00:00:00 → 00:00:03พวกเราทุกคนรู้จักสิ่งที่เรียกว่าสารต้าน
00:00:03 → 00:00:06อนุมูลอิสระหรือแอนติออกซิแดนท์กันเป็น
00:00:06 → 00:00:10อย่างดีค่ะแต่ใครจะรู้บ้างว่าสารต้อนุมูล
00:00:10 → 00:00:13อิสระบางตัวนั้นเมื่อเขาทำหน้าที่ของเขา
00:00:13 → 00:00:16เสร็จแล้วตัวเขาเองกลับกลายเป็นอนุมูล
00:00:16 → 00:00:20อิสระเสียเองแต่มันจะมีอยู่ตัวนึงค่ะที่
00:00:20 → 00:00:26เป็นซุปเปอร์ฮีโร่
00:00:26 → 00:00:29แอนติออกซ์ May I help you นะคะหลายๆ
00:00:29 → 00:00:31คนค่ะรู้จักกันดีอยู่แล้วเรื่องของ
00:00:31 → 00:00:34แอนติออกซิแดนท์หรือสารใต้อนุมูลอิสระ
00:00:34 → 00:00:38ซึ่งมีความสำคัญกับร่างกายเรามากเาจะทำ
00:00:38 → 00:00:42หน้าที่ไปลดอิทธิฤทธิ์ของเจ้าฟรี Radical
00:00:42 → 00:00:46หรืออนุมูลอิสระตัวร้ายนั่นเองค่ะโดยร่าง
00:00:46 → 00:00:49กายของเราจะมี Balance ระหว่าง
00:00:49 → 00:00:57แอนติออกซิแดนท์
00:00:57 → 00:01:01หรือความเครียด oxidation ที่ลดน้อยลง
00:01:01 → 00:01:04นั่นเองซึ่งเมื่อร่างกายของเรามีออกซิทีน
00:01:04 → 00:01:09ที่น้อยจะทำให้ร่างกายของเราเสื่อมช้าลง
00:01:10 → 00:01:13แก่ช้าลงนั่นเองค่ะทุกคนก็อยากจะแก่ช้า
00:01:13 → 00:01:17กันทั้งนั้นทีนี้เราไม่สามารถกำจัดเจ้า
00:01:17 → 00:01:21ฟรี Radical ให้หมดสิ้นไปจากร่างกายเรา
00:01:21 → 00:01:25ได้เพราะทุกขณะที่เซลล์ของเรามีการใช้
00:01:25 → 00:01:29พลังงานเซลล์ของเรามีการหายใจนั่นแปลว่า
00:01:29 → 00:01:33ทุกวินาทีที่เรามีชีวิตอยู่ร่างกายของเรา
00:01:33 → 00:01:36จะผลิตไอ้เจ้าฟรี Radical ออกมาค่ะจึง
00:01:36 → 00:01:39เป็นไปไม่ได้ค่ะที่เราจะกำจัดเจ้าฟรี
00:01:39 → 00:01:43Radical ให้หมดสิ้นจากร่างกายของเราสิ่ง
00:01:43 → 00:01:46ที่เราจะช่วยร่างกายของเราได้คือการรับ
00:01:46 → 00:01:49ประทานอาหารที่อุดมไวด้วยแอนติออกซิแดนท์
00:01:49 → 00:01:53ค่ะแต่แอนติออกซิแดนท์บางตัวนะคะเมื่อเขา
00:01:54 → 00:01:57ทำหน้าที่ของเขาในการไป Balance เจ้าฟรี
00:01:57 → 00:02:00Radical เสร็จโดยการให้อิเล็กตรอนกับ
00:02:00 → 00:02:04เจ้าอนุมูลอิสระตัวร้ายของเราตัวของเขา
00:02:04 → 00:02:07เองกลับกลายเป็นอนุมูลอิสระเสียเองค่ะ
00:02:07 → 00:02:10เฮ้ยแบบนี้มันก็ไม่ดีสิหมอมันเกิดอะไร
00:02:10 → 00:02:14ขึ้นมันเกิดจากการทำงานของเขาค่ะเมื่อมี
00:02:14 → 00:02:17การให้อิเล็กตรอนกับตัวที่โหยหา
00:02:17 → 00:02:20อิเล็กตรอนไปกับตัวฟรีดิคอลแล้วตัวเขาเอง
00:02:21 → 00:02:24ไม่มีความเสถียรค่ะทำให้เขาไปโหยหา
00:02:24 → 00:02:27อิเล็กตรอนไปทำร้ายเซลล์อื่นๆของเราต่อ
00:02:27 → 00:02:31เพื่อแย่งชิงอิเล็กตรอนมาเจ้าตัวนี้เราจะ
00:02:31 → 00:02:34เรียกเขาว่าโปรออกซิแดนค่ะก็คือ
00:02:34 → 00:02:38แอนติออกซิแดนท์บางตัวค่ะที่ทำงานเสร็จ
00:02:38 → 00:02:42แล้วไม่มีความเสถียรและประพฤติตัวกลาย
00:02:42 → 00:02:45เป็นอนุมูลอิสระเสียเองเราจะเรียก
00:02:45 → 00:02:47แอนติออกซิแดนท์กลุ่มนี้ว่าเป็นโปร
00:02:47 → 00:02:50ออกซิแดนค่ะเหลือเชื่อเลยนะคะ
00:02:50 → 00:02:53แอนติออกซิแดนท์ตัวพวกนี้เนี่ยเรารู้จัก
00:02:53 → 00:02:57กันดีเลยค่ะเช่นวิตามินซีและวิตามิน a ใน
00:02:57 → 00:03:00ขนาดสูงๆนั่นเองดังนั้นนั้นแปลว่าเมื่อ
00:03:00 → 00:03:04เราได้รับวิตามินเหล่านี้ในปริมาณมากๆต่อ
00:03:04 → 00:03:07เนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนถึงขั้นอัด
00:03:07 → 00:03:10เข้าเส้นเลือดอาจจะทำร้ายร่างกายของเรา
00:03:11 → 00:03:14ได้ค่ะแต่จะมีแอนตี้ออกซินอยู่ตัวนึงค่ะ
00:03:14 → 00:03:18เขาเป็นซุปเปอฮีโร่แอนติออกซิแดนท์เลยเขา
00:03:18 → 00:03:21สามารถช่วยไปฟื้นคืนชีพเจ้าวิตามินเหล่า
00:03:21 → 00:03:26นั้นได้นะตัวนี้เขาเรียกว่า ALA แอลฟ่า
00:03:26 → 00:03:30โปอิ Acid นั่นเองค่ะ ALA คืออะไรนะคะเ
00:03:30 → 00:03:32คือสารอาหารตัวนึงค่ะที่สามารถละลายได้
00:03:32 → 00:03:36ทั้งในน้ำและในไขมันซึ่งสามารถพบได้ตาม
00:03:36 → 00:03:40อาหารจากธรรมชาติเลยเช่นเจ้าผักโขมแต่ต่อ
00:03:40 → 00:03:42ให้เขามีตามธรรมชาติเนี่ยแต่ไม่เพียงพอ
00:03:43 → 00:03:46ต่อความต้องการของร่างกายค่ะมันไม่เพียง
00:03:46 → 00:03:49พอขนาดไหนลองนึกภาพนะคะเราจะต้องรับ
00:03:49 → 00:03:53ประทานผักมเกือบๆ 50 กกเพื่อให้ได้ปริมาณ
00:03:53 → 00:03:59ALA พอๆกับแคปซูล ALA 100 มกรค่ะใครไหว
00:03:59 → 00:04:01บ้างค่ะใไหวไปก่อนเลยแพทย์สาวไม่ไหวแล้ว 1
00:04:02 → 00:04:05ให้กินผักขม 50 กกไม่ไหวจริงๆค่ะกินผัก
00:04:05 → 00:04:08ไม่เก่งทีนี้เนี่ยไอ้เจ้า ALA มันจำเป็น
00:04:08 → 00:04:12อะไรกับร่างกายของเราขนาดนี้ ALA นะคะเขา
00:04:12 → 00:04:15จะช่วยในเรื่องของกระบวนการเผาผลาญพลัง
00:04:15 → 00:04:18งานค่ะก็คือเขาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการ
00:04:19 → 00:04:22ทำงานของเจ้าไมโตคอนเดรียนั่นเองแต่น่า
00:04:22 → 00:04:25เสียดายนะคะพอเราอายุมากขึ้นร่างกายของ
00:04:25 → 00:04:29เราจะสร้าง ALA ลดน้อยลงค่ะจึงไม่น่าแปลก
00:04:29 → 00:04:33ใจค่ะที่พอคนเราอายุมากขึ้นการเผาผลาญ
00:04:33 → 00:04:36พลังงานของเราแย่ลงจึงทำให้คนที่อายุเยอะ
00:04:37 → 00:04:39ๆเนี่ยอาจจะมีเรื่องของภาวะอ้วนตามมารู้
00:04:39 → 00:04:41สึกเหนื่อยรู้สึกอ่อนเพลียตามมาได้นั่น
00:04:42 → 00:04:45เองค่ะทีนี้เรามาดูหน้าที่ของเจ้า ALA
00:04:45 → 00:04:49แบบสรุปกันดีกว่าค่ะว่าเขามีหน้าที่สำคัญ
00:04:49 → 00:04:52ยังไงกับร่างกายของเราบ้างข้อแรกเลยค่ะ
00:04:52 → 00:04:56ที่เราคุยกันไป ALA เป็นซุปเปอร์ฮีโร่
00:04:56 → 00:04:59แอนติออกซิแดนท์
00:04:59 → 00:05:03เสามารถช่วยฟื้นคืนชีพแอนติออกซิแดนท์บาง
00:05:03 → 00:05:06กลุ่มนะคะที่เทำหน้าที่เสร็จแล้วแล้วเขา
00:05:06 → 00:05:09เสื่อมไปเขาจะช่วยไปรีไซเคิลกับ
00:05:09 → 00:05:12แอนติออกซ์เหล่านั้นค่ะไม่ว่าจะเป็นใน
00:05:12 → 00:05:17กลุ่มของวิตามินซีวิตามิน E โคเอนไซม์คทน
00:05:17 → 00:05:20รวมไปถึงช่วยเพิ่มปริมาณกลูต้าไทโอนใน
00:05:20 → 00:05:24ร่างกายของเราด้วยกลไกธรรมชาติอีกด้วยค่ะ
00:05:24 → 00:05:27เค้าเก่งมากเลยนะคะเป็น Universal
00:05:27 → 00:05:30antioxidant เป็นฮีโรแอนติออกซิแดนท์
00:05:30 → 00:05:36เลยข้อถัดไปข้อ 2 นะคะ ALA ยังช่วยในการ
00:05:36 → 00:05:39ควบคุมความหิวความอิ่มในคนที่กำลังลดน้ำ
00:05:39 → 00:05:44หนักด้วยค่ะโดยเขาจะช่วยปรับสมดุลของสมอง
00:05:44 → 00:05:47ในส่วนไฮโปทาลามัสที่ช่วยในการควบคุมความ
00:05:47 → 00:05:51หิวความอิ่มและเขายังไปช่วยปรับสมดุลของ
00:05:51 → 00:05:55ฮอร์โมนควบคุมความอิ่มที่เรียกว่าเลปติน
00:05:55 → 00:05:58ค่ะโดยแต่เดิมเนี่ยเลปตินจะสร้างมาจาก
00:05:58 → 00:05:59เซลล์ไขมันของเรา
00:06:00 → 00:06:02พอเราลดน้ำหนักไปได้สักพักเซลล์ไขมันเรา
00:06:02 → 00:06:06ลดน้อยลงค่ะซึ่งอาจจะทำให้ปริมาณเลปติน
00:06:06 → 00:06:10มันลดน้อยลงแต่ ALA จะไปช่วยในการ Balance
00:06:10 → 00:06:13เจ้าตัวเลปตินนี้เอาไว้ทำให้เรายังสามารถ
00:06:13 → 00:06:17ควบคุมความอิ่มได้ดีนั่นเองข้อที่ 3 นะคะ
00:06:17 → 00:06:22ALA เป็น kyat ตัวนึงค่ะ kator คือตัว
00:06:22 → 00:06:25ที่จะช่วยเราขับโลหะหนักที่สะสมมากเกินไป
00:06:26 → 00:06:29ในร่างกายของเราไม่ว่าจะเป็นแคดเมียมทอง
00:06:29 → 00:06:32แดงหรือเหล็กซึ่งสารเหล่านี้ถ้าสะสมใน
00:06:32 → 00:06:35ร่างกายเราในปริมาณเยอะๆต่อเนื่องกันเป็น
00:06:35 → 00:06:38เวลานานจะทำให้เรามีอาการเจ็บป่วยเรือรัง
00:06:38 → 00:06:43แก้ไม่หายได้ค่ะข้อถัดไปข้อ 4 ALA เนี่ย
00:06:43 → 00:06:46ช่วยลดอาการชาปลายมือปลายเท้าจากปลาย
00:06:46 → 00:06:48ประสาทเสื่อมในคนที่เป็นโรคเบาหวานได้
00:06:48 → 00:06:52ด้วยนะเขาช่วยไปเร่งการฟื้นฟูซ่อมแซมตัว
00:06:52 → 00:06:56เองของเซลล์ปลายประสาทแล้วเขายังช่วยให้
00:06:56 → 00:06:59การทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมน้ำตาลย
00:06:59 → 00:07:02อย่างอินซูลินทำงานได้ดีขึ้นด้วยค่ะดัง
00:07:02 → 00:07:05นั้น ALA จึงมีประโยชน์มากในคนไข้ที่เป็น
00:07:05 → 00:07:10โรคเบาหวานค่ะข้อถัดไปข้อ 5 นะคะ ALA
00:07:10 → 00:07:14ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระด้วยค่ะโดย
00:07:14 → 00:07:17เขาจะไปลดการเกิดคอลลาเจน C linking นะ
00:07:17 → 00:07:20คะหรือการเกิดพันธะที่เป็นเชือกเส้นเล็กๆ
00:07:20 → 00:07:23เชื่อมกันระหว่างเจ้าตัวคอลลาเจนค่ะซึ่ง
00:07:24 → 00:07:26สิ่งเหล่านี้เนี่ยจะทำให้เกิดการหดตัว
00:07:26 → 00:07:30เกิดริ้วรอยเกิดความหย่อนคล้อยตามมา ALA
00:07:30 → 00:07:34จึงช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะและข้อสุด
00:07:34 → 00:07:38ท้ายนะคะที่จะขาดไปเสียไม่ได้ ALA ช่วยใน
00:07:38 → 00:07:40เรื่องของการชะลอความเสื่อมของโรคสมอง
00:07:41 → 00:07:43เสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ค่ะเมื่อเรารับ
00:07:44 → 00:07:47ประทานร่วมกับอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3
00:07:47 → 00:07:52ค่ะและนี่นะคะก็เป็น 6 คุณปคชนของ ALA
00:07:52 → 00:07:57ค่ะโดยสรุปนะคะ ALA เหมาะกับใครบ้างนะคะ
00:07:57 → 00:07:59อย่างแรกเลยค่ะก็คือเหมาะกับคนที่มีมีการ
00:07:59 → 00:08:02อักเสบในร่างกายเยอะๆเพราะ AOA เป็น
00:08:02 → 00:08:06ซุปเปอร์ฮีโร่แอนตี้ออกซินนั่นเองค่ะโดย
00:08:06 → 00:08:09ใครบ้างนะคะที่มีการอักเสบในร่างกายเยอะๆ
00:08:09 → 00:08:13ก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีภาวะอ้วนมีน้ำหนัก
00:08:13 → 00:08:16เกินโดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวานค่ะนอกจากจะ
00:08:16 → 00:08:19มีการอักเสบของร่างกายแล้วคนที่เป็นเบา
00:08:19 → 00:08:22หวานเนี่ยจะมีการทำงานของอินซูลินที่ไม่
00:08:22 → 00:08:25ดีรวมไปถึงมีปัญหาเรื่องของชาปลายมือปลาย
00:08:25 → 00:08:29เท้าซึ่ง ALA สามารถช่วยลดปัญหาในส่วนนี้
00:08:29 → 00:08:33ได้ค่ะแต่สำหรับใครนะคะที่มีรูปร่างที่สม
00:08:33 → 00:08:36ส่วนไม่ได้อ้วนเกินไปไม่ได้น้ำหนักเกิน
00:08:36 → 00:08:39ALA ก็อาจจะยังไม่ได้ประโยชน์สักเท่า
00:08:39 → 00:08:42ไหร่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องทาน ALA เสริม
00:08:42 → 00:08:45แต่อาจจะเลือกการรับประทานอาหารที่อุดมไป
00:08:45 → 00:08:48ด้วย ALA ค่ะเช่นในผักโขมเสริมในมื้อ
00:08:48 → 00:08:51อาหารเป็นครั้งเป็นคราวได้นั่นเองทั้งนี้
00:08:51 → 00:08:54ทั้งนั้นนะคะสำหรับคนที่กำลังจะมองหา
00:08:54 → 00:08:57อาหารเสริมวิตามินเสริมอยากจะให้อยู่ภาย
00:08:57 → 00:09:00ใต้การดูแลของคุณหมอนะเพราะว่าในคนแต่ละ
00:09:00 → 00:09:03คนเนี่ยจะมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมีความ
00:09:03 → 00:09:07เครียดมีการชอบการไม่ชอบรับประทานอาหาร
00:09:07 → 00:09:10ที่แตกต่างกันดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ค่ะ
00:09:10 → 00:09:13ที่เราจะทานอาหารเสริมเหมือนๆกันแล้วมัน
00:09:13 → 00:09:17จะได้ผลเท่ากันในแต่ละคนนะคะนอกจากเรื่อง
00:09:17 → 00:09:20พฤติกรรมที่ไม่เหมือนกันแล้วเรื่องภายใน
00:09:20 → 00:09:22ร่างกายของเราอย่างเรื่องของพันธุกรรมก็
00:09:22 → 00:09:25แตกต่างกันด้วยค่ะจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่
00:09:25 → 00:09:29ในรีวิวถ้าแล้วบอกว่าดีแล้วมันจะดีดีกับ
00:09:29 → 00:09:32เราเหมือนที่รีวิวอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็
00:09:32 → 00:09:35ได้ค่ะอย่าลืมปรึกษาคุณหมอก่อนเริ่มทาน
00:09:35 → 00:09:38อาหารเสริมนะคะสำหรับเพื่อนๆคนไหนนะคะที่
00:09:38 → 00:09:41ชอบเนื้อหาสาระดีๆแบบนี้อย่าลืมกดไลค์กด
00:09:41 → 00:09:43แชร์กด Subscribe และอย่าลืมกดกระดิ่ง
00:09:43 → 00:09:45กรุ้งกริ๊งเอาไว้จะได้ไม่พลาดเรื่องราวดี
00:09:45 → 00:09:49ๆจากหมอนะคะ