00:00:13 → 00:00:19[เพลง]
00:00:19 → 00:00:23tn and Health เราจะรวบรวมความรู้ทาง
00:00:23 → 00:00:26ด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
00:00:26 → 00:00:29พร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุกประเด็น
00:00:29 → 00:00:33สุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุมมองของ
00:00:33 → 00:00:35แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ทางด้าน
00:00:35 → 00:00:40ต่างๆ TNN He เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริม
00:00:40 → 00:00:44ภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:00:44 → 00:00:50[เพลง]
00:00:56 → 00:01:00โรคเอ่อผืนภูมิแพผิวหนังก็เป็นรโรคผิว
00:01:00 → 00:01:02หนังชนิดนึงนะคะที่มีการอักเสบของผิวหนัง
00:01:02 → 00:01:05เหมือนกับว่ามีการอักเสบเป็นๆหายๆซึ่งอาจ
00:01:05 → 00:01:07จะมีปัจจัยหลายๆอย่างที่มากระตุ้นทำให้
00:01:07 → 00:01:10ผิวหนังมันกำเริบขึ้นมาสาเหตุเนี่ยจริงๆ
00:01:10 → 00:01:12แล้วเนี่ยมันก็จะมีปัจจัย 3 อย่างในการ
00:01:12 → 00:01:14เกิดโรคนะคะก็คือปัจจัยที่ 1 ก็คือ
00:01:14 → 00:01:17กรพันธ์หมาว่าคนไข้บางคนเนี่ยมีความ
00:01:17 → 00:01:20เสี่ยงของตัวเองอยู่ละที่จะทำให้เกิดโรค
00:01:20 → 00:01:23ขึ้นมาบวกกับผิวหนังที่มีการสร้างขึ้นมา
00:01:23 → 00:01:26อย่างผิดปกติคืออาจจะไม่สมบูรณ์หรืออาจจะ
00:01:26 → 00:01:29ทำงานได้ไม่เต็มที่พวกนี้ก็ทำให้มีโอกาส
00:01:29 → 00:01:31ถูกกระตุ้นจสิ่งแวดล้อมภายนอกง่ายขึ้น
00:01:31 → 00:01:33แล้วกลุ่มที่ 3 ก็คือกลุ่มที่เกิดจากสิ่ง
00:01:33 → 00:01:36แวดล้อมภายนอกที่มากระตุ้นทำให้อักโรคเี่
00:01:36 → 00:01:39มันกำเริบขึ้นมาแต่ว่าโรคืนพุงแพ้ผิวหนัง
00:01:39 → 00:01:42นี่ไม่ใช่โรคติดเชื้อนะคะไม่ติดต่อ
00:01:42 → 00:01:46[เพลง]
00:01:46 → 00:01:49ค่ะสิ่งที่กระตุ้นทำให้เกิดภูมิแพ้ผิว
00:01:49 → 00:01:51หนังเนี่ยก็จะมีตั้งแต่อาจจะเป็นเรื่อง
00:01:51 → 00:01:54ของอากาศอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปหรือ
00:01:54 → 00:01:56อุณหภูมิที่เย็นเกินไปอย่างเงี้นะคะ
00:01:56 → 00:01:59เหงื่อออกคนไข้บางคนจะบอกว่าพอออกกำลัง
00:01:59 → 00:02:02แล้วไปวิ่งหรืออะไรเงี้ยออกแล้วก็คันหรือ
00:02:02 → 00:02:04อาจจะเกิดจากอาหารเช่นทานอาหารบางชนิด
00:02:04 → 00:02:07แล้วผืมันกำเริบมากขึ้นนะคะสารระคายเคือง
00:02:08 → 00:02:10ต่างๆเช่นอาจจะเป็นพวกน้ำยาซักล้างหรือ
00:02:10 → 00:02:12อะไรที่มันค่อนข้างมีความเป็นกรดเป็นด่าง
00:02:12 → 00:02:14ที่ค่อนข้างระคายคืองกับผิวหนังทำให้ผิว
00:02:14 → 00:02:17หนังของคนที่เหมือนกับบางคนผิวหนังเไม่
00:02:17 → 00:02:19ค่อยดีอยู่แล้วไงคือสร้างมาก็ไม่ค่อย
00:02:19 → 00:02:21สมบูรณ์อยู่ะพอมันมีตัวกระตุ้นเข้ามา
00:02:21 → 00:02:24เนี่ยมันก็ทำให้ผืเนี่ยกำเริบขึ้นมา
00:02:24 → 00:02:28[เพลง]
00:02:28 → 00:02:31ได้จริงๆแล้วเนี่ยผื่นผิวหนังเนี่ยมันก็
00:02:31 → 00:02:33มีหลายโรคมันก็จะมีกลุ่มที่ติดเชื้อกับ
00:02:33 → 00:02:36ไม่ติดเชื้อใช่มั้ยคะถ้ากลุ่มที่เป็น
00:02:36 → 00:02:38ลักษณะที่มีผื่นแดงที่ผิวหนังก็ต้องแยกไป
00:02:38 → 00:02:41จากเพื่อูผืนภูมิแพ้สัมผัสค่ะซึ่งผืนแพ้
00:02:41 → 00:02:44สัมผัสเนี่ยต้องเป็นผืนแพ้สัมผัสเนผืนแพ้
00:02:44 → 00:02:46สัมผัสเนี่ยเป็นผืนที่เกิดจากการแพ้สาร
00:02:46 → 00:02:49ที่มาสัมผัสค่ะเป็นคนโรคกับผื่นภูมิแพ้
00:02:49 → 00:02:52ผิวหนังค่ะแต่คนไข้ที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิว
00:02:52 → 00:02:54หนังเนี่ยอาจจะมีผื่นแพ้สัมผัสร่วมด้วย
00:02:54 → 00:02:56ได้นะคะแต่พื้นแพ้สัมผัสเนี่ยมักจะต้องมี
00:02:56 → 00:03:00ประวัติว่าสัมผัสสารที่แพ้แพ้เช่นสมมุติ
00:03:00 → 00:03:05ว่าแพ้โลหะใส่ต้มหูหรือใส่แหวนก็จะมีผืด
00:03:05 → 00:03:07เฉพาะบริเวณที่สัมผัสหรืออาจจะเป็นคนที่
00:03:08 → 00:03:11เป็นเอ่อช่างก่อสร้างค่ะแล้วก็โดนปูน
00:03:11 → 00:03:14ซีเมนต์ก็ทำให้มีผืนบริเวณที่สัมผัสค่ะ
00:03:14 → 00:03:17แต่ขณะที่ผืนภูมิแพ้ผิวหนังเนี่ยไม่ผื่น
00:03:17 → 00:03:19เนี่ยมีการลักษณะการกระจายของผื่นที่แตก
00:03:19 → 00:03:21ต่างกันไปค่ะอันอื่นก็อาจจะต้องไปแยกจาก
00:03:21 → 00:03:24โรคผิวหนังอักเสบอื่นๆเช่นเิเมตติซึ่งก็
00:03:24 → 00:03:26จะมีผื่นเฉพาะบริเวณที่หน้าหรือแยกจากพวก
00:03:27 → 00:03:29โรคติดเชื้อพวกเชื้อรากะเกือนอะไรพวกเค่ะ
00:03:29 → 00:03:32ก็จะมีลักษณะผื่นที่คล้ายกันหรือกลุ่ม
00:03:32 → 00:03:33สะเก็ดเงินค่ะแต่ว่ายังไงก็ตามเนี่ย
00:03:33 → 00:03:36ลักษณะผื่นเมันไม่เหมือนกันดังนั้นเนี่ย
00:03:36 → 00:03:38แพทย์ผู้รักษาก็จะเป็นคนพิจารณาดูผืนแล้ว
00:03:38 → 00:03:45ก็ดูประวัติแล้วก็ให้การวินิจชัย
00:03:45 → 00:03:48คือจริงๆแล้วคนไข้แต่ละคนเนี่ยจะมีความ
00:03:48 → 00:03:51รุนแรงไม่เท่ากันค่ะโชคดีที่คนไข้ส่วน
00:03:51 → 00:03:53ใหญ่ส่วนใหญ่นะคะมักจะไม่รุนแรงหมายคาม
00:03:53 → 00:03:56ว่าเป็นแล้วเนี่ยคนไข้ก็สามารถจะเหมือน
00:03:56 → 00:04:00กับว่าอ่าปรับการดำเนินชีวิตนิดนึงอะไค่ะ
00:04:00 → 00:04:02หรือว่าเมื่ออโตขึ้นเนี่ยส่วนใหญ่อาการก็
00:04:02 → 00:04:05จะดีขึ้นค่ะแต่ก็จะมีคนไข้ส่วนหนึ่งแต่
00:04:05 → 00:04:08เป็นส่วนน้อยที่โรคเนี่ยอาจจะรุนแรงทำให้
00:04:08 → 00:04:11อาจจะต้องพบแพทย์หรือว่าถึงแม้จะพบแพทย์
00:04:11 → 00:04:13แล้วเนี่ยให้การรักษาด้วยยาทาธรรมดาเนี่ย
00:04:13 → 00:04:16อาจจะไม่ได้ผลอาจจะต้องใช้ยากินหรือเป็น
00:04:16 → 00:04:19ยากดภูมิอะไรอย่างเงี้ยค่ะก็จะทำให้คน
00:04:19 → 00:04:21กลุ่มนี้ก็จะมีผลกับคุณภาพชีวิตคนไข้ค่อน
00:04:21 → 00:04:24ข้างมากค่ะค่ะที่หลักๆเนี่ยก็คือโรคเยมัน
00:04:24 → 00:04:26จะเป็นเเรียกว่า atopic มาชคือเหมือนกับ
00:04:26 → 00:04:29เป็นโรคที่มันเป็นมาด้วยกันเป็นกลุ่มก้อน
00:04:29 → 00:04:31ค่ะหมายคามว่าคนไข้ก็จะมีผืนภูมิแพ้ผิว
00:04:31 → 00:04:33หนังบางคนก็จะมีเรื่องของแพ้อากาศบางคนก็
00:04:33 → 00:04:37มีเรื่องหอผืดนะคะซึ่งคนที่มีผืนภูมิแพ้
00:04:37 → 00:04:39ผิวหนังเนี่ยจะมีโอกาสแพ้อากาศร่วมด้วยนะ
00:04:39 → 00:04:43คะประมาณซัก 30 -50% แล้วก็จะมีโอกาสที่
00:04:43 → 00:04:46จะมีหอบืดร่วมด้วยเนี่ยประมาณสัก 15 -3%
00:04:46 → 00:04:48แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมีทั้ง 3 อย่าง
00:04:48 → 00:04:51คือบางคนอาจจะมีเรื่องเดียวบางคนอาจจะมี 2
00:04:51 → 00:04:53เรื่องหรือ 3 เรื่องค่ะก็แล้วแต่ความรุน
00:04:53 → 00:04:55แรงของแต่ละ
00:04:55 → 00:04:58[เพลง]
00:04:58 → 00:05:02คนอันแรกที่สำคัญที่สุดคือกรพันธ์นะคะคือ
00:05:02 → 00:05:04หมายความว่าพ่อแม่สมมุติว่าพ่อเป็นแม่
00:05:04 → 00:05:08เป็นอย่างเงี้ยค่ะคือคนที่พ่อหรือแม่เป็น
00:05:08 → 00:05:11คนเดียวลูกจะมีโอกาสเป็นมากขึ้นเนี่ย
00:05:11 → 00:05:14ประมาณสัก 30% หมายความว่ามีลูกมาเนี่ยมี
00:05:14 → 00:05:16โอกาสเป็น 30% ถ้าเป็นทั้งคู่หมายถึงพ่อ
00:05:16 → 00:05:19ก็เป็นภูมิแพ้แม่ก็เป็นภูมิแพ้เนี่ยความ
00:05:19 → 00:05:21เสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% ค่ะก็คือมี
00:05:21 → 00:05:24ความเสี่ยงมากขึ้นแต่ไม่ได้เกิดทุกคนถ้า
00:05:24 → 00:05:27เป็นโรคผืนภูมิแพ้ผิวหนังเนี่ยค่ะคนไข้
00:05:27 → 00:05:30ส่วนใหญ่จะเป็นในเด็กส่วนใหญ่นะคะหมาย
00:05:30 → 00:05:33ความว่า 80% เนี่ยมีอาการเริ่มมีอาการภาย
00:05:33 → 00:05:37ใน 5 ปีนะคะพอพอพออายุเยอะขึ้นเนี่ยตัว
00:05:37 → 00:05:40โรคก็จะค่อยๆดีขึ้นค่ะแต่ก็จะมีคนไข้ส่วน
00:05:40 → 00:05:43หนึ่งไม่มากนะสัก 15% เนี่ยค่ะเริ่มมี
00:05:43 → 00:05:46อาการหุ่นภูมิแพ้ผิวหนังในวัยผู้ใหญ่ค่ะ
00:05:46 → 00:05:48ซึ่งพบว่าปัจจุบันเยค่ะอาจจะเป็นเรื่อง
00:05:48 → 00:05:50ของการดำเนินชีวิตหรือสิ่งแวดล้อมที่มัน
00:05:50 → 00:05:52เปลี่ยนไปอ่ะค่ะพบว่าอุบัติการณ์ของการ
00:05:52 → 00:05:53เกิดภูมิแพ้ผิวหนังเนี่ยเพิ่มมากขึ้น
00:05:53 → 00:05:55เรื่อยๆ
00:05:55 → 00:05:58[เพลง]
00:05:58 → 00:06:00ค่ะ
00:06:00 → 00:06:02คืออย่างที่บอกตอนแรกว่าโรคนี้มันหายได้
00:06:02 → 00:06:05เองเมื่ออายุเยอะขึ้นอาจจะที่โรคสงบลงไป
00:06:05 → 00:06:06มากกว่าเหมือยกว่าความรุนแรงลดลงไปเรื่อย
00:06:07 → 00:06:09ๆนะคะซึ่งถ้าสมมุติว่าเป็นแล้วเนี่ยเราก็
00:06:09 → 00:06:12ต้องหนึแล้วก็ต้องคือในเรื่องกรพันธ์เรา
00:06:12 → 00:06:14ทำอะไรไม่ได้เนาะค่ะเรื่องผิวหนังที่
00:06:14 → 00:06:15เหมือนกับ
00:06:15 → 00:06:18เอ่อมีมีการสร้างที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอใช่
00:06:18 → 00:06:20มั้ยคะเราก็แนะนำว่าคนไข้กลุ่มเนี้ยควรจะ
00:06:20 → 00:06:23ทาโลชั่นหรือให้ครีมทาครีมบำรุงผิวหนัง
00:06:23 → 00:06:25เพราะว่าครีมพวกนี้มันจะไปเคลือบผิวหนัง
00:06:25 → 00:06:28เอาไว้ทำให้ผิวหนังเนี่ยแข็งแรงขึ้นพอมัน
00:06:28 → 00:06:30แข็งแรงเสร็จปุ๊บเนี่ยมันก็จะมีโอกาสถูก
00:06:30 → 00:06:33กระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกค่ะได้ยาก
00:06:33 → 00:06:36ขึ้นนะคะซึ่งการทาครีมเนี่ยมันก็มีเทคนิค
00:06:36 → 00:06:38คือหมายความว่าการที่ทาครีมที่ถูกต้อง
00:06:38 → 00:06:40เนี่ยคนไข้บางคนเนี่ยอาจจะไม่ทราบว่าการ
00:06:40 → 00:06:42ทาครีมที่ถูกต้องเนี่ยมันต้องทาตอนตัว
00:06:42 → 00:06:45เปียกเนื่องจากว่าครีมเนี่ยหลักของมันคือ
00:06:45 → 00:06:47ป้องกันไม่ให้น้ำระเหิดออกจากร่างกายค่ะ
00:06:47 → 00:06:50ดะนั้นเราต้องทาตอนตัวชื้นนิดนึงหความว่า
00:06:50 → 00:06:53อาบน้ำเสร็จปุ๊บเช็ดตัวแล้วก็ทาครีมทันที
00:06:53 → 00:06:55หลังอาบน้ำเสร็จคือภายใน 3 นาทีอ่ะค่ะก็
00:06:55 → 00:06:59คือทาทั้งตัวถึงแม้ว่าจะไม่มีผืนก็แนะนำ
00:06:59 → 00:07:01ให้ทาคเพราะว่าผิวหนังของกลุ่มเนี้ยจะมี
00:07:01 → 00:07:04ความเสี่ยงอยู่แล้วมันจะได้ช่วยป้องกันลด
00:07:04 → 00:07:07อัตราการให้ผืนกำเริบได้มากขึ้นค่ะอันที่
00:07:07 → 00:07:092 ก็คือต้องเลี่ยงสิ่งกระตุ้นแล้วต้องไป
00:07:10 → 00:07:11หาก่อนว่าสิ่งกระตุ้นเนี่ยของเราเนี่ย
00:07:11 → 00:07:13เป็นอะไรบางคนมีอาหารบางอย่างก็ต้อง
00:07:13 → 00:07:17เลี่ยงบางคนก็เกิดจากเหมือนกับส่วนใหญ่นะ
00:07:17 → 00:07:19คะก็คือเกิดจากอาบน้ำร้อนเกินไปอาบน้ำ
00:07:19 → 00:07:21เย็นเกินไปอะไรอย่าเงี้ยค่ะมันก็อาจะทำ
00:07:21 → 00:07:23ให้เหมือนกับมันกำเริบได้อย่างเงี้ยค่ะ
00:07:23 → 00:07:26หรือฝุ่นละอองหรือว่าเหงื่อออกอะไรเงี้ย
00:07:26 → 00:07:28ค่ะปัจจัยกระตุ้นทั้งหลายพวกเนี้ยจะทำให้
00:07:28 → 00:07:30โร่งกำเริบมากขึ้นดนั้นเนี่ยเราก็ต้อง
00:07:30 → 00:07:33หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นพวกนี้
00:07:33 → 00:07:37[เพลง]
00:07:37 → 00:07:40ค่ะคือครีมเนี่ยจริงๆมันมีเยอะมากเลยนะคะ
00:07:40 → 00:07:43หมายความว่าปัจจุบันเแบบเข้าไปในร้านขาย
00:07:43 → 00:07:45ครีมเนี่ยคือมันเต็มทั้งชั้นเลยไม่รู้จะ
00:07:45 → 00:07:47เลือกแบบไหนซึ่งจริงๆแล้วครีมแต่ละตัว
00:07:47 → 00:07:50เนี่ยมันจะมีเขาก็จะมีคุณสสมบัติแตกต่าง
00:07:50 → 00:07:52กันไปตามที่บริษัทเานั่นมาใช่มั้ยคะแต่
00:07:52 → 00:07:54ว่าครีมที่แนะนำให้ใช้คือ 1 ไม่ควรจะมี
00:07:54 → 00:07:56น้ำหอมเพราะน้ำหอมเนี่ยทำให้เกิดอาการแพ้
00:07:56 → 00:07:59ได้ค่ะอันที่ 2 คือไม่ควรมีกันเสียค่ะนะะ
00:07:59 → 00:08:01เพราะการเสียก็ทำให้เกิดแพ้ได้เหมือนกัน
00:08:01 → 00:08:04อย่างเงี้ยค่ะก็คือเป็นกลุ่มพวกนี้ว่าคือ
00:08:04 → 00:08:06ไม่มีน้ำหอมแลไม่มีการเสียค่ะคือคือจริงๆ
00:08:07 → 00:08:10มันก็จะมีครีมที่ให้ความชุมธรรมดากับหลัง
00:08:10 → 00:08:12ๆมันก็จะมีครีมรุ่นที่มันเหมือนกับมีการ
00:08:12 → 00:08:14พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งเหมือนกับมี
00:08:14 → 00:08:17คุณสมบัติอื่นๆมีการใส่สารบางอย่างเข้ามา
00:08:17 → 00:08:19เพื่อช่วยลดอาการอักเสบเหมือนกับใส่เข้า
00:08:19 → 00:08:21มาเพื่อช่วยลดอาการคันอย่างเงี้ยค่ะหรือ
00:08:21 → 00:08:24ว่าจะให้ความชุ่มชื้นที่ดีขึ้นนะคะซึ่ง
00:08:24 → 00:08:28พวกเนี้ยมันก็เอ่อคุณสมบัติก็ไปตามราคา
00:08:28 → 00:08:31คือราคาก็จะแพงขึ้นนะคะซึ่งอันนี้เนี่ยก็
00:08:31 → 00:08:33พิจารณาตามความเหมาะสมค่ะคือไม่จำเป็นว่า
00:08:33 → 00:08:36จะต้องใช้ครีมแพลงเสมอไปคือใช้ครีมธรรมดา
00:08:36 → 00:08:38ก็ได้ถ้าเกิดว่าแต่ว่าเหมือนกับว่ามันก็
00:08:38 → 00:08:40ไม่ใช่ว่าครีมธรรมดาแต่ไม่มีไม่มี
00:08:40 → 00:08:43ประโยชน์ก็คือใช้ได้เหมือน
00:08:43 → 00:08:47[เพลง]
00:08:47 → 00:08:51กันครีมกันแดดหรอคะคือครีมกันแดดเนี่ยอัน
00:08:51 → 00:08:54ที่ 1 ก็ต้องดูการป้องกัน SPF ใช่มั้ยคะ
00:08:54 → 00:08:56ว่ามีการป้องกันเท่าไหร่ซึ่งทั่วไปเราจะ
00:08:56 → 00:08:59แนะนำให้ทา 30 ขึ้นไปแล้วก็มีทั้งทั้ง UA
00:08:59 → 00:09:02uvb ป้องกันทั้งคู่นะคะซึ่งเอ่อการทา
00:09:02 → 00:09:05ครีมกันแดดเนี่ยควรจะทาก่อนออกแดดนะคะ
00:09:05 → 00:09:08แล้วก็ควรจะทาอย่างน้อยเนี่ยประมาณซัก
00:09:08 → 00:09:12เอ่อ 1 ข้อนิ้วอ่ะค่ะค่ะค่ะทั่วหน้าค่ะ
00:09:12 → 00:09:14แล้วก็ถ้าเกิดว่าทำกิจกรรมอะไรที่เหงื่อ
00:09:14 → 00:09:16ออกพอเหงื่อออกปุ๊บเรามีการเช็ดหน้า
00:09:16 → 00:09:20เหงื่อมันชะเอาครีมกันแดดออกเราก็ต้องทา
00:09:20 → 00:09:23ทับค่ะทาทุก 2 ช่วโมงเงี้ยค่ะดังนั้น
00:09:23 → 00:09:25เนี่ยถึงแม้จะทากันแดดแล้วก็ต้องหลบแดด
00:09:25 → 00:09:27อยู่ดีค่ะหมายความว่าบางคนเนี่ยพอคิดว่า
00:09:27 → 00:09:30โอ๊ยทาคลีมกันแดดแล้วสามารถตากแดดได้เต็ม
00:09:30 → 00:09:33ที่ไม่มีปัญหาก็ไม่ถึงขนาดนั้นก็คือก็
00:09:33 → 00:09:35ช่วยป้องกันได้ส่วนหนึ่งแต่ว่ามันก็จะมี
00:09:35 → 00:09:37อยู่กับครีมการแดดที่ใช้อยู่กับปริมาณ
00:09:38 → 00:09:40ครีมกันแดดที่ทากิจกรรมที่ทำอะไรอย่า
00:09:40 → 00:09:42เงี้ยค่ะมันก็จะมีผลที่มันเกี่ยวข้องกัน
00:09:42 → 00:09:44ดังนั้นเนี่ยถ้าทำกิจกรรมกลางแจ้งเยอะๆ
00:09:44 → 00:09:47อะไรอย่าเงี้ยค่ะก็นอกจากทาครีมกันแดด
00:09:47 → 00:09:48แล้วก็ต้องป้องกันผิวหนังด้วยวิธีอื่น
00:09:48 → 00:09:50ด้วยอย่างเงี้ย
00:09:50 → 00:09:54[เพลง]
00:09:54 → 00:09:57ค่ะซึ่งจริงๆเนี่ยต้องบอกว่าทั้ง 2 แบบ
00:09:57 → 00:09:59เนี่ยก็มีประโยชน์กับผิวหนังเพราะทั้ง 2
00:09:59 → 00:10:03แบบก็ให้ความชุ่มชื้นกับิอ่ะนะคะก็ถ้าใน
00:10:03 → 00:10:05ส่วนตัวเนี่ยคิดว่าทาน้ำมันทาครีมเนี่ย
00:10:05 → 00:10:08มันก็ดีในแง่ที่ทาง่ายหมายความว่าไม่ได้
00:10:08 → 00:10:11เหนียวเหนอะหนมากแต่ว่าบางทีก็อาจจะไม่
00:10:11 → 00:10:13ได้ให้ความชุ่มชื้นมากนักนะคะในคนที่ผิว
00:10:13 → 00:10:16แห้งมากๆจริงๆเนี่ยก็จะต้องทาครีมทับลงไป
00:10:16 → 00:10:19ซึ่งครีมเมันก็จะมีความข้นไม่เท่ากันบาง
00:10:19 → 00:10:22อันก็จะเหลวนิดนึงบางอก็จะข้นนิดนึงมันมี
00:10:22 → 00:10:25ข้อดีต่างกันค่ะค่ะครีมที่เหลวเนี่ยข้อดี
00:10:25 → 00:10:28คือคนที่ทาเนี่ยจะรู้สึกทาง่ายและสบายตัว
00:10:28 → 00:10:30ค่ะแต่ให้ความชุมชื้นน้อยกว่าครีมที่ข้น
00:10:30 → 00:10:33ดังนั้นเนี่ยถ้าเกิดว่ามีคนตัวแห้งจริงๆ
00:10:33 → 00:10:35เนี่ยส่วนตัวก็แนะนำให้ใช้ครีมที่ค่อน
00:10:35 → 00:10:38ข้างข้นนิดนึงนะคะหรืออาจจะทาถ้าไม่ได้
00:10:38 → 00:10:41ลำบากมากนักก็อาจจะเลือกทาครีมที่ข้นใน
00:10:41 → 00:10:44บางส่วนที่แห้งมากๆแต่ในบางส่วนที่เป็น
00:10:44 → 00:10:47แบบขาหนิบค้อพับที่มันดูเหนอะักเงี้ยค่ะ
00:10:47 → 00:10:50แล้วก็อาจจะลดความเข้มข้นของครีมลงค่ะก็
00:10:50 → 00:10:53จะทำให้คนทาเนี่ยรู้สึกสบายตัวมากขึ้นไม่
00:10:53 → 00:10:55อย่างงั้นก็จะรำคาญนะคะแต่ว่ามันก็ไม่
00:10:55 → 00:10:58เหมาะกับประเทศเราไงคือถ้าเกิดว่าครีมแบบ
00:10:58 → 00:10:59นี้มาขายประเทศเราเราถามว่าให้ความชื้น
00:10:59 → 00:11:03ชื้นดีมั้ดีแต่มีคนทามยอาจจะไม่ค่อยมี
00:11:03 → 00:11:05เท่าไหร่เพราะว่าคนทาอาจจะไม่ไหวเพราะว่า
00:11:05 → 00:11:07เมืองเาแห้งกว่าเราแล้วหนาวกว่าเรามากพอ
00:11:07 → 00:11:11เราทาแล้วพอเหงื่อออกเหนอะน่ะคนก็ไม่ไม่
00:11:11 → 00:11:13ทาพอไม่ทาก็ยิ่งแย่กว่าดังนั้นเนี่ยเลือก
00:11:13 → 00:11:16ครีมที่เหมือนกับว่าพอดีกับตัวเองอ่ะค่ะ
00:11:16 → 00:11:18อาจจะเลือกทาเป็นบางจุดในตำแหน่งที่แห้ง
00:11:18 → 00:11:22มากๆก็ทาให้มันข้นขึ้นอย่างเงี้ยค่ะก็จะ
00:11:22 → 00:11:24ก็จะดี
00:11:24 → 00:11:27[เพลง]
00:11:27 → 00:11:31กว่าดื่มน้ำเยอะๆก็ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น
00:11:31 → 00:11:33ขึ้นได้ค่ะแต่ว่าก็ต้องคู่กับการทาครีม
00:11:33 → 00:11:35ค่ะเพราะไม่อย่างงั้นเนี่ยคนกลุ่มที่เป็น
00:11:35 → 00:11:38ภูมิแพ้ผิวหนังอย่างที่บอกตอนแรกว่าผิว
00:11:38 → 00:11:40หนังเนี่ยมันมันสร้างเหมือนกับว่าสร้าง
00:11:40 → 00:11:42ไม่ครบพอสร้างไม่ครบมันก็เหมือนมีรูอยู่
00:11:42 → 00:11:45ใช่มั้ยคะพอมันมีรูอยู่เสร็จปุ๊บเนี่ยรู
00:11:45 → 00:11:47พวกเจะทำให้น้ำที่ผิวหนังเี่มันระเหยออก
00:11:47 → 00:11:50ไปค่ะแทนที่มันจะมีปกติมันปิดหมดใช่มั้ย
00:11:50 → 00:11:52คะออกไม่ได้อันเนี้ยมีรูปุ๊บก็ระเหยออกไป
00:11:52 → 00:11:55เร็วขึ้นผิวก็แห้งลงทานน้ำเท่าไหร่ก็ไม่
00:11:55 → 00:11:57พอค่ะดังนั้นเนี่ยนอกจากทานน้ำแล้วเนี่ย
00:11:57 → 00:11:59ต้องทาครีมหรือทาโลชั่นเนี่ยเพื่อปิดรู
00:12:00 → 00:12:02พวกนี้ทำให้น้ำเนี่ยคงอยู่ที่ผิวหนังนาน
00:12:02 → 00:12:04ที่สุด
00:12:04 → 00:12:07[เพลง]
00:12:07 → 00:12:10ค่ะซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
00:12:10 → 00:12:12จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะคะเพราะว่า
00:12:12 → 00:12:15มันก็จะมีคนที่เป็นเยอะนะคะซึ่งการที่ดู
00:12:15 → 00:12:18แลผิวหนังคือถ้าเป็นแล้วก็การที่ดูแลผิว
00:12:18 → 00:12:20หนังเนี่ยค่ะก็จะช่วยป้องกันไม่ให้โรค
00:12:20 → 00:12:22กำเริบแต่ถ้าเกิดผื่นมันเป็นมากจริงๆ
00:12:22 → 00:12:25เนี่ยก็แนะนำให้มาพบแพทย์นะคะเพื่อจะ
00:12:25 → 00:12:27พิจารณาว่าจะมีการรักษาวิธีไหนที่จะช่วย
00:12:27 → 00:12:29ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไข้เนี่ยดีขึ้นนะ
00:12:29 → 00:12:32ค่ะก็หวังว่าทุกคนเนี่ยจะดูแลผิวหนังตัว
00:12:32 → 00:12:35เองนะคะให้หางไกลจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
00:12:35 → 00:12:37[เพลง]
00:12:37 → 00:12:42ค่ะ tn and Health เราจะรวบรวมความรู้
00:12:42 → 00:12:45ทางด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อ
00:12:45 → 00:12:48ถือพร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุก
00:12:48 → 00:12:52ประเด็นสุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุม
00:12:52 → 00:12:54มองของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้
00:12:54 → 00:12:58ทางด้านต่างๆ tn and Health เข้าถึงทุก
00:12:58 → 00:13:02สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:13:02 → 00:13:15[เพลง]
00:13:15 → 00:13:25
00:13:25 → 00:13:27[เพลง]
00:13:27 → 00:13:38โรค
00:13:38 → 00:13:41H