00:00:00 → 00:00:04ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพ talk ความรู้สุขภาพ
00:00:04 → 00:00:08ลึกและฟรีมีที่
00:00:08 → 00:00:13นี่มีคำถามนึงค่ะที่น่าสนใจส่งมาว่าทำไม
00:00:13 → 00:00:17บางคนเอ่อลดแป้งลดน้ำตาลหรือที่เรียกว่า
00:00:17 → 00:00:20กินโลคาฟไปแล้วเนี่ยแต่ก็ยังเจอปัญหา
00:00:20 → 00:00:23เรื่องภาวะดื้ออินซูลินอยู่วันนี้เรามา
00:00:23 → 00:00:25ลองคุยเรื่องนี้กันนะคะครับประเด็นนี้
00:00:25 → 00:00:28เอ่อก็น่าสนใจจริงๆนะครับเราจะมาดูกัน
00:00:28 → 00:00:31เรื่องผ้าแวะดื้ออซูลินหรือ insulin
00:00:31 → 00:00:33Resistance เนี่ยโดยเฉพาะในคนที่เขาก็
00:00:33 → 00:00:36กินคาร์โบไฮเดรตต่ำอยู่แล้วนะว่าทำไมมัน
00:00:36 → 00:00:39ยังเป็นได้แล้วมันมีปัจจัยอะไรอื่นอีก
00:00:39 → 00:00:42หรือเปล่างั้นขอเริ่มปูพื้นฐานกันนิดนึง
00:00:42 → 00:00:45ก่อนนะคะอินซูลินเนี่ยก็เหมือนเป็น
00:00:45 → 00:00:48ฮอร์โมนตัวนึงที่คอยสั่งให้เซลล์ต่างๆของ
00:00:48 → 00:00:51เราเปิดรับน้ำตาลเข้าไปใช้เป็นพลังงานใช่
00:00:51 → 00:00:55ครับทีนี้ถ้าเกิดว่าคำสั่งนี้มันมีปัญหา
00:00:55 → 00:00:58หรือว่าเซลล์ไม่ค่อยอยากจะรับคำสั่งแล้ว
00:00:58 → 00:01:01อันนี้แหละค่ะที่เราเรียกว่าการต่อต้าน
00:01:01 → 00:01:04อินซูลินครับซึ่งผลกระทบแรกๆที่เราจะเห็น
00:01:04 → 00:01:08เลยก็คือระบบเผาผลาญมันเริ่มรวนนะครับคือ
00:01:08 → 00:01:11ไขมันจะสะสมง่ายขึ้นอืมอ้วนง่ายว่างั้น
00:01:11 → 00:01:14เถอะนะคะอ้วนง่ายลดยากหรือบางคนดูเหมือน
00:01:14 → 00:01:18ผอมนะแต่กลับมีพุงแล้วก็กล้ามเนื้อก็อาจ
00:01:18 → 00:01:22จะเริ่มฝ่อๆไม่ค่อยแข็งแรงเท่าเดิมน้ำตาล
00:01:22 → 00:01:24ในเลือดก็จะค่อยๆสูงขึ้นอันนี้ก็เสี่ยง
00:01:25 → 00:01:28เบาหวานความดันก็อาจจะสูงไขมันในเลือดโดย
00:01:28 → 00:01:32เฉพาะตัวไตรกลีซรก็สูงตามไปด้วยโหหลาย
00:01:32 → 00:01:35อย่างเลยครับทั้งหมดนี้แหละครับที่รวมๆ
00:01:35 → 00:01:38กันเรียกว่า Metabolic Syrome เป็น
00:01:38 → 00:01:41สัญญาณว่าระบบเผาผลาญเราเริ่มมีปัญหาแล้ว
00:01:41 → 00:01:45พอเป็นแบบนี้คนส่วนใหญ่ก็เลยคิดว่าเอ้าก็
00:01:45 → 00:01:48แก้ตรงๆสิลดแป้งลดน้ำตาลไปเลยเพราะ
00:01:48 → 00:01:51อินซูลินมันเกี่ยวกับน้ำตาลนี่นาฟังดูก็
00:01:51 → 00:01:55มีเหตุผลนะคะใช่ครับแนวทาง Low Cฟเนี่ย
00:01:55 → 00:01:58มันก็มีหลายระดับนะตั้งแต่แบบต่ำมากๆคือ
00:01:58 → 00:02:01Very Low ครับอาจจะาฟน้อยกว่า 10% หรือ
00:02:01 → 00:02:0420% ของพลังงานทั้งหมดไปจนถึงแบบกลางๆก็
00:02:05 → 00:02:07อาจจะซัก 30-35%
00:02:07 → 00:02:10อือฮึซึ่งต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆเนี่ยมัน
00:02:10 → 00:02:14มักจะได้ผลดีนะช่วยลดไขมันที่สะสมได้แล้ว
00:02:14 → 00:02:17ก็มีผลดีคือช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อไว้
00:02:17 → 00:02:20ด้วย Muscle sparing effect แถมยังทำ
00:02:20 → 00:02:23ให้เซลล์ไวต่ออินซูลินมากขึ้นคือไม่ค่อย
00:02:23 → 00:02:25ต่อต้านเท่าเดิมค่ะคำถามสำคัญมันอยู่ตรง
00:02:25 → 00:02:29นี้ค่ะแล้วทำไมล่ะทำไมบางคนทั้งๆที่ก็กิน
00:02:29 → 00:02:32โลขาบอยู่ดีๆเนี่ยภาวะดื้ออินซูลินมันไม่
00:02:32 → 00:02:35หายไปหรือบางทีกลับมาเป็นอีกหรือเพิ่งจะ
00:02:35 → 00:02:40มาเป็นก็มีอันนี้สิคะที่สงสัยกันอ่าครับ
00:02:40 → 00:02:42ตรงนี้สำคัญเลยคือต้องแยกแยะนิดนึงครับ
00:02:42 → 00:02:45เพราะว่าภาวะดื้ออินซูลินที่เราเจอตอนกิน
00:02:45 → 00:02:48โลคาบเนี่ยมันมีอยู่ 2 แบบหลักๆที่ต่าง
00:02:48 → 00:02:52กันเลยนะครับจ้ะแบบแรกเนี่ยเขาเรียกว่า
00:02:52 → 00:02:55Physiologic Insulin Resistance หรือ
00:02:55 → 00:02:58ถ้าแปลไทยก็คือการดื้ออินซูลินเป็นเชิง
00:02:58 → 00:02:59สรีรวิทยา
00:02:59 → 00:03:03สรีรวิทยาครับอันนี้มันเป็นการปรับตัวตาม
00:03:03 → 00:03:06ธรรมชาติของร่างกายเลยนะคือพอเรากินขาบ
00:03:06 → 00:03:09ต่ำมากๆร่างกายเราโดยเฉพาะเซลล์ส่วนใหญ่
00:03:10 → 00:03:14เกือบๆ 95% พวกตาบกล้ามเนื้อเนี่ยเขาจะ
00:03:14 → 00:03:17เก่งขึ้นในการใช้พลังงานจากไขมันจากคีโตน
00:03:17 → 00:03:21แทนอ๋อพอเซลล์มีพลังงานทางเลือกใช้แล้ว
00:03:21 → 00:03:24เขาก็ไม่ค่อยต้องการน้ำตาลกลูโคสเท่าเดิม
00:03:24 → 00:03:26ก็เลยเหมือนกับเอ่อไม่ค่อยสนใจคำสั่ง
00:03:26 → 00:03:30อินซูลินเท่าไหร่เมินไปว่างั้นเถอะประมาณ
00:03:30 → 00:03:32นั้นครับซึ่งจริงๆอันนี้ไม่ใช่เรื่องแย่
00:03:32 → 00:03:34นะครับมันเป็นการปรับตัวที่ฉลาดของร่าง
00:03:35 → 00:03:38กายแต่ก็ยังมีเซลล์ส่วนน้อยอย่างเซลล์
00:03:38 → 00:03:41สมองที่ยังไงก็ยังอยากได้กลูโคสอยู่ตับก็
00:03:41 → 00:03:44เลยต้องทำหน้าที่สร้างน้ำตาลขึ้นมาเอง
00:03:44 → 00:03:47บ้างกระบวนการกลูโคเจนesเพื่อส่งไปให้
00:03:47 → 00:03:51สมองใช้อ๋อเข้าใจแล้วค่ะคือร่างกายปรับ
00:03:51 → 00:03:53ตัวไปใช้พลังงานอย่างอื่นเป็นหลักเลยไม่
00:03:53 → 00:03:56ค่อนง้อน้ำตาลเหมือนเดิมอันนี้คือแบบแรก
00:03:56 → 00:03:59แล้วแบบที่ 2 ล่ะคะแบบที่ 2 นี่แหละครับ
00:03:59 → 00:04:02คือ Pathological Insulin Resistance
00:04:02 → 00:04:05อันนี้คือการดื้ออินซูลินที่มันกลายเป็น
00:04:05 → 00:04:08ปัญหาจริงๆขึ้นมาอันนี้คือตัวปัญหาใช่
00:04:08 → 00:04:11ครับซึ่งสาเหตุของมันเนี่ยมักจะไม่ได้มา
00:04:11 → 00:04:14จากตัวคาร์โบไฮเดรตโดยตรงแล้วแต่มาจาก
00:04:14 → 00:04:17ความไม่สมดุลของระบบโดยรวมมากกว่าเหมือน
00:04:17 → 00:04:19ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าเฮ้ยมีบาง
00:04:19 → 00:04:22อย่างไม่โอเคนะปัจจัยหลักๆที่เจอได้บ่อยๆ
00:04:22 → 00:04:26ก็เช่นเช่นอะไรบ้างคะเอ่อพลังงานที่ไม่
00:04:26 → 00:04:29สมดุลครับคือกินไม่พอดีกับที่ร่างกายใช้
00:04:29 → 00:04:32อาจจะกินมากไปหรือที่เจอบ่อยในคนที่คุม
00:04:32 → 00:04:35อาหารมากๆคือกินน้อยเกินไปคือพลังงานที่
00:04:35 → 00:04:39รับเข้ากับที่ใช้ออกมันไม่สมดุลกัน
00:04:39 → 00:04:42ไอโซocคaloricอือฮึขาดสารอาหารสำคัญบาง
00:04:42 → 00:04:45ตัวโดยเฉพาะพวกเกลือแร่วิตามินที่จำเป็น
00:04:45 → 00:04:48ต่อการทำงานของอินซูลินมากๆเช่น
00:04:48 → 00:04:51แมกนีเซียมตัวนี้สำคัญเลยช่วยให้เซลล์ตอบ
00:04:51 → 00:04:54สนองอินซูลินดีขึ้นหรือพวกโพแทสเซียม
00:04:54 → 00:04:59วิตามินดีวิตามิน K2 K2 พวกนี้ก็เกี่ยว
00:04:59 → 00:05:02ค่ะแล้วก็ปัจจัยเรื่องวิถีชีวิตอันนี้ก็
00:05:02 → 00:05:06สำคัญไม่แพ้กันการนอนไม่พอนอนไม่เป็นเวลา
00:05:06 → 00:05:09การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมอาจจะหนักไป
00:05:09 → 00:05:14น้อยไปหรือผิดประเภทไปเลยแม้แต่การทำ IF
00:05:14 → 00:05:17หรือการอดอาหาร fasting ถ้าทำไม่ถูก
00:05:17 → 00:05:21จังหวะไม่เหมาะสมกับร่างกายก็ส่งผลได้โห
00:05:21 → 00:05:24สุดท้ายคือความเครียดเรื้อรังอันนี้ตัว
00:05:24 → 00:05:27ร้ายเลยครับมันไปกวนฮอร์โมนคอร์ิซอลซึ่ง
00:05:27 → 00:05:29มักจะสัมพันธ์กับเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่าง
00:05:29 → 00:05:32กายที่ไม่เหมาะสมด้วยเหมือนกันฟังดูแล้ว
00:05:32 → 00:05:35ปัจจัยมันเยอะมากๆเลยนะคะแล้วทีนี้เราจะ
00:05:35 → 00:05:37รู้ได้ยังไงคะว่าที่เรากำลังเป็นอยู่
00:05:37 → 00:05:41เนี่ยมันเป็นแค่แบบปรับตัวตามธรรมชาติ
00:05:41 → 00:05:43หรือว่าเป็นแบบที่เป็นปัญหาจริงๆแล้ว
00:05:43 → 00:05:46สัญญาณที่ผมคิดว่าชัดเจนแล้วค่อนข้างไว
00:05:46 → 00:05:49ที่สุดนะครับคือการที่เปอร์เซ็นต์ไขมันใน
00:05:49 → 00:05:51ร่างกายเปอร์เซ็น Fast Body Fat มัน
00:05:51 → 00:05:54กลับเพิ่มขึ้นอ้าวทั้งๆที่กินโลขาบอยู่
00:05:54 → 00:05:57นี่นะใช่ครับทั้งๆที่ยังคุมขาบอยู่แต่
00:05:57 → 00:06:00เปอร์เซ็นต์ไขมันกลับค่อยๆสูงขึ้นอันนี้
00:06:00 → 00:06:04เป็นสัญญาณแรกๆเลยว่าอาจจะมีปัญหาแบบที่ 2
00:06:04 → 00:06:07ซ่อนอยู่รองลงมาก็คือมวลกล้ามเนื้อลดลง
00:06:07 → 00:06:10หรืออาจจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วยเช่นรู้สึก
00:06:10 → 00:06:14ว่ายังอยากของหวานบ่อยๆปวดหัวง่ายหรือ
00:06:14 → 00:06:16ระดับน้ำตาลในเลือดกับความดันเริ่มคุมได้
00:06:16 → 00:06:20ไม่ค่อยดีเหมือนช่วงแรกๆอ๋อแสดงว่าทางแก้
00:06:20 → 00:06:23จริงๆมันอาจจะไม่ใช่แค่การที่แบบเอ้ยงั้น
00:06:23 → 00:06:25ลดคาฟลงไปอีกต่ำลงไปอีกอย่างเดียวแล้วสิ
00:06:25 → 00:06:28นะคะถูกต้องเลยครับไม่ใช่การแก้ที่ปลาย
00:06:28 → 00:06:31เหตุแบบนั้นต้องมองภาพรวมให้กว้างขึ้นการ
00:06:31 → 00:06:33แก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆเนี่ยมันต้อง
00:06:33 → 00:06:36อาศัยความสมดุลหลายๆด้านเลยครับมีอะไร
00:06:36 → 00:06:39บ้างคะที่ต้องดูเป็นพิเศษหลักๆเลยนะครับ 1
00:06:39 → 00:06:42คือพลังงานต้องเพียงพอคือต้องกินให้พอดี
00:06:42 → 00:06:44กับที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน
00:06:44 → 00:06:48ไอโซคาิคไม่มากไม่หน้อยไป 2 คือโปรตีน
00:06:48 → 00:06:51ต้องถึงอันนี้สำคัญมากในการสร้างและรักษา
00:06:51 → 00:06:54กล้ามเนื้อค่ะ 3 คือสร้างและรักษากล้าม
00:06:54 → 00:06:56เนื้ออันนี้ก็ต้องเน้นการออกกำลังกายแบบ
00:06:56 → 00:06:58มีแรงต้านหรือ wight training เพราะ
00:06:58 → 00:07:00กล้ามเนื้อนี่เป็นเหมือนที่เก็บน้ำตาล
00:07:00 → 00:07:03ชั้นดีเลยช่วยลบภาระของอินซูลินได้
00:07:03 → 00:07:07เยอะมินที่บอกไปแต่รวมถึงพวกใยอาหารดีๆ
00:07:07 → 00:07:10โดยเฉพาะชนิดที่ละลายน้ำได้อย่างในข้าว
00:07:10 → 00:07:14โอชแอปเปิ้ลหัวหอมก็ช่วยได้เยอะค่ะแล้วก็
00:07:14 → 00:07:16สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการจัดการความ
00:07:16 → 00:07:19เครียดการนอนหลับเรื่องพื้นฐานมากๆแต่
00:07:19 → 00:07:22สำคัญมากจริงๆรวมถึงการพยายามรักษาระดับ
00:07:22 → 00:07:24ไขมันในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
00:07:24 → 00:07:28สุขภาพดีอย่างผู้หญิงก็อาจจะแถวๆ 18-22%
00:07:28 → 00:07:31กำลังดีครับสรุปได้ว่าการกินโลคขาบเนี่ย
00:07:31 → 00:07:33มันก็มีประโยชน์ของมันแต่ถ้ายังเจอปัญหา
00:07:33 → 00:07:35ดื้ออินซูลินอยู่มันก็อาจจะเป็นแค่การ
00:07:36 → 00:07:38ปรับตัวตามธรรมชาติก็ได้ซึ่งถ้าปัจจัย
00:07:38 → 00:07:41อื่นเราดีหมดก็อาจจะไม่ต้องกังวลมากใช่
00:07:41 → 00:07:43ครับแต่ถ้ามันเป็นปัญหาจริงๆแบบที่ 2
00:07:43 → 00:07:45pathological เนี่ยสาเหตุมันมักจะมาจาก
00:07:45 → 00:07:48ความไม่สมดุลในด้านอื่นๆที่นอกเหนือไปจาก
00:07:48 → 00:07:50เรื่องคาร์โบไฮเดรตแล้วใช่เลยครับหัวใจ
00:07:50 → 00:07:53สำคัญจริงๆมันไม่ใช่แค่การตัด
00:07:53 → 00:07:55คาร์โบไฮเดรตออกไปแต่คือการสร้างความ
00:07:56 → 00:07:59สมดุลให้กับระบบทั้งหมดเลยทั้งเรื่องพลัง
00:07:59 → 00:08:03งานโปรตีนกล้ามเนื้อสารอาหารการนอนการจัด
00:08:03 → 00:08:05การความเครียดร่างกายเรามันฉลาดมากนะครับ
00:08:05 → 00:08:08แต่เราต้องรู้จักส่งสัญญาณที่ถูกต้องแล้ว
00:08:08 → 00:08:10ก็ครบถ้วนให้มันทำงานได้อย่างที่ควรจะ
00:08:10 → 00:08:13เป็นฟังแล้วกระจ่างขึ้นเยอะเลยค่ะทำให้
00:08:13 → 00:08:15เห็นภาพรวมที่มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้
00:08:15 → 00:08:18ตอนแรกนะคะครับก็มีคำถามทิ้งท้ายให้ลองไป
00:08:19 → 00:08:21คิดต่อกันดูเล่นๆนะครับว่านอกเหนือจาก
00:08:21 → 00:08:23เรื่องปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เรากินเข้าไป
00:08:23 → 00:08:26แล้วเนี่ยคิดว่าสัญญาณอย่างอื่นอะไรอีก
00:08:26 → 00:08:29บ้างเช่นจังหวะเวลาที่เรานอนหลับรูปแบบ
00:08:29 → 00:08:31การออกกำลังกายที่เราเลือกทำหรือแม้แต่
00:08:31 → 00:08:33ช่วงเวลาที่เราเลือกกินสารอาหารบางอย่าง
00:08:33 → 00:08:36เนี่ยมันอาจจะเป็นกุญจาที่สำคัญที่สุดใน
00:08:36 → 00:08:39การสื่อสารกับระบบเผาผลาญของเราในยุค
00:08:39 → 00:08:40ปัจจุบันนี้ได้บ้าง
00:08:40 → 00:08:45เ
00:08:45 → 00:08:53[เพลง]