00:00:00 → 00:00:03Single Being podcast about Living
00:00:03 → 00:00:07your Best Single Life โดยหมอผิง
00:00:07 → 00:00:12แพทย์หญิงธิดาการรุจิพัฒนกุล
00:00:12 → 00:00:14variable Device ที่คนทั่วไปรู้จักกัน
00:00:14 → 00:00:16เนี่ยไม่ว่าจะเป็น smart watch หรือว่า
00:00:16 → 00:00:18Smart Ring ในปัจจุบันเนี่มันเยอะหลาก
00:00:18 → 00:00:20หลายมากเลยนะคะค่าที่ได้ค่ะอาจารย์มันมี
00:00:20 → 00:00:23ความน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนคะก็พูด
00:00:23 → 00:00:25ยากเหมือนกันครับขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้วย
00:00:25 → 00:00:28อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่เราขายกันทั่วไปมัน
00:00:28 → 00:00:30เป็นเหมือน consumer เดอไม่ใช่ medical
00:00:30 → 00:00:33เดก็ต้องดูว่าสิ่งที่เราซื้อเนี่ยมันมี
00:00:33 → 00:00:36ได้รับการรับรองจากองค์การต่างๆหรือเปล่า
00:00:36 → 00:00:38สัญญาณเตือนอะไรที่เราไม่ควรจะเพิกเฉยค่ะ
00:00:38 → 00:00:40อาจารย์ครับก็จะเตือนว่าแบบมีอัตราการ
00:00:40 → 00:00:43เต้นของหัวใจผิดปกติอันที่ 2 ก็คือเรื่อง
00:00:43 → 00:00:46ของออกซิเจนที่ต่ำตอนนอนครับอันนี้ผมว่า 2
00:00:46 → 00:00:49อันเนี้ยอย่างน้อยๆควรต้องมาปรึกษา
00:00:49 → 00:00:50[เพลง]
00:00:51 → 00:00:55แพทย์ดีที่อยู่เดียว Presented by ไทย
00:00:55 → 00:01:00ประกันชีวิต
00:01:00 → 00:01:02สวัสดีค่ะพบกันอีกครั้งนะคะกับหมอผิงและ
00:01:02 → 00:01:04นี่คือ Single Being podcast ที่อยาก
00:01:04 → 00:01:07ให้คุณมีความสุขและสนุกพร้อมทั้งได้สาระ
00:01:07 → 00:01:10ความรู้ในทุกๆครั้งที่เปิดฟังค่ะวันนี้นะ
00:01:10 → 00:01:13คะหมออยากจะมาชวนคุยถึงเรื่องราวของ smart
00:01:13 → 00:01:15watch ค่ะก็คือจริงๆเนี่ยบอกว่าปัจจุบัน
00:01:15 → 00:01:17เนี่ยเราใช้กันเยอะมากเลยจะมีทั้งเป็น
00:01:17 → 00:01:20นาฬิกาหรือเป็น smart Ring นะคะเป็นแหวน
00:01:20 → 00:01:23นะคะหรือว่าเป็น Device ต่างๆซึ่งรวมๆกัน
00:01:23 → 00:01:25เรียกว่า variable Device เหล่าเนี้ยมัน
00:01:25 → 00:01:27ก็ให้ข้อมูลสุขภาพของเราใช่มั้ยคะแต่ว่า
00:01:27 → 00:01:30หมอว่าหลายๆคนก็จะตั้งคำถามแหละว่าไอ้ข้อ
00:01:30 → 00:01:32มูลสุขภาพเหล่านี้มันเชื่อถือได้มากน้อย
00:01:32 → 00:01:35แค่ไหนแล้วอะไรที่เราควรจะโฟกัสหรือสนใจ
00:01:35 → 00:01:38บ้างแล้วเราจะใช้มันให้มันเกิดประโยชน์
00:01:38 → 00:01:40ต่อสุขภาพเราจริงๆได้อย่างไรนะคะวันนี้
00:01:41 → 00:01:44ค่ะหมอก็เลยเชิญแพทย์นะคะที่เป็นแพทย์
00:01:44 → 00:01:46เกี่ยวกับทางด้านอายุรศาสตร์โรกหัวใจนะคะ
00:01:46 → 00:01:48แล้วก็ยังเป็นแพทย์ที่มีความสนใจกับใน
00:01:48 → 00:01:50เรื่องของ Technology variable Device
00:01:50 → 00:01:53ด้วยนะคะขอยินดีต้อนรับนะคะนายแพทย์
00:01:53 → 00:01:56นรศักดิ์สุวจิตตานนท์อายุรแพทย์โรคหัวใจ
00:01:56 → 00:01:58โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:58 → 00:02:02อาจารย์สวัสดีครับิคค่ะก็ก่อนอื่นเลยนะคะ
00:02:02 → 00:02:04สำหรับ variable Device ที่คนทั่วไปรู้
00:02:04 → 00:02:05จักกันเนี่ยไม่ว่าจะเป็น smart watch
00:02:06 → 00:02:07หรือว่า Smart Ring ในปัจจุบันเมันเยอะ
00:02:07 → 00:02:10หลากหลายมากเลยนะคะจริงๆเครื่องมือเหล่า
00:02:10 → 00:02:12เนี้ยในทางสุขภาพมันให้ข้อมูลอะไรกับเรา
00:02:12 → 00:02:15บ้างคะครับแต่ก่อนก็จะมีข้อมูลที่เราได้
00:02:15 → 00:02:17มาตั้งแต่สัก 20-30 ปีก่อนก็จะเป็นเรื่อง
00:02:17 → 00:02:20ของการนับก้าอะไรพวกเยนะครับหรือระยะทาง
00:02:20 → 00:02:22การเดินนะครับหลังๆมาที่เรามีข้อมูลเพิ่ม
00:02:22 → 00:02:25ขึ้นที่เราคุ้นๆกันก็จะมีเรื่องของอัตรา
00:02:25 → 00:02:28การเต้นของหัวใจอ่ะนะครับแล้วก็เรื่องของ
00:02:28 → 00:02:30ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดโดยเฉพาะ
00:02:30 → 00:02:33ช่วงโควิดที่เราเห็นกันใชเยอะเะแล้วก็
00:02:33 → 00:02:35หลังจากนั้นมาเราก็มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมา
00:02:35 → 00:02:37เรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบันทึก
00:02:37 → 00:02:40คลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือว่า ekg อนะครับ
00:02:40 → 00:02:43เรื่องของแคลอรีต่างๆที่เราใช้ในแต่ละวัน
00:02:43 → 00:02:46ในการใช้ชีวิตประจำวันของเรานะครับเรื่อง
00:02:46 → 00:02:49ของนักกีฬาก็จะมีเรื่องของสมรรถภาพดู
00:02:49 → 00:02:51เรื่องของ vo2 Max ความสามารถในการใช้
00:02:51 → 00:02:54ออกซิเจนของร่างกายเราเป็นต้นนะครับหลังๆ
00:02:54 → 00:02:57มาใหม่ๆก็จะมีเรื่องของดูเรื่อง Skin
00:02:57 → 00:02:59temperature ก็คือดูวัดอุณหภูมินะครับ
00:02:59 → 00:03:02สำหรับคุณผู้หญิงบางทีก็ใช้ในการประเมิน
00:03:02 → 00:03:04การตกไข่อะไรงงี้ประเมินการตกไข่ใช่ๆๆ
00:03:04 → 00:03:06ประเมินว่าแบจะเผื่อคนที่อยากจะตั้งคอะไร
00:03:07 → 00:03:09งี้ใช่ประจำเดือนจะมาตอนไหนอะไรอย่าง
00:03:09 → 00:03:12เงี้ยนะครับแล้วก็หลังๆมาใหม่ๆนี้ก็คือ
00:03:12 → 00:03:15เรื่องของภาวะการหยุดหายใจขณะหลักนะครับ
00:03:16 → 00:03:19เรื่องของ osa Apple Watch หรือแบนอื่น
00:03:19 → 00:03:22ๆก็เริ่มมีมาเพิ่มขึ้นนะครับวัดความนั
00:03:22 → 00:03:26โลหิตมาสก็ใช้ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะครับ
00:03:26 → 00:03:30ดูเรื่องของ Sleep Stage ต่างๆนะคถ้าไม่
00:03:30 → 00:03:33ได้นับนาฬิกาก็จะมีเรื่องของการตรวจระดับ
00:03:33 → 00:03:35น้ำตาลในร่างกายในกระแสเลือดของเรานะครับ
00:03:35 → 00:03:38ตนี้ก็ค่อนข้างเยอะนะครับช่วงนี้อก็เรียก
00:03:38 → 00:03:40ได้ว่าเหมือนเป็นตัวช่วยของหมอโรคหัวใจ
00:03:40 → 00:03:42เหมือนกันเนาะหลายๆค่าที่ว่ามานี่จะ
00:03:42 → 00:03:45เกี่ยวข้องกับงานของอาจารย์พอสมควรเพหมอ
00:03:45 → 00:03:47โรคหัวใจก็ถือว่ามีตัวช่วยที่ทำให้เราทำ
00:03:47 → 00:03:50งานจะเรียกว่าง่ายขึ้นก็ได้หรือว่าทำให้
00:03:50 → 00:03:53งานเราเยอะขึ้นก็ได้ทั้งคู่ค่ะก็แต่ว่าทำ
00:03:53 → 00:03:57ให้เราสามารถดูคนไข้ในองค์รวมได้มากขึ้น
00:03:57 → 00:04:00แล้วก็สามารถติดตามได้ต่อเนื่องจากค่าที่
00:04:00 → 00:04:02เราได้จากที่โรงพยาบาลอย่างเดียวครับค่ะ
00:04:02 → 00:04:04กำลังจะถามต่อเลยว่าเนี่ยอย่างเงี้ยค่า
00:04:04 → 00:04:06ที่ได้ค่ะอาจารย์มันมีความน่าเชื่อถือได้
00:04:06 → 00:04:09มากน้อยแค่ไหนคะก็พูดยากเหมือนกันครับ
00:04:09 → 00:04:11ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้วยเพราะว่าอุปกรณ์
00:04:11 → 00:04:14ส่วนใหญ่ที่เราขายกันทั่วไปมันเป็นเหมือน
00:04:14 → 00:04:16consumer เดอจะไม่ใช่ medical เกดตาม
00:04:16 → 00:04:19อุปกรณ์ในโรงพยาบาลอย่างเช่นนาฬิกาที่วัด
00:04:19 → 00:04:21ความดันได้อย่างเงี้ยครับเทียบกับเครื่อง
00:04:21 → 00:04:24วัดความดันโดยตรงของโรงพยาบาลอาจจะไม่ได้
00:04:24 → 00:04:27เรียกว่าคุณภาพเท่าเทียมกันหรืออะไรอย่าง
00:04:27 → 00:04:30เงี้ยนะครับก็ต้องดูว่าสิ่งที่เราซื้อ
00:04:30 → 00:04:33เนี่ยมันมีได้รับการรับรองจากองค์การต่าง
00:04:33 → 00:04:35ๆหรือเปล่าเช่นอย่างทางฝั่งอเมริกาก็จะ
00:04:35 → 00:04:39เป็น fda ถ้าเป็นฝั่งยุโรปก็เป็น ema
00:04:39 → 00:04:41อะไรประมาณเนี้ยครับก็คือเหมือนอยบ้านเรา
00:04:41 → 00:04:43แต่ว่าเป็นของยุโรปกับอเมริกาซึ่งอันนี้
00:04:44 → 00:04:48ก็จะมีเป็นบางฟีเจอร์บางค่าที่เราถือว่า
00:04:48 → 00:04:50ถูกรับรองมาแล้วะใช้ได้ดีแน่ๆก็คือเรื่อง
00:04:50 → 00:04:53ของการวัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือว่าวัด
00:04:53 → 00:04:55เรื่องของความเข้มข้้นของออกซิเจนในกระแส
00:04:55 → 00:04:57เลือดอะไรพวกนี้เนี่ยค่อนข้างจะค่อนข้าง
00:04:57 → 00:05:01จะแม่นแไฟฟ้าหัวใจก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์ว่า
00:05:01 → 00:05:04ใช้อุปกรณ์แบบไหนก็มีหลายแบรนด์แล้วที่
00:05:04 → 00:05:07ใช้คิดว่าจริงๆแล้วเท่าที่ใช้มาเนี่ยก็
00:05:07 → 00:05:10ค่อนข้างแม่นนะนะครับในเรื่องของกราฟแต่
00:05:10 → 00:05:12ว่าในเรื่องของการอ่านผลเนี่ยโดยปกติแล้ว
00:05:12 → 00:05:16แต่แบรนด์เขาก็จะมีการใช้ออิใช้ AI มา
00:05:16 → 00:05:20ช่วยซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดของหัวใจเต้น
00:05:20 → 00:05:22ผิดจังหวะบางอย่างอาจจะมีออิที่ยังไม่
00:05:22 → 00:05:25แม่นมากนักอันนี้ก็ต้องใช้หมอเป็นคนดูเอง
00:05:25 → 00:05:29ตอบง่ายๆก็คือช่วยแต่ว่าไม่ 100% ยังต้อง
00:05:29 → 00:05:32ใช้จารณญาณต้องไปดูซ้ำอีกทีอยู่ดีครับอ่า
00:05:32 → 00:05:34ซึ่งอย่างที่อาจารย์บอกว่าปัจจุบันเนี่ย
00:05:34 → 00:05:37โอ้โหค่าต่างๆมันเยอะมากเลยเนาะถ้าคนทั่ว
00:05:37 → 00:05:40ไปเนี่ยก็คือซื้อไอ้พวกนี้แล้วก็อยากดูแล
00:05:40 → 00:05:43สุขภาพอ่ะควรจะให้ความสำคัญกับค่าไหนคะ
00:05:43 → 00:05:45สำหรับหมอหัวใจเราก็งกเนาะเราก็คิดว่ามัน
00:05:45 → 00:05:48สำคัญไปหมดแหละแต่ว่าถ้าเอาง่ายๆก็คือดู
00:05:48 → 00:05:50เรื่องของอัตราการเต้นของหัวใจก่อนเช่น
00:05:50 → 00:05:53ขณะพักอว่าอัตราการเต้นของหัวใจของเรา
00:05:53 → 00:05:56เนี่ยเป็นยังไงบ้างมันช้าไปมั้ยหรือเร็ว
00:05:56 → 00:05:59ไปมั้ยแต่ว่าก็ดูอาการของเราเองประกอบ
00:05:59 → 00:06:02กรอบกันด้วยกันบางคนนาฬิกาเตือนขึ้นมาว่า
00:06:02 → 00:06:06แบบฮาร์ดเรทเราต่ำมากเลยนะตอนนอนเช่นลงไป
00:06:06 → 00:06:0840 อะไรอย่าเงี้ยครับแต่ว่าเป็นคนที่ออก
00:06:08 → 00:06:10กำลังกายเป็นประจำอยู่เดิมแต่ไม่เคยใช้
00:06:10 → 00:06:12นาฬิกามาก่อนเป็นคนค่อนข้างแข็งแรงอะไร
00:06:13 → 00:06:15อย่างเงี้ยครับอันเนี้ยจริงๆแล้วมันก็เจอ
00:06:15 → 00:06:17ได้ในคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนะค่ะแต่
00:06:17 → 00:06:20ว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลยหรือคนอายุ
00:06:20 → 00:06:23เยอะๆมีปัญหาเรื่องแบบวูบจะหน้ามืดเป็นลม
00:06:23 → 00:06:26แล้วหัวใจเต้นช้า 40 อันนั้นก็มีประเด็น
00:06:26 → 00:06:28เพราะฉะนั้นเนี่ยแต่ละคนไม่เหมือนกัน
00:06:28 → 00:06:30สำหรับหมอหัวใจเองเริ่มต้นเนี่ยก็จะบอก
00:06:30 → 00:06:32ว่าอ่ะงั้นขอดู Ring heart rate ก่อน
00:06:32 → 00:06:35ว่าอ่ะเป็นยังไงบ้างถ้าคนแข็งแรงดีาร Rate
00:06:35 → 00:06:38ต่ำๆหน่อยเราก็จะ assume หรือว่าแบบคิด
00:06:38 → 00:06:41เอาเองว่าคนนั้นฟิตเมื่อเทียบกับคนที่ารท
00:06:41 → 00:06:44สูงหน่อยแล้วก็ซักประวัติเพิ่มเติมดูว่า
00:06:44 → 00:06:46จริงๆแล้วเทำอะไรมามีอาการที่เรากังวล
00:06:46 → 00:06:49เป็นพิเศษมั้ยอันนี้เป็นค่าแรกนะอค่ะค่า
00:06:49 → 00:06:53ที่ 2 ก็ดูเรื่องของออกซิเจนตอนนอนค่ะว่า
00:06:53 → 00:06:56ตอนนอนมีออกซิเจนต่ำลงไปมยที่เราจะสงสัย
00:06:56 → 00:06:59ว่ามีเรื่องของการทางเดินหายใจอุดกั้น
00:06:59 → 00:07:00ขนาดหลับห
00:07:00 → 00:07:03เปที่เราเรียกๆกันนะครับอันนี้ก็เป็นอัน
00:07:03 → 00:07:07นึงอันที่ 3 ก็คือดูเรื่องของแอีที่ใช้ใน
00:07:07 → 00:07:10แต่ละวันค่ะแล้วก็อยากรู้ว่าเขา Active
00:07:10 → 00:07:13มากน้อยแค่ไหนในแต่ละคนเช่นแบบเนื่อนิ่ง
00:07:13 → 00:07:15เป่าแบบว่าเนี่ยน้ำหนักไม่ลงเลยแต่จริงๆ
00:07:15 → 00:07:18แล้วแบบไม่ขยับเลยวนั่งดูทีวีอย่างเดียว
00:07:18 → 00:07:20แคลอรี่ไม่ค่อยเคลื่อนอะไรอย่างเงี้ยหรือ
00:07:20 → 00:07:23แค่แบบ 200-300 ทนี้จะเป็น 5600 เราก็ใช้
00:07:23 → 00:07:27อันนี้อีกอันนึงอแล้วก็คนที่สนใจจริงๆก็
00:07:27 → 00:07:30จะดูเรื่องของ vo2 Max อืก็ดูเป็นความ
00:07:30 → 00:07:33คิดของคนๆนั้นว่าก่อนที่จะเข้าโปรแกรม
00:07:33 → 00:07:36เช่นเอยากจะไปออกกำลังกายเราดูเบสไลน์
00:07:36 → 00:07:38เค้าก่อนว่าอ่ะเบสไลน์ vo2 Max เเป็นยัง
00:07:38 → 00:07:41ไงบ้างแล้วหลังจากที่เขาไปออกกำลังกายไม่
00:07:41 → 00:07:44ว่าเราจะเป็นคนจัดตาลังให้เา้าหรือว่าเขา
00:07:44 → 00:07:45ไปเทรนกับใครก็ตามแล้วกลับมาเป็นยังไง
00:07:45 → 00:07:48อะไรเงี้ยครับอันนี้เป็นค่าที่ง่ายๆที่
00:07:48 → 00:07:51เราดูแต่ว่าบางคนก็จะดูลงไปในรายละเอียด
00:07:51 → 00:07:53ถ้าเขามีปัญหาอะไรเช่นนอนไม่ดีแล้วก็ไปดู
00:07:53 → 00:07:57ในชีของเอีกอะไรแบบนั้นนครับแต่ว่าถ้า
00:07:57 → 00:08:00คร่าวๆก็เอาประมาณนี้ออซึ่งนอกจากพวกข้อ
00:08:00 → 00:08:02มูลทางสุขภาพแล้วเนี่ยมันมีีออะไรในพวก
00:08:02 → 00:08:04variable Device คะที่อาจารย์คิดว่ามัน
00:08:04 → 00:08:07มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยสำหรับผมที่ใช้
00:08:08 → 00:08:10เองอือๆๆส่วนตัวเลยส่วนตัวเองก็คือเรื่อง
00:08:10 → 00:08:13การยืนอ๋อยังไงนาฬิกามันจะเตือนว่าแบบให้
00:08:14 → 00:08:17เรา Move แ Time To สนอย่าเงี้ยครับทุกๆ
00:08:17 → 00:08:19ชมอาจารย์นั่งตรวจคนไขนานๆไม่นั่งนานเกิน
00:08:19 → 00:08:22ไปหรือว่าเินเล่นคอมพิวเตอร์อ่าดูมือถือ
00:08:22 → 00:08:25มากเกินไปอย่างเงี้ยมันก็เป็นการที่ทำให้
00:08:25 → 00:08:28เราไม่ได้มี activity อเพราะงั้นอันเนี้ย
00:08:28 → 00:08:32เป็นอันที่ผมชอบส่นะคือเถึงเวลาแล้วจะ
00:08:32 → 00:08:35เดินไปห้องน้ำไปดื่มน้ำหรืออะไรอย่างงี้
00:08:35 → 00:08:39ก็ได้ครับอันที่ 1 อันที่ 2 ก็เรื่องของ
00:08:39 → 00:08:42แคลอรีเหมือนกันสำหรับผมเองก็คือแบบอเรา
00:08:42 → 00:08:44ตั้งไว้ว่าวันนึงเราควรจะโกถึงเท่าไหร่
00:08:44 → 00:08:47อ๋อวันนี้ยังขยับไม่ถึงวันนี้ยังไม่ถึงก็
00:08:47 → 00:08:50ควรจะแบบเฮ้ยออกไปทำอะไรนิดนึงเพื่อที่จะ
00:08:50 → 00:08:53ทำให้เรามีการขยับเยืดร่างกายหรือการใช้
00:08:53 → 00:08:56พลังงานที่เรากินเข้าไปคให้เราขบ้างอะไร
00:08:56 → 00:09:00เงี้ยอันที่ 3 เป็นของพ่อแม่มากกว่าเออๆ
00:09:00 → 00:09:04ค่ะอะไพวกเครับก็คือสำหรับคนสูงอายุก็ใส่
00:09:04 → 00:09:07ไว้แบบบางทีถ้าล้มแล้วมันมีการเตือนมาที่
00:09:07 → 00:09:09ลูกอะไรพวกเยอันนี้เราจะได้รู้ว่าเอ๊ะคุณ
00:09:09 → 00:09:12แม่ล้มหรือเปล่าโทรกลับไปเช็คซิว่าเป็น
00:09:12 → 00:09:16ยังไงบ้างอะไรอแม่บอกนาฬิกาหล่นนฬิกาหล่น
00:09:16 → 00:09:19อันนี้ยังโชคดียังไม่ได้ใช้เองอ๋อค่ะครับ
00:09:19 → 00:09:22เพราว่าก็ประมาณนี้ครับค่ะซึ่งสัญญาณ
00:09:22 → 00:09:24เนี่ยบางทีพวกนี้มันก็จะเตือนเราเนาะบาง
00:09:24 → 00:09:27ทีมันก็จะมีโนตินู่นนี่นั่นสัญญาณเตือน
00:09:27 → 00:09:29อะไรที่เราไม่ควรจะเพิกเฉยค่ะอาจารย์หมอ
00:09:29 → 00:09:32หัวใจก็เรื่องหัวใจเหมือนเดิมครับก็จะ
00:09:32 → 00:09:34เตือนว่าแบบมีอัตราการเต้นของหัวใจผิด
00:09:34 → 00:09:36ปกติภาษาอังกฤษเขาจะเรียกว่าอ regular
00:09:37 → 00:09:39heart rate Notification เงี้ยนะครับ
00:09:39 → 00:09:41อันเนี้ยมันจะเตือนไม่ว่าจะเร็วไปหรือช้า
00:09:41 → 00:09:44ไปหรือผิดจังหวะซึ่งอันเนี้ยบางทีมันบาง
00:09:44 → 00:09:47คนไม่รู้สึกค่ะเช่นแบบนั่งประชุมอยู่ไม่
00:09:47 → 00:09:49เห็นมีอาการอะไรเลยยิเตือนทำไมใช่ๆมีคน
00:09:49 → 00:09:52นั่งประชุมอยู่อยู่ๆก็เตือนแล้วก็ดูแบบ
00:09:52 → 00:09:55เฮ้ยฮาร์ทเรทขึ้นไปแบบ 160 170 สุดท้าย
00:09:55 → 00:09:59เป็นแบไฟฟ้ารัดวงจรอ๋ออนี้ไม่ควิเฉยอือๆ
00:09:59 → 00:10:01อันที่ 2 ก็คือเรื่องของออกซิเจนที่ต่ำใน
00:10:01 → 00:10:04ตอนนอนครับอันนี้ผมว่า 2 อันเนี้ยอย่าง
00:10:04 → 00:10:08น้อยๆควรต้องมาปรึกษาแพทย์อืจริงๆค่ะ
00:10:08 → 00:10:10เพราะว่าบางคนก็คือเห็นโนติแล้วก็ปล่อย
00:10:10 → 00:10:13ผ่านปล่อยผ่านอะไงี้เนาะใช่บางทีก็โนติ
00:10:13 → 00:10:16มันเตือนทำให้เราบันทึกข้อมูลให้หมอด้วย
00:10:16 → 00:10:19เช่นแบบอย่างิว่าารทผิดปกติแต่ว่ามันไม่
00:10:19 → 00:10:22ได้บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเราก็จะบอกคนไข้
00:10:22 → 00:10:25ว่าถ้านฬิกามันบันทึกได้ก็ให้บันทึกมา
00:10:25 → 00:10:28ด้วยเพราะว่าผิดปกติเนี่ยจะต่ำไปหรือจะ
00:10:28 → 00:10:31เร็วไปแต่ว่าลักษณะความผิดปกติเป็นแบบไหน
00:10:31 → 00:10:33เราบอกไม่ได้จากตัวเลขเพราะฉะนั้นเราจะ
00:10:33 → 00:10:36บอกเขาว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยกดให้หมอหน่อย
00:10:36 → 00:10:39จะได้บันทึกกราฟมาให้เราดูใช่อโอดีเลยค่ะ
00:10:39 → 00:10:41แสดงว่าอาจารย์ต้องเคยมีเคสคนไข้เอาข้อ
00:10:42 → 00:10:45มูลสมาปรึกษามีมีครับเพื่อนกันเองเลยนี่
00:10:45 → 00:10:48แหละเพื่อนกันเองเลยบอกไปแบบว่ารู้สึก
00:10:48 → 00:10:50เหมือนใจสัตอะไรเงี้ยผมก็บอกว่างั้นไป
00:10:50 → 00:10:53ซื้อนาฬิกาเถอะอแล้วก็ซื้อนาฬิกามาบันทึก
00:10:53 → 00:10:55ดูหน่อยมีอาการเราซักประวัติแล้วเราก็คิด
00:10:55 → 00:10:59ว่าการใช้นาฬิกาพวกนี้สามารถบันทึกได้ใน
00:10:59 → 00:11:01คนที่แบบใจสั่นระยะเวลาประมาณหนึถ้าแบบ
00:11:01 → 00:11:04สั้นๆวินาท 2 วินาทีบางทีมันอาจจะบันทึก
00:11:04 → 00:11:06ไม่ทันอะไรเงี้ยก็ได้กลับมาเป็น
00:11:06 → 00:11:10svt เพื่อนกันเองเนี่ยแหละครับหัวใจเต้น
00:11:10 → 00:11:12ผิดจังหวะแบบรัดวงจรต้องไปจี้ไฟฟ้าหัวใจ
00:11:12 → 00:11:15หรือว่าคนไข้เองก็มีเหมือนกันครับที่บอก
00:11:15 → 00:11:17บ่นบ่นใจสั่นแล้วบันทึกออกมาก็กลายเป็น
00:11:17 → 00:11:21หัวใจเต้นพริ้วผิดจังหวะเป็นเอ fib ค่ะมี
00:11:21 → 00:11:24spt อีกเคสนึงก็เหมือนกันก็คือแบบเป็นคน
00:11:24 → 00:11:28ไข้เป็นหอบผืดแล้วพนยาแล้วก็มีใจสั่นอ
00:11:28 → 00:11:30แล้วก็คิดว่าว่าเป็นจากยาพ่นธรรมดาไม่
00:11:30 → 00:11:33เป็นไรแต่ว่าก็เวลาเ้าบอกมันเป็นปุ๊บปั๊บ
00:11:33 → 00:11:36ทันทีแล้วก็หายก็หายเลยแล้วก็ดูไม่ค่อย
00:11:36 → 00:11:39ตรงไปตรงมาเท่าไหร่เราก็บอกว่างั้นซื้อ
00:11:39 → 00:11:41นาฬิกาหน่อยแล้วกันก็ได้เรื่องเลยได้
00:11:41 → 00:11:44เรื่องเลยเห็นเลยมีเจมาให้ดูก็แบบโอเค
00:11:44 → 00:11:47งั้นเข้ามาเขมาลงแานกันดีกว่าครับอะไร
00:11:47 → 00:11:49เงี้ยค่ะดีนะคะเพราะถ้าเป็นสมัยก่อนุก็จะ
00:11:49 → 00:11:51ไม่ได้มีข้อมูลเหล่านี้เลยใช่แล้วแต่ก่อน
00:11:52 → 00:11:54ก็คืออุปกรณ์ที่บันทึกขึ้นไฟฟ้าหัวใจมัน
00:11:54 → 00:11:58ก็จะค่อนข้างใหญ่หน่อยใหญเะสายอาบน้ำไม่
00:11:58 → 00:12:01ได้ต้องแบบอดทนเหนื่อออกในประเทศแต่มันก็
00:12:01 → 00:12:04ร้อนๆอะไรอย่างเงี้ยครับมันก็จะทำให้การ
00:12:04 → 00:12:07ใช้อุปกรณ์บางอย่างจากโรงพยาบาลเนี่ยมี
00:12:07 → 00:12:10ข้อจำกัดสำหรับคนไข้เพราะมันไม่สะดวกจริง
00:12:10 → 00:12:13ค่ะจริงค่ะอือดีมากๆเลยค่ะคือเ้าที่ฟัง
00:12:13 → 00:12:15เนี่ยอาจารย์ก็เป็นทั้งคนใช้เองแล้วก็
00:12:15 → 00:12:18เป็นทั้งคนที่ติดตามข้อมูลเรื่องพวกนี้นะ
00:12:18 → 00:12:20ถามดีกว่าว่าอาจารย์ว่าอนาคตทิศทางของ
00:12:20 → 00:12:22variable device มันจะเป็นยังไงคะมันก็
00:12:22 → 00:12:25จะกลายมาเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน
00:12:25 → 00:12:27ของคนไข้ของเราเยอะขึ้นนะครับแต่ก่อนหน้า
00:12:27 → 00:12:30เยเราคิดว่าการมีว Device มันเป็นอุปกรณ์
00:12:30 → 00:12:33ที่ราคาแพงต้องงคนมีตังค์เท่านั้นที่ใช้
00:12:33 → 00:12:36ได้แล้วก็อาจจะเป็นสำหรับคนที่เริ่มมี
00:12:36 → 00:12:39อาการป่วยและเพิ่งมาใช้อนาคตผมว่า 1 ก็
00:12:39 → 00:12:43คือเขาถึงได้ในคนทุกเพศทุกวัยใช้ในการ
00:12:43 → 00:12:45บันทึกไม่ใช่อาการเจ็บป่วยและเป็นเรื่อง
00:12:45 → 00:12:48ของ wellbeing เรื่องของความมีสุขภาพดี
00:12:48 → 00:12:51ความอยากจะอยู่ยืนยาวแล้วก็ข้อมูลต่างๆ
00:12:51 → 00:12:54เนี่ยก็จะมาให้หมอช่วยใช้พินิจพิเคราะห์
00:12:54 → 00:12:56ได้มากขึ้นอย่างเช่นอ่าอย่างเรื่องการวัด
00:12:56 → 00:13:00ความดันอย่าเงี้ยครับนาฬิกาที่เริ่มออกมา
00:13:00 → 00:13:03วัดความนันได้เนี่ยเราก็จะมาดูว่าแบบอ่ะ 1
00:13:03 → 00:13:05วัดความดันดูละ 24 ช่มมันเป็นยังไงบ้าง
00:13:05 → 00:13:09ขึ้นลงยังไงูเนว่าอ่าจริงๆแล้วเนี่ยเวลา
00:13:09 → 00:13:11เราปวดหัวบางทีอาจจะเป็นแต่ความดันโลหิต
00:13:11 → 00:13:14สูงก็ได้แต่ว่าก่อนหน้านี้เราก็ไม่มี
00:13:14 → 00:13:16เครื่องที่จะมาคอยวัดตลอดเวลาการมีนาฬิกา
00:13:16 → 00:13:19ก็อาจะช่วยอ่าฮะอันที่ 2 สำหรับคนที่ความ
00:13:19 → 00:13:22ดันโลหิตสูงอยู่แล้วก็จะดูทรีทเมนว่าอ่ะ
00:13:22 → 00:13:24ให้ทานยาไปต่อยาเป็นยังไงเป็นยังไงบ้าง
00:13:24 → 00:13:27มันยังมีช่วงไหนที่แบบความดันยังไม่ลง
00:13:27 → 00:13:29เช่นแบบตอนกลางคืนยังสูงอยู่ซึ่งมันมี
00:13:29 → 00:13:31ความเสี่ยงในการเกิดเรื่องอัมพฤกอพาท
00:13:31 → 00:13:34เพิ่มขึ้นกับคนที่ความดันตอนกลางคืนดีๆ
00:13:34 → 00:13:36หรือเปล่าอะไรอย่าเงี้ยครับอันนี้ก็เป็น
00:13:36 → 00:13:40อันนึงซึ่งเราก็จะคนไข้เพิ่มอีกค่ะในกรณี
00:13:40 → 00:13:42ที่แบบอ่ะเหมือนคัดกรองความดันจะไม่ต้อง
00:13:42 → 00:13:44มาโรงพยาบาลละแล้วก็มีอุปกรณ์อยู่กับเรา
00:13:44 → 00:13:47ตลอดนนะครับถัดไปก็คือเรื่องของความง่าย
00:13:47 → 00:13:50อย่างเบาหวานเงี้ยก็จะเป็นการเช็คน้ำตาล
00:13:50 → 00:13:53ได้ตลอดเวลามีเครื่องฝังอยู่เตือนขึ้นมา
00:13:53 → 00:13:56ในนาฬิกาพวกไม่ต้องมานแบบเจาะปลายนิ้วไม่
00:13:56 → 00:13:59ต้องเจาะปลายนิ้วคุณหมอก็สบายขึ้นค่ะข้อ
00:13:59 → 00:14:01มูลที่เอามาใช้ในอุปกรณ์พวกเนี้ยถ้ามัน
00:14:01 → 00:14:05ลิงก์เป็น telemedicine เข้ามาได้ง่ายก็
00:14:05 → 00:14:09ดีทั้งคนไข้เราตืต่อเนื่องแล้วในการทำงาน
00:14:09 → 00:14:11วิจัยเงี้ยทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้นะแล้ว
00:14:11 → 00:14:14ได้ข้อมูมีข้อมูลไปทำงานวิจัยอีกเยอะแล้ว
00:14:14 → 00:14:17ก็ง่ายไม่ต้องเสียตังค์ในการแบบรูตคนไข้
00:14:17 → 00:14:21เยอะๆอนะครับจค่ะแล้วก็สำหรับคนที่สบายดี
00:14:21 → 00:14:24ข้อมูลต่างๆที่เราได้อย่างเช่นแบบาร Rate
00:14:24 → 00:14:28เรื่องของการนอนพวกเนี้ยบางที AI ก็จะมา
00:14:28 → 00:14:32ช่วยในการได้เชแบบเราจะแพลคนเว่าแบบอายุ
00:14:32 → 00:14:35เท่านี้ค่ะเส Late ประมาณนี้ใช้ชีวิต
00:14:35 → 00:14:38ประมาณนี้ควรจะออกกำลังกายยังไงผมคิดว่า
00:14:38 → 00:14:40อีกหน่อย AI มันจะมาแล้วะว่าแบบคนนี้ควร
00:14:40 → 00:14:43จะออกก Personal coaching เลยใช่เช่น
00:14:43 → 00:14:46แล้วก็อาหารการกินสำหรับคนกลุ่มเนี้ยควร
00:14:46 → 00:14:48จะเป็นยังไงเรื่องการทำ stress
00:14:48 → 00:14:51management อนาฬิกามันบอกได้แล้วเดี๋ยว
00:14:51 → 00:14:54นี้ว่าแบบช่วงนีู้กำลัง str อยู่อะไร
00:14:54 → 00:14:57อย่างเงี้ยมันก็คิดว่าข้อมูลพวกเนี้ยจะ
00:14:57 → 00:15:00เอามาช่วยเรามากขึ้นค่ะในการดูแลสุขภาพ
00:15:00 → 00:15:04กายสุขภาพใจด้วยครับค่ะแล้วก็สำหรับโรง
00:15:04 → 00:15:07พยาบาลเองก็อย่างที่บอกว่าข้อมูล Real
00:15:07 → 00:15:09Time แล้ว Continuous แบบบันทึกต่อ
00:15:09 → 00:15:12เนื่องมันก็จะดีกว่าข้อมูลเป็นท่อนๆแบบ 3
00:15:12 → 00:15:14เดือนมาโรงพยาบาลทีนึง 6 เดือนมาโรง
00:15:14 → 00:15:16พยาบาลทีนึงตอนนี้เราก็จะมีข้อมูลค่อน
00:15:16 → 00:15:19ข้างเยอะในการดูแลคนไข้ในการตัดสินใจ
00:15:19 → 00:15:22เปลี่ยนแปลงการรักษาอะไรพวกเยค่ะที่คิด
00:15:22 → 00:15:24ว่าในอนาคตเนี่ยจะมาแล้วก็อีกหน่อยก็คือ
00:15:24 → 00:15:27tel monitoring ะไม่ต้องมาเราใช้กัน
00:15:27 → 00:15:30ค่อนข้างเยอะคิดว่าในออาคตจะมากกว่านี้
00:15:30 → 00:15:32อีกแต่คอซอหมอผิงเไม่ต้องอยู่ในประเทศไทย
00:15:32 → 00:15:37ะอยู่แบบออสเตรเลียอยู่อังกฤษก็ปรึกษากัน
00:15:37 → 00:15:39มาได้เลยสบายๆด้วยข้อมูลพวกนี้แล้วเรา
00:15:39 → 00:15:41ค่อนข้างมั่นใจว่าอีกหน่อยก็จะอยู่ใน
00:15:41 → 00:15:44medical เกดะอุปกรณ์ที่เราใช้เราก็จะ
00:15:44 → 00:15:46เชื่อมั่นมันมากขึ้นความแม่นยำมันน่าจะมี
00:15:46 → 00:15:50มากขึ้นทำให้คนไข้ไม่ต้องเดินทางมาปรึกษา
00:15:50 → 00:15:52ประมาณนั้นครับค่ะดีเลยค่ะก็คือจะเห็นภาพ
00:15:52 → 00:15:55ได้เลยว่าเทคโนโลยีนี่มันเข้ามาช่วยตอบ
00:15:55 → 00:15:59โจทย์การดูแลคนไข้ให้ต่อเนื่องแล้วก็ทให้
00:15:59 → 00:16:01เรา Early detection ได้มากขึ้นนะคะวัน
00:16:01 → 00:16:04นี้ก็ได้ทั้งความรู้ความเข้าใจนะคะเกี่ยว
00:16:04 → 00:16:06กับความแม่นยำของข้อมูลจาก Smart Watch
00:16:07 → 00:16:09แล้วก็ variable Device ต่างๆนะคะแล้วก็
00:16:09 → 00:16:11ได้เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น
00:16:11 → 00:16:14ค่ะขอขอบคุณนะคะนายแพทย์นรศักดิ์สุว
00:16:14 → 00:16:17จิตตานนท์มากๆเลยค่ะสวัสดีค่ะขอบคุณครับ
00:16:18 → 00:16:20ครับหวังว่านะคะเนื้อหาในพแสตอนเจะเป็น
00:16:20 → 00:16:22ประโยชน์กับทุกคนที่คลิกเข้ามาเปิดฟังจน
00:16:22 → 00:16:25ถึงตรงนี้นะคะถ้าฟังแล้วชอบก็ช่วยแชร์ให้
00:16:25 → 00:16:27เพื่อนๆหรือคนที่คุณรักได้ฟังไปด้วยกันนะ
00:16:27 → 00:16:29คะ
00:16:29 → 00:16:31และสำหรับคุณผู้ฟังที่เพิ่งเข้ามาฟังใหม่
00:16:31 → 00:16:34หมอฝากกดติดตาม Single Being podcast
00:16:34 → 00:16:37ในช่องทางที่คุณฟังอยู่ด้วยนะคะและสุด
00:16:37 → 00:16:39ท้ายต้องขอขอบคุณไทยประกันชีวิตผู้
00:16:39 → 00:16:42สนับสนุนใจดีที่ทำให้เราได้พบกันในวันนี้
00:16:42 → 00:16:45ค่ะสวัสดี
00:16:45 → 00:16:49ค่ะ Single Being podcast about
00:16:49 → 00:16:53Living your Best Single Life โดย
00:16:53 → 00:16:57หมอผิงแพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:16:57 → 00:17:00ดีที่อยู่
00:17:00 → 00:17:04by ไทยประกันชีวิต