00:00:01 → 00:00:03บนโซเชียลแชร์โฆษณายาสีฟันเห็ดหลินจือ
00:00:03 → 00:00:05สิ่งประดิษฐ์ช่วย “ฟันงอกใหม่”
00:00:05 → 00:00:08แก้ฟันหลวม ซ่อมฟันผุ แก้ปวดได้ใน 1 นาที
00:00:08 → 00:00:09หืม! ชัวร์เหรอ
00:00:13 → 00:00:16เรื่องนี้ถ้าจริงก็น่าสนใจและอาจจะควรบอกกัน
00:00:16 → 00:00:18แต่ก่อนจะแชร์ต่อต้องเช็กให้ถูกชัวร์
00:00:18 → 00:00:21ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท สอบถามกับ
00:00:21 → 00:00:26รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
00:00:26 → 00:00:28ยาสีฟันที่ทำให้ฟันงอกใหม่ มีจริงไหมครับ
00:00:28 → 00:00:31ยาสีฟันที่ทำให้เกิดฟันงอกขึ้นมาใหม่ไม่มีจริงครับ
00:00:31 → 00:00:33หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน
00:00:33 → 00:00:34ไม่สามารถเป็นไปได้ครับ
00:00:34 → 00:00:35อาจารย์ยืนยันว่า
00:00:35 → 00:00:37ฟันของคนเรามี 2 ชุดครับ คือฟันน้ำนม และฟันแท้
00:00:37 → 00:00:41ฟันน้ำนมหลุดปุ๊บ ก็จะมีฟันแท้งอกขึ้นมา แล้วก็จบเท่านั้น
00:00:41 → 00:00:44ฟันชุดที่ 3 ของคนเราคือฟันปลอมที่ให้หมอฟันทำให้
00:00:44 → 00:00:45แต่โฆษณายาสีฟันนี้ บอกว่า
00:00:45 → 00:00:48“ขอสาบาน อายุ 80 ก็ฟันงอกใหม่ได้”
00:00:48 → 00:00:52ฟันไม่มีชุดที่ 3 จริง ๆ คือ มีแค่ฟันน้ำนม และฟันแท้เท่านั้น
00:00:52 → 00:00:54แม้ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามก็จะมีแค่ 2 ชุดนี้เท่านั้น
00:00:54 → 00:00:57ไม่มีโอกาสที่เราสามารถใช้ยาสีฟันเพื่อกระตุ้น
00:00:57 → 00:00:58ให้เกิดการเกิดฟันชุดที่ 3 ขึ้นมาได้
00:00:58 → 00:01:00เป็นไปไม่ได้แน่นอน 100%
00:01:00 → 00:01:02เขาบอกว่า “ใช้รอบเดียว ฟันเต็มปาก”
00:01:02 → 00:01:04เช่นกันครับใช้ยังไงจำนวนฟันยังเท่าเดิมครับ
00:01:04 → 00:01:08มันไม่โผล่ขึ้นมา มีแต่จะหายไปถ้าเราแปรงฟันได้ไม่ดี
00:01:08 → 00:01:09แล้วภาพที่ดูเหมือนฟันงอกนี่ล่ะครับ
00:01:09 → 00:01:11ก็เป็นเหมือนการขึ้นของฟันปกติครับ
00:01:11 → 00:01:13เป็นการขึ้นของฟันแท้ที่ทดแทนฟันน้ำนม
00:01:13 → 00:01:15ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับฟันชุดที่ 3 งอกขึ้นมาใหม่
00:01:15 → 00:01:17หรือสร้างขึ้นมาใหม่ อะไรทั้งนั้นครับ
00:01:17 → 00:01:18ในคลิปมีภาพฟันที่เหลือง ขาวขึ้น
00:01:18 → 00:01:21ขึ้นอยู่ว่าใส่สารขัดสีเพิ่มไปในยาสีฟันไหม
00:01:21 → 00:01:23ใส่ไปก็ช่วยกำจัดคราบชากาแฟได้
00:01:23 → 00:01:25แล้วเห็ดหลินจือมีบทบาทใดต่อฟันไหมครับ
00:01:25 → 00:01:28จริง ๆ เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ ฤทธิ์หลายอย่างครับ
00:01:28 → 00:01:30ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ
00:01:30 → 00:01:33แต่การมาใช้ผสมในยาสีฟัน มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างครับ
00:01:33 → 00:01:35เช่น สารสกัดนั้นมีความเข้มข้นเท่าไหร่
00:01:35 → 00:01:37เหมาะสมได้ฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่เราต้องการไหม
00:01:37 → 00:01:40ดังนั้น การดูแลสุขภาพฟันให้ดี คือ หนทางหลัก
00:01:40 → 00:01:42หนทางที่ดีที่สุด คือการป้องกันไม่ให้ฟันมันสูญเสียไป
00:01:42 → 00:01:44ป้องกันฟันผุก็มียาสีฟันมากมายในท้องตลาด
00:01:44 → 00:01:47เช่น ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ แปรงฟันถูกวิธีไหม
00:01:47 → 00:01:49กำจัดคราบเชื้อโรคออกได้หมดไหม
00:01:49 → 00:01:50คงต้องแก้ที่ปัญหามากกว่า
00:01:50 → 00:01:53การจะซื้อยาสีฟันที่มันส่งเสริมการปลูกฟันขึ้นมา
00:01:53 → 00:01:55ซึ่งมันไม่มีจริงในปัจจุบันครับ
00:01:55 → 00:01:58แต่ในทางวิทยาการ การปลูกฟันมีอยู่จริง
00:01:58 → 00:02:01ก็มีการนำเซลล์ต้นกำเนิดจากหน่อฟันในระยะพัฒนา
00:02:01 → 00:02:04มาสร้างฟันในห้องทดลอง แล้วก็ปลูกถ่ายกลับไป
00:02:04 → 00:02:06เพื่อให้มันงอกขึ้นมาเป็นฟันชุดที่ 3 ได้
00:02:06 → 00:02:08แต่ว่าการศึกษาพวกนี้ครับ มันเป็นการศึกษาในเชิงวิจัย
00:02:08 → 00:02:10ซึ่งอยู่ในขั้นตอนทดลองของสัตว์ทดลอง
00:02:10 → 00:02:12เช่น ทำในหนูสำเร็จ ทำในสุนัขสำเร็จ
00:02:12 → 00:02:13แต่ยังไม่มีการทดสอบในคน
00:02:13 → 00:02:16คิดว่ายังอีกยาวไกลที่จะสามารถทำสำเร็จได้ในคนครับ
00:02:16 → 00:02:19ยาสีฟันนี้ยังโฆษณาว่า แก้ปวดได้ใน 1 นาที
00:02:19 → 00:02:22ถ้าปวดฟันมาใช้ยาสีฟัน อันนี้ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องอยู่แล้วครับ
00:02:22 → 00:02:25เราปวดฟันอยู่แล้วเราแปรงฟัน แล้วหายเลย เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ
00:02:25 → 00:02:28ในยาสีฟันอาจจะมีสารที่ลดบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว
00:02:28 → 00:02:32แล้วก็ไม่ทำให้เกิดการหายไปในทันที หรือหายไปอย่างถาวร
00:02:32 → 00:02:34อาการปวดหายใน 1 นาทีนี่ คงต้องพบหมอฟันครับ
00:02:34 → 00:02:36อาจารย์แนะนำว่า หากปวดฟัน ควรพบทันตแพทย์
00:02:36 → 00:02:38คืออาการปวดฟัน ก็มีได้หลายอย่างครับ
00:02:38 → 00:02:40อันที่เป็นกันเยอะ ๆ ก็คือ ฟันผุ
00:02:40 → 00:02:42จนลุกลามเข้าทะลุโพรงประสาทฟัน แล้วก็ปวดฟัน
00:02:42 → 00:02:44ถ้าเราไม่มาหาหมอฟันแก้ไขได้ทันท่วงที
00:02:44 → 00:02:46เช่น ถ้ามันอาจจะอุดได้เราอาจจะอุดไว้ก่อน
00:02:46 → 00:02:49ถ้าเกิดมันแค่เสียวฟัน มันยังไม่ทะลุโพรงประสาทฟัน
00:02:49 → 00:02:51ก็อาจจะพออุดได้ เราก็สามารถเก็บฟันซี่นั้นไว้ได้
00:02:51 → 00:02:54ถ้าเกิดมันลุกลามมากขึ้น เช่นจนทะลุโพรงประสาทฟันไปแล้ว
00:02:54 → 00:02:58อยากจะเก็บฟัน ก็ต้องทำรักษารากฟัน ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก
00:02:58 → 00:03:01หรือท้ายที่สุด ถ้าเราไม่สามารถเก็บฟันซี่นั้นไว้ได้ก็ต้องถอนฟันไป
00:03:01 → 00:03:04ซึ่งก็ทำให้เกิดช่องว่าง ก็จะกลายเป็นปัญหาว่า
00:03:04 → 00:03:06มีช่องว่าง เคี้ยวอาหารไม่สะดวก อยากได้ฟันปลอม
00:03:06 → 00:03:08มันก็เป็นปัญหาถัด ๆ ถัด ไป
00:03:08 → 00:03:11เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราตรวจฟันทุก 6 เดือน
00:03:11 → 00:03:14คอยดูแลว่ามีปัญหาอะไร แล้วแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ
00:03:14 → 00:03:16ก็จะช่วยป้องกันการสูญเสียทั้งในแง่สูญเสียโอกาส
00:03:16 → 00:03:19แล้วก็ค่าใช้จ่ายที่มันเพิ่มขึ้นด้วยครับ
00:03:19 → 00:03:21อาจารย์เตือนให้ตระหนัก เมื่อเห็นโฆษณา
00:03:21 → 00:03:25อันดับแรกก็ต้องคิดก่อนว่าความเป็นไปได้มันมากน้อยแค่ไหน
00:03:25 → 00:03:26ความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
00:03:26 → 00:03:29เพราะฉะนั้นเกิดอะไรที่มันดูมีข้อสงสัยให้ตั้งคำถามไว้ก่อน
00:03:29 → 00:03:30สอบถามจากผู้รู้
00:03:30 → 00:03:33ถ้าเกิดเจอยาสีฟันที่มันดูโฆษณาเกินจริง
00:03:33 → 00:03:34อาจจะถามหมอฟันนิดนึงว่ามันเป็นไปได้ไหม
00:03:34 → 00:03:37ก่อนที่เราจะตัดสินใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
00:03:37 → 00:03:41หรือว่าไปหาซื้อสิ่งที่โฆษณาที่เราพบเห็นในอินเทอร์เน็ตครับ
00:03:41 → 00:03:44เมื่อดูเว็บไซต์ ป้ายโฆษณา และสารพัดคำกล่าวอ้าง
00:03:44 → 00:03:46ของยาสีฟันชนิดนี้แล้ว จะเห็นได้ว่า
00:03:46 → 00:03:49เต็มไปด้วย รีวิวน่าสงสัย ชื่อกับหน้าตา ไม่ไปด้วยกัน
00:03:49 → 00:03:52ภาพที่ไม่มีแหล่งที่มา สรรพคุณครอบจักรวาล
00:03:52 → 00:03:54เรียกว่ามีทุกอย่าง ยกเว้น อย.
00:03:55 → 00:03:56จริง ๆ ก็เสียเงินโดยใช่เหตุมากกว่า
00:03:56 → 00:03:59ส่วนในแง่อันตรายที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อช่องปาก
00:03:59 → 00:04:00คงต้องดูส่วนผสมในรายละเอียด
00:04:00 → 00:04:02แต่ว่าโดยทั่วไปถ้าเกิดผ่านมาตรฐาน
00:04:02 → 00:04:03ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
00:04:03 → 00:04:05มันก็ปลอดภัยสำหรับการใช้ในช่องปากแล้ว
00:04:05 → 00:04:08ยาสีฟัน จุดประสงค์หลัก คือ ช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์
00:04:08 → 00:04:09ให้ทำความสะอาดฟันให้สะอาด
00:04:09 → 00:04:12เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าเราแปรงฟันถูกวิธี
00:04:12 → 00:04:13ด้วยยาสีฟันอะไรก็ได้นะครับ
00:04:13 → 00:04:15มันก็สามารถที่จะป้องกันปัญหาที่เกิดกับฟันขึ้นมาได้
00:04:15 → 00:04:17แต่สรุปแล้วเรื่องนี้เป็นอย่างไรครับ
00:04:17 → 00:04:19อันนี้ไม่จริง 100% ครับ
00:04:19 → 00:04:22ยาสีฟันไม่สามารถทำให้ฟันงอกใหม่ขึ้นมาได้
00:04:22 → 00:04:25ไม่สามารถสร้างฟันให้เกิดฟันชุดที่ 3 ขึ้นมาได้
00:04:25 → 00:04:27ก็ไม่ควรจะแชร์ด้วยซ้ำเพราะเนื้อหามันไม่ถูกต้อง
00:04:27 → 00:04:29จะสร้างความเข้าใจผิดไปกันใหญ่
00:04:29 → 00:04:31ก่อนตัดสินใจเชื่อ ถ้าไม่เผื่อใจสงสัย
00:04:31 → 00:04:34อาจได้สุขภาพเสีย แทนสุขภาพดีนะครับ
00:04:34 → 00:04:36ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยบนสังคมออนไลน์
00:04:36 → 00:04:40หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่งแชร์ต่อ ร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับ ชัวร์ก่อนแชร์
00:04:42 → 00:04:46ชัวร์ก่อนแชร์ : ถ้ายังไม่ชัวร์ ดูให้ ชัวร์ก่อนแชร์ นะคะ