00:00:01 → 00:00:06ปวดหัวรุนแรงต้องระวังโรคเส้นเลือดผิด
00:00:06 → 00:00:12ปกติเช็คสัญญาณอันตรายโรคเส้นเลือดผิด
00:00:12 → 00:00:16ปกติปวดหัวแบบไหนบอกโรคอะไรได้บ้างติดตาม
00:00:16 → 00:00:20เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN Health
00:00:20 → 00:00:23วัน
00:00:23 → 00:00:27นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:27 → 00:00:30Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:30 → 00:00:33คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tn He นะคะและ
00:00:33 → 00:00:36ดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกรแพทย์
00:00:37 → 00:00:40เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะ
00:00:40 → 00:00:43รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชม
00:00:43 → 00:00:48มาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:48 → 00:00:51[เพลง]
00:00:51 → 00:00:55ค่ะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดคุยกัน
00:00:55 → 00:00:58เรื่องของโรคเส้นเลือดผิดปกติค่ะหลายคนนะ
00:00:58 → 00:01:02คะจะเคยได้ยินคำว่าโรคเส้นเลือดสมองไม่
00:01:02 → 00:01:05ว่าจะเป็นเส้นเลือดสมองแตกตีบตันแต่อย่าง
00:01:05 → 00:01:08ไรเสียนะคะยังมีอีกโรคหนึซึ่งถึงแม้ไม่
00:01:08 → 00:01:11คุ้นเคยแต่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ไปฟัง
00:01:11 → 00:01:14เรื่องราวของโรคเส้นเลือดผิดปกติกันค่ะ
00:01:14 → 00:01:17โรคเส้นเลือดผิดปกติหรือที่เรารู้จักกัน
00:01:17 → 00:01:21ว่า cerebral arter Venus malformation
00:01:21 → 00:01:24หรือ cerebral avm หรือเรียกสั้นๆว่าโรค
00:01:25 → 00:01:28avm นั้นพบได้ไม่บ่อยนักโดยมีอัตราการ
00:01:28 → 00:01:31เกิดโรคนี้มีเพียงเพียง 15-18 รายต่อ
00:01:31 → 00:01:34ประชากร 100,000 คนแต่จะแสดงอาการเพียง
00:01:34 → 00:01:37ประมาณร้อยละ 2-10 ของผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:01:38 → 00:01:41นี้ทั้งหมดโรคเส้นเลือดผิดปกติเป็นโรคที่
00:01:41 → 00:01:44เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่มี
00:01:44 → 00:01:47ลักษณะเป็นกลุ่มของหลอดเลือดที่มีขนาดผิด
00:01:47 → 00:01:50ปกติโดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือหลอด
00:01:50 → 00:01:53เลือดแดงหลอดเลือดคอรดและหลอดเลือดดำที่
00:01:53 → 00:01:56สัมพันธกันโดยหลอดเลือดแดงจะนำเลือดไปสู่
00:01:56 → 00:01:58บริเวณหลอดเลือดคอร์ดและไหลเวียนออกไปทาง
00:01:58 → 00:02:02หลอดเลือดดำนอกจากจะพบในสมองแล้วโรคหลอด
00:02:02 → 00:02:05เลือดผิดปกติสามารถพบในตำแหน่งใดส่วนใด
00:02:05 → 00:02:08ของร่างกายก็ได้โดยอัตราการเกิดโรคนี้มี
00:02:09 → 00:02:12ไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับโรคทางหลอด
00:02:12 → 00:02:15เลือดสมองชนิดอื่นๆเช่นโรคเส้นเลือดโปง
00:02:15 → 00:02:20พองโรคเส้นเลือดตีบตัโรคเส้นเลือดผิดปกติ
00:02:20 → 00:02:21มีสาเหตุมาจาก
00:02:21 → 00:02:25อะไรสาเหตุของการเกิดโรคเส้นเลือดผิดปกติ
00:02:25 → 00:02:29นั้นยังไม่ทราบชัดเจนสำหรับโรคเส้นเลือด
00:02:29 → 00:02:32ผิดปกติเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเกิดจาก
00:02:32 → 00:02:35ความผิดปกติแต่กำเนิดซึ่งอาจจะเกิดในระยะ
00:02:35 → 00:02:39ตั้งแต่เป็นตัวอ่อนภายในครรภ์มารดานอกจาก
00:02:39 → 00:02:42นี้พบว่าหลอดเลือดคอดบางชนิดมีความ
00:02:42 → 00:02:45สัมพันธ์กับโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
00:02:45 → 00:02:47สำหรับสาเหตุอื่นๆเช่นการติดเชื้อ
00:02:47 → 00:02:51อุบัติเหตุพบได้เช่นกันแต่ไม่มากนักจึง
00:02:51 → 00:02:54สรุปได้ว่าเป็นโรคทางพันธุกรรมได้โดย
00:02:54 → 00:02:56เฉพาะผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหลอด
00:02:56 → 00:02:59เลือดหลายตำแหน่งในร่างกายเช่นที่ปอดแล
00:02:59 → 00:03:02และในสมองหรือพบหลอดเลือดขอดหลายตำแหน่ง
00:03:02 → 00:03:06ซึ่งมากกว่า 2 ตำแหน่งในสมองโดยความผิด
00:03:06 → 00:03:09ปกติของหลอดเลือดอาจพบบริเวณพิ้วสมอง
00:03:09 → 00:03:12เนื้อสมองส่วนนอกหรืออยู่ลึกลงไปในเนื้อ
00:03:12 → 00:03:15สมองซึ่งอาจเกิดรอยโรคเพียงตำแหน่งเดียว
00:03:15 → 00:03:19หรือเกิดได้พร้อมๆกันหลายตำแหน่งและแต่ละ
00:03:19 → 00:03:22รอยโรคอาจมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันโรค
00:03:22 → 00:03:25เส้นเลือดผิดปกตินั้นสามารถพบได้ในทุก
00:03:25 → 00:03:28กลุ่มอายุค่ะนับตั้งแต่ทารกที่อยู่ใน
00:03:28 → 00:03:32ครรภ์มารดาจนถึงผู้ที่มีอายุ 60 ปีโรค
00:03:32 → 00:03:35เส้นเลือดผิดปกติเป็นได้ทั้งเพศชายและเพศ
00:03:35 → 00:03:39หญิงที่สังเกตเห็นได้จะแยกตามกลุ่มอายุ
00:03:39 → 00:03:42ดังนี้ในผู้ป่วยเด็กอาการผิดปกติที่พบได้
00:03:42 → 00:03:46เช่นศีรษะขนาดใหญ่ขึ้นมีเสื้อเลือดสีคล้ำ
00:03:46 → 00:03:50บริเวณใบหน้าหรือมีอาการหัวใจล้มเหลวแต่
00:03:50 → 00:03:52อาการทั้งหลายเหล่านี้ไม่มีความจำเพาะ
00:03:52 → 00:03:55สำหรับโรคเส้นเลือดผิดปกติซึ่งไม่สามารถ
00:03:55 → 00:03:58นำมาสรุปได้ทันทีว่าเป็นโรคเส้นเลือดผิด
00:03:58 → 00:04:02ปกติในผู้ป่วยผู้ใหญ่อาการที่ปรากฏภายนอก
00:04:02 → 00:04:05ในกลุ่มนี้ไม่ชัดเจนยกเว้นอาจมีปานแดง
00:04:05 → 00:04:09บริเวณใบหน้าและลำคอสำหรับอาการของโรค
00:04:09 → 00:04:12เส้นเลือดผิดปกติประกอบด้วย 3 กลุ่มอาการ
00:04:12 → 00:04:17หลักดังนี้คือ 1 มีอาการชักพบมากกว่าร้อย
00:04:17 → 00:04:21ละ 50 ของผู้ป่วยกลุ่มอาการชักเนื่องจาก
00:04:21 → 00:04:24กลุ่มหลอดเลือดสมองที่ผิดปกตินี้เกิดอยู่
00:04:24 → 00:04:27ในตำแหน่งของผิวเนื้อสมองส่วนนอกส่งผลให้
00:04:27 → 00:04:30มีอาการชักเกิดขึ้นเนื่องมาจากมีการระคาย
00:04:30 → 00:04:33เคืองต่อผิวสมองทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าผิด
00:04:33 → 00:04:37ปกติในสมอง 2 มีอาการปวดศีรษะพบได้ถึง
00:04:37 → 00:04:40ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยผู้ป่วยโรคเส้นเลือด
00:04:40 → 00:04:44ผิดปกติมักแสดงอาการปวดศีรษะแล้วอาเจียน
00:04:44 → 00:04:48ทันทีหมดสติแขนขาอ่อนแรงพูดไม่ได้อาจเสีย
00:04:48 → 00:04:50ชีวิตได้ทันทีหากก้อนเลือดจากเลือดออกมี
00:04:50 → 00:04:53ขนาดใหญ่มากหรือเมื่อเกิดการแตกเข้าไปใน
00:04:53 → 00:04:56โพงน้ำในสมองที่ก่อให้เกิดการอุดตันของ
00:04:56 → 00:05:00การไหลของน้ำหล่อเลี้ยงสมองและขายแ่นหลัง
00:05:00 → 00:05:043 มีอาการทางสมองเช่นหมดสติจากเส้นเลือด
00:05:04 → 00:05:07ขอดในสมองแตกหรือมีอาการอัมพฤกอัมพาตของ
00:05:07 → 00:05:11แขนขาซีกใดซีกหนึ่งเป็นต้นเช่นกลุ่มอาการ
00:05:11 → 00:05:14เลือดออกใต้เนื้อเยื่อชั้นอนอยของเยื่อ
00:05:14 → 00:05:17หุ้มสมองเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้น
00:05:17 → 00:05:21กลางหรือสับชน H morage เนื่องจากมีการ
00:05:21 → 00:05:24แตกของกลุ่มหลอดเลือดสมองที่ผิดปกตินี้
00:05:24 → 00:05:27และแตกออกในบริเวณผิวสมองใต้ต่อมชั้น
00:05:27 → 00:05:29เยื่อหุ้มสมองดังกล่าวซึ่งเป็นอาการ
00:05:29 → 00:05:32เหมือนกับอาการของกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง
00:05:32 → 00:05:35หรือโรคอัมพาตเช่นตาบอดเฉียบพลันหรือตา
00:05:36 → 00:05:39บอดเหดุจักสมองพูดลำบากสื่อสารไม่ได้
00:05:39 → 00:05:42วิงเวียนศีรษะรุนแรงอาการชาแขนขาซึ่ง
00:05:42 → 00:05:45กลุ่มอาการแสดงภายนอกเหล่านี้เพียงอย่าง
00:05:45 → 00:05:48เดียวไม่สามารถจะให้การวินิจฉัยผู้ป่วย
00:05:48 → 00:05:51ว่าเป็นโรคเส้นเลือดผิดปกติได้ทั้งนี้แม้
00:05:51 → 00:05:53จะเป็นโรคที่มักเป็นตั้งแต่กำเนิดแต่มัก
00:05:53 → 00:05:57แสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 15-20 ปีขึ้นไป
00:05:57 → 00:06:00ดยขนาดรอยโรคที่โตขึ้นเรื่อยๆ
00:06:00 → 00:06:02ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิง
00:06:02 → 00:06:05และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้มี
00:06:05 → 00:06:08โอกาสเป็นโรคนี้บ่อยกว่าผู้ที่ไม่มี
00:06:08 → 00:06:11ประวัติครอบครัวอย่างไรก็ตามยังไม่พบสาร
00:06:11 → 00:06:14พันธุกรรมที่ระบุถึงการถ่ายทอดโรคนี้ทาง
00:06:14 → 00:06:18พันธุกรรมอย่างชัดเจนสำหรับปัจจัยที่มีผล
00:06:18 → 00:06:22กระตุ้นทำให้อาการของโรคเส้นเลือดผิดปกติ
00:06:22 → 00:06:26มีอาการแสดงได้แก่ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง
00:06:26 → 00:06:29มากๆที่โดยปกติก็อาจทำให้มีการแตกของหลอ
00:06:29 → 00:06:32เลือดได้อยู่แล้วแต่ถ้ามีอาการของโรคเส้น
00:06:32 → 00:06:35เลือดผิดปกติจะยิ่งทำให้เกิดอาการรุนแรง
00:06:35 → 00:06:38มากขึ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายที่
00:06:38 → 00:06:41ลดลงอาจก่อให้เกิดปัญหาเลือดเลี้ยงสมองลด
00:06:41 → 00:06:44ลงส่งผลให้เกิดสมองขาดเลือดและเกิดอาการ
00:06:44 → 00:06:47ชักหรือแม้แต่การออกแรงเบ่งอย่างแรงเป็น
00:06:47 → 00:06:51เวลานานก็อาจทำให้หลอดเลือดแตกได้และใน
00:06:51 → 00:06:54ช่วงนี้นะคะเราจะไปพูดคุยกับอาจารย์แพทย์
00:06:54 → 00:06:57ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของโรคเส้นเลือดผิด
00:06:57 → 00:06:58ปกติ
00:06:58 → 00:07:02กันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:07:02 → 00:07:04เลยนะ
00:07:04 → 00:07:09[เพลง]
00:07:09 → 00:07:13คะอาจารย์คะอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือด
00:07:13 → 00:07:16ผิดปกตินั้นมีอย่างไรบ้างคะเส้นเลือด
00:07:16 → 00:07:18เชื่อมต่อกันผิดปกติหรือว่า avm หรือว่า
00:07:18 → 00:07:20ในบางครั้งเราก็เรียกว่าเส้นเลือดคอร์ด
00:07:20 → 00:07:22เนี่ยนะครับเนาะพบเจอได้เนี่ยทุกๆ 10,000
00:07:22 → 00:07:24คนเนี่ยจะมีประมาณ 1-2 คนครับตัวเส้น
00:07:24 → 00:07:26เลือดผิดปกติที่สมองนะครับเกิดการเชื่อม
00:07:26 → 00:07:28ต่อกันผิดปกติครับระหว่างหลอดเลือดแดงกับ
00:07:29 → 00:07:31หลอดเลือดดำในสมองซึ่งโดยปกติแล้วเนี่ย
00:07:31 → 00:07:33หลอดเลือดแดงเนี่ยจะนำพาสารอาหารและก็
00:07:33 → 00:07:35ออกซิเจนไปสู่เนื้อเยื่อสมองใช่มั้ยครับ
00:07:35 → 00:07:37ก็จะต้องผ่านบริเวณที่เรียกว่าหลอดเลือด
00:07:37 → 00:07:41ฝอยก่อนก่อนที่หลอดเลือดฝอยจะถูกลำเลียง
00:07:41 → 00:07:43ต่างๆสารต่างๆกลับคืนสู่หลอดเลือดดำใน
00:07:44 → 00:07:46กลุ่มที่เกิดภาวะหลอดเลือดเชื่อมต่อกัน
00:07:46 → 00:07:48ผิดปกติเนี่ยครับในส่วนของหลอดเลือดฝอย
00:07:48 → 00:07:50ตรงนั้นน่ะไม่มีครับทำให้เหมือนเกิดการ
00:07:50 → 00:07:52เชื่อมต่อกันระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่กับ
00:07:52 → 00:07:56หลอดเลือดดำใหญ่ก็จะมีการข้ามผ่านของ
00:07:56 → 00:07:59เลือดปริมาณมากนะครับเข้ากลับเข้าสู่หัว
00:07:59 → 00:08:02ใจนะครับก็จะทำให้ตรงตำแหน่งนั้นเนี่ย
00:08:02 → 00:08:04สมองบางส่วนเนี่ยก็จะมีภาวะเกิดการขาด
00:08:04 → 00:08:07เลือดได้และเส้นเลือดที่ผิดปกติตรงนั้นนะ
00:08:07 → 00:08:09ครับมีความอ่อนแอที่ค่อนข้างสูงเนาะก็อาจ
00:08:09 → 00:08:12จะสามารถเกิดภาวะของเลือดออกในสมองตรง
00:08:12 → 00:08:15ตำแหน่งนั้นได้อาจารย์ขาสำหรับโรคเส้น
00:08:15 → 00:08:17เลือดผิดปกติหรือภาวะที่เสมือนเป็นเส้น
00:08:17 → 00:08:20เลือดคอดในสมองนั้นเมื่อเทียบกับภาวะเส้น
00:08:20 → 00:08:23เลือดคอดที่อยู่ที่ขาของร่างกายเรานั้น
00:08:23 → 00:08:26มันต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไรคะเส้น
00:08:26 → 00:08:29เลือดคอรดที่เราเจอตามแขนหรือขาเนี่ยนะ
00:08:29 → 00:08:31ครับครับเป็นภาวะปกตินะครับที่เกิดจาก
00:08:32 → 00:08:34หลอดเลือดดำมีการขยายตัวจากการใช้งาน
00:08:34 → 00:08:37อวัยวะต่างๆเนาะแต่ในภาวะเส้นเลือดคอร์ด
00:08:37 → 00:08:40ของสมองหรือว่า avm เนี่ยเป็นภาวะผิดปกติ
00:08:40 → 00:08:42ครับที่เกิดจากหลอดเลือดแดงเไปเชื่อมต่อ
00:08:42 → 00:08:44กับหลอดเลือดดำอย่างผิดปกติโครงสร้างเขา
00:08:44 → 00:08:46ก็จะไม่ค่อยแข็งแรงครับแล้วก็จะทำให้เกิด
00:08:46 → 00:08:48ภาวะเลือดออกในสมองได้ครับในกลุ่มของที่
00:08:48 → 00:08:50เราเรียกกันว่าเส้นเลือดคอรดหรือว่าเส้น
00:08:50 → 00:08:52เลือดเชื่อมต่อกการผิดปกติในสมองเนี่ย
00:08:52 → 00:08:53จริงๆแล้วเป็นคำนิยามที่อาจจะไม่ค่อยถูก
00:08:54 → 00:08:55ต้องเท่าไหร่นะครับเพราะว่าจริงๆแล้วเส้น
00:08:55 → 00:08:58เลือดคอรดที่เราพบเจอตามอวัยวะต่างๆของ
00:08:58 → 00:09:00ร่างกายเนี่ยเกิดจากหลอดเลือดดำที่ขยาย
00:09:00 → 00:09:03ขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งอันเนี้ยเป็นภาวะปกติที่
00:09:03 → 00:09:05เกิดจากการใช้งานอวัยวะต่างๆนะครับแต่ว่า
00:09:05 → 00:09:07ไส้เลือดคอ์ดในสมองเนี่ยเมื่อเกิดการ
00:09:07 → 00:09:10เชื่อมต่อกันแบบผิดปกติแล้วก็ทำให้ขนาด
00:09:10 → 00:09:12ของเขาเนี่ยใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนะครับตัว
00:09:12 → 00:09:14เนี้ยดูจากภายนอกก็เหมือนจะเป็นเส้นเลือด
00:09:14 → 00:09:16คอร์ดธรรมดาทั่วไปแต่จริงๆแล้วมีความ
00:09:16 → 00:09:19อันตรายค่อนข้างสูงแล้วถ้าโรคเส้นเลือด
00:09:19 → 00:09:22ผิดปกติเกิดขึ้นที่อวัยวะอื่นนี้อันตราย
00:09:22 → 00:09:25หรือไม่อย่างไรคะบางครั้งเนี่ยเราก็จะเจอ
00:09:25 → 00:09:28พวกกลุ่มของ avm เนี่ยตามบริเวณของผิว
00:09:28 → 00:09:30หนังครับผมพวกนี้ก็จะทำให้เกิดอาการปวด
00:09:30 → 00:09:32หรือเกิดเป็นลักษณะของแผลเรื้อรังได้แต่
00:09:32 → 00:09:35บางกรณีเนี่ยก็จะเจอที่ปอดนะครับทำให้มี
00:09:35 → 00:09:38อาการไอเป็นเลือดหรือว่าเกิดที่อวัยวะ
00:09:38 → 00:09:40อย่างเช่นตับหรือว่าเนื้อสมองก็ทำให้เกิด
00:09:40 → 00:09:42ภาวะเลือดออกในอวัยวะต่างๆได้ครับก็จะมี
00:09:42 → 00:09:44ความอันตรายที่ค่อนข้างสูงครับโรคเส้น
00:09:44 → 00:09:47เลือดผิดปกติแตกต่างจากโรคเส้นเลือดอื่นๆ
00:09:47 → 00:09:50อย่างไรคะเส้นเลือดผิดปกติตัวนี้นะครับ
00:09:50 → 00:09:52เป็นกลุ่มนึงของโรคความผิดปกติของหลอด
00:09:52 → 00:09:54เลือดสมองครับผมเนาะซึ่งเราเจอได้ไม่ค่อย
00:09:55 → 00:09:57บ่อยเท่าไหร่เนาะโดยความรู้สึกของเรา
00:09:57 → 00:09:59เนี่ยถ้าพูดถึงโรคของหลอดเลือดสมองเนี่ย
00:09:59 → 00:10:01เราก็จะมักจะเจอกลุ่มของโรคหลอดเลือดตีบ
00:10:01 → 00:10:04หลอดเลือดอุดตันหรือว่าเส้นเลือดโป่งพอง
00:10:04 → 00:10:06และแตกอันเนี้ยเจอได้บ่อยมากกว่าจริงๆถ้า
00:10:06 → 00:10:09ให้พูดเนี่ยจริงๆอันตรายทั้งคู่นะครับ
00:10:09 → 00:10:12เพราะว่าในกลุ่มของเส้นเลือดตีบแตกหรือ
00:10:12 → 00:10:14ว่าเส้นเลือดเชื่อมกันผิดปกติเมื่อเกิด
00:10:14 → 00:10:16ปัญหาก็จะเกิดภาวะเลือดออกเหมือนกันเพราะ
00:10:16 → 00:10:18ฉะนั้นภาวะที่สมองจะบาดเจ็บเนี่ยก็จะบาด
00:10:18 → 00:10:21เจ็บได้เหมือนกันทั้งคู่แต่ว่าสิ่งนึงที่
00:10:21 → 00:10:24จะมีความแตกต่างกันก็คือว่าภาวะหลอดเลือด
00:10:24 → 00:10:26สมองตีบหรือแตกหรือโปร่งพองอะไรอย่าง
00:10:26 → 00:10:28เงี้ยเรามักจะเจอที่คนที่อายุค่อนข้าง
00:10:28 → 00:10:30เยอะหน่อยนะครับแต่ในกลุ่มของหลอดเลือด
00:10:30 → 00:10:32เชื่อมต่อกันผิดปกติเนี่ยพวกเนี้ยเราจะ
00:10:32 → 00:10:34เจอในวัยที่อายุยังน้อยๆเหมือนยังอยู่ใน
00:10:34 → 00:10:36วัยทำงานหรือยังเป็นเด็กที่ยังเรียน
00:10:36 → 00:10:39หนังสืออะไรอยู่เลยพวกนี้บางทีเราก็อาจจะ
00:10:39 → 00:10:41ไม่ได้ใส่ใจครับบางครั้งเมีอาการปวดหัว
00:10:41 → 00:10:44ที่ผิดปกตินะครับมีอาการปวดศีรษะร่วมกับ
00:10:44 → 00:10:46ความมึนงงสับสนหรือมีอาการทางระบบประสาท
00:10:46 → 00:10:49ที่ผิดปกติละบางทีก็อาจจะไม่ได้นึกถึงว่า
00:10:49 → 00:10:51เราจะเป็นโรคหลอดเลือดในสมองในคนที่อายุ
00:10:51 → 00:10:53ยังน้อยๆอยู่อะไรเงี้ครับแล้วอาการปวดหัว
00:10:53 → 00:10:56แบบไหนคะที่เข้าขายว่าอันตรายและบ่งบอก
00:10:57 → 00:11:00ว่าจะเป็นโรคเส้นเลือดผิดปกติอาการปวดหัว
00:11:00 → 00:11:03ที่บ่งบอกถึงความผิดปกตินะครับก็มักจะมี
00:11:03 → 00:11:06ประมาณกลุ่ม 3 อาการนะครับอันที่ 1 เนี่ย
00:11:06 → 00:11:08ก็คือขณะใช้ชีวิตประจำวันอยู่อยู่ๆก็ปวด
00:11:08 → 00:11:11หัวขึ้นมาอย่างรุนแรงทันทีอย่างที่ 2 คือ
00:11:11 → 00:11:13ปวดศีรษะปวดหัวเนี่ยนะครับแล้วก็ทานยา
00:11:13 → 00:11:16แล้วไม่ตอบสนองต่อยานะครับยังปวดอยู่
00:11:16 → 00:11:18เรื่อยๆตลอดเวลากลุ่มที่ 3 เนี่ยค่อนข้าง
00:11:18 → 00:11:21จะปวดแบบชัดเจนปวดร่วมกับมีอาการทางระบบ
00:11:21 → 00:11:23ประสาทร่วมด้วยนะครับอย่างเช่นปวดศีรษะ
00:11:23 → 00:11:26แล้วก็มีอาการง่วงซึมหรือว่าพูดจาสับสน
00:11:26 → 00:11:28หรือรุนแรงถึงขั้นมีอาการแขนขาอ่อนแรง
00:11:28 → 00:11:32ขึ้นมาให้เห็นอาจารย์คะแล้วทำไมคนที่มี
00:11:32 → 00:11:35เรื่องของโรคเส้นเลือดผิดปกติในสมองนั้น
00:11:35 → 00:11:38มักจะเป็นผู้ที่มีปานแดงบริเวณใบหน้าและ
00:11:38 → 00:11:42ลำคอคะเราเชื่อว่าในบางโรคนะครับของเส้น
00:11:42 → 00:11:44เลือดเชื่อมต่อกันผปกติเนี่ยเป็นโรคทาง
00:11:44 → 00:11:46พันธุกรรมครับผมแล้วก็แต่ว่าเจอได้ค่อน
00:11:46 → 00:11:49ข้างน้อยเนาะก็มักจะแสดงอาการที่อวัยวะ
00:11:49 → 00:11:51อื่นๆร่วมด้วยบางส่วนก็จะมีลักษณะของปาน
00:11:51 → 00:11:54แดงที่บริเวณใบหน้านั่นก็คือส่วนหนึ่งของ
00:11:54 → 00:11:56เส้นเลือดที่ผิดปกติที่บริเวณผิวหนัง
00:11:56 → 00:11:59บริเวณส่วนของใบหน้าครับในกลุ่มเนี้ยก็จะ
00:11:59 → 00:12:01จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นเลือดผิดปกติ
00:12:01 → 00:12:04ในสมองหรืออวัยวะอื่นๆร่วมด้วยครับแล้ว
00:12:04 → 00:12:07สัญญาณเตือนของโรคเส้นเลือดผิดปกติเป็น
00:12:07 → 00:12:10อย่างไรคะสัญญาณเตือนจริงๆเนี่ยไม่ค่อยมี
00:12:10 → 00:12:13ปกติเวลาที่จะเกิดปัญหาเนี่ยก็จะมีอาการ
00:12:13 → 00:12:15ปลดศีรษะแบบเฉียบพลันหรือซึมลงหรือสับสน
00:12:15 → 00:12:18ไปเลยแต่ในบางกรณีเนี่ยเราก็จะพบได้ว่า
00:12:18 → 00:12:20ผู้ป่วยบางรายเนี่ยมีลักษณะอาการปวดศีรษะ
00:12:21 → 00:12:23ข้างใดข้างหนึ่งบริเวณใดบริเวณหนึ่งซ้ำ
00:12:23 → 00:12:26ซ้ำมาได้หรือบางรายเนี่ยก็จะมีอาการชัก
00:12:26 → 00:12:29กระตุกนำมาก่อนแต่ก็คิดว่าไม่ได้ชักครับ
00:12:29 → 00:12:32บางทีก็เหมือนกับเขาหมดสติเป็นลมไปอย่าง
00:12:32 → 00:12:33เงี้ยครับแต่จริงๆแล้วเขาชักไปแล้วครั้ง
00:12:33 → 00:12:36นึงอะไรเงี้ยบางทีก็ไม่ได้พามาตรวจครับ
00:12:36 → 00:12:38แต่พอเราย้อนประวัติกลับไปอีกทีนึงอ่ะ
00:12:38 → 00:12:39เหมือนเคยเกิดเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว
00:12:39 → 00:12:42ครั้งนึงอะไรอย่างงี้ก็มีครับแล้วโรคเส้น
00:12:42 → 00:12:45เลือดผิดปกตินั้นแพทย์สามารถวินิจฉัยได้
00:12:45 → 00:12:49อย่างไรคะปัจจุบันเนี่ยเราใช้เครื่องมือ
00:12:49 → 00:12:51ที่ใช้ในการสแกนโครงสร้างของหลอดเลือดนะ
00:12:51 → 00:12:54ครับก็จะมีในส่วนของ CT สแกน ex
00:12:54 → 00:12:56คอมพิวเตอรแล้วถ้าดูโครงสร้างของหลอด
00:12:56 → 00:12:58เลือดเนี่ยเราก็เรียกว่าเป็น cta นะครับ
00:12:58 → 00:13:00อีกอันนึงก็ก็คือเป็นเรื่องของการทำเซร
00:13:00 → 00:13:02คลื่นแมเหล็กไฟฟ้าหรือ MRI ที่เรารู้จัก
00:13:02 → 00:13:04กันนะครับแล้วก็เราฉีดสีดูโครงสร้างของ
00:13:04 → 00:13:06เส้นเลือดด้วยก็จะเป็น mra ครับ 2 วิธี
00:13:06 → 00:13:09นี้ก็จะเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้โดยทั่วไป
00:13:09 → 00:13:13ทำไมโรคเส้นเลือดผิดปกติมักพบในคนที่อายุ
00:13:13 → 00:13:15น้อยคะอาจารย์คือจริงๆต้องบอกก่อนเลยว่า
00:13:15 → 00:13:17จริงๆกลุ่มเสี่ยงอ่ะมันไม่ชัดปัจจุบัน
00:13:17 → 00:13:19เนี่ยเรายังไม่รู้สาเหตุเลยว่าเกิดจาก
00:13:19 → 00:13:24อะไรเนาะแต่ว่าที่สาเหตุที่ที่เจอได้ในคน
00:13:24 → 00:13:26ที่อายุน้อยเนี่ยเพราะว่าเราเชื่อว่า
00:13:26 → 00:13:28ทฤษฎีก็คือเส้นเลือดผิดปกติพวกเนี้ยเป็น
00:13:28 → 00:13:30ตั้งแต่กำเนิดตั้งแต่อยู่ในท้องท้องแม่
00:13:30 → 00:13:33เลยนะครับแล้วว่าพอเวลาผ่านไปช่วงที่เด็ก
00:13:33 → 00:13:36มีร่างกายโตขึ้นขนาดของเส้นเลือดผิดปกติ
00:13:36 → 00:13:38อ่ะก็จะโตขึ้นด้วยเมื่อเขาโตมากเพียงพอ
00:13:38 → 00:13:40เนี่ยเส้นเลือดผิดปกติพวกนั้นน่ะก็จะแสดง
00:13:40 → 00:13:43อาการขึ้นมาให้เราเห็นอ่าส่วนหนึ่งที่บอก
00:13:43 → 00:13:46ว่าพอเป็นในอายุคนอายุน้อยหรือว่าในวัยทำ
00:13:46 → 00:13:48งานอะไรต่างๆเนี่ยเราก็อาจจะไม่ได้
00:13:48 → 00:13:51ตระหนักหรือว่ากังวลว่าจะเป็นโรคเกี่ยว
00:13:51 → 00:13:53กับทางด้านสมองเนาะบางทีเราเหมือนกับเรา
00:13:53 → 00:13:55วูบเราคิดว่าเราวูบแต่จริงๆแล้วอาจจะเป็น
00:13:55 → 00:13:57อาการชักที่เกิดขึ้นครั้งที่ 1 ซึ่งเขา
00:13:57 → 00:13:59เตือนมาแล้วก็ได้ก็ทำให้เราเหมือนกับไม่
00:13:59 → 00:14:01ได้ใส่ใจหรือไปพบแพทย์หรือไปตรวจตอนนั้น
00:14:01 → 00:14:04ทันทีแล้วก็อาจจะเกิดอาการซ้ำอีกครั้งนึง
00:14:04 → 00:14:06ซึ่งบางครั้งครั้งที่ 2 เนี่ยก็อาจจะเกิด
00:14:06 → 00:14:09อาการที่รุนแรงกว่าครั้งแรกได้ครับและใคร
00:14:09 → 00:14:11คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นเลือดผิด
00:14:11 → 00:14:14ปกติคะโรคตัว avm เนี่ยนะครับเนาะมีบาง
00:14:14 → 00:14:16ส่วนนะครับแต่เป็นส่วนน้อยเนาะที่
00:14:16 → 00:14:19สัมพันธ์กับทางพันธุกรรมปัจจุบันเนี่ยเรา
00:14:19 → 00:14:22พบแล้วว่าจริงๆแล้วส่วนใหญ่ของโลกเนี่ย 90
00:14:22 → 00:14:23กว่าเปอรเซ็นเนี่ยนะครับเนาะไม่ได้
00:14:23 → 00:14:25สัมพันธ์กับพันธุกรรมเลยเป็นภาวะที่เกิด
00:14:25 → 00:14:28ขึ้นในคนใดคนหนึ่งโดยโดยเกิดขึ้นมาเองนะ
00:14:28 → 00:14:31ครับและยังหาปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นทำ
00:14:31 → 00:14:33ให้เกิดยังไม่เจอครับผมยังยังไม่ยังไม่มี
00:14:33 → 00:14:36ข้อบ่งชี้ในการคัดกรองว่าคนไหนควรจะต้อง
00:14:36 → 00:14:39มาตรวจสแกนสมองเพื่อหาในกลุ่ม avm ยกเว้น
00:14:39 → 00:14:42ว่าแรกเกิดมามีลักษณะของปานแดงหรืออะไร
00:14:42 → 00:14:45ต่างๆที่เข้ากับโรคทางพันธุกรรมครับผมโรค
00:14:45 → 00:14:48เส้นเลือดผิดปกติรักษาอย่างไรคะปัจจุบัน
00:14:48 → 00:14:50เทคโนโลยีของการรักษาเนี่ยเรามี 3 วิธี
00:14:50 → 00:14:53ที่ใช้ในการรักษาครับนะก็คือการสวนหลอด
00:14:53 → 00:14:55เลือดเข้าไปนะครับเพื่อระบุตำแหน่งที่
00:14:55 → 00:14:57เส้นเลือดผิดปกติและทำการอุดเส้นเลือดตรง
00:14:57 → 00:15:00บริเวณตำหน่งนั้นนะครับวิธีที่ 2 เนี่ยก็
00:15:00 → 00:15:02จะเป็นวิธีของการผ่าตัดนะครับตัดในส่วน
00:15:02 → 00:15:04ของเส้นเลือกที่ผิดปกติออกไปนะครับส่วน
00:15:04 → 00:15:06วิธีที่ 3 เนี่ยก็เป็นวิธีทางเลือกก็คือ
00:15:06 → 00:15:09การฉายแสงเฉพาะจุดนะครับเข้าไปตรงตำแหน่ง
00:15:09 → 00:15:11ของเส้นเลือดผิดปกติทำให้เส้นเลือดบริเวณ
00:15:11 → 00:15:13ตำแหน่งนั้นน่ะเกิดการฝ่อตัวลงนะครับแต่
00:15:13 → 00:15:16ว่าในบางกรณีโครงสร้างของเส้นเลือดมีความ
00:15:16 → 00:15:18ซับซ้อนค่อนข้างสูงเนาะเราอาจจะจำเป็น
00:15:18 → 00:15:20ต้องใช้ 2-3 วิธีในการรักษาเส้นเลือดผิด
00:15:20 → 00:15:23ปกติในสมองให้หายขาดครับตัวโลกนี้เมื่อ
00:15:23 → 00:15:25เราเจอแล้วแล้วเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิด
00:15:25 → 00:15:27การบาดเจ็บของเนื้อสมองอะไรต่างๆเนี่ยเรา
00:15:27 → 00:15:30สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับในกลุ่มเส้น
00:15:30 → 00:15:32เลือดผิดปกติในสมองเนี่ยนะครับถ้าปล่อย
00:15:32 → 00:15:34ทิ้งไว้แล้วไม่รักษาเนี่ยปกติแล้วเราจะ
00:15:34 → 00:15:36ประเมินความเสี่ยงจากโครงสร้างของเส้น
00:15:36 → 00:15:38เลือดที่อยู่ในสมองแล้วก็ตำแหน่งของที่
00:15:38 → 00:15:41สมองนะครับว่าตรงนั้นเป็นตำแหน่งที่สำคัญ
00:15:41 → 00:15:43หรือเปล่ามักจะแนะนำให้รักษาในกรณีที่
00:15:43 → 00:15:46เป็นกลุ่มเสี่ยงถ้าเกิดกรณีที่ไม่รักษา
00:15:46 → 00:15:48อะไรต่างๆก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการ
00:15:48 → 00:15:51บาดเจ็บเนื้อสมองเนื่องจากหลอดเลือดตรง
00:15:51 → 00:15:53นั้นเกิดการแตกเกิดขึ้นนะครับซึ่งก็จะ
00:15:53 → 00:15:55เป็นผลที่ไม่ค่อยค่อยดีเท่าไหร่โรคเส้น
00:15:55 → 00:15:59เลือดผิดปกติสามารถป้องกันได้อย่างไรคะ
00:15:59 → 00:16:01การป้องกันจริงๆอก็จะเป็นการเฝ้าสังเกต
00:16:01 → 00:16:03อาการครับผมเมื่อเรามีความรู้สึกว่าผิด
00:16:04 → 00:16:06ปกติของระบบประสาทหรือว่ามีอาการปวดหัว
00:16:06 → 00:16:09ที่ผิดปกติไปการรีบพาตัวเองมาปรึกษาแพทย์
00:16:09 → 00:16:12นะครับแล้วก็เพื่อค้นหาเพิ่มเติมว่า
00:16:12 → 00:16:14สาเหตุคืออะไรก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรก
00:16:14 → 00:16:18ได้ครับอยากให้อาจารย์ฝากถึงคนทางบ้านค่ะ
00:16:18 → 00:16:21ว่าทำอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคเส้นเลือด
00:16:21 → 00:16:24ผิดปกติสัญญาณเตือนที่เกี่ยวกับโรคของ
00:16:24 → 00:16:26หลอดเลือดสมองนะครับรวมไปถึงกลุ่มของหลอด
00:16:26 → 00:16:28เลือดเชื่อมต่อสมองผิดปกติเลยเนี่ยหลักๆ
00:16:28 → 00:16:31หลักเลยเนี่ยเขาจะมีอาการเมื่อตอนที่เกิด
00:16:31 → 00:16:33ปัญหาขึ้นมาแล้วครับผมเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:16:33 → 00:16:36เมื่อเรามีความผิดปกติทางระบบประสาทนะ
00:16:36 → 00:16:39ครับอย่างเช่นรู้สึกตามองเห็นภาพซ้อนนะ
00:16:39 → 00:16:41ครับแขนขาอ่อนแรงปากเบี้ยวพูดไม่ชัดเดิน
00:16:41 → 00:16:45เซหรือว่ามีอาการคล้ายๆจะชักหรือหมดสติไป
00:16:45 → 00:16:49แบบไม่ทราบสาเหตุแนะนำครับให้มาตรวจที่
00:16:49 → 00:16:51โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อค้นหาสาเหตุ
00:16:51 → 00:16:53ว่าเกิดอะไรขึ้นครับถึงแม้ว่าบางครั้งใน
00:16:53 → 00:16:56กลุ่มโลกพวกเนี้ยเกิดได้ในคนอายุน้อยๆและ
00:16:56 → 00:16:59บางครั้งเราก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจขอบพระคุณ
00:16:59 → 00:17:01อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะที่มาให้
00:17:01 → 00:17:04ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคเส้น
00:17:04 → 00:17:07เลือดผิดปกติและในช่วงนี้นะคะเราจะมารู้
00:17:07 → 00:17:11กันว่าปวดหัวแต่ละอย่างเป็นสัญญาณเตือน
00:17:11 → 00:17:14ภัยอะไรได้บ้างค่ะปวดหัวเป็นอาการปวดที่
00:17:14 → 00:17:18เกิดขึ้นบริเวณศีรษะหรือคอส่วนบนซึ่งเกิด
00:17:18 → 00:17:21จากเนื้อเยื่อและโครงสร้างรอบกะโหลกศีรษะ
00:17:21 → 00:17:25หรือสมองเกิดการอักเสบหรือระคายเคืองจนทำ
00:17:25 → 00:17:28ให้เกิดอาการปวดขึ้นโดยอาการปวดอาจมาจาก
00:17:28 → 00:17:31เส้นประสาทบริวณหนังศีษะใบหน้าปากและคอ
00:17:32 → 00:17:34กล้ามเนื้อของคอหรือไหล่และหล่อเลือดที่
00:17:34 → 00:17:37ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมองอาการ
00:17:37 → 00:17:40ปวดหัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มได้
00:17:40 → 00:17:43แก่อาการปวดหัวในกลุ่มที่ไม่ได้มีรอยโรค
00:17:43 → 00:17:46ในสมองเช่นปวดไมเกรนกล้ามเนื้อรอบศีรษะ
00:17:47 → 00:17:49ตึงตัวหรือเกิดจากความเครียดกลุ่มนี้เป็น
00:17:49 → 00:17:52กลุ่มสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวด
00:17:52 → 00:17:55หัวแม้ว่าจะรบกวนชีวิตประจำวันแต่ไม่มี
00:17:55 → 00:17:59อันตรายร้ายแรงอาการปวดหัวในกลุมกลุ่มที่
00:17:59 → 00:18:03มีรอยโรคในสมองเช่นเนื้องอกในสมองเส้
00:18:03 → 00:18:06เลือดสมองโป่งพองเลือดออกใต้เยืหุ้มสมอง
00:18:06 → 00:18:09ต้องรีบพบแพทย์ทันทีซึ่งอาการปวดหัวของ
00:18:09 → 00:18:12กลุ่มนี้ถือว่าอันตรายหากไม่ได้รับการ
00:18:12 → 00:18:16วินิจฉัยและรักษาให้ทันเวลาแล้วอาการปวด
00:18:16 → 00:18:20หัวตรงไหนบอกอะไรได้บ้างโดยปกติแล้วอาการ
00:18:20 → 00:18:24ปวดหัวแต่ละประเภทมักมีลักษณะการปวดที่
00:18:24 → 00:18:27แตกต่างกันออกไปทั้งนี้ความถี่และความรุน
00:18:27 → 00:18:30แรงของอาการปวดหัวจะเป็นไปตามสาเหตของ
00:18:30 → 00:18:33อาการปวดหัวแต่ละประเภและตำแหน่งที่ปวด
00:18:33 → 00:18:36อาจเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้ากะโหลก
00:18:36 → 00:18:39หรือทั้งศีรษะปวดหัวไมเกรนอาการปวดศีรษะ
00:18:39 → 00:18:42ตุ๊บๆบริเวณข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็
00:18:42 → 00:18:45ได้มักปวดนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันอาจมี
00:18:45 → 00:18:48อาการคลื่นไส้อาเจียนสู้แสงหรือเสียงไม่
00:18:48 → 00:18:52ได้ร่วมด้วยบางรายอาจมีอาการนำก่อนอาการ
00:18:52 → 00:18:55ปวดหัวโดยมักเห็นเป็นแสงวูบวาบหรือมอง
00:18:55 → 00:18:59เห็นภาพไม่ชัดปวดหัวจากความเครียดอาการ
00:18:59 → 00:19:02ปวดศีรษะมีลักษณะเหมือนถูกกดบีบหรือรัด
00:19:02 → 00:19:05ที่ศีรษะทั้ง 2 ข้างมักมีอาการเริ่มที่
00:19:05 → 00:19:08ท้ายทอยร้าวไปขมับทั้ง 2 ข้างแล้วจึงปวด
00:19:08 → 00:19:11ร้าวทั้งศีรษะอาจจะมีอาการกดเจ็บที่หนัง
00:19:11 → 00:19:14ศีรษะร่วมด้วยมักมีอาการปวดตั้งแต่ 30
00:19:14 → 00:19:18นาทีขึ้นไปโดยมักพบในผู้ที่มีอาการเครียด
00:19:18 → 00:19:21โกรธหรือเหนื่อยทั้งนี้อาจจะมีอาการปวด
00:19:21 → 00:19:24ร้าวมาสมักไหลทั้ง 2 ข้างทั้งนี้อาจจะมี
00:19:24 → 00:19:28อาการปวดเป็นชั่วโมงวันสัปดาห์เดือนหรือ
00:19:28 → 00:19:31ปีก็ได้ได้ขึ้นอยู่กับความเครียดและการ
00:19:31 → 00:19:34พักผ่อนปวดหัวแบบคลัสเตอร์มีอาการปวด
00:19:34 → 00:19:39ศีรษะรุนแรงที่บริเวณรอบตาเบ้าตาหรือขมับ
00:19:39 → 00:19:42ข้างเดียวเท่านั้นรู้สึกร้อนที่หน้าผาก
00:19:42 → 00:19:45โดยมักมีอาการร่วมอื่นด้วยเสมอเช่นน้ำตา
00:19:46 → 00:19:50ไหลตาข้างที่ปวดจะแดงคัดจมูกหูอื้อหนังตา
00:19:50 → 00:19:54ตกเนื่องจากความผิดปกติของสมองผู้ป่วยจาก
00:19:54 → 00:19:57อาการปวดศีรษะเป็นชุดๆอาจมีอาการหลายวัน
00:19:57 → 00:20:01จนถึงหลายสัปดาห์ปวดหัวจากไซนัสอักเสบปวด
00:20:01 → 00:20:03ศีรษะเนื่องจากโพรงจมูกติดเชื้อมีอาการ
00:20:03 → 00:20:07ปวดแบบหน่วงๆบริเวณหน้าผากหัวตาหนกแก้ม
00:20:07 → 00:20:10และรอบกระบอกตาเนื่องจากโรงจมูกติดเชื้อ
00:20:10 → 00:20:13และน้ำมูกไหลออกมาไม่ได้บางรายมีอาการปวด
00:20:13 → 00:20:17เมื่อก้มศีษะหรือเปลี่ยนท่าปวดหัวจากเส้น
00:20:17 → 00:20:21ประสาทใบหน้าอักเสบสำหรับอาการปวดหัวแบบ
00:20:21 → 00:20:24นี้นะคะมักจะปวดได้บริเวณใบหน้าลามไปถึง
00:20:24 → 00:20:27ใบหูลักษณะการปวดนั้นจะเหมือนไฟช็อตหรือ
00:20:27 → 00:20:30ว่าไฟดูดและจะถูกกระตุ้นได้ถ้าหากมีการ
00:20:30 → 00:20:33เคลื่อนไหวใบหน้าเช่นการเคี้ยวข้าวนะคะ
00:20:33 → 00:20:37การกลืนการพูดคุยค่ะปวดหัวแบบเรื้อรังทุก
00:20:37 → 00:20:40วันผู้ป่วยชนิดนี้มักมีอาการปวดหัวเรื้อ
00:20:40 → 00:20:43รังมากกว่า 15 วันต่อเดือนอย่างน้อย 3
00:20:43 → 00:20:46เดือนซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหัวแบบ
00:20:46 → 00:20:50เทนชั่นซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหัวที่มา
00:20:50 → 00:20:53จากความเครียดหรือแบบไมเกรนก็ได้แต่ผู้
00:20:53 → 00:20:56ป่วยจะมีอาการเรื้อรังมากกว่าในผู้ป่วย
00:20:56 → 00:20:58กลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดหัวจากจาก
00:20:58 → 00:21:01การใช้ยาเกินขนาดซึ่งเกิดจากการวินิจฉัย
00:21:01 → 00:21:05ที่ผิดพลาดการซื้อยากินเองการใช้ยาแก้ปวด
00:21:05 → 00:21:07บ่อยๆซึ่งทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังมาก
00:21:07 → 00:21:11ขึ้นเรื่อยๆนอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่
00:21:11 → 00:21:14สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้อีกเช่น
00:21:14 → 00:21:17ภาวะไซนัสอักเสบโรคหล่อเลือดสมองโรคเลือด
00:21:17 → 00:21:20ออกใต้เยื่อหุ้มสมองโรคมะเร็งเป็นต้นทั้ง
00:21:20 → 00:21:23นี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ
00:21:23 → 00:21:25ตรวจร่างกายอย่างละเอียดรวมถึงการตรวจ
00:21:25 → 00:21:29เพิ่มเติมเช่นการทำ MRI เป็นต้นเพื่อช่วย
00:21:29 → 00:21:33วินิจฉัยแยกโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายออกไป
00:21:33 → 00:21:37แล้วปวดหัวแบบไหนต้องรีบไปบแพทย์ปวดหัว
00:21:37 → 00:21:40ชนิดที่ไม่เหมือนเดิมร่างกายของเรามักจะ
00:21:40 → 00:21:43มีนิสัยปวดหัวแบบเดิมๆเช่นส่วนมากปวดหัว
00:21:43 → 00:21:46ข้างเดียวแถวๆขมับมักจะเป็นในวันที่นอน
00:21:46 → 00:21:49น้อยหรืออากาศร้อนแต่หากอาการปวดหัวผิด
00:21:49 → 00:21:52แปลกไปจากเดิมแบบที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน
00:21:52 → 00:21:56จากปวดข้างเดี่ยวเป็นปวด 2 ข้างจากปวดแถว
00:21:56 → 00:21:58ขมับเปลี่ยนเป็นกลางหน้าผากหักเป็นเช่น
00:21:58 → 00:22:02นี้ควรมาพบแพทย์โดยเร็วปวดหัวมาเป็นเวลา
00:22:02 → 00:22:05นานปวดมากและถี่ขึ้นหากปวดหัวถี่วันละ
00:22:05 → 00:22:08ครั้งหรือวันละหลายๆครั้งแถมปวดแล้วปวด
00:22:08 → 00:22:11มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆอาจจะต้องมีการตรวจหา
00:22:11 → 00:22:15สาเหตุปวดหัวจนทำให้ตื่นกลางดึกปกติเวลา
00:22:15 → 00:22:19คนเรานอนประสาทสัมผัสจะทื่อลงดังนั้นเรา
00:22:19 → 00:22:22จะไม่ค่อยรู้สึกถึงอาการปวดหัวแต่ถ้านอน
00:22:22 → 00:22:25หลับไปแล้วต้องตื่นมากลางดึกเพราะปวดหัว
00:22:25 → 00:22:28จนปลุกเราได้แสดงว่าอาการปวดหัวนั้นไม่
00:22:28 → 00:22:32ธรรมดาต้องรีบไปพบแพทย์อย่ารอช้าปวดหัว
00:22:32 → 00:22:35และมีอาการอื่นร่วมด้วยโดยเฉพาะอาการแค้น
00:22:35 → 00:22:38ค้าอ่อนแรงขยับไม่ได้หรือหน้าเบี้ยวปกติ
00:22:38 → 00:22:41แล้วอาการปวดหัวมักจะเกิดจากสาเหตุนอก
00:22:41 → 00:22:44สมองแต่อาการปวดหัวที่มีอาการผิดปกติทาง
00:22:44 → 00:22:47สมองร่วมด้วยเช่นเห็นภาพไม่ชัดเห็นภาพ
00:22:47 → 00:22:51ซ้อนแขนขาขยับไม่ได้สลบหมดสติหน้าเบี้ยว
00:22:51 → 00:22:55แบบนี้เป็นอาการบ่งชี้ว่าอาการปวดนั้นน่า
00:22:55 → 00:22:58จะมาจากในสมองแบบนี้ต้องรีบมาพบแพทย์ทัน
00:22:58 → 00:22:59ที
00:22:59 → 00:23:02แต่ไม่ว่าจะปวดหัวแบบไหนก็ตามหากพบความ
00:23:02 → 00:23:04ผิดปกติหรือปวดติดต่อกันนานกว่า 2
00:23:04 → 00:23:07สัปดาห์ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับคำแนะ
00:23:07 → 00:23:11นำและตรวจรักษาเพราะอาการปวดหัวที่คุณ
00:23:11 → 00:23:15เป็นอาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้
00:23:15 → 00:23:18เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสาระสุขภาพดีๆที่
00:23:18 → 00:23:21TNN He นำมาฝากคุณผู้ชมในวันนี้หวังใจ
00:23:21 → 00:23:24เป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำความ
00:23:24 → 00:23:27รู้ที่ได้ไปดูแลตัวเองและครอบครัวกันนะคะ
00:23:27 → 00:23:30และขอบขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมมาตลอด
00:23:30 → 00:23:33รายการค่ะอย่าลืมนะคะติดตามรับชมรายการ
00:23:33 → 00:23:37TNN He เป็นประจำเวลาดีทุกวันเสาร์ 15
00:23:37 → 00:23:38น-
00:23:38 → 00:23:4315:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 และอย่าลืมนะ
00:23:43 → 00:23:46คะกดไลค์กดแชร์กด Subscribe กดกระดิ่ง
00:23:46 → 00:23:50เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีมงาน TNN ไม่
00:23:50 → 00:23:53ว่าจะเป็นช่องทาง YouTube Facebook
00:23:53 → 00:23:56tiktok Instagram LINE official ค่ะ
00:23:56 → 00:23:59เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระะสุขภาพเสริม
00:23:59 → 00:24:03ภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปด้วยกันและสำหรับ
00:24:03 → 00:24:06วันนี้หมอดาวและทีมงาน TNN ต้องขอตัวลา
00:24:06 → 00:24:10คุณผู้ชมไปก่อนสวัสดี
00:24:10 → 00:24:27[เพลง]
00:24:27 → 00:24:33ค่ะ
00:24:33 → 00:24:53[เพลง]
00:24:53 → 00:24:56H