะไรที่มาทำให้
00:20:20 → 00:20:23อุณหภูมิมันเปลี่ยนอย่างรุนแรงจนทำให้
00:20:23 → 00:20:26เกิดความเสียหายเส้นเลือดแตกหรือว่าความ
00:20:26 → 00:20:28เสียหายที่รุนแรงได้จากจากการกระทำแบบ
00:20:28 → 00:20:33นั้นครับอือืค่ะอย่างหน้าร้อนอย่างเงี้ย
00:20:33 → 00:20:37ค่ะคุณหมอมีเอ่อถ้าพูดในโหมดของอาหารล่ะ
00:20:37 → 00:20:41คะมีอาหารอะไรต้องห้ามมั้ยคะแบบหลายคนก็
00:20:41 → 00:20:44แบบเออกินทุเรียนหน้าร้อนมันจะอันตรายมย
00:20:44 → 00:20:47มันจะร้อนแบบฤทธิ์ร้อนร้อนอะไรอย่างเงี้ย
00:20:47 → 00:20:50ในเชิงเอ่อการแพทย์แผนปัจจุบันเนี่ยมีข้อ
00:20:50 → 00:20:53มูลเรื่องนี้บ้างมั้ยคะเอ่อก็มีครับสิ่ง
00:20:54 → 00:20:57ที่ไม่ค่อยอยากให้กินก็เครื่องดื่มที่มี
00:20:57 → 00:21:00แอลกอฮอล์ค่ะครับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
00:21:00 → 00:21:04เนี่ยจะมีเพิ่มโอกาสการจะเกิดการระบาย
00:21:04 → 00:21:07ความร้อนของร่างกายที่ผิดปกติไปหรือ
00:21:07 → 00:21:10เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงๆอ่ะครับค่ะ
00:21:10 → 00:21:16อ่าแล้วก็อ่ากลุ่มที่แล้วก็พวกอาหารที่มี
00:21:16 → 00:21:19น้ำตาลค่อนข้างเยอะแล้วกินคู่กับเครื่อง
00:21:19 → 00:21:22แอลกอฮอล์ครับอันนี้ก็จะทำให้มีการระบาย
00:21:22 → 00:21:26ความร้อนที่ผิดปกติไปได้ครับอื
00:21:26 → 00:21:30อืเช่นพวกเอ่อเขาถึงบอกเลยนะทุเรียนขนุน
00:21:31 → 00:21:32เอ่อ
00:21:32 → 00:21:36อะไรพวกเนี้ยที่มันผลไม้รสหวานจัดๆนะค่ะ
00:21:36 → 00:21:39กินกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่อย่าไป
00:21:39 → 00:21:41ริรองนะ
00:21:41 → 00:21:46ใช่ครับเพราะว่าอ่ากับอย่างอื่นก็อ่าเอ่อ
00:21:46 → 00:21:51พวกที่ที่ที่ที่อยากจะให้หลีกเลี่ยงก็
00:21:51 → 00:21:55เป็นกลุ่มพวกที่เป็น
00:21:55 → 00:21:58อ่าที่ที่มีสารที่กระตุ้นให้ตื่นค่อนข้าง
00:21:58 → 00:22:02เยอะครับอย่างเช่นพวกแบบอ่าอ่าคาเฟอีน
00:22:02 → 00:22:05หรือนิโคตีนนะครับที่มาร่วมกันพวกนี้มัน
00:22:05 → 00:22:08ก็จะทำให้การขยายของเส้นเลือดมันมีปัญหา
00:22:08 → 00:22:12แล้วก็ระบายความร้อนได้ยากอค่ะประมาณนี้
00:22:12 → 00:22:14ครับอือือครับ
00:22:15 → 00:22:19ค่ะเรื่องของเวลาเข้าไปหาคุณหมอเนี่ยค่ะ
00:22:19 → 00:22:23ถ้าเป็นกรณีของโรคลมแดดหรือฮิสโตกพวก
00:22:23 → 00:22:27เนี้ยกระบวนการในการวินิจฉัยการรักษามัน
00:22:27 → 00:22:30จะมีลักษณะการรักษารูปแบบยังไงบ้างเรา
00:22:30 → 00:22:33ต้องเอ่อตรวจวัดอุณหภูมิหรือมีการตรวจยัง
00:22:33 → 00:22:35ไงบ้างคะคุณหมอ
00:22:35 → 00:22:40จริงๆก็โดยทั่วไปถ้าถ้ามาถึงโรงพยาบาล
00:22:40 → 00:22:43แล้วครับส่วนใหญ่คนไข้ก็จะมาด้วยอาการที่
00:22:43 → 00:22:44มีหมดสติ
00:22:44 → 00:22:48มีอุณหภูมิแกนกลางสูงกว่า 40.5 5 องศานะ
00:22:48 → 00:22:51ครับแล้วก็มีความผิดส่วนใหญ่ถ้ามาถึงมัน
00:22:51 → 00:22:53ก็จะมีความผิดบริการหลังเหงื่อโดยเฉพาะ
00:22:53 → 00:22:58อาจจะเริ่มมีภาวะเหงื่อที่แบบไม่ไม่ออก
00:22:58 → 00:23:01ตามปกติแล้วนะครับโดยทั่วไปการรักษาโดย
00:23:01 → 00:23:04เร่งด่วนเนี่ยก็คือการลดอุณหภูมิกายให้ลด
00:23:04 → 00:23:06ลงอย่างรวด
00:23:06 → 00:23:11เร็วโดยที่อาจจะใช้แบบใช้น้ำที่มโนคลนต่ำ
00:23:11 → 00:23:15ๆค่ะเข้าไปในร่างกายเลยครับหรือว่ามีการ
00:23:15 → 00:23:19อ่าซับก็ก็คือแช่ตัวในน้ำแข็งหรือว่าน้ำ
00:23:19 → 00:23:22ที่อุณหภูมิต่ำด้วยลดอุณหภูมิของร่างกาย
00:23:22 → 00:23:24ไปเลยซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์
00:23:24 → 00:23:27ตอนที่มาเป็นยังไงอืแล้วก็อาการของคนไข้
00:23:27 → 00:23:30เนี่ยมามาด้วยอาการไหนมีการความผิดปกติ
00:23:30 → 00:23:35การรู้สึกตัวหรือเปล่าค่ะครับการแช่ตัวใน
00:23:35 → 00:23:39น้ำแข็งก็เป็นเทรนด์ในยุคใหม่เหมือนกันนะ
00:23:39 → 00:23:42การดูแลสุขภาพยุคใหม่เหมือนกันนะคุณหมอ
00:23:42 → 00:23:47ที่เห็นว่าโอกำลังหมายถึงไบใช่ป่ะใช่ๆค่ะ
00:23:47 → 00:23:50เออจริงๆจริงๆมันก็เป็นมันก็เป็นการลด
00:23:50 → 00:23:54ความบาดเจ็บของร่างกายวิธีนึงอ่ะครับ
00:23:54 → 00:23:56เพียงแต่ว่าบางครั้งเวลาที่มีheีat stoke
00:23:56 → 00:24:01เนี่ยเวลาเราใช้การเอ่อพระพูดใส่คือเอา
00:24:01 → 00:24:04ตัวคนไข้จุ่มลงไปในน้ำหรือน้ำแข็งที่เย็น
00:24:04 → 00:24:07ๆนะครับบางคนอาจจะต้านทานทนไม่ค่อยได้
00:24:07 → 00:24:11เพราะว่ามันจะสั่นค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะ
00:24:11 → 00:24:14คนที่ยังมีแบบมีสติความรู้ตัวอยู่หรือว่า
00:24:14 → 00:24:16ผู้สูงอายุอย่างเงี้ยครับบางครั้งมันก็
00:24:16 → 00:24:20ค่อนข้างจะทรมานพอสมควรอืค่ะครับนอกจาก
00:24:20 → 00:24:24ทรมานแบบเอ่อสำหรับอากาศเอ้ยอุณหภูมิที่
00:24:24 → 00:24:28ลดลงกรณีที่เอาไปแช่ในน้ำแข็งเนี่ยนะคะ
00:24:28 → 00:24:30มันจะมีผลข้างเคียงอื่นๆมั้ยถ้าหากว่าคนๆ
00:24:30 → 00:24:33นั้นน่ะเอ่อมีโรคประจำตัวอยู่อ่ะค่ะคุณ
00:24:33 → 00:24:35หมอคะ
00:24:35 → 00:24:37เอ่อจริง
00:24:37 → 00:24:42ๆจริงๆอันนี้ขึ้นอยู่กับว่าจริงๆจริงๆคน
00:24:42 → 00:24:45ที่มาด้วยฮีท Stoke เนี่ยครับถ้าเราลด
00:24:45 → 00:24:48อุณหภูมิกายชาเนี่ยมันมันน่าจะมันจะเป็น
00:24:48 → 00:24:51อันตรายมากกว่าโดยที่มีโรคประจำตัวเพราะ
00:24:51 → 00:24:54ว่าความความร้อนที่สูงมันจะทำให้ร่างกาย
00:24:54 → 00:24:57เนี่ยเอ่อหลังอักเสบที่รุนแรงออกมาแล้ว
00:24:57 → 00:25:00มันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อวัดต่างๆค่ะ
00:25:00 → 00:25:04อือซึ่งซึถ้าเราลดอุณหภูมิกายได้ช้าอัน
00:25:04 → 00:25:07นี้จะส่งผลเสียมากกว่าแล้วก็อาจจะทำให้มี
00:25:07 → 00:25:10การเสียชีวิตได้ครับอืค่ะเดี๋ยวช่วงนี้ขอ
00:25:10 → 00:25:13พักกันสักครู่ก่อนนะคะเดี๋ยวช่วงหน้าขวัญ
00:25:13 → 00:25:17อยากชวนคุณหมอพูดคุยว่าเอ๊ะถ้าเหมือนใคร
00:25:17 → 00:25:19เนี่ยเริ่มรู้สึกว่าเกิดอาการเพลียแดด
00:25:19 → 00:25:21แล้วเนี่ยตอนนั้นเนี่ยสามารถช่วยเหลือตัว
00:25:21 → 00:25:25เองได้ยังไงบ้างหรือว่ามีแนวทางการช่วย
00:25:25 → 00:25:28เหลือตัวเองอย่างไรกรณีที่เราอาจจะอยู่ใน
00:25:28 → 00:25:30บ้านหรือเราอยู่นอกบ้านมีแนวทางในการช่วย
00:25:30 → 00:25:34เหลือตัวเองเบื้องต้นยังไงถ้าเรารู้สึก
00:25:34 → 00:25:37เริ่มๆะรู้สึกเคลียร์แดดมันสามารถที่จะ
00:25:37 → 00:25:39ช่วยเหลือตัวเองแบบไหนได้เดี๋มาคุยกัน
00:25:39 → 00:25:41ช่วงหน้านะคะเดี๋ยวช่วงนี้พักกันสักครู่
00:25:41 → 00:25:44ก่อนค่ะครับคุณหมอคะช่วงที่แล้วพูพูดคุย
00:25:45 → 00:25:48ทิ้งท้ายกันไว้ว่าถ้าเรารู้สึกว่ามีเริ่ม
00:25:48 → 00:25:50ๆมีอาการเพลียแดดแล้วแหละเจ้าตัวเองเนี่ย
00:25:50 → 00:25:53แหละถ้ามีแนวทางในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
00:25:53 → 00:25:57ยังไงบ้างในกรณีที่เราอยู่ในบ้านอ่ากรณี
00:25:57 → 00:26:00แรกและกรณีที่ 2 คืออยู่นอกสถานที่อาจจะ
00:26:00 → 00:26:03อยู่ห้างสรรพสินค้าหรือว่าอยู่ตลาดหรือ
00:26:03 → 00:26:05อยู่ที่อื่นๆน่ะค่ะมีแนวทางในการช่วย
00:26:05 → 00:26:08เหลือตัวเองยังไงหรือว่าต้องมีความจำเป็น
00:26:08 → 00:26:11ต้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นมั้ยคะ
00:26:11 → 00:26:15โอเคครับก็อ่าอันนี้ในกรณีที่อยู่บ้าน
00:26:15 → 00:26:19ก่อนนะครับค่ะก็ส่วนใหญ่ก็คือพยายามอย่าง
00:26:19 → 00:26:22แรกเลยถ้าบริเวณที่อยู่เนี่ยมีการระบาย
00:26:22 → 00:26:25ความร้อนไม่ดีก็ต้องรีบออกจากบริเวณนั้น
00:26:25 → 00:26:28เลยครับไปสู่ในบริเวณที่ร่มอากาศเย็นมี
00:26:28 → 00:26:32การระบายความร้อนที่ดีในภาวะเพียแดดเนี่ย
00:26:32 → 00:26:35ครับคือร่างกายเนี่ยพยายามจะขับความร้อน
00:26:35 → 00:26:37ออกมาผ่านเหงื่อเนาะเหงื่อก็จะออกมาเยอะ
00:26:37 → 00:26:40เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเสียไปก็คือจะเป็น
00:26:40 → 00:26:42ทั้งน้ำและเกลือแร่เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง
00:26:42 → 00:26:45ทดแทนด้วยการดื่มน้ำแล้วก็เกลือแร่น้ำ
00:26:45 → 00:26:48เกลือแร่เข้าไปครับอืครับแต่ว่าน้ำเกลือ
00:26:48 → 00:26:51แร่ที่เราต้องเป็นน้ำเกลือได้เฉพาะด้วย
00:26:51 → 00:26:54ใช่มั้คุณหมอไม่ใช่น้ำเกลือที่แบบผสมเอง
00:26:54 → 00:26:57ออใช่ครับจริงๆถ้าแนะนำก็คือจะเป็นพวกอ่ะ
00:26:57 → 00:27:01อย่างอย่างน้ำเกลือแร่ที่ดื่มตอนที่ออก
00:27:01 → 00:27:03กำลังกายก็ได้ครับอันนั้นก็สำหรับเพื่อทด
00:27:03 → 00:27:07แทนแฟนเสียเหงื่ออยู่แล้วหรือว่าอ่าถ้า
00:27:07 → 00:27:09คือรสชาติมันอร่อยอครับผมว่าจะอร่อยกว่า
00:27:09 → 00:27:12น้ำถ้าเป็นเกินแล้วที่ชงที่ที่โรงพยาบาล
00:27:12 → 00:27:15ที่ได้ไปครับครับอ่าแล้วก็ก็เป็นกลุ่ม
00:27:15 → 00:27:18นั้นครับค่ะเกลือแร่ออกกำลังกายกับเกลือ
00:27:18 → 00:27:20แร่ที่ท้องเสียก็ต่างกันอีกใช่มั้ยคะเวลา
00:27:20 → 00:27:23ซื้อเนี่ยจะจะต่างกันครับเพราะว่าสิ่งที่
00:27:23 → 00:27:26เสียไปทางเหงื่อกับทางอุจจาระก็จะคนละแบบ
00:27:26 → 00:27:31กันค่ะออก็เน้นว่าเป็นน้ำเกลือแร่ที่
00:27:31 → 00:27:35สำหรับคนออกกำลังกายก็ได้ครับอือืสี
00:27:35 → 00:27:38เหลืองสีฟ้าสีขาวแล้วแต่ใช่ครับเลือกตาม
00:27:38 → 00:27:42รสชาติได้เลยค่ะอันนี้กรณีที่อยู่ในบ้าน
00:27:42 → 00:27:45ไปอยู่ในสถานที่ที่ลม
00:27:45 → 00:27:49ฟื่มน้ำเกลือแร่มีวิธีอื่นๆอีกมั้คะจริงๆ
00:27:49 → 00:27:52ก็สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือภาวะเพี้ยแดด
00:27:52 → 00:27:56เนี่ยค่ะถ้าโดยตัวโดยเจ้าถ้าเรามีโรค
00:27:56 → 00:28:00ประจำตัวหรือเราคิดว่าเอ่ออาจจะเกิดความ
00:28:00 → 00:28:03รุนแรงต่อเนื่องได้อ่ะครับก็ถ้าในอย่าง
00:28:03 → 00:28:05โดยเฉพาะในวันที่มีดัชนีความร้อนรุนแรง
00:28:05 → 00:28:07อย่างเงี้ยเราอาจจะต้องเตรียมตัวติดต่อ
00:28:07 → 00:28:10โรงพยาบาลไว้ในกรณีที่เราเริ่มรู้สึกว่า
00:28:10 → 00:28:14เริ่มมีอาการรุนแรงขื่นเวียนศีรษะขึ้นไส้
00:28:14 → 00:28:17อาเกียนหรือเริ่มมีหน้ามืดใจสั่นอันนี้
00:28:17 → 00:28:21เราอาจจะต้องรีบเข้าสู่สถานพยาบาลโดยเร็ว
00:28:21 → 00:28:24ครับเพื่อดูว่าที่เราเป็นเนี่ยมันเป็นแค่
00:28:24 → 00:28:26ลักษณะแค่เพียแดดหรือมันเริ่มต้นจะเป็นลม
00:28:26 → 00:28:30แดดแล้วซึ่งอาการแล้วเพียแดดที่มันจะกลาย
00:28:30 → 00:28:32เป็นลมแดดเนี่ยบางทีมันแยกกันค่อนข้างยาก
00:28:32 → 00:28:36นิดนึงครับเออใช่ฮะแต่ว่าอย่างไรก็แล้ว
00:28:36 → 00:28:39แต่ทั้ง 2 อย่างก็ก็เป็นสัญญาณแหละสัญญาณ
00:28:39 → 00:28:42ร่างกายก็เริ่มเริ่มไม่ไหว
00:28:42 → 00:28:44แล้วก็ต้องระมัดระวังตัวก็คือเป็นสัญญาณ
00:28:44 → 00:28:49ที่บ่งบอกให้ตัวของเราเนี่ยต้องหาทางใน
00:28:49 → 00:28:51การลดอุณหภูมิร่างกายแล้วล่ะไม่ว่าจะจิบ
00:28:51 → 00:28:54น้ำเข้าที่ร่มเช็ดหน้าเช็ดตานั่งพักอะไร
00:28:54 → 00:28:57ก็แล้วแต่นะคุณหมออืค่ะครับผมหรือว่าก็
00:28:57 → 00:29:00อาจจะถ้าใส่เสื้อผ้าได้สวมใส่มันหนาหรือ
00:29:00 → 00:29:03ว่าลดการระเหยของเหงื่อได้ก็ต้องเปลี่ยน
00:29:03 → 00:29:06เสื้อผ้าเป็นเสื้อผ้าชุดที่แบบบางแล้วก็
00:29:06 → 00:29:09ระเหให้อำเนื้ออำนวยให้การระเหยของเหงื่อ
00:29:09 → 00:29:12เป็นไปได้ง่ายครับค่ะอ่าในกรณีที่อยู่นอก
00:29:12 → 00:29:16สถานที่ล่ะคะทำยังไงดีถ้าอยู่นอกสถานที่
00:29:16 → 00:29:20ก็เหมือนเดิมครับหลบหลบเลี่ยงสหลบเลี่ยง
00:29:20 → 00:29:22บริเวณที่มีแดดเข้าสู่ที่ร่มแล้วก็ไปใน
00:29:22 → 00:29:26สถานที่ที่มีลมโฟอากาศระบายได้ดีนะครับ
00:29:26 → 00:29:29แล้วก็ต้องจริงๆในในถ้าในวันถ้าเป็นวัน
00:29:30 → 00:29:33ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเนี่ยครับก็
00:29:33 → 00:29:37จริงๆแนะนำว่าให้พกน้ำดื่มหรือว่าน้ำดื่ม
00:29:37 → 00:29:40เกลือแร่ไว้กับตัวเลยเพื่อป้องกันไว้ก่อน
00:29:40 → 00:29:43ที่มันจริงๆการป้องกันลมแดดหรือว่าเพีย
00:29:43 → 00:29:46แดดเนี่ยดีกว่าปล่อยให้เกิดแล้วแล้วรักษา
00:29:47 → 00:29:49ครับเพราะว่าเมื่อถึงจุดนึงที่ต้องรักษา
00:29:49 → 00:29:55เนี่ยแสดงว่ามีความเสียหายพอสมควรอือื
00:29:55 → 00:29:59ถ้าหมอชแล้วก็อ่าจริงๆถ้าอยู่ในสถานที่
00:29:59 → 00:30:03ภายนอกเนี่ยครับก็จริงๆอาจจะต้องอาจจะ
00:30:03 → 00:30:06ต้องเตรียมถ้าเกิดอยู่ในที่ที่ไม่มี
00:30:06 → 00:30:09เครื่องปรับอากาศหรือว่าเป็นบริเวณ
00:30:09 → 00:30:11outdoor อะไรเนี่ยเนี่ยก็ก็อาจจะต้อง
00:30:11 → 00:30:13เตรียมเตรียมแบบพอ for he เลยถ้าเกิด
00:30:13 → 00:30:17อาการค่อนข้างรุนแรงนะครับอืออืพวกยา
00:30:17 → 00:30:20หม่องยาดมอะไรควรพบมั้ยฮะยาหม่องยาดมจริง
00:30:20 → 00:30:24ๆมันไม่ได้จริงๆไม่ได้ช่วยในกรณีนี้เท่า
00:30:24 → 00:30:27ไหร่อ่ะครับเพราะว่าครับกลไกของการออกดิส
00:30:27 → 00:30:30ของเขามันไม่ได้ช่วยระบายความร้อนค่ะแต่
00:30:30 → 00:30:32มันเป็นแต่ว่ามันเป็นกลิ่นที่กระตุ้นให้
00:30:32 → 00:30:36เรามีความสดชื่นหรือว่าแบบเหมือนกระตุ้น
00:30:36 → 00:30:40ให้ตื่นขึ้นมามากกว่าครับอืค่ะเดี๋หอมยา
00:30:40 → 00:30:43ลมเหรอฮะยาหอมยาลมก็น่าจะเป็นลักษณะคล้าย
00:30:43 → 00:30:46ๆกันอย่างเช่นเหมือนกับโมเนียเงี้ยครับ
00:30:46 → 00:30:48เวลาเราเป็นลมระดมขึ้นมาความฉุนมันจะ
00:30:48 → 00:30:51กระตุ้นให้เราตื่นสักเป็นลมอันนี้มันจะ
00:30:51 → 00:30:54ต้องคนละคนไกลกันนะเพราะว่าอย่างอารมณ์
00:30:54 → 00:30:56แดดหรือเพียแดดอ่ะมันจะไม่เหมือนกับเป็น
00:30:56 → 00:31:01ลมปกติครับอืค่ะคุณหมอคะมีคำถามมาค่ะว่า
00:31:01 → 00:31:04การดื่มน้ำเย็นเนี่ยรู้สึกว่าทำให้ปวด
00:31:04 → 00:31:08ท้องเอ๊ะมันดื่มน้ำเย็นทำให้ปวดท้องได้
00:31:08 → 00:31:10ด้วยหรอคะคุณหมออันเนี้ยขวัญก็ไม่เคยรู้
00:31:10 → 00:31:16สึกเลยนะจริงๆน่าจะเป็นเพราะว่าเอ่อเวลา
00:31:16 → 00:31:19เราดื่มน้ำที่อุณหภูมิต่ำน้ำเย็นเข้าไป
00:31:19 → 00:31:22อ่ะครับค่ะคือผิวของกระเพาะหรือให้อาหาร
00:31:22 → 00:31:26น่ะมันสัมผัสกับความเย็นนั้นโดยตรงค่ะอื
00:31:26 → 00:31:29มันอาจจะเป็นความระคายเคืองหรือว่าความ
00:31:29 → 00:31:32จริงๆอุณหภูมิที่สูงเกินหรือต่ำเกินนะ
00:31:32 → 00:31:36ครับมันก็คือความเจ็บปวดนี่แหละครับอ่าพอ
00:31:36 → 00:31:39โดนเข้าพอพอสัมผัสเข้าไปปุ๊บอ่าอ่าเส้น
00:31:39 → 00:31:42เลือดก็จะหดตัวแล้วก็จริงๆร่างกายก็
00:31:42 → 00:31:45พยายามจะสภาพร่างกายเพื่อสร้างความร้อน
00:31:45 → 00:31:47ขึ้นเพื่อคานกับความเย็นที่เข้าไปครับ
00:31:48 → 00:31:51จริงๆมันไม่น่าจะไม่ได้เป็นลักษณะปวดท้อง
00:31:51 → 00:31:54ครับมันเป็นการสัมผัสกับความเย็นโดยตรงออ
00:31:54 → 00:31:58ก็เลยจะเกิดความไม่ไม่รู้สึกไม่สบายไม่
00:31:58 → 00:32:01สบายเนื้อไม่ไม่สบายไม่ปกติสุขมามากกว่า
00:32:01 → 00:32:03เป็นความเจ็บปวดประเภทนึงอ่ะครับอ๋อค่ะ
00:32:03 → 00:32:07ครับเอ่อโอ๊เคยกินน้ำเย็นและปวดท้องมั้ย
00:32:07 → 00:32:10โอ้ขอให้เป็นน้ำเย็นเย็นอย่างเดียวผม
00:32:10 → 00:32:13อ่ะขอให้น้ำเย็นมาก่อนน้ำเย็นเท่านั้นใช่
00:32:13 → 00:32:17เพราะพี่เห็นติดน้ำเย็นมากเออโอติดน้ำ
00:32:17 → 00:32:19เย็นจัดๆฮะไม่สบายผมก็อยากกินน้ำเย็นครับ
00:32:19 → 00:32:24ผมเป็นเอ่อคู่ที่เสพติดน้ำเย็น
00:32:24 → 00:32:26ผมว่าจริงครับเพราะว่าจริงๆก็คืออย่าง
00:32:26 → 00:32:28น้อยมันก็ช่วยลดความร้อนที่มีอ่ะครับแล้ว
00:32:28 → 00:32:31ก็อย่างอย่าจริงๆคือเอาจริงๆต้องพูดว่า
00:32:31 → 00:32:34ความอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินครับมันมัน
00:32:34 → 00:32:37เป็นความเจ็บปวดอย่างเช่นถ้าเรากินอะไร
00:32:37 → 00:32:40เย็นๆมากๆในปากเนี่ยครับแล้วก็เจ็บนะครับ
00:32:40 → 00:32:42มันเป็น force ไปก็คือมันเจ็บเจ็บเจ็บปวด
00:32:43 → 00:32:45จากความเย็นเนี่ยแหละครับคือมันโดนความ
00:32:45 → 00:32:49เย็นตรงๆในพื้นผิวที่เป็นเยื่อผูกอ่อนๆ
00:32:49 → 00:32:51นั่นนะครับยังไงก็จะมีความเจ็บอยู่แล้ว
00:32:51 → 00:32:54ขึ้นอยู่ว่ามันจะไปอยู่ตรงไหนแค่นั้นเองอ
00:32:54 → 00:32:59ค่ะในช่วงฤดูร้อนแบบนี้เข้าเมษายนมาแล้ว
00:32:59 → 00:33:01อย่างเงี้ยค่ะคุณหมอหน้าร้อนก็ทำถึงแบบ
00:33:01 → 00:33:05นี้คนไข้ที่โรงพยาบาลเริ่มเข้ามาเยอะหรือ
00:33:05 → 00:33:08ยังคะเกี่ยวกับโรคเกี่ยวกับอุณหภูมิความ
00:33:08 → 00:33:11ร้อนโรคลมแดดหรืออาการที่เกิดขึ้นจากความ
00:33:11 → 00:33:15ร้อนน่ะค่ะตอนเนี้ยค่ะครับพระที่ส่วนตัว
00:33:15 → 00:33:19ที่ผมเจอเองผมในโรงพยาบาลยังไม่ค่อยเจอนะ
00:33:19 → 00:33:21ครับค่ะจะมาเป็นเรื่องโรคติดเชื้อมากกว่า
00:33:21 → 00:33:24เพราะไปเที่ยวกันมาอหมายถึงติดเชื้อทาง
00:33:24 → 00:33:27เดินอาหารอะไรเงี้ยเหรอคะให้ใหญ่โควิด
00:33:27 → 00:33:30เชื้อทางเดินอาหารอืค่ะอากาศมันเหมาะสม
00:33:30 → 00:33:33กับการเติบโตของเชื้อและการแพ้กระจาย
00:33:33 → 00:33:35เพราะว่าเป็นช่วงที่เพิ่งไปเที่ยวกันมา
00:33:36 → 00:33:39เพิ่งมีเทศกาลอือือืค่ะถ้าเดินอาหารนี่ก็
00:33:39 → 00:33:44พบได้บ่อยนะหมอคือแบบเอ่อพอเอ่อสังสรรค์
00:33:44 → 00:33:47หรือว่ากินเมนูนี้นั้นโดยเฉพาะพวกปิ้งๆ
00:33:47 → 00:33:51ย่างหรือว่าดันปิ้งย่างแบบไม่สุกหรอไม่
00:33:51 → 00:33:55สุกมากหรือว่าอาจจะล้างไม่ดีผักเถอะอะไร
00:33:55 → 00:33:58ก็แล้วแต่มีผลหมดนะถ้าคนไหนที่แบบเขา
00:33:59 → 00:34:02เรียกว่าเอ่อร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว
00:34:02 → 00:34:06ใช่ครับแต่คนไทยค่อนข้างแข็งแรงนะฮะใช่ๆ
00:34:06 → 00:34:07กินได้สะดวก
00:34:07 → 00:34:10หมายถึงว่ารับประทานได้อ่าอาหารที่หลาก
00:34:10 → 00:34:12หลายไม่ค่อยท้องเสียหรอกคะคนไทยค่อนข้าง
00:34:12 → 00:34:16แข็งแรงหมายถึงยังไงคะคุณหมอจริงๆก็
00:34:16 → 00:34:20คือผมแค่รู้สึกว่าบางบางอ่าอย่างคนไทย
00:34:20 → 00:34:24เนี่ยครับก็ 1 มีมีวิธีการปรุงอาหารเนี่ย
00:34:24 → 00:34:26ที่ทำให้สุกได้อย่างรวดเร็วเก่งมากเลย
00:34:26 → 00:34:30ครับป้องไวอือฮึค่ะแล้วก็เราก็สามารถแบบ
00:34:30 → 00:34:33คนทานกับแบคทีเรียบางชนิดแต่น่าจะเป็น
00:34:33 → 00:34:35เพราะว่ามันเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในประเทศ
00:34:35 → 00:34:37ที่เรา
00:34:37 → 00:34:41อ่าเราสามารถต้านทานเขาได้แต่ยังไงก็ตาม
00:34:41 → 00:34:43ก็ก็ต้องยังต้องระวังอยู่ดีครับเพราะว่า
00:34:43 → 00:34:45บางครั้งเชื้อโรคมันก็อาจจะเปลี่ยนแปลง
00:34:45 → 00:34:48อาจจะมีการพัฒนาตัวเองดื้อยาหรือว่า
00:34:48 → 00:34:53เปลี่ยนกายการทำให้เกิดโรคได้ครับค่ะอืพอ
00:34:53 → 00:34:55พูดถึงพูดถึงโรคพูดถึงโรคประจำตัวอีกนิด
00:34:55 → 00:34:59นึงโรคประจำตัวอะไรบ้างครับแบบบุคคลใด
00:34:59 → 00:35:03บ้างที่มีโรคประจำตัวแบบไหนที่เ่อจะต้อง
00:35:03 → 00:35:06ระมัดระวังหากมีอากาศเ่อต้องไปเผชิญเดิน
00:35:06 → 00:35:09อากาศร้อนข้างนอกในช่วงกลางวันบ่อยๆหรือ
00:35:09 → 00:35:12ว่าเป็นประจำอย่างเงี้ยครับคุณหมอ
00:35:12 → 00:35:15เป็นคนเป็นคนลักษณะไหนหรือโรคประจำตัวแบบ
00:35:15 → 00:35:19ไหนใช่มั้ยครับใช่ครับอ่าโรคโรคประจำตัว
00:35:19 → 00:35:23ที่มีอาการอ่าอวัยวะสำคัญของร่างกายครับ
00:35:23 → 00:35:26อย่างเช่นค่ะอ่าผู้ป่วยโรคหัวใจอืโรคหัว
00:35:26 → 00:35:30ใจสัตว์เลือดอคนไข้ที่อาจจะมีโรคประจำตัว
00:35:30 → 00:35:35ทางระบบประสาทอย่างเช่นโรคอ่าโรคสมองคัด
00:35:35 → 00:35:39เลือดหรือว่ามีโรคลมชักหรือว่ากลุ่มคนที่
00:35:39 → 00:35:43มีโรคอ้วนครับหรือว่ากลุ่มคนที่เป็นอ่า
00:35:43 → 00:35:45สปีตั้งครรภ์อย่างเงี้ยครับเนื่องจากหัว
00:35:45 → 00:35:48ใจการทำงานของหัวใจและร่างกายก็หนักอยู่
00:35:48 → 00:35:52แล้วก็จะมีผลกระทบตะจากการความร้อนที่มา
00:35:52 → 00:35:56ทำให้ร่างกายมีปัญหาได้ง่ายหรือว่ากลุ่ม
00:35:56 → 00:36:00คนไข้บางบางกลุ่มที่มีความจำเป็นที่ต้อง
00:36:00 → 00:36:03รับประทานยาขับปัสสาวะอย่างเช่นคนไข้รก
00:36:03 → 00:36:07ไต่อือืค่ะคนไข้หัวที่มีการบีบตัวของหัว
00:36:07 → 00:36:10ใจไม่ดีครับกลุ่มนี้เต้องได้รับยาอ่าขับ
00:36:10 → 00:36:13ปัสสาวะอยู่แล้วร่างกายก็จะเสมือนหนึ่งมี
00:36:13 → 00:36:18ภาวะขาดน้ำหน่อยอยู่แล้วก็จะทำให้มีความ
00:36:18 → 00:36:21เสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงหรือว่ามีความ
00:36:21 → 00:36:24เสี่ยงที่จะเกิดโรคฮีโซกหรือว่าลมแดดได้
00:36:24 → 00:36:28มีคนไข้บางกลุ่มนะครับที่อ่ารับประทานยา
00:36:28 → 00:36:33ที่ควบคุมความดันโลหิตที่มีผลต่อการ
00:36:33 → 00:36:35กระตุ้นระบบปราสาที่ไปควบคุมการหดขยายของ
00:36:36 → 00:36:38เส้นเลือดส่วนปลายครับบางครั้งมันก็จะทำ
00:36:39 → 00:36:44ให้การระบายความร้อนเกิดขึ้นได้ไม่ดีอืนะ
00:36:44 → 00:36:47หรือว่าบางครั้งเนี่ยก็อาจจะเป็นอ่ากลุ่ม
00:36:48 → 00:36:52คนที่อ่าสูงอายุที่อาจจะมีระบบควบคุม
00:36:52 → 00:36:55อุณหภูมิของร่างกายเนี่ยเริ่มเสื่อมลงโดย
00:36:55 → 00:36:58เฉพาะถูกอายุอายุเกิน 65 ขึ้นไปหรือว่า
00:36:58 → 00:37:01อย่างเด็กๆเล็กๆอ่ะครับที่เวลามีไข้สูง
00:37:01 → 00:37:05แล้วเนี่ยเกิดอาการฉักได้อครับครับผม
00:37:05 → 00:37:08ประมาณนี้ครับค่ะอแต่ถ้าบางอาชีพคุณหมอ
00:37:08 → 00:37:12เอาด้วยภาวะความจำเป็นนะในการทำงานต้อง
00:37:13 → 00:37:16อยู่ภายใต้แสงแดดจ้ากลางแดดจริงๆเงี้ยค่ะ
00:37:16 → 00:37:20มีข้อแนะนำแบบเป็นพิเศษให้กลุ่มคนเหล่า
00:37:20 → 00:37:23นี้มั้คะว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงบ้าง
00:37:23 → 00:37:25เหมือนกรณีแรงงานก่อสร้างหรือว่าคนที่
00:37:25 → 00:37:29ต้องทำงานเอ่อซ่อมถนนในตอนกลางวันอะไร
00:37:29 → 00:37:32เงี้ยค่ะคุณหมออ๋อครับ
00:37:32 → 00:37:35ก็อย่างแรกเลยก็ที่ที่แนะนำก็คือ 1 ต้อง
00:37:35 → 00:37:38ดื่มน้ำให้เพียงพอครับก็ถ้าโดยเฉพาะต้อง
00:37:38 → 00:37:41ทำงานในที่กลางแจ้งเนี่ยส่วนใหญ่ก็แนะนำ
00:37:41 → 00:37:43ว่าประมาณอย่างน้อยสัก 8 แก้วต่อวันหรือ
00:37:43 → 00:37:46ประมาณ 2 ลิตรหรือมากกว่านั้นค่ะเพื่อลด
00:37:46 → 00:37:50เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดลมแดดนะครับแล้วก็
00:37:50 → 00:37:54เสื้อผ้าถ้าเป็นไปได้ก็ควรใส่ชุดที่มัน
00:37:54 → 00:37:57สามารถระบายความร้อนได้แต่อันนี้ผมเข้าใจ
00:37:57 → 00:37:59นะครับว่าบางอาชีพเนี่ยถ้าใส่บางเกิน
00:38:00 → 00:38:02เนี่ยมันก็จะขาดง่ายหรือว่ามันก็ป้องกัน
00:38:02 → 00:38:05แดดไม่ดีเขาก็ร้อนมันก็โดนแดดเผาอีกนะคะ
00:38:05 → 00:38:10หมอใช่ใช่ครับอันนี้ก็ก็ก็อันนี้เห็นใจ
00:38:10 → 00:38:13จริงๆเก็เป็นกำลังใจค่ะจริงๆอยากให้แบบมี
00:38:13 → 00:38:19แบบมีอะไรสักอย่างช่วยอำนวยความแบบสะดวก
00:38:19 → 00:38:21หรือว่าช่วยแบบลดความรุนแรงของความร้อน
00:38:21 → 00:38:24ตรงนี้ให้กับกลุ่มอาชีพที่ต้องพัเทิร์น
00:38:24 → 00:38:26กับความร้อนอย่างนี้มากๆเลยครับค่ะเพราะ
00:38:26 → 00:38:29บางครั้งผมเคยเจอผมเคยเจอนวัตกรรมนึงเอ่อ
00:38:29 → 00:38:33ตอนที่แบบอาจจะช่วงช่วงไหนสักช่วงช่วง
00:38:33 → 00:38:35โควิดด้วยมั้งเป็นเป็นชุดเหมือนชุดชุด
00:38:35 → 00:38:37เอ่อปฏิบัติหน้าที่แหละแล้วข้างในมันติด
00:38:37 → 00:38:41แอร์ด้วยออ
00:38:41 → 00:38:45เออเออเมื่อไหร่น้อเมื่อไหร่น้อจะแบบมี
00:38:45 → 00:38:48ใครคิดนวัตกรรมที่แบบใส่เสื้อคลุมแล้วก็
00:38:48 → 00:38:52เย็นสบายปิดแอร์อืพี่ขวัญคือตอนที่โควิด
00:38:52 → 00:38:55ระบาดเราเราดูคนไข้ก็มีนะครับแต่ชุดนั้น
00:38:55 → 00:38:58มันร้อนมากเลยครับมันไม่ได้เย็นอืออืมัน
00:38:58 → 00:39:00มันเป็นพัดลมที่แบบไม่ไม่ได้ทำให้เราเย็น
00:39:00 → 00:39:03ไม่ได้ช่วยอะไรอ๋อเหรอ
00:39:03 → 00:39:08คะมันมีพัดลมในชุดปนเปื้อนออใช่ครับแค่
00:39:08 → 00:39:11มันไม่แค่กัดข้างนอกที่อาจจะมีเชื้อไวรัส
00:39:11 → 00:39:14แบบเข้ามาสู่ตัวเราที่ใส่ชุดได้ครับแต่
00:39:14 → 00:39:17ว่ามันร้อนมากเลยครับเหงื่อถึงข้อเท้าเลย
00:39:17 → 00:39:20อ๋อแสดงว่าไม่เหมาะสมสำหรับการป้องกันใส่
00:39:20 → 00:39:24สำหรับป้องกันฮิสโตรกนะใช่มั้ยคะอาจจะใช่
00:39:24 → 00:39:27ครับส่งเสริมเนาะให้อาเป็นลมแดดได้หรือ
00:39:27 → 00:39:30เปล่าอืเหมือนกับอบฟาวหน้าอยู่เลยครับตอน
00:39:30 → 00:39:32เจบ
00:39:32 → 00:39:33ค่ะ
00:39:33 → 00:39:37เออหรือว่าเราจัดสงกรานต์สซักเอ่อเดือน
00:39:37 → 00:39:43นึงไปเลยเต็มๆไม่จริงๆก็ดีนะครับแต่จริงๆ
00:39:43 → 00:39:45พอพูดถึงเรื่องสงกรานต์มันก็เป็นกุด
00:39:45 → 00:39:49สโลบายของคนเอ่อโบราณนะที่เให้เรื่องของ
00:39:49 → 00:39:53เทศกาลสงกรานต์มาเป็นเอ่อช่วงในช่วงฤดู
00:39:53 → 00:39:57ร้อนแบบนี้มันก็จะเป็นการคลายร้อนไปในตัว
00:39:57 → 00:40:02อย่างกรณีการนำอาหารเอ่อน้ำแข็งมาอยู่ใน
00:40:02 → 00:40:04อาหารอย่างเช่นข้าวแช่ก็เป็นอีกกุศโลบาย
00:40:04 → 00:40:10นึงในการที่จะทำให้อ่าคนที่กินข้าวแช่
00:40:10 → 00:40:15เนี่ยเย็นลงอากาศก็มีรับประทานอาหารเย็นๆ
00:40:15 → 00:40:17อย่างกรณีคุณหมอบอกว่าถ้าดื่มน้ำเย็นร่าง
00:40:17 → 00:40:21กายมันก็น่าจะเอ่อสบายขึ้นจิตใจน่าจะสบาย
00:40:21 → 00:40:25ขึ้นอย่างเงี้ยค่ะในกรณีคนที่เป็นลมแดด
00:40:25 → 00:40:29หรือเป็นเอ่อลักษณะของการเป็นโรคเป็นลม
00:40:29 → 00:40:32แดดแดดแล้วเนี่ยค่ะพอเค้าถ้าในกรณีที่
00:40:32 → 00:40:35เค้าหายจากเป็นลมแดดแล้วเนี่ยเค้ามีความ
00:40:35 → 00:40:37เสี่ยงอะไรที่ต้องดูแลหลังจากนั้นมั้คะ
00:40:37 → 00:40:42คุณหมอจริงๆก็คือบางครั้งต้องระวังว่าใน
00:40:42 → 00:40:46ช่วง 248 ชั่วโมงแรกมันอาจจะมีอาการลมแดด
00:40:46 → 00:40:50กลับขึ้นมาได้อีกครั้งอ่ะครับเพราะฉะนั้น
00:40:50 → 00:40:53สิ่งแนะนำว่าถ้ามีอาการของลมแดดแล้วคือ
00:40:53 → 00:40:57อุณหภูมิสูงความสติความรู้ตัวหมดการผิด
00:40:57 → 00:41:00ปกติของการเงือออกควรพาส่งโรงพยาบาลแล้ว
00:41:00 → 00:41:05ก็ควรดูแลให้มั่นใจว่าไม่มีการเกิดของลม
00:41:05 → 00:41:09แดดขึ้นมาหรือเรารีทขึ้นมาเองครับอืค่ะอ
00:41:09 → 00:41:12แสดงว่าถ้าเราเป็นโรคลมแดดแล้วก็ส่งโรง
00:41:12 → 00:41:14พยาบาลแล้วเนี่ยเวลาอย่างน้อยที่เราจะ
00:41:14 → 00:41:17ต้องพักอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าติดตาม
00:41:17 → 00:41:20อาการก็คือต้อง 2 วันเป็นต้นไปหรอคะจริงๆ
00:41:20 → 00:41:23ถ้าเป็นไปได้ก็ประมาณ 24-48 ช่มงเพราะว่า
00:41:23 → 00:41:26ยังเป็นช่วงที่ต้องระวังเรื่องของการรีท
00:41:26 → 00:41:30ขึ้นมาครับแต่ว่าจริงจริงก็มันไม่ใช่ว่า
00:41:30 → 00:41:32ทุกที่จะจะทำได้ครับโดยเฉพาะอย่างตอนอยู่
00:41:32 → 00:41:35ต่างจังหวัดเนี่ยก็บางทีมันก็ทำไม่ได้
00:41:35 → 00:41:40จริงๆอืเพราะว่าบางครั้งคนไข้เค้าก็ถ้า
00:41:40 → 00:41:42นอนโรงพยาบาลเค้าก็เก็ต้องทิ้งที่ป้าหัน
00:41:42 → 00:41:44ไปอ่ะครับบางคนเขาก็ไม่ค่อยยอมอยู่แล้ว
00:41:44 → 00:41:48เขาก็เห็นบางครั้งการเป็นลมแดดเนี่ยบาง
00:41:48 → 00:41:50ครั้งในต่างจังหวัดที่ไปอยู่บางครั้งอาจ
00:41:50 → 00:41:54จะไม่ใช่เรื่องที่แบบที่แปลกค่ะอือเพราะ
00:41:54 → 00:41:57ว่าอากาศค่อนข้างร้อนแล้วเขาก็ค่อนข้าง
00:41:57 → 00:42:00ต้องทำงานในสถานที่ที่ต้องเจอกับความร้อน
00:42:00 → 00:42:04ที่รุนแรงอยู่แล้วครับออเป็นบ่อยคนที่
00:42:04 → 00:42:07เป็นบ่อยๆมีมั้ฮะแล้วมันมันมันจะส่งผล
00:42:07 → 00:42:11เสียต่อสุขภาพระยะยาวมั้ครับจริงๆก็ต้อง
00:42:11 → 00:42:14ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่เกิด heat st ขึ้น
00:42:14 → 00:42:19นะครับมันไปมีปัญหากับอวัยวะไหนค่ะโดยโดย
00:42:19 → 00:42:22หลักๆหรือเปล่าอย่างเช่นถ้ามีหัวใจเต้น
00:42:22 → 00:42:25ผิดจังหวะเกิดขึ้นแล้วเนี่ยก็จะต้องระวัง
00:42:25 → 00:42:27แล้วว่าเออมันจะมีหัวใจเต้นขีดจังหวะหรือ
00:42:27 → 00:42:31ว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดเลือดตาม
00:42:31 → 00:42:35มาหรือเปล่าหรือถ้าคนไข้มีปัญหาถึงขนาด
00:42:35 → 00:42:39ความรู้ตัวสติรู้ตัวหมดไปมีชักเกงกระตุก
00:42:39 → 00:42:42ขึ้นมาเนี่ยก็ต้องระวังะว่าในสมองเนี่ยจะ
00:42:42 → 00:42:45เกิดการบาดเจ็บมีขาดเลือดหรือความเสี่ยง
00:42:45 → 00:42:48ที่เกิดลมชักขึ้นในอนาคตหรือเปล่าจากการ
00:42:48 → 00:42:51บาดเจ็บด้วยความร้อนเนี่ยครับค่ะหรือว่า
00:42:51 → 00:42:54บางกรณีเนี่ยอ่ามีการสลายของกล้ามเนื้อ
00:42:54 → 00:42:58ใช่มั้ยครับของเสียในของเสียในกล้ามเนื้อ
00:42:58 → 00:43:00ออกมาพนอยู่ในเลือดเนี่ยพอไปที่ไตก็จะ
00:43:00 → 00:43:04เกิดทำให้ไตมีการเกิดไตวายการไตอักเสบไต
00:43:04 → 00:43:08วายขึ้นก็อันนี้ก็จะมีผลเกี่ยวกับโรคไต
00:43:08 → 00:43:11ตามมาได้ค่ะอืครับอันนี้ขึ้นอยู่กับว่า
00:43:11 → 00:43:16มันไปแackที่รักอ่าอวัยวะไหนแล้วการให้
00:43:16 → 00:43:19การรักษาเพื่อลดอุณหภูมิกายเนี่ยทำได้รวด
00:43:19 → 00:43:21เร็วพอหรือเปล่าเพราะว่าถ้าเกิดวิ่งช้า
00:43:21 → 00:43:24เนี่ยมันก็จะตามมาด้วยการอักเสบที่รุนแรง
00:43:24 → 00:43:26แล้วก็เสียหายของภาวะอื่นๆตามมาด้วยครับ
00:43:26 → 00:43:30อืค่ะเมื่อสักครู่คุณหมอพูดถึงอาการรีฮีท
00:43:30 → 00:43:33ที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 48 ชมงหลังจากที่
00:43:33 → 00:43:36เราเป็นฮีทกแล้วเนี่ยนะคะถ้าในกรณีต่าง
00:43:36 → 00:43:39จังหวัดที่คุณหมอยกตัวอย่างว่าคนไข้อาจจะ
00:43:39 → 00:43:42ไม่ได้เอ่อยินยอมนอนโรงพยาบาลแล้วก็กลับ
00:43:42 → 00:43:45ไปรักษาตัวที่บ้านหากว่าเกิดอาการรีฮีท
00:43:45 → 00:43:49ขึ้นมาญาติของผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือเขา
00:43:49 → 00:43:51ยังไงได้บ้างแล้วก็มีความจำเป็นมากน้อย
00:43:51 → 00:43:55แค่ไหนที่จะต้องนำมาโรงพยาบาลต้องเร็วแค่
00:43:55 → 00:44:00ไหนยังไงบ้างบ้างคะจริงๆก็คือถ้าเริ่มมี
00:44:00 → 00:44:02อาการส่วนใหญ่มันก็จะเหมือนอาการครั้งแรก
00:44:02 → 00:44:04ที่ฮิ ST แทackเนี่ยนะครับก็คือมี
00:44:04 → 00:44:08อุณหภูมิที่สูงขึ้นอแล้วก็มีความรู้สึก
00:44:08 → 00:44:12รับรู้สึกลดลงแล้วก็อุการระเหยการสร้าง
00:44:12 → 00:44:15ของเหงื่อหรือมีการระเหยของเหงื่อออกมาลด
00:44:15 → 00:44:19ลงนะครับก็ค่ะแนะนำว่า 1 ก็คือก็คือต้อง
00:44:19 → 00:44:22พยายามทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงเร็ว
00:44:22 → 00:44:24ที่สุดด้วยการปฐมพยาบาลอย่างที่กล่าวมาก็
00:44:24 → 00:44:28คือ 1 อ่ะอ่าอ่าเช็ดตัวด้วยน้ำที่เย็น
00:44:28 → 00:44:31ประคบตรงบริเวณซอกคอรักแร้ขาหนีบค่ะแล้ว
00:44:31 → 00:44:35ก็ต้องดูด้วยครับว่าถ้าเกิดมีการหมดสติไป
00:44:35 → 00:44:38เนี่ยก็ต้องดูด้วยว่ามีการเต้นของชิปจร
00:44:38 → 00:44:40อยู่หรือเปล่าถ้าไม่มีอันนี้ก็ต้องถ้า
00:44:40 → 00:44:43เป็นไปได้ถ้ามีคนสามารถทำ CPR ได้ครับก็
00:44:43 → 00:44:46คือต้องหัวใจแล้วก็เรียกทางโรงพานพยาบาล
00:44:46 → 00:44:49มารับเลยค่ะแต่ถ้าเกิดยังรู้ตัวอยู่ก็ให้
00:44:50 → 00:44:52การปฐมพยาบาลเพื่อลดอุณหภูมิแล้วก็รีบพา
00:44:52 → 00:44:56มาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเลยครับอือือือ
00:44:56 → 00:44:59ค่ะครับเพราะว่าฮะแต่จริงๆก็คือควรจะพาไป
00:44:59 → 00:45:04ในสถานที่ที่สามารถมีการลดอุณหภูมิกายลง
00:45:04 → 00:45:06ได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ตะกี้ถามนะครับพอ
00:45:06 → 00:45:08พอดีตะกี้พยายามคิดว่าจะใช้คำพูดประมาณ
00:45:08 → 00:45:12ไหนดีมันเวลามีฮีโตกขึ้นมาแล้วก็ส่งเข้า
00:45:12 → 00:45:16ไปในโรงพยาบาลที่เขามีเอ่อเซ็นเตอร์ที่
00:45:16 → 00:45:19สามารถลดอุณหภูมิกายได้ครับส่วนใหญ่การ
00:45:19 → 00:45:23รักษาเนี่ยก็จะมีการที่จุ่มในเรียกว่า
00:45:23 → 00:45:26จุ่มหรือว่าหรือว่าแช่แค่ในน้ำที่มี
00:45:26 → 00:45:29อุณหภูมิต่ำแล้วกันนะครับเรื่องเนี้ยก็
00:45:29 → 00:45:32คือถ้ายิ่งลดอุณหภูมิลงได้เร็วเนี่ยก็จะ
00:45:33 → 00:45:36เกิดความเสียหายตามมาน้อยลงอือมีการระบาย
00:45:36 → 00:45:39ความอ่าอันที่ 2 ก็คือใช้การคูลิกอ่ะครับ
00:45:39 → 00:45:43ก็คือระบายความร้อนด้วยการอาจจะใช้การ
00:45:43 → 00:45:47เป่าเป็นอ่าลมลมที่มีละอองน้ำที่เย็นนะ
00:45:47 → 00:45:50ครับเพื่อช่วยระบายความร้อนแล้วก็มีการ
00:45:50 → 00:45:53คุบหรือก็ใช้ผ้าคลุมหรือว่าเป็นแบงเก็ต
00:45:53 → 00:45:54ที่เย็นเนี่ย
00:45:54 → 00:45:57ค่ะร่างกายคนไข้เอาไว้เพื่อลดอุณหภูมินะ
00:45:57 → 00:45:59ครับแล้วก็ที่เหลือก็คือถ้าอยู่ในสถานที่
00:45:59 → 00:46:02ที่พร้อมเนี่ยครับถ้าคนไข้มีอาการสั่น
00:46:02 → 00:46:05หนาวขึ้นมาจากการกระบวนการลดความเย็นหนำ
00:46:05 → 00:46:09เนี่ยมันก็จะมียาบางชนิดที่ช่วยลดอาการ
00:46:09 → 00:46:12สั่นหรือทรมานจากการได้รับความเย็นได้อื
00:46:12 → 00:46:16ค่ะอครับอันนี้ก็น่าจะเป็นจุดที่ที่กรณี
00:46:16 → 00:46:19ที่ปลอดภัยสุดก็คือต้องรีบลดความร้อนลง
00:46:19 → 00:46:21ให้เร็วที่สุดครับค่ะอันนี้สงสัยนิดนึง
00:46:21 → 00:46:25ค่ะคุณหมอคุณหมอใช้คำว่าจูหรือแช่ในอ่า
00:46:25 → 00:46:29น้ำที่อุณหภูมิเอ่อไม่คือออุณหภูมิเย็น
00:46:29 → 00:46:33น่ะเนาะน้ำเย็นแต่อันเนี้สงสัยว่าเอ๊ะถ้า
00:46:33 → 00:46:36เค้าคือจุ่มหรือแช่นี่คือมันมันไม่ถึงหัว
00:46:36 → 00:46:39ไม่ถึงศีรษะเราสามารถเอาศีรษะจุ่มลงไปใน
00:46:39 → 00:46:42น้ำเย็นได้มยหรือถ้าศีรษะจุ่มลงไปน้ำเย็น
00:46:42 → 00:46:45มันจะเป็นอันตรายกับคนที่เป็นฮิตโตกมั้ย
00:46:45 → 00:46:50คะศีรษะจุ่มลงไปใช่มั้ครับใช่ค่ะจริงๆถ้า
00:46:50 → 00:46:56คนไข้เป็นฮิตกมาแล้วมีซึมลงหรือว่าหรือ
00:46:56 → 00:46:59ว่าหรือว่ามีความรู้สึกรับรู้ตัวลดลงอ่ะ
00:46:59 → 00:47:01ครับการจะเอาศีรษะจุ่มลงไปเราจะให้แมหลีก
00:47:01 → 00:47:03เตี้ยงอยู่แล้วเพราะมันอาจจะทำให้เกิดการ
00:47:03 → 00:47:06สำลักหรือว่าขาดอาการหายใจได้อืนะครับก็
00:47:06 → 00:47:11จะเป็นการจุ่มลำตัวลงไปมากกว่าค่ะแต่ถ้า
00:47:11 → 00:47:15รู้ตัวล่ะคะจุ่มได้มั้ยถ้ารู้ตัวใช่มั้ย
00:47:15 → 00:47:18ครับค่ะถ้าจุ่มแค่ศีรษะดูจะได้ประโยชน์
00:47:18 → 00:47:23น้อยกว่าครับเพราะว่ามันเราต้องให้คือถ้า
00:47:23 → 00:47:26ยิ่งเราจุ่มถ้าบริเวณร่างกายพื้นที่ร่าง
00:47:26 → 00:47:29กายโดนความเย็นเพื่อลดความเย็นลดความร้อน
00:47:29 → 00:47:32ได้น้อยครับมันก็จะลดความร้อนได้ช้าเพราะ
00:47:32 → 00:47:36ฉะนั้นถ้าแค่ 4 สายไม่ไม่ค่อยดูจะจริงๆ
00:47:36 → 00:47:40ไม่น่าจริงๆถ้าถามว่ามีอันตรายมั้ยไม่น่า
00:47:40 → 00:47:43มีอันตรายอะไรแต่ดูว่าจะเป็นกระบวนการที่
00:47:43 → 00:47:46ลดความร้อนได้ไม่เร็วอ่ะครับอ๋อค่ะไม่ได้
00:47:46 → 00:47:50ขนาดนั้นคือเคยมีเคยมีที่ห่านเจอไว้ก่อน
00:47:50 → 00:47:55ฮะจุ่มศีรษะลงไปหรืออาบน้ำเย็นจัดเนี่ย
00:47:55 → 00:47:58มันจะทำให้เส้นเลือดมันหดตัวแล้วเกิด
00:47:58 → 00:48:02เลือดตามมาอ่าอันนี้ก็ไม่ไม่ไม่เจอข้อมูล
00:48:02 → 00:48:05ว่าเป็นความจริงนะครับอ๋อค่ะเพราะว่า
00:48:05 → 00:48:07เพราะว่ายังไงก็ตามอย่างที่บอกถึงเราจุ่ม
00:48:07 → 00:48:09บริเวณศีรษะไว้สมมุติเราตื่นอยู่เนี่ยเรา
00:48:09 → 00:48:13จุ่มหัวลงไปเนี่ยค่ะถ้าพอพอร่างกายมัน
00:48:13 → 00:48:16สัมผัสได้ว่าเย็นเส้นเลือดส่วนด้านนอกมัน
00:48:16 → 00:48:19ก็จะหดตัวอยู่แล้วแล้วที่เหลือร่างกายก็
00:48:19 → 00:48:23จะสั่นหรือว่าหดตัวเพื่อลดการเสียความ
00:48:23 → 00:48:25ร้อนแล้วก็สร้างความร้อนเพิ่มในการสั่น
00:48:25 → 00:48:28ของกล้ามเนื้ออมันมันมันจะไม่ปล่อยให้
00:48:28 → 00:48:33อุณหภูมิที่ต่ำเกินลุกรานเข้าไปสู่ในสมอง
00:48:33 → 00:48:37ได้อยู่แล้วครับอืค่ะก็ถือว่าเป็นเรื่อง
00:48:37 → 00:48:40ข้อมูลที่เกี่ยวกับฮิสโตกวันนี้โอ๊คมีข้อ
00:48:41 → 00:48:44สงสัยอะไรอื่นๆเพิ่มเติมมั้ยคะเอ่ออ่า
00:48:44 → 00:48:48ก่อนถ้าถ้ากรณีของถ้าเด็กเล็กๆล่ะคุณหมอ
00:48:48 → 00:48:49เด็กเล็ก
00:48:49 → 00:48:55ถ้าเจอแบบเขาเจอกับแดดเยอะๆหรือว่าเอ่อ
00:48:55 → 00:48:58เป็นเพลียแดดเป็นลมแดดอย่างเงี้ยครับเด็ก
00:48:58 → 00:49:02เล็กๆเนี่ยสิ่งแรกที่ควรจะต้องทำกับเขา
00:49:02 → 00:49:06เลยเอ่อทำให้เขาเย็นลงได้ยังไง
00:49:06 → 00:49:11โอเคปลาเข้าที่ร่มเป่าพัดลมแล้วก็เช็ดตัว
00:49:11 → 00:49:15เช็ดตัวเลยครับเอ่อเช็ดตัวก็ถ้าแนะนำคือ
00:49:15 → 00:49:17เราจะเช็ดเพื่อให้มันเปิดดูขุมคนนะครับก็
00:49:17 → 00:49:21คือเช็ดเช็ดก็ย้อนคนขึ้นมาค่ะย้อนอเช็ด
00:49:21 → 00:49:23ย้อนอ่าย้อนคนนะครับเพื่อให้มันเปิดตัว
00:49:23 → 00:49:26คุมคนแล้วก็เส้นเลือดขยะแล้วก็เหน็บตรง
00:49:26 → 00:49:31บริเวณซอกรักแร้ข้อศอกข้อทรัพยคออือเพื่อ
00:49:31 → 00:49:33ระบายความร้อนในจุดที่มันอาจจะมีเ้าเรียก
00:49:33 → 00:49:37ว่าเป็นสวตแทบก็คือเหงื่อมันออกได้ไม่ดี
00:49:38 → 00:49:41บริเวณนั้นจะออกตอนเย็นไปหน้าไปใช่ครับ
00:49:41 → 00:49:46ใช่ครับแล้วก็อ่ายังไงก็ตามก็ต้องให้เด็ก
00:49:46 → 00:49:50หรือว่าคนไข้ที่อายุเท่าไหร่ก็ตามดื่มน้ำ
00:49:50 → 00:49:53เยอะๆเพื่อช่วยอ่าเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อจะ
00:49:53 → 00:49:56ได้มีการผลิตเหนือแล้วก็ระบายความร้อนออก
00:49:56 → 00:50:01อืครับแต่อย่างของลูกคุณโอ๊ไม่ได้แบบมี
00:50:01 → 00:50:04อาการแบบรุนแรงใช่มั้ยครับไม่ๆครับเป็น
00:50:04 → 00:50:07แค่แบบเป็นเหมือนเหมือนไข้แดดเลยอ่ะเป็น
00:50:07 → 00:50:11แค่ก็ไม่สบายจากนี้แหละครับแต่ก็ไม่ถึง
00:50:11 → 00:50:14กับขั้นที่แบบเป็นออสเตรียหรือว่าอ่าเป็น
00:50:14 → 00:50:17แรงเป็นลงเป็นแร้งอะไรครับส่วนใหญ่ก็จะ
00:50:17 → 00:50:19เป็นลักษณะเนี่ยแบบนี้ครับส่วนใหญ่เด็ก
00:50:19 → 00:50:22ถ้าถ้าไม่ได้เล็กเกินหรือว่าเป็นผู้ใหญ่
00:50:22 → 00:50:25ที่สูงอายุเกินนะครับก็เค้าก็จะมีกลไกที่
00:50:25 → 00:50:29รักษาสมดุลของอุณหภูมิได้ปริมาณนึงเพียง
00:50:29 → 00:50:31แต่ว่าบางครั้งเนี่ยก็อาจจะอ่ะไม่ไม่ค่อย
00:50:31 → 00:50:35อยากดื่มน้ำอ่าใช่ค่ะประมาณนี้แล้วก็เวลา
00:50:35 → 00:50:38เล่นก็จะพลังงานเยอะใช่มั้ครับสุดๆไปเลย
00:50:39 → 00:50:41ไม่รู้ตัวบางทีมันก็จะไม่รู้ตัวแล้วก็จน
00:50:41 → 00:50:45ถึงแบบจุดที่ร่างกายมันเริ่มแบบต้านทาน
00:50:45 → 00:50:47ไม่ไหวละเหงื่อออกไปปริมาณนึงอ่ะมันเริ่ม
00:50:47 → 00:50:50แบบระบายความร้อนไม่ไหวเดียวอืก็จะเริ่ม
00:50:50 → 00:50:53แบบมีอาการอ่อนเพียมีวูบๆเวียนๆหรือว่า
00:50:53 → 00:50:56รู้สึกมันมีไข้ขึ้นมาครับค่ะอืเหลือ 1
00:50:56 → 00:50:59นาทีสุดท้ายค่ะคุณหมออยากทราบว่าเอ่อถ้า
00:50:59 → 00:51:02เราอยู่เฉยๆเนี่ยมันจะเปิดเอ่อเป็นฮิสโตก
00:51:02 → 00:51:05ได้มยแล้วก็ขอให้คุณหมอสรุปเกี่ยวกับเอ่อ
00:51:05 → 00:51:08เรื่องฮิสโตกกับน้ำเย็นวันนี้ว่าจริงๆ
00:51:08 → 00:51:12แล้วมันช่วยได้มากน้อยแค่ไหนค่ะจริงๆถ้า
00:51:12 → 00:51:15อยู่เฉยๆจะเป็นได้มยค่ะถ้าในกรณีที่อยู่
00:51:15 → 00:51:21เฉยๆไม่ไม่ได้ไปปากแดดหรือว่าอยู่ในที่
00:51:21 → 00:51:25ที่ร้อนจัดอ่ะครับคือร่างกายเราถ้ามันมี
00:51:25 → 00:51:29ระบบคงสมดุลอุณหภูมิเนี่ยส่วนใหญ่ไม่ไม่
00:51:29 → 00:51:32น่าจะมีฮิตกเกิดขึ้นง่ายๆโดยเฉพาะถ้าเรา
00:51:32 → 00:51:36ไม่ได้มีโรคประจำตัวครับยกเว้นว่าเราอ่ะ
00:51:36 → 00:51:38เราไม่มีโรคประจำตัวจริงจะอยู่ในบริเวณ
00:51:38 → 00:51:42ที่มันอากาศถ่ายเทไม่ดีความชื้นที่มากมี
00:51:42 → 00:51:45การได้รับแบบแสงมาเรื่อยๆโดยที่เราก็ไม่
00:51:45 → 00:51:48ได้หลบเรียบเที่ยงแล้วก็ไม่ได้อ่าป้องกัน
00:51:48 → 00:51:50ตัวจากความร้อนอย่างดีครับบางครั้งมันก็
00:51:50 → 00:51:53อาจจะเกิดคริสตกตามขึ้นมาได้จากการระบาย
00:51:53 → 00:51:56ความร้อนที่ไม่ถีดอือืโดยเฉพาะโดยเฉพาะ
00:51:56 → 00:52:01ถ้าอยู่ในจุดที่มันเสี่ยงน้อยๆไปเป็นระยะ
00:52:01 → 00:52:04เวลานานๆครับเพราะบางครั้งเอาจจะเกิดขึ้น
00:52:04 → 00:52:09แน่ๆเป็นเวลานาทีหรือค่อยๆเกิดขึ้นในชั่ว
00:52:10 → 00:52:12แต่การสะสมความร้อนและการระบายความร้อน
00:52:12 → 00:52:17ที่เริ่มเสื่อมถอยขาดน้ำแล้วก็การระเหย
00:52:17 → 00:52:19ความร้อนออกเนี่ยไม่ดีจากบรรยากาศรอบข้าง
00:52:19 → 00:52:22ที่มันชื้นค่ะครับแล้วครับโดยเฉพาะอากาศ
00:52:22 → 00:52:25ลักษณะนี้นะครับวันนี้ขอบคุณคุณหมอมากเลย
00:52:25 → 00:52:27นะคะรายการสุขภาพดี 22:00 น.ของเราหมด
00:52:27 → 00:52:30เวลาแล้วจริงๆค่ะครับขอบคุณคุณหมอธนพัฒ์
00:52:30 → 00:52:33จงไพบูลย์พัฒนะนะคะอายุรแพทย์ประจำแผนก
00:52:33 → 00:52:35อายุรกรรมโรงพยาบาลไทยนครินทร์ค่ะสำหรับ
00:52:35 → 00:52:38เรา 3 คนวันนี้ลาสวัสดิ์สวัสดีค่ะคุณผู้
00:52:38 → 00:52:42ฟังคะสวัสดีครับสวัสดีค่ะ