00:00:00 → 00:00:02ก็
00:00:02 → 00:00:08[เพลง]
00:00:08 → 00:00:11สวัสดีครับเรารู้ว่าหัวใจของทฤษฎี
00:00:11 → 00:00:15วิวัฒนาการก็คือธรรมชาติจะคัดสรรสิ่งมี
00:00:15 → 00:00:18ชีวิตที่เหมาะสมให้ดำรงอยู่ต่อไปส่วนสิ่ง
00:00:18 → 00:00:20มีชุดไหนไม่เหมาะสมก็จะถูกคัดออกให้สูญ
00:00:20 → 00:00:24พันธุ์แล้วผมก็ได้รับคำถามมากมายว่าทำไม
00:00:24 → 00:00:27การรักร่วมเพศยังถึงมีอยู่พวกเขาไม่
00:00:27 → 00:00:30สามารถสืบพันธุ์ได้พวกเขาควรจะสูญพันธุ์
00:00:30 → 00:00:33ไปนานแล้วไม่ใช่หรือแล้วการรักร่วมเพศ
00:00:33 → 00:00:36เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้หรือเปล่าเรา
00:00:36 → 00:00:38สามารถเลือกได้ว่าจะชอบผู้ชายหรือชอบผู้
00:00:38 → 00:00:41หญิงได้หรือไม่สปอร์ตไว้ก่อนนะครับว่า
00:00:41 → 00:00:44เรื่องนี้มันอยู่ในยินเราไม่สามารถควบคุม
00:00:44 → 00:00:47มันได้และเราจะยอมรับร่วมเพศอาจจะเป็น
00:00:47 → 00:00:49คีย์สำคัญที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์แข็ง
00:00:49 → 00:00:52แกร่งไม่สูญพันธุ์ในอดีตก็เป็นได้ครับโดย
00:00:52 → 00:00:55มันเป็นยังไงนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ
00:00:55 → 00:00:58โดยเนื้อหากว่า 60 เป็นของคลิปนี้ผมก็ได้
00:00:58 → 00:01:00นำมาจากหนังสือที่ชื่อว่า 500 หน้าที่ของ
00:01:00 → 00:01:03ความรักที่เขียนโดยหมอเอวชัชพล
00:01:03 → 00:01:04เกียรติขจรธาดา
00:01:04 → 00:01:07ถ้าใครฟังแล้วชื่นชอบก็สามารถไปหาซื้อ
00:01:07 → 00:01:09อ่านได้แบบละเอียดที่ร้านหนังสือชั้นนำ
00:01:09 → 00:01:12ทั่วไปนะครับแล้วในคลิปนี้ก็จะเนื้อหาไป
00:01:12 → 00:01:15ที่เกย์หรือกะเทยหรือว่าชายรักชายนะครับ
00:01:15 → 00:01:18เพราะว่างานวิจัยของพวกเขามีค่อนข้างเยอะ
00:01:18 → 00:01:21หาอ่านค่อนข้างง่ายและด้วยความที่มันมี
00:01:21 → 00:01:23เยอะมากเนื้อหาแต่ละอย่างก็ค่อนข้างน่าสน
00:01:23 → 00:01:26ใจจนผมไม่ค่อยอยากตัดเนื้อหาอะไรออกไปเลย
00:01:26 → 00:01:29ดังนั้นคลิปจะค่อนข้างยาวหน่อยแล้วผมอาจ
00:01:29 → 00:01:32จะแบ่งออกเป็น 2 ตอนหรือ 3 ตอนนะครับแต่
00:01:32 → 00:01:35ขอชี้แจงนะครับว่างานวิจัยเหล่านี้ก็คือ
00:01:35 → 00:01:38แนวโน้มว่าเกย์และกะเทยส่วนใหญ่มักจะเป็น
00:01:38 → 00:01:41แบบไหนแต่มันไม่ใช่กฎตายตัวที่เกย์และ
00:01:41 → 00:01:43กะเทยทั้งโลกจะต้องเป็นแบบนี้มันไม่ใช่
00:01:43 → 00:01:46แบบนั้นนะครับร่างกายของรุจมันซับซ้อนมาก
00:01:46 → 00:01:49นะครับมีปัจจัยหลายอย่างที่จะสร้างให้เรา
00:01:49 → 00:01:52กลายเป็นคนยังไงและมีอีกหลายอย่างที่เรา
00:01:52 → 00:01:53ยังไม่รู้
00:01:53 → 00:01:56สิ่งที่ผมเล่าในคลิปนี้ก็จะเป็นเพียงแค่
00:01:56 → 00:01:58ข้อมูลที่เรารู้ในปัจจุบันเท่านั้นนะครับ
00:01:58 → 00:02:01แนะนาคดนักวิทยาศาสตร์ถ้าพบอะไรใหม่ๆมี
00:02:01 → 00:02:04งานวิจัยใหม่ๆที่ขัดแย้งจากสิ่งที่ผมเรา
00:02:04 → 00:02:13ก็ได้นะครับอ่ะ
00:02:13 → 00:02:17แต่ผมคิดว่าเราสามารถพูดได้ว่าสังคม
00:02:17 → 00:02:20มนุษย์กำลังเดินไปในทิศทางที่ยอมรับความ
00:02:20 → 00:02:22หลากหลายทางเพศได้มากขึ้นและคำว่าหลาก
00:02:22 → 00:02:25หลายทางเพศเนี่ยมันก็หลากหลายมากจริงนะ
00:02:25 → 00:02:28ครับไม่ได้มีแค่เกย์กะเทยทอมเลสเบี้ยน
00:02:28 → 00:02:31เท่านั้นจะมันเป็นสเปคตามที่ใหญ่มากอย่าง
00:02:31 → 00:02:34เช่นเกย์ก็คือผู้ชายที่รู้สึกว่าตัวเอง
00:02:34 → 00:02:38เป็นผู้ชายและชอบผู้ชายด้วยกันส่วนกระเทย
00:02:38 → 00:02:41ก็คือผู้หญิงที่ถูกกับครั้งในร่างของผู้
00:02:41 → 00:02:44ชายและชอบผู้ชายเหมือนกันในทางตรงข้ามเลส
00:02:44 → 00:02:47เบี้ยนก็คือผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเอง
00:02:47 → 00:02:50เป็นผู้หญิงอยู่แต่ชอบผู้หญิงด้วยกันส่วน
00:02:50 → 00:02:53ทอนก็คือผู้ชายที่ถูกกักขังในร่างของผู้
00:02:53 → 00:02:56หญิงและชอบผู้หญิงเหมือนกันแต่มันก็ยังมี
00:02:56 → 00:03:00กระเทยที่ชอบผู้หญิงพวกเขาก็คือผู้หญิง
00:03:00 → 00:03:03ที่ถูกกักขังอยู่ในร่างของผู้ชายรักสวย
00:03:03 → 00:03:07รักงามอยากแต่งหญิงแต่ว่ามีรถยนต์ทางเพศ
00:03:07 → 00:03:10ชอบผู้หญิงไม่ต่างจากผู้ชายหรือในทางกลับ
00:03:10 → 00:03:13กันก็มีทอมที่ชอบผู้ชายเหมือนกันนะครับ
00:03:13 → 00:03:16อยู่ข้างสับสนเลยทีเดียวใช่ไหมครับโอเค
00:03:16 → 00:03:19บางคนอาจจะบอกว่าที่จริงแล้วคำว่าเกย์ใช้
00:03:19 → 00:03:22ได้ทั้งชายรักชายและหญิงรักหญิงซึ่งมันก็
00:03:22 → 00:03:25ถูกตามนะครับแต่ว่าในคลิปนี้ผมขอใช้เกแทน
00:03:25 → 00:03:29คำว่าชายรักชายส่วน Lesbian แทนหญิงรัก
00:03:29 → 00:03:32จริงก็แล้วกันนะครับลองยกตัวอย่างง่ายๆนะ
00:03:32 → 00:03:34ครับพร้อมกัน Lesbian เป็นแฟนกันก็โอเค
00:03:34 → 00:03:38ปกติดีทองชอบผู้หญิงเลสเบี้ยนก็ชอบผู้
00:03:38 → 00:03:40หญิงเหมือนกันถึงแม้จะเป็นทอมดี้เลสเบี้ย
00:03:40 → 00:03:43นก็ยังคงโอเคอยู่ดีแต่ต่อมาพร้อมมั่นใจ
00:03:43 → 00:03:46แน่แล้วว่าตัวเองเป็นผู้ชายก็เลยไปผ่าตัด
00:03:46 → 00:03:50แปลงเพศให้กลายเป็นเพศชายตัดหน้าอกเสริม
00:03:50 → 00:03:53อวัยวะเพศกินฮอร์โมนเพศชายไว้หนวดไว้เครา
00:03:53 → 00:03:57ซึ่งหลังผ่าตัดคู่รักคู่นี้ก็ยังรักกันดี
00:03:57 → 00:04:00อยู่เราจะเรียกเลสเบี้ยนคนนี้ว่าหญิงรัก
00:04:00 → 00:04:02หญิงได้หรือไม่เพราะร่างกายภายนอกของคู่
00:04:02 → 00:04:05รักไม่มีความเป็นหญิงเห็นต่อไปแล้วหรือ
00:04:05 → 00:04:08ผู้หญิงบางคนเวลาอยู่โรงเรียนหญิงล้วนก็
00:04:08 → 00:04:11มีแฟนเป็นผู้หญิงแต่พอเรียนจบออกมาก็มี
00:04:11 → 00:04:14แฟนเป็นผู้ชายและไม่เคยกลับไปมีแฟนเป็น
00:04:14 → 00:04:17ผู้หญิงอีกเลยหรือผู้ชายบางคนเหมือนจะ
00:04:17 → 00:04:19เป็นเสือใบสามารถมีเพศสัมพันธ์เพื่อความ
00:04:19 → 00:04:21สนุกได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิงทั้งสอง
00:04:21 → 00:04:24เพศกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของเขาได้ทั้งคู่
00:04:24 → 00:04:26แต่ถ้าจะมีคู่รักเขาเลือกจะรักกับผู้หญิง
00:04:26 → 00:04:30เท่านั้นไม่เลือกรักกับผู้ชายจะเห็นว่า
00:04:30 → 00:04:32รสนิยมทางเพศไม่มีสเปคทั้งที่หลากหลายมาก
00:04:32 → 00:04:36ๆเลยนะครับเราไม่สามารถฟันคงไม่ว่าเพศตรง
00:04:36 → 00:04:39กลางมีกี่ประเภทอะไรบ้างจริงไหมครับแล้ว
00:04:39 → 00:04:42บทความทางวิสาดส่วนใหญ่ก็จะแบ่งเพศนี้ตัว
00:04:42 → 00:04:46คน 1 คนเป็น 3 ประเภทดังนี้นะครับหนึ่งก็
00:04:46 → 00:04:50คือไบโอโลจีสต์ x2 ก็คือเจนเดอร์ Identity
00:04:50 → 00:04:54และสามก็คือเช็คชั่วปอร์เรชั่นโดยไบโอโล
00:04:54 → 00:04:57ยีเซ็กส์ก็คือเพศที่ถูกกำหนดโดยชีววิทยา
00:04:57 → 00:05:01หรือโครโมโซมของเรา x y คือผู้ชายและ xx
00:05:01 → 00:05:03คือผู้หญิงส่วน gender Identity ก็คือ
00:05:03 → 00:05:06ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพศอะไรและเช็ค
00:05:06 → 00:05:09ชั่วเรชั่นก็คือความรู้สึกสนใจในเพศไหน
00:05:09 → 00:05:13ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องสอด
00:05:13 → 00:05:14คล้องกันนะครับแต่
00:05:14 → 00:05:17จริงๆแล้วเราสามารถพบพฤติกรรมการมี
00:05:17 → 00:05:19เพศสัมพันธ์ในเพศเดียวกันได้ในสิ่งมี
00:05:19 → 00:05:22ชีวิตแค่ทุกสปีชีร์ถ้าเรามีเวลาศึกษามัน
00:05:22 → 00:05:25มากพอนะครับหนึ่งในงานที่จะเรื่องนี้ที่
00:05:25 → 00:05:28น่าสนใจก็คืองานวิจัยของดรแอร์นี่
00:05:28 → 00:05:32เพอร์กิ้น Doctor เธอกินได้พบพฤติกรรมการ
00:05:32 → 00:05:35รักร่วมเพศในแก่โดยที่แกะตัวผู้บางตัวจะ
00:05:35 → 00:05:37เลือกมีเพศสัมพันธ์เฉพาะกับแกะตัวผู้
00:05:37 → 00:05:39เหมือนกันเท่านั้นและด็อกเตอร์เผลอกินก็
00:05:39 → 00:05:42ยังพบว่าสาเหตุของเรื่องนี้มันเกิดตั้ง
00:05:42 → 00:05:44แต่ตอนที่แก่ตัวนั้นยังเป็นตัวอ่อนอยู่ใน
00:05:44 → 00:05:47ครรภ์ระหว่างที่สมองของตัวอ่อนกำลังพัฒนา
00:05:47 → 00:05:49อยู่นั้นจะมีสมองส่วนหนึ่งที่เรียกว่า
00:05:49 → 00:05:53ระบบลิมบิกหรือลิมบิก System ซึ่งประกอบ
00:05:53 → 00:05:57ไปด้วยให้โปธารามัดอันดาลาและคิดโปรแกรม
00:05:57 → 00:05:59ปัสแต่เราไม่ต้องสนใจชื่อพวกนี้ก็ได้นะ
00:05:59 → 00:06:03ครับแค่รู้ว่าระบบนี้มันทำหน้าที่ควบคุม
00:06:03 → 00:06:05เรื่องอารมณ์และแน่นอนว่าเช็คช่วง
00:06:05 → 00:06:08Operation ความรู้สึกสนใจเพศไหนเขตไหนมี
00:06:08 → 00:06:11เสน่ห์ดึงดูดเราได้ก็อยู่ในสมองส่วนนี้
00:06:11 → 00:06:14เช่นกันซึ่งสมองแก่ตัวผู้และมีตัวเมียจะ
00:06:14 → 00:06:17มีโครงสร้างที่ต่างกันทำงานไม่เหมือนกัน
00:06:17 → 00:06:21โดยปกติแล้วสมองของแก่ตัวผู้จะสนใจเฉพาะ
00:06:21 → 00:06:24แก่ตัวเมียและสมองแก่ตัวเมียจะสนใจเฉพาะ
00:06:24 → 00:06:28แก่ตัวผู้แชร์ดร per ยิ่งพบว่าสมองแก่ตัว
00:06:28 → 00:06:30ผู้ที่รักร่วมเพศนั้นถูกพัฒนาตั้งแต่ใน
00:06:30 → 00:06:33ครรภ์ให้มีโครงสร้างสมองคล้ายแบบตัวเมีย
00:06:33 → 00:06:36ดังนั้นมันจึงมีความสนใจในเพศผู้ด้วยกัน
00:06:36 → 00:06:39ซึ่งเหตุการณ์เดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นใน
00:06:39 → 00:06:42สมองมนุษย์นะครับมนุษย์ก็มีสมองตัวหลีก
00:06:42 → 00:06:45System เช่นเดียวกับแก่จริงๆแล้วสมอง
00:06:45 → 00:06:48ส่วนนี้เป็นสมองที่พัฒนามาเมื่อราว 150
00:06:48 → 00:06:50ล้านปีที่แล้วเป็นสมองของสายพันธุ์สัตว์
00:06:50 → 00:06:52เลี้ยงลูกด้วยนมที่บ้านคะโปรดสัตว์เลี้ยง
00:06:52 → 00:06:55ลูกด้วยนมยุคแรกๆได้วิวัฒนาการขึ้นมาแล้ว
00:06:55 → 00:06:59ส่งต่อมาถึงเรามีงานวิจัยมากมายที่สแกน
00:06:59 → 00:07:02สมองของเราชายรักชายเพื่อหาคำตอบว่ามันทำ
00:07:02 → 00:07:04งานยังไงอย่างเช่นที่ที่ Human Security
00:07:04 → 00:07:07แลปที่ชิคาโก North Western University
00:07:07 → 00:07:11พวกเขาพบว่าสมองเล่นบิ๊ก System ของเกย์
00:07:11 → 00:07:14จะมีโครงสร้างและการทำงานเหมือนสระมีผู้
00:07:14 → 00:07:16หญิงมากกว่าผู้ชายโดยผู้ชายที่มีสมองแบบ
00:07:16 → 00:07:19นี้จะถูกกระตุ้นให้มีอารมณ์ทางเพศหรือลง
00:07:19 → 00:07:22เสน่ห์กับผู้ชายด้วยกันไม่ใช่กับผู้หญิง
00:07:22 → 00:07:25โดยเราเรียกระบบที่ทำงานตรงนี้ว่าเช็ค
00:07:25 → 00:07:27ช่วยแอทแทรคชั่น circuit จากหลายๆงาน
00:07:28 → 00:07:31วิจัยเราคงพูดภาพรวมในว่าสมองของเกย์และ
00:07:31 → 00:07:33กะเทยจะมีแนวโน้มคล้ายกับของผู้หญิงมาก
00:07:33 → 00:07:37กว่าของผู้ชายส่วนสมองของทอมเลสเบี้ยนจะ
00:07:37 → 00:07:39คล้ายกับสมองของผู้ชายมากกว่าของผู้หญิง
00:07:39 → 00:07:42เช่นสมองของผู้ชายจะมีแนวโน้มสมมาตรน้อย
00:07:42 → 00:07:45กว่าสมองของผู้หญิงโดยสมองที่ขวาของผู้
00:07:45 → 00:07:48ชายจะใหญ่กว่าสมองซึ่งตายเล็กน้อยซึ่ง
00:07:48 → 00:07:50สมองทอมเลสเบี้ยนก็จะมีแพทเทิร์นแบบนี้
00:07:50 → 00:07:53ด้วยส่วนสมองของผู้หญิงมักจะมีความสามารถ
00:07:53 → 00:07:57กันสมองทั้งสองข้างจะมีขนาดเท่ากันซึ่ง
00:07:57 → 00:08:00สมองของเกย์และกะเทยมักจะเป็นแบบนี้ด้วย
00:08:00 → 00:08:02เช่นกันหรือเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่
00:08:02 → 00:08:05อันตรายหรือน่ากลัวสมองของผู้หญิงส่วนที่
00:08:05 → 00:08:07ทำงานด้านความกลัวหรือความกังวลจะทำงาน
00:08:07 → 00:08:10โดดเด่นกว่าสมองส่วนอื่นๆซึ่งเกย์กับ
00:08:10 → 00:08:13กระเทยก็เป็นแบบนั้นในขณะที่สมองของผู้
00:08:13 → 00:08:16ชายมีส่วนที่ทำงานด้านความดุร้ายจะทำงาน
00:08:16 → 00:08:19โดดเด่นกว่าซึ่งสมองทอมเลสเบี้ยนก็มีแนว
00:08:19 → 00:08:22โน้มจะเป็นแบบนี้ด้วยเช่นกันส่วนนี้ก็คือ
00:08:22 → 00:08:24รายละเอียดเปรียบเทียบสมองของผู้ชายและ
00:08:24 → 00:08:27ผู้หญิงกับกระเทยเกย์ทอมเลสเบี้ยนที่ผมนำ
00:08:27 → 00:08:29มาจากบทความวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมอง
00:08:29 → 00:08:31เพื่อใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ
00:08:31 → 00:08:35นอกจากการตรวจสอบสมองแล้วยังมีการทดสอบ
00:08:35 → 00:08:37เพื่อยืนยันพฤติกรรมการรักร่วมเพศด้วย
00:08:37 → 00:08:40เช่นที่อยู่แม่ Security แลปที่ชิคาโกน
00:08:40 → 00:08:43North Western University จะมีการตรวจ
00:08:43 → 00:08:45สอบการไหลเวียนของเลือดบริเวณอวัยวะเพศ
00:08:45 → 00:08:48ชายเมื่อผู้ถูกตรวจสอบดูภาพผู้หญิง
00:08:48 → 00:08:51เซ็กซี่จากผู้ชายเซ็กซี่สำหรับเกย์และ
00:08:51 → 00:08:54กะเทยการไหลเวียนของเลือดจะเป็นปกติเมื่อ
00:08:54 → 00:08:56เห็นภาพผู้หญิงเซ็กซี่ได้การไหลเวียนของ
00:08:56 → 00:08:59เลือดจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเห็น
00:08:59 → 00:09:01ภาพผู้ชายเซ็กซี่เรื่องพวกนี้เป็น
00:09:01 → 00:09:04สัญชาตญานอัตโนมัติควบคุมไม่ได้
00:09:04 → 00:09:07แล้วการที่สมองของเราจะถูกสร้างมาเป็นแบบ
00:09:07 → 00:09:10ไหนมันขึ้นอยู่กับตอนที่เราอยู่ในครรภ์
00:09:10 → 00:09:13สมองของเราแช่อยู่ในน้ำข้ามแบบไหนคือโดย
00:09:13 → 00:09:16ไม่เอาแล้วสมองของพวกเราจะถูกพัฒนาเพื่อ
00:09:16 → 00:09:19เป็นสมองของเพศหญิงแต่ถ้าตัวอ่อนที่เติบ
00:09:19 → 00:09:22โตอยู่มีโครโมโซมเพศเป็น XY ร่างกายของ
00:09:22 → 00:09:24แม่ก็จะสร้างฮอร์โมนเพศชายในน้ำคร่ำเพิ่ม
00:09:24 → 00:09:27ขึ้นมาแต่โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าเด็กเป็นเพศ
00:09:27 → 00:09:30ชายฮอร์โมนเพศชายน้ำข้ามก็จะมีความเข้ม
00:09:30 → 00:09:33ข้นสูงสมองที่พัฒนาในน้ำข้ามแบบนี้ก็จะ
00:09:33 → 00:09:36เป็นสมองเพศชายแต่ถ้าเด็กเป็นเพศหญิงใน
00:09:36 → 00:09:38น้ำข้ามก็จะมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายต่ำ
00:09:38 → 00:09:42สมองที่ถูกพัฒนามาก็จะเป็นสมองเพศหญิงแต่
00:09:42 → 00:09:45ในบางครั้งพ่อโมนเพศในน้ำค่ำก็ไม่สอด
00:09:45 → 00:09:48คล้องกับเพศทางชีววิทยาของเด็กมาเลยทำให้
00:09:48 → 00:09:51เกิดเพศทางเลือกขึ้นมาแล้วความเข้มข้นของ
00:09:51 → 00:09:53ฮอร์โมนเพศชายก็มีสเปกตรัมที่หลากหลาย
00:09:53 → 00:09:56ความเป็นเพศก็มีหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน
00:09:56 → 00:10:00สมมุติว่าในช่วงพัฒนาสมองของเด็กชายในการ
00:10:00 → 00:10:03ขาดฮอร์โมนเพศชายไม่มากเท่าไหร่เขาก็อาจ
00:10:03 → 00:10:06จะเป็นผู้ชายสำอางมีนิสัยรักสวยรักงานนิด
00:10:06 → 00:10:08หน่อยแต่ยังคงชอบผู้หญิงอยู่หรือถ้าขาด
00:10:08 → 00:10:11ฮอร์โมนเพศชายมากขึ้นอีกหน่อยเขาก็จะชอบ
00:10:11 → 00:10:14ผู้ชายด้วยกันก็ยังรู้สึกว่าว่าตัวเอง
00:10:14 → 00:10:17เป็นผู้ชายอยู่ไม่ได้สนใจการแปลงเพศใดๆ
00:10:17 → 00:10:20แต่ถ้าขาดฮอร์โมนเพศชายมากๆเขาอาจจะรู้
00:10:20 → 00:10:23สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ถูกกับข้างใน
00:10:23 → 00:10:26ร่างของผู้ชายบางคนอาจจะอยากแต่งหญิงหรือ
00:10:26 → 00:10:29ถึงขั้นอยากแปลงเพศเลยก็ได้ถ้าเป็นผู้
00:10:29 → 00:10:32หญิงก็จะเป็นทิศทางธนาคารนะครับและจริงๆ
00:10:32 → 00:10:34แล้วความหลากหลายทางเพศมันยังมีมากกว่า
00:10:34 → 00:10:36นี้อีกแต่ผมไม่อยากจะยกตัวอย่างเยอะ
00:10:36 → 00:10:39เดี๋ยวคลิปจะยาวเกินไปนะครับสำหรับเรื่อง
00:10:39 → 00:10:41ฮอร์โมนนำค่ำมันก็มีเรื่องหน้าก่อนจะอยู่
00:10:41 → 00:10:44เรื่องนึงนะครับนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า
00:10:44 → 00:10:47จอห์นแมนนิ่งจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลได้
00:10:47 → 00:10:50พบว่าเราสามารถรู้ความเข้มข้นของฮอร์โมน
00:10:50 → 00:10:53ตอนที่เราเติบโตในครรภ์ของแม่ได้จากนิ้ว
00:10:53 → 00:10:56มือของเราเองครับได้ย้ำอีกครั้งนะครับว่า
00:10:56 → 00:10:58เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ค่าประมาณแนวโน้ม
00:10:58 → 00:11:01ส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้ไม่ได้แปลว่ามันถูก
00:11:01 → 00:11:03ต้องเป๊ะไม่ได้เป็นกฎที่ใช้ได้กับทุกคนนะ
00:11:03 → 00:11:06ครับแมนนิ่งได้วัดความยาวของมือคนเป็น
00:11:06 → 00:11:10จำนวนหมื่นคนและพบว่าคนที่พัฒนาในน้ำค่ำ
00:11:10 → 00:11:13ที่มีฮอร์โมนเพศชายสูงจะทำให้นิ้วนางยาว
00:11:13 → 00:11:16กว่านิ้วไปชนคนที่พัฒนาในน้ำคร่ำที่มี
00:11:16 → 00:11:19ฮอร์โมนเพศหญิงสูงนิ้วชี้มักจะยาวกว่า
00:11:19 → 00:11:22นิ้วนางที่จริงแล้วเขาว่าอัตราส่วนนี้โดย
00:11:22 → 00:11:24ละเอียดในนะครับเขาเอาความยาวของนิ้วชี้
00:11:24 → 00:11:27ไปหารกับความยาวของนิ้วนางแล้วเรียกอัตรา
00:11:27 → 00:11:30ส่วนหนี้ว่า 2d ต่อ for ดีโดยดีมาจากคำ
00:11:30 → 00:11:33ว่าดีจิตที่แปลว่านิ้วมือส่วนทรูหมายถึง
00:11:33 → 00:11:36นิ้วชี้และโฟหมายถึงนิ้วนางแล้วนัก
00:11:36 → 00:11:38วิทยาศาสตร์ก็พบว่าสัดส่วนนี้มีความ
00:11:38 → 00:11:41สัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศอยู่พอสมควรเช่นผู้
00:11:41 → 00:11:44ชายที่นิ้วนางยาวมากๆนอกจะเป็นคนที่มี
00:11:44 → 00:11:47ความก้าวร้าวกล้าได้กล้าเสียมีความเป็น
00:11:47 → 00:11:49ผู้นำเก่งด้านวิเคราะห์แต่ไม่เก่งศิลปะ
00:11:49 → 00:11:52และแอบเจ้าชู้อยู่ในๆแต่ถ้าผู้ชายที่มี
00:11:52 → 00:11:56นิ้วนางสั้นก็จะมีนิสัยไปทางตรงข้ามจะ
00:11:56 → 00:11:59เรียบร้อยกว่าใจเย็นกว่าเก่งศิลปะมากกว่า
00:11:59 → 00:12:02อะไรแบบนั้นแหละครับส่วนผู้หญิงที่นิ้ว
00:12:02 → 00:12:05นางยาวก็จะเป็นผู้หญิงที่ 5 มันๆความผู้
00:12:05 → 00:12:08หญิงปกติอยู่สักหน่อยนึงแต่เราก็พบว่างาน
00:12:08 → 00:12:11วิจัยนี้สามารถบอกแนวโน้มของนิสัยที่
00:12:11 → 00:12:13เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศเท่านั้นแต่ถ้าจะให้
00:12:13 → 00:12:16ไปมีรสนิยมทางเพศนั้นมันก็ไม่ค่อยตรงสัก
00:12:16 → 00:12:18เท่าไหร่นะครับอย่างเช่นเกย์บางคนก็มี
00:12:18 → 00:12:21นิสัยดุร้ายก้าวร้าวแถมยังกล้าได้กล้า
00:12:21 → 00:12:24เสียมีนิ้วนางที่ยาวกับนิชิเพียงแต่ว่า
00:12:24 → 00:12:27เขาชอบผู้ชายด้วยกันเท่านั้นเองครับเอา
00:12:27 → 00:12:29เป็นว่าเรื่องอยู่นานกันนิชินี้มันเป็น
00:12:29 → 00:12:32เพียงสถิติจากงานวิจัยที่บอกแนวโน้มของ
00:12:32 → 00:12:35นิสัยที่เรารู้ว่าสนุกๆนะครับแต่ให้ไปชี้
00:12:35 → 00:12:37หน้าบอกว่าใครเป็นเกย์ไม่เป็นเกย์ก็คงไม่
00:12:37 → 00:12:41ถูกต้องนะครับโอเคพอถึงตรงนี้เราก็คงพอ
00:12:41 → 00:12:43เข้าใจนะครับว่าสมองที่เบี่ยงเบนทางเพศ
00:12:43 → 00:12:46นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ในครรภ์ของมารดาคำถาม
00:12:46 → 00:12:50คือทำไมแม่ถึงผลิตฮอร์โมนที่ขัดแย้งกับ
00:12:50 → 00:12:52โครโมโซมของลูกได้ถ้าลูกเกิดมาเป็นเกย์
00:12:52 → 00:12:56เป็นกระเทยเป็นทอมหรือ Lesbian มันก็จะ
00:12:56 → 00:12:58ส่งผลให้พวกเขามีโอกาสต่ำมากที่จะมีลูก
00:12:58 → 00:13:01ซึ่งถ้าว่ากันตามทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์
00:13:01 → 00:13:04วินแล้วเรื่องนี้เป็นข้อเสียร้ายแรงในที
00:13:04 → 00:13:06เดียวพวกเขาไม่สามารถมีลูกได้ก็แปลว่า
00:13:06 → 00:13:11เพิ่มโอกาสการสูญพันธุ์ว่าแล้วทำไมแม่ที่
00:13:11 → 00:13:13ผลิตฮอร์โมนเพศไม่ตรงกับโครโมโซมของลูก
00:13:13 → 00:13:16ยังมีอยู่ในปัจจุบันพฤติกรรมนี้ควรจะสูญ
00:13:16 → 00:13:19พันธุ์ไปนานแล้วไม่ใช่เหรอก่อนจะไปตอบคำ
00:13:19 → 00:13:22ถามว่าทำไมมนุษย์ถึงวิวัฒนาการแบบนี้เรา
00:13:22 → 00:13:26ก็ต้องไปดูว่าอะไรส่งผลให้แม่ผลิตฮอร์โมน
00:13:26 → 00:13:29ไม่ตรงกับโครโมโซมของลูกจากการศึกษาของ
00:13:29 → 00:13:32นักวิทยาศาสตร์พวกเขาพบว่าการที่แม่ตั้ง
00:13:32 → 00:13:35ครรภ์ลูกชายแต่ละครั้งร่างกายของแม่จะ
00:13:35 → 00:13:37สร้างแอนติบอดี้ที่ขัดขวางการเกิดฮอร์โมน
00:13:37 → 00:13:41เพศชายได้มากขึ้นแปลว่ายิ่งแม่มีลูกชาย
00:13:41 → 00:13:43มากเท่าไหร่ร่างกายของแม่ก็จะสร้าง
00:13:43 → 00:13:45ฮอร์โมนเพศชายได้น้อยลงสำหรับการตั้ง
00:13:45 → 00:13:49ครรภ์เพศชายคนถัดไปโดยนักวิจัยพบว่าทุก
00:13:49 → 00:13:52ครั้งที่แม่มีลูกชายลูกชายคนต่อไปก็จะมี
00:13:52 → 00:13:56โอกาสเป็นเกย์เพิ่มมากขึ้น 33% ฟังดูแล้ว
00:13:56 → 00:13:59เจ้าเลข 33 เปอร์เซ็นต์เนี่ยดูเหมือนเดิม
00:13:59 → 00:14:01นะครับเป็นจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เยอะอะไร
00:14:01 → 00:14:04ขนาดนั้นสมุดว่าลูกชายคนแรกมีโอกาสเป็นแก
00:14:04 → 00:14:08อยู่ 2% น่าจะทำให้ลูกชายคนที่ 2 มีโอกาส
00:14:08 → 00:14:11เป็นเกย์เพิ่มจะเป็น 2.6 6% มันก็ดูไม่
00:14:11 → 00:14:14ค่อยเยอะสักเท่าไหร่นะครับแล้วปรากฎการณ์
00:14:14 → 00:14:16นี้เราเรียกมันว่าเพราะเธอเน่าเบิร์ด
00:14:16 → 00:14:19Order เอฟเฟคและจากการสำรวจวัฒนธรรมของ
00:14:19 → 00:14:23ชนเผ่าโบราณนักวิทยาศาสตร์พบว่าสังคมสมัย
00:14:23 → 00:14:26ก่อนถ้าครอบครัวไหนมีเจเกิดขึ้นครอบครัว
00:14:26 → 00:14:29นั้นก็จะมีความมั่นคงและอยู่รอดได้ดีกว่า
00:14:29 → 00:14:32ในสมัยก่อนมนุษย์ยังไม่รู้จักการคุม
00:14:32 → 00:14:35กำเนิดถ้าหากครอบครัวไหนมีลูกชายเยอะพวก
00:14:35 → 00:14:37เขาก็จะเน้นล่าสัตว์หาอาหารหาสาวมาแต่ง
00:14:37 → 00:14:40งานเข้าบ้านลูกหลานก็จะมีมากมายซึ่งใช้
00:14:40 → 00:14:43ทรัพยากรเป็นจำนวนมากคือเราต้องเข้าใจ
00:14:43 → 00:14:46ก่อนนะครับว่าชีวิตในอดีตสมัยที่มนุษย์
00:14:46 → 00:14:48ยังใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งหญ้าแอฟริกาผู้หญิง
00:14:48 → 00:14:51ต้องพึ่งพาผู้ชายในการดำรงชีวิตเป็นหลัก
00:14:51 → 00:14:53ถ้าไม่มีผู้ชายดูแลผู้หญิงก็แทบไม่มี
00:14:53 → 00:14:56โอกาสรอดชีวิตเลยผู้ชายจึงต้องเป็นเสา
00:14:56 → 00:14:59หลักในการดูแลพระยาและลูกซึ่งต้องใช้พละ
00:14:59 → 00:15:02กำลังและทรัพยากรเป็นจำนวนมากและในอดีต
00:15:02 → 00:15:05มนุษย์ยังอยู่เป็นชนเผ่าเล็กๆตัวเลือกผู้
00:15:05 → 00:15:08หญิงก็จะน้อยการมีพี่น้องผู้ชายมากกว่า
00:15:08 → 00:15:11เกิดการแย่งชิงผู้ติดต่อสู้หรือฆ่ากันเอง
00:15:11 → 00:15:13ระหว่างพี่น้องซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องดีสัก
00:15:13 → 00:15:16เท่าไหร่นะดังนั้นเมื่อแม่มีลูกชายเยอะๆ
00:15:16 → 00:15:20ธรรมชาติก็บอกว่าพอแล้วและกลไกในร่างกาย
00:15:20 → 00:15:22ของแม่ก็จะสร้างลูกชายคนต่อไปให้มีโอกาส
00:15:22 → 00:15:25เป็นเกย์ที่สูงขึ้นและจากการตำรวจเชิง
00:15:25 → 00:15:28สนิทอิคนนะเวชศาสตร์พวกเขาพบว่าเจส่วน
00:15:28 → 00:15:31ใหญ่จะเกิดมาพร้อมกับนิสัยที่พิเศษเฉพาะ
00:15:31 → 00:15:35ตัวมันก็คือความเป็นมิตรเข้ากับคนง่ายชอบ
00:15:35 → 00:15:37ช่วยเหลือคนอื่นและยังมี EQ ที่สูงกว่า
00:15:37 → 00:15:40บุคคลทั่วไปโดยเฉลี่ยนะครับ
00:15:40 → 00:15:43ดังนั้นน้องชายที่เป็นเกย์ก็มักจะเป็นตัว
00:15:43 → 00:15:46แปรสำคัญในการรวมครอบครัวให้มีความ
00:15:46 → 00:15:49สามัคคีกันพี่น้องเคารพซึ่งกันและกันมี
00:15:49 → 00:15:52ความสุขที่สำคัญน้องชายคนนั้นไม่ไปแย่ง
00:15:52 → 00:15:55ผู้หญิงของพี่ด้วยและนอกจากนี้ทรัพยากร
00:15:55 → 00:15:58ที่น้องชายคนหามาได้ก็จะถูกใช้ไปกับการดู
00:15:58 → 00:16:01แลครอบครัวดูแลพี่น้องหรือใช้เลี้ยงหลานๆ
00:16:01 → 00:16:04เพราะว่าน้องชายคนนั้นเขาจะไม่มีลูกเป็น
00:16:04 → 00:16:07ของตัวเองและน่าจะทำให้ครอบครัวนี้มีความ
00:16:07 → 00:16:09แข็งแกร่งมีโอกาสสืบพันธุ์ได้มามี
00:16:09 → 00:16:12ครอบครัวอื่นแม่ที่สร้างแอนติบอดี้เพิ่ม
00:16:12 → 00:16:14โอกาสให้ลูกชายคนนั้นไปเป็นเกย์เนี่ยจึง
00:16:14 → 00:16:17ถูกคัดเลือกมาให้กลายเป็นความสามารถพื้น
00:16:17 → 00:16:20ฐานของมนุษย์เพราะว่าคุณลักษณะแบบนี้ทำ
00:16:20 → 00:16:23ให้พวกเราไม่สูญพันธุ์และถ้าเกย์หรือ
00:16:23 → 00:16:26กะเทยคนไหนอยากรู้ว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้
00:16:26 → 00:16:28เพราะไอทีบอดี้ของแม่หรือเปล่าก็สามารถ
00:16:28 → 00:16:31เอาเรื่องของแม่ไปตรวจสอบได้นะครับอย่าง
00:16:31 → 00:16:34เช่นที่บล็อก University สหรัฐอเมริกาก็
00:16:34 → 00:16:37มีบริการตรวจสอบด้วยของแม่เพื่อดูว่าแม่
00:16:37 → 00:16:39มีติ Body เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชายมากหรือ
00:16:39 → 00:16:42น้อยและวิเคราะห์ว่าเรื่องนี้เป็นสาเหตุ
00:16:42 → 00:16:46ที่ทำให้ลูกเขาเป็นเกย์หรือเปล่าโอเคจริง
00:16:46 → 00:16:48ๆแล้วสาเหตุการเกิดเกย์เนี่ยมันยังมีอีก
00:16:48 → 00:16:51มากมายแต่ว่าภูมิคุ้มกันของแม่ก็เป็น
00:16:51 → 00:16:53หนึ่งในสาเหตุนั้นเช่นกันครับแล้วเรื่อง
00:16:53 → 00:16:55นี้ก็มีตัวอย่างจริงอยู่นะครับในการศึกษา
00:16:55 → 00:16:59ของศาสตราจารย์พอวาเช่จาก university of
00:16:59 → 00:17:02love บิดเค้าได้ 13 วัฒนธรรมของชนเผ่า
00:17:02 → 00:17:05โบราณที่หมู่เกาะซามัวประเทศอินโดนีเซีย
00:17:05 → 00:17:08โดยวัฒนธรรมโบราณของชาวเกาะตามัวจะมอง
00:17:08 → 00:17:11เพชรตรงกลางเธอเป็นเพศที่สามที่ได้รับการ
00:17:11 → 00:17:14ยอมรับจากชุมชนโดยเขาเรียกเพศนี้ว่าฝาก
00:17:14 → 00:17:17กินี่ที่หมายถึงผู้หญิงที่อยู่ในร่างของ
00:17:17 → 00:17:21ผู้ชายโดยฝากติเน่จะเป็นที่ยอมรับของชาว
00:17:21 → 00:17:24เกาะไม่ต่างจากเพศชายและเพศหญิงเลยพวกเขา
00:17:24 → 00:17:27จะมองว่าเพศนี้เป็นเรื่องปกติและยังเชื่อ
00:17:27 → 00:17:31ว่าถ้าครอบครัวไหนมีฟาติเน่ครอบครัวนั้น
00:17:31 → 00:17:34ก็จะโชคดีซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงนะ
00:17:34 → 00:17:37ครับศาสตราจารย์พอพบว่าครอบครัวไหนมีฟา
00:17:37 → 00:17:40ฟีเน่จะเป็นครอบครัวที่ไม่ค่อยขัดสน
00:17:40 → 00:17:43เรื่องเงินลูกหลานบ้านนี้มักจะมีคุณภาพ
00:17:43 → 00:17:46ได้รับการศึกษาที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของชาว
00:17:46 → 00:17:49เกาะซามัวโดยทั่วไปนั่นก็เพราะว่าฝากปี
00:17:49 → 00:17:52นี่มักจะไม่มีครอบครัวและลูกของตัวเองพวก
00:17:52 → 00:17:55เธอจะใช้พลังงานส่วนใหญ่ในการดูแล
00:17:55 → 00:17:58ครอบครัวของพ่อแม่และพี่น้องเป็นหลักฟ้า
00:17:58 → 00:18:00ปีนี้จะมีความเอาใจใส่มีความละเอียดละออ
00:18:00 → 00:18:04ในการดูแลบ้านดูแลพ่อแม่เลี้ยงหลานไม่
00:18:04 → 00:18:07ต่างจากผู้หญิงปกติในขณะเดียวกันก็มีพลัง
00:18:07 → 00:18:10งานที่มากพอในการทำงานเนื้อหาทรัพยากร
00:18:10 → 00:18:14เข้าบ้านได้ไม่ต่างจากเพศชายและหญิงในโลก
00:18:14 → 00:18:16อดีตที่ไกลกว่านั้นเช่นในทุ่งหญ้าแอฟริกา
00:18:16 → 00:18:18มนุษย์ไม่ได้อยากอยู่เป็นครอบครัวที่ชัด
00:18:18 → 00:18:21เจนแบบนี้ได้อยู่เป็นชนเผ่าการมีเกียร์
00:18:21 → 00:18:24หรือกระเทยหรือฟ้าฟิเน่จะเป็นการเพิ่ม
00:18:24 → 00:18:27จำนวนของผู้ใหญ่ในการหาอาหารการเลี้ยงดู
00:18:27 → 00:18:30ปกป้องดูแลเด็กที่มีประสิทธิภาพโดยไม่
00:18:30 → 00:18:33ต้องเพิ่มจำนวนเด็กไม่สนใจแก่งแย่งผู้
00:18:33 → 00:18:36หญิงหรือชิงความเป็นใหญ่กับผู้ชายคนอื่นๆ
00:18:36 → 00:18:38แทนเกยังเป็นนักกิจกรรมที่หลอมรวมผู้คนใน
00:18:38 → 00:18:42เผ่าให้สามัคคีกันได้เป็นอย่างดีตอนสมัย
00:18:42 → 00:18:44เป็นนักเรียนพวกเราเคยทำงานกลุ่มกันใช่
00:18:44 → 00:18:47ไหมครับยิ่งผมจบมาจากโรงเรียนชายล้วนยิ่ง
00:18:47 → 00:18:49มองเห็นเรื่องนี้ได้ชัดถ้ากลุ่มในที่มี
00:18:49 → 00:18:52กระเทยกลุ่มนั่นแหละจะมีงานที่สบายเพราะ
00:18:52 → 00:18:54ว่ากระเทยจะมีความสามารถในการผลิตผลงาน
00:18:55 → 00:18:57ที่จริงๆที่ดีๆจนอาจารย์ชอบออกมาอยู่เสมอ
00:18:57 → 00:19:00กระเทยหรือเกย์มักจะมีความคิดสร้างสรรค์
00:19:00 → 00:19:04ที่สูงมากๆจนผมเทียบไม่ติดเลยครับหรือเรา
00:19:04 → 00:19:06อาจเคยได้ยินเพื่อนผู้หญิงบอกว่าเธอได้
00:19:06 → 00:19:08เจอกับผู้ชายที่ดีมากๆเข้ากับเธอได้ทุก
00:19:08 → 00:19:12อย่างและภาษีอย่างเดียวเขามีผัวแล้วอะไร
00:19:12 → 00:19:14ทำนองนี้ใช่ไหมครับเพราะลักษณะนิสัยพื้น
00:19:14 → 00:19:16ฐานได้ยินของเกย์และกะเทยโดยส่วนใหญ่แล้ว
00:19:16 → 00:19:20จะทำให้พวกเขาเป็นมิตรเข้าอกเข้าใจและ
00:19:20 → 00:19:22เข้ากับคนอื่นได้ดีกว่านั่นแหละครับดัง
00:19:23 → 00:19:26นั้นแนวคิดที่มองว่าการเป็นเกย์กระเทยทอม
00:19:26 → 00:19:28เลสเบี้ยนทำให้สืบพันธุ์ไม่ได้นี้เป็นผล
00:19:28 → 00:19:31เสียร้ายแรงต่อทฤษฎีวิวัฒนาการธรรมชาติ
00:19:31 → 00:19:33และควรจะสูญพันธุ์ไปนั้นไม่ค่อยถูกต้อง
00:19:33 → 00:19:35ซักเท่าไหร่นะครับเพราะว่าสิ่งมีชีวิตบาง
00:19:35 → 00:19:39ประเภทอยู่กันเป็นกลุ่มอยู่กับไปสังคมยัง
00:19:39 → 00:19:41มนุษย์เนี่ยเป็นสัตว์สังคมอย่างไม่ต้อง
00:19:41 → 00:19:43สงสัยนะครับการอยู่รอดในธรรมชาติอันโหด
00:19:43 → 00:19:46ร้ายจึงเป็นการอยู่แบบสังคมมองสังคมโดย
00:19:46 → 00:19:49รวมมากกว่าถ้าสังคมในแข็งแกร่งเพียงพอที่
00:19:49 → 00:19:52จะอยู่รอดไปได้สังคมนั้นก็จะถูกคัดมาแล้ว
00:19:52 → 00:19:55ความเป็นเกย์กะเทยทอมเลสเบี้ยนเนี่ยก็
00:19:55 → 00:19:57เป็นตัวส่งเสริมให้สังคมนี้แข็งแกร่งมาก
00:19:57 → 00:20:00ยิ่งขึ้นแจ้งเห็นว่าความเบี่ยงเบนทางเพศ
00:20:00 → 00:20:03นั้นเป็นมาตั้งแต่เกิดถูกตั้งค่าตั้งแต่
00:20:03 → 00:20:06ตอนที่สมองพัฒนาทั้งไบโอโลยีข้อ sex
00:20:06 → 00:20:09gender Identity และเช็คชั่ว rnh นี่
00:20:09 → 00:20:12คือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาและไม่
00:20:12 → 00:20:15จำเป็นต้องตรงกันก็ได้เท่ห์ตรงกลางมีโครง
00:20:15 → 00:20:18สร้างสมองที่ต่างจากเพศปกติมีการทำงานของ
00:20:18 → 00:20:20เซ็กชัว attack ชั่น circuit ที่แตกต่าง
00:20:20 → 00:20:23ออกไปซึ่งนั่นคือตัวที่พวกเขาเป็นไม่ใช่
00:20:23 → 00:20:26ความผิดปกติการจะบังคับให้พวกเขาเหมือน
00:20:26 → 00:20:29เพศปกติบังคับให้เกรดกระเทยแต่งงานกับผู้
00:20:29 → 00:20:31หญิงหรือบังคับให้พร้อมหรือเลสเบี้ยนแต่ง
00:20:31 → 00:20:34งานกับผู้ชายนั่นแหละคือสิ่งที่ผิด
00:20:34 → 00:20:35ธรรมชาติมากกว่า
00:20:35 → 00:20:39เพศตรงกลางไม่ใช่ความผิดปกตินะครับซึ่งมี
00:20:39 → 00:20:42ชุดหลายสปีชีส์ก็มีพฤติกรรมรักร่วมเพศไม่
00:20:42 → 00:20:44ต่างกับมนุษย์สิ่งที่ผมคิดว่าผิดธรรมชาติ
00:20:44 → 00:20:48ที่สุดก็คือการที่เรามองว่าพวกเขาคิดปกติ
00:20:48 → 00:20:51นั่นแหละคือสิ่งที่ผิดธรรมชาติแต่ที่เล่า
00:20:51 → 00:20:53มาทั้งหมดนี้คือการเกิดขึ้นของสมองเกย์
00:20:53 → 00:20:56และกะเทยที่เกิดจากเธอเน่าเบิร์ด Order
00:20:56 → 00:20:58อร์เฟคเท่านั้นนะครับยังมีอีกหลายกรณีที่
00:20:58 → 00:21:01ลูกชายคนเดียวหรือลูกชายคนโตเกิดมาเป็น
00:21:01 → 00:21:04เกย์หรือกะเทยซึ่งมันไม่ตรงกับเฟิร์น
00:21:04 → 00:21:06alberto The effect มันเกิดขึ้นได้ยัง
00:21:06 → 00:21:09ไงหรือทำไมฝาแฝดแท้บางคู่
00:21:09 → 00:21:12มีคนเป็นเกย์บางคนไม่ได้เป็นเกย์ทั้งๆที่
00:21:12 → 00:21:15พวกเขามี DNA ที่เหมือนกันเป๊ะ
00:21:15 → 00:21:18เรื่องพวกนี้มันสามารถอธิบายได้ในระดับดี
00:21:18 → 00:21:22นะครับและพูดถึงยีนยิงเกมคืออะไรมันมี
00:21:22 → 00:21:25จริงไหมหรือแม้แต่ในวัฒนธรรมของชาวกรีก
00:21:25 → 00:21:29โบราณมีบันทึกมากมายที่บอกว่าพวกเขายอม
00:21:29 → 00:21:32รับการรักร่วมเพศของชายรักชายและมองว่า
00:21:32 → 00:21:35มันเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำจะเห็นว่าเรายัง
00:21:35 → 00:21:37เหลือเรื่องให้คุยกันอีกเยอะนะครับแต่ว่า
00:21:37 → 00:21:40คลิปนี้ค่อนข้างยาวแล้วผมขอยกเรื่องพรุ่ง
00:21:40 → 00:21:43นี้ไปคุยในตอนที่ 2 ต่อนะครับดังนั้นกด
00:21:43 → 00:21:45Subscribe ไว้นะครับจะได้ไม่พลาดตอนต่อ
00:21:45 → 00:21:48ไปที่จะมาเร็วๆนี้นะครับและในคลิปนี้ผม
00:21:48 → 00:21:51ต้องขอขอบคุณหมอเอวชัชพลเกียรติขจรธาดา
00:21:51 → 00:21:53ที่อนุญาตให้เอาเนื้อหาในหนังสือ
00:21:53 → 00:21:56500ล้านปีของความรักมาพูดในคลิปของผมได้
00:21:56 → 00:22:00นะครับโดยเนื้อหา 61 คนในคลิปนี้ก็ถูก
00:22:00 → 00:22:02เขียนอย่างละเอียดในหนังสือเล่มนี้นะครับ
00:22:02 → 00:22:04และเนื้อหาอีกประมาณ 40 เป็นที่เหลือผมก็
00:22:04 → 00:22:06ได้รวบรวมมาจากงานวิจัยต่างๆใน
00:22:06 → 00:22:08อินเตอร์เน็ตแล้วมาเรียบเรียงใหม่สรุปให้
00:22:08 → 00:22:11พวกเรานะครับเดี๋ยวถ้าใครชอบคลิปนี้ก็
00:22:11 → 00:22:13อย่าลืมกด like กด Subscribe เพื่อเป็น
00:22:13 → 00:22:16กำลังใจให้เราทำคลิปต่อไปแล้วถ้าใครอยาก
00:22:16 → 00:22:19ถนนช่องนี้ก็สามารถกดปุ่มสมัครสมาชิกได้
00:22:19 → 00:22:21ที่ลิงค์ด้านล่างนะครับและก่อนจากการอย่า
00:22:21 → 00:22:32ลืมช่างสงสัยคนนะครับสวัสดีครับอ่า
00:22:32 → 00:22:39[เพลง]