เมื่อใดควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการท้องผูกและโรคหัวใจ

ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03คุณผู้ฟังเคยสังเกตไหมครับว่าบางทีเรื่อง
00:00:0300:00:06เล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันอย่างอาการท้อง
00:00:0600:00:09ผูกเนี่ยมันอาจจะไม่เล็กอย่างที่คิดโดย
00:00:0900:00:13เฉพาะถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวมีภาวะโรคหัวใจ
00:00:1300:00:14อยู่ด้วยแล้วล่ะครับ
00:00:1400:00:17>> ใช่เลยค่ะคุณกันอาการท้องผูกที่ดูเหมือน
00:00:1700:00:21จะธรรมดาๆดาเนี่ยสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ
00:00:2100:00:23มันซ่อนอันตรายไว้มากกว่าที่เราคิดเยอะ
00:00:2300:00:26เลยนะคะมีโอกาสที่อาจจะทำให้หน้ามืดหมด
00:00:2600:00:30สติหรือแม้กระทั่งล้มขาห้องน้ำได้เลยค่ะ
00:00:3000:00:33>> เพราะฉะนั้นถ้าคุณหรือคนในครอบครัวโดย
00:00:3300:00:36เฉพาะผู้สูงอายุมีประวัติโรคหัวใจไม่ว่า
00:00:3600:00:40จะเป็นหัวใจพริ้วความดันหรือหลอดเลือดหัว
00:00:4000:00:43ใจตีบต้องฟังตอนนี้ให้ดีเลยครับ
00:00:4300:00:45>> และก่อนที่เราจะไปเจาะลึกกันถึงอันตราย
00:00:4500:00:48และวิธีดูแลตัวเองอย่าลืมกดติดตามช่อง
00:00:4800:00:50สุขภาพสนทนาของเราไว้นะคะถ้าคุณไม่อยาก
00:00:5000:00:53พลาดเรื่องสุขภาพดีๆที่จะช่วยให้ชีวิตคุณ
00:00:5300:00:54ดีขึ้น
00:00:5400:00:58>> เพราะสร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:00:5800:00:58ครับ
00:00:5800:01:02>> ซึ่งวันเราจะมาทำความเข้าใจกันว่าทำไมแค่
00:01:0200:01:04ท้องผูกถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่
00:01:0400:01:07มีปัญหาหัวใจได้และเราจะดูแลตัวเองให้
00:01:0700:01:09ปลอดภัยได้อย่างไรบ้างค่ะ
00:01:0900:01:12>> คุณเกตครับเวลาเราพูดถึงท้องผูกเนี่ยหลาย
00:01:1300:01:16คนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาใครก็
00:01:1600:01:18เป็นกันได้ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวลเท่า
00:01:1900:01:21ไหร่แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจเนี่ยมันไม่
00:01:2100:01:23เหมือนกันใช่มั้ยครับ
00:01:2300:01:25>> ไม่เหมือนกันเลยค่ะคุณกันนั่นแหละคือสิ่ง
00:01:2500:01:28ที่เราอยากจะเน้นย้ำในวันนี้เลยนะคะคือคน
00:01:2800:01:31ส่วนใหญ่เนี่ยจะมองว่าท้องผูกก็คือท้อง
00:01:3100:01:34ผูกไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไรอาจจะแค่รู้
00:01:3400:01:37สึกไม่สบายตัวอึดอัดบ้างท้องผูกนานๆหน่อย
00:01:3700:01:40ก็อาจจะทำให้เป็นฤิสีดวงทวารหนักได้แต่
00:01:4000:01:43ไม่ถึงกับเป็นอันตรายถึงชีวิตขนาดนั้น
00:01:4300:01:46>> ใช่ครับภาพจำของคนทั่วไปก็จะเป็นประมาณ
00:01:4600:01:47นั้นเลย
00:01:4700:01:49>> แต่สำหรับคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วไม่ว่า
00:01:4900:01:52จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดภาวะหัวใจเต้นผิด
00:01:5300:01:55จังหวะหรืออย่างที่คุณแม่ของคุณผู้ฟัง
00:01:5500:01:58เป็นคือหัวใจพริ้วเนี่ยอาการท้อนผูกมันสั
00:01:5800:02:00สามารถกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ที่อันตราย
00:02:0000:02:02มากๆได้เลยค่ะ
00:02:0200:02:04>> แสดงว่ามันมีความเชื่อมโยงกันอยู่สินะ
00:02:0400:02:06ครับไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ
00:02:0600:02:09>> ถูกต้องเลยค่ะคุณกันหัวใจกับระบบขับถ่าย
00:02:0900:02:11ของเรามันเชื่อมโยงกันอย่างที่เราอาจไม่
00:02:1100:02:14ทันรู้ตัวเลยค่ะลองนึกภาพเวลาที่เราท้อง
00:02:1400:02:17ผูกมากๆแล้วต้องเบ่งถ่ายหนักๆดูสิคะ
00:02:1700:02:20>> อื้อหือแค่นึกภาพก็รู้สึกเหนื่อยแล้วครับ
00:02:2000:02:23บางทีเบ่งจนหน้าดำหน้าแดงเลยก็มี
00:02:2300:02:25>> นั่นแหละค่ะการเบ่งถ่ายอย่างรุนแรงแบบ
00:02:2500:02:29นั้นภาษาทางการแพทย์เราเรียกว่าวาซา
00:02:2900:02:32manuวอหรือการเพิ่มความดันในช่องอกและ
00:02:3200:02:34ช่องท้องอย่างรวดเร็วค่ะซึ่งมันเป็น
00:02:3400:02:38ปฏิกิริยาของร่างกายที่ส่งผลกระทบต่อระบบ
00:02:3800:02:40ไหลเวียนโลหิตโดยตรงเลยนะคะ
00:02:4000:02:43>> อืมแล้วมันส่งผลยังไงต่อหัวใจครับ
00:02:4300:02:45>> ตอนที่เราเบ่งเนี่ยค่ะความดันในช่องอกของ
00:02:4600:02:49เราจะสูงขึ้นทันทีทำให้เลือดที่ไหลกลับ
00:02:4900:02:52เข้าสู่หัวใจเนี่ยลดลงชั่วขณะพอเลือดกลับ
00:02:5200:02:55ไปที่หัวใจน้อยลงหัวใจก็ต้องทำงานหนัก
00:02:5500:02:58ขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดออกไปให้ร่างกาย
00:02:5800:03:01แต่พอเราหยุดเบ่งปุ๊บเลือดก็จะพุ่งกลับ
00:03:0100:03:03เข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็วทำให้ความดัน
00:03:0300:03:06โลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลง
00:03:0600:03:10กะทันหันซึ่งภาวะนี้ล่ะค่ะที่อันตรายมากๆ
00:03:1000:03:13โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วเพราะ
00:03:1300:03:16หัวใจของเขาจะมีความเปราะบางและปรับตัว
00:03:1600:03:18ได้ไม่ดีเท่าคนปกติค่ะ
00:03:1800:03:21>> แสดงว่ามันเหมือนกับเราไปกดสวิตช์บาง
00:03:2100:03:24อย่างที่ทำให้ระบบหัวใจทำงานผิดปกติไป
00:03:2400:03:26ชั่วคราวอย่างนั้นหรือเปล่าครับ
00:03:2600:03:28>> คล้ายๆอย่างนั้นเลยค่ะคุณกันและผลกระทบ
00:03:2800:03:31ที่ว่านี้ไม่ได้จำกัดแค่กับผู้ป่วยที่มี
00:03:3100:03:33ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจพริ้ว
00:03:3300:03:35อย่างที่คุณแน่ของคุณผู้ฟังเป็นเท่านั้น
00:03:3500:03:38นะคะแต่ยังรวมไปถึงผู้ป่วยโรคหัวใจชนิด
00:03:3800:03:39อื่นๆด้วยค่ะ
00:03:3900:03:42>> เอ้าแล้วโรคหัวใจประเภทอื่นๆล่ะครับได้
00:03:4200:03:43รับผลกระทบยังไงบ้าง
00:03:4400:03:47>> มาดูกันทีละโรคนะคะอย่างแรกคือผู้ป่วยโรค
00:03:4700:03:49หลอดเลือดหัวใจตีบหรือคนที่เคยเป็นโรคหัว
00:03:4900:03:52ใจขาดเลือดมาก่อนเนี่ยการเบ่งถ่ายหนักๆ
00:03:5200:03:55อาจทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นความต้องการ
00:03:5500:03:57ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจก็เพิ่มขึ้น
00:03:5700:04:00ด้วยซึ่งถ้าหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้ว
00:04:0000:04:02เลือดไปเลี้ยงไม่พอก็อาจกระตุ้นให้เกิด
00:04:0200:04:04อาการเจ็บหน้าอกหรือรุนแรงถึงขั้นกล้าม
00:04:0400:04:07เนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้เลยค่ะ
00:04:0700:04:10>> โอ้โหแค่เบ่งก็เสี่ยงขนาดนี้เลยหรอครับ
00:04:1000:04:13>> ใช่ค่ะคุณกันต่อมาคือผู้ป่วยภาวะหัวใจล้ม
00:04:1300:04:16เหลวค่ะคือคนที่หัวใจบีบตัวไม่ค่อยดีอยู่
00:04:1600:04:19แล้วพอเบ่งถ่ายแรงเบ่งจะไปเพิ่มภาระให้
00:04:1900:04:22หัวใจอีกทำให้เลือดไหลกลับมาที่หัวใจน้อย
00:04:2200:04:25ลงในช่วงเบ่งพอหยุดเบ่งเลือดก็พุ่งกลับมา
00:04:2500:04:28เยอะหัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วก็อาจจะรับไม่
00:04:2800:04:31ไหวทำให้เกิดอาการเหนื่อยหอบมากขึ้นหรือ
00:04:3100:04:34อาการของหัวใจล้มเหลวแย่ลงได้ค่ะส่วนคน
00:04:3400:04:37ที่มีโรคความดันโลหิตสูงนะคะถึงแม้จะไม่
00:04:3700:04:39ได้มีปัญหาที่โครงสร้างหัวใจโดยตรงแต่การ
00:04:3900:04:42เบ่งจะทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่าง
00:04:4200:04:45รวดเร็วมากๆในช่วงสั้นๆซึ่งถ้าความดันสูง
00:04:4500:04:48อยู่แล้วหรือหลอดเลือดไม่แข็งแรงก็เพิ่ม
00:04:4800:04:50ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
00:04:5000:04:53ได้เช่นเส้นเลือดในสมองแตกหรือเส้นเลือด
00:04:5300:04:55ในตาแตกได้เลยค่ะ
00:04:5500:04:57>> ฟังแล้วน่ากลัวทุกโรคเลยนะครับแล้วถ้า
00:04:5700:04:59เป็นโรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจล่ะครับ
00:04:5900:05:02>> สำหรับผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจก็ต้องระวัง
00:05:0200:05:04เช่นกันค่ะไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจตีบหรือ
00:05:0400:05:07รั่วการแบ่งถ่ายจะไปเปลี่ยนแปลงปริมาณ
00:05:0700:05:10เลือดที่ไหลผ่านลิ้นหัวใจทำให้หัวใจต้อง
00:05:1000:05:13ทำงานหนักผิดปกติบางชนิดอาจทำให้อาการแย่
00:05:1300:05:16ลงหรือในรายที่ลิ้นหัวใจตีบรุนแรงมากๆการ
00:05:1600:05:19แบ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่เป็นอันตรายถึง
00:05:1900:05:21ชีวิตได้เลยค่ะเพราะหัวใจต้องบีบตัวผ่าน
00:05:2100:05:24ช่องทางที่แคบและแข็งทำให้เกิดแรงดัน
00:05:2400:05:25มหาศาลค่ะ
00:05:2500:05:29>> สรุปคือไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจประเภทไหนการ
00:05:2900:05:32เบ่งอุจจาระโดยไม่ระมัดระวังล้วนแต่เพิ่ม
00:05:3200:05:34ความเสี่ยงต่อเหตุการไม่พึงประสงค์ได้
00:05:3400:05:37ทั้งสิ้นเพราะมันไปรบกวนสมดุลของระบบไหล
00:05:3700:05:40เวียนโลหิตและระบบประสาทอัตโนมัติของร่าง
00:05:4000:05:41กายครับ
00:05:4100:05:44>> โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีภาวะหัว
00:05:4400:05:46ใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจพริ้วอย่างที่
00:05:4700:05:49คุณแม่ของคุณผู้ฟังเป็นอยู่แล้วเนี่ยการ
00:05:4900:05:52เปลี่ยนแปลงความดันโลหิตและอัตราการเต้น
00:05:5200:05:54ของหัวใจอย่างฉับพลันจากการเบ่ง
00:05:5400:05:57มันยิ่งไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
00:05:5700:05:59มากขึ้นไปอีกหรืออาจจะทำให้เกิดอาการหน้า
00:05:5900:06:03มืดวิงเวียนจนถึงขั้นหมดสติล้มลงได้เลย
00:06:0300:06:06ค่ะยิ่งในห้องน้ำที่แคบๆเนี่ยโอกาสที่จะ
00:06:0600:06:09หัวฟาดพื้นหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงก็ยิ่ง
00:06:1000:06:11สูงขึ้นไปอีกค่ะ
00:06:1100:06:13>> โอ้โหไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าแค่เรื่อง
00:06:1300:06:16ท้องผู่กับการเบ่งถ่ายเนี่ยจะนำไปสู่
00:06:1600:06:17อันตรายขนาดนี้ได้
00:06:1700:06:20>> ใช่ค่ะคุณกันมันเป็นเรื่องที่หลายคนมอง
00:06:2000:06:22ข้ามจริงๆเพราะไม่คิดว่ามันจะเชื่อมโยง
00:06:2200:06:25กันได้แต่จากกรณีของคุณแม่คุณผู้ฟังที่
00:06:2500:06:28เล่ามาเนี่ยยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดเลยนะคะ
00:06:2800:06:31ว่าอาการท้องผูกเรื้อรังที่ทำให้ต้องใช้
00:06:3100:06:34เวลานั่งถ่ายนานๆและต้องแบ่งมากๆเนี่ยมัน
00:06:3400:06:37คือตัวกระตุ้นชั้นดีสำหรับเหตุการณ์ไม่
00:06:3700:06:40คาดฝันสำหรับคนที่มีโรคหัวใจเลยค่ะที่
00:06:4000:06:44สำคัญคือบางครั้งอาการเป็นลมหรือหน้ามืด
00:06:4400:06:46อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีที่เบ่งเสร็จแต่
00:06:4600:06:49จะมาปรากฏในอีก 10-30 นาทีหลังจากนั้นก็
00:06:4900:06:50เป็นไปได้ค่ะ
00:06:5000:06:53>> อ้าวทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับทำไมอาการ
00:06:5300:06:55ถึงมาแบบ delay ได้ครับคุณเกด
00:06:5500:06:58>> ตรงนี้เป็นกลไกที่น่าสนใจมากค่ะที่เรา
00:06:5800:07:01เรียกว่า delayed syncopy หรือภาวะเป็น
00:07:0100:07:04ลมที่เกิดล่าช้าสาเหตุหลักๆมาจากการที่
00:07:0400:07:07ระบบประสาทอัตโนมัติของเราซึ่งเป็นตัวควบ
00:07:0700:07:10คุมความดันเลือดและการเต้นของหัวใจเนี่ย
00:07:1000:07:13อาจจะปรับตัวได้ไม่ทันหรือมีความผิดปกติ
00:07:1300:07:17ในการฟื้นตัวค่ะในคนที่หัวใจปกติร่างกาย
00:07:1700:07:19จะชดเชยการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้อย่างรวด
00:07:1900:07:22เร็วแต่ในผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะระบบ
00:07:2200:07:25ประสาทอาจปรับกลับไม่ทันทำให้ความดัน
00:07:2500:07:27เลือดยังคงแปรปรวนอยู่เป็นระยะ
00:07:2700:07:30>> แสดงว่าหลังจากเบ่งเสร็จแล้วหัวใจกับสมอง
00:07:3000:07:32ก็ยังไม่ได้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุลใน
00:07:3200:07:33ทันทีใช่ไหมครับ
00:07:3300:07:36>> ถูกต้องค่ะคุณกันแรงเบ่งอาจเป็นตัว
00:07:3600:07:38กระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่
00:07:3800:07:41ซับซ้อนขึ้นซึ่งบางครั้งมันไม่ได้แสดง
00:07:4100:07:44อาการทันทีแต่จะออกอาการหลังจากนั้นเมื่อ
00:07:4400:07:46หัวใจกลับมาทำงานภายใต้จังหวะผิดปกติ
00:07:4600:07:50เหล่านั้นนอกจากนี้ยังมีภาวะที่เรียกว่า
00:07:5000:07:52ความดันเลือดตกภายหลัง delate
00:07:5200:07:54hypotension เช่นคล้ายกับเวลาที่เรา
00:07:5400:07:57เปลี่ยนท่าเร็วๆแล้วหน้ามืดน่ะค่ะขึ้น
00:07:5700:08:00หลอดเลือดอาจจะไม่หดตัวพอทำให้สมองขาด
00:08:0000:08:03เลือดชั่วคราวเป็นระยะๆะจนเกิดอาการเวียน
00:08:0300:08:05หัวหรือเป็นลมตามมาหลังจากที่เราทำ
00:08:0500:08:07กิจกรรมไปแล้วพักอยู่ได้ค่ะ
00:08:0700:08:10>> ฟังแบบนี้แล้วผมว่าเราต้องมาทำความเข้าใจ
00:08:1000:08:12กันให้ละเอียดขึ้นแล้วล่ะครับว่าสัญญาณ
00:08:1200:08:15อันตรายที่ว่านี้มีอะไรบ้างแล้วเราจะ
00:08:1500:08:18สังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวได้อย่างไร
00:08:1800:08:22>> ได้เลยค่ะคุณกันทีนี้เรามาดูกันว่าสัญญาณ
00:08:2200:08:25ของอาการท้องของผูกที่เราไม่ควรมองข้าม
00:08:2500:08:28โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราหรือคนในครอบครัว
00:08:2800:08:32มีภาวะโรคหัวใจมีอะไรบ้างนะคะ
00:08:3200:08:35>> เริ่มจากอาการท้องผูกทั่วไปก่อนเลยครับมี
00:08:3500:08:37อะไรที่เราต้องคอยสังเกตเป็นพิเศษไหมครับ
00:08:3700:08:41>> แน่นอนค่ะอันดับแรกเลยคือความถี่ในการขับ
00:08:4100:08:44ถ่ายที่เปลี่ยนไปค่ะปกติคนเราควรจะขับ
00:08:4400:08:47ถ่ายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์นะคะถ้า
00:08:4700:08:50คุณผู้ฟังรู้สึกว่าตัวเองขับถ่ายน้อยลง
00:08:5000:08:53กว่าปกติหรือขับถ่ายไม่ถึง 3 ครั้งต่อ
00:08:5300:08:56สัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆเนี่ยอันนี้
00:08:5600:08:59ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของท้องผูกแล้วค่ะ
00:08:5900:09:02>> อืมแล้วเรื่องลักษณะของอุจจาระล่ะครับมี
00:09:0200:09:03ผลมั้ยครับ
00:09:0300:09:07>> มีผลมากเลยค่ะลักษณะของอุจจาระก็เป็นตัว
00:09:0700:09:10บ่งชื้อสำคัญนะคะถ้าอุจจาระแข็งมากเป็น
00:09:1000:09:13ก้อนเล็กๆเหมือนกระสุนหรือเป็นก้อนแข็ง
00:09:1300:09:17ที่ผ่านยากต้องใช้แรงเบ่งเยอะๆอันนี้ก็
00:09:1700:09:20แสดงว่ามีปัญหาท้องผูกแล้วค่ะปกติอุจจาระ
00:09:2000:09:24ที่ดีควรจะมีลักลักษณะนุ่มเป็นลำไม่ต้อง
00:09:2400:09:25ใช้แรงเบ่งมากเกินไปค่ะ
00:09:2500:09:29>> บางทีก็รู้สึกว่าถ่ายไม่สุดด้วยนะครับแบบ
00:09:2900:09:30ว่าเหมือนถ่ายออกไม่หมด
00:09:3000:09:33>> ใช่เลยค่ะความรู้สึกว่าถ่ายไม่สุดหรือ
00:09:3300:09:36ต้องใช้แรงเบ่งมากผิดปกตินี่แหละค่ะคือ
00:09:3600:09:39อีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนมากว่าท้องผูก
00:09:3900:09:42แล้วและเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด
00:09:4200:09:45ปฏิกิริยาวาซวamanนูวอร์ที่เราคุยกันไป
00:09:4500:09:46เมื่อกี้ด้วยนะคะ
00:09:4600:09:49>> แล้วมีอาการร่วมอื่นๆอีกมั้ยครับที่บอก
00:09:4900:09:51ว่าเรากำลังท้องผูก
00:09:5100:09:55>> ก็จะมีอาการอย่างเช่นปวดท้องท้องอืดแน่น
00:09:5500:09:57ท้องรู้สึกไม่สบายตัวในช่องท้องนั่นเอง
00:09:5800:10:01ค่ะบางคนอาจจะมีอาการคลื่นไส้หรือเบื่อ
00:10:0100:10:02อาหารร่วมด้วยก็ได้ค่ะ
00:10:0300:10:06>> อันนั้นคือสัญญาณของท้องผูกทั่วไปทีนี้มา
00:10:0600:10:09ถึงส่วนสำคัญครับถ้าคนมีปัญหาหัวใจอยู่
00:10:0900:10:12แล้วสัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่
00:10:1200:10:15อาจเกิดขึ้นขณะเบ่งถ่ายมีอะไรที่เราต้อง
00:10:1500:10:17รู้และเรียบระวังเป็นพิเศษบ้างครับ
00:10:1700:10:20>> ตรงนี้สำคัญมากๆเลยค่ะคุณกันเพราะอาการ
00:10:2100:10:24เหล่านี้คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าหัวใจ
00:10:2400:10:27กำลังทำงานหนักเกินไปหรือกำลังมีปัญหาจาก
00:10:2700:10:28การเบ่งข่ายค่ะ
00:10:2800:10:31>> อย่างแรกเลยก็คืออาการหน้ามืดใช่ไหมครับ
00:10:3100:10:34>> ใช่ค่ะหน้ามืดวิงเวียนหรือรู้สึกตาลาย
00:10:3400:10:37เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดเลยค่ะคือพอ
00:10:3700:10:39เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วขณะเนี่ยก็จะ
00:10:3900:10:42เกิดอาการพวกนี้ขึ้นมาทันทีบางคนแค่รู้
00:10:4200:10:45สึกวูบๆไปหรือบางคนอาจจะถึงขั้นมองไม่
00:10:4500:10:47เห็นไปชั่วขณะเลยก็ได้
00:10:4700:10:49>> แล้วถ้าเป็นเรื่องหัวใจโดยตรงล่ะครับ
00:10:4900:10:52>> อาจจะมีอาการใจสัค่ะคือรู้สึกว่าหัวใจ
00:10:5200:10:55เต้นเร็วผิดปกติหรือเต้นไม่สม่ำเสมอซึ่ง
00:10:5500:10:58อันนี้อันตรายมากในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจ
00:10:5800:11:01เต้นผิดจังหวะอยู่แล้วเพราะอาจกระตุ้นให้
00:11:0100:11:03เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รุนแรงขึ้น
00:11:0300:11:07มาได้และอีกอย่างที่ต้องระวังมากๆคือเจ็บ
00:11:0700:11:10หน้าอกค่ะบางคนอาจจะรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก
00:11:1000:11:12หรือจุกอกขึ้นมาตอนเบ่งถ่ายหนักๆอันนี้
00:11:1200:11:15ต้องรีบไปพบแพทย์เลยนะคะเพราะอาจเป็น
00:11:1500:11:18สัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
00:11:1800:11:20>> แล้วถ้าเป็นเรื่องหัวใจโดยรวมล่ะครับอาจ
00:11:2000:11:23จะมีเหงื่อออกมากผิดปกติค่ะขึ้นเหงื่อแตก
00:11:2300:11:26พลักทั้งๆที่ไม่ได้ร้อนหรืออยู่ในห้องที่
00:11:2600:11:29เย็นสบายนั่นก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า
00:11:2900:11:31ร่างกายกำลังเผชิญกับความเครียดอย่างหนัก
00:11:3100:11:34และที่สำคัญที่สุดคืออาการที่คุณแม่ของ
00:11:3400:11:37คุณผู้ฟังเป็นเลยค่ะคือถึงขั้นหมดสติหรือ
00:11:3700:11:41ล้มลงไปซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทำการแพทย์ที่
00:11:4100:11:43ต้องได้รับการช่วยเหลือทันทีเพราะการล้ม
00:11:4300:11:46โดยไม่คาดคิดอาจนำไปสู่การบาดเจ็บที่
00:11:4600:11:50รุนแรงเช่นหัวฟาดพื้นกระดูกหักได้โดย
00:11:5000:11:51เฉพาะในผู้สูงอายุค่ะ
00:11:5200:11:54>> โอ้โหฟังแล้วขนลุกเลยนะครับมันเป็นอาการ
00:11:5400:11:57ที่ร้ายแรงกว่าที่คิดจริงๆเพราะฉะนั้นถ้า
00:11:5700:12:00ใครมีอาการเหล่านี้โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัว
00:12:0000:12:03ใจต้องรีบระวังและหาทางจัดการเรื่องท้อง
00:12:0300:12:05ผูกให้ดีที่สุดเลยนะครับ
00:12:0500:12:08>> ถูกต้องค่ะคุณกันเพราะฉะนั้นการดูแลจัด
00:12:0800:12:10การเรื่องท้องผูกให้ถูกวิธีเนี่ยจึงเป็น
00:12:1000:12:13เรื่องสำคัญมากๆสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ
00:12:1300:12:15เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาด
00:12:1500:12:16ฝันค่ะ
00:12:1600:12:18>> ได้เลยครับคุณเกตในเมื่อเราเห็นแล้วว่า
00:12:1800:12:21ท้องผูกมันอันตรายแค่ไหนสำหรับคนเป็นโรค
00:12:2100:12:25หัวใจทีนี้มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดแล้ว
00:12:2500:12:28ครับคือเราจะจัดการกับอาการท้องผูกยังไง
00:12:2800:12:31ให้ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ
00:12:3100:12:32โดยเฉพาะเลยครับ
00:12:3200:12:35>> ค่ะคุณกันหลักสำคัญคือการป้องกันไม่ให้
00:12:3500:12:38ท้องผูกตั้งแต่แรกเริ่มและถ้าท้องผูกแล้ว
00:12:3800:12:41ก็ต้องจัดการอย่างถูกวิธีและปลอดภัยค่ะ
00:12:4200:12:44เรามาเริ่มกันที่เรื่องใกล้ตัวที่สุดก่อน
00:12:4400:12:46เลยนะคะคือเรื่องโภชนาการค่ะ
00:12:4600:12:49>> อาหารการกินนี่มีผลโดยตรงเลยใช่ไหมครับ
00:12:4900:12:52>> มีผลมากๆค่ะอันดับแรกเลยคือการเพิ่ม
00:12:5300:12:55ไฟเบอร์หรือใยอาหารในแต่ละมื้ออย่างค่อย
00:12:5500:12:58เป็นค่อยไปค่ะไม่แนะนำให้เพิ่มพรวดเดียว
00:12:5800:13:02เยอะๆนะคะเพราะอาจจะทำให้ท้องอืดได้ควร
00:13:0200:13:05ค่อยๆเพิ่มทีละนิดในแต่ละวันค่ะไฟเบอร์จะ
00:13:0500:13:08ช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้นและมีปริมาณมาก
00:13:0800:13:10ขึ้นทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นค่ะ
00:13:1000:13:14>> ไฟเบอร์นี่อยู่ในประเภทไหนบ้างครับคุณเกด
00:13:1400:13:18>> ก็อยู่ในผักสดผลไม้สดอย่างเช่นฝรั่งส้ม
00:13:1800:13:22แอปเปิ้ลมะละกอและก็พวกธัญพืชไม่ขัดสี
00:13:2200:13:25เช่นข้าวกล้องข้าวโอ๊ตขนมปังโฮวีทถั่ว
00:13:2500:13:28เมล็ดแห้งต่างๆค่ะพยายามกินให้หลากหลาย
00:13:2800:13:31เพื่อให้ได้ไฟเบอร์เพียงพอในแต่ละวัน
00:13:3100:13:34>> นอกจากการกินไฟเบอร์แล้วเรื่องน้ำก็สำคัญ
00:13:3400:13:35ใช่ไหมครับ
00:13:3500:13:38>> สำคัญที่สุดเลยค่ะคุณกันการดื่มน้ำให้
00:13:3800:13:41เพียงพอเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันท้อง
00:13:4100:13:44ผูกเลยค่ะเพราะไฟเบอร์จะดูดซับน้ำเข้าไป
00:13:4400:13:47ทำให้อุจจาระพองตัวและนิ่มถ้าเรากิน
00:13:4700:13:50ไฟเบอร์เยอะแต่ดื่มน้ำน้อยอุจจาระอาจจะ
00:13:5000:13:53แข็งกว่าเดิมก็ได้นะคะควรดื่มน้ำเปล่าให้
00:13:5300:13:56ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วหรือประมาณ
00:13:5600:14:002-2.5 5 ลิตรโดยค่อยๆจิบตลอดวันค่ะไม่
00:14:0000:14:02ต้องดื่มรวดเดียวเยอะๆนะคะ
00:14:0200:14:04>> แล้วมีอาหารอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยงมั้
00:14:0400:14:05ครับ
00:14:0500:14:07>> ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจจะทำให้ท้อง
00:14:0700:14:11ผูกได้ง่ายค่ะเช่นอาหารที่มีไขมันสูง
00:14:1100:14:14เนื้อสัตว์แปรรูปนมและผลิตภัณฑ์จากนมบาง
00:14:1400:14:17ชนิดที่อาจจะทำให้บางคนท้องผูกได้ง่าย
00:14:1700:14:20หรืออาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำมากๆเช่นข้าวขาว
00:14:2000:14:23ขนมปังขาวค่ะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดู
00:14:2300:14:25เป็นรายบุคคลด้วยนะคะ
00:14:2500:14:28>> นอกจากเรื่องอาหารแล้วเรื่องพฤติกรรมการ
00:14:2800:14:30ขับถ่ายก็สำคัญไม่แพ้กันเลยใช่มั้ยครับ
00:14:3100:14:34>> สำคัญมากถึงมากที่สุดค่ะคุณกันโดยเฉพาะ
00:14:3400:14:36สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องระวังเรื่อง
00:14:3600:14:40การเบ่งถ่ายเป็นพิเศษนะคะอันดับแรกเลยคือ
00:14:4000:14:43ห้ามเบ่งถ่ายรุนแรงเด็ดขาดค่ะไม่ว่าจะรู้
00:14:4300:14:45สึกอึดอัดแค่ไหนก็ตามต้องพยายามหลีก
00:14:4500:14:47เลี่ยงการเบ่งให้มากที่สุดค่ะ
00:14:4700:14:50>> แล้วถ้าถ่ายไม่ออกจริงๆล่ะครับทำยังไงดี
00:14:5000:14:52>> ถ้าเริ่มรู้สึกว่าต้องเบ่งมากหรือนั่งไป
00:14:5300:14:55นานแล้วยังไม่ออกก็ควรจะไม่นั่งนานเกินไป
00:14:5500:14:59ค่ะไม่ควรเกิน 5-10 นาทีนะคะถ้าไม่ออก
00:14:5900:15:02จริงๆให้ลกออกมาก่อนแล้วค่อยกลับไปลอง
00:15:0200:15:05ใหม่ทีหลังค่ะการนั่งนานเกินไปอาจทำให้
00:15:0500:15:07เส้นเลือดดำที่ทวารหนักโป่งพองได้ด้วยนะ
00:15:0700:15:08คะ
00:15:0800:15:10>> มีท่าทางการขับถ่ายที่แนะนำมั้ครับ
00:15:1000:15:13>> มีค่ะการจัดท่าทางให้เหมาะสมก็ช่วยได้มาก
00:15:1300:15:17ค่ะโดยเฉพาะการใช้ที่วางเท้าเล็กๆเพื่อยก
00:15:1700:15:19เท้าขึ้นเล็กน้อยตอนนั่งบนชะโครกจะช่วย
00:15:1900:15:22ให้หัวเข่าสูงกว่าสะโพกเล็กน้อยซึ่งเป็น
00:15:2200:15:25ท่าที่ช่วยให้ลำไส้ตรงอยู่ในแนวที่เหมาะ
00:15:2500:15:28สมกับการขับถ่ายมากขึ้นทำให้ถ่ายได้ง่าย
00:15:2800:15:29ขึ้นลดการเบ่งค่ะ
00:15:2900:15:32>> แล้วการฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาล่ะครับช่วย
00:15:3200:15:33ได้ไหมครับ
00:15:3300:15:35>> ช่วยได้มากเลยค่ะการฝึกขับถ่ายให้เป็น
00:15:3500:15:38เวลาในแต่ละวันจะช่วยสร้างวินัยให้ลำไส้
00:15:3800:15:41ของเราทำงานเป็นระบบมากขึ้นค่ะเช่นพยายาม
00:15:4100:15:44เข้าห้องน้ำช่วงเวลาเดิมๆทุกวันอาจจะเป็น
00:15:4400:15:47หลังตื่นนอนตอนเช้าหรือหลังมื้ออาหารสัก
00:15:4700:15:5030 นาทีถึง 1 ชมงเพราะเป็นช่วงที่ลำไส้
00:15:5000:15:52มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดค่ะ
00:15:5200:15:55>> นอกจากการปรับอาหารและพฤติกรรมแล้วการออก
00:15:5500:15:57กำลังกายก็ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วยใช่
00:15:5700:15:58มั้ยครับ
00:15:5800:16:00>> ใช่ค่ะการออกกำลังกายโดยเฉพาะการเคลื่อน
00:16:0100:16:04ไหวร่างกายเบาๆเช่นการเดินการเดินเร็ว
00:16:0400:16:07โยคะหรือการเคลื่อนไหวแบบเบาๆที่ไม่หัก
00:16:0700:16:11โหมจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ทำให้ลำ
00:16:1100:16:14ไส้บีบตัวได้ดีขึ้นลดโอกาสการเกิดท้องผูก
00:16:1400:16:17ค่ะต้องย้ำนะคะว่าผู้ป่วยโรคหัวใจจะต้อง
00:16:1700:16:19เลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพ
00:16:1900:16:22ร่างกายของตัวเองและควรปรึกษาแพทย์ก่อน
00:16:2200:16:24เริ่มโปรแกรมออกกำลังกายเสมอค่ะ
00:16:2400:16:27>> ทีนี้มาถึงเรื่องยาและอาหารเสริมบ้างครับ
00:16:2700:16:31บางคนอาจจะกังวลว่าใช้ได้มยหรือต้องใช้
00:16:3100:16:31อะไร
00:16:3200:16:35>> เรื่องนี้สำคัญมากค่ะการใช้ยาระบายหรือ
00:16:3500:16:38อาหารเสริมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
00:16:3800:16:41หรือเภสัชกรเท่านั้นนะคะโดยเฉพาะผู้ป่วย
00:16:4100:16:44โรคหัวใจเพราะยาระบายบางชนิดอาจมีผลต่อ
00:16:4400:16:47สมดุลเกร่ในร่างกายซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ
00:16:4700:16:49หัวใจได้ค่ะ
00:16:4900:16:51>> แล้วพวกยาระบายกลุ่มไฟเบอร์ล่ะครับปลอด
00:16:5100:16:52ภัยกว่ามย
00:16:5200:16:56>> ยาระบายกลุ่มไฟเบอร์อย่างพวก Pilhus หรือ
00:16:5600:16:59Metal Cellลูสโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย
00:16:5900:17:01กว่าและเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้
00:17:0100:17:04ป่วยโรคหัวใจค่ะเพราะมันจะทำงานคล้ายๆกับ
00:17:0400:17:07ใยอาหารคือไปเพิ่มปริมาณอุจจาระและทำให้
00:17:0800:17:11อุจจาระนิ่มขึ้นแต่ก็ต้องดื่มน้ำตามมากๆ
00:17:1100:17:14นะคะเพราะถ้าดื่มน้ำไม่พอมันอาจจะไปอุด
00:17:1400:17:17ตันในลำไส้ได้ค่ะและที่สำคัญคือต้อง
00:17:1700:17:20ปรึกษาแพทย์หรือเพศัชกรก่อนใช้เสมอเพื่อ
00:17:2000:17:23ให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับสภาพร่างกายของเรา
00:17:2300:17:23ค่ะ
00:17:2300:17:26>> แล้วโปรไบโอติกหรือพวกจุลินทรีย์ดีๆล่ะ
00:17:2600:17:28ครับช่วยได้มย
00:17:2800:17:31>> โปรไบโอติกหรือจุลินทรีย์สุขภาพดีก็มี
00:17:3100:17:34ส่วนช่วยปรับสมดุลของลำไส้ให้ทำงานได้ดี
00:17:3400:17:37ขึ้นค่ะซึ่งอาจช่วยลดอาการคล้องผูกได้ใน
00:17:3700:17:39บางรายแต่ก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่า
00:17:3900:17:42เชื่อถือและปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ
00:17:4200:17:46ก่อนบริโภคเช่นกันค่ะสรุปคือไม่ว่าจะยา
00:17:4600:17:49หรืออาหารเสริมอะไรก็ตามผู้ป่วยโรคหัวใจ
00:17:4900:17:52ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอเพื่อความ
00:17:5200:17:54ปลอดภัยสูงสุดของตัวท่านเองค่ะ
00:17:5400:17:57>> ดูเหมือนว่าการจัดการท้อนผูกสำหรับผู้
00:17:5700:18:00ป่วยโรคหัวใจเนี่ยมันไม่ใช่แค่เรื่องการ
00:18:0000:18:03ขับถ่ายแต่เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพแบบ
00:18:0300:18:05องค์รวมเลยนะครับตั้งแต่อาหารการกิน
00:18:0500:18:08พฤติกรรมไปจนถึงการใช้ยา
00:18:0800:18:10>> ถูกต้องค่ะคุณกันเพราะทุกอย่างมันเชื่อม
00:18:1000:18:14โยงกันหมดเลยการที่เราเข้าใจและใส่ใจใน
00:18:1400:18:16เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างท้องผูกนี่แหละค่ะ
00:18:1600:18:19จะช่วยป้องกันอันตรายใหญ่หลวงที่อาจเกิด
00:18:1900:18:20ขึ้นกับหัวใจเราได้ค่ะ
00:18:2000:18:24>> คุณเกตครับแม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน
00:18:2400:18:27หรือพยายามจัดการกับอาการท้องผูกตามคำแนะ
00:18:2700:18:29นำแล้วแต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือ
00:18:2900:18:32มีอาการบางอย่างเกิดขึ้นเราควรจะรีบไปพบ
00:18:3200:18:35แพทย์เมื่อไหร่บ้างครับเพื่อความปลอดภัย
00:18:3500:18:35สูงสุด
00:18:3500:18:38>> คำถามนี้สำคัญมากเลยค่ะคุณกันเพราะมีบาง
00:18:3800:18:42สถานการณ์ที่เราไม่ควรรอช้าเลยนะคะถ้ามี
00:18:4200:18:44อาการเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่กำลังท้อง
00:18:4400:18:47ผูกหรือหลังจากการแบ่งถ่ายควรจะรีบไปพบ
00:18:4700:18:50แพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
00:18:5000:18:51เลยค่ะ
00:18:5100:18:53>> อย่างแรกเลยก็คืออาการที่คุณแม่ของคุณผู้
00:18:5300:18:54ฟังเป็นใช่มั้ยครับ
00:18:5400:18:58>> ใช่ค่ะคือถ้ามีอาการหน้ามืดหมดสติหรือล้ม
00:18:5800:19:01ลงไปแม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆก็ตามนี่คือ
00:19:0100:19:04สัญญาณอันตรายร้ายแรงที่ต้องรีบไปพบแพทย์
00:19:0400:19:08ทันทีค่ะเพราะอาจเป็นผลกระทบจากการที่หัว
00:19:0800:19:11ใจทำงานผิดปกติหรือสมองขาดเลือดไปเลี้ยง
00:19:1100:19:12ชั่วขณะนั่นเองค่ะ
00:19:1200:19:14>> แล้วถ้าเกี่ยวกับหัวใจโดยตรงล่ะครับ
00:19:1400:19:17>> ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงหรือเจ็บแน่น
00:19:1700:19:21หน้าอกที่ร้าวไปที่แขนคอหรือขากรรไกรร่วม
00:19:2100:19:24กับอาการหายใจลำบากหรือหายใจไม่ออกร่วม
00:19:2400:19:27ด้วยอันนี้คือสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางหัว
00:19:2700:19:31ใจที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุดค่ะ
00:19:3100:19:33>> แล้วถ้าท้องผูกรุนแรงมากๆล่ะครับควรไปหา
00:19:3400:19:34หมอเมื่อไหร่
00:19:3400:19:38>> ถ้ามีอาการท้องผูกรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อ
00:19:3800:19:41การดูแลเบื้องต้นเช่นกลิ่นไฟเบอร์ดื่มน้ำ
00:19:4100:19:44เยอะแล้วก็ยังถ่ายไม่ออกเลยติดต่อกันหลาย
00:19:4400:19:48วันมีอาการปวดท้องรุนแรงท้องอืดมากหรือ
00:19:4800:19:51คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยก็ควรไปพบแพทย์
00:19:5100:19:53เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะ
00:19:5400:19:54สมค่ะ
00:19:5400:19:57>> มีเลือดปนออกมากับอุจจาระด้วยไหครับ
00:19:5700:20:00>> ใช่ค่ะถ้ามีเลือดปนออกมากับอุจจาระไม่ว่า
00:20:0000:20:03จะเป็นเลือดสีแดงสดหรือเลือดสีคล้ำๆก็ตาม
00:20:0300:20:06ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันทีค่ะ
00:20:0600:20:08เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรง
00:20:0800:20:10กว่าแค่ท้องผูกธรรมดาได้ค่ะ
00:20:1100:20:14>> สรุปคือถ้ามีอาการที่น่าตกใจหรือดูรุนแรง
00:20:1400:20:17กว่าปกติต้องรีบไปหาหมอเลยไม่ควรรอช้า
00:20:1700:20:18เด็ดขาดเลยนะครับ
00:20:1800:20:21>> ถูกต้องค่ะคุณกันการสังเกตอาการตัวเองและ
00:20:2100:20:24คนในครอบครัวและการตัดสินใจไปพบแพทย์ได้
00:20:2400:20:27อย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงและ
00:20:2700:20:29อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างมากเลย
00:20:2900:20:30ค่ะ
00:20:3000:20:33>> มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วนะครับคุณเกตวันนี้
00:20:3300:20:35เราได้พูดคุยกันอย่างละเอียดเลยว่าอาการ
00:20:3500:20:38ท้องผูกที่หลายคนมองเป็นเรื่องเล็กน้อย
00:20:3800:20:41จริงๆแล้วมันซ่อนอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
00:20:4100:20:44สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจไว้มากขนาดไหนโดย
00:20:4400:20:47เฉพาะความเสี่ยงที่จะหน้ามืดหมดสติหรือ
00:20:4700:20:47ล้มลง
00:20:4700:20:50>> ใช่ค่ะคุณกันเราได้เรียนรู้ถึงกลไกที่
00:20:5000:20:53เชื่อมโยงกันระหว่างการเบ่งถ่ายกับระบบ
00:20:5300:20:56หัวใจสัญญาณอันตรายที่ต้องสังเกตรวมถึง
00:20:5600:20:59สาเหตุที่อาการอาจเกิดขึ้นล่าช้าและที่
00:20:5900:21:02สำคัญที่สุดคือเคล็ดลับง่ายๆในการจัดการ
00:21:0200:21:05อาการท้องผูกให้ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น
00:21:0500:21:08เรื่องอาหารการกินการดื่มน้ำพฤติกรรมการ
00:21:0800:21:11ขับถ่ายและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
00:21:1100:21:14>> สิ่งที่เราอยากจะย้ำเตือนอีกครั้งก็คือ
00:21:1400:21:16การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องขององค์รวมจริงๆ
00:21:1600:21:19ครับแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างท้องผูกถ้าเรา
00:21:1900:21:22ใส่ใจและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ก็จะช่วย
00:21:2200:21:25ป้องกันปัญหาใหญ่ๆที่อาจจะเกิดกับหัวใจ
00:21:2500:21:26ของเราได้
00:21:2600:21:28>> สิ่งที่เราอยากจะให้คุณผู้ฟังทุกคนโดย
00:21:2800:21:31เฉพาะผู้ที่กำลังดูแลผู้สูงอายุหรือมีคน
00:21:3100:21:35ในครอบครัวที่มีภาวะโรคหัวใจลองนำความรู้
00:21:3500:21:37ที่ได้ในวันนี้ไปปรับใช้ดูนะคะการเปลี่ยน
00:21:3800:21:41แปลงพฤติกรรมเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน
00:21:4100:21:43สามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ให้กับ
00:21:4300:21:46สุขภาพและความปลอดภัยของคนที่คุณรักได้
00:21:4600:21:47ค่ะ
00:21:4700:21:50>> อย่าลืมนะครับว่าถ้ามีอาการที่น่ากังวล
00:21:5000:21:53หรือท้องผูกรุนแรงผิดปกติหรือมีอาการ
00:21:5300:21:55เกี่ยวข้องกับหัวใจขณะขับถ่ายให้รีบ
00:21:5500:21:58ปรึกษาแพทย์ทันทีอย่ารอช้าเด็ดขาดครับ
00:21:5800:22:01>> เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัว
00:22:0100:22:04เองและคนที่รักอย่างเต็มที่นะคะเพราะ
00:22:0400:22:07สร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจค่ะ
00:22:0700:22:11>> และถ้าคุณผู้ฟังมีคำถามข้อสงสัยหรืออยาก
00:22:1100:22:13แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องท้องผูก
00:22:1300:22:16กับโรคหัวใจก็คอมเมนต์มาพูดคุยกันใต้คลิป
00:22:1600:22:17ได้เลยนะครับ
00:22:1700:22:20>> อย่าลืมกดไลค์กดแชร์คลิปนี้เพื่อส่งต่อ
00:22:2000:22:22ข้อมูลดีๆให้กับคนที่คุณรักและคนรอบข้าง
00:22:2200:22:26ด้วยนะคะแล้วพดกันใหม่ในสุขภาพสนทนาตอน
00:22:2600:22:27ต่อไปค่ะสวัสดีค่ะ
00:22:2800:22:30>> สวัสดีครับเนื้อหาในตอนนี้ถูกสร้างขึ้น
00:22:3000:22:33โดยความร่วมมื้อของปัญญาประดิษฐ์และเสียง
00:22:3300:22:36ที่คุณได้ยินก็ถูกสังเคราะห์ขึ้นด้วย AI
00:22:3600:22:38เช่นกันเพื่อให้เราสามารถนำเสนอข้อมูล
00:22:3800:22:42สุขภาพดีๆได้อย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพ
00:22:4200:22:44ครับ