00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับวันนี้ผมได้รับเกียรติจากหมอ
00:00:02 → 00:00:06ดมยาหรือหมอวิสัญญีซึ่งหลายคนยังเข้าใจ
00:00:07 → 00:00:11ว่าเป็นแผนกของพยาบาลคล้ายพยาบาลผดงคัน
00:00:11 → 00:00:14วันนี้เรามาลองดูกันว่าจริงๆแล้วเนี่ยหมอ
00:00:14 → 00:00:18ดมยาที่ถือว่าเป็นหนึ่งในแม่ทัพในห้องผ่า
00:00:18 → 00:00:22ตัดมีหน้าที่อะไรในห้องผ่าตัดเนี่ยการ
00:00:22 → 00:00:25เตรียมความพร้อมก่อนเข้าการผ่าตัดระหว่าง
00:00:26 → 00:00:30ผ่าตัดและหลังผ่าตัดบทบาทของหมอดมยา
00:00:30 → 00:00:33มีความสำคัญอย่างไรมีอะไรที่ประชาชนมักจะ
00:00:33 → 00:00:37เข้าใจผิดเช่นดมยาแล้วไม่ตื่นดมยาแล้ว
00:00:37 → 00:00:42ตื่นมาจะหลงลืมยาจะสะสมในร่างกายทำให้ตับ
00:00:42 → 00:00:47ไตพักเด็กผู้สูงอายุไม่ควรดมยา
00:00:47 → 00:00:50หน้าที่ของหมอดมยายาดมยาปัจจุบันไปถึงไหน
00:00:50 → 00:00:55แล้วมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆนอกเหนือจากนี้
00:00:55 → 00:00:59คุณหมอท่านเนี่ยนอกจากจะสง่าแล้วเป็นหมอ
00:00:59 → 00:01:02ที่มี Follower ใน TikTok เริ่มให้ความ
00:01:02 → 00:01:04รู้เกี่ยวกับเรื่องการดมยาแล้วคุณหมอยัง
00:01:04 → 00:01:08มีเคล็ดลับอะไรบางอย่างที่ฟังดูง่ายๆที่
00:01:08 → 00:01:12จะคุมสุขภาพจิตของเราเพราะเชื่อหรือไม่
00:01:12 → 00:01:17ถ้าจะคุยเรื่องการนิ่งการคุมจิตในสภาวะ
00:01:17 → 00:01:21ที่มีแรงกดดันสูงๆหมอคนแรกที่เราควรจะหัน
00:01:21 → 00:01:24ไปถามคือหมอดมยานะเพราะหมอดมยานี่ขึ้น
00:01:24 → 00:01:27ชื่อว่านิ่งที่สุดในห้องผ่าตัดและดุที่
00:01:28 → 00:01:31สุดในบรรดาหมอผ่าตัดวันนี้ผมได้รับ
00:01:31 → 00:01:33เกียรติจากหมอออมนะครับ
00:01:33 → 00:01:41[ปรบมือ]
00:01:41 → 00:01:45ก่อนจะไปต่อที่เนื้อหาสาระสำคัญก็ขอบคุณ
00:01:45 → 00:01:47เอราวันเทคไทลนะฮะบริษัทที่อยู่คู่เมือง
00:01:47 → 00:01:51ไทยมามากกว่า 60 ปีซึ่งเป็นผู้สนับสนุน
00:01:51 → 00:01:52หัวข้อวันนี้
00:01:52 → 00:01:55>> เอรวัสิงหธอพร้อมเป็นหนึ่งในเกราะป้องกัน
00:01:55 → 00:01:58ที่แข็งแรงเพื่อช่วยกันฝ่าวิกฤตและก้าวไป
00:01:58 → 00:02:02สู่อนาคตที่ดีกว่าด้วยกัน Viral Cut We
00:02:02 → 00:02:04a better life
00:02:04 → 00:02:06เอราวั
00:02:06 → 00:02:08>> ค่ะสวัสดีค่ะชื่อแพทย์หญิงนณพัฒเกดตั้ง
00:02:08 → 00:02:11มั่นนะคะหรือว่าเรียกสั้นๆว่าหมอออมค่ะก็
00:02:11 → 00:02:15มาจากช่องน้องออมชอบดมยาดมค่ะปัจจุบันก็
00:02:15 → 00:02:18เป็นวิสัญอยู่ที่โรงพยาบาลทหารพันศึกค่ะ
00:02:18 → 00:02:22>> อืเอ๊ะคุณหมอตอนแรกผมคิดเป็นผิวหนังด้วย
00:02:22 → 00:02:25ตอนแรกแต่ก็รู้มาว่าก็ทำทำผิวหนังบ้าง
00:02:25 → 00:02:26เพราะทำมาตั้งนานแล้วใช่มั้
00:02:26 → 00:02:29>> ใช่แต่หลักๆคือเราเป็นหมอดมยาถ
00:02:29 → 00:02:31>> แต่อาจจะมีแฟชั่นเรื่องความสวยความงามใช่
00:02:31 → 00:02:32มั้
00:02:32 → 00:02:33>> ใช่ค่ะ
00:02:33 → 00:02:35>> ทำไมต้องมาทำช่องtiิTokด้วยอ่ะคุณหมอเอา
00:02:35 → 00:02:38เวลาจากไหนมาทำแล้วทำเพื่ออะไรฮะ
00:02:38 → 00:02:41>> จริงๆต้องบอกว่าช่วงจริงๆจริงๆจริงๆต้อง
00:02:41 → 00:02:47บอกว่าเป็นคนที่แบบชอบถ่ายทำคเทนตั้งแต่
00:02:47 → 00:02:49แบบสมัยเรียนแล้วแต่ต้องบอกว่าช่วงเรียน
00:02:49 → 00:02:52เนี่ยไม่ค่อยมีเวลาทีนี้พอเรียนจบก็รู้
00:02:52 → 00:02:56สึกโอเคอยากทำตามความฝันตัวเองก็เลยแบบ
00:02:56 → 00:03:00หันมาลองทำช่องแล้วก็เลยเลือกตอนแรกต้อง
00:03:00 → 00:03:02เลือกแบบเลือกแพลตฟอร์มอ่ะค่ะว่าเราแบบ
00:03:02 → 00:03:04เราอยากทำในไหนทีนี้ก็รู้สึกว่า TikTok
00:03:04 → 00:03:07ก็เป็นอะไรที่ดูแบบ entertain ดูสนุกดี
00:03:07 → 00:03:10เพราะว่าใจเราอ่ะคือเราก็อยากให้ความรู้
00:03:10 → 00:03:14แต่เราก็อยากแฝงไปด้วยความสนุกด้วยก็เลย
00:03:14 → 00:03:18แบบลองเริ่มค่อยๆทำมาค่ะ
00:03:18 → 00:03:21>> ดีครับผมว่าทำไปได้ดีมากเลยนะปีนึงแล้ว
00:03:21 → 00:03:22ใช่มั้ย
00:03:22 → 00:03:24>> คนดูเยอะมากเลยนะหลังๆนะ
00:03:24 → 00:03:25>> ขอบคุณค่ะ
00:03:25 → 00:03:27>> ดีครับแล้วแล้วคุณหมอคุณหมออยากทำอะไรต่อ
00:03:27 → 00:03:30เป้าหมายจริงๆทำไปเพื่อในที่สุดอยากจะ
00:03:30 → 00:03:32เป็นอะไรอยากเป็น influencer อยากเป็น
00:03:32 → 00:03:35ดาร่าอยากเป็นอะไรทุกวันนี้ใช่มั้ยคะจริง
00:03:35 → 00:03:39ๆถ้าถ้าเป้าหมายเลยว่าแบบเราต้องการจะทำ
00:03:39 → 00:03:41อะไรแบบเซต go อ่ะอาจจะยังไม่ได้แบบมี
00:03:41 → 00:03:44ขนาดนั้นแต่แค่รู้สึกว่าทุกวันเนี้มัน
00:03:44 → 00:03:47เป็นยุคของการสร้างตัวตนนะคะ
00:03:47 → 00:03:48>> อื
00:03:48 → 00:03:52>> คือออมรู้สึกว่าการที่เราสร้างตัวตนไว้
00:03:52 → 00:03:56ออมว่ามันมีประโยชน์ไม่ว่าจะทางไหนทางนึง
00:03:56 → 00:03:59ที่คิดว่าน่าจะสามารถใช้ในอนาคตได้ประมาณ
00:04:00 → 00:04:00นี้
00:04:00 → 00:04:03>> อเห็นด้วยเห็นด้วยการสร้างตัวตนอย่างน้อย
00:04:03 → 00:04:05นอกจากจะให้ประโยชน์แก่คนอื่นแล้วก็ยัง
00:04:05 → 00:04:08ให้ประโยชน์กับตัวเองด้วยนะครับดีครับดี
00:04:08 → 00:04:09ครับหง
00:04:09 → 00:04:12>> อ่ะผมเริ่มที่คำถามแรกหลายคนประชาชนราก
00:04:12 → 00:04:16หญ้ายังเข้าใจว่าหมอดมยา
00:04:16 → 00:04:17หรือหมอวิสัญญีเนี่ย
00:04:17 → 00:04:18>> ค่ะ
00:04:18 → 00:04:21>> เป็นแขนงของพยาบาลเหมือนพยาบาลผดุงครัน
00:04:21 → 00:04:23อย่างเงี้ยครับผม
00:04:23 → 00:04:26>> ค่ะจริงๆก็ต้องบอกว่าหลายๆคนคิดแบบนั้น
00:04:26 → 00:04:29จริงๆค่ะตั้งแต่ต้องบอกว่าตั้งแต่ทำช่อง
00:04:29 → 00:04:32tiok มาเนาะก็มีคนไข้หลายคนเลยค่ะบางคน
00:04:32 → 00:04:35เนี่ยมาคอมเมนต์ว่าอ้าวก่อนหน้านี้ที่เขา
00:04:35 → 00:04:39เคยผ่าตัดตลอดเวลาเนี่ยที่แบบเคยผ่าคลอด
00:04:39 → 00:04:41อะไรอย่างเงี้ยคนที่อยู่หัวเตียงคนที่คอย
00:04:41 → 00:04:43คุยกับเขาตลอดเวลาอันนี้คือหมอดมยาหรอตอน
00:04:43 → 00:04:45แรกเเข้าใจว่าเป็นพยาบาล
00:04:45 → 00:04:45>> อือ
00:04:45 → 00:04:48>> ทีนี้ก็ต้องอธิบายก่อนว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:04:48 → 00:04:51แผนกวิสัญญีอ่ะค่ะก็จะมีหมอด้วยแล้วก็มี
00:04:51 → 00:04:55พยาบาลด้วยค่ะแล้วก็หน้าที่ของหมอหมอดมยา
00:04:55 → 00:04:57จริงๆก็ต้องบอกว่าไม่ได้ทำแต่ในห้องผ่า
00:04:57 → 00:04:58ตัดอ
00:04:58 → 00:05:02>> ถ้าจะเปรียบอาชีพของหมอดมยาค่ะกับอาชีพ
00:05:02 → 00:05:04อาชีพหนึ่งก็อยากจะขอเปรียบกับเหมือน
00:05:04 → 00:05:06อาชีพนักบิน
00:05:06 → 00:05:08>> นักบินน่ะค่ะเขาจะต้องมีการวางแผนเส้นทาง
00:05:08 → 00:05:10ก่อนที่จะบินใช่มั้ยคะหมอดมยาก็ไม่ต่าง
00:05:10 → 00:05:11กันเลย
00:05:11 → 00:05:16>> แล้วก็อย่างนักบินเนี่ยเขาจะเวลาเขาทำงาน
00:05:16 → 00:05:18เนี่ยเขาจะรู้สึกว่าช่วงเวลาที่สำคัญที่
00:05:18 → 00:05:20สุดและมีความเสี่ยงที่สุดก็คือการ Take
00:05:20 → 00:05:22off กับ Landing
00:05:22 → 00:05:22>> อ
00:05:22 → 00:05:24>> อันเนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ต่างกับหมอดงยาเลย
00:05:24 → 00:05:24ค่ะอ
00:05:24 → 00:05:28>> เพราะว่าตลอดเวลาในการดมยาสลบคนไข้เนี่ย
00:05:28 → 00:05:30จุดที่เรารู้สึกว่ามีความเสี่ยงแล้วก็
00:05:30 → 00:05:33สำคัญเนี่ยก็จะเป็นจุดที่เราจะเริ่มดมยา
00:05:33 → 00:05:36สลบให้กับคนไขแล้วก็จุดที่เราจะต้องมีการ
00:05:36 → 00:05:39โฟกัสอีกจุดนึงก็คือเป็นจุดที่เราจะต้อง
00:05:39 → 00:05:41เริ่มที่จะปิดยาดมสลบเพื่อที่จะให้คนไข้
00:05:41 → 00:05:44เนี่ยฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างปลอดภัยค่ะ
00:05:44 → 00:05:46>> อื
00:05:46 → 00:05:51การดมยาสลบมันมีตั้งแต่ครอบมีตั้งแต่ฉีด
00:05:51 → 00:05:53>> ใช่ค่ะ
00:05:53 → 00:05:56>> หลายคนยังมีความเชื่อว่าดมยาสลบแล้วกลัว
00:05:56 → 00:05:57ไม่ตื่น
00:05:57 → 00:05:57>> อื
00:05:57 → 00:06:00>> กลัวแบบว่าช็อกเลยภาษาชาวบ้าน
00:06:00 → 00:06:04>> เนี่ยฉันได้ยินมานะคนนั้นดมยาสลบช็อกเลย
00:06:04 → 00:06:06ไม่ตื่นเลยครับ
00:06:06 → 00:06:10>> จริงๆต้องบอกว่าการที่จะดมยาแล้วไม่ฝืน
00:06:10 → 00:06:13เนี่ยเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนค่อนข้างกังวล
00:06:13 → 00:06:16โดยเฉพาะคนที่จะเข้ารับการผ่าดซึ่งจริงๆ
00:06:16 → 00:06:18ก็ต้องบอกมันก็ไม่แปลกหรอกค่ะเพราะว่า
00:06:18 → 00:06:21เหมือนครั้งนึงในชีวิตเนาะถ้าเขาไม่เคย
00:06:21 → 00:06:23ที่จะมาดมยาเลยอ่ะเขาก็จะมีความกลัวตรง
00:06:23 → 00:06:27นี้ทีนี้ก็ต้องอธิบายก่อนว่ายาดมสลบอ่ะ
00:06:27 → 00:06:30ค่ะปัจจุบันเนี่ยค่อนข้างที่จะพัฒนาไปไกล
00:06:30 → 00:06:33มากแล้วก็ยาดมสลบแต่ละตัวทุกวันนี้ที่เรา
00:06:33 → 00:06:36ใช้เนี่ยค่อนข้างที่จะปลอดภัยค่ะอ
00:06:36 → 00:06:40>> ดังนั้นถ้าถามว่าเราจะไม่ฟื้นจากยาดมสลบ
00:06:40 → 00:06:43อันเนี้โอกาสเป็นไปได้น้อยมากๆ
00:06:43 → 00:06:48>> แต่ภาวะที่อาจจะเกิดแบบไม่ฟื้นจากการดมยา
00:06:48 → 00:06:50สลบอันเนี้ยถามว่าถ้าเป็นความเสี่ยงจาก
00:06:50 → 00:06:52ตัวยาเลยอ่ะค่อนข้างน้อยแต่ความเสี่ยง
00:06:52 → 00:06:56เนี้ยอาจจะเพิ่มขึ้นถ้ามาจากปัจจัยอื่นๆ
00:06:56 → 00:06:59ยกตัวอย่างเช่น 1 คนไข้อายุเยอะมีโรค
00:06:59 → 00:07:01ประจำตัวเยอะอย่างเงี้ยค่ะอันเนี้เราก็
00:07:01 → 00:07:04อาจจะต้องระวังมากขึ้น 2 ถ้าเป็นการผ่า
00:07:04 → 00:07:07ตัดที่มันค่อนข้างที่จะเสี่ยงแล้วก็มีคิด
00:07:07 → 00:07:10ว่าในห้องผ่าตัดอ่ะน่าจะมีภาวะเสี่ยงยก
00:07:10 → 00:07:12ตัวอย่างเช่นการผ่าตัดหัวใจหรือผ่าตัด
00:07:12 → 00:07:15สมองอันเนี้ยเราก็อาจจะต้องเพิ่มความ
00:07:15 → 00:07:16ระมัดระวังมากขึ้น
00:07:16 → 00:07:17>> อื
00:07:17 → 00:07:18>> ประมาณนี้ค่ะ
00:07:18 → 00:07:22>> หมออ้อมครับทำไมต้องดมยาด้วยทำไมเราต้อง
00:07:22 → 00:07:24สลบด้วยเวลาผ่าตัด
00:07:24 → 00:07:27>> คำถามดีมากค่ะอาจารย์คือบางคนน่ะยังมี
00:07:27 → 00:07:30ความเข้าใจว่าทำไมแค่ให้ยาชาไม่ได้หรอ
00:07:30 → 00:07:33ทำไมถึงต้องแบบถึงกระดมยาเลย
00:07:33 → 00:07:34>> ทีนี้เราก็ต้องบอกว่าการผ่าตัดเนี่ยมันมี
00:07:34 → 00:07:37หลายรูปแบบและก็หลายชนิดถ้าเป็นการผ่าตัด
00:07:37 → 00:07:40เล็กๆอ่ะค่ะอย่างเช่นแค่เย็บแผลอย่าง
00:07:40 → 00:07:42เงี้ยอาจจะแค่ฉีดยาชาเฉพาะที่ได้เพราะว่า
00:07:43 → 00:07:45เราไม่จำเป็นต้องให้คนไข้หลับเราแค่ฉีดยา
00:07:45 → 00:07:47ชาบริเวณนั้นคนไข้ก็จะไม่เจ็บและอันเนี้
00:07:47 → 00:07:48เหมาะกับการผ่าตัดเล็กๆ
00:07:48 → 00:07:49>> อื
00:07:49 → 00:07:51>> แต่สาเหตุที่เราต้องดมยาเนี่ยเพราะว่ามัน
00:07:51 → 00:07:55มีการผ่าตัดหลายๆอย่างค่ะที่เราต้องการ
00:07:55 → 00:07:57ให้คนไข้หลับและไม่ขยับ
00:07:57 → 00:07:58>> อื
00:07:58 → 00:08:01>> เพราะว่าการขยับเนี่ยบางทีมันอาจจะไปกวน
00:08:01 → 00:08:02การทำงานของหมอผ่าตัด
00:08:03 → 00:08:04>> ประมาณนี้อื
00:08:04 → 00:08:07>> และบางทีเนี่ยการผ่าตัดบางอย่างอ่ะค่ะบาง
00:08:07 → 00:08:09ทีเราต้องการที่จะคอนโทรลอ
00:08:09 → 00:08:12>> เรื่องของสัญญาณชีพคนไข้ด้วยเผื่อแบบว่า
00:08:12 → 00:08:14เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นอะไรอย่างเงี้ยค่ะดัง
00:08:14 → 00:08:17นั้นอันเนี้ยเป็นสิ่งที่เราจำเป็นที่จะ
00:08:17 → 00:08:18ต้องดมยาสลบ
00:08:18 → 00:08:19>> อื
00:08:19 → 00:08:23>> หมอมบอกว่าจริงๆผ่าตัดเล็กฉีดยาชาธรรมดา
00:08:23 → 00:08:25ก็ไม่เป็นไรแต่พอผ่าตัดใหญ่ผ่าตัดมีความ
00:08:25 → 00:08:26เสี่ยง
00:08:26 → 00:08:29>> ต้องคอนโทรลต้องทำให้คนไข้สงบนิ่งให้มาก
00:08:29 → 00:08:34ที่สุดหมอผ่าตัดจะได้ผ่าเร็วผ่าได้ดีผ่า
00:08:34 → 00:08:35ได้สมูทแล้วก็จบเร็วอ๋อ
00:08:35 → 00:08:36>> ใช่ค่ะ
00:08:36 → 00:08:39>> แสดงว่าหน้าที่ของหมอดมยาคือทำยังไงก็ได้
00:08:39 → 00:08:41ให้คนไข้หลับ
00:08:41 → 00:08:41>> ถูกต้อง
00:08:42 → 00:08:44>> สงบและชีปจรปลอดภัย
00:08:44 → 00:08:47>> ใช่ค่ะก็เป็นที่มาของคำว่าระงับความรู้
00:08:47 → 00:08:47สึก
00:08:47 → 00:08:48>> ออ
00:08:48 → 00:08:50>> เวลาเราดมยาเนี่ยเราจะใช้คำว่าระงับความ
00:08:50 → 00:08:52รู้สึกไม่ว่าจริงจริงๆต้องบอกว่ามันไม่
00:08:52 → 00:08:55ใช่แค่การดมยาอย่างเดียวเพราะว่าวิธีนะคะ
00:08:55 → 00:08:57ความรู้สึกมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการดมยา
00:08:57 → 00:09:01การบล็อกหลังหรือบางทีเราอาจจะฉีดยาก็ได้
00:09:01 → 00:09:04ไม่จำเป็นที่จะต้องครอบหรือว่าให้ก๊าซไอ
00:09:04 → 00:09:06ระเหยผ่านทางเครื่องช่วยหายใจอ
00:09:06 → 00:09:08>> อ๋อแสดงว่าหมอออบอกว่าจริงๆการทำให้เรา
00:09:09 → 00:09:10สงบ
00:09:10 → 00:09:13ปราศจากการปวดการเจ็บนี้มีตั้งแต่ครอบมี
00:09:13 → 00:09:16ตั้งแต่การฉีดแล้วก็มีตั้งแต่บล็อกหลังก็
00:09:16 → 00:09:18มีใช่มั้อ้าแล้วใครเป็นคนเลือกอ่ะครับ
00:09:18 → 00:09:20>> ถูกต้องค่ะใครเป็นคนเลือกก็ต้องบอกว่าก็
00:09:20 → 00:09:21จะเป็นหน้าที่ของหมอดวงยา
00:09:21 → 00:09:22>> อ๋อ
00:09:22 → 00:09:25>> ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดชนิดนั้นก็ต้องดู
00:09:25 → 00:09:27ก่อนว่าการผ่าตัดนั้นนะคะมันเหมาะกับวิธี
00:09:27 → 00:09:29การระงับความรู้สึกแบบไหนอ
00:09:29 → 00:09:31>> อย่างแรกเนาะทีนี้อย่างที่ 2 เนี่ยจะดู
00:09:31 → 00:09:33แต่ชนิดการผ่าตัดไม่ได้ต้องดูด้วยว่าตัว
00:09:33 → 00:09:37คนไข้อ่ะค่ะเหมาะสมกับวิธีไหนด้วยเพราะ
00:09:37 → 00:09:39ต้องบอกว่าบางคนเนี่ยก็อาจจะไม่สามารถทำ
00:09:40 → 00:09:42วิธีนี้ได้เราก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปทำอีก
00:09:42 → 00:09:45วิธีนึงแต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่เนี่ยเรา
00:09:45 → 00:09:48จะเลือกวิธีที่ปลอดภัยแล้วก็เหมาะสมกับคน
00:09:48 → 00:09:49ไข้แน่นอน
00:09:49 → 00:09:51>> อื
00:09:51 → 00:09:54ไอ้ยาที่ดมยาที่ฉีดอย่างเงี้ยหรือบล็อก
00:09:54 → 00:09:57หลังเอาดมกับฉีดก่อนเอ๊ะแล้วมันสะสมมั้
00:09:57 → 00:10:01บางคนบอกว่ามันจะสะสมในร่างกายทำให้ไตตับ
00:10:01 → 00:10:05มีปัญหาเลือดมีปัญหาอือฮึจริงๆต้องบอกว่า
00:10:05 → 00:10:09ยาที่ใช้แทบจะทุกชนิดอ่ะค่ะเป็นยาที่ออก
00:10:09 → 00:10:11ฤทธิ์เร็วแล้วก็หมดฤทธิ์เร็ว
00:10:11 → 00:10:12>> อือ
00:10:12 → 00:10:15>> ก็เลยเป็นที่มาว่าเราถึงเอามาใช้ในการ
00:10:15 → 00:10:16ระดับความรู้สึกคนไข้
00:10:16 → 00:10:19>> ดังนั้นเนี่ยต้องบอกว่าไม่ต้องกังวลเลย
00:10:19 → 00:10:22ว่ายาที่ให้ไปเนี่ยมันจะเกิดผลเสียในระยะ
00:10:22 → 00:10:26ยาวอะไรอย่างเงี้ยค่ะอย่างเช่นพวกก๊าซไอ
00:10:26 → 00:10:29ระเหยจากยาดมสลบเนี่ยเพียงแค่ปิดก๊าซ
00:10:29 → 00:10:33เนี่ยเพียงแค่ 5-10 นาทีเนี่ยก็หมดลิแล้ว
00:10:33 → 00:10:38>> อืมครับแล้วตื่นมาจะมีผลต่อสมองมั้ยครับ
00:10:38 → 00:10:42เช่นความจำลดลงจำคนไม่ได้ที่เราเห็นในใน
00:10:42 → 00:10:44หนังกันน่ะตื่นมาผ่าตัดเสร็จเอ๊ะจำเหมือน
00:10:44 → 00:10:46ในละครน่ะนะ
00:10:46 → 00:10:49>> คำถามดีมากค่ะอาจารย์ต้องบอกว่าถ้าเป็น
00:10:49 → 00:10:52เรื่องของสมองเสื่อมต้องแยกก่อนว่าเป็น
00:10:52 → 00:10:54เรื่องของความจำหรือสมองเสื่อมถ้าสมอง
00:10:54 → 00:10:57เสื่อมเลยเนี่ยหรือที่เขา้าเป็นโรคอ่ะถ้า
00:10:57 → 00:10:59ในภาษาอังกฤษเราจะเรียกว่ามนชียใช่มั้ยคะ
00:10:59 → 00:11:03ต้องบอกว่าโรคเนี้ยในปัจจุบันนะการดมยา
00:11:03 → 00:11:06สลบยังไม่มีวิจัยไหนที่บอกว่าการดมยา
00:11:06 → 00:11:08เนี่ยทำให้เกิดโรคนี้คือโรคสมองเสื่อม
00:11:08 → 00:11:09>> อื
00:11:09 → 00:11:12>> ทีนี้ถ้าเป็นเรื่องของความจำล่ะความจำ
00:11:12 → 00:11:14เนี่ยต้องบอกว่าในปัจจุบันเรามีคำคๆนึง
00:11:14 → 00:11:18ค่ะที่หมอดมยาจะใช้กันก็คือเอ่อชื่อว่า
00:11:18 → 00:11:21Post operative Cognitive Dysfunction
00:11:21 → 00:11:25อันเนี้ยแปลว่าภาวะการสูญเสียการรับรู้
00:11:25 → 00:11:28หลังผ่าตัดซึ่งภาวะเนี่ยจะเกิดได้ตั้งแต่
00:11:28 → 00:11:30หลังผ่าตัดไปเลยค่ะจนอาจจะเกิดได้ถึง
00:11:30 → 00:11:32ประมาณ 6 เดือน
00:11:32 → 00:11:35>> เค้ามีงานวิจัยหลายเปอร์ค่ะตีพิมพ์เนี่ย
00:11:35 → 00:11:38เาพบว่าภาวะเนี้ยสามารถเกิดได้
00:11:38 → 00:11:39>> อื
00:11:39 → 00:11:41>> ทีนี้ถามว่าเกิดได้กับทุกคนมยก็ต้องบอก
00:11:41 → 00:11:43ว่าไม่ค่ะเพราะว่าจากงานวิจัยเนี่ยเขาพบ
00:11:43 → 00:11:46ว่าภาวะนี้นะคะจะเกิดกับคนที่มีความ
00:11:46 → 00:11:49เสี่ยงไม่ว่าก็จะเป็น 1 สูงอายุ
00:11:49 → 00:11:50>> อือ
00:11:50 → 00:11:53>> 2 มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคเบาหวานหรือ
00:11:53 → 00:11:55ว่าโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหรือ
00:11:55 → 00:11:58เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างที่จะนานนะคะ
00:11:58 → 00:12:00แล้วก็อาจจะมีความเสี่ยงเยอะยกตัวอย่าง
00:12:00 → 00:12:03เช่นการผ่าตัดหัวใจคนไข้กลุ่มเนี้ยจะมี
00:12:03 → 00:12:05ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ได้
00:12:05 → 00:12:06>> อื
00:12:06 → 00:12:08>> ทีเนี้ยพอเรารู้แล้วว่าคนไข้กลุ่มเนี้ย
00:12:08 → 00:12:10เกิดความเสี่ยงได้ใช่มั้คะเราก็มีวิธี
00:12:10 → 00:12:13ป้องกันวิธีป้องกันเนี่ยเราก็เริ่มตั้ง
00:12:13 → 00:12:15แต่ก่อนที่จะผ่าตัดถ้าเรารู้ว่าคนไข้
00:12:15 → 00:12:17กลุ่มเมีความเสี่ยงบางทีเราอาจจะต้องคซ
00:12:17 → 00:12:20เสาหรือปรึกษากับคุณหมอแผนกอื่น
00:12:20 → 00:12:20>> อ
00:12:20 → 00:12:22>> ให้มาช่วยประเมินร่วม
00:12:22 → 00:12:22>> อือ
00:12:22 → 00:12:26>> รวมถึงในระหว่างการผ่าตัดเราก็จะต้องทำ
00:12:26 → 00:12:29ยังไงก็ได้ให้คนไข้เนี่ยสัญญาณชีพค่อน
00:12:29 → 00:12:30ข้างที่จะคงที่ที่สุด
00:12:30 → 00:12:31>> อื
00:12:31 → 00:12:34>> รวมถึงระดับยาดมสลบด้วยเพราะว่าก็มี
00:12:34 → 00:12:36เปเปอร์หลายอย่างหรืองานวิจัยหลายอย่าง
00:12:36 → 00:12:38เหมือนกันบอกว่าการดมยาสลบที่ลึกไปอ่ะค่ะ
00:12:39 → 00:12:41ก็อาจจะเกิดภาวะนี้ได้
00:12:41 → 00:12:42>> อื
00:12:42 → 00:12:44>> เราก็จะต้องคอนโทรลหรือว่าควบคุมยาโดนสลบ
00:12:44 → 00:12:46ให้อยู่ในระยะให้อยู่ในเอ่อปริมาณที่
00:12:46 → 00:12:47เหมาะ
00:12:47 → 00:12:47อื
00:12:47 → 00:12:48>> กับคนไข้ภาพ
00:12:49 → 00:12:51>> อันนี้ก็จะช่วยหลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
00:12:51 → 00:12:52ได้
00:12:52 → 00:12:55>> อืเห็นภาพเลยครับหวังว่าเราคงเห็นภาพว่า
00:12:55 → 00:13:00จริงๆบริบทของหมอวิสัญญีหรือหมอดมยาเนี่ย
00:13:00 → 00:13:03หน้าที่เขาคือเปรียบเสมือน
00:13:03 → 00:13:07แม่ทัพคือหมออ่ะเปรียบเสมือนทหารลงไปลุย
00:13:07 → 00:13:10หน้างานเนพาตัด 2 กล้องอะไรก็ตามแต่หมอ
00:13:10 → 00:13:13อ่ะจะไม่ได้ไม่เอาจริงๆไม่ได้เหลือบมาดู
00:13:13 → 00:13:16คนไข้ไม่ได้เหลือบมาดูชีพจรตลอดเวลาเพราะ
00:13:16 → 00:13:20เขาต้องโฟกัสที่หน้างานแต่คนที่จะยืนอยู่
00:13:20 → 00:13:25ข้างบนเรามองภาพรวมให้เรามองการหายใจนะ
00:13:25 → 00:13:30ครับมองการตื่นมองการปวดการเจ็บมองความ
00:13:30 → 00:13:34ดันนะครับมองผื่นขึ้นมองอีกหลายอย่างคือ
00:13:34 → 00:13:39หมอวิสันีแล้วหารู้ไม่ว่าหลายๆครั้งเนี่ย
00:13:39 → 00:13:43ในห้องผ่าตัดเนี่ยหมอศัลยกรรมหรือหมอที่
00:13:43 → 00:13:45ทำการผ่าตัดจะแผนกไหนก็ตามอย่างหรือผม
00:13:45 → 00:13:47อย่างเงี้ยส่องกล้องอย่างเงี้ยตัดชิ้น
00:13:47 → 00:13:51เนื้อมีเลือดออกเยอะๆบางทีล่ะเราก็ตื่น
00:13:51 → 00:13:53เต้นได้นะเพราะว่าเราเป็นเจ้าของไข้เนอะ
00:13:53 → 00:13:57เราก็แต่คนที่จะเดินมาทบไลเราบอกอาจารย์
00:13:57 → 00:14:00ตั้งสติไม่มีอะไรอาจารย์ใจเย็นๆคือหมอดม
00:14:00 → 00:14:03ยานะคือหมอดมยาก็เปรียบเสมือนหมอนใบนึง
00:14:03 → 00:14:06สำหรับหมอผ่าตัดทุกคนนะก็คือพอเราหลุด
00:14:06 → 00:14:09เนี่ยแกก็จะมาตบหลังว่าหรือว่าช่วยว่า
00:14:09 → 00:14:11อาจารย์ไม่ต้องห่วงอย่างผมเวลาส่องกล้อง
00:14:11 → 00:14:14เงี้ยบางทีออกซิเจนต่ำเนี่ยผมก็จะต้อง
00:14:14 → 00:14:16หยุดละให้คนไข้ให้พักก่อนแล้วเราจะเดิน
00:14:16 → 00:14:19หน้าต่อหมอพี่สัญญีก็จะบอกอาจารย์เดี๋ยว
00:14:19 → 00:14:22จัดการให้ค่ะผมก็จะโล่งละอาจารย์ไม่ต้อง
00:14:22 → 00:14:25ห่วงเดี๋ยวดูให้ระหว่างที่เราส่องกล้อง
00:14:25 → 00:14:27ล้างปอดค่อนข้นหมอวิสัญญอาจารย์ไม่ต้อง
00:14:27 → 00:14:31ห่วงเดี๋ยวดูให้คือเห็นภาพมั้ฮะเขาเป็น
00:14:31 → 00:14:34หมออีกคนนึงเป็นหมอบัดดี้อีกคนนึงที่ช่วย
00:14:34 → 00:14:37ดูแลหมอผ่าตัดทำยังไงก็ได้ช่วยกันให้เรือ
00:14:37 → 00:14:40ลำนั้นน่ะมันผ่านไปได้ด้วยดีแล้วมันไม่จบ
00:14:40 → 00:14:43แค่นั้นคือหลังผ่าตัดใช่มั้ยครับ
00:14:43 → 00:14:45>> หมอหมอดมยามีหน้าที่ตั้งแต่ประเมินอย่าง
00:14:46 → 00:14:48ที่อาจารย์ประเมินบอกแล้วว่าเลือก
00:14:48 → 00:14:51>> ว่าจะต้องดมยาฉีดยาบล็อกหลัง
00:14:51 → 00:14:51>> ใช่
00:14:51 → 00:14:54>> ประเมินความเสี่ยงใช่มั้ครับว่าหลังทำ
00:14:54 → 00:14:57แล้วจะมีโอกาสอะไรในห้องผ่าตัดอาจารย์
00:14:57 → 00:15:00ช่วยดูแลล่ะทีนี้หลังผ่าตัดด้วยก็มีบทบาท
00:15:00 → 00:15:00ใช่มั้ย
00:15:00 → 00:15:03>> ถูกต้องต้องบอกว่าดมยาเนี่ยหรือหมอดมยา
00:15:03 → 00:15:05เนี่ยเราไม่ได้มีหน้าที่แค่ในห้องผ่าตัด
00:15:05 → 00:15:07อย่างเดียวเรามีตั้งแต่ก่อนผ่าตัดเหมือน
00:15:07 → 00:15:09ที่อาจารย์บอกแล้วก็ระหว่างผ่าตัดรวมไป
00:15:10 → 00:15:12ถึงหลังผ่าตัดเวลาคนไข้ออกมาจากห้องผ่า
00:15:12 → 00:15:14ตัดสิ่งที่เราต้องดูเนี่ยก็คือ 1 เราต้อง
00:15:15 → 00:15:16ประเมินเรื่องของภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะ
00:15:16 → 00:15:19เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากยาดมสลบหรือจาก
00:15:19 → 00:15:21การผ่าตัด
00:15:21 → 00:15:23>> เพราะว่าพอหลังผ่าตัดเสร็จเนี่ยคนไข้จะ
00:15:23 → 00:15:25ต้องไปอยู่ที่ห้องผักฟื้นค่ะประมาณ 1-2
00:15:25 → 00:15:28ชมงนะคะทีนี้เนี่ยนอกจากภาวะแทรกซ้อนที่
00:15:28 → 00:15:30เราดูแล้วเนี่ยอีกสิ่งนึงที่สำคัญมากๆเลย
00:15:30 → 00:15:33คือเราต้องประเมินเรื่องของความปวดแน่นอน
00:15:33 → 00:15:35มาผ่าตัดเนี่ยมันก็จะอาจจะต้องต้องมีความ
00:15:35 → 00:15:39ปวดเกิดขึ้นเราต้องมีวิธีการจัดการกับ
00:15:39 → 00:15:41ความปวดที่เกิดขึ้นค่ะไม่ว่าจะเป็นการ
00:15:41 → 00:15:45เลือกยาเลือกโดสเลือกปริมาณยาหรือว่าบาง
00:15:45 → 00:15:48ทีเนี่ยก็มีหัถการต่างๆที่สามารถมาระงับ
00:15:48 → 00:15:50ปรดได้ที่ไม่ใช่ยาค่ะ
00:15:50 → 00:15:52>> อเส้นทางชีวิตเนี่ย
00:15:52 → 00:15:53>> ค่ะ
00:15:53 → 00:15:56>> เรียนแพทย์เสร็จจะมาเป็นหมอดมยาเนี่ยมัน
00:15:56 → 00:15:58ต้องผ่านอะไรบ้างครับมันต้องเรียนอะไร
00:15:58 → 00:16:00ขั้นตอนเป็นยังไงครับ
00:16:00 → 00:16:04>> ก็หลังจบ 6 ปีก็จะต้องไปใช้ทุนก่อนค่ะ
00:16:04 → 00:16:05>> ใช้ทุนประมาณ 3 ปี
00:16:05 → 00:16:06>> ใช้ที่ไหน
00:16:06 → 00:16:08>> ใช้ที่โรงโรงพยาบาลพระเก้าค่ะ
00:16:08 → 00:16:09>> อ๋อครับ
00:16:09 → 00:16:11>> ประมาณ 3 ปี
00:16:11 → 00:16:16>> คือถ้าถ้าเป็นรุ่นๆรุ่นของออมอ่ะค่ะอ่า
00:16:16 → 00:16:19ถ้าเป็นฟรีน่ะใช้แค่ 2 ปีแต่ถ้ามีทุนน่ะ
00:16:19 → 00:16:22ต้องใช้ 3 ปีอก็คือยังไงอย่างน้อยมินิ
00:16:22 → 00:16:24ต้อง 2-3 ปีไม่ใช่จบแล้วต่อได้เลย
00:16:24 → 00:16:27>> ใช่ค่ะถึงจะไปสมัครเรียนresidenceนหรือ
00:16:27 → 00:16:29ว่าแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลต่างๆที่
00:16:29 → 00:16:30เขาเปิดรับ
00:16:30 → 00:16:34>> ซึ่งก็เป็นสาขาที่แย่งกันเยอะ
00:16:34 → 00:16:36>> ก็เป็นอย่างงั้นก็ได้ถ้าเป็นต้องบอกว่า
00:16:36 → 00:16:39ถ้าเป็นสมัยก่อนน่ะสาขาเนี้ยค่อนข้างขาด
00:16:39 → 00:16:40แคลน
00:16:40 → 00:16:44>> แต่เท่าที่แบบแชัถามรุ่นพี่ที่รุ่นน้องเา
00:16:44 → 00:16:47บอกว่าปัจจุบันน่ะเป็นสาขาแบบที่ค่อนข้าง
00:16:47 → 00:16:48แย่งกันอยู่
00:16:48 → 00:16:48>> อื
00:16:48 → 00:16:49>> ค่ะ
00:16:49 → 00:16:51>> เพราะอะไรทำไมเค้าถึงแย่งกัน
00:16:51 → 00:16:53>> ส่วนตัวคิดว่า
00:16:53 → 00:16:58ถ้าปัจจุบันนะคะส่วนตัวมองว่าเหมือนมัน
00:16:59 → 00:17:01อาจจะเป็นแบบเหมือนเป็นทางเลือก
00:17:01 → 00:17:03>> คือหมอหลายๆคนเนี่ยเขาก็จะแบบ
00:17:03 → 00:17:07>> จะเริ่มรู้สึกว่าเค้าอยากอยากมีชีวิตที่
00:17:08 → 00:17:11อาจจะที่ที่เราเลือกได้ที่มันตอบโจทย์รวม
00:17:11 → 00:17:12ไปถึง
00:17:12 → 00:17:12>> อ
00:17:12 → 00:17:15>> ใครคล้ายกับอ่า Work Life Balance อัน
00:17:15 → 00:17:17นี้จากส่วนตัวที่ออมคิดนะคะ
00:17:17 → 00:17:19>> แต่อันนี้ก็ต้องบอกว่าก็ขึ้นอยู่กับความ
00:17:19 → 00:17:20ชอบของแต่ละคนเหมือนกัน
00:17:20 → 00:17:20>> อ
00:17:20 → 00:17:23>> ถ้าบางคนที่เขามีแพชชั่นกับสาขาใดสาขา
00:17:23 → 00:17:25หนึ่งอย่างเงี้ยยังไงเขาก็แบบสมัครสาขา
00:17:25 → 00:17:26นั้นอยู่แล้ว
00:17:26 → 00:17:29>> แต่ส่วนตัวในออมมองว่าวิสัญญีเเนี่ย
00:17:29 → 00:17:33>> ชีวิตหลังเรียนจบมันเราเหมือนเราเลือกได้
00:17:33 → 00:17:36ว่าเราแบบโอเคเราเราชอบงานแบบนี้เราอยาก
00:17:36 → 00:17:37ทำประมาณนี้อะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:17:37 → 00:17:40>> ครับงั้นแสดงว่าหมอจะต้องอยู่ในห้องผ่า
00:17:40 → 00:17:44ตัดส่วนใหญ่ชีวิตก็จะอยู่แต่ในห้องผ่าตัด
00:17:44 → 00:17:46พอมีหลังผ่าตัดบ้างแต่วันๆก็จะอยู่แต่ใน
00:17:46 → 00:17:48ห้องผ่าตัด
00:17:48 → 00:17:50>> ผ่าตัดนานสุดที่อาจารย์ต้องไปยืนคุมกี่
00:17:50 → 00:17:50ชั่วโมง
00:17:50 → 00:17:54>> ถ้าตอนที่ไปเรนจำได้เลยว่าเคสที่นานที่
00:17:54 → 00:17:57สุดคือประมาณ 11-12 ชมง
00:17:57 → 00:17:59>> ออตัดตับมั้ย
00:17:59 → 00:18:01>> ไม่ค่ะเป็นเหมือนเป็นพลาสติก
00:18:01 → 00:18:03>> เหมือนเขาทำแฟลapทำอะไรอย่างเงี้ยค่ะมัน
00:18:03 → 00:18:06จะต้องมีการต่อเส้นเลือดต่ออะไรอย่างงี้
00:18:06 → 00:18:09นานมากแต่ถามว่าออมเฝ้าคนเดียว 12 ช่โมง
00:18:09 → 00:18:11เลยมั้ก็ไม่ใช่ค่ะเพราะว่าเหมือนเราก็จะ
00:18:11 → 00:18:12มีการเปลี่ยนกะครับ
00:18:12 → 00:18:15>> คือพอดีว่าวันนั้นเป็นเวรเราด้วยเราก็อาจ
00:18:15 → 00:18:18จะต้องแบบเฝ้าเคสด้วยแล้วก็พอถึงชั่วโมง
00:18:18 → 00:18:20เปลี่ยนแล้วก็เปลี่ยนกับคนอื่นให้มาเฝ้า
00:18:20 → 00:18:20ต่อ
00:18:20 → 00:18:25>> ครับคำถามที่มีคนชอบถามหรืออยากรู้พวกหมอ
00:18:25 → 00:18:30ผ่าตัดหมอดมยาต้องยืนในห้องผ่าตัดนาน
00:18:30 → 00:18:30>> ค่ะ
00:18:30 → 00:18:33>> แล้วทำยังไงอ่ะมันมีอาการยังไงเวลายืนนาน
00:18:33 → 00:18:33ๆ
00:18:33 → 00:18:35>> หมอผ่าตัดใช่มั้คะ
00:18:35 → 00:18:37>> ทั้งเราด้วยหมอดมยาก็ยืนมั้ยแต่มีแอบนั่ง
00:18:37 → 00:18:38บ้างใช่มั้ย
00:18:38 → 00:18:41>> หมอดมยาต้องบอกว่าหมอดมยา
00:18:41 → 00:18:44ยืนก็มีแต่จะบอกว่าส่วนใหญ่ได้นั่งนะคะ
00:18:44 → 00:18:46อาจารย์ถ้าสมมุติว่าเคสไม่ยุ่งต้องบอก
00:18:46 → 00:18:49อย่างงี้แต่ถ้าเคสที่ยุ่งๆต้องทำนู่นทำ
00:18:49 → 00:18:52นี่โอเคเราต้องยืนและเพราะเราต้องคอนโทรล
00:18:52 → 00:18:54เราต้องควบคุมต้องทำหัถการบางอย่างที่อาจ
00:18:54 → 00:18:57จะต้องมีเพิ่มเติมในระหว่างผ่าตัด
00:18:57 → 00:19:00>> แต่โดยส่วนใหญ่ดีกว่าประมาณอาจจะประมาณ
00:19:00 → 00:19:04ประมาณสัก 60-70% ถ้าเคส stable หมายถึง
00:19:04 → 00:19:07ว่าหลังจากที่เริ่มดมยาสลบไปแล้วไม่ได้มี
00:19:07 → 00:19:09ปัญหาอะไรอันเนี้เรานั่งได้
00:19:09 → 00:19:16>> อือืคำถามหมอที่ดุที่สุดแผนกไหนในห้องผ่า
00:19:16 → 00:19:16ตัด
00:19:16 → 00:19:18>> ในห้องผ่าตัดหรอคะ
00:19:18 → 00:19:21>> คือจะรู้รายละเอียดในห้องผ่าตัดคนที่จะ
00:19:21 → 00:19:23บอกได้ดีคือหมอดมยา
00:19:23 → 00:19:27>> จริงๆอ่ะหลายคนเขาบอกว่าหมอดมยาดุ
00:19:27 → 00:19:30>> อืมจริงด้วย
00:19:30 → 00:19:32>> ผมเห็นด้วย
00:19:32 → 00:19:35>> แต่ออมรู้สึกว่าก็ไม่ได้ขนาดนั้น
00:19:35 → 00:19:37>> คือคืองี้คือต้องบอกว่า
00:19:38 → 00:19:40>> สาเหตุที่หลายๆคนน่ะมองว่าหมอดมยาดุนะออ
00:19:40 → 00:19:43มองว่ามันเหมือนมันอาจจะเป็นที่ตัวงาน
00:19:43 → 00:19:45เพราะว่าเหมือนระหว่างทำงานเนี่ยบางทีมัน
00:19:45 → 00:19:46ต้องโฟกัส
00:19:46 → 00:19:46>> อื
00:19:46 → 00:19:48>> ไม่ให้เกิดแบบภาวะแทรกซ้อนอะไรอย่างเงี้ย
00:19:48 → 00:19:50บางทีแบบทุกๆอย่างเราจะต้องมองต้อง
00:19:50 → 00:19:54ประเมินทุกๆอย่างเลยแบบพลาดแม้แต่วินาที
00:19:54 → 00:19:56เดียวอ่ะก็อาจจะทำให้เกิด complication
00:19:56 → 00:19:58หรือว่าภาวะแซกได้
00:19:58 → 00:19:58>> อือ
00:19:59 → 00:20:01>> ก็เลยเป็นที่แม้ว่าบางทีเนี่ยหน้าตาอาจจะ
00:20:01 → 00:20:03ดูแบบดูนิ่งๆ
00:20:03 → 00:20:03>> อือ
00:20:03 → 00:20:06>> ดูแบบดูขึมอะไรอย่างเงี้ยแต่จริงๆอ่ะออก
00:20:06 → 00:20:09จากห้องพาตัดไปอ่ะก็ไปเม้ามอยกับพี่
00:20:09 → 00:20:11พยาบาลอ
00:20:11 → 00:20:11ครับ
00:20:11 → 00:20:14>> แต่ในห้องพาตัดอาจจะดูแบบดูมีมากนิดนึง
00:20:14 → 00:20:14ค่ะ
00:20:14 → 00:20:16>> ครับๆใช่เพราะว่าต้องช่วยคอนโทรล
00:20:16 → 00:20:17>> ใช่ถูกต้อง
00:20:17 → 00:20:20>> แล้วหมอแผนกไหนที่ดุลองลงมาจากหมอดมยา
00:20:20 → 00:20:20>> อ
00:20:20 → 00:20:21>> ในห้องผ่าตัด
00:20:21 → 00:20:23>> ในห้องผ่าตัดก็คิดว่าเป็นหมอผ่าตัดค่ะ
00:20:23 → 00:20:24>> หมอศัลยกรรม
00:20:24 → 00:20:26>> คิดว่าหมอ
00:20:26 → 00:20:28ศัลยกรรม
00:20:28 → 00:20:29ใช่ค่ะ
00:20:29 → 00:20:32>> ความเข้าใจผิดในสังคมอันดับแรกเริ่มจาก
00:20:32 → 00:20:32เด็กก่อน
00:20:32 → 00:20:34>> อืค่ะ
00:20:34 → 00:20:37>> ดมยาในเด็กแล้วข้ามไปผู้สูงอายุเลยเ้าบอก
00:20:37 → 00:20:38อันตรายมากที่สุด
00:20:38 → 00:20:41>> จริงจริงๆก็ต้องบอกว่าใช่เอาเริ่มจากเด็ก
00:20:41 → 00:20:44ก่อนแล้วกันคะเด็กเนี่ยอย่างที่หลายๆคน
00:20:44 → 00:20:46รู้กันว่าเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน
00:20:46 → 00:20:46>> อื
00:20:46 → 00:20:50>> ดังนั้นบางทีบางอวัยวะหรือบางระบบเนี่ย
00:20:50 → 00:20:53เขาอาจจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ค่ะเรา
00:20:53 → 00:20:56อาจจะต้องมีการโฟกัสเป็นพิเศษยิ่งต้องบอก
00:20:56 → 00:20:58ว่าสิ่งสำคัญเลยนะคะสำหรับหมอดวงยาก็คือ
00:20:58 → 00:21:03เรื่องของโดสยาในเด็กเนี่ยยาแค่ 0.1 หรือ
00:21:03 → 00:21:060.2 2ซีซเนี่ยมีผลกับเด็กต่างกับผู้ใหญ่
00:21:06 → 00:21:08อย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
00:21:08 → 00:21:08>> อื
00:21:08 → 00:21:11>> ส่วนในคนสูงอายุจริงๆก็คล้ายกันเลยต้อง
00:21:11 → 00:21:14บอกว่าคนสูงอายุเนี่ยกลายเป็นว่าอวัยวะ
00:21:14 → 00:21:17ต่างๆของเขาอ่ะเริ่มเสื่อมไม่ว่าจะเป็น
00:21:17 → 00:21:19ทุกระบบเลยระบบสมองระบบหัวใจระบบหายใจ
00:21:19 → 00:21:21อะไรอย่างเงี้ยค่ะดังนั้นเราก็อาจจะต้อง
00:21:22 → 00:21:25มาโฟกัสแยกเลยแต่ละระบบว่าตอนเามีปัญหา
00:21:25 → 00:21:27อะไรบ้างมยที่เราจะต้องประเมินแล้วต้องดู
00:21:27 → 00:21:30แลเป็นพิเศษในระหว่างการผ่าตัดอีกอย่าง
00:21:30 → 00:21:33ที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุก็คือพอผู้ส่ง
00:21:33 → 00:21:35อายุเนี่ยโรคประจำตัวเขาเยอะใช่มั้ยคะยา
00:21:35 → 00:21:37ที่เขาทานก็เยอะเหมือนกัน
00:21:37 → 00:21:37>> อือ
00:21:37 → 00:21:39>> อันนี้เป็นสิ่งที่หมอดมยาก็ต้องให้ความ
00:21:39 → 00:21:43สำคัญมากๆเพราะต้องบอกว่ายาบางตัวต้องทาน
00:21:43 → 00:21:44ก่อนผ่าตัดอ
00:21:44 → 00:21:47>> ยาบางตัวต้องงดค่ะ
00:21:47 → 00:21:48>> ยาที่เราต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเลยก็คือ
00:21:49 → 00:21:52พวกกลุ่มยาที่ต้านการแข็งตัวของเลือด
00:21:52 → 00:21:53เพราะว่าคนไข้จะมาผ่าตัดเราก็ไม่อยากให้
00:21:53 → 00:21:55เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
00:21:55 → 00:21:55>> อือ
00:21:56 → 00:21:58>> อันเนี้ต้องดูเป็นพิเศษเลยเพราะว่าต้อง
00:21:58 → 00:22:00บอกว่าบางทีเนี่ยคนสูงอายุบางทีเขาเอาจจะ
00:22:00 → 00:22:04ไม่รู้หรือว่าเขาอาจจะจำไม่ได้บางคนเนี่ย
00:22:04 → 00:22:06อาจจะกินมาก่อนผ่าตัดก็มี
00:22:06 → 00:22:07>> อือ
00:22:07 → 00:22:09>> เราต้องซักถามแบบโดยละเอียด
00:22:09 → 00:22:10>> ก่อนที่จะผ่าตัดค่ะ
00:22:11 → 00:22:14>> ครับความเสี่ยงในที่นี้ที่หมอออมบอกก็คือ
00:22:14 → 00:22:17เป็นความเสี่ยงระหว่างผ่าตัดในช่วงผ่าตัด
00:22:17 → 00:22:19ไม่ได้เป็นความเสี่ยงระยะยาว
00:22:19 → 00:22:21>> ใช่มั้ยไม่ไม่เพราะว่าเนื่องจากเราคุยไป
00:22:21 → 00:22:24แล้วยาไม่ได้สะสมยาหมดฤทธิ์เร็วใช่มั้ย
00:22:24 → 00:22:28>> ยังไงจะต่อให้มีความเสี่ยงแต่ยังไงในเด็ก
00:22:28 → 00:22:30และผู้ใหญ่ถ้ามันจำเป็นต้องผ่าก็ต้องเดิน
00:22:30 → 00:22:31หน้าต่อ
00:22:31 → 00:22:31>> ถูกต้องค่ะ
00:22:31 → 00:22:35>> โอเคครับอันดับ 2 คือโรคอะไรที่ทำให้การ
00:22:35 → 00:22:39ผ่าตัดเนี่ยมีความซับซ้อนมากขึ้นตะกี้คุณ
00:22:39 → 00:22:41หมอพูดแล้วก็คือพวกโรคหัวใจนะ
00:22:41 → 00:22:42>> ค่ะ
00:22:42 → 00:22:44>> นี่มันจะมีคนที่บอกว่าอุ๊ยเป็นเบาหวาน
00:22:44 → 00:22:45เป็นโรคไต
00:22:45 → 00:22:47>> ไม่ผ่า
00:22:47 → 00:22:47>> อือ
00:22:47 → 00:22:49>> ไม่ผ่าเพราะเดี๋ยวผ่าแล้วไม่ฟื้น
00:22:49 → 00:22:49>> อือๆ
00:22:50 → 00:22:53>> ตัวโรคเองมันเป็นข้อจำกัดมั้ย
00:22:53 → 00:22:56>> อืจริงๆก็ต้องบอกว่าทุกโรคไม่ได้มีข้อ
00:22:56 → 00:22:59จำกัดเลยในการมาขาตัดอโอเค
00:22:59 → 00:23:02>> เพียงแต่ว่าการที่เป็นโรคนั้นนั้นนะคะ
00:23:02 → 00:23:05ก่อนผ่านตัดเนี่ยก็จะมีคุณหมอหรือพยาบาล
00:23:05 → 00:23:08น่ะไปประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เรื่องของ
00:23:08 → 00:23:11ตัวโรคว่าตอนเนี้ยรุนแรงไปถึงไหนแล้วก็
00:23:11 → 00:23:14ตอนเนี้ยควบควบคุมได้แค่ไหนยกตัวอย่าง
00:23:14 → 00:23:15อย่างเช่นเบาหวาน
00:23:15 → 00:23:18>> เราก็ต้องไปดูแล้วว่าณตอนเนี้ยระดับน้ำ
00:23:18 → 00:23:21ตาลในเลือดของคนไข้เนี่ยอยู่ในเกณฑ์ปกติ
00:23:21 → 00:23:24มั้ยสูงเกินไปมั้ยมีภาวะแทรกซ้อนที่เกิด
00:23:24 → 00:23:24ขึ้นมั้ย
00:23:24 → 00:23:25>> อือ
00:23:25 → 00:23:29>> โอเคถ้าเป็นการผ่าตัดที่เขาเรียกว่าเอ่อ
00:23:29 → 00:23:32ทั่วไปที่สมมุติว่าสามารถจัดตารางได้ว่า
00:23:32 → 00:23:34วันนี้จะผ่าอะไรอย่างเงี้ยค่ะที่ไม่รีบ
00:23:34 → 00:23:35เอาอย่างงี้ดีกว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้
00:23:35 → 00:23:38เร่งด่วนถ้าภาวะแทรกซ้อนพวกนี้ยังจัดการ
00:23:39 → 00:23:41ไม่ได้บางทีเราก็สามารถเลื่อนเคสออกไป
00:23:41 → 00:23:42ก่อนได้
00:23:42 → 00:23:42>> อื
00:23:42 → 00:23:45>> แต่ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดที่เร่งด่วนที่
00:23:45 → 00:23:49คิดว่าจำเป็นกับชีวิตของคนไข้อันเนี้ก็
00:23:49 → 00:23:51ต้องบอกว่าควรผ่า
00:23:51 → 00:23:51>> อื
00:23:51 → 00:23:54>> ไม่ควรที่จะแบบเอ่อเลื่อนอะไรอย่างเงี้ย
00:23:54 → 00:23:54ค่ะ
00:23:54 → 00:24:00>> อืโอเคตะกี้คุณหมอบอกว่าจริงๆตัวโรคยอม
00:24:00 → 00:24:02รับว่ามันเพิ่มความเสี่ยงแต่ไม่ได้เป็น
00:24:02 → 00:24:03ข้อห้าม
00:24:03 → 00:24:03>> ใช่ค่ะ
00:24:03 → 00:24:08>> ก็ไปดูว่าโรคนั้นคุมดีหรือไม่ดีถ้าไม่รีบ
00:24:08 → 00:24:10>> การผ่าตัดที่ไม่รีบคุมให้ดีก่อนแล้วค่อย
00:24:10 → 00:24:11มาผ่า
00:24:11 → 00:24:13>> ใช่ค่ะเหมือนเราเหมือนเราต้องเลือกเ้า
00:24:13 → 00:24:15เรียกว่าช่างเราก็ช่างน้ำหนักเอา
00:24:15 → 00:24:16>> ว่าอะไรที่มี
00:24:16 → 00:24:19>> มีข้อดีและมีผลกับคนไข้มากที่สุดเราก็
00:24:19 → 00:24:20เลือกสิ่งนั้นก่อน
00:24:20 → 00:24:23>> ถ้าตัวโรคสำคัญกว่าเราก็เลือกตัวโรคแต่
00:24:23 → 00:24:26ถ้าคิดว่าการผ่าตัดเนี้ยมันสำคัญกับชีวิต
00:24:26 → 00:24:28เขามากกว่าเราก็เลือกการผ่าตัดแค่นั้นเอง
00:24:28 → 00:24:28ค่ะ
00:24:28 → 00:24:31>> อครับผมถามหน่อยอย่างี้ถ้าสมมุติผ่านตัด
00:24:31 → 00:24:32อุบัติเหตุ
00:24:32 → 00:24:33>> ค่ะ
00:24:33 → 00:24:35>> หรือผ่าตัดฉุกเฉินอย่างอื่นเส้นเลือดสมอง
00:24:35 → 00:24:36แตกอย่างเงี้ย
00:24:36 → 00:24:38>> หรือเส้นเลือดใหญ่แตก
00:24:38 → 00:24:39>> ค่ะ
00:24:39 → 00:24:42>> ด้วยอะไรก็ตามไส้ติ่งแตกหรืออุบัติเหตุ
00:24:42 → 00:24:45หรือฉุกเฉินอย่างเงี้ยคนไข้ที่เกินยาอยู่
00:24:45 → 00:24:48แล้วหรือกินยาละลายเลี่ยมเลือด
00:24:48 → 00:24:50>> อ้าคนไข้บอกอ้าก็ไหนหมอบอกว่าต้องหยุดไม่
00:24:50 → 00:24:52ใช่ละกรณีอย่างงั้นเราทำไงฮะ
00:24:52 → 00:24:55>> จริงๆถ้าสมมุติว่ามันสำคัญกับชีวิตเขามาก
00:24:55 → 00:24:59กว่าก็จำเป็นต้องผ่าแต่ทีนี้เราก็ต้องมี
00:24:59 → 00:25:03การวางแผนและว่ายาที่เขากินเป็นยาตัวไหน
00:25:03 → 00:25:03>> อือ
00:25:03 → 00:25:06>> เราจำเป็นที่จะต้องเอายาตัวไหนที่มาช่วย
00:25:06 → 00:25:08คอนโทรลหรือช่วยควบคุมมั้ย
00:25:08 → 00:25:09>> ช่วยต้านมันมั้ยถูกต้อง
00:25:09 → 00:25:12>> อย่างผมอย่างสมมุติคนที่กินพวกยาละลิ่ม
00:25:12 → 00:25:12เลือดอย่างเงี้ย
00:25:12 → 00:25:13>> ค่ะ
00:25:13 → 00:25:14>> คุณหมอทำยังไง
00:25:14 → 00:25:16>> บางทีเราก็จะต้องมีการปรึกษากับคุณหมอ
00:25:16 → 00:25:17อยุรกรรม
00:25:17 → 00:25:18>> อือ
00:25:18 → 00:25:20>> ว่าเราจะต้องเอายาต้านน่ะมาให้ก่อนที่จะ
00:25:20 → 00:25:23ผ่าตัดมั้ยหรือเอามาให้ระหว่างการผ่าตัด
00:25:23 → 00:25:23ได้มั้อ
00:25:24 → 00:25:24>> อือ
00:25:24 → 00:25:27>> ประมาณนี้เลยก็คือเหมือนต้องบอกว่าการดม
00:25:27 → 00:25:29ยาเนี่ยหรือหมอดมยาต้องคุยกับหมอแบบแผนก
00:25:29 → 00:25:31มากๆคือนไม่ใช่แค่หมอผักตัดอย่างเดียว
00:25:32 → 00:25:34เพราะว่าอย่าลืมว่าคนไข้ 1 คนเนี่ยโรค
00:25:34 → 00:25:35ประจำตัวเยอะมาก
00:25:35 → 00:25:37>> บางทีเนี่ยอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนนู่นนี่
00:25:37 → 00:25:39ได้อะไรอย่างเงี้ยค่ะบางทีเราจะต้องมีการ
00:25:39 → 00:25:41ปรึกษากับหมอแผนกอื่นๆ
00:25:41 → 00:25:41>> อือ
00:25:41 → 00:25:43>> เพื่อที่ว่าจะทำไงก็ได้ให้เขาปลอดภัยที่
00:25:44 → 00:25:44สุด
00:25:44 → 00:25:45>> ครับ
00:25:45 → 00:25:45>> ประมาณนี้ค่ะ
00:25:45 → 00:25:48>> คุณหมอเคยมีประสบการณ์แบบในห้องผ่าตัดที่
00:25:48 → 00:25:51แบบอื้อหือโหดมากแล้วรู้สึกลืมไม่ได้เลย
00:25:51 → 00:25:51มีมั้ย
00:25:51 → 00:25:54>> ก็จริงๆต้องบอกว่าเป็นตอนช่วงที่แบบเป็น
00:25:54 → 00:25:57แพทย์ประจำบ้านช่วงที่เป็น Resident จำ
00:25:58 → 00:26:00ได้เลยว่าเป็นเวรสุดท้ายขายพอดีเป็นเวร
00:26:00 → 00:26:01สุดท้ายที่
00:26:01 → 00:26:03>> ใช่
00:26:03 → 00:26:06>> เป็นแบบเป็นเหมือนเป็นเคส immergency ที่
00:26:06 → 00:26:06เขาเหมือน
00:26:06 → 00:26:07>> เคสฉุกเฉิน
00:26:07 → 00:26:10>> ใช่เคสฉุกเฉินที่เหมือนมีภาวะเลือดออก
00:26:10 → 00:26:12อะไรอย่างเงี้ยค่ะแล้วเขาต้องเซตเ้าเรียก
00:26:12 → 00:26:15ว่าคุณหมอพาตัดน่ะต้องการผ่าตัดฉุกเฉิน
00:26:15 → 00:26:15ให้เร็วที่สุด
00:26:15 → 00:26:17>> อไหนฮะในช่องท้องหรือในอ๋อในช่องท้องใช่
00:26:17 → 00:26:18ช่องท้อง
00:26:18 → 00:26:21>> ทีนี้เนี่ยเหมือนกับก็พอคนไข้จำได้เลยว่า
00:26:21 → 00:26:26ภาพที่เห็นก็คือเ้าเขาปั๊มหัวใจตั้งแต่
00:26:26 → 00:26:28ที่ห้องฉุกเฉิน
00:26:28 → 00:26:28>> ขึ้นมาเลย
00:26:28 → 00:26:29>> อือ
00:26:29 → 00:26:31>> เพราะว่าตอนนั้นน่ะเหมือนแบบเสียเลือด
00:26:31 → 00:26:34เยอะมีภาวะช็อกหัวใจหยุดเต้นอะไรเงี้ยค่ะ
00:26:34 → 00:26:36เค้าก็ปั๊มหัวใจขึ้นมาแล้วก็ลากเข้าห้อง
00:26:36 → 00:26:40ผ่าตัดเลยพาเข้าห้องผ่าตัดก็ตอนนั้นจำได้
00:26:40 → 00:26:41ว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากเพราะทุกคน
00:26:41 → 00:26:44น่ะช่วยกันแบบบางคนก็ทำอย่างนู้นบางคนก็
00:26:44 → 00:26:46ทำอย่างี้อะไรอย่างเงี้ยค่ะเราก็มีหน้า
00:26:46 → 00:26:49ที่เป็นคือต้องบอกว่าพอในห้องผ่าตัดเนี่ย
00:26:49 → 00:26:52หน้าที่ของคุณหมอผ่าตัดเขาก็จะต้องโฟกัส
00:26:52 → 00:26:55ว่าเขาจะต้องผ่าตัดให้คนไข้แบบกลับมาปลอด
00:26:55 → 00:26:57ภัยที่สุดใช่มั้คะส่วนหน้าที่ของเราเนี่ย
00:26:57 → 00:27:01เราก็คือต้องทำยังไงก็ได้ให้คนไข้อ่ะหลับ
00:27:01 → 00:27:04เร็วที่สุดแล้วก็ต้องพยายามคอนโทรลหรือ
00:27:04 → 00:27:07ควบคุมสัญญาณชีพของเขาให้ดีที่สุดแล้วตอน
00:27:07 → 00:27:08นั้นเหมือนเราก็เป็นเหมือนเป็น leader
00:27:08 → 00:27:11เป็นเหมือนเป็นหัวหน้าในการแบบควบคุมใน
00:27:11 → 00:27:13การบอกหลายๆคนว่าให้ทำนู่นทำนี่อะไรเงี้ย
00:27:13 → 00:27:16>> เราก็เหมือนจะต้องมีการคืออย่างแรกเลยนะ
00:27:16 → 00:27:17คะต้องแบบว่าต้องตั้งสติ
00:27:17 → 00:27:18>> อือ
00:27:18 → 00:27:20>> อืว่าเราจะทำยังทำอะไรบ้าง 1 2 3 4
00:27:20 → 00:27:24อย่างเงี้ยค่ะแล้วก็ระหว่างที่เขาปั๊มหัว
00:27:24 → 00:27:26ใจเค้าก็เหมือนผ่านไปด้วยคือต้องมีคนนึง
00:27:26 → 00:27:29อ่ะปั๊มหัวใจอีกคนนึงก็คือผ่าตัดไปด้วย
00:27:29 → 00:27:31เพื่อหาจุดที่แบบช่วยหยุดเลือดอะไรอย่าง
00:27:31 → 00:27:32เงี้ย
00:27:32 → 00:27:35>> เราก็มีการต้องให้เลือดต้องมีการใส่เค้า
00:27:35 → 00:27:37เรียกว่าใส่สาย
00:27:37 → 00:27:40>> อะไรต่างๆเพื่อที่จะควบคุมสายอาชีพคนไข้
00:27:40 → 00:27:41>> อือ
00:27:41 → 00:27:42>> ประมาณนั้นจำได้ว่า
00:27:42 → 00:27:47>> ประมาณ 2 ช่โมงได้ค่ะที่แบบเหมือนพยายาม
00:27:47 → 00:27:49ที่จะสู้ไปด้วยกัน
00:27:49 → 00:27:50>> สุดท้ายก็
00:27:50 → 00:27:51>> สุดท้ายก็ก็ไม่ทัน
00:27:51 → 00:27:52>> เหรอฮะอื
00:27:52 → 00:27:53>> ใช่
00:27:53 → 00:27:57>> แล้วคุณหมอมีวิธียังไงที่จะฝึกสติเพราะ
00:27:57 → 00:28:00ว่าผมเชื่อว่าหมอดมยาเนี่ยจริงๆมันก็
00:28:00 → 00:28:03มรสุมนะเข้าไปเี่มันเหมือนมวยโดนชกฝั่ง
00:28:03 → 00:28:05นี้ชกฝั่งนี้มันมึนไปหมดเลยเดี๋ยวบางที
00:28:05 → 00:28:07ชีปจรร่วงเดี๋ยวความดันร่วงเดี๋ออกซิเจน
00:28:08 → 00:28:11ร่วงเดี๋คนไข้ตื่นเดี๋ยวหมอผ่าตัดกดดัน
00:28:11 → 00:28:16เราบ้างบางทีขอให้หลับบ้างนะแล้วเรา
00:28:16 → 00:28:20>> เรามีทักษะยังไงที่จะคุมสติให้เรานิ่ง
00:28:20 → 00:28:25เราฝึกมั้ยตอนที่เราเทรนเค้าสอนเราอะไร
00:28:25 → 00:28:28>> ต้องบอกว่าตอนถ้าถ้าเป็นตอนที่แบบเพิ่ง
00:28:28 → 00:28:31ึ่งเริ่มเรียนตอนนั้นก็จะมีความร่นระดับ
00:28:31 → 00:28:34นึงเหมือนแบบพอเจอนู่นเจอนี่มาก็จะเครียด
00:28:34 → 00:28:35อะไรเงี้ใช่มั้คะ
00:28:35 → 00:28:39>> ทีนี้ก็เหมือนเจออาจารย์คนนึงเค้าแบบเค้า
00:28:39 → 00:28:41นิ่งมากคือเหมือนกับเวลาเขาจะทำอะไรอย่าง
00:28:41 → 00:28:44เงี้ยเขาจะรู้สึกเขาจะเจะมีความคิดที่แบบ
00:28:44 → 00:28:47เหมือนค่อยๆทำเค้าคือจำได้เลยว่าตอนที่
00:28:47 → 00:28:49ออมแบบอยู่เองกับเค้าอะไรเงี้ยไม่รู้สึก
00:28:50 → 00:28:52เลยว่าเขามีความแบบตื่นตระหนกอะไรอย่าง
00:28:52 → 00:28:54เงี้ยเขาก็จะแบบค่อยๆพูดค่อยๆทำแล้วก็จัด
00:28:54 → 00:28:57การปัญหาหลังจากนั้นเราก็เลยแบบเหมือน
00:28:57 → 00:29:01พยายามทำตามเค้าเลียนแบบก็คือทุกครั้งที่
00:29:01 → 00:29:03รู้สึกว่าเจอแบบเรื่องหรือเหตุการณ์อะไร
00:29:03 → 00:29:06อย่างเงี้ยในห้องพาตัดเราก็จะค่อยๆตั้ง
00:29:06 → 00:29:09สติแล้วก็เหมือนต้องเหมือนต้องมีแมพแมพใน
00:29:09 → 00:29:12หัวค่ะคิดเลยว่าเป็น 1 2 3 4 ว่าเราจะ
00:29:12 → 00:29:15ทำอะไรบ้างแล้วก็ค่อยๆทำสุดท้ายก็ทำได้
00:29:15 → 00:29:16>> อื
00:29:16 → 00:29:16>> ประมาณเนี้ย
00:29:16 → 00:29:19>> แล้วใช้อย่างงี้ในชีวิตประจำวันมั้ย
00:29:19 → 00:29:19>> ใช่ค่ะ
00:29:19 → 00:29:20>> เอามาใช้ยังไง
00:29:20 → 00:29:24>> ใช่ก็รู้สึกว่าพอโตขึ้นนิ่งขึ้น
00:29:24 → 00:29:24>> อื
00:29:24 → 00:29:27>> รู้สึกว่าแบบรู้สึกแต่ว่าความเงียบอ่ะ
00:29:27 → 00:29:30ความนิ่งอ่ะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุด
00:29:30 → 00:29:32เวลาแบบมีปัญหาอะไรเงี้ยค่ะอ
00:29:32 → 00:29:32>> อื
00:29:32 → 00:29:35>> ก็จะจะแบบคือเวลาเจอปัญหาอะไรอย่างเงี้ย
00:29:35 → 00:29:38คือออมรู้สึกว่าถ้าเราแบบตั้งสติได้ค่อยๆ
00:29:38 → 00:29:43คิดว่าแบบเราจะทำอะไรต่อไปแค่นั้นมันก็
00:29:43 → 00:29:46รู้สึกว่าเรื่องต่างๆมันก็จะค่อยๆคลี่
00:29:46 → 00:29:46คลาย
00:29:46 → 00:29:47>> อื
00:29:47 → 00:29:49>> ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เราอาจจะมีความแบบ
00:29:49 → 00:29:52กังวลไปกับทุกๆปัญหาอะไรเงี้ย
00:29:52 → 00:29:52>> อืออื
00:29:52 → 00:29:53>> ประมาณนั้นค่ะ
00:29:53 → 00:29:56>> อืวิสัญญี
00:29:56 → 00:29:59ไม่ใช่แค่ศิลปะในห้องผ่าตัดนะมันเอามาใช่
00:29:59 → 00:30:01ส่วนใหญ่หมอออมพูดถูก
00:30:01 → 00:30:02>> หมอวิสัญญีจะนิ่งมาก
00:30:02 → 00:30:04>> ในห้องผ่าตัด
00:30:04 → 00:30:04>> ครับ
00:30:04 → 00:30:08>> ทีนี้ปัจจุบันเทคนิคเทคโนโลยีใหม่ๆมันไป
00:30:08 → 00:30:09ถึงไหนนะเรื่องวิสัญญี
00:30:09 → 00:30:12>> อจริงๆต้องบอกว่าปัจจุบันเนี่ยเทคโนโลยี
00:30:12 → 00:30:16ค่อนข้างที่จะก้าวกระโดดมากแล้วก็เรามี
00:30:16 → 00:30:19เครื่องมือต่างๆค่ะที่จะมาช่วยคนไข้หรือ
00:30:19 → 00:30:23มาดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยมากขึ้นยกตัวอย่าง
00:30:23 → 00:30:26เช่นถ้าถ้าเป็นแต่ก่อนเวลาใส่ท่อช่วยหาย
00:30:26 → 00:30:29ใจดมยาสลบคนไข้ใช่มั้คะเราอาจจะต้องใช้
00:30:29 → 00:30:33เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะเป็นตัวเป็นท่อเป็น
00:30:33 → 00:30:35เป็นเครื่องมือที่จะใส่
00:30:35 → 00:30:35>> อือ
00:30:35 → 00:30:37>> ปัจจุบันเราก็มีวีดีโอ
00:30:37 → 00:30:37>> อื
00:30:37 → 00:30:40>> ที่ทำให้การใส่รอดช่วยหายใจมันไม่ได้ยาก
00:30:40 → 00:30:41>> อือ
00:30:41 → 00:30:43>> เหมือนสมัยก่อนอะไรเงี้ยค่ะ
00:30:43 → 00:30:46>> อันเนี้ยสำคัญมากๆแล้วก็จำเป็นมากๆในกรณี
00:30:46 → 00:30:50ที่คนไข้มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่
00:30:50 → 00:30:53มีแนวโน้มว่าการใส่ทอดชวนหายใจมันจะยาก
00:30:53 → 00:30:54>> อือือ
00:30:54 → 00:30:56>> อันเนี้ยก็จะเอามาใช้กับคนไข้กลุ่มนี้ได้
00:30:56 → 00:30:57>> อือ
00:30:57 → 00:30:59>> ทีนี้อุปกรณ์อื่นๆก็มีเหมือนกันปัจจุบัน
00:31:00 → 00:31:04เราก็มีเครื่องที่คอยควบคุมสัญญาณชีพที่
00:31:04 → 00:31:06ไม่ใช่เป็นแบบสแตนดารดหรือมาตรฐานทั่วไป
00:31:06 → 00:31:10แล้วบางทีเราก็มีเครื่องที่สามารถดูแบบเร
00:31:10 → 00:31:12time ได้พูดถึงแบบหมายถึงว่าดูแบบได้ทุก
00:31:12 → 00:31:16วินาทีว่าณตอนนี้สัญาชีพของคนไข้แนวโน้ม
00:31:16 → 00:31:19ไปทางไหนเราจะได้รีบแก้ไขแล้วก็รีบจัดการ
00:31:19 → 00:31:21ให้ทันอ
00:31:21 → 00:31:25>> อื่นๆก็อย่างเช่นยายาดมสลบปัจจุบันเรามี
00:31:25 → 00:31:29เครื่องที่สามารถควบคุมระดับความลึกของยา
00:31:29 → 00:31:30ดมสลุปได้
00:31:30 → 00:31:30>> อื
00:31:30 → 00:31:33>> สามารถทำให้ระดับความลึกเนี้ยมันเป็น
00:31:33 → 00:31:36ระดับความลึกที่เหมาะสมที่จะทำให้คนไข้
00:31:36 → 00:31:38ผ่าตัดได้และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนเพราะ
00:31:38 → 00:31:41ต้องบอกว่ายาดมสลบถ้าน้อยไปคนไข้ก็จะตื่น
00:31:41 → 00:31:42ถูกมั้คะ
00:31:42 → 00:31:44>> ถ้ามากไปก็อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นเลย
00:31:44 → 00:31:45ว่า
00:31:45 → 00:31:48>> การดมยาสลบที่ลึกไปก็จะเพิ่มความเสี่ยง
00:31:48 → 00:31:50ต่อการเกิดเรื่องของความจำ
00:31:50 → 00:31:51>> ครับ
00:31:51 → 00:31:52>> ประมาณนี้ค่ะ
00:31:52 → 00:31:55>> อือ้อมครับประเทศไทยเราถือว่าใช้คำว่าฮับ
00:31:55 → 00:31:57ก็ได้นะคนบินมาผ่าตัดเยอะ
00:31:57 → 00:31:58>> อือ
00:31:58 → 00:32:00>> อาจจะ 1 ด้วยด้วยราคาเราที่ดี
00:32:00 → 00:32:03>> 2 ด้วยด้วยสแตนดารดเราที่ดีฝีมือหมอภัย
00:32:03 → 00:32:05ก็ผ่าตัดดีใช่มั้ครับ
00:32:05 → 00:32:05>> ใช่ค่ะ
00:32:05 → 00:32:10>> หมออคิดว่าจุดขายหรือจุดแข็งของการผ่าตัด
00:32:10 → 00:32:14ไทยมีอะไรที่ต้องปรับปรุงคือมีอะไรที่ดี
00:32:14 → 00:32:16ก่อนแล้วมีอะไรที่คิดว่าน่าจะไปต่อได้อีก
00:32:16 → 00:32:17ใหญ่อ
00:32:17 → 00:32:20>> อือคิดว่าสิ่งที่ดีเลยคืออย่างแรกก็คือ
00:32:20 → 00:32:24เรื่องของฝีมือเนาะความรู้สึกว่าหมอพาตัด
00:32:24 → 00:32:28แล้วก็หมอทุกๆสาขาค่อนข้างเก่งประเทศไทย
00:32:28 → 00:32:29เราคนเก่งเยอะค่ะ
00:32:29 → 00:32:29>> อือ
00:32:29 → 00:32:31>> ส่วนอย่างที่ 2 เนี่ยก็คือเรื่องของการ
00:32:31 → 00:32:34บริการเอารู้สึกว่าแบบ
00:32:34 → 00:32:37หมอหรือว่าระบบสาธารณสุขของบ้านเราอ่ะ
00:32:37 → 00:32:39บริการคนไข้ค่อนข้างดีอันเนี้คิดว่าเป็น
00:32:39 → 00:32:41สิ่งที่ทำให้
00:32:41 → 00:32:42>> ต่างประเทศเขาอาจจะชอบ
00:32:42 → 00:32:43>> อือ
00:32:43 → 00:32:46>> แล้วก็อย่างที่สาวออมรู้สึกว่าประเทศเรา
00:32:46 → 00:32:49หรือบ้านเราเนี่ยเข้าถึงระบบสาธารณสุข
00:32:49 → 00:32:50ง่าย
00:32:50 → 00:32:52>> ง่ายกว่าต่างประเทศค่ะ
00:32:52 → 00:32:52>> อื
00:32:52 → 00:32:56>> ก็เลยคิดว่าถ้าแบบในอนาคตสิ่งที่สามารถไป
00:32:56 → 00:32:58ต่อได้ก็คือพวกเนี้ล่ะค่ะเรื่องของการ
00:32:58 → 00:33:02บริการแล้วก็เรื่องของเทคโนโลยีต่างๆคิด
00:33:02 → 00:33:04ว่าถ้าสมมุติทุกอย่างพวกเนี้ยเข้าหมดเข้า
00:33:04 → 00:33:07ด้วยกันแล้วก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆอ่ะประเทศ
00:33:07 → 00:33:10ไทยน่าจะแบบก้าวไปได้ไกลอีกเยอะมากๆค่ะ
00:33:10 → 00:33:13>> ครับอยากเห็นบ้านเมืองดีกว่านี้หมอออม
00:33:13 → 00:33:17อยากจะฝากอะไรกับประชาชนลักยากก่อน
00:33:17 → 00:33:20>> เป็นเรื่องเกี่ยวกับดมาสมั้ยคะหรือว่า
00:33:20 → 00:33:21>> ใช่
00:33:21 → 00:33:24>> จริงๆต้องบอกว่าการดมยาสลบต้องต้องให้
00:33:24 → 00:33:26ความรู้ก่อนว่าไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอย่าง
00:33:26 → 00:33:27ที่คิด
00:33:27 → 00:33:28>> อือ
00:33:28 → 00:33:31>> แล้วก็เรื่องที่อยากจะฝากเลยนะคะจริงๆมี
00:33:31 → 00:33:33อยู่ด้วยกัน 2 เรื่องเรื่องแรกก็คือการงด
00:33:33 → 00:33:34น้ำงดอาหาร
00:33:34 → 00:33:35>> อื
00:33:35 → 00:33:39>> หลายๆคนเนี่ยบางทีไม่เค้าเรียกว่าอะไรไม่
00:33:39 → 00:33:42เข้าใจว่าทำไมต้องงดน้ำงดอาหารบางคนต้อง
00:33:42 → 00:33:46บอกว่าเวลาเข้ารับการผ่าตัดเนี่ยคนไข้บาง
00:33:46 → 00:33:48คนอย่างเช่นคุณลุงคุณป้าบางทีแอบกินขนม
00:33:48 → 00:33:51แอบกินน้ำเพราะว่าเค้าหิวซึ่งจริงๆก็ต้อง
00:33:51 → 00:33:54ให้ความรู้เลยค่ะว่าการดมยาสลบเนี่ยไม่
00:33:54 → 00:33:57ใช่แค่ทำให้หลับแต่ยาดมสลบที่เราให้เนี่ย
00:33:57 → 00:34:00ค่ะบางทีไปกดเค้าเรียกว่ากดศูนย์ป้องกัน
00:34:00 → 00:34:01การสำลัก
00:34:01 → 00:34:01>> อือ
00:34:01 → 00:34:04>> ดังนั้นเอ่ออาหารหรือข้าวที่เพิ่งกินเข้า
00:34:04 → 00:34:07ไปอ่ะค่ะมีสิทธิ์ที่จะคย่อนออกมาและสำลัก
00:34:07 → 00:34:10ข้าวปอดส่งผลให้คนไข้เสียชีวิตได้อ
00:34:10 → 00:34:12>> อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆที่อยากจะให้
00:34:12 → 00:34:14ความรู้ว่าการงนนำทหารน่ะสำคัญจริงๆ
00:34:14 → 00:34:15>> อื
00:34:15 → 00:34:19>> อย่างที่ 2 ก็คือเรื่องของประวัติโรค
00:34:19 → 00:34:23ประจำตัวและการใช้ยาค่ะบางคนบอกไม่ครบค่ะ
00:34:23 → 00:34:27หรือบางทีไม่กล้าบอกโดยเฉพาะยาที่อ่ะโอเค
00:34:27 → 00:34:28อาจจะเป็นยาเสพติด
00:34:28 → 00:34:28>> อื
00:34:28 → 00:34:31>> หรือเป็นยาบางอย่างที่เขารู้สึกว่าถ้าเขา
00:34:31 → 00:34:34บอกไปเนี่ยเขาจะโดนดุใหม่อย่างเงี้ยค่ะ
00:34:34 → 00:34:36>> ก็ต้องให้ความรู้เลยว่าอ
00:34:36 → 00:34:37>> จำเป็นต้องบอก
00:34:37 → 00:34:38>> ครับ
00:34:38 → 00:34:42>> เพราะว่าต้องบอกเลยว่ายาทุกตัวมีผลต่อการ
00:34:42 → 00:34:44ดมยาสลบทั้งสิ้นค่ะ
00:34:44 → 00:34:47>> การที่คุณบอกเนี่ยเพื่อประโยชน์ของตัวคุณ
00:34:47 → 00:34:48เอง
00:34:48 → 00:34:49>> อื
00:34:49 → 00:34:51>> อือันเห็นด้วยเลยขอบคุณมากหมอ
00:34:51 → 00:34:55>> อยากฝากอะไรกับผู้บริหารบ้านมั่ง
00:34:55 → 00:34:58>> ผู้บริหารหรอคะ
00:34:58 → 00:35:01>> จริงๆก็
00:35:01 → 00:35:05ถ้าเป็นในแง่ของการทำงาน
00:35:05 → 00:35:09คิดว่าถ้าถ้าเป็นถ้าเป็นเรื่องของการลงยา
00:35:09 → 00:35:13นะคะมองว่าณตอนเนี้ยก็ปัจจุบันน่ะก็ดี
00:35:13 → 00:35:16แล้วแต่สิ่งที่
00:35:16 → 00:35:19สิ่งที่อยากอยากให้แบบมีหลายๆอย่างมาก
00:35:19 → 00:35:22ขึ้นก็คือเรื่องของพวกอุปกรณ์แล้วะกันค่ะ
00:35:22 → 00:35:22>> อ
00:35:22 → 00:35:25>> เพราะว่าบางทีต้องบอกว่าอุปกรณ์บางอย่าง
00:35:25 → 00:35:29เนี่ยกว่าจะแบบซื้อเข้ามาได้มันยากอะไร
00:35:29 → 00:35:29อย่างเงี้ย
00:35:29 → 00:35:32>> ก็ก็จะรู้สึกว่าเหมือนบางอย่างมันอาจจะ
00:35:32 → 00:35:34จำเป็นกับคนไข้จริงๆอะไรอย่างเงี้ยรู้สึก
00:35:35 → 00:35:38ว่าบางอย่างรู้บางบางอย่างอรู้สึกว่าถ้า
00:35:38 → 00:35:41ถ้าได้เอามาใช้เร็วอ่ะมันดีมันมีประโยชน์
00:35:41 → 00:35:43แล้วมันก็ปลอดภัยกับคนไข้
00:35:43 → 00:35:43>> อ
00:35:43 → 00:35:45>> น่าจะเป็นเรื่องเรื่องเรๆ่องนี้มากกว่า
00:35:45 → 00:35:49>> ครับสุดท้ายคุณหมอออมดูแลสุขภาพตัวเอง
00:35:49 → 00:35:51อย่างไรเพราะวันๆก็อยู่แต่ในห้องผ่าตัด
00:35:52 → 00:35:52>> ค่ะ
00:35:52 → 00:35:55>> ไม่ได้โดนแดดเลยมั้งใช่มั้ย
00:35:55 → 00:35:56>> ครับ
00:35:56 → 00:35:58>> ก็นอนกี่โมงกินยังไง
00:35:58 → 00:36:03>> โหจะบอกว่าช่วงพออายุ 30 อ่ะค่ะดูแลตัว
00:36:03 → 00:36:06เองมากขึ้นมากๆเพราะว่ารู้สึกว่าพอเข้า
00:36:06 → 00:36:08เลข 3 แล้วทุกอย่างมันเปลี่ยนแต่ก่อนที่
00:36:08 → 00:36:11เรานอนแค่ 4 ชม.แล้วเราแบบเราไหวอะไร
00:36:11 → 00:36:11เงี้ย
00:36:11 → 00:36:11>> อือ
00:36:11 → 00:36:14>> ทุกวันเนี้นอน 4 ช่โมงหน้ามืดและเวียนหัว
00:36:14 → 00:36:17และดังนั้นเนี่ยอย่างแรกเลยก็คือนอนออมจะ
00:36:17 → 00:36:22นอนประมาณ 8 ชม.เลยแล้วก็เรื่องของการกิน
00:36:23 → 00:36:25หลักๆก็ตอนเก็คือหันมารับประทานโปรตีนมาก
00:36:25 → 00:36:27ขึ้นรู้สึกว่าเน้นเป็นโปรตีนเป็นหลักกิน
00:36:27 → 00:36:31โปรตีนให้ถึงในแต่ละวันอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:36:31 → 00:36:32>> แล้วก็การดื่มน้ำเหมือนกันการดื่มน้ำก็
00:36:32 → 00:36:36สำคัญมากๆก็ต้องดื่มน้ำวันละแบบ 6-8 แก้ว
00:36:36 → 00:36:37ต่อวันอย่างเงี้ยค่ะ
00:36:37 → 00:36:37>> อื
00:36:37 → 00:36:40>> อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือสุขภาพจิต
00:36:40 → 00:36:40>> อื
00:36:40 → 00:36:44>> รู้สึกว่าแบบพอสุขภาพจิตเราดีอ่ะสุขภาพ
00:36:44 → 00:36:46กายเราก็จะดีไปด้วย
00:36:46 → 00:36:51>> ดูแลยังไงสุขภาพจิตสุขภาพจิตก็เหมือนกับ
00:36:51 → 00:36:53ทุกวันนี้ถ้าสมมุติว่าเจอเรื่องเครียดก็
00:36:53 → 00:36:57อาจจะต้องพยายามตั้งสติแล้วก็โฟกัสกับ
00:36:57 → 00:37:00สิ่งที่เราทำไปแต่ละวันน่ะค่ะแล้วก็
00:37:00 → 00:37:03พยายามแก้ไขปัญหาค่อยๆแก้ไปอ
00:37:03 → 00:37:05>> คือออมรู้สึกว่าชีวิตเราอ่ะปัญหามันเข้า
00:37:05 → 00:37:07มาแบบไม่จบไม่สิ้นอยู่แล้วคือทุกคนมี
00:37:07 → 00:37:09ปัญหาชีวิตอย่างนี้ดีกว่า
00:37:09 → 00:37:09>> อือ
00:37:09 → 00:37:12>> แต่เราจะทำยังไงให้เราแบบอยู่กับปัญหา
00:37:12 → 00:37:15ชีวิตแล้วก็สามารถที่จะ on ไปได้อย่างแบบ
00:37:15 → 00:37:16แฮปปี้
00:37:16 → 00:37:17>> อือื
00:37:17 → 00:37:17>> ประมาณนี้ค่ะ
00:37:17 → 00:37:20>> อืแล้วคุณหมอออมกินอาหารเสริมมีอะไรเป็น
00:37:20 → 00:37:21พิเศษมั้
00:37:21 → 00:37:24>> อาหารเสริมจริงๆก็มีทานบ้าง
00:37:24 → 00:37:24>> อ
00:37:24 → 00:37:27>> ส่วนใหญ่ตัวที่รับประทานประจำก็จะมี
00:37:27 → 00:37:28วิตามินซี
00:37:28 → 00:37:29>> อือ
00:37:29 → 00:37:31>> ที่กินทุกวันค่ะแล้วก็มีแคลเซียมมี 2 ตัว
00:37:31 → 00:37:31ค่ะ
00:37:31 → 00:37:35>> อโอเคแล้วออกกำลังกายยังไงฮะ
00:37:35 → 00:37:37>> ออกกำลังกายอันนี้อันนี้ก็ต้องยอมรับว่า
00:37:37 → 00:37:40แต่ก่อนอ่ะไม่ออกเลยแล้วก็พอเรารู้สึกว่า
00:37:40 → 00:37:42ร่างกายเราเริ่มไม่ไหวแหละก็หันมาออก
00:37:42 → 00:37:44กำลังกายอย่างน้อยเนี่ยออมรู้สึกว่า
00:37:44 → 00:37:47ประมาณสัก 2 วันต่อสัปดาห์
00:37:47 → 00:37:47>> อือ
00:37:47 → 00:37:51>> อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีก็จริงๆทุก
00:37:51 → 00:37:53วันนี้ก็พยายามจะทำให้ได้อยู่อ่ะค่ะ
00:37:53 → 00:37:57>> ดีครับดีถ้าใครอยากสง่าเหมือนหมอออมก็
00:37:57 → 00:37:59>> นี่ผมแอบถามให้แล้วนะครับหมอออมก็ไม่ได้
00:37:59 → 00:38:01ทำอะไรเป็นพิเศษเน
00:38:01 → 00:38:03>> ไม่ได้กินไดเอ็ดกินอาหารอะไรเป็นพิเศษกิน
00:38:03 → 00:38:04เหมือนชาวบ้านนี่แหละ
00:38:04 → 00:38:08>> แต่ว่าเน้นโปรตีนเน้นนอนเน้นออกกำลังกาย
00:38:08 → 00:38:09ถูกต้อง
00:38:09 → 00:38:11>> หวังว่าวันนี้คงจะได้ประโยชน์หวังว่าผม
00:38:11 → 00:38:14ได้ทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่นะครับคำ
00:38:14 → 00:38:17ถามที่ผมพยายามทำการบ้านมาหวังว่าหมอออม
00:38:17 → 00:38:21ได้ตอบเราทุกคนนะครับผมเชื่อว่าอยากให้
00:38:21 → 00:38:24ข้อมูลนี้ไปถึงคนรากหญ้าให้มากที่สุดคน
00:38:24 → 00:38:29ที่กลัวการผ่าตัดคนที่กลัวการดมยานะครับ
00:38:29 → 00:38:32บ้านเมืองจะพัฒนาได้เป็นหน้าที่ของเราทุก
00:38:32 → 00:38:36คนไม่ใช่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งนะ
00:38:36 → 00:38:37ครับ
00:38:37 → 00:38:41พcสหมอชวนคุยกับปัญหาบ้านเมืองในภาษาบ้าน
00:38:41 → 00:38:44ๆกับแขกรับเชิญคนที่เก่งมีความสามารถมา
00:38:44 → 00:38:45แบ่งปัน
00:38:45 → 00:38:49มาไขความเข้าใจผิดนะครับเพื่อ
00:38:49 → 00:38:52วัตถุประสงค์เดียวคือบ้านเมืองเราประเทศ
00:38:52 → 00:38:55ไทยเราจะต้องดีขึ้นทุกวัน
00:38:55 → 00:38:59แขกรับเชิญคนต่อไปจะเป็นใครรอติดตามผมหมอ
00:38:59 → 00:39:05วินัยลาแล้วครับสวัสดีครับ
00:39:05 → 00:39:19[เพลง]