00:00:01 → 00:00:08[เพลง]
00:00:15 → 00:00:18แล้ววันนี้นะคะเราจะมาพูดถึงโรครหนึ่ง
00:00:18 → 00:00:21นั่นก็คือโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกซึ่ง
00:00:21 → 00:00:24หลายท่านเนี่ยอาจจะกังวลใจค่ะว่าตัวเอง
00:00:24 → 00:00:26เป็นแล้วจะเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์หรือไม่
00:00:26 → 00:00:30อย่างไรไปฟังพร้อมๆกันค่ะรใบหน้ากระตุก
00:00:30 → 00:00:33เป็นโรคที่พบมากในคนเอเชียพบได้ทั้งหญิง
00:00:33 → 00:00:37และชายแต่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
00:00:37 → 00:00:40อาการเริ่มต้นอาจจะมีการกระตุกของกล้าม
00:00:40 → 00:00:43เนื้อบริเวณตาข้างใดข้างหนึ่งจากนั้นอาจ
00:00:43 → 00:00:46เป็นมากขึ้นจนทำให้เกิดการกระตุกที่มุม
00:00:46 → 00:00:49ปากและในที่สุดจะมีการกระตุกทั้งซีก
00:00:49 → 00:00:52บริเวณใบหน้าโรคใบหน้ากระตุกเกิดขึ้นได้
00:00:52 → 00:00:56จากหลายสาเหตุเช่นโรคเนื้องอกในสมองโรค
00:00:56 → 00:01:00เนื้องอกบริเวณก้านสมองโรคเปลือกตากกุก
00:01:00 → 00:01:03แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคใบหน้ากระตุก
00:01:03 → 00:01:08ครึ่งซีกเิ facial spasm หรือ
00:01:08 → 00:01:12hfs เป็นโรคของเส้นประสาทสมองที่ส่งผล
00:01:12 → 00:01:15ให้เกิดการกระตุกหรือการหดตัวของกล้าม
00:01:15 → 00:01:18เนื้อบนใบหน้าโดยไม่สามารถควบคุมได้ซึ่ง
00:01:18 → 00:01:21จะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้า
00:01:21 → 00:01:24เท่านั้นการกระตุกในลักษณะนี้มีตั้งแต่
00:01:24 → 00:01:28ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรงโดยมักเริ่ม
00:01:28 → 00:01:30ต้นที่เปลือกตาซึ่งซึ่งเป็นจุดที่พบได้
00:01:31 → 00:01:33บ่อยที่สุดและอาจลามไปถึงกล้ามเนื้อ
00:01:33 → 00:01:38บริเวณส่วนล่างของใบหน้าแล้วอะไรคือสาเหต
00:01:38 → 00:01:40ของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:01:40 → 00:01:44hfs โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:01:44 → 00:01:47hfs ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่ส่วน
00:01:48 → 00:01:51ใหญ่เกิดจากหลอดเลือดแดงในสมองบริเวณแถบ
00:01:51 → 00:01:54ก้านสมองไปพาดผ่านสัมผัสกับเส้นประสาท
00:01:54 → 00:01:58สมองเส้นคู่ที่ 7 หรือ facial nerve
00:01:58 → 00:02:01เมื่อหลอดเลือดแดงเต้นตามจังหวะหัวใจหลอด
00:02:01 → 00:02:04เลือดจะกระแทกเส้นประสาทนี้ทำให้เส้น
00:02:04 → 00:02:07ประสาททรงกระแสประสาทนอกเหนือจากการสั่ง
00:02:07 → 00:02:10ของสมองส่งผลให้สัญญาณประสาทที่มาเลี้ยง
00:02:10 → 00:02:14กล้ามเนื้อผิดปกติไปเกิดอาการกระตุกของ
00:02:14 → 00:02:17กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่องโดย
00:02:17 → 00:02:21ที่ไม่สามารถควบคุมได้นอกจากนี้ยังมี
00:02:21 → 00:02:24ปัจจัยที่กระตุ้นให้มีอาการใบหน้ากระตุก
00:02:24 → 00:02:28เพิ่มขึ้นเช่นภาวะความเครียดทางจิตใจคิด
00:02:28 → 00:02:32มากอ่อนเพลียอ่อนล้าอดนอนรวมไปถึงกลุ่ม
00:02:32 → 00:02:36การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าเช่นการ
00:02:36 → 00:02:41พูดการยิ้มการใช้สายตามากเกินไปอาการของ
00:02:41 → 00:02:45ใบหน้าโรคกระตุกครึ่งซีก hfs มีดังนี้โรค
00:02:45 → 00:02:49ใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs มีอาการเด่นๆ
00:02:49 → 00:02:52คือการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบน
00:02:52 → 00:02:55ใบหน้าซีกหนึ่งโดยไม่สามารถควบคุมได้มัก
00:02:55 → 00:02:59เป็นๆหายๆซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นตามการลุก
00:02:59 → 00:03:03ลดังนี้การกระตุกส่วนใหญ่จะเริ่มเป็นที่
00:03:03 → 00:03:07หนังตามีอาการคล้ายตาเขม็นอาการกระตุกไม่
00:03:07 → 00:03:10รุนแรงและความถี่ในการกระตุกนานๆครั้ง
00:03:10 → 00:03:13เมื่อเป็นมากขึ้นอาการกระตุกจะลามไปยัง
00:03:13 → 00:03:17แก้มปากและในบางครั้งไปถึงกรามความถี่และ
00:03:17 → 00:03:20ความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลาที่มีอาการ
00:03:20 → 00:03:23ซึ่งอาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีความ
00:03:23 → 00:03:27เครียดความเหนื่อยล้าหรือความวิตกกังวล
00:03:27 → 00:03:30โดยอาการมักไม่ปรากฏขณะนอนหลับการ
00:03:30 → 00:03:33วินิจฉัยโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs ทำ
00:03:33 → 00:03:36ได้ดังนี้แพทยจะซักประวัติเพื่อแยกโรคใบ
00:03:36 → 00:03:39หน้ากระตุกครึ่งซีกออกจากกลุ่มที่เป็นโรค
00:03:39 → 00:03:41นอกเหนือจากหล่อนเลือดที่ไปสัมผัสหรือ
00:03:41 → 00:03:44กระตุ้นเส้นประสาทคู่ที่ 7 โดยเริ่มจาก
00:03:44 → 00:03:47การให้ยาไปรับประทานถ้ารับประทานยานแล้ว
00:03:47 → 00:03:51ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์แพทย์จะทำ MRI
00:03:51 → 00:03:54สมองดูรอยโรคที่ก้านสมองเพื่อแยก
00:03:54 → 00:03:59โรคโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs ไม่ได้ทำ
00:03:59 → 00:04:01ให้เป็นอาและอัมพฤกษ์ค่ะรวมทั้งไม่ได้
00:04:01 → 00:04:04เป็นโรคอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใดแต่อาจจะ
00:04:04 → 00:04:08ทำให้ผู้ที่เป็นเกิดความรำคาญเสียบุคลิก
00:04:08 → 00:04:12และรบกวนการทำงานในชีวิตประจำวันโอกาสใน
00:04:12 → 00:04:15การรักษาให้หายขาดของผู้ที่เป็นโรคใบหน้า
00:04:15 → 00:04:18กระตุกครึ่งซีก hfs มีความแตกต่างกันไปใน
00:04:18 → 00:04:23ผู้ป่วยแต่ละรายเช่นการฉีดโบนัมท็อกซิน
00:04:23 → 00:04:26สามารถหยุดการกระตุกได้ผลดีชั่วคราวและ
00:04:26 → 00:04:29ต้องฉีดซ้ำส่วนการรักษาด้วยการผ่าตัดก็ก็
00:04:29 → 00:04:32มีประสิทธิภาพการรักษาให้หายขาดได้เช่น
00:04:32 → 00:04:35กันแต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสาเหตุและความรุน
00:04:35 → 00:04:39แรงของโรคขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ
00:04:39 → 00:04:42TNN Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด
00:04:42 → 00:04:45Subscribe กดไลคกดแชร์ในทุกช่องทาง
00:04:45 → 00:04:48ออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่
00:04:48 → 00:04:52พลาดการรับชมรายการสดคลิปวีีดีโอที่น่าสน
00:04:52 → 00:04:57ใจของทาง TNN นะคะ