อาการเวียนหัวที่เกิดจากยาแก้ปวดมีลักษณะอย่างไร

คำถาม:
อาการเวียนหัวที่เกิดจากยาแก้ปวดมีลักษณะอย่างไร?
คำตอบ:
อาการเวียนหัวจากยาแก้ปวดเกิดขึ้นเมื่อกินยาแก้ปวดบ่อยเกินไป (เกิน 3 เดือนหรือ 10 เม็ดต่อเดือน) โดยอาการจะเปลี่ยนจากปวดหัวข้างเดียวเป็นปวดทั้งศีรษะ หรือปวดตั้งแต่ตื่นนอน ซึ่งเรียกว่า “ปวดหัวจากยาแก้ปวด” และต้องหยุดยาเพื่อรักษา

"เวียนหัวบ้านหมุน" ไม่หายเพราะอะไร (Live Session)

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:45:08ส่วนใหญ่ถ้าเกิดกินยาแก้ปวดเกินจริงๆคือ
00:45:11เกิน 3 เดือนถือว่าเยอะแล้วนะคะโดยที่แบบ
00:45:133 เดือนนั้นเกินไปถ้าเป็นกลุ่มแก้ปวด
00:45:16ทั่วไปเช่นแบบพาราเซตามอลกลุ่มเอ็นเสกที่
00:45:19เป็นพวกแบบเอ่อไอบูโพรเฟนอะไรยาทั่วๆไป
00:45:23อ่ะค๊อกเซียเซเลอร์คิดอะไรพวกนี้นะคะเรา
00:45:25อาจจะได้ถึง 15 เมตรต่อเดือนแต่ว่าถ้า
00:45:28เกิดเป็นยาแก้ปวดไมเกรนนะคะเช่นพวก
00:45:34ต่างๆกลุ่มพวกนี้ 10 เมตรต่อเดือนเราก็
00:45:38ถือว่าเยอะและนะคะแล้วเกิน 3 เดือนเนี่ย
00:45:40ก็จะถือว่าเป็นมีความเสี่ยงที่จะเป็นปวด
00:45:43หัวจากยาแก้ปวดที่เยอะเกินไปละอันนี้จะ
00:45:45ไม่ใช่คนไข้ไมเกรนธรรมดาละเราอาจจะรู้สึก
00:45:48ว่ามันไม่ได้มีตัวกระตุ้นเหมือนไมเกรน
00:45:50อื่นๆแล้วเป็นแบบเจอแดดแล้วต้องปวดหัวแต่
00:45:53ถ้าคนไข้ที่กินยาแก้ปวดมานานๆแล้วมีปวด
00:45:55หัวจากยาแก้ปวดอาการปวดจะเปลี่ยนแปลงไป
00:45:57เช่นตื่นมาก็ปวดเลยปวดก็อาจจะเป็นแบบปวด
00:46:00มึนๆไม่ได้ปวดข้างเดียวเหมือนเดิมแล้วปวด
00:46:02ทั้งศีรษะทั้ง 2 ข้างก็ได้นะคะถ้าเขาขาย
00:46:06เป็นกลุ่มนี้แนะนำให้มารักษาเพราะว่าการ
00:46:08ทานยาป้องกันจะช่วยให้เราเลิกยาแก้ปวดได้
00:46:10นะคะการทานยาแก้ปวดนานๆก็จะมีผลเสียมาก
00:46:13กว่านะคะเนาะ
00:46:17เอ่ออย่ามาหาคุณหมอไปหาได้ที่ไหนนะคะ