เทคนิคการปรุงอาหารใดที่ช่วยลดโพแทสเซียมในผักได้จริง?

ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0100:00:05สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกครั้งกับพcสที่
00:00:0500:00:07จะสรุปเรื่องราวดีๆและวิธีคิดเชิงบวก
00:00:0700:00:10สำหรับผู้สูงวัยให้คุณฟังจบได้ในเวลา
00:00:1000:00:14ประมาณ 5-10 นาทีผักเป็นองค์ประกอบสำคัญ
00:00:1400:00:17ของอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย
00:00:1700:00:20อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุใยอาหารและสาร
00:00:2100:00:24ต้านอนุมูลอิสระซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของ
00:00:2400:00:27ร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่างๆโดยเฉพาะใน
00:00:2700:00:29ผู้สูงอายุที่ต้องการสารอาหารเหล่าเหล่า
00:00:2900:00:32นี้เพื่อรักษาสุขภาพชะลอความเสื่อมของ
00:00:3200:00:35ร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร
00:00:3500:00:39ก็ตามในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำ
00:00:3900:00:41ตัวบางชนิดอาจมีความจำเป็นต้องเพิ่มความ
00:00:4200:00:44ระมัดระวังในการเลือกและบริโภคผักบาง
00:00:4400:00:47ประเภทเป็นพิเศษเนื่องจากผักเหล่านั้นอาจ
00:00:4700:00:50มีสารบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะ
00:00:5000:00:53สุขภาพที่เป็นอยู่หรือรบกวนการทำงานของยา
00:00:5300:00:56ที่รับประทานเป็นประจำได้การทำความเข้าใจ
00:00:5600:00:59ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการ
00:00:5900:01:01จัดการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
00:01:0100:01:06เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีใน EP นี้
00:01:0600:01:08เราได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆเพื่อ
00:01:0800:01:11จำแนกผลักออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่มีแนว
00:01:1100:01:13โน้มเป็นอันตรายหรือควรหลีกเลี่ยงและ
00:01:1300:01:16ระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงวัยโดย
00:01:1600:01:19พิจารณาจากความเสี่ยงที่พบบ่อยและผลกระทบ
00:01:1900:01:22ที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพในวัยนี้มาเรียน
00:01:2200:01:26รู้ไปพร้อมๆกันครับเพื่อสุขภาพที่ดีและ
00:01:2600:01:29ชีวิตที่ยืนยาวในวัยสูงอายุ
00:01:2900:01:33ผักกลุ่มที่ 1 ผักที่มีโพแทสเซียมสูงความ
00:01:3300:01:36ท้าทายสำหรับผู้ป่วยโรคไตโพแทสเซียมเป็น
00:01:3600:01:39แร่ธาตุที่สำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ
00:01:3900:01:42ระบบประสาทและช่วยรักษาสมดุลของเหลวใน
00:01:4200:01:46ร่างกายอย่างไรก็ตามสำหรับผู้สูงอายุที่
00:01:4600:01:49มีภาวะไตเสื่อมหรือโรคไตเรื้อรังไตอาจไม่
00:01:4900:01:52สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่าง
00:01:5200:01:54กายได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเมื่อ
00:01:5500:01:58โพแทสเซียมสะสมในเลือดสูงเกินไปอาสมส่งผล
00:01:5800:02:01กระทบต่อการทำงานของหัวใจทำให้หัวใจเต้น
00:02:0100:02:04ผิดปกติหรือในกรณีที่รุนแรงอาจเป็น
00:02:0400:02:07อันตรายถึงชีวิตได้ผักหลายชนิดมี
00:02:0700:02:10โพแทสเซียมสูงโดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มและ
00:02:1000:02:13พืชหัวบางชนิดตัวอย่างเช่นผักโขมผักคะน้า
00:02:1300:02:16บร็อกโคลี่ฟักทองมันเทศมันฝรั่งและใบ
00:02:1600:02:20ชะพรูซึ่งมีปริมาณโพแทสเซียมสูงมากกลุ่ม
00:02:2000:02:23ผู้ที่ควรระวังเป็นพิเศษคือผู้สูงอายุที่
00:02:2300:02:26มีโรคไตเรื้อรังโดยเฉพาะในระยะท้ายๆหรือ
00:02:2600:02:28ผู้ที่แพทย์แนะนำให้ควบคุมปริมาณ
00:02:2800:02:31โพแทสเซียมในอาหารอย่างเคร่งครัดความ
00:02:3100:02:34เสี่ยงจากโพแทสเซียมในผักไม่ได้หมายความ
00:02:3400:02:36ว่าผู้ป่วยโรคไตต้องงดผักทั้งหมดแต่ต้อง
00:02:3600:02:39เลือกชนิดปริมาณและวิธีการปรุงอย่างเหมาะ
00:02:3900:02:42สมผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์หรือนัก
00:02:4200:02:45กำหนดอาหารเพื่อทราบประดับโพแทสเซียมใน
00:02:4500:02:48เลือดของตนเองและปริมาณที่เหมาะสมที่ควร
00:02:4800:02:51ได้รับต่อวันการเลือกผักที่มีโพแทสเซียม
00:02:5100:02:54ต่ำถึงปานกลางเช่นแตงกวาบวบฟักเขียว
00:02:5400:02:58กะหล่ำปลีผักกาดขาวเห็ดหูหนูถั่วงอกเป็น
00:02:5800:03:00ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการบริโภคใน
00:03:0000:03:04ชีวิตประจำวันนอกจากนี้ยังมีเทคนิคการ
00:03:0400:03:06ปรุงอาหารที่สามารถช่วยลดปริมาณ
00:03:0600:03:09โพแทสเซียมในผักได้เนื่องจากโพแทสเซียม
00:03:0900:03:12สามารถละลายออกมาในน้ำได้การนำผักไปต้ม
00:03:1200:03:15หรือลวกในน้ำปริมาณมากแล้วเทน้ำทิ้ง
00:03:1500:03:18สามารถช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมลงได้อย่าง
00:03:1800:03:21มีนัยยะสำคัญและการหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ
00:03:2100:03:24ก่อนต้มจะช่วยให้โพแทสเสียมละลายออกมาได้
00:03:2400:03:27มากขึ้นควรหลีกเลี่ยงการปรุงด้วยการนึ่ง
00:03:2700:03:30ไมโครเวฟหรืออบซึ่งโพแทสเซียมจะยังคงอยู่
00:03:3000:03:33ในผักส่วนใหญ่แม้จะเป็นผักโพแทสเซียมต่ำ
00:03:3300:03:37การบริโภคในปริมาณมากเกินไปก็อาจทำให้ได้
00:03:3700:03:40รับโพแทสเซียมสูงได้เช่นกันดังนั้นจึงควร
00:03:4000:03:43ควบคุมปริมาณให้เหมาะสมการให้ความรู้
00:03:4300:03:46เรื่องระดับโพแทสเซียมในผักต่างๆและ
00:03:4600:03:48เทคนิคการปรุงที่ถูกต้องช่วยให้ผู้สูง
00:03:4800:03:51อายุและผู้ดูแลสามารถจัดการกับข้อจำกัด
00:03:5100:03:54ด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ต้อง
00:03:5400:03:58ตกใจหรือกังวลจนเกินไปและสามารถวางแผนการ
00:03:5800:04:00กินอาหารที่มีผักได้อย่างหลากหลายมากขึ้น
00:04:0000:04:04แม้จะมีข้อจำกัดด้านสุขภาพไตการมีความรู้
00:04:0400:04:07และเครื่องมือในการจัดการความเสี่ยงนี้
00:04:0700:04:09เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการส่งเสริมสุขภาพที่
00:04:0900:04:10ดีในวัยสูง
00:04:1000:04:15อายุผักกลุ่มที่ 2 ผักที่มีวิตามิน K สูง
00:04:1500:04:19ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้ยาวาฟารินวิตามิน
00:04:1900:04:22K เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันมีบทบาท
00:04:2200:04:25สำคัญในกระบวนการแข็งตัวของเลือดยาป้องป
00:04:2500:04:28กันการแข็งตัวของเลือดเช่นวาฟารินทำงาน
00:04:2800:04:31โดยการยับยั้งการทำงานของวิตามิน K เพื่อ
00:04:3100:04:34ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดปัญหาที่อาจเกิด
00:04:3400:04:38ขึ้นคือการบริโภคผักที่มีวิตามิน K สูงใน
00:04:3800:04:41ปริมาณที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละวันอาจส่งผล
00:04:4100:04:44กระทบต่อประสิทธิภาพของยาวาฟารินทำให้
00:04:4400:04:47ระดับยาในเลือดไม่คงที่หากได้รับวิตามิน K
00:04:4700:04:51มากเกินปกติในบางวันฤทธิ์ยาอาจลดลงเพิ่ม
00:04:5100:04:54ความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดแต่หากได้รับ
00:04:5400:04:58วิตามิน K น้อยเกินไปฤทธยาอาจเกินไปเพิ่ม
00:04:5800:05:01ความเสี่ยงภาวะเลือดออกผิดปกติผักใบเขียว
00:05:0100:05:05เข้มหลายชนิดมีวิตามิน K สูงตัวอย่างเช่น
00:05:0500:05:09ผักโขมและคะน้ามีปริมาณวิตามิน K สูงมาก
00:05:0900:05:12โดยเฉพาะเมื่อปรุงสุกบร็อกโคลี่และกะหล่ำ
00:05:1200:05:14ปลีก็จัดอยู่ในกลุ่มที่มีวิตามิน K สูง
00:05:1400:05:17เช่นกันกลุ่มผู้ที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ
00:05:1700:05:19ผู้สูงอายุที่รับประทาน
00:05:1900:05:23ยาวินมีความเข้าใจผิดที่พบบ่อยว่าผู้ที่
00:05:2300:05:26ใช้ยาวินต้องงดผักใบเขียวทั้งหมดซึ่งเป็น
00:05:2600:05:28อันตรายอย่างยิ่งเพราะผักเหล่านี้ให้สาร
00:05:2800:05:32อาหารสำคัญอื่นๆที่จำเป็นต่อร่างกายความ
00:05:3200:05:34เสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การกินผัก
00:05:3400:05:37เหล่านี้แต่อยู่ที่การบริโภคในปริมาณที่
00:05:3700:05:40ไม่สม่ำเสมอในแต่ละวันซึ่งทำให้ระดับยาใน
00:05:4000:05:44เลือดไม่คงที่และควบคุมได้ยากดังนั้นสิ่ง
00:05:4400:05:46สำคัญที่สุดคือการรับประทานผักที่มี
00:05:4600:05:50วิตามิน K ในปริมาณที่สม่ำเสมอในแต่ละวัน
00:05:5000:05:53ไม่จำเป็นต้องงดผักเหล่านี้แต่ต้องควบคุม
00:05:5300:05:56ปริมาณให้คงที่และแจ้งแพทย์ทราบทุกครั้ง
00:05:5600:05:58ที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินผัก
00:05:5800:06:02อย่างมีนัยยะสำคัญการปรุงอาหารอาจส่งผล
00:06:0200:06:04ต่อปริมาณวิตามิน K ในผักได้บ้างแต่ข้อ
00:06:0400:06:07มูลจากงานวิจัยยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด
00:06:0700:06:10บางแหล่งชี้ว่าการปรุงสุกอาจทำให้วิตามิน
00:06:1000:06:14เคละลายออกมาน้อยลงหรือดูดซึมได้ดีขึ้น
00:06:1400:06:17ขณะที่บางแหล่งระบุว่าปริมาณรวมยังคงเท่า
00:06:1700:06:21เดิมแม้ผักจะสุกแล้วยุบลงดังนั้นการเน้น
00:06:2100:06:24ความสม่ำเสมอของปริมาณที่บริโภคในแต่ละ
00:06:2400:06:27วันจึงสำคัญกว่าวิธีปรุงการให้ข้อมูลที่
00:06:2700:06:30ถูกต้องเกี่ยวกับวิตามิน K และยาวาฟาริน
00:06:3000:06:33ช่วยแก้ไขความเข้าใจผิดและส่งเสริมให้ผู้
00:06:3300:06:35ป่วยยังคงได้รับประโยชน์จากผักได้อย่าง
00:06:3500:06:38ปลอดภัยการเน้นย้ำเรื่องความสม่ำเสมอใน
00:06:3800:06:42การบริโภคผักที่มีวิตามิน K สูงเป็นการ
00:06:4200:06:46สอนทักษนด้านสุขภาพที่สำคัญการสื่อสารกับ
00:06:4600:06:49ทีมแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมการกินก็เป็น
00:06:4900:06:52ส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพแบบมีส่วนร่วม
00:06:5200:06:54ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีบทบาทใน
00:06:5400:06:58การจัดการโรคแทนที่จะเป็นเพียงผู้รับคำ
00:06:5800:07:01สั่งผักกลุ่มที่ 3 ผักที่มีสารพิษตาม
00:07:0100:07:04ธรรมชาติหากกินดิบอันตรายเฉียบพลันที่
00:07:0400:07:08ต้องรู้ผักบางชนิดมีสารพิษตามธรรมชาติที่
00:07:0800:07:10สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่าง
00:07:1000:07:13กายได้หากบริโภคในสภาพดิบหรือเตรียมไม่
00:07:1300:07:16ถูกต้องแม้ความเสี่ยงนี้จะเกิดขึ้นกับทุก
00:07:1600:07:20คนแต่สำหรับผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอ
00:07:2000:07:23หรือมีโรคประจำตัวผลกระทบจากสารพิษเหล่า
00:07:2300:07:25นี้อาจรุนแรงกว่าและฟื้นตัวได้ช้ากว่าคน
00:07:2600:07:29วัยหนุ่มสาวหน่อไม้ดิบและมันสัปะหลังดิบ
00:07:2900:07:32เป็นตัวอย่างของผักที่มีสารไซยานายซึ่ง
00:07:3200:07:35เป็นสารพิษที่รบกวนการนำออกซิเจนไปใช้ของ
00:07:3500:07:38เซลล์ในร่างกายการบริโภคหน่อไม้ดิบหรือ
00:07:3800:07:40มันสัปหลังดิบในปริมาณมากอาจทำให้เกิด
00:07:4000:07:43อาการเป็นพิษเฉียบพลันหมดสติและอาจถึงแก่
00:07:4300:07:47ชีวิตได้ในทำนองเดียวกันมันฝรั่งดิบมีสาร
00:07:4700:07:51โซลานินซึ่งเป็นสารพิษไกลโคลอยด์ที่พืช
00:07:5100:07:54สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรูพืช
00:07:5400:07:57หากกินมันฝรั่งดิบเข้าไปในปริมาณมากอาจทำ
00:07:5700:08:00ให้เกิดอาการปวดหัวคลื่นไส้อาเจียนใจสั่น
00:08:0000:08:04หรือหัวใจล้มเหลวได้อย่างไรก็ตามสารพิษ
00:08:0400:08:07ตามธรรมชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถทำลาย
00:08:0700:08:09ฤทธิ์ได้ด้วยความร้อนการปรุงให้สุกอย่าง
00:08:0900:08:12ทั่วถึงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้อง
00:08:1200:08:15กันอันตรายจากผักกลุ่มนี้หน่อไม้ควรนำไป
00:08:1500:08:18ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาทีก่อนนำไป
00:08:1800:08:20ประกอบอาหารมันฝรั่งและมันสำปะหลังต้อง
00:08:2000:08:24ปอกเปลือกและปรุงให้สุกก่อนรับประทานเสมอ
00:08:2400:08:26แม้ความเสี่ยงจากสารพิษในผักดิบเหล่านี้
00:08:2600:08:29จะเป็นอันตรายสำหรับทุกคนแต่การเน้นย้ำ
00:08:2900:08:32ข้อควรระวังนี้สำหรับผู้สูงอายุเป็นสิ่ง
00:08:3200:08:34สำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากร่างกายผู้สูง
00:08:3400:08:38อายุอาจตอบสนองต่อสารพิษได้ช้ากว่าและ
00:08:3800:08:40ความสามารถในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
00:08:4000:08:43อาจไม่ดีเท่าคนวัยหนุ่มสาวทำให้ความ
00:08:4300:08:45รุนแรงของอาการหรือระยะเวลาฟื้นตัวอาจแย่
00:08:4500:08:48ลงได้การให้ข้อมูลนี้จึงเป็นการเตือนภัย
00:08:4800:08:52ที่จำเป็นสำหรับกลุ่มวัยนี้ข้อมูลนี้ยัง
00:08:5200:08:55เป็นโอกาสที่ดีในการแสดงให้เห็นถึงพลัง
00:08:5500:08:57ของการปรุงอาหารในการเปลี่ยนอาหารที่อาจ
00:08:5700:09:00เป็นอันตรายให้กลายเป็นอาหารที่ปลอดภัย
00:09:0000:09:03และมีประโยชน์การเรียนรู้วิธีเตรียมอาหาร
00:09:0300:09:06ที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มรส
00:09:0600:09:08ชาติแต่คือส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิง
00:09:0800:09:11รุกในวัยที่เพิ่มมากขึ้นเป็นการใช้ความ
00:09:1100:09:13รู้เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นความ
00:09:1300:09:16ปลอดภัยทำให้ผู้สูงอายุสามารถเพลิดเพลิน
00:09:1600:09:19กับผักเหล่านี้ได้อย่างไร้กังวลเมื่อผ่าน
00:09:1900:09:21กระบวนการปรุงที่ถูก
00:09:2100:09:24คุณผู้ฟังที่รักทุกท่านครับผักเป็นแหล่ง
00:09:2400:09:27สารอาหารที่มีคุณค่าและจำเป็นต่อสุขภาพ
00:09:2700:09:30ของผู้สูงอายุอย่างไรก็ตามการบริโภคผัก
00:09:3100:09:33บางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงที่ต้องระมัด
00:09:3300:09:36ระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะผักที่มี
00:09:3600:09:38โพแทสเซียมสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อผู้ป่วย
00:09:3800:09:42โรคไตผักที่มีวิตามิน K สูงมีความเสี่ยง
00:09:4200:09:46ต่อผู้ใช้ยาวาฟารินและผักที่มีสารพิษตาม
00:09:4600:09:49ธรรมชาติมีความเสี่ยงต่อระบบย่อยอาหารและ
00:09:4900:09:53ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอในผู้สูงอายุการทำ
00:09:5300:09:55ความเข้าใจความเสี่ยงเฉพาะของผักแต่ละ
00:09:5500:09:58กลุ่มการนำคำแนะนำในการเตรียมและการ
00:09:5800:10:01บริโภคที่เหมาะสมไปปฏิบัติเช่นการปรุงให้
00:10:0100:10:04สุขการควบคุมปริมาณการให้ความสำคัญกับ
00:10:0400:10:07ความสม่ำเสมอในการบริโภคผักที่มีวิตามิน K
00:10:0700:10:10สูงและการเลือกผักที่เหมาะสมกับสภาวะร่าง
00:10:1000:10:13กายจะช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมให้ผู้
00:10:1300:10:16สูงอายุได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริโภค
00:10:1600:10:19ผักอย่างปลอดภัยสิ่งสำคัญที่จุดคือการ
00:10:2000:10:23ตระหนักว่าคำแนะนำทั่วไปอาจไม่เพียงพอ
00:10:2300:10:26สำหรับทุกคนการปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนด
00:10:2600:10:28อาหารเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคลที่สอด
00:10:2800:10:31คล้องกับสภาวะสุขภาพโรคประจำตัวและความ
00:10:3100:10:34ต้องการทางโภชนาการเฉพาะของแต่ละบุคคล
00:10:3400:10:37เป็นกุญแจสำคัญเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถ
00:10:3700:10:40บริโภคผักได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่
00:10:4000:10:44ดีอย่างยั่งยืนหากคุณชอบพcสนี้อย่าลืมกด
00:10:4500:10:48ติดตามและแชร์ให้เพื่อนๆหรือคนในครอบครัว
00:10:4800:10:51ที่คุณรักนะครับเพราะการแบ่งปันความรู้
00:10:5100:10:55เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้น
00:10:5500:10:58ขอบคุณที่รับฟังแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า
00:10:5800:11:02สวัสดีครับ