00:00:00 → 00:00:02ต้องเดินให้ถึง 19,000 ทุกวันสุขภาพจะ
00:00:02 → 00:00:04แข็งแรงใครจะไปเดินถึงถ้าเดินไม่ถึงเนี่ย
00:00:04 → 00:00:06สุขภาพจะไม่แข็งแรงหรอมันคือการตลาดรู้
00:00:06 → 00:00:11ป่ะะจริงถ้าผู้หญิงเนี่ยเดินได้มากถึง 4,
00:00:11 → 00:00:13ต่อวันจะสามารถช่วยลดอัตราการตายจากโลค
00:00:13 → 00:00:17เนี่ยได้ประมาณ 41% โรครายที่ผู้คนเสีย
00:00:17 → 00:00:20ชีวิตมากที่สุดในโลกคือโรคหัวใจปี 2021
00:00:20 → 00:00:23เนี่ยคนเสียชีวิตจากโรคหัวใจเนี่ยประมาณ 9
00:00:23 → 00:00:26ล้านคนซึ่งเยอะมากกว่าโรคโควิดในปีนั้นซะ
00:00:26 → 00:00:29ด้วยซ้ำเพราะใน 1,000 คนน่ะมีคนเป็นโรค
00:00:29 → 00:00:32หัวใจเล่นผิจังหวะถึง 40 คนบางคนอาจจะยัง
00:00:32 → 00:00:34ไม่รู้ตัวใชได้ซ้ำว่าเป็นโรคนี้อยู่ก็จะ
00:00:34 → 00:00:37มีใจสั่นแน่นหน้าอกหายใจไม่เต็มที่บางคน
00:00:37 → 00:00:40อาจจะหน้ามืดเป็นลมได้หรือนอนลากไม่ได้
00:00:40 → 00:00:42เอ้อคิดอะไรไม่ออกเหนื่อยจังเลยหรือว่า
00:00:42 → 00:00:44ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่ทันหรือเปล่ามี
00:00:44 → 00:00:47ภาวะนึงที่สำคัญมากคือภาวะหยุดหายใจขณะ
00:00:47 → 00:00:50นอนตัวคุณน่ะนอนอยู่ได้อยู่ดีหยุดหายใจไป
00:00:50 → 00:00:53เลยแล้วคนไข้ส่วนมากก็คือจะสะดุ้งขึ้นมา
00:00:53 → 00:00:56หายใจอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอด
00:00:56 → 00:00:58เลี่ยวสมองได้ถึง 5 เท่าเลยทีเดียวอัตรา
00:00:58 → 00:01:01ความเสียชีวิตอ่ะได้ถึง 3 เท่าถึงขีด
00:01:01 → 00:01:04อันตรายแล้วนะซึ่งคุณเนี่ยควรรีบไปหาหมอ
00:01:04 → 00:01:06แล้วนะหัวใจเต้นเร็วมากอุ๊ยเหนื่อยจังเลย
00:01:06 → 00:01:08ไม่โอเคและฉะนั้นการที่เราใส่นาฬิกาเนี่ย
00:01:08 → 00:01:10ก็สามารถทำให้เราได้ข้อมูลแต่ข้อมูลเหล่า
00:01:10 → 00:01:12เนี้ต้องไปดูในการ B Connect นะพอเราไป
00:01:12 → 00:01:14ดูในการ B Connect เนี่ยเราสามารถเซฟ
00:01:14 → 00:01:16เป็น PDF ส่งให้แพทย์ได้ด้วยจะได้เอาข้อ
00:01:16 → 00:01:19มูลเนี่ยไปประกอบการวินิจฉัยว่าเอ๊ะคุณดี
00:01:19 → 00:01:21ขึ้นหรือคุณแย่
00:01:21 → 00:01:24ลงสวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ด Talk
00:01:24 → 00:01:26podcast ที่หมอและผู้เชี่ยวชาญทางด้าน
00:01:26 → 00:01:28สุขภาพจะมาพูดคุยประเด็นเรื่องสุขภาพต่าง
00:01:28 → 00:01:31ๆอยู่กับผมหมอหจิมมี่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
00:01:31 → 00:01:33ทางด้านเวชศาสตร์ป้องกันและหมอเอมมี่
00:01:33 → 00:01:36แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันใน
00:01:36 → 00:01:38ทุก ep เราจะพูดคุยประเด็นเรื่องสุขภาพ
00:01:38 → 00:01:40ต่างๆและวิธีการป้องกันโรคร้ายเราได้แนะ
00:01:40 → 00:01:43นำเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสุขภาพอะไรทาน
00:01:43 → 00:01:45อาหารแบบไหนหรืออาหารเสริมอะไรบ้างที่
00:01:45 → 00:01:48สามารถทำให้สุขภาพของคุณแข็งแรงได้แต่ยัง
00:01:48 → 00:01:50มีอีกประเด็นนึงที่สามารถป้องกันไม่ให้
00:01:50 → 00:01:53เกิดโรคร้ายคือวิธีการติดตามสุขภาพของคุณ
00:01:53 → 00:01:55ในแต่ละวันครับต้องเดินให้ถึง 19,000 ทุก
00:01:55 → 00:01:58วันสุขภาพจะแข็งแรงตัวเลขเนี้ยมันมาจาก
00:01:58 → 00:02:00ไหนทำไมต้อง 10,000 คนไทยเนี่ยชอบอยู่แต่
00:02:00 → 00:02:03บ้านใครจะไปเดินถึงถ้าเดินไม่ถึงเนี่ย
00:02:03 → 00:02:05สุขภาพจะไม่แข็งแรงหรอมันคือการตลาดรู้
00:02:05 → 00:02:09ป่ะะจริงอันนี้พูดจริงๆนะจริงอันเนี้ย
00:02:09 → 00:02:12เป็นจากงานวิจัยของที่ญี่ปุ่นเนาะมันมีมา
00:02:12 → 00:02:15นานแล้วตั้งแต่ปี 1960 เขาก็จะวัดว่าเออ
00:02:15 → 00:02:17คนเราเนี่ยถ้าเดินได้ประมาณ 19,000 ต่อ
00:02:17 → 00:02:19วันเนี่ยจะใช้แคลอรี่ประมาณ 3,000
00:02:19 → 00:02:22แคลอรี่ต่อสัปดาห์ไม่ใช่ต่อวันนะคนเข้าใจ
00:02:22 → 00:02:24ผิดค่อนข้างเยอะคราวนี้ก็เลยมีนายแพทย์
00:02:24 → 00:02:27ที่ชื่อโยชิโร่หตาเนี่ยเขาอ่ะออกสโลแกน
00:02:27 → 00:02:29ประมาณว่าถ้าคุณน่ะเดินได้ประมาณ 19,000
00:02:29 → 00:02:32ต่อวันคุณจะมีสุขภาพดีเพื่อล้อไปกับว่า
00:02:32 → 00:02:35มหากรรมโอลิมปิกปี 1964 ที่ญี่ปุ่นตั้ง
00:02:35 → 00:02:37แต่ปี 1965 เนี่ยก็มีเครื่องนับ้าวเริ่ม
00:02:37 → 00:02:40วางขายซึ่งขายดีมากจากเรื่องของโอลิมปิก
00:02:40 → 00:02:42เนาะก็เลยบอกว่าเอ๊ะแล้วจริงๆแล้วเนี่ย
00:02:42 → 00:02:44ที่เราอ่ะเดิน 19,000 เนี่ยเดินได้จริงม
00:02:44 → 00:02:47แล้วเดินแล้วมันสุขภาพดีจริงหรือเปล่าก็
00:02:47 → 00:02:49เลยบอกว่ามีงานวิจัยออกมาเยอะมากเลยเพื่อ
00:02:49 → 00:02:51ทำการทดลองว่าการเดินเนี่ยเราควรจะเดิน
00:02:51 → 00:02:53เท่าไหร่ขอพูดถึงการทดลองอันนึงแล้วกัน
00:02:53 → 00:02:56ที่นำจำนวนผู้หญิงประมาณ 1,700 คนอายุ
00:02:56 → 00:02:59ระหว่าง 60-100 ปีอายุเฉลี่ยประมาณ 72 ปี
00:02:59 → 00:03:03เเนาะติดตามชีวิตเนาะประมาณ 4 ปีโดยใช้
00:03:03 → 00:03:05เครื่องนับก้าเดือนได้ติดตามก็พบว่าผู้
00:03:05 → 00:03:08หญิงเนี่ยค่อนที่ค่อนข้างเนื่อยนิ่งเนี่ย
00:03:08 → 00:03:10ก็คือจะเดินได้ประมาณแค่ 2,700 กต่อวัน
00:03:10 → 00:03:12แต่ผู้หญิงที่ค่อนข้างแอคทีฟหน่อยก็เดิน
00:03:12 → 00:03:15ได้ประมาณทับ 4,500 กต่อวันเนาะก็เลยพบ
00:03:15 → 00:03:18ว่าถ้าผู้หญิงเนี่ยเดินได้มากถึง 4,900
00:03:18 → 00:03:20ต่อวันจะสามารถช่วยลดอัตราการตายจากโรค
00:03:20 → 00:03:24เนี่ยได้ประมาณ 41% ก็เลยบอกว่าเอ๊ะถ้า
00:03:24 → 00:03:26เราเนี่ยเดินได้แค่ 7,500 ก9ต่อวันเนี่ย
00:03:26 → 00:03:29ก็โอเคแล้วจากงานวิจัยอย่างที่หมอเอมพูด
00:03:29 → 00:03:31มาเนี่ยก็จริงนะใครจะไปเดินได้ 19,000
00:03:31 → 00:03:33ต่อวันแค่งานวิจัยเมื่อกี้บอกว่า 7,500
00:03:33 → 00:03:37เนี่ยคือมันก็ยากแล้วนะคือถ้าเรามาดูใน
00:03:37 → 00:03:39ไลฟ์สไตล์ในของคนปัจจุบันคนออฟฟิศหรือคน
00:03:39 → 00:03:41ที่อยู่ในกรุงเทพฯเนี่ยคืออย่างน้อยถ้า
00:03:41 → 00:03:44คุณเดินได้ 4,900 ต่อวันเนี่ยมันก็ทำให้
00:03:44 → 00:03:47สุขภาพของคุณแข็งแรงแล้วเนาะคราวเนี้ยมัน
00:03:47 → 00:03:49ก็มีงานวิจัยอื่นที่ไปอ่านมาะกันอันแรก
00:03:49 → 00:03:52เนี่ยเไปดูว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานตอนแรกๆ
00:03:53 → 00:03:56เนี่ยเดิน 6,000 เพิ่มไปหน่อยขอ 8,000
00:03:56 → 00:03:59ได้มยสมมุติว่าจาก 6,900 เป็น 8,900 ต่อต
00:03:59 → 00:04:02วันก็ทำให้ค่าน้ำำตาลของคุณดีขึ้นอือ
00:04:02 → 00:04:05อย่างอันที่ 2 เนี่ยก็คือผู้หญิงเป็นโรค
00:04:05 → 00:04:08ไขมันสูงนะครับเนาะเปลี่ยนเหมือนกันก็จาก
00:04:08 → 00:04:116,900 ต่อวันเป็น 8,000 ไขขมันก็ดีขึ้น
00:04:11 → 00:04:15อันที่ 3 เขาก็เลยยกมาว่าเดินแค่ 4,000
00:04:15 → 00:04:18พอกลุ่มแรกกลุ่มที่ 2 เนี่ยเดิน 8,000
00:04:18 → 00:04:21แล้วดูว่ากลุ่มไหนเนี่ยจะลดอัตราการเสีย
00:04:21 → 00:04:23ชีวิตได้มากกว่ากันหมอเอ็มว่ากลุ่มไหน
00:04:23 → 00:04:25ครับก็ต้องอันที่เดินเยอะกว่าป่ะถูกต้อง
00:04:25 → 00:04:28ก็อันไหนที่มันดีมากกว่าคุณเดินเยอะกว่า
00:04:28 → 00:04:30แปลว่ารร่างกายของคุณก็แข็งแรงมากยิ่ง
00:04:30 → 00:04:33ขึ้นเพราะฉะนั้นน่ะเคสที่เดินวันละ 8,900
00:04:34 → 00:04:36อัตราการเสียชีวิตก็น้อยกว่าเคสที่เดิน
00:04:36 → 00:04:39แค่ 10,900 ต่อวันเพราะฉะนั้นเนี่ยไม่ว่า
00:04:39 → 00:04:43คุณจะเดินกี่ก้าวต่อวันก็อย่าท้อค่อยๆ
00:04:43 → 00:04:46เพิ่มทีละนิดทีละหน่อยตอนแรกอ่ะคุณอาจจะ
00:04:46 → 00:04:49ได้แค่ 3,900 วันต่อไปก็ลองขอเป็น 4,900
00:04:49 → 00:04:51ค่อยๆเพิ่มทีละนิดอย่าท้อเพื่อสุขภาพของ
00:04:51 → 00:04:53คุณจะได้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นคราวนี้การนับ
00:04:53 → 00:04:579 เราจะนับยังไงอ่ะคือเราจะนับแบบคงไม่
00:04:57 → 00:05:00ไหวใครจะมานั่งนับเออวันนึงจะฉันเดินกี่
00:05:00 → 00:05:03คือคงผิดตั้งแต่แรกแล้วก็ปัจจุบันมันก็มี
00:05:03 → 00:05:05เทคโนโลยีมากมายนะครับเนาะที่มาช่วย
00:05:05 → 00:05:08เรื่องของการนับกหรือมิรสุขภาพของเราก็
00:05:08 → 00:05:10อย่างเช่น smart watch หรือว่าโทรศัพท์
00:05:10 → 00:05:12มือถือแต่จริงๆแล้วเนี่ยเรื่องของ
00:05:12 → 00:05:14โทรศัพท์เพราะมันอยู่ในกระเป๋ากางเกงมัน
00:05:14 → 00:05:16ก็อาจจะไม่ตรงหรือว่ามีการคลาดเคลื่อน
00:05:16 → 00:05:18บ้างเพราะฉะนั้น smart watch มันอาจจะ
00:05:18 → 00:05:20เป็นอะไรที่มันเหมาะสมมากกว่าแล้วะกันก็
00:05:20 → 00:05:22เดี๋ยววันนี้จะมายกตัวอย่างเรื่องของการ
00:05:22 → 00:05:26มอนิเตอร์ 3 อวะที่ทำให้คุณเนี่ยสามารถ
00:05:26 → 00:05:28สุขภาพแข็งแรงมากยิ่งขึ้นได้ครับโรคราย
00:05:28 → 00:05:31ที่ผู้คนเสียชวชีวิตมากที่สุดในโลกคือโรค
00:05:31 → 00:05:34หัวใจในปี 2000 เนี่ยมีผู้คนเสียชีวิตจาก
00:05:34 → 00:05:37โรคหัวใจเนี่ยประมาณ 2.7 ล้านคนแต่พอ
00:05:37 → 00:05:39เปลี่ยนมาเป็นปี 2021 เนี่ยคนเสียชีวิต
00:05:39 → 00:05:43จากโรคหัวใจเนี่ยประมาณ 9 ล้านคนซึ่งเยอะ
00:05:43 → 00:05:46มากกว่าโรคโควิดในปีนั้นซะด้วยซ้ำโควิด
00:05:46 → 00:05:48เนี่ยเสียชีวิตประมาณ 8.8 ล้านคนเพราะ
00:05:48 → 00:05:51ฉะนั้นเนี่ยขอมาทำความเข้าใจก่อนว่าโรค
00:05:51 → 00:05:54หัวใจเนี่ยคืออะไรโรคหัวใจคืออะไรก็ได้
00:05:54 → 00:05:57ที่มันมาส่งผลกระทบต่อหัวใจของเราทำให้
00:05:57 → 00:05:59การสูบฉีดเลือดเนี่ยมันไม่ทั่วถึงึงใน
00:05:59 → 00:06:02ร่างกายของเราอันแรกคือที่คนน่ะเข้าใจกัน
00:06:02 → 00:06:04เยอะๆมากที่สุดคือโรคหลอดเลือดและหัวใจ
00:06:04 → 00:06:08คือหัวใจตีบตันมันขาดเลือดนะครับอันแรก
00:06:08 → 00:06:11คือหัวใจขาดเลือดอันที่ 2 คือโรคลิ้นหัว
00:06:11 → 00:06:13ใจนะครับอันนี้ก็อาจจะเกิดมาตั้งแต่เด็ก
00:06:13 → 00:06:15แล้วหรือเพิ่งมาเป็นตอนโตก็ได้นะครับเนาะ
00:06:15 → 00:06:18อันที่ 3 คือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจจะ
00:06:18 → 00:06:21จังหวะเร็วจังหวะช้าทำให้หัวใจคุณน่ะเต้น
00:06:21 → 00:06:23ไม่เต็มที่แล้วะกันนะครับนะอันที่ 4 คือ
00:06:23 → 00:06:26โรคหัวใจพิการตั้งแต่เด็กก็เป็นตั้งแต่ใน
00:06:26 → 00:06:29ท้องแม่และและอันสุดท้ายคือโรคติดเชื้อ
00:06:29 → 00:06:31ของหัวหัวใจนะครับซึ่งส่วนมากมาเกิดเกิด
00:06:31 → 00:06:33จากเชื้อไวรัสนะครับเนาะวันเนี้ยที่เราจะ
00:06:33 → 00:06:36มาพูดถึงคือประเภทแรกที่คนเป็นเยอะมากที่
00:06:36 → 00:06:38สุดแล้วก็เสียชีวิตมากที่สุดในโลกคราวนี้
00:06:38 → 00:06:41เรามาดูเรื่องของปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้
00:06:41 → 00:06:44เราเป็นโรคหัวใจปัจจัยเนี่ยแบ่งเป็น 2
00:06:44 → 00:06:46อย่างแล้วกันนะครับเนาะอันหนึคือเปลี่ยน
00:06:46 → 00:06:48แปลงไม่ได้อัน1ึคือคุณควบคุมได้เปลี่ยน
00:06:48 → 00:06:51แปลงไม่ได้เช่นอายุออายุมากขึ้นมีความ
00:06:51 → 00:06:54เสี่ยงมากขึ้นอันที่ 2 เรื่องเพศหมอเอ็ม
00:06:54 → 00:06:56ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงมีความใครมีความ
00:06:56 → 00:06:58เสี่ยงโรคหัวใจมากกว่ากันมันต้องอยู่ที่
00:06:58 → 00:07:01ช่วงอายุด้วอ่าถูกต้องนะครับเนาะ 5 เรา
00:07:01 → 00:07:05ไม่ยังไม่ดูผู้สูงวัยอือผู้ชายมีความ
00:07:05 → 00:07:07เสี่ยงมากกว่าแต่เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงหมด
00:07:07 → 00:07:10ประจำเดือนผู้หญิงสลับกันนะครับผู้หญิงก็
00:07:10 → 00:07:12จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่านะครับ
00:07:12 → 00:07:14เนาะอันที่ 3 ก็คือเรื่องของกรพันธ์และนะ
00:07:14 → 00:07:17ครับถ้ามีปู่ย่าตายายใครเป็นโรคหัวใจคุณ
00:07:17 → 00:07:20ก็มีความเสี่ยงมากขึ้นนะครับอันนี้คือ
00:07:20 → 00:07:22ปัจจัยที่แก้ไม่ได้อืออันที่ 2 เรามาดู
00:07:23 → 00:07:26ปัจจัยที่คุณสามารถแก้ได้แน่นอนอาหารการ
00:07:26 → 00:07:29กินไม่ออกกำลังกายไม่ออกกำลังกายเป็นปัจจ
00:07:29 → 00:07:32เนาที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้นะครับเนาะไข
00:07:32 → 00:07:35มันแน่นอนนะครับเบาหวานนะครับเนาะแล้วอัน
00:07:35 → 00:07:37สุดท้ายก็คือเรื่องของการสุบุหรี่เพราะ
00:07:37 → 00:07:39มันทำให้หลอดเลือดหัวใจเนี่ยไม่ยืดหยุด
00:07:39 → 00:07:42และมีสารเคมีมากมายที่ไปทำลายในร่างกาย
00:07:42 → 00:07:45ของเราคราวนี้อาการล่ะอาการโรคหลอเลือด
00:07:45 → 00:07:48หัวใจมีอะไรบ้างอ่ะหมเอมี่ก็ปกติก็บอกว่า
00:07:48 → 00:07:51ใจสั่นแน่นหน้าอกเหนื่อยอะไรอย่างงี้มอ
00:07:51 → 00:07:54ถูกต้องถูกต้องก็จะมีใจสั่นแน่นหน้าอกหาย
00:07:54 → 00:07:57ใจไม่เต็มที่บางคนอาจจะหน้ามืดเป็นลมได้
00:07:57 → 00:08:00หรือนอนลากไม่ได้นะครับเาแต่บางคนอาจจะ
00:08:00 → 00:08:02ไม่มีอาการเลยซะด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นสิ่ง
00:08:02 → 00:08:05ที่สำคัญที่สุดคือตรวจอือการตรวจที่โรง
00:08:05 → 00:08:08พยาบาลเนี่ยสามารถ detect ได้ว่าเออคุณ
00:08:08 → 00:08:10เริ่มเป็นโรคหัวใจหรือเปล่านะครับเนาะ
00:08:10 → 00:08:13เพราะปัจจุบันเนี่ยการตรวจมันพัฒนาการไป
00:08:13 → 00:08:16ยะมากๆไปมากเลยแต่ว่าวันนี้ขอมาพูดถึง
00:08:16 → 00:08:19เรื่องการตรวจแบบธรรมดาเบสิคที่เกือบทุก
00:08:19 → 00:08:22โรงพยาบาลทำได้หมดอย่างแรกคือการตรวจ ekg
00:08:22 → 00:08:25หรือการดูว่าจังหวะเต้นของหัวใจของคุณ
00:08:25 → 00:08:27เป็นยังไงนะครับเนาะอันที่ 2 คือเรียกว่า
00:08:27 → 00:08:30Exercise stress Test อ Exercise res
00:08:30 → 00:08:33คือการตรวจวิ่งบนสายพานว่าขณะที่คุณออก
00:08:33 → 00:08:36กำลังกายเนี่ยหัวใจคุณเต้นเป็นยังไงมี
00:08:36 → 00:08:38ประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่านะครับและอัน
00:08:38 → 00:08:42ที่ 3 แบบง่ายๆก็คือเอคคแมเอคก็คือดูว่า
00:08:42 → 00:08:45มันใช้คลื่นถี่สูงเนาะคือความถี่คือความ
00:08:45 → 00:08:48ถี่เนี่ยไปดูว่าจังหวะบีบรูปร่างการสูบ
00:08:48 → 00:08:51ฉีดในห้องหัวใจของคุณเนี่ยการทำงานมันดี
00:08:51 → 00:08:56หรือเปล่านะครับเนาะแต่พอตรวจแล้วแน่นอน
00:08:56 → 00:08:59คุณต้องป้องกันด้วยการป้องกันไม่มีใใคร
00:08:59 → 00:09:01รู้หรอกว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่แต่คุณป้อง
00:09:02 → 00:09:04กันเอาไว้ดีที่สุดแน่นอน 1 คือเรื่องของ
00:09:04 → 00:09:07การออกกำลังกายนะครับเนาะแล้วก็เรื่องของ
00:09:07 → 00:09:10อาหารการกินอันที่ 3 ความเครียดนะครับ
00:09:10 → 00:09:12เนาะความเครียดก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำ
00:09:12 → 00:09:15ให้เกิดโรคหัวใจได้นะครับอันที่ 4 ก็คือ
00:09:15 → 00:09:17ควบคุมน้ำหนักตัวของคุณอยู่ในมาตรฐานนะ
00:09:17 → 00:09:19ครับและอันที่ 5 แน่นอนก็คือหลีกเลี่ยง
00:09:19 → 00:09:21การดื่มเหล้าสูตรบุหรี่ที่มันไม่ดีต่อ
00:09:21 → 00:09:23ร่างกายของเราคราวนี้เราต้องมาเข้าใจของ
00:09:24 → 00:09:26คำว่าโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะก่อนนะครับ
00:09:26 → 00:09:29เนาะจังหวะเต้นของหัวใจของเราเนี่ยเต้น
00:09:29 → 00:09:31กี่ครั้งต่อนาทีครับหมอเอมี่ก็มันแล้วแต่
00:09:31 → 00:09:34คนแต่ปกติแล้วก็อยู่ประมาณแบบ 70 80 90
00:09:35 → 00:09:37อ่าใช่ก็คือเรนปกติเราจะเอาอยู่ที่ประมาณ
00:09:37 → 00:09:3960 - 100 นะครับเนาะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:09:39 → 00:09:41ถ้ามากไปกว่านี้หรือน้อยไปกว่านี้เนี่ยก็
00:09:41 → 00:09:45คือผิดปกตินะครับเนาะเอ่อในภาวะของโลกเ
00:09:45 → 00:09:46เราก็จะแบ่งเป็น 3 ประเภทด้วยกันแล้วกัน
00:09:46 → 00:09:49นะครับเนาะอันแรกคือเร็วไปนะครับเนาะทิ
00:09:50 → 00:09:52caria นั่นเองทิ caria ก็คือจังหวะเต้น
00:09:52 → 00:09:55ของหัวใจเนี่ยมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีนะ
00:09:55 → 00:09:59ครับแบบที่ 2 ก็คือตรงกันข้ามช้าเกินไปีย
00:09:59 → 00:10:01นะครับ B caria ก็คือน้อยกว่า 60 ครั้ง
00:10:01 → 00:10:05ต่อนาทีนะครับอันสุดท้ายคือไม่สม่ำเสมอ
00:10:05 → 00:10:07ไม่เข้าพวกเลยอันเนี้ยเต้นยังไงก็มั่วไป
00:10:07 → 00:10:09หมดนะครับก็จะแบ่งเป็น 3 ประเภทคราวเนี้ย
00:10:10 → 00:10:13สาเหตุของการเป็นโรคนี้เนี่ยเราอาจจะบาง
00:10:13 → 00:10:15ครั้งอาจจะไม่มีสาเหตุเลยก็ได้อยู่ดีเป็น
00:10:15 → 00:10:17ขึ้นมานะครับเนาะแต่อย่างอื่นก็จะเป็น
00:10:17 → 00:10:20เรื่องของการสูบบุหรี่กินเหล้าบ้างหรือ
00:10:20 → 00:10:24กินกาแฟที่ปริมาณมากเกินไปคาเฟอินเยอะ
00:10:24 → 00:10:26เกินนะครับความเครียดบ้างหรือคนที่มีโรค
00:10:26 → 00:10:29ประจำตัวอย่างเช่นโรคไทรอยด์นะครับแล้วก็
00:10:29 → 00:10:31สารเสพติดต่างๆพวกเนี้ยก็ทำให้จังหวะเต้น
00:10:31 → 00:10:35ของหัวใจอ่ะมันผิดปกติไปแล้วอาการอาการ
00:10:35 → 00:10:37ที่เราเเจอขึ้นได้คนที่เต้นเร็วก็จะรู้
00:10:37 → 00:10:40สึกหัวใจเต้นเร็วคนที่เต้นช้าก็รู้สึกหัว
00:10:40 → 00:10:42ใจเต้นช้าตรงกันข้ามกันนะครับเนาะแต่
00:10:42 → 00:10:45อย่างอาการอื่นๆอาจจะผสมกันก็ได้เช่นหน้า
00:10:45 → 00:10:49มืดจะเป็นลมเจ็บหน้าอกรู้สึกเหงื่อแตกใจ
00:10:49 → 00:10:51สั่นอันเนี้ยเจอได้หมดเลยนะครับคราวนี้
00:10:51 → 00:10:54ภาวะแทรกซ้อนที่เรากลัวจากโรคภาวะหัวใจ
00:10:54 → 00:10:56เต้นเร็วเนี่ยก็คือเรื่องของหัวใจวายหรือ
00:10:56 → 00:10:59หัวใจล้มเหลวซึ่งอันเนี้ย
00:10:59 → 00:11:01เป็นอันตรายมากๆครับแต่อย่างที่บอกมา
00:11:01 → 00:11:03เนี่ยบางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวะได้ยซ้ำว่า
00:11:03 → 00:11:05เป็นโรคนี้อยู่เพราะใน 1,000 คนน่ะมีคน
00:11:05 → 00:11:08เป็นโรคหัวใจเต้นผิ่งจังหวะถึง 40 คนโรค
00:11:08 → 00:11:10หัวใจเต้นผิดจังหวะเนี่ยที่จริงมันมีหลาก
00:11:10 → 00:11:12หลายประเภทมากไม่ต่ำกว่า 10 อันะกันแต่
00:11:12 → 00:11:14อันที่ smart watch เนี่ยสามารถจับได้ก็
00:11:14 → 00:11:17คือโรคหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้วหรือที่
00:11:17 → 00:11:20หมอๆเรียกกันว่า afif นั่นเองโรคหัวใจ
00:11:20 → 00:11:22ห้องบนเต้นสั่นพริ้วถ้าปล่อยไว้นานสามารถ
00:11:22 → 00:11:25นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองภาวะหัวใจล้มเหลว
00:11:25 → 00:11:28และบางคนยังไม่รู้ตัวว่าเป็นซะด้วยซ้ำโรค
00:11:28 → 00:11:30หัวใจห้องบนเต้นสั่นพิ้วขอเรียกสั้นๆว่า
00:11:30 → 00:11:32afif แล้วกันเพราะอันนั้นมันยาวเกินจำ
00:11:32 → 00:11:34ไม่ค่อยได้เนาะก่อนเข้าใจ afif เนี่ยเรา
00:11:34 → 00:11:36ต้องมาดูว่าหัวใจเราทำงานกันยังไงนะครับ
00:11:36 → 00:11:38เนาะอย่างแรกหัวใจเราแบ่งทั้งหมดเป็น 4
00:11:38 → 00:11:42ห้องข้างบน 2 ข้างล่าง 2 ข้างบนเนี่ยมี
00:11:42 → 00:11:44หน้าที่ส่งเลือดจากห้องข้างบนมาสู่ห้อง
00:11:44 → 00:11:46ด้านล่างแล้วหลังจากนั้นห้องด้านล่าง
00:11:46 → 00:11:49เนี่ยก็จะส่งเลือดไปสู่ต่างๆอวัยวะในร่าง
00:11:49 → 00:11:51กายของเราถูกมั้ยครับแต่ในภาวะของ aif
00:11:51 → 00:11:53เนี่ยไอ้ห้องข้างบนเนี่ยมันไม่ยอมส่ง
00:11:53 → 00:11:56เลือดไปห้องข้างล่างแล้วมันสั่นเต้นผิด
00:11:56 → 00:12:00จังหวะคือกระแสไฟฟ้าข้างบนน่ะมันรวนไปหมด
00:12:00 → 00:12:02พูดง่ายๆแล้วเลือดมันก็เลยคั่งอยู่ในนั้น
00:12:02 → 00:12:05บางคนเนี่ยจังหวะเต้นแค่ห้องข้างบนน่ะสูง
00:12:05 → 00:12:08ไปได้ถึง 400 ครั้งเลยนะอเพราะฉะนั้น
00:12:08 → 00:12:10เนี่ยโรกนี้เนี่ยมันก็จะทำให้เลือดที่มัน
00:12:10 → 00:12:13ควรลงไปด้านล่างไม่ลงไปแล้วเลือดมันก็เลย
00:12:13 → 00:12:16ไม่กจกระจายในร่างกายของเราก็เป็นลมหรือ
00:12:16 → 00:12:19หมดสติได้เลยทีเดียวคราวนี้เนี่ยสิ่งที่
00:12:19 → 00:12:22น่ากลัวคือมันอาจเกิดลิ่มเลือดในห้องบน
00:12:22 → 00:12:24ตรงนั้นได้แล้วส่งไปที่สมองของเราเพราะ
00:12:24 → 00:12:26ฉะนั้นเนี่ยคนที่เป็นโรคเอิเนี่ยอาจจะมี
00:12:26 → 00:12:28ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลืองสมองหรือ
00:12:29 → 00:12:31เป็นสคอ่ะได้ถึง 5 เท่าเลยทีเดียวแล้ว
00:12:31 → 00:12:34อัตราความเสียชีวิตอ่ะได้ถึง 3 เท่าเพราะ
00:12:34 → 00:12:36ฉะนั้นเนี่ยสิ่งที่สำคัญคือคุณต้องป้อง
00:12:36 → 00:12:39กันไว้ก่อนคราวนี้มันอาจจะฟังดูน่ากลัว
00:12:39 → 00:12:41มากเรื่องของเป็นโรค afif เนี่ยแต่จริงๆ
00:12:41 → 00:12:43แล้วเราก็สามารถป้องกันมันก่อนได้สำหรับ
00:12:43 → 00:12:45คนที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วก็หมออยากบอกว่า
00:12:46 → 00:12:48คุณควรทานยาที่หมอเขาให้มาอย่างสม่ำเสมอ
00:12:48 → 00:12:51นะครับแต่อย่างที่เราพูดไปหลายคนไม่รู้
00:12:51 → 00:12:54ตัวเพราะฉะนั้นเนี่ยลองไปตรวจก่อนนะครับ
00:12:54 → 00:12:56ด้วยคลื่นหัวใจหรือว่าเทคโนโลยีสมัยเนี้ย
00:12:56 → 00:12:58มันสามารถดีทคได้ว่าคุณน่ะมีโอกาสเสี่ยง
00:12:58 → 00:13:01หรือเป็นภาวะนี้หรือเปล่าเพื่อจะเราจะได้
00:13:01 → 00:13:04ป้องกันนะครับเนาะไม่ให้เกิดโรคนี้ขึ้น
00:13:04 → 00:13:06ได้แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเนี่ยคุณก็
00:13:06 → 00:13:09สามารถมอนิเตอร์ทุกๆวันเวลาคุณอยู่บ้าน
00:13:09 → 00:13:11คุณเวลาคุณนอนคุณนั่งหรือคุณออกกำลังกาย
00:13:11 → 00:13:14เนี่ยว่ามันมีจังหวะการเต้นหัวของหัวใจ
00:13:14 → 00:13:16ที่ผิดปกติหรือเปล่าก็คือการใส่อุปกรณ์
00:13:16 → 00:13:18อย่างเช่น smart watch นั่นเองนะครับ
00:13:18 → 00:13:20เพราะว่าอุปกรณ์เนี้ยมันสามารถ detect
00:13:20 → 00:13:22เรื่องของ aif ได้ครับที่หมอจิมิพูดไป
00:13:23 → 00:13:24เมื่อกี้เกี่ยวกับการติดตามเนาะว่าหัวใจ
00:13:25 → 00:13:27เราเต้นยังไงอะไรยังไงบ้างเนี่ยคราวนี้ก็
00:13:27 → 00:13:29ขอพูดเกี่ยวกับอวัยวะปอดบ้างะกันกันเพราะ
00:13:29 → 00:13:32บางทีนี่ก็รู้สึกว่าเอ้อคิดอะไรไม่ออก
00:13:32 → 00:13:34เหนื่อยจังเลยหรือว่าออกซิเจนไปเลี้ยง
00:13:34 → 00:13:36สมองไม่ทันหรือเปล่าก็เลยอยากจะบอกว่า
00:13:36 → 00:13:38จริงๆแล้วเนี่ยเราก็มีการติดตามเนาะว่า
00:13:38 → 00:13:41ปอดเราเนี่ยสามารถแบบว่าเอิ่มส่งเลือด
00:13:41 → 00:13:43เนี่ยไปได้ในร่างกายผ่านหัวใจได้มากน้อย
00:13:43 → 00:13:46แค่ไหนเราจะดูจากการที่ความเข้มข้นของ
00:13:46 → 00:13:48ออกซิเจนความเข้มข้นของออกซิเจนเนี่ยก็จะ
00:13:48 → 00:13:50ดูจากพวก Smart Device ต่างๆได้หมดเลย
00:13:50 → 00:13:52เหมือนกันเนาะก็จะบอกได้ว่าเอ๊ะตอนเความ
00:13:52 → 00:13:55เข้มข้นเนี่ยของเลือดคุณมีออกซิเจนเท่า
00:13:55 → 00:13:57ไหร่เพราะบางทีการที่เราวัดปลายนิ้วอ่ะ
00:13:57 → 00:14:00บางคนทาเล็บเนาะนู่นนี่มันวัดมันไม่ชัด
00:14:00 → 00:14:03เจนชัดเจนมีปัญหาก็บว่าไม่สามาวัดได้ก็
00:14:03 → 00:14:07เลยใชพวก SM ต่างๆเห่าสามารถช่วยคุณในการ
00:14:07 → 00:14:09วัดได้เพราะว่าไม่ว่าคุณจะเป็นการนั่งการ
00:14:09 → 00:14:12ยืนการนอนน่ะมันก็มีงานวิจัยว่าจริงๆแล้ว
00:14:12 → 00:14:15ไม่ว่าคุณจะทำ activity อะไรต่างๆอ่ะ
00:14:15 → 00:14:16ออกซิเจนน่ะที่อยู่ในร่างกายมันควรจะได้
00:14:16 → 00:14:19เกิน 90 ถ้าได้คุณต่ำกว่า 90 แปลว่าปอด
00:14:19 → 00:14:22คุณมีปัญหาแน่ๆอันก็สามารถช่วยคุณจับได้
00:14:22 → 00:14:25ว่าเอ๊ะปอดเรามีปัญหาหรือเปล่านอกจากการ
00:14:25 → 00:14:27ดูความเข้มข้นของออกซิเจนเนี่ยคุณก็ต้อง
00:14:27 → 00:14:29ดูด้วยว่าการหายใจของคุณน่ะหายใจประมาณ
00:14:29 → 00:14:32กี่ครั้งต่อนาทีนั่งเฉยๆนะประมาณ 10 กว่า
00:14:32 → 00:14:34ครั้งก็โอเคไม่ใช่นั่งเฉยๆแล้ว 30 ครั้ง
00:14:34 → 00:14:36ใช่มยหรือว่าบางทีเดินขึ้นบันไดนิดหน่อย
00:14:36 → 00:14:39เอง 1 ชั้นอย่างเงี้ยจากแบบ 20 ครั้งนิดๆ
00:14:39 → 00:14:41กลายเป็น 340 ครั้งหายใจไม่ทันเลยอันนี้
00:14:41 → 00:14:44ก็แปลว่าไม่โอเคคุณอาจจะมีปัญหาปอดปัญหา
00:14:44 → 00:14:46หัวใจเพิ่มเติมก็ได้ฉะนั้นการที่คุณ
00:14:46 → 00:14:48มอนิเตอรเนี่ยการหายใจของคุณเนี่ยว่ากี่
00:14:48 → 00:14:51ครั้งในการที่คุณทำ activity ต่างๆก็
00:14:51 → 00:14:53สำคัญเหมือนกันอย่างหมอเองเนี่ยเป็นคนชอบ
00:14:53 → 00:14:56ดำน้ำเนาะการดำน้ำเนี่ยเวลาเราลงไปใต้น้ำ
00:14:56 → 00:14:58อ่ะเพราะคววามกดดันอากาศอ่ะมันจะไม่
00:14:58 → 00:15:01เหมือนบนบนพื้นผิวใช่มมคุณก็ต้องใช้แบบ
00:15:01 → 00:15:03นาฬิกาเนาะในการดำน้ำเพื่อลงเข้าไปดูว่า
00:15:04 → 00:15:06เอ๊ะตอนเราลงไปในน้ำเนี่ยตอนเนี้ยคุณมี
00:15:06 → 00:15:10ค่าไนโตรเจนเท่าไหร่แล้วเลไม่ใช่ออกซิเจน
00:15:10 → 00:15:12แล้วนะออกซิเจนคืออยู่ในบนบกเนาะในน้ำจะ
00:15:12 → 00:15:15เป็นไนโตรเจนเพราะยิ่งคุณมีไนโตรเจนยิ่ง
00:15:15 → 00:15:18เยอะเนี่ยก็สามารถทำให้สมองเบลอเหมือนคุณ
00:15:18 → 00:15:20กินวายอ่ะอ่าลงไปเท่านี้เม็ดกินวาย 1
00:15:20 → 00:15:23แก้วลงไปลึกขึ้นไปอีกกินวาย 2 แก้วคุณก็
00:15:23 → 00:15:25จะมีความเบลอเบาๆฉะนั้นการที่คุณต้องดู
00:15:25 → 00:15:28มอนิเตอร์ตัวเองเนี่ยว่าคุณน่ะเอ้ยตอนนี้
00:15:28 → 00:15:31ไนโตรเจนเยอะไปหรือยังเราดำลึกไปมยเหลือ
00:15:31 → 00:15:34เวลากี่นาทีะเป็นอะไรที่สำคัญมากๆฉันก็
00:15:34 → 00:15:36เลยบอกว่านักกีฬาดำน้ำต่างๆหรือคนดำน้ำ
00:15:37 → 00:15:39เนี่ยก็ต้องบอกว่าเอ๊ะคุณจำเป็นต้องดูแล
00:15:39 → 00:15:42ตัวเองนะว่าคุณฟิตพอมมก่อนจะลงไปใต้น้ำ
00:15:42 → 00:15:44หรือลงไปใต้น้ำเนี่ยก็ต้องดูว่าคุณเหลือ
00:15:44 → 00:15:47อากาศเท่าไหร่ไม่ใช่ลงไปแล้วก็ติดดีเรียก
00:15:47 → 00:15:49ต่อติดดีคอมติดดีคอมก็คือแบบว่าเอ้ย
00:15:49 → 00:15:51ออกซิเจนแบบว่าเยอะแบบไม่พอแล้วนะ
00:15:52 → 00:15:54ไนโตรเจนแบบเยอะเกินไปแล้วมันไม่โอเคเนาะ
00:15:54 → 00:15:57ก็เลยบอกว่าเออคุณเนี่ยก็คือพอได้ะขึ้นมา
00:15:57 → 00:16:00สู่ผิวน้ำได้แล้วถึงจะปลอดภัยก็เลยบอกว่า
00:16:00 → 00:16:03การที่คุณมีสิ่งเหล่าเนี้ยมันจะช่วยติด
00:16:03 → 00:16:06ตามได้ว่ามันปลอดภัยหรือเปล่าโอก็ดีเนาะ
00:16:06 → 00:16:08ดำน้ำเบลอมากกว่าดื่มะไววายเออก็เลยบอก
00:16:08 → 00:16:10ว่าเออจริงๆเนี่ยเราอาจจะดื่มวายเก่ง
00:16:10 → 00:16:13เพราะเราดำน้ำบ่อยไงก็ที่หมอเอี่พูดมาไม่
00:16:13 → 00:16:15ว่าจะเป็นเรื่องของมอนิเตอร์เรื่องอ่า
00:16:15 → 00:16:18อวัยวะป่อนนะครับอันแรกที่ผมพูดไปก็คือ
00:16:18 → 00:16:20เรื่องของหัวใจอันที่ 3 ละกันก็คือเรื่อง
00:16:20 → 00:16:23การติดตามสุขภาพเพศหญิงหรือว่ารอบเดือน
00:16:23 → 00:16:26นั่นเองหลายคนที่คนไข้ที่มาหาหมอเนี่ยเอา
00:16:26 → 00:16:30จริงๆนะมีปัญหาสุขภาพเพศหญิงแต่แประจำวัน
00:16:30 → 00:16:33มีประจำเดือนไม่ได้อือแล้วมีอีกเคสนึงจำ
00:16:33 → 00:16:35ไม่ได้ค่ะหมอว่ามาเมื่อไหร่แต่สามีจำได้
00:16:35 → 00:16:38หมดเลยมาวันไหนตใขตกวันไหนอ้าวงงสรุป
00:16:38 → 00:16:41สุขภาพอันนี้เป็นของสามีหรือของภรรยาไม่
00:16:41 → 00:16:44รู้ค่ะไม่รู้อ่ะคือการติดตามเรื่องของ
00:16:44 → 00:16:46ประจำเดือนเนี่ยสำคัญมากคือปกติแล้วเนี่ย
00:16:46 → 00:16:49บางคนยังไม่รู้เลยเริ่มนับยังไงอ่ะเรามา
00:16:49 → 00:16:52ดูก่อนว่าเรานับประจำเดือนยังไงนะครับวัน
00:16:52 → 00:16:55แรกที่เรามีประจำเดือนมานับเป็นวันที่ 1
00:16:55 → 00:16:59อือแล้วคุณก็เว้นไปรอไปแล้วคุณมีประจำ
00:16:59 → 00:17:02เดือนรอบต่อไปเอาวันที่ 1 ถัดไปเอาวันที่
00:17:02 → 00:17:051 ถัดไปอันเนี้ยคือรอบของคุณจริงๆนะครับ
00:17:05 → 00:17:08ว่าทั้งหมดกี่วันซึ่งปกติแล้วเนี่ยเอา
00:17:08 → 00:17:10average หรือทั่วๆไปนะครับจะอยู่ที่
00:17:10 → 00:17:14ประมาณ 21 -35 วันนะครับถ้าน้อยไปกว่า
00:17:14 → 00:17:16นั้นหรือมากไปกว่านั้นอาจจะมีความผิดปกติ
00:17:17 → 00:17:20อะไรหรือเปล่าแต่เราต้องมาดูว่าการที่เรา
00:17:20 → 00:17:22รู้รอบประจำเดือนของเรามันมีความสำคัญนะ
00:17:22 → 00:17:25อย่างแรกคุณสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าประจำ
00:17:25 → 00:17:27เดือนของคุณจะมาวันไหนคุณจะต้องไปทำ
00:17:28 → 00:17:32กิจกรรมว่าน้ำต้องทำเขาอะไรนู่นนี่เปล่า
00:17:32 → 00:17:34คุณจะได้มีผ้าอนามัยเเตรียมไว้ก่อนนะครับ
00:17:34 → 00:17:36ไม่ต้องแบบฉุกเชิญเฮ้ยไม่มีอะไรอย่างงี้
00:17:36 → 00:17:39อันที่ 2 สำหรับคนที่อยากมีลูกมีแผนลูก
00:17:39 → 00:17:42ว่าเฮ้ยวันไหนเราจะไข่ตกจริงๆเนี่ยถ้าเรา
00:17:42 → 00:17:44จะนับเนี่ยก็คือประมาณวันที่ 14 ถูกมครับ
00:17:44 → 00:17:46เนาะอย่างเช่นยกตัวอย่างคนที่มีประจำ
00:17:46 → 00:17:51เดือนทุกๆ 28 วันไข่ตกก็วันที่ 14 14 พอ
00:17:51 → 00:17:54ดีสมมุติอ่าประจำเดือนมาทุก 30 วันไข่ตก็
00:17:54 → 00:17:56วันที่ 16 นะครับอันนี้ยกตัวอย่างเล่นๆนะ
00:17:56 → 00:18:00ครับเนาะอันที่ 3 ที่เเคยบอกไว้ว่า 7 วัน
00:18:00 → 00:18:04ก่อนกับ 7 วันหลังอ่ะปลอดภัยเออมี
00:18:04 → 00:18:07เพศสัมพันธ์ได้จะไม่เสี่ยงตการติดเด็ก
00:18:07 → 00:18:09หรือมีลูกขึ้นมาแต่จริงๆอ่ะอันนี้เนี่ย
00:18:09 → 00:18:12ต้องบอกไว้ก่อนว่าคุณต้องจดประจำเดือน
00:18:12 → 00:18:14เนี่ยรอบเดือนของคุณอย่างน้อยขั้นต่ำ 6
00:18:14 → 00:18:17เดือนแล้วมันไม่ควรคลาดเคลื่อนอะไรเลยนะ
00:18:17 → 00:18:19ก็เป็นวิธีที่ไม่แนะนำแล้วะกันนะครับเนาะ
00:18:19 → 00:18:22และอันสุดท้ายเนี่ยการจดเรื่องของประจำ
00:18:22 → 00:18:24เดือนหรือมอนิเตอร์เนี่ยมันสามารถดูได้
00:18:24 → 00:18:26ว่าเอ้ยเรามีอาการผิดปกติในร่างกายเรา
00:18:26 → 00:18:28หรือเปล่าเช่นอาการปวดท้องประจำเดือนก่อน
00:18:28 → 00:18:31ประจำเดือนมาเรื่องของอารมณ์เรื่องของ
00:18:31 → 00:18:35หงุดหงิดอยากอาหารเรื่องของท้องเสียหรือ
00:18:35 → 00:18:37ว่านอนไม่หลับพวกเนี้ยเราสามารถจดเอ้ยมัน
00:18:37 → 00:18:40มากี่วันก่อนประจำเดือนแล้วเราจะได้ไปให้
00:18:40 → 00:18:43หมอได้ว่าเออหมอมาครับมันมีอาการพวกนี้นะ
00:18:43 → 00:18:45ครับเราเรียกว่าอาการ pms นั่นเองนะครับ
00:18:45 → 00:18:47พวกเนี้ยก็เอาไปให้คุณหมอแล้วแล้วคุณหมอเ
00:18:47 → 00:18:49จะได้ดูว่าเออประจำเดือนคุณมาวันนี้แล้ว
00:18:50 → 00:18:52มันขาดหรือมันผิดมีอะไรผิดปกติในร่างกาย
00:18:52 → 00:18:54ของคุณหรือเปล่าทำให้คุณเกิดอาการพวกนั้น
00:18:54 → 00:18:56ตามมาครับจริงเพราะว่าผู้หญิงบางคนน่ะเคย
00:18:56 → 00:19:00ถามเนาะมาประจำเดือนมากี่กี่วันคะหรือมา
00:19:00 → 00:19:02บ่อยแค่ไหนคะไม่รู้ค่ะเดือนที่แล้วมาหรือ
00:19:02 → 00:19:04เปล่าเอ๊ะจำไม่ได้ค่ะหมอฉะนั้นการจดพวก
00:19:04 → 00:19:07เนี้ยมันสำคัญมากเลยอืมคราวเนี้ยมันมีเคส
00:19:07 → 00:19:09นึงล่าสุดเลยเป็นคนต่างประเทศเนาะคือเขา
00:19:09 → 00:19:11อ่ะมอนิเตอร์เรื่องของประจำเดือนมาระยะ
00:19:11 → 00:19:15นึงและแล้วบางครั้งอ่ะเวลาอยู่ต่อหน้าหมอ
00:19:15 → 00:19:16อะไรอย่างเงี้ยเขาก็จะจำไม่ได้ว่าเอ้ยมัน
00:19:16 → 00:19:20มีอาการอะไรบ้างแต่เขาจดทุกครั้งเลยในใน
00:19:20 → 00:19:22อุปกรณ์ของเขาอ่ะในอุปกรณ์ของเขามันบอก
00:19:22 → 00:19:25หมดเลยนะว่าอารมณ์มีอะไรบ้างแล้วเาก็คลิก
00:19:25 → 00:19:27ว่าติ๊กเออเามีอันนี้นะเมีอันนี้เมีอัน
00:19:27 → 00:19:29นี้นะพอมาอยู่กับหน้าหมอเเลยบอกได้ว่า
00:19:29 → 00:19:32เนี่ยมันมีอาการตามนี้เลยค่ะหมอตาม
00:19:32 → 00:19:34เช็คลิสเลยปึๆๆๆอแล้วเราก็อ๋อโอเคแบบนี้
00:19:34 → 00:19:37นี่เองอ่าแล้วเราก็เอามาช่วยดูแลสุขภาพ
00:19:37 → 00:19:39ของคนไครได้ในสมัยเที่จริงมันก็มีอุปกรณ์
00:19:39 → 00:19:41มากมายหรือเทคโนโลยีที่สามารถช่วยเรื่อง
00:19:41 → 00:19:44ของการติดตามสุขภาพของเราเนาะเพราะฉะนั้น
00:19:44 → 00:19:47ก็เลือกอะไรที่มันเหมาะสมของสุขภาพคุณโลก
00:19:47 → 00:19:48ประจำตัวของคุณที่เป็นอยู่แล้วะกันนะครับ
00:19:48 → 00:19:52เนาะให้มานั่งจดเหมือนสมัยก่อนมันกระดาษเ
00:19:52 → 00:19:54มันก็หายหรือไม่รู้เขียนยังไงผิดนู่นนี่
00:19:54 → 00:19:56นั่นไปหมดนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยก็ลองดู
00:19:56 → 00:20:00ว่าอุปกรณ์ไหนหรือเทคโนโลยีอันไหนที่มัน
00:20:00 → 00:20:02สามารถช่วยคุณทำให้ดูแลสุขภาพได้แข็งแรง
00:20:02 → 00:20:05มากขึ้นอย่างที่หมอเอมี่พูดมาก็คือเรื่อง
00:20:05 → 00:20:07ของอวัยวะปอดแล้วก็การดำน้ำเนาะอย่าง
00:20:07 → 00:20:09เงี้ยก็คือเราดูมอนิเตอร์เรื่องของ
00:20:09 → 00:20:12ออกซิเจนในร่างกายของเราอีกอันนึงที่
00:20:12 → 00:20:14สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือเรื่องของตอนที่
00:20:14 → 00:20:16เราหลับนอนนั่นเองนะครับเนาะคือเรารู้
00:20:16 → 00:20:19อยู่แล้วแหละว่าเคยพูดไปะใน EP ก่อนนะ
00:20:19 → 00:20:21ครับเรื่องว่านอนมันเป็นยังไงมี remem มี
00:20:21 → 00:20:23นอนเรมอันเนี้ยเราสามารถตรวจและดูได้ด้วย
00:20:23 → 00:20:26ว่าเ่าเรามีนอนเร็มนานเท่าไหร่หรือเร็ม
00:20:26 → 00:20:29เนี่ยนานเท่าไหร่นะครับเนาะแต่อีกมีภาวะ
00:20:29 → 00:20:31นึงที่สำคัญมากคือ obstructive Sleep
00:20:31 → 00:20:35apne หรือภาวะหยุดหายใจขณะนอนนะครับเนาะ
00:20:35 → 00:20:37ภาวะนี้เนี่ยอันตรายมากเพราะว่าตัวคุณน่ะ
00:20:37 → 00:20:41นอนอยู่แล้วอยู่ดีหยุดหายใจไปเลยแล้วคน
00:20:41 → 00:20:44ไข้ส่วนมากก็คือจะสะดุ้งขึ้นมาหายใจแบบ
00:20:44 → 00:20:47เหมือนแบบหายใจหยุดหายใจไปทั่วขนาดแล้ว
00:20:47 → 00:20:49แบบเหมือนตะเกียดตะกายแบบเพราะว่า
00:20:49 → 00:20:52ออกซิเจนไม่พอแล้วอเจนไม่พอใช่เพราะว่า
00:20:52 → 00:20:54เอ่อคนพวกเนี้ยจะมีปัจจัยเสี่ยงเนาะมาก
00:20:54 → 00:20:56มายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสูบุหรี่โลก
00:20:56 → 00:20:58ประจำตัวโดยเฉพาะเรื่องของน้ำหนักตัวด้วย
00:20:58 → 00:21:01นะครับพวกเนี้ยมันจะทำให้เาเนี่ยตอนที่
00:21:01 → 00:21:04นอนลบนั่นเองเนี่ยมีการหยุดหายใจเ่าเพราะ
00:21:04 → 00:21:07ฉะนั้นการมอนิเตอร์ออกซิเจนตอนนอนเนี่ย
00:21:07 → 00:21:09มันก็สามารถบอกได้ว่าเฮ้ยมันลงไปต่ำเท่า
00:21:09 → 00:21:12ไหร่แล้วมันถึงขีดอันตรายแล้วนะซึ่งคุณ
00:21:12 → 00:21:15เนี่ยควรรีบไปหาหมอแล้วนะไม่ใช่ให้มันต่ำ
00:21:15 → 00:21:19กว่านั้นเพราะบางคนน่ะชะล่าใจอือพอมีภาวะ
00:21:19 → 00:21:22แรกๆเนี่ยตื่นมาแล้วไม่รู้สึกสดชื่นรู้
00:21:22 → 00:21:24สึกเหนื่อยทั้งวันแต่คิดว่าตัวเองเหนื่อย
00:21:24 → 00:21:26จากการทำงานหรือเปล่าหรือว่าเหนื่อยจากไป
00:21:26 → 00:21:29ออกกำลังกายพวกนี้แต่จรงๆไอเหนื่อยเนี่ย
00:21:29 → 00:21:31เพราะคุณขาดออกซิเจนนะไม่ใช่เหนื่อยเพราะ
00:21:31 → 00:21:33ว่าคุณเครียดนะใช่เพราะว่าเคยเจอเคส
00:21:33 → 00:21:35เหมือนกันว่าบอกว่ามีคนไข้มาหาเาก็บอกว่า
00:21:35 → 00:21:39หมอฉันน่ะก็นอนเยอะนะแต่แต่คนไข้อ่ะน้ำ
00:21:39 → 00:21:40หนักเยอะอันนี้น้ำหนักประมาณ 100 กลเป็น
00:21:40 → 00:21:43ผู้หญิงแล้วเขาก็มาหาแล้วว่าฉันเหนื่อย
00:21:43 → 00:21:45มากเลยอ่ะแต่ฉันนอนเนี่ยวันนึงเป็น 10
00:21:45 → 00:21:47ช่มเลยนะแต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่ดีฉัน
00:21:47 → 00:21:49เป็นอะไรเนึกว่าอุ๊ยฉันจะเป็นโรคลยหรือ
00:21:49 → 00:21:51เปล่าปรากฏไม่ให้ไปนี่แหละไปดูว่าไป
00:21:51 → 00:21:54มอนิเตอร์ดูเนาะตอนนอนว่าแบบคนไข้เป็นยัง
00:21:54 → 00:21:57ไงก็เลยทำสลปเทสคนไข้ไปปรากฏว่าโหคนไข้
00:21:57 → 00:22:00อ่ะหยุดหลับอ่ะขณะนอนน่ะประมาณ 30-40
00:22:00 → 00:22:02ครั้งเลยก็เลยทำให้บอกว่าเอ๊ะคุณน่ะต้อง
00:22:02 → 00:22:05ใส่ c84 เครื่องช่วยหายใจคือพอเขาใส่
00:22:05 → 00:22:07เครื่องช่วยหายใจปุ๊บก็อุ๊ยหมอฉันแบบ
00:22:07 → 00:22:09เหมือนคนละคนเลยแบบเฟรชมากก็เลยบอกว่าเออ
00:22:09 → 00:22:12จริงๆแล้วการนอนเ่ะเค้าเรียกว่าคุณคุณภาพ
00:22:12 → 00:22:14การนอนมันคือสำคัญมากนอกจากการที่เราจะดู
00:22:14 → 00:22:16ออกซิเจนแล้วเนี่ยมันก็มีอีกอันนึงที่
00:22:16 → 00:22:19สำคัญเนาะก็คือว่าดูว่าหัวใจคุณน่ะในการ
00:22:19 → 00:22:22นอนเป็นยังไงใช่มยหายหายใจเพียงพอหรือ
00:22:22 → 00:22:25เปล่าหอีกอันนึงก็คือดูพวก HRV HRV คือ
00:22:25 → 00:22:28heart rate viability ก็คือดูว่าร่าง
00:22:28 → 00:22:30่างกายของคุณเนี่ยเมื่อมีการเปลี่ยน
00:22:30 → 00:22:32กิจกรรมหัวใจของคุณมีการเต้นและเปลี่ยน
00:22:32 → 00:22:35แปลงมากน้อยแค่ไหนเพราะว่าเมื่อคุณมี HRV
00:22:35 → 00:22:37ที่สูงก็หมายถึงว่าร่างกายคุณ adapt หรือ
00:22:37 → 00:22:39เปลี่ยนแปลงกับกิจกรรมเหล่านั้นได้ดีแปล
00:22:39 → 00:22:42ว่าร่างกายคุณค่อนข้างแข็งแรงแต่ถ้าคุณมี
00:22:42 → 00:22:44HRV ที่ต่ำเช่นแบบแทนที่แบบคุณไปวิ่ง
00:22:44 → 00:22:46แล้วหัวใจมันจะเต้นสูงขึ้นแล้วก็มันต่ำลง
00:22:46 → 00:22:48ถ้าคุณพักอย่างรวดเร็วแล้วมันมีการ
00:22:48 → 00:22:50เปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อยเหมายถึงว่าร่าง
00:22:50 → 00:22:53กายคุณน่ะมีภาวะความเครียดค่อนข้างเยอะ
00:22:53 → 00:22:55อันนี้ก็เป็นหนึ่งในตัวที่เราสามารถบอก
00:22:55 → 00:22:57ได้ว่าเออร่างกายเราตอนนี้ฟิตพอมยหรือเรา
00:22:57 → 00:22:59มีภาวะความเครียดมากหรือเปล่าเพราะทุก
00:22:59 → 00:23:01อย่างอ่ะมันกระทบกับสุขภาพเราหมดเลยคราว
00:23:01 → 00:23:03นี้หมออยากเจาะลึกเกี่ยวกับการตรวจคลื่น
00:23:03 → 00:23:05ไฟฟ้าหัวใจหรือว่า ecg นิดนึงขอเรียกว่า
00:23:05 → 00:23:07ecg แล้วะกันเนาะเพราะว่าอะไรเพราะว่า
00:23:07 → 00:23:09จริงๆแล้วเมื่อเราอายุ 20 ปีขึ้นไปอ่ะทุก
00:23:09 → 00:23:12คนควรตรวจ ecg เพราะว่าเราอ่ะอาจจะไม่รู้
00:23:12 → 00:23:14ว่าเรามีการเต้นหัวใจที่ผิดปกติหรือเปล่า
00:23:14 → 00:23:16เพราะอย่างที่หมอจิมมี่พูดไปว่าบางคนน่ะ
00:23:16 → 00:23:19มีอาการหัวใจเต้นผิดปกตินะแต่ไม่รู้ตัว
00:23:19 → 00:23:21เลยฉะนั้นถ้าคุณตรวจนิดนึงก็ช่วยได้มัน
00:23:21 → 00:23:23เป็นแบบ basic screening Test มากที่
00:23:23 → 00:23:25คุณควรจะตรวจคุณก็แค่เข้าไปที่โรงพยาบาล
00:23:25 → 00:23:28ใช่ไหมมแล้วก็นอนบนเตียงติดแป๊ะๆๆนิดนึง
00:23:28 → 00:23:31ชาเจลอ่าแล้วภายใน 5 นาทีมันก็ส่งสัญญาณ
00:23:31 → 00:23:34คลื่นออกมาเป็นกราฟให้คุณดูเลยกราฟเหล่า
00:23:34 → 00:23:36เนี้ยเป็นการบอกว่าสัญญาณคลื่นหัวใจของ
00:23:37 → 00:23:39คุณน่ะในหัวใจทำงานเป็นยังไงบ้างมันส่ง
00:23:39 → 00:23:42สัญญาณไปที่หัวใจข้องบนหัวใจห้องล่างเต้น
00:23:42 → 00:23:45พร้อมกันมจังหวะเป็นยังไงเร็วหรือช้าไป
00:23:45 → 00:23:47หรือเปล่าถ้าเร็วเกินไปก็เป็นโรคหัวใจ
00:23:47 → 00:23:50เต้นเร็วอย่าหมอจิมมี่พูดช้าไปเป็นหัวใจ
00:23:50 → 00:23:52ที่เต้นช้าไปหรือว่าถ้ามันเต้นแบบิดปปกติ
00:23:52 → 00:23:54ไปเลยอย่างเงี้ยเออก็เป็นอีก category
00:23:54 → 00:23:57นึงเนาะฉันเลยอยากบอกว่าการตรวจ ecg เป็น
00:23:57 → 00:23:59อะไรที่สำคัญแต่ว่าว่าถ้าเราจะไปโรง
00:23:59 → 00:24:01พยาบาลทุกๆครั้งเลยก็อาจจะยากก็เลยแบบว่า
00:24:01 → 00:24:03อาจจะมีอะไรสักอย่าง smart watch ก็ได้
00:24:03 → 00:24:05Smart D ก็ได้ที่สามารถตรวจแบแค่ผิด
00:24:05 → 00:24:07ปกตินิดนึงอ่ะก็สามารถช่วยคุณได้แล้วว่า
00:24:07 → 00:24:09เออคุณน่ะควรจะไปโรงพยาบาลแล้วนะอย่าง
00:24:09 → 00:24:11เมื่อกี้ที่หมอเอมมี่พูดมาเรื่องของ Smart
00:24:11 → 00:24:13Device เนี่ยก็ไปอ่านมาเจอวิจัยนึงแล้ว
00:24:14 → 00:24:17กันเขาบอกว่าเขาอยากดูว่าเรื่องของการใส่
00:24:17 → 00:24:20Smart Watch เนี่ยมันสามารถตรวจหรือ
00:24:20 → 00:24:22detect เรื่องของการผิดปกติของจังหวะ
00:24:22 → 00:24:24เต้นของหัวใจหรือเปล่านะครับเาก็เอาคนมา
00:24:24 → 00:24:27ประมาณ 41,000 คนนะครับเนาะที่ไม่เคยเป็น
00:24:27 → 00:24:31โรคหัวใจมาก่อนนะอือแล้วใส่เครื่อง
00:24:31 → 00:24:34เครื่องวซเนี้ยตลอดเวลาเลยระยะเวลาประมาณ
00:24:34 → 00:24:37117 วันแล้วดูไปว่ามีอาการอะไรหรือเปล่า
00:24:37 → 00:24:40สำบคนที่ไม่มีอาการก็ดีสำหรับเขาแปลว่า
00:24:40 → 00:24:44เขาไม่มีโรคนี้แต่ถ้ามีการผิดปกติของ
00:24:44 → 00:24:47จังหวะเต้นของหัวใจแบบไม่ฉุกเฉินนะทางโรง
00:24:47 → 00:24:49พยาบาลก็จะส่งเครื่อง ecg แบบ Real Time
00:24:49 → 00:24:52มาให้ที่บ้านแล้วติดดูว่าเป็นยังไงหรือ
00:24:52 → 00:24:54เปล่าแต่สำหรับคนฉุกเฉินแน่นอนต้องไปโรง
00:24:54 → 00:24:57พยาบาลนะครับเนาะพอผ่านไปทั้งหมด 117 วัน
00:24:57 → 00:25:00แล้วเนี่ยก็เลยเอาผลมาดูสำหรับคนที่มี
00:25:00 → 00:25:02จังหวะเต้นหัวใจที่ผิดปกติที่โชว์ใน
00:25:02 → 00:25:05เรื่องของ smart watch เนี่ยก็เอามา comp
00:25:05 → 00:25:07กับเครื่อง ecg ที่มันตรวจแบบเร Time
00:25:07 → 00:25:10จังหวะเต้นของหัวใจสรุปแล้วว่ามันคล้าย
00:25:10 → 00:25:13และตรงกันมากถึง 84% เลยทีเดียวแล้วคราว
00:25:13 → 00:25:15นี้เราก็มาดูว่าเอ้ยมันเป็นประเภทไหนอีก
00:25:15 → 00:25:18ของจังหวะเต้นของหัวใจที่ผิดปกติสรุปแล้ว
00:25:18 → 00:25:22ในตรงเนี้ยทั้งหมดเนี่ยมีทั้งหมด 35% ที่
00:25:22 → 00:25:25เป็นโรค aip นั่นเองเพราะฉะนั้นเขาก็เลย
00:25:25 → 00:25:28มีข้อสันนิษฐานว่าการใส่พวก Smart วพวก
00:25:28 → 00:25:31นี้เนี่ยมันสามารถทำให้คุณติดตามสุขภาพ
00:25:31 → 00:25:34ของคุณและป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ในอนาคต
00:25:34 → 00:25:37ครับอืส่วนของทางพี่ที่ไปดูเหมือนกันเนาะ
00:25:37 → 00:25:39ก็คือว่าอย่างของหมอไปดูก็จะพบว่ามันมี
00:25:40 → 00:25:42อีก study นึงเหมือนกันที่ทำในคนไข้
00:25:42 → 00:25:45ประมาณ 100 คนคนไข้ 100 คนเนี่ยคือแบบมี
00:25:45 → 00:25:47ปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจอ่ะมีปัญหาซึ่งลิ้น
00:25:48 → 00:25:49หัวใจต้องบอกก่อนว่าเรามีหัวใจ 4 ห้องใช่
00:25:49 → 00:25:52มั้ยอันนี้เป็นลิ้นหัวใจในห้องบนเนาะก็
00:25:52 → 00:25:54คือห้องบนมันเปิดปิดได้ไม่ดีทำให้หัวใจ
00:25:54 → 00:25:56ข้างบนส่งเลือดมาข้างล่างได้ไม่ค่อยโอเค
00:25:56 → 00:25:58ก็คือพอมีปัญหาปุ๊บเนี่ยเค้าก็เลยต้อง
00:25:58 → 00:26:00เปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียมใส่ลิ้นหัวใจ
00:26:00 → 00:26:02เทียมโดยการใส่สายสวนก็คือไม่ได้ผ่าตัด
00:26:02 → 00:26:05ใหญ่ใส่สายสวนเข้าไปเลยคราวนี้พอใส่สาย
00:26:05 → 00:26:07สวนเสร็จปุ๊บเปลี่ยนลิ้นหัวใจเสร็จปุ๊บ
00:26:07 → 00:26:10เนี่ยเค้าก็เลยมาให้คนไข้เยใส่พวกสรวดู
00:26:10 → 00:26:13เนาะเพื่อจะดูว่าเอ๊ะคนไข้เนี่ยหัวใจเต้น
00:26:13 → 00:26:16เป็นยังไงจังหวะถูกต้องมยเร็วไปช้าไปหรือ
00:26:16 → 00:26:19เปล่าเพื่ออะไรเพื่อป้องกันการเกิดโรค
00:26:19 → 00:26:21แทรกซ้อนอันนี้อันที่ 1 อันที่ 2 เนี่ย
00:26:21 → 00:26:24การใส่สิ่งเหล่าเนี้ยปรากฏพบว่ามันสามารถ
00:26:24 → 00:26:27ช่วยที่ไม่ให้หมอเนี่ยต้องต้องใส่เครื่อง
00:26:27 → 00:26:29เค้าเรียกเครื่องเครื่องเสมอเนาะหรือ
00:26:29 → 00:26:32เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจโดยที่ไม่จำเป็น
00:26:32 → 00:26:36อ่าคนที่เจอเต้นผิดปกติก็ค่อยใส่เพส maker
00:26:36 → 00:26:38ไงส่วนคนที่ไม่เจอคุณก็ไม่จำเป็นต้องใส่
00:26:38 → 00:26:41แล้วพอมาเปรียบเทียบนะกับคนที่ใช้เครื่อง
00:26:41 → 00:26:43ecg เนี่ยก็ไม่ค่อยต่างกันเลยก็เห็นได้
00:26:43 → 00:26:45ว่าการที่เราใส่ Smart Watch เนี่ยแล้ว
00:26:45 → 00:26:48กับคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดพวกลิ้นหัวใจมา
00:26:48 → 00:26:50เนี่ยก็ทำให้มันได้ผลค่อนข้างดีประหยัด
00:26:50 → 00:26:52เงินได้แล้วก็ป้องกันโรคในอนาคตได้ด้วย
00:26:53 → 00:26:54อย่างที่หมอได้พูดไปตั้งแต่ต้นเนาะว่า
00:26:54 → 00:26:57เวลาไปดำน้ำเนี่ยก็ชอบใส่สรวเป็นประจำ
00:26:57 → 00:26:59หรือว่าเวลาตรวจคนไ้ก็ใส่มาเลยเหมือนกัน
00:26:59 → 00:27:02วันเนี้ยดีใจมากที่กินน่ะได้ส่ง smart
00:27:02 → 00:27:05watch กินเวนู 3 มาให้เพราะว่ากินเวนู 3
00:27:05 → 00:27:08เนี่ยสามารถตรวจ ecg ได้ด้วยการตรวจ ecg
00:27:08 → 00:27:10ก็คือการมอนิเตอร์หัวใจที่เราได้บอกไป
00:27:10 → 00:27:13ก่อนหน้านี้เนาะแล้วก็ที่สำคัญมันสามารถ
00:27:13 → 00:27:16ตรวจ sinus rit เนาะหรือว่าการเต้นของ
00:27:16 → 00:27:18หัวใจข้างบนและข้างล่างเนี่ยเต้นเป็นปกติ
00:27:19 → 00:27:21สม่ำเสมอกันหรือเปล่าอันนี้อันที่ 1 2
00:27:21 → 00:27:24การตรวจจัดภาวะหัวใจห้องมนเต้นสั่นพิ้ว
00:27:24 → 00:27:26หรือว่าภาวะ aip ที่เราพูดกันเนาะก็คือ
00:27:26 → 00:27:29ว่าหัวใจ aip เนี่ยคือมันเต้นเ้ๆๆข้างบน
00:27:29 → 00:27:31ใช่มั้ยแล้วมันเต้นได้ไม่โอเคมันเต้นเร็ว
00:27:31 → 00:27:33ไปแล้วมันส่งเลือดไปไม่ได้คราวนี้พอเรา
00:27:33 → 00:27:36ใส่นาฬิกาเนี่ยเราก็จะได้รู้ว่าเอ๊ะเรามี
00:27:36 → 00:27:39aip บ่อยแค่ไหนเป็นเมื่อไหร่กินยาแล้ว
00:27:39 → 00:27:41มันช่วยได้มหรือว่ายังเหนื่อยมากเกินไปม
00:27:41 → 00:27:43เพื่อที่จะทำให้แพทย์อ่ะได้ข้อมูลแล้วก็
00:27:43 → 00:27:46ไปประกอบการวินิจฉัยอันที่ 3 ก็คือการ
00:27:46 → 00:27:49ตรวจว่าเราเนี่ยมีอัตราการเต้นของหัวใจ
00:27:49 → 00:27:52ช้าหรือเร็วไปหรือเปล่าเช่นเรากินยาควบ
00:27:52 → 00:27:54คุมการเต้นหัวใจอยู่บางทีมันอาจจะช้าเกิน
00:27:54 → 00:27:57แล้วทำให้เวียนหัวหน้ามืดไงยืนปุ๊บทีอุ๊ย
00:27:57 → 00:28:00มึนทีอย่างเงี้ยหรือบางทีแบบว่ามีเริ่มมี
00:28:00 → 00:28:02ภาวะไทรรอยด์สูงงเกินไปอย่างนี้ใช่มยก็ทำ
00:28:02 → 00:28:04ให้หัวใจเต้นเร็วมากอุ๊ยเหนื่อยจังเลยไม่
00:28:04 → 00:28:06โอเคแลฉะนั้นการที่เราใส่นาฬิกาเนี่ยก็
00:28:06 → 00:28:09สามารถทำให้เราได้ข้อมูลแต่ข้อมูลเหล่า
00:28:09 → 00:28:11เนี้ต้องไปดูในการ B Connect นะพอเราไป
00:28:11 → 00:28:13ดูในการ B Connect เนี่ยเราสามารถเซฟ
00:28:13 → 00:28:15เป็น PDF แล้วสามารถส่งให้แพทย์ได้ด้วย
00:28:15 → 00:28:17ว่าเอ๊ะตอนเนี้ที่เราใส่มาทั้งหมดอ่ะข้อ
00:28:17 → 00:28:20มูลเป็นอย่างนี้แพทย์จะได้เอาข้อมูลเนี่ย
00:28:20 → 00:28:22ไปประกอบการวินิจฉัยแล้วก็รักษาได้ต่อ
00:28:22 → 00:28:24เนื่องว่าเอ๊ะคุณดีขึ้นหรือคุณแย่ลงคราว
00:28:24 → 00:28:26นี้เนี่ยก็อาจจะมีปัญหาว่าทำไมใส่นาฬิกา
00:28:26 → 00:28:28แล้วประมวลผลไม่ได้เพราะว่าบางทีเนี่ยคน
00:28:29 → 00:28:31ไข้อาจจะใส่แบบหลวมเกินไปพอใส่แล้วมันไม่
00:28:31 → 00:28:33สัมผัสกับผิวอ่ะมันก็เลยแบบไม่เห็นค่าไง
00:28:34 → 00:28:36ประมวลไม่ได้ก็คือให้ใส่ให้มันพอดีกับผิว
00:28:36 → 00:28:39นิดนึงจะได้สัมผัสได้แล้วก็มีแบบอันที่ 2
00:28:39 → 00:28:42ก็คือคุณน่ะอาจจะใส่นะแต่คุณแบบแคทีมาก
00:28:42 → 00:28:44วิ่งอยู่อะไรอยู่อย่างเงี้ยในระยะเวลา 30
00:28:44 → 00:28:47นาทีพอคุณไม่นิ่งเนี่ยมันก็สามารถจับ
00:28:47 → 00:28:49สัญญาณได้ไม่ค่อยโอเคก็เลยอยากแนะนำว่า
00:28:49 → 00:28:52ให้คุณนิ่งนิดนึงเนาะเพื่อที่สัญญาณเนี่ย
00:28:52 → 00:28:54มันจะได้จับกับผิวหนังของคุณแล้วก็ประมวล
00:28:54 → 00:28:56ผลได้อย่างแม่นยำจะได้รู้ว่าตอนเนี้ยจริง
00:28:56 → 00:28:58ๆแล้วอ่ะร่างกายคุณเป็นยังไงคุณโอเคหรือ
00:28:59 → 00:29:01ไม่โอเคหรือเปล่าหมอก็ได้ลองใช้นาฬิกา
00:29:01 → 00:29:03รุ่นเมาประมาณ 1 เดือนแล้วก็รู้สึกชอบมาก
00:29:03 → 00:29:05เพราะว่ามันมีฟีเจอร์ที่มันเหมาะกับตัว
00:29:05 → 00:29:07เราอย่างแรกเลยเนี่ยฟีเจอร์เรื่องของการ
00:29:07 → 00:29:09นอนแล้วะกันเพราะว่าตัวหมอเองอ่ะเป็นคน
00:29:09 → 00:29:12ตื่นเช้ามากประมาณ 5:30 นอย่างแรกที่ทำ
00:29:12 → 00:29:14คือไปออกกำลังกายออกกำลังกายประมาณ 1 ชม
00:29:14 → 00:29:16ครึหลังจากนั้นก็จะทำงานทั้งวันเพราะ
00:29:16 → 00:29:19ฉะนั้นเนี่ยการทำงานทั้งวันมันก็เหนื่อย
00:29:19 → 00:29:21มากเนาะเราทั้งเจอคนไข้ไหนจะสอนหนังสือ
00:29:22 → 00:29:24ไหนจะทำพแสอย่างงนี้อีกถูกมั้ยเพราะ
00:29:24 → 00:29:26ฉะนั้นเนี่ยพอตอนตกเย็นแล้วเนี่ยเหนื่อย
00:29:26 → 00:29:30ก็อยากได้การนอนที่มันมีประสิทธิภาพที่ดี
00:29:30 → 00:29:32ที่สุดสำหรับร่างกายของเราเพราะว่าทั้ง
00:29:32 → 00:29:34ออกกำลังกายทั้งใช้สมองด้วยทั้งเหนื่อย
00:29:34 → 00:29:37ด้วยเจะกลับบ้านอีกการนอนเนี่ยก็อยากให้
00:29:37 → 00:29:39มันมีการ recovery เรื่องของ remem และ
00:29:39 → 00:29:43นอน remem ว่าเอ้ยระยะเวลา remem เนี่ย
00:29:43 → 00:29:45หรือไ Sleep อ่ะประมาณเท่าไหร่หรือ Deep
00:29:45 → 00:29:47Sleep เรื่องของเรมเนี่ยประมาณเท่าไหร่
00:29:47 → 00:29:49อย่างดีๆที่เราเคยคุยกันเนาะก็ประมาณ 2-3
00:29:50 → 00:29:52ชั่วโมงเรื่องของ Deep Sleep เราหมอก็
00:29:52 → 00:29:55เลยเอามาใช้ว่าเอ้ยมันนอนได้ถึงขนาดนั้นร
00:29:55 → 00:29:58หรือเปล่าเพราะว่าอยากตื่นมาแล้วรู้สึกสด
00:29:58 → 00:30:01ชื่นรู้สึกว่าเออการนอนคืนเนี้ยมันได้
00:30:01 → 00:30:03ฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเต็มที่แล้วร่างกาย
00:30:03 → 00:30:05มันได้ผ่อนคลายและอีกฟีเจอร์นึงที่ชอบก็
00:30:05 → 00:30:08คือเรื่องของ HRV นั่นเองอย่างที่หมอเอี่
00:30:08 → 00:30:10ได้อธิบายไปคือเรื่องของความเครียดในร่าง
00:30:10 → 00:30:13กายของเราเนาะการที่ HRV มันบอกเนี่ยเรา
00:30:13 → 00:30:15จะได้รู้ว่าเฮ้ยเราต้องปรับเปลี่ยนสุขภาพ
00:30:15 → 00:30:18อะไรของเราบ้างหรือเปล่าหรือว่าต้องไปทาน
00:30:18 → 00:30:20อาหารให้ดีมากขึ้นหรือว่าต้องนั่งสมาธิ
00:30:20 → 00:30:23ผ่อนคลายกับความเครียดที่เราเจอในแต่ละ
00:30:23 → 00:30:25วันเพราะฉะนั้นเนี่ยไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:30:25 → 00:30:27ของแอปพลิเคชันเรื่อง Sleep หรือว่า
00:30:27 → 00:30:29เรื่องของของ HRV เนี่ยหมอก็เอามารวมกัน
00:30:29 → 00:30:31แล้วจะได้มาปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่มัน
00:30:31 → 00:30:34เหมาะสมกับตัวหมอมากยิ่งขึ้นแต่อยากบอกนะ
00:30:34 → 00:30:36ครับว่าอุปกรณ์พวกเนี้ยไม่ใช่อุปกรณ์ทาง
00:30:36 → 00:30:38การแพทย์เนาะเพราะฉะนั้นน่ะเอาไว้
00:30:38 → 00:30:41วินิจฉัยโรคไม่ได้คุณยังต้องไปที่โรง
00:30:41 → 00:30:44พยาบาลอยู่ดีนะครับเนาะแต่อย่างน้อย
00:30:44 → 00:30:47อุปกรณ์เนี้ยมันสามารถให้คุณติดตามเรื่อง
00:30:47 → 00:30:49ของสุขภาพไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจังหวะ
00:30:49 → 00:30:52เต้นของหัวใจการวัดค่าออกซิเจนหรือคัดวัด
00:30:52 → 00:30:55ค่าเรื่องของการนอนนะครับบางคนเนี่ยอาจจะ
00:30:55 → 00:30:59ไว้ตั้งเป็นโกเลยว่าก่อนออกกำลังกายอยาก
00:30:59 → 00:31:02ได้ารเรทเท่านี้นะนอนต้องได้เท่านี้นะ
00:31:02 → 00:31:05เพราะฉะนั้นคุณก็ทำให้พัฒนาสุขภาพของคุณ
00:31:05 → 00:31:08เ่ะดีไปยิ่งขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
00:31:08 → 00:31:12ไม่ใช่ว่าใส่ๆถอดๆคุณต้องใส่มันอย่างต่อ
00:31:12 → 00:31:14เนื่องเราจะได้เห็นแพทเทิร์นด้วยว่าร่าง
00:31:14 → 00:31:16กายของคุณเป็นยังไงอย่างยกตัวอย่างะกัน
00:31:16 → 00:31:18สมมุติคุณอยากรู้ว่าการนอนของคุณเป็นยัง
00:31:18 → 00:31:21ไงถูกมยคุณก็ควรใส่มันทั้งคืนคุณจะได้รู้
00:31:21 → 00:31:25ว่าการนอนเอ่อ Deep Sleep Light Sleep
00:31:25 → 00:31:27ระยะเวลาเท่าไหร่มันสลับกันยังไงมากน้อย
00:31:27 → 00:31:29แค่ไหนนะครับแล้วจะได้มาดูว่าเออ
00:31:29 → 00:31:32ประสิทธิภาพของการนอนคุณดีหรือเปล่าหรือ
00:31:32 → 00:31:34สำหรับคนที่สนใจเรื่องของจังหวะเต้นของ
00:31:34 → 00:31:37หัวใจนะครับเนาะก็ใส่มันตลอดเวลานะครับ
00:31:37 → 00:31:41เนาะไม่ว่าจะคุณจะกินข้าวทำงานออกกำลัง
00:31:41 → 00:31:43กายคุณจะได้รู้ว่าเวลาที่คุณเนืยนิ่ง
00:31:43 → 00:31:45เนี่ยอจังหวะเต้นเท่าไหร่โอเคหรือเปล่า
00:31:45 → 00:31:47แล้วคุณที่ออกกำลังเวลาที่คุณออกกำลังกาย
00:31:47 → 00:31:50เนี่ยมันสูงเกินไปหรือเปล่านะครับเนาะรวม
00:31:50 → 00:31:52ๆทั้งหมดเนี่ยมันก็จะได้มาดูว่าหัวใจของ
00:31:52 → 00:31:55คุณน่ะกำลังเต้นถูกจังหวะหรือปกติหรือ
00:31:55 → 00:31:58เปล่านั่นเองและนี่คือ do ST พสที่หมอ
00:31:58 → 00:32:00และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจะมาพูดคุย
00:32:00 → 00:32:03ประเด็นเรื่องสุขภาพต่างๆถ้าชอบคทนแนวนี้
00:32:03 → 00:32:05ฝากกด Like Subscribe และเป็นกำลังใจให้
00:32:05 → 00:32:07หมอทั้ง 2 คนด้วยนะครับสวัสดีครับสวัสดี
00:32:07 → 00:32:10ค่ะ