00:00:00 → 00:00:03จริงหรือที่การอดอาหารเป็นช่วงๆหรือ
00:00:03 → 00:00:05intermittent fasting ที่เราคุ้นเคยกัน
00:00:05 → 00:00:08ดีจะช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็งได้หรือในทาง
00:00:08 → 00:00:11กลับกันมันอาจจะยิ่งไปกระตุ้นโรคนี้ให้
00:00:11 → 00:00:14ร้ายแรงขึ้นกันแน่คะคำถามเหล่านี้เป็น
00:00:14 → 00:00:17สิ่งที่หลายคนสงสัยและกำลังเป็นประเด็น
00:00:17 → 00:00:19ที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก
00:00:19 → 00:00:23ค่ะครับและนี่คือสุขภาพสนทนาสร้างสุขภาพ
00:00:23 → 00:00:27ดีที่เริ่มต้นจากความเข้าใจรายการที่จะพา
00:00:27 → 00:00:29คุณไปเจาะลึกทุกประเด็นสุขภาพอย่างเป็น
00:00:29 → 00:00:32กันเองและเข้าใจง่ายครับถ้าคุณไม่อยาก
00:00:32 → 00:00:36พลาดข้อมูลสุขภาพดีๆมีสาระแบบนี้อย่าลืม
00:00:36 → 00:00:38กดติดตามช่องของเราไว้เลยนะครับพร้อมกด
00:00:38 → 00:00:41กระดิ่งแจ้งเตือนเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาด
00:00:41 → 00:00:44ทุกข้อมูลสุขภาพดีๆที่เรานำมาฝากกันในทุก
00:00:44 → 00:00:46สัปดาห์ครับในวันนี้เราจะพาคุณผู้ฟังและ
00:00:47 → 00:00:49คุณผู้ชมทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความ
00:00:49 → 00:00:52เชื่อมโยงของ IF กับมะเร็งให้ชัดเจนขึ้น
00:00:52 → 00:00:55รวมถึงข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดโดยจะพบ
00:00:55 → 00:00:58ประเด็นที่ว่า IF อาจช่วยเสริมการรักษา
00:00:58 → 00:01:00มะเร็งและลดผลข้างเคียงจากการบำบัดได้
00:01:01 → 00:01:04อย่างไรไปจนถึงข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด
00:01:04 → 00:01:07และแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ถูก
00:01:07 → 00:01:09ต้องสำหรับผู้ที่สนใจหรือผู้ป่วยมะเร็ง
00:01:10 → 00:01:12ด้วยค่ะเอาล่ะค่ะก่อนที่เราจะพูดถึง
00:01:12 → 00:01:15เรื่อง IF กับมะเร็งแบบเจาะลึกเรามาทบทวน
00:01:15 → 00:01:18กันก่อนดีกว่าว่า IF หรือ intermittent
00:01:18 → 00:01:21fasting ที่เราพูดถึงกันบ่อยๆเนี่ยมัน
00:01:21 → 00:01:24คืออะไรกันแน่และมีกลไกเบื้องต้นอย่างไร
00:01:24 → 00:01:28ที่ส่งผลต่อร่างกายของเราค่ะครับ IF ไม่
00:01:28 → 00:01:31ใช่การอดอาหารแบบอดอยากจำกัดปริมาณอาหาร
00:01:31 → 00:01:34อย่างที่หลายคนเข้าใจผิดนะครับแต่ IF คือ
00:01:35 → 00:01:38การจัดช่วงเวลาในการกินอาหารสลับกับงดกิน
00:01:38 → 00:01:41อาหารหรือที่เราเรียกว่าช่วงFastินั่นเอง
00:01:41 → 00:01:44ครับโดยในช่วงงดกินนี้ร่างกายจะไม่มีการ
00:01:44 → 00:01:47รับแคลอรี่เข้ามาเลยอาจจะดื่มน้ำเปล่า
00:01:47 → 00:01:50กาแฟดำหรือชาที่ไม่ใส่น้ำตาลได้ครับรูป
00:01:50 → 00:01:54แบบยอดนิยมของ IF ก็มีหลากหลายนะคะเช่น
00:01:54 → 00:01:5716/8 ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดคือการงด
00:01:57 → 00:02:01อาหาร 16 ชมงและมีช่วงกิน 8 ชม.หรือจะ
00:02:01 → 00:02:05เป็น 18/6 20/4 ไปจนถึงการงดอาหาร 24
00:02:05 → 00:02:08ชม. 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์อย่าง East Stop
00:02:08 → 00:02:12East ค่ะซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อดีและข้อ
00:02:12 → 00:02:14จำกัดที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความ
00:02:14 → 00:02:17เหมาะสมของแต่ละบุคคลค่ะทีนี้มาดูกลไก
00:02:17 → 00:02:20สำคัญที่ทำให้ IF เป็นที่สนใจในวงการ
00:02:20 → 00:02:23สุขภาพกันบ้างนะครับเมื่อเราอดอาหารเป็น
00:02:23 → 00:02:25ช่วงระยะเวลาหนึ่งร่างกายของเราจะมีการ
00:02:26 → 00:02:28ปรับตัวและกระบวนการภายในเซลล์จะเปลี่ยน
00:02:28 → 00:02:31แปลงไปหลายอย่างครับกลไกแรกที่สำคัญเลยก็
00:02:31 → 00:02:35คือเรื่องของอินซูลินครับใช่แล้วค่ะปกติ
00:02:35 → 00:02:37แล้วเมื่อเรากินอาหารโดยเฉพาะอาหารจำพวก
00:02:37 → 00:02:40คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนร่างกายจะหลัง
00:02:40 → 00:02:42ฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อนำน้ำตาลเข้า
00:02:42 → 00:02:46สู่เซลล์ไปใช้เป็นพลังงานหรือเก็บสะสมไว้
00:02:46 → 00:02:48แต่เมื่อเราอยู่ในช่วงงดอาหารนานขึ้น
00:02:48 → 00:02:51ระดับอินซูลินในเลือดก็จะลดต่ำลงอย่างต่อ
00:02:51 → 00:02:54เนื่องซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม
00:02:54 → 00:02:57ของเรามากค่ะเมื่ออินซูลินต่ำลงร่างกายจะ
00:02:57 → 00:03:00สลับไปใช้ไขมันที่สะสมไว้เป็นพลังงานหลัก
00:03:00 → 00:03:03แทนกระบวนการนี้เรียกว่าคีโตซิสหรือการ
00:03:03 → 00:03:06เข้าสู่ภาวะคีโตซิสซึ่งเป็นภาวะที่ร่าง
00:03:06 → 00:03:09กายเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
00:03:09 → 00:03:12ยังช่วยลดการสะสมไขมันส่วนเกินด้วยครับ
00:03:12 → 00:03:15นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม IF ถึงช่วยในการ
00:03:15 → 00:03:18ลดน้ำหนักและลดไขมันได้ดีนั่นเองครับนอก
00:03:18 → 00:03:21จากนี้การที่อินซูลินลดต่ำลงยังส่งผลให้
00:03:21 → 00:03:24ระดับโสฮอร์โมนหรือฮอร์โมนแห่งการเติบโต
00:03:25 → 00:03:28เพิ่มสูงขึ้นด้วยนะคะฮอร์โมนตัวนี้มีความ
00:03:28 → 00:03:31สำคัญต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อการเผาผลาญ
00:03:31 → 00:03:34ไขมันและการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆในร่างกาย
00:03:34 → 00:03:36ค่ะอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่าง
00:03:36 → 00:03:40มากในบริบทของ IF กับมะเร็งก็คือออโทฟี
00:03:40 → 00:03:42ครับเป็นกระบวนการที่เซลล์ทำความสะอาดตัว
00:03:42 → 00:03:46เองครับคิดง่ายๆว่าเซลล์ของเราเนี่ยจะคอย
00:03:46 → 00:03:49เก็บกวาดซ่อมแซมหรือกำจัดส่วนที่เสียหาย
00:03:49 → 00:03:52หรือส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไปครับคล้ายกับ
00:03:52 → 00:03:54การรีไซเคิลของเซลล์เลยครับในช่วงที่เรา
00:03:54 → 00:03:58อดอาหารโดยเฉพาะเมื่อผ่านไปประมาณ 12-16
00:03:58 → 00:04:01ช่โมงขึ้นไปกระบวนการออโทฟีจะถูกกระตุ้น
00:04:01 → 00:04:04ให้ทำงานได้ดีขึ้นค่ะเซลล์จะเริ่มย่อยสล
00:04:04 → 00:04:07หลายโปรตีนที่ผิดปกติออร์แกเนลที่เสื่อม
00:04:07 → 00:04:10สภาพหรือแม้แต่เชื้อโรคที่อยู่ภายในเซลล์
00:04:10 → 00:04:12เพื่อนำไปสร้างเป็นพลังงานและส่วนประกอบ
00:04:12 → 00:04:15ใหม่ๆที่ดีขึ้นมาใช้แทนนี่คือการทำความ
00:04:15 → 00:04:18สะอาดครั้งใหญ่ของเซลล์เลยก็ว่าได้ค่ะนอก
00:04:18 → 00:04:21จากกลไกที่กล่าวมาแล้วการทำ IF ยังส่งผล
00:04:21 → 00:04:23ต่อเส้นทางสำคัญในเซลล์อีกหลายเส้นทางนะ
00:04:23 → 00:04:28ครับเช่นการปรับสมดุลของ Mor และ AMPK
00:04:28 → 00:04:30ครับ Mor เนี่ยเปรี่ยมเสมือนสวิตช์ที่
00:04:30 → 00:04:33กระตุ้นการเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์ครับ
00:04:33 → 00:04:36ในขณะที่ AMPK เป็นสวิตช์ที่กระตุ้นการ
00:04:36 → 00:04:39เผาผลาญพลังงานและซ่อมแซมเซลล์ครับในช่วง
00:04:39 → 00:04:43ที่เราอดอาหารกิจกรรมของMทorจะลดลงซึ่งจะ
00:04:43 → 00:04:46ไปยับยั้งการเติบโตของเซลล์ที่ไม่จำเป็น
00:04:46 → 00:04:48รวมถึงเซลล์ที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้ค่ะ
00:04:48 → 00:04:52ขณะเดียวกันกิจกรรมของ AMPK จะเพิ่มขึ้น
00:04:52 → 00:04:55ซึ่งไปกระตุ้นกระบวนการออโทฟีและการซ่อม
00:04:55 → 00:04:58แซมเซลล์ให้ทำงานได้ดีขึ้นนอกจากนี้ยังมี
00:04:58 → 00:05:01เUINกลุ่มโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการแก่
00:05:01 → 00:05:04และสุขภาพของเซลล์ซึ่งถูกกระตุ้นให้ทำงาน
00:05:04 → 00:05:07ได้ดีขึ้นจากการอดอาหารเช่นกันค่ะและกลไก
00:05:07 → 00:05:10สุดท้ายที่น่าสนใจคือการลดการอักเสบใน
00:05:10 → 00:05:13ร่างกายครับการอักเสบเรื้อรังเป็นรากฐาน
00:05:13 → 00:05:16ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายชนิดรวมถึง
00:05:16 → 00:05:19โรคมะเร็งด้วยนะครับ IF สามารถช่วยลด
00:05:19 → 00:05:21เครื่องหมายของการอักเสบ Inflammatory
00:05:21 → 00:05:24markers ในเลือดได้ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ
00:05:24 → 00:05:27โดยรวมอย่างมากครับสรุปง่ายๆคือ IF ไม่
00:05:27 → 00:05:30ใช่แค่เรื่องของการลดน้ำหนักเท่านั้นแต่
00:05:30 → 00:05:32เป็นการปรับสมดุลการทำงานของฮอร์โมน
00:05:32 → 00:05:35กระตุ้นกระบวนการทำความสะอาดและซ่อมแซม
00:05:35 → 00:05:38เซลล์รวมถึงลดการอักเสบในร่างกายและปรับ
00:05:38 → 00:05:41กลไกสำคัญภายในเซลล์ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่
00:05:41 → 00:05:44ส่งผลดีต่อสุขภาพองค์รวมและอาจมีบทบาท
00:05:44 → 00:05:46สำคัญที่เรากำลังจะพูดถึงในประเด็นของ
00:05:46 → 00:05:49มะเร็งต่อไปค่ะทีนี้เรามาเข้าสู่ประเด็น
00:05:50 → 00:05:52หลักที่หลายคนรอคอยกันเลยนะครับนั่นคือ
00:05:52 → 00:05:55ความเชื่อมโยงเบื้องต้นระหว่าง IF กับ
00:05:55 → 00:05:59มะเร็งครับทำไมแนวคิดที่ว่าการอดอาหาร
00:05:59 → 00:06:02เป็นช่วงถึงอาจมีศักยภาพในการต้านมะเร็ง
00:06:02 → 00:06:05ได้เราจะมาอธิบายแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ให้
00:06:05 → 00:06:08เข้าใจกันง่ายๆครับต้องบอกก่อนนะคะว่าแนว
00:06:08 → 00:06:11คิดเหล่านี้มาจากงานวิจัยเบื้องต้นที่ทำ
00:06:11 → 00:06:14ในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดลองเป็นส่วน
00:06:14 → 00:06:16ใหญ่ค่ะแต่ก็ได้ชี้ให้เห็นถึงกลไกที่น่า
00:06:16 → 00:06:20สนใจหลายประการที่อาจทำให้ IF มีบทบาทใน
00:06:20 → 00:06:23การรับมือกับมะเร็งได้ค่ะกลไกแรกที่สำคัญ
00:06:23 → 00:06:26มากๆคือเรื่องของการลดระดับอินซูลินและ
00:06:26 → 00:06:30IGF1 ครับอินซูลินเนี่ยนอกจากจะทำหน้า
00:06:30 → 00:06:33ที่พาน้ำตาลเข้าเซลล์แล้วยังเป็นฮอร์โมน
00:06:33 → 00:06:35ที่ส่งสัญญาณการเจริญเติบโตของเซลล์ด้วย
00:06:35 → 00:06:38นะครับและฮอร์โมนคล้ายอินซูลินที่เรียก
00:06:38 → 00:06:41ว่า IGF1 หรือ Insulin Light Growth
00:06:41 → 00:06:45Factor 1 ก็เช่นกันครับใช่ค่ะงานวิจัย
00:06:45 → 00:06:48หลายชิ้นพบว่าทั้งอินซูลินและ IGF1 ใน
00:06:48 → 00:06:51ระดับที่สูงเรื้อรังสามารถกระตุ้นการเติบ
00:06:51 → 00:06:53โตและการแบ่งตัวของเซลล์รวมถึงเซลล์
00:06:53 → 00:06:56มะเร็งได้ด้วยค่ะพูดง่ายๆคือมันเหมือน
00:06:56 → 00:06:59เป็นปุ๋ยให้กับเซลล์มะเร็งนั่นเองค่ะดัง
00:06:59 → 00:07:02นั้นเมื่อเราทำ IF และระดับระดับอินซูลิน
00:07:02 → 00:07:05กับ IGF1 ลดลงก็เปรียบเสมือนการตัดอาหาร
00:07:05 → 00:07:08ของเซลล์มะเร็งทำให้การเจริญเติบโตของพวก
00:07:08 → 00:07:11มันช้าลงได้ค่ะกลไกที่ 2 ที่เราพูดถึงไป
00:07:11 → 00:07:15แล้วตอนต้นนั่นคือการกระตุ้นออโทฟีครับ
00:07:15 → 00:07:18อย่างที่เราอธิบายไปนะครับออโทฟีคือ
00:07:18 → 00:07:21กระบวนการที่เซลล์ทำความสะอาดตัวเองกำจัด
00:07:21 → 00:07:24เซลล์ที่เสียหายหรือส่วนประกอบภายในเซลล์
00:07:24 → 00:07:27ที่เสื่อมสภาพทิ้งไปในบริบทของมะเร็ง
00:07:27 → 00:07:31ออโทฟีมีบทบาทที่ซับซ้อนนะคะในระยะเริ่ม
00:07:31 → 00:07:34ต้นการที่เซลล์สามารถทำออโทฟีได้ดีจะช่วย
00:07:34 → 00:07:37กำจัดเซลล์ที่เริ่มมีความผิดปกติหรือ
00:07:37 → 00:07:39เซลล์ที่เสียหายก่อนที่พวกมันจะกลายเป็น
00:07:39 → 00:07:41เซลล์มะเร็งได้อย่างเต็มตัวค่ะมันเหมือน
00:07:41 → 00:07:44กับการที่เรากวาดขยะออกจากบ้านก่อนที่ขยะ
00:07:44 → 00:07:47จะกองจุนเป็นปัญหาใหญ่ค่ะแต่เมื่อเซลล์
00:07:47 → 00:07:50มะเร็งก่อตัวขึ้นมาแล้วบทบาทของออโทฟีก็
00:07:50 → 00:07:53อาจจะแตกต่างกันไปในบางกรณีนะครับบาง
00:07:53 → 00:07:56ครั้งเซลล์มะเร็งอาจใช้ออโทฟีเพื่อเอาตัว
00:07:56 → 00:07:58รอดจากความเครียดซึ่งเป็นประเด็นที่นัก
00:07:59 → 00:08:01วิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาอย่างละเอียดในแต่
00:08:01 → 00:08:04ละชนิดของมะเร็งครับอย่างไรก็ตามโดยภาพ
00:08:04 → 00:08:08รวมแล้วการกระตุ้นออโทฟีผ่าน IF ยังคง
00:08:08 → 00:08:11เป็นกรนไกรที่น่าสนใจในการยับยั้งการเติบ
00:08:11 → 00:08:14โตของเซลล์ที่ผิดปกติครับกรนไกที่ 3 คือ
00:08:14 → 00:08:17การลดการอักเสบค่ะการอักเสบเรื้อรังเป็น
00:08:17 → 00:08:20หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดและ
00:08:20 → 00:08:23ลุกลามของมะเร็งหลายชนิดนะคะการทำ IF
00:08:23 → 00:08:26สามารถช่วยลดการผลิตสารสื่ออักเสบ
00:08:26 → 00:08:29Proinflammatory ไทในร่างกายได้ซึ่งเป็น
00:08:29 → 00:08:31การลดสภาพแวแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต
00:08:31 → 00:08:34ของเซลล์มะเร็งค่ะกลไกที่ 4 คือการปรับ
00:08:35 → 00:08:38สมดุลพลังงานและเมาบอลิึมของเซลล์ครับ
00:08:38 → 00:08:40เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเด่น
00:08:40 → 00:08:43อย่างหนึ่งคือมันชอบใช้กลูโคสหรือน้ำตาล
00:08:43 → 00:08:46เป็นพลังงานหลักในการเติบโตและแบ่งตัว
00:08:46 → 00:08:49ครับหรือที่เรียกว่าeffectฟเฟectนั่นเอง
00:08:49 → 00:08:52ครับกลไกสุดท้ายที่น่าสนใจคือการเพิ่ม
00:08:52 → 00:08:55ความทนทานต่อความเครียดของเซลล์ปกติครับ
00:08:55 → 00:08:59งานวิจัยบางชินชี้ให้เหินว่าการทำ IF อาจ
00:08:59 → 00:09:01ช่วยให้เซลล์เร็วปกติแข็งแรงขึ้นและมี
00:09:01 → 00:09:04ความสามารถในการรับมือกับความเครียดต่างๆ
00:09:04 → 00:09:07ได้ดีขึ้นเช่นความเครียดจากการถูกโจมตี
00:09:07 → 00:09:10โดยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาครับพูดง่ายๆ
00:09:10 → 00:09:14ก็คือ IF อาจช่วยปกป้องเซลล์ที่ดีของเรา
00:09:14 → 00:09:16ให้ทนทานต่อผลข้างเคียงของการรักษาโรค
00:09:16 → 00:09:19มะเร็งได้ดีขึ้นในขณะที่อาจจะทำให้เซลล์
00:09:19 → 00:09:22มะเร็งอ่อนแอลงและตอบสนองต่อการรักษาได้
00:09:22 → 00:09:25ดีขึ้นค่ะกลไกนี้เรียกว่า differential
00:09:25 → 00:09:28stress resistance หรือ differential
00:09:28 → 00:09:30sensitization and protection ค่ะ
00:09:30 → 00:09:33อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้
00:09:33 → 00:09:36เป็นเพียงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และผลการ
00:09:36 → 00:09:39ศึกษาในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองเป็น
00:09:39 → 00:09:42ส่วนใหญ่นะครับซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการ
00:09:42 → 00:09:45ศึกษาในมนุษย์ต่อไปเรายังไม่สามารถสรุป
00:09:45 → 00:09:48ได้ว่า IF เป็นการรักษาโรคมะเร็งโดยตรง
00:09:49 → 00:09:51หรือสามารถนำมาใช้ได้อย่างกว้างขวางในผู้
00:09:51 → 00:09:54ป่วยมะเร็งโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ครับ
00:09:54 → 00:09:57ดังนั้นการทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้จะ
00:09:57 → 00:10:01ช่วยให้เราเห็นภาพรวมว่าทำไม IF ถึงมี
00:10:01 → 00:10:05ศักยภาพที่น่าสนใจแต่สิ่งสำคัญคือการติด
00:10:05 → 00:10:08ตามข้อมูลและงานวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่
00:10:08 → 00:10:11และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจนำไป
00:10:11 → 00:10:14ปรับใช้ค่ะหลังจากที่เราเข้าใจแนวคิด
00:10:14 → 00:10:18เบื้องต้นกันไปแล้วตอนนี้เราจะมาดูข้อมูล
00:10:18 → 00:10:21และงานวิจัยล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ IF
00:10:21 → 00:10:23กับมะเร็งในมนุษย์กันบ้างนะคะว่าใน
00:10:23 → 00:10:26ปัจจุบันมีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ถึง
00:10:26 → 00:10:29ประโยชน์หรือบทบาทของ IF ในผู้ป่วยมะเร็ง
00:10:29 → 00:10:33บ้างค่ะครับต้องย้ำอีกครั้งนะครับว่างาน
00:10:33 → 00:10:35วิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับ IF กับมะเร็งโดย
00:10:35 → 00:10:39ตรงนั้นยังมีจำนวนจำกัดและส่วนใหญ่ยัง
00:10:39 → 00:10:41อยู่ในระยะเริ่มต้นครับแต่ก็มีผลลัพธ์ที่
00:10:41 → 00:10:44น่าสนใจออกมาบ้างแล้วครับโดยแบ่งเป็น 2
00:10:44 → 00:10:48ส่วนหลักๆคือการป้องกันมะเร็งและการใช้ IF
00:10:48 → 00:10:51ในผู้ป่วยมะเร็งครับมาดูที่ส่วนของป้อง
00:10:51 → 00:10:54กันมะเร็งก่อนนะคะแม้จะยังไม่มีงานวิจัย
00:10:54 → 00:10:57ขนาดใหญ่ที่ยืนยันว่าการทำ IF ช่วยลดความ
00:10:57 → 00:11:00เสี่ยงการเกิดมะเร็งในคนได้อย่างชัดเจนใน
00:11:00 → 00:11:03ระยะยาวแต่ก็มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงผล
00:11:03 → 00:11:06ทางอ้อมที่อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของ
00:11:06 → 00:11:10มะเร็งได้ค่ะยกตัวอย่างเช่น IF มีส่วน
00:11:10 → 00:11:13ช่วยในการลดภาวะอ้วนและควบคุมระดับน้ำตาล
00:11:13 → 00:11:17ในเลือดค่ะซึ่งภาวะอ้วนและโรคเบาหวานชนิด
00:11:17 → 00:11:20ที่ 2 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ได้รับการ
00:11:20 → 00:11:23พิสูจน์แล้วว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด
00:11:23 → 00:11:26มะเร็งหลายชนิดเช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็ง
00:11:26 → 00:11:29เต้านมมะเร็งมะเร็งตับและมะเร็งตับอ่อน
00:11:29 → 00:11:32ค่ะดังนั้นหาก IF ช่วยให้เรามีน้ำหนักที่
00:11:32 → 00:11:35อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีและควบคุมระดับน้ำตาล
00:11:35 → 00:11:38ในเลือดได้ดีก็ยอมส่งผลดูต่อการลดความ
00:11:38 → 00:11:41เสี่ยงของมะเร็งทางอ้อมอย่างแน่นอนครับ
00:11:41 → 00:11:44นอกจากนี้การที่ IF ช่วยลดการอักเสบใน
00:11:44 → 00:11:47ร่างกายซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนา
00:11:47 → 00:11:49ของเซลล์มะเร็งก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่
00:11:49 → 00:11:52น่าสนใจในการป้องกันครับทีนี้มาถึง
00:11:52 → 00:11:56ประเด็นที่ซับซ้อนและอ่อนมากขึ้นนั่นคือ
00:11:56 → 00:11:59การใช้ IS F ในผู้ป่วยมะเร็งค่ะโดยเฉพาะ
00:11:59 → 00:12:02ในระหว่างที่ผู้ป่วยกำลังเข้ารับการรักษา
00:12:02 → 00:12:06เช่นการทำเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาค่ะแนว
00:12:06 → 00:12:09คิดเบื้องหลังคือการทำ IF อาจช่วยให้
00:12:09 → 00:12:12เซลล์มะเร็งอ่อนแอลงและตอบสนองต่อการ
00:12:12 → 00:12:15รักษาได้ดีขึ้นในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้อง
00:12:15 → 00:12:18เซลล์ปกติจากผลข้างเคียงของการรักษาครับ
00:12:18 → 00:12:22งานวิจัยบางชิ้นโดยเฉพาะในระยะพีคลินical
00:12:22 → 00:12:25ในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองและการศึกษาขนาด
00:12:26 → 00:12:28เล็กในมนุษย์เริ่มชี้ให้เห็นถึงศักยภาพ
00:12:28 → 00:12:31ของ IF ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษานะ
00:12:31 → 00:12:36คะยกตัวอย่างเช่นการอดอาหารระยะสั้นเช่น
00:12:36 → 00:12:4024-48 ชมงก่อนและหลังการให้เคมีบำบัดอาจ
00:12:41 → 00:12:43ช่วยให้เซลล์มะเร็งไวต่อยาเคมีบำบัดมาก
00:12:43 → 00:12:47ขึ้นในขณะที่เซลล์ปกติได้รับผลกระทบน้อย
00:12:47 → 00:12:50ลงค่ะใช่แล้วครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีงาน
00:12:50 → 00:12:52วิจัยที่ศึกษาเรื่อง Fasting Mim
00:12:52 → 00:12:55Micking Diet หรืออาหารเลียนแบบการอด
00:12:56 → 00:12:58ซึ่งเป็นการจำกัดกัดแคลอรี่และโปรตีน
00:12:58 → 00:13:01อย่างมากในช่วงสั้นๆประมาณ 5 วันต่อเดือน
00:13:01 → 00:13:04แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเลียนแบบผล
00:13:04 → 00:13:08ของการอดอาหารแบบนานๆ Prolong Fasting
00:13:08 → 00:13:10โดยที่ผู้ป่วยยังได้รับสารอาหารบางอย่าง
00:13:10 → 00:13:13เพื่อความปลอดภัยครับงานวิจัยเบื้องต้นพบ
00:13:13 → 00:13:16ว่า FMD อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเคมี
00:13:16 → 00:13:19บำบัดและลดผลข้างเคียงในผู้ป่วยมะเร็งบาง
00:13:19 → 00:13:22ชนิดได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมะเร็งเต้านม
00:13:22 → 00:13:25และมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งเป็น 2 ชนิดที่
00:13:25 → 00:13:27มีการศึกษาเกี่ยวกับ FMD อย่างกว้างขวาง
00:13:27 → 00:13:31ครับกลไกที่น่าสนใจตรงนี้คือในช่วงที่อด
00:13:31 → 00:13:34อาหารหรือรับประทานอาหารเลียนแบบการอด
00:13:34 → 00:13:37เซลล์ปกติจะเข้าสู่โหมดจำศีลหรือป้องกัน
00:13:37 → 00:13:40ตัวเองมากขึ้นค่ะทำให้พวกมันทนทานต่อสาร
00:13:40 → 00:13:44เคมีที่รุนแรงจากการบำบัดได้ดีขึ้นในขณะ
00:13:44 → 00:13:47ที่เซลล์มะเร็งซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและ
00:13:47 → 00:13:50ใช้พลังงานสูงตลอดเวลาจะได้รับผลกระทบจาก
00:13:50 → 00:13:53การขาดพลังงานมากกว่าและอ่อนแอลุงเมื่อ
00:13:53 → 00:13:57เจอกับยาเคมีบำบัดค่ะนอกจากนี้ IF ยังมี
00:13:57 → 00:14:00ศักยภาพในการลดผลข้างเคียงของการรักษา
00:14:00 → 00:14:03ด้วยนะครับผู้ป่วยมะเร็งหลายคนต้องเผชิญ
00:14:03 → 00:14:07กับอาการคลื่นไส้อ่อนเพลียผมร่วงหรือภาวะ
00:14:07 → 00:14:10เม็ดเลือดขาวต่ำจากการทำเคมีบำบัดงาน
00:14:10 → 00:14:14วิจัยเบื้องต้นพบว่าการทำ IF หรือ FMD
00:14:14 → 00:14:16อาจช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ในบางรายทำ
00:14:16 → 00:14:19ให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นในระหว่าง
00:14:19 → 00:14:23การรักษาครับอย่างไรก็ตามต้องย้ำว่างาน
00:14:23 → 00:14:26วิจัยเหล่านี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและมี
00:14:26 → 00:14:29ข้อจำกัดหลายประการนะคะส่วนใหญ่เป็นการ
00:14:29 → 00:14:32ศึกษาที่มีขนาดกลุ่มตัวอย่างเล็กหรือเป็น
00:14:32 → 00:14:35การศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดเท่านั้น
00:14:35 → 00:14:38และรูปแบบการทำ IF ที่ใช้ในการวิจัยก็มี
00:14:38 → 00:14:41ความหลากหลายค่ะเรายังต้องการงานวิจัย
00:14:41 → 00:14:44ขนาดใหญ่และระยะยาวเพื่อยืนยันผลลัพธ์และ
00:14:44 → 00:14:47ความปลอดภัยในการใช้ IF ในผู้ป่วยมะเร็ง
00:14:47 → 00:14:49อย่างแท้จริงค่ะนอกจากเรื่องของการรักษา
00:14:50 → 00:14:52นะครับยังมีแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ IF ใน
00:14:53 → 00:14:55การป้องกันการกลับมาของโรคด้วยครับโดย
00:14:55 → 00:14:58เฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหาย
00:14:58 → 00:15:01แล้วการปรับรูปแบบการกินโดยใช้หลักการ IF
00:15:01 → 00:15:04อาจช่วยรักษาสภาพเมตabอลิึมที่ดีของร่าง
00:15:04 → 00:15:07กายลดการอักเสบและส่งเสริมกระบวนการทำ
00:15:07 → 00:15:10ความสะอาดเซลล์เพื่อลดโอกาสที่เซลล์
00:15:10 → 00:15:13มะเร็งจะกลับมาอีกครั้งครับแต่ทั้งหมดนี้
00:15:13 → 00:15:15ยังคงเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องอาศัยการ
00:15:15 → 00:15:18วิจัยเพิ่มเติมอย่างมากนะคะเพราะการใช้ IF
00:15:18 → 00:15:21ในผู้ป่วยมะเร็งนั้นซับซ้อนและต้อง
00:15:21 → 00:15:25พิจารณาปัจจัยหลายอย่างเช่นชนิดของมะเร็ง
00:15:25 → 00:15:29ระยะของโรคแผนการรักษาที่กำลังได้รับสภาพ
00:15:29 → 00:15:32ร่างกายความพร้อมของผู้ป่วยรวมถึงภาวะ
00:15:32 → 00:15:35โภชนาการด้วยค่ะดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด
00:15:35 → 00:15:38คือผู้ป่วยมะเร็งที่สนใจในเรื่อง IF จะ
00:15:38 → 00:15:41ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาและนักโภชนาการ
00:15:41 → 00:15:44ทางการแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอก่อนที่จะตัด
00:15:44 → 00:15:46สินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกินของตัวเองนะ
00:15:46 → 00:15:50ครับอย่าทำเองเด็ดขาดครับนี่คือสิ่งที่
00:15:50 → 00:15:52เราเน้นย้ำมากเลยครับจากข้อมูลที่เราได้
00:15:52 → 00:15:56พูดคุยกันไปนะครับจะเห็นว่า IF มีศักยภาพ
00:15:56 → 00:15:59ที่น่าสนใจในบริบทของมะเร็งแต่ก็มีข้อควร
00:15:59 → 00:16:02ระวังและผู้ที่ไม่ควรทำ IF อย่างเด็ดขาด
00:16:02 → 00:16:05ครับเราจะมาเจาะลึกในส่วนนี้กันนะครับ
00:16:05 → 00:16:07เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ฟังและผู้
00:16:07 → 00:16:10ป่วยครับสิ่งแรกและสำคัญที่สุดที่ต้องย้ำ
00:16:11 → 00:16:13เตือนคือผู้ป่วยมะเร็งหรือผู้ที่มีความ
00:16:13 → 00:16:16เสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งไม่ควรตัดสินใจ
00:16:16 → 00:16:19ทำ IF ด้วยตนเองเด็ดขาดโดยไม่ปรึกษาแพทย์
00:16:19 → 00:16:22และนักโภชนาการที่ดูแลนะคะการทำ IF โดย
00:16:23 → 00:16:25ไม่รับคำแนะนำที่เหมาะสมอาจส่งผลเสียมาก
00:16:25 → 00:16:29กว่าผลดีค่ะเหตุผลก็คือผู้ป่วยมะเร็งแต่
00:16:29 → 00:16:33ละรายมีสภาพร่างกายชนิดของมะเร็งระยะของ
00:16:33 → 00:16:36โรคและแผนการรักษาที่แตกต่างกันครับบาง
00:16:36 → 00:16:39รายอาจจะอยู่ในภาวะขาดสารอาหารหรือมีน้ำ
00:16:39 → 00:16:42หนักตัวลดลงมากการทำ IF ในช่วงเวลาดัง
00:16:42 → 00:16:45กล่าวอาจจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและ
00:16:45 → 00:16:48ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษาได้ครับ
00:16:48 → 00:16:51มาดูกลุ่มคนที่ไม่ควรทำ IF เลยโดยเฉพาะใน
00:16:51 → 00:16:54บริบทของโรคมะเร็งกันนะคะผู้ป่วยที่กำลัง
00:16:54 → 00:16:58ผอมมากหรือมีภาวะทุบพบโภชนาการร่างกายอาจ
00:16:58 → 00:17:01ไม่มีพลังงานสำรองเพียงพอการอดอาหารอาจทำ
00:17:01 → 00:17:04ให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและน้ำหนักตัวลด
00:17:04 → 00:17:07ลงไปอีกซึ่งจะส่งผลเสียต่อภูมิคุ้มกันและ
00:17:07 → 00:17:10ความสามารถในการฟื้นตัวจากการรักษาค่ะผู้
00:17:10 → 00:17:13ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
00:17:13 → 00:17:15การอดอาหารอาจส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้ม
00:17:15 → 00:17:18กันที่กำลังอ่อนแออยู่แล้วผู้ป่วยที่มี
00:17:18 → 00:17:21โรคร่วมอื่นๆที่ซับซ้อนเช่นโรคเบาหวานที่
00:17:22 → 00:17:25ควบคุมได้ไม่ดีโรคไตเรื้อรังหรือโรคหัวใจ
00:17:25 → 00:17:28และหลอดเลือดการทำ IF อาจไปรบกวนสมดุลของ
00:17:28 → 00:17:31ร่างกายและยาที่ใช้ผู้ป่วยที่กำลังได้รับ
00:17:31 → 00:17:34ยาบางชนิดยาบางชนิดจำเป็นต้องกินพร้อม
00:17:34 → 00:17:37อาหารหรือต้องรักษาระดับยาในเลือดให้คง
00:17:37 → 00:17:41ที่การทำ IF อาจไปขัดขวางการทำงานของยา
00:17:41 → 00:17:43ได้ครับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
00:17:43 → 00:17:46ไฮโปไกรซีเมียก็เป็นความเสี่ยงนะคะโดย
00:17:46 → 00:17:49เฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาอินซูลิน
00:17:49 → 00:17:52หรือยาลดน้ำตาลการทำ IF อาจทำให้น้ำตาลลด
00:17:52 → 00:17:55ต่ำลงอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายได้ค่ะนอก
00:17:55 → 00:17:59จากนี้การทำ IF ที่มากเกินไปหรือไม่เหมาะ
00:17:59 → 00:18:02สมอาจทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกายและ
00:18:02 → 00:18:04ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ครับ
00:18:04 → 00:18:07ความสำคัญของการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึง
00:18:07 → 00:18:09เป็นสิ่งที่เราอยากเน้นย้ำที่สุดในตอนนี้
00:18:09 → 00:18:12ค่ะหากคุณเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่สนใจในแนว
00:18:12 → 00:18:16ทาง IF หรือแนวทางการดูแลตัวเองอื่นๆสิ่ง
00:18:16 → 00:18:18ที่คุณควรทำคือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
00:18:18 → 00:18:21ด้านมะเร็งที่ดูแลคุณอยู่และนักโภชนาการ
00:18:21 → 00:18:24ทางการแพทย์ที่มีความรู้เฉพาะทางด้าน
00:18:24 → 00:18:27โภชนาการในผู้ป่วยมะเร็งค่ะพวกเขาจะ
00:18:27 → 00:18:30สามารถประเมินสภาพร่างกายของคุณชนิดของ
00:18:30 → 00:18:33มะเร็งแผนการรักษาที่เหมาะสมและให้คำแนะ
00:18:33 → 00:18:35นำที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้อย่าง
00:18:35 → 00:18:38ปลอดภัยที่สุดครับอาจมีการปรับรูปแบบการ
00:18:38 → 00:18:42กินปริมาณสารอาหารหรือแม้แต่พิจารณาว่า IF
00:18:42 → 00:18:45เป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่ในแต่ละ
00:18:45 → 00:18:48ช่วงเวลาของรักษาครับจำไว้เสมอว่าการ
00:18:48 → 00:18:50รักษามะเร็งเป็นเรื่องละเอียดและซับซ้อน
00:18:50 → 00:18:53การดูแลตัวเองต้องอยู่ภายใต้การดูแลของ
00:18:53 → 00:18:56ผู้เชี่ยวชาญเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าทุกสิ่ง
00:18:56 → 00:18:59ที่คุณทำจะส่งเสริมการรักษาและสุขภาพของ
00:18:59 → 00:19:02คุณให้ดีที่สุดค่ะในที่สุดนะคะ IF เป็น
00:19:02 → 00:19:06เพียงส่วนหนึ่งของจิ๊กซอสุขภาพค่ะแม้จะมี
00:19:06 → 00:19:09ศักยภาพที่น่าสนใจในงานวิจัยแต่การดูแล
00:19:09 → 00:19:12สุขภาพแบบองค์รวมต่างหากที่เป็นกุญแจ
00:19:12 → 00:19:14สำคัญสำหรับผู้ป่วยมะเร็งและผู้ที่
00:19:14 → 00:19:18ต้องการป้องกันโรคค่ะครับการที่เราจะต่อ
00:19:18 → 00:19:20สู้กับมะเร็งหรือลดความเสี่ยงของการเกิด
00:19:20 → 00:19:22โรคได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเราไม่
00:19:22 → 00:19:25สามารถพึ่งพาวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียง
00:19:25 → 00:19:27อย่างเดียวนะครับแต่ต้องเป็นการดูแล
00:19:27 → 00:19:30สุขภาพในทุกมิติอย่างสม่ำเสมอครับสิ่ง
00:19:30 → 00:19:33สำคัญอันดับแรกคือเรื่องของอาหารที่สมดุล
00:19:33 → 00:19:36และครบถ้วนค่ะโดยเฉพาะในช่วงกิน Eating
00:19:36 → 00:19:39Windows ของการทำ IF คุณต้องแน่ใจว่าได้
00:19:39 → 00:19:42รับสารอาหารที่เพียงพอและครบถ้วนนะคะเน้น
00:19:42 → 00:19:46การบริโภคผักและผลไม้หลากสีสันให้เพียงพอ
00:19:46 → 00:19:49ธัญพืชไม่ขัดสีโปรตีนคุณภาพดีจากพืชและ
00:19:49 → 00:19:53สัตว์รวมถึงไขมันดีและลดอาหารแปรรูปน้ำ
00:19:53 → 00:19:56ตาลไขมันทรานซและเนื้อแดงที่ผ่านการแปร
00:19:56 → 00:19:59รูปให้น้อยที่สุดค่ะส่วนที่ 2 คือการออก
00:19:59 → 00:20:02กำลังกายอย่างสม่ำเสมอครับแม้ในผู้ป่วย
00:20:02 → 00:20:05มะเร็งก็ควรออกกำลังกายตามความเหมาะสมของ
00:20:05 → 00:20:08สภาพร่างกายนะครับการออกกำลังกายช่วย
00:20:08 → 00:20:10รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมเสริมสร้างระบบ
00:20:10 → 00:20:14ภูมิคุ้มกันลดการอักเสบและยังช่วยลดความ
00:20:14 → 00:20:17เครียดและปรับปรุงคุณภาพชีวิตด้วยครับควร
00:20:17 → 00:20:19ปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อวาง
00:20:20 → 00:20:22วางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมนะครับขัด
00:20:22 → 00:20:25มาคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ
00:20:25 → 00:20:28คุณภาพการนอนหลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ
00:20:28 → 00:20:31การฟื้นฟูร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันนะคะ
00:20:31 → 00:20:34ควรตั้งเป้าหมายการนอนหลับให้ได้ 7-9
00:20:34 → 00:20:37ชั่วโมงต่อคืนและสร้างสุขนิสัยการนอนที่
00:20:37 → 00:20:40ดีเช่นเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาหลีก
00:20:40 → 00:20:43เลี่ยงคาเฟอินและหน้าจอก่อนนอนค่ะและสุด
00:20:43 → 00:20:46ท้ายคือการจัดการความเครียดครับความ
00:20:46 → 00:20:48เครียดเรื้อรังส่งผลเสียต่อร่างกายและอาจ
00:20:49 → 00:20:51ไปกระตุ้นการอักเสบซึ่งเชื่อมโยงกับโรค
00:20:51 → 00:20:55มะเร็งได้ครับการฝึกสติการทำโยคะการทำ
00:20:55 → 00:20:58สมาธิการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติหรือการหา
00:20:58 → 00:21:01กิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายล้วนเป็นสิ่งสำคัญ
00:21:01 → 00:21:04ที่จะช่วยลดความเครียดได้ครับและที่สำคัญ
00:21:04 → 00:21:06ที่สุดคือการติดตามการรักษากับแพทย์อย่าง
00:21:06 → 00:21:09ใกล้ชิดนะคะไม่ว่าคุณจะเลือกปรับเปลี่ยน
00:21:09 → 00:21:12วิถีชีวิตด้วยวิธีใดก็ตามห้ามละเลยการ
00:21:12 → 00:21:14รักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่แพทย์แนะ
00:21:14 → 00:21:17นำเด็ดขาดค่ะการทำงานร่วมกันระหว่างการ
00:21:17 → 00:21:20รักษาทางการแพทย์กับการดูแลตัวเองแบบองค์
00:21:20 → 00:21:24รวมจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับ
00:21:24 → 00:21:27โรคมะเร็งและสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว
00:21:27 → 00:21:30ค่ะจำไว้เสมอว่า IF เป็นเพียงเครื่องมือ
00:21:30 → 00:21:32หนึ่งในหลายๆเครื่องมือที่อาจช่วยเสริม
00:21:32 → 00:21:35สุขภาพได้แต่ไม่ใช่ยาวิเศษหรือการรักษา
00:21:35 → 00:21:38หลักสำหรับโรคมะเร็งนะครับการมีสุขภาพที่
00:21:38 → 00:21:41ดีที่ยั่งยืนนั้นเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:21:41 → 00:21:44และการดูแลตัวเองแบบองค์รวมครับครับคุณ
00:21:44 → 00:21:47ผู้ฟังและคุณผู้ชมทุกท่านวันนี้เราได้
00:21:47 → 00:21:50เจาะลึกเรื่อง IF กับมะเร็งกันแบบครบทุก
00:21:50 → 00:21:53แง่มุมเลยนะครับตั้งแต่ความหมายของ IF
00:21:53 → 00:21:56กลไกการทำงานที่อาจส่งผลต่อเซลล์มะเร็ง
00:21:56 → 00:22:00ข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดทงการป้องกันและ
00:22:00 → 00:22:03เสริมการรักษาไปจนถึงข้อควรระวังที่สำคัญ
00:22:03 → 00:22:06ที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งครับหวังว่าข้อ
00:22:06 → 00:22:08มูลในวันนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณ
00:22:08 → 00:22:11เข้าใจถึงบทบาทของ intermittent fasting
00:22:11 → 00:22:13กับโรคมะเร็งได้อย่างถ่องแท้และสามารถนำ
00:22:13 → 00:22:16ไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของตัวเองได้
00:22:16 → 00:22:18อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิประสิทธิภาพนะ
00:22:18 → 00:22:22คะสิ่งสำคัญคือการมีความรู้ที่ถูกต้องและ
00:22:22 → 00:22:25การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำสิ่ง
00:22:25 → 00:22:28ใดๆเสมอค่ะก่อนจากกันวันนี้ถ้าคุณชอบ
00:22:28 → 00:22:31เนื้อหาดีๆมีสาระแบบนี้อย่าลืมกดไลค์คลิป
00:22:32 → 00:22:34นี้และแชร์ไปให้เพื่อนๆหรือคนที่คุณรัก
00:22:35 → 00:22:37ได้รู้ข้อมูลดีๆไปพร้อมกันนะครับและที่
00:22:37 → 00:22:40สำคัญที่สุดอย่าลืมกดติดตามช่องสุขภาพ
00:22:40 → 00:22:43สนทนาของเราพร้อมกดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้
00:22:43 → 00:22:46ด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดทุกเรื่องราวสุขภาพ
00:22:46 → 00:22:49ดีๆที่เรานำมาฝากกันในทุกสัปดาห์ค่ะหากมี
00:22:49 → 00:22:52คำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IF
00:22:52 → 00:22:55กับมะเร็งหรือหัวข้อสุขภาพอื่นๆสามารถ
00:22:55 → 00:22:58คอมเมนต์ไว้ใต้คลิปนี้ได้เลยนะครับทีมงาน
00:22:58 → 00:23:01สุขภาพสนทนายินดีตอบทุกคำถามครับสำหรับ
00:23:01 → 00:23:05วันนี้ต้องขอลาไปก่อนขอให้ทุกท่านมี
00:23:05 → 00:23:08สุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรงนะครับ
00:23:08 → 00:23:11แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปของสุขภาพสนทนา
00:23:11 → 00:23:15ครับสวัสดีค่ะ