00:00:00 → 00:00:03This is Thai PBS podcast view the
00:00:03 → 00:00:06world by the voice.
00:00:06 → 00:00:09ลิ้นฝอยทรายเนี่ยเป็นแมลงทางตะวันออกกลาง
00:00:09 → 00:00:11เขาเรียกsandfriisี
00:00:11 → 00:00:13เนี่ยเป็นโรคที่ WHO ให้ความสำคัญมากนะ
00:00:13 → 00:00:16ครับเพราะว่าเป็นโรคที่มีการระบาดรุนแรง
00:00:16 → 00:00:19ทางแถบตะวันออกกลางคนไทยเนี่ยไปทำงานที่
00:00:19 → 00:00:21สอุเพงั้นจะมีเคสที่ติดเชื้อเล็กกับ
00:00:21 → 00:00:24ประเทศไทยจากพวกแรงงานตัวเนี่ยเอ่อเล็ก
00:00:24 → 00:00:26กว่ายุงนะครับแค่ 1 ใน 3 นะครับเวลาที่
00:00:26 → 00:00:28มันเกาะมันก็เกาะดูดเลือดเพราะฉะนั้นมัน
00:00:28 → 00:00:32ก็จะทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายเรามีลิ้นฝอย
00:00:32 → 00:00:35ทรายในประเทศไทยอยู่ประมาณ 24 ชนิดแต่มี
00:00:35 → 00:00:37คาดการณ์ว่าจะนำเชื้อริmanนียได้มาไม่
00:00:37 → 00:00:40เกิน 4 ชนิดตัวลิ้นฝอยทรายเนี่ยมันบินไม่
00:00:40 → 00:00:42เกิน 2 กก.มันไม่ได้หากินได้ไก่
00:00:42 → 00:00:42>> อ๋อ
00:00:42 → 00:00:44>> เพราะั้นมันจะอยู่ใกล้กับแหล่งเพาะพันธุ์
00:00:44 → 00:00:47มันมากกว่า
00:00:47 → 00:00:50>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:50 → 00:00:54การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:54 → 00:00:57>> This is Thai PBS Podcast
00:00:57 → 00:00:59>> วันนี้ค่ะคุณผู้ฟังเราจะมาคุยกันอีกโรค
00:00:59 → 00:01:02นึงนะคะจะเรียกว่าโรคก็น่าจะใช่นะกับ Rich
00:01:02 → 00:01:06Mania นะคะจากลิ้นฝอยทรายฟังแบบนี้แล้ว
00:01:06 → 00:01:09เอ๊ะคืออะไรเกี่ยวอะไรกับแถวๆทะเลเราหรือ
00:01:09 → 00:01:11เปล่ามีอะไรที่เกี่ยวกับทรายบ้านเราหรือ
00:01:11 → 00:01:14เปล่านะคะแล้วก็มารู้จักโรคนี้กันด้วยกับ
00:01:14 → 00:01:16ศาสตราจารย์นายสตวแพทย์ดร.ดสถาพร
00:01:16 → 00:01:20จิตตปารพงษ์ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษคณะเทคนิค
00:01:20 → 00:01:22การสตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ
00:01:22 → 00:01:23สวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:23 → 00:01:24>> สวัสดีครับ
00:01:24 → 00:01:29>> ชื่อโรคมาเนียแน่ฟังดูินี่ตอนแรกคิดว่า
00:01:29 → 00:01:31เอ๊ะเป็นโรคที่แบบว่าเกี่ยวกับเรื่องของ
00:01:31 → 00:01:34ความรวยหรือเปล่าไม่ใช่นะคะแต่มันคือลิ้น
00:01:34 → 00:01:36ฝอยสร่าย
00:01:36 → 00:01:40>> ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เท่าไหร่อาจารย์แล้ว
00:01:40 → 00:01:42ยังไงมันอันตรายแค่ไหนคะเนี่ยเพราะว่า
00:01:42 → 00:01:45เป็นประเด็นที่เรามาคุยกันในวันนี้ด้วย
00:01:45 → 00:01:46เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องของถึงขั้นแบบ
00:01:46 → 00:01:47เสียชีวิตได้เลย
00:01:47 → 00:01:48>> ครับ
00:01:48 → 00:01:48>> อื
00:01:48 → 00:01:51>> ก็จริงๆแล้วลิ้นฝอยทรายนี่ก็เป็นพาหะโรค
00:01:51 → 00:01:55rich manas เนี่ยเป็นโรคที่เป็นเวกตอร
00:01:55 → 00:01:57เพราะฉะนั้นต้องมีพาหะลิ้นฝอยทรายเนี่ย
00:01:57 → 00:02:01เป็นแมลงทางตะวันออกกลางเ้าเรียกsandฟly
00:02:01 → 00:02:04คือแมลงที่อยู่ในตามพื้นทราย
00:02:04 → 00:02:04>> ค่ะ
00:02:04 → 00:02:07>> แต่ในประเทศไทยเนี่ยเอ่อเราไม่ได้มีอยู่
00:02:07 → 00:02:10ตามพื้นทรายส่วนมากก็มักจะเจอในพวกพื้น
00:02:10 → 00:02:14ถ้ำพื้นป่าที่มีเศษใบไม้อะไรพวกเนี้ยโพรง
00:02:14 → 00:02:16ไม้จอมปลวกบกคอกสัตว์เลี้ยงอะไรพวกเนี้ย
00:02:16 → 00:02:18นะครับซึ่งอันเนี้ย
00:02:18 → 00:02:22>> มันก็จะเจออยู่ในแหล่งที่เป็นแรียท่อง
00:02:22 → 00:02:25เที่ยวก็มีหรือไม่ก็ตามบ้านที่อยู่ใกล้
00:02:25 → 00:02:29ชายป่าหรือในพื้นที่อับชื้นที่มีเป็น
00:02:29 → 00:02:32แหล่งเพาะของพวกตัวลิ้นอยู่
00:02:32 → 00:02:32>> ค่ะ
00:02:32 → 00:02:36>> ตัวริ้นเนี่ยไซส์เอ่อเล็กกว่ายุงนะครับ
00:02:36 → 00:02:37แค่ 1 ใน 3
00:02:37 → 00:02:37>> อื
00:02:37 → 00:02:39>> เพราะฉะนั้นมันจะยิ่งยิ่งดูยากใหญ่
00:02:39 → 00:02:40>> ค่ะ
00:02:40 → 00:02:42>> เออแต่ว่ามันกินเลือดนะครับเวลาที่มัน
00:02:42 → 00:02:44เกาะมันก็เกาะดูดเลือดเพราะฉะนั้นมันก็จะ
00:02:44 → 00:02:47ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายทีนี้คำถามก็คือ
00:02:47 → 00:02:50ว่าลิ้นฝอยทรายเนี่ยมันไม่ได้นำเชื้อ rich
00:02:50 → 00:02:53mania ทุกตัวเรามีลิ้นฝอยทรายในประเทศ
00:02:53 → 00:02:56ไทยอยู่ประมาณ 24 ชนิดแต่มีคาดการณ์ว่าจะ
00:02:56 → 00:02:59นำเชื้อrิ mania ได้ประมาณไม่เกิน 4 ชนิด
00:02:59 → 00:03:02ขอเล่าย้อนหลังไปนิดนึงแล้วกันว่าเอ่อ ris
00:03:02 → 00:03:04เนี่ยเป็นโรคที่ W who WHO ให้ความ
00:03:04 → 00:03:07สำคัญมากนะครับเพราะเป็นโรคที่มีการระบาด
00:03:07 → 00:03:11รุนแรงทางแถบตะวันออกกลางบราซิลมีแอฟริกา
00:03:11 → 00:03:13พวกเนี้ยตะวันออกกลางเนี่ยคนไทยเนี่ยไปทำ
00:03:14 → 00:03:17งานที่ซาอุเยอะเพราะนั้นจะมีเคสของ rich
00:03:17 → 00:03:20mania เนี่ยที่ติดเชื้อ mania กับประเทศ
00:03:20 → 00:03:23ไทยจากพวกแรงงานสมัยก่อนเราจะเจอได้เลยคน
00:03:23 → 00:03:26ที่จะติดเชื้อิmanนiaเนี่ยถามเลยว่าเคยทำ
00:03:26 → 00:03:28งานอยู่ตะวันออกกลางมั้ยบอกใช่
00:03:28 → 00:03:29>> อ๋อ
00:03:29 → 00:03:32>> อ่าเราจะเจอจากเคสแบบนั้นเลยนะครับ
00:03:32 → 00:03:36>> ซึ่งก็ผ่านระยะเวลานึงเเราก็พบว่ามีการ
00:03:36 → 00:03:39เจอเชื้อในคนที่ไม่ได้ไปตะวันออกกลางมาก
00:03:39 → 00:03:43ขึ้นเราจะพบว่าในช่วงตั้งแต่ปี 2539 256
00:03:43 → 00:03:44เนี่ย
00:03:44 → 00:03:44>> ค่ะ
00:03:44 → 00:03:47>> เราพบผู้ป่วยติดเชื้อ mania เนี่ยใน
00:03:47 → 00:03:50ประเทศไทยประมาณ 45 รายแล้วก็เสียชีวิตไป
00:03:50 → 00:03:54ประมาณ 7 รายซึ่งอันนี้เนี่ยเราพบเชื้อใน
00:03:54 → 00:03:56เขตที่เราคิดว่าเป็นแหล่งโลกทางภาคใต้มาก
00:03:56 → 00:03:58กว่าภาคอื่นนะครับ
00:03:58 → 00:03:58>> อือ
00:03:58 → 00:04:00>> เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่ามันอาจจะมีส่วน
00:04:00 → 00:04:03เกี่ยวข้องกับลิ้นฝอยทรายในประเทศไทย
00:04:03 → 00:04:03>> ค่ะ
00:04:03 → 00:04:06>> นะครับก็เลยมีการศึกษาเอ่อลิ้นฝอยทรายใน
00:04:06 → 00:04:08ประเทศไทยเราก็พบว่ามันมีประมาณสัก 20
00:04:08 → 00:04:12กว่าชนิดแล้วก็มีชนิดที่สามารถจะนำเชื้อิ
00:04:12 → 00:04:14manมเนียเนี่ยได้ประมาณสัก 3-4 ชนิดก็เลย
00:04:14 → 00:04:18เป็นที่มาว่ามันมีเคสของ mania ในประเทศ
00:04:18 → 00:04:21ไทยเองนะครับไม่ได้นำเข้ามาแต่ว่าก็ยัง
00:04:21 → 00:04:25เป็นโรคที่ไม่ได้เจอได้บ่อยนะครับจะเจอ
00:04:25 → 00:04:29ได้ในบางพื้นที่ในบางareเรียเท่านั้นเอง
00:04:29 → 00:04:30นะครับเพราะฉะนั้นก็ยังไม่ต้องตกใจมาก
00:04:30 → 00:04:33เพราะว่าเราอยู่ในบ้านเราก็โดนยุงกัดอยู่
00:04:33 → 00:04:34แล้วนะครับ
00:04:34 → 00:04:37>> การที่เอ่อลิ้นกัดเนี่ยมันต้องไปอยู่ใน
00:04:37 → 00:04:39พื้นที่เฉพาะของมันเหมือนกัน
00:04:39 → 00:04:39>> อ
00:04:39 → 00:04:41>> เพราะตัวริ้นฝอยทรายเนี่ยมันบินไม่เกิน 2
00:04:41 → 00:04:43ก.มันไม่ได้หากินให้ไก่
00:04:43 → 00:04:43>> อ๋อ
00:04:43 → 00:04:45>> เพราะนั้นมันจะอยู่ใกล้กับแหล่งเพาะ
00:04:45 → 00:04:46พันธุ์มันมากกว่า
00:04:46 → 00:04:46>> ค่ะ
00:04:46 → 00:04:48>> เพราะฉะนั้นมันจะมีareียที่มันเป็นแหล่ง
00:04:49 → 00:04:51เ้าเรียกแฮบิตหรือแหล่งที่พักแหล่งที่
00:04:51 → 00:04:55เพิ่มจำนวนของมันเนี่ยมันจะอยู่ตามถ้ำตาม
00:04:55 → 00:04:57โพรงหญ้าตามพื้นป่าที่เป็นใบไม้เพราะที่
00:04:58 → 00:05:00มันสามารถจะสร้างเอ่อแหล่งเพาะพันธุของ
00:05:00 → 00:05:02มันเองเพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
00:05:02 → 00:05:04ที่ฟังแล้วก็เฝ้าระวังได้ครับแต่ยังไม่
00:05:04 → 00:05:07ต้องตระหนกมากเพราะว่ายังไม่ถึงกับมีการ
00:05:07 → 00:05:10ระบาดทั่วไปนะครับอาจจะเป็นในบางพื้นที่
00:05:10 → 00:05:11เท่านั้นเองครับ
00:05:11 → 00:05:13>> อืออือันนี้ถ้าเกิดว่าจะคุยกันก็นี่คือ
00:05:13 → 00:05:16กลัวยุงมากกว่าใช่มั้คะเพราะว่าส่วนใหญ่
00:05:16 → 00:05:19ก็จะไปอยู่แถวๆป่าโพรงไม้ซองหินจอมปลวก
00:05:19 → 00:05:22อะไรพวกนี้ที่ชื่นๆแฉะๆเนี่ยแถวผักใต้
00:05:22 → 00:05:22อย่างเงี้ย
00:05:22 → 00:05:25>> อาจจะมีแต่ก็ไม่ได้บอกว่ามีทุกตัว
00:05:25 → 00:05:27>> ที่จะมีเชื้อ
00:05:27 → 00:05:30>> อ่าก็แค่บางบางสายพันธุ์ 4 สายพันธุ์
00:05:30 → 00:05:34>> ที่อาจจะมีทีนี้แล้วมันจากติดต่อจากตัว
00:05:34 → 00:05:37เค้ามาสู่เราด้วยการกัดไปตรงเลย
00:05:37 → 00:05:39>> ใช่ครับต้องเป็นลิ้นฝอยทรายที่มีเชื้อิ
00:05:39 → 00:05:40manนiaอยู่ในตัว
00:05:40 → 00:05:41>> อือ
00:05:41 → 00:05:44>> นะครับแล้วก็มากัดเรานะครับมันก็จะทำให้
00:05:44 → 00:05:47เกิดโรคเเรียกinis
00:05:47 → 00:05:51ซึ่งมันก็มี 3 แบบนะครับมีแบบที่เป็นแผล
00:05:51 → 00:05:54ที่ผิวหนังถ้าดูตามรูปถ้าเราไปเสิร์ชดู
00:05:54 → 00:05:55รูปจะน่ากลัว
00:05:55 → 00:05:58>> น่ากลัวมากน่ากลัวมากดูน่ากลัวมาก
00:05:58 → 00:05:58>> เออ
00:05:58 → 00:06:01>> หรือเกิดแผลที่เยื่อบุเรียนปากและจมูกอัน
00:06:02 → 00:06:04นี้เเรียกmuโคจous richis
00:06:04 → 00:06:04>> อ
00:06:04 → 00:06:08>> แล้วก็เกิดกับอิวภายในเรียก visal richis
00:06:08 → 00:06:08นะครับ
00:06:08 → 00:06:09>> อื
00:06:09 → 00:06:11>> ทั้ง 3 อันเนี้ยรูปที่เราเห็นเ่ะมันพวก
00:06:11 → 00:06:13ที่มาจากแหล่งที่ระบาดเยอะๆ
00:06:13 → 00:06:14>> ค่ะ
00:06:14 → 00:06:16>> คือ WO ให้ความสำคัญเพราะว่าในบางประเทศ
00:06:16 → 00:06:18เนี่ยเป็นโรคนี้จริงๆแล้วระบาดเยอะมากมี
00:06:18 → 00:06:19เคสเป็นล้าน
00:06:19 → 00:06:20>> อือหือ
00:06:20 → 00:06:22>> ปีนึงเพิ่มเป็น 4-500,000 รายเพราะว่าเ้า
00:06:22 → 00:06:25มีแมลงมีเชื้อครบเพราะฉะนั้นก็จะเป็น
00:06:25 → 00:06:28แหล่งเค้าเรียกเอendดamicเป็นแหล่งโลกโดย
00:06:28 → 00:06:30ตรงแหล่งแหล่งระบาดของโลก
00:06:30 → 00:06:30>> ค่ะ
00:06:30 → 00:06:31>> เพราะฉะนั้นก็จะอยู่ในประเทศต่างๆเนี่ย
00:06:31 → 00:06:35แต่ไทยนี่ไม่ได้เป็น area เอ่อของ rich
00:06:35 → 00:06:39manage จริงๆนะครับมันจะมีในบางพื้นที่
00:06:39 → 00:06:40เท่านั้นเอง
00:06:40 → 00:06:42>> แล้วเราก็ไม่ค่อยได้มีอาการแบบรุนแรงมาก
00:06:42 → 00:06:45นะครับ 10 กว่าปีเนี่ยจำนวนแค่ 40-50 ราย
00:06:45 → 00:06:47แล้วก็เสียชีวิต 7 ราย
00:06:47 → 00:06:49>> เพราะฉะนั้นก็ยังเป็นโรคที่ต้องคอยติดตาม
00:06:49 → 00:06:53นะครับว่าจะมีการเพิ่มจำนวนหรือว่าจะมี
00:06:53 → 00:06:56ความถี่ของการเกิดโรคมากน้อยเพียงใดเพราะ
00:06:56 → 00:06:57ว่าอย่างที่บอกคือเวลาองค์ประกอบกับพวก
00:06:57 → 00:07:00เวกเตอร์บอเนี่ยมันต้องไปด้วยกันถ้าไม่มี
00:07:00 → 00:07:02เวกเตอร์ก็ไม่มีโรคเพราะฉะนั้นถ้าเรา
00:07:02 → 00:07:05กำจัดไอ้พวกแหล่งพวกนี้ออกหมดมันก็ไม่มี
00:07:05 → 00:07:07โรคเกิดขึ้นจุดไหนที่เราคิดว่ามันเป็น
00:07:07 → 00:07:10แหล่งในบ้านที่เราคิดว่าเป็นความเสี่ยง
00:07:10 → 00:07:13เองแล้วก็ดูแลให้มันให้มันดีเหมือนกับพวก
00:07:13 → 00:07:16เราดูแลยุงลายจะคล้ายๆกันเลยเพราะมาตรการ
00:07:16 → 00:07:18แบบเดียวกันเลยคือถ้าไม่มียุงลายก็ไม่มี
00:07:18 → 00:07:20โรคไข้เลือดออกอันนี้ก็แบบเดียวกันถ้าเรา
00:07:20 → 00:07:23ไม่มีที่มันจะเป็นที่เพาะพันธุ์ของพวก
00:07:23 → 00:07:25ลิ้นฝอยทรายมันก็จะไม่เกิดเนี่ย
00:07:26 → 00:07:29>> นะครับยกเว้นว่ามันไปอยู่ในที่ธรรมชาตินะ
00:07:29 → 00:07:33ครับซึ่งเราอาจจะแวนจอร์เข้าไปเจอเ้าเอง
00:07:33 → 00:07:34นะครับ
00:07:34 → 00:07:35>> อันนั้นก็เป็นความเสี่ยง
00:07:35 → 00:07:38>> ซึ่งคนที่จะจะไปแคมปิ้งหรืออะไรพวกนี้ก็
00:07:38 → 00:07:40ต้องก็ต้องระวังเหมือนกันนะครับ
00:07:40 → 00:07:42>> เพราะว่ามันจะเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มมาก
00:07:42 → 00:07:43ขึ้น
00:07:43 → 00:07:47>> แต่นี้คงจะบอกยากว่าลิ้นฝอยทรายที่ไหนที่
00:07:47 → 00:07:49มีเชื้ออันนี้ก็บอกยากนะครับ
00:07:49 → 00:07:51>> ตัวก็เล็กอยู่แล้วด้วย
00:07:51 → 00:07:54>> เพราะฉะนั้นก็ต้องคอยติดตามดูว่ามีรายงาน
00:07:54 → 00:07:56เคสอย่างเงี้ยมีรายงานเคสอยู่ที่จังหวัด
00:07:56 → 00:07:59ไหนนะครับแล้วก็เ้าติดตรงไหนเพราะฉะนั้น
00:07:59 → 00:08:02ก็เป็นตัวนึงที่เราสามารถจะตามดูได้ว่า
00:08:02 → 00:08:05เราจะไปมยตรงที่เขา้าไปแล้วก็ติดอะไรพวก
00:08:05 → 00:08:07นี้เพราะว่ามันก็เป็นความเสี่ยงเพราะว่า
00:08:07 → 00:08:12มันคือโรคพวกนี้เกิดขึ้นตามพาหะเหมือน
00:08:12 → 00:08:14พาหะอยู่ที่ไหนโลกก็อยู่ที่นั่นนะครับแต่
00:08:14 → 00:08:17ไม่ได้หมายความว่าพาหะทุกตัวจะมีเชื้อนะ
00:08:17 → 00:08:20ครับอาจจะเป็นจังหวะtimมิ่งที่พอดีกันก็
00:08:20 → 00:08:22ได้นะครับที่ทำให้เกิดโรคได้ครับ
00:08:22 → 00:08:24>> แต่ถ้าอย่างแข็งแรงแข็งแรงนี่อาจจะไม่ได้
00:08:24 → 00:08:25เป็นอะไรมากเท่าไหร่ใช่ม
00:08:25 → 00:08:27>> ใช่ครับเพราะว่าโรคพวกนี้บางทีมันเกี่ยว
00:08:27 → 00:08:28ข้องกับภูมิกัน
00:08:28 → 00:08:31>> นะครับถ้าภูมิกันแข็งแรงพวกนี้ส่วนใหญ่ก็
00:08:31 → 00:08:34ติดโรคได้น้อยกว่าโอกาสความเสี่ยงน้อย
00:08:34 → 00:08:36กว่าครับแต่แผลที่เจอที่เห็นเนี่ยอาการ
00:08:36 → 00:08:39ที่เมื่อกี้อาจารย์บอกดูจากรูปแล้วค่ะคุณ
00:08:39 → 00:08:42ผู้ฟังมันน่ากลัวมากก็เป็นแพงนี้เลยเหรอ
00:08:42 → 00:08:42คะ
00:08:42 → 00:08:44>> ใช่ครับเพราะว่ามันเป็น typ ของเค้าเรียก
00:08:44 → 00:08:47skin rich minis ก็ทำให้เกิดแผลที่ผิว
00:08:47 → 00:08:48หนัง
00:08:48 → 00:08:51>> นะครับแล้วมันก็จะเหมือนแผลเบิร์นเลยแล้ว
00:08:51 → 00:08:54ก็การอักเสบรุนแรงเพราะว่าเชื้อพวกเนี้ย
00:08:54 → 00:08:57มันจะทำให้เกิดการอักเสบค่อนข้างเอ่อมาก
00:08:57 → 00:08:58กว่าปกติ
00:08:58 → 00:08:58>> อื
00:08:58 → 00:09:01>> มันจะไม่เหมือนกับแผลยุงกัดทั่วไปที่เป็น
00:09:01 → 00:09:03ตุ่มแดงแล้วหายอันนี้มันจะขยายมันจะลาม
00:09:03 → 00:09:04แล้วมันจะเป็นวงขว้างขึ้น
00:09:04 → 00:09:05>> โอหเป็น
00:09:05 → 00:09:08>> แล้วมันจะเป็นรอยให้เห็นนะครับแต่ว่ามัน
00:09:08 → 00:09:10ไม่ได้เป็นเนื้อตายนะฮะจะเป็นแผลอักเสบ
00:09:10 → 00:09:13เป็นอะไรที่เอ่อเราเห็นภาพว่ามันมากกว่า
00:09:13 → 00:09:14ปกติ
00:09:14 → 00:09:14>> ค่ะ
00:09:14 → 00:09:16>> อันนี้ก็ต้องปรึกษาแล้วเพราะว่ามันเป็น
00:09:16 → 00:09:19ได้ 2 ในก็คือเราอาจจะแพ้เอ่อตัวลิ้นเอง
00:09:19 → 00:09:21ก็ได้ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง
00:09:21 → 00:09:24>> หรือว่ามันมีเชื้อ rich mania
00:09:24 → 00:09:26>> ที่ทำให้เกิดอาการของโรค skin rich
00:09:26 → 00:09:29mania ที่ตรงแผ่ตรงนั้นหรือเปล่าอ
00:09:29 → 00:09:32>> นะครับเพราะฉะนั้นถ้าเราไปเอ่อในสถานที่
00:09:32 → 00:09:37ที่มีโอกาสสัมผัสกับพวกที่มีลิ้นฝอยทราย
00:09:37 → 00:09:37อยู่
00:09:37 → 00:09:40>> แล้วเกิดแผลพวกเนี้ยออกมาจากที่ท่อง
00:09:40 → 00:09:42เที่ยวแล้วนะครับก็ควรจะไปปรึกษาหาหมอซะ
00:09:42 → 00:09:43นะครับ
00:09:43 → 00:09:45>> ก็แนะนำว่าไปโรงพยาบาลวิทยาศาสตร์เขตร้อน
00:09:45 → 00:09:48ดีที่สุดครับเพราะเขาจะมีความเชี่ยวชาญ
00:09:48 → 00:09:51เพราะถ้าไปที่อื่นเนี่ยอาจจะต้องคุยกัน
00:09:51 → 00:09:53ยาวว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าทาง
00:09:53 → 00:09:54วิทยาศาสตร์ของเราเจะมีโรคพวกนี้เป็นโรค
00:09:55 → 00:09:55เกดร้อนประจำ
00:09:56 → 00:09:56>> อื
00:09:56 → 00:09:59>> ซึ่งเขาจะมีวิธีการดูแลแล้วก็วินิจฉัยได้
00:09:59 → 00:10:00เร็ว
00:10:00 → 00:10:02>> แต่ใช่ไม่ใช่ไปที่นั่นผมว่าน่าจะช่วยได้
00:10:02 → 00:10:03>> อ๋อก็แบบ
00:10:03 → 00:10:06>> คือถ้าไปโรงพยาบาลทั่วไปเนี่ยมีอาจจะหมอ
00:10:06 → 00:10:08บางท่านอาจจะนึกไม่ถึงเพราะว่าเคสพวกนี้
00:10:08 → 00:10:11ไม่ได้เจอได้ทุกวันนะครับแล้วก็นานๆนาที
00:10:11 → 00:10:14จะเจอสักทีนะครับหลายๆปีก็จะอาจจะมีราย
00:10:14 → 00:10:17งานพวกเนี้ยอาจจะมีรายงานผู้ป่วยแต่รอบ
00:10:17 → 00:10:19หลังนี่มีผู้ชีวิตด้วยก็ถือว่าเอ่อเป็น
00:10:19 → 00:10:22ข่าวขึ้นมานะครับเพราะฉะนั้นก็อยากให้ให้
00:10:22 → 00:10:23เฝ้าระวังนิดนึงครับอ
00:10:23 → 00:10:27>> มันกลายเป็นว่าพอมันจะมาสืบสวนสอบสวนโรค
00:10:27 → 00:10:29ต่างๆเหล่านี้เนี่ยมันต้องมีคนเสียชีวิต
00:10:29 → 00:10:29ก่อนน่ะ
00:10:30 → 00:10:30>> ใช่ครับ
00:10:30 → 00:10:32>> แล้วถึงจะแบบเฮ้ย
00:10:32 → 00:10:34>> มันมาจากไหนมันเกิดอะไรขึ้นหรืออะไรอย่าง
00:10:34 → 00:10:34เงี้ยฮะ
00:10:34 → 00:10:36>> ใช่ครับเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเอ่อเรา
00:10:37 → 00:10:42มักจะให้ความสำคัญกรณีที่มันสายไปแล้วคือ
00:10:42 → 00:10:44เกิดอาการตายแต่ความจริงแล้วเนี่ย
00:10:44 → 00:10:46>> เอ่อพวกนี้ก็เป็นมาตรการเบื้องต้นที่มัก
00:10:46 → 00:10:49จะใช้ได้อย่างเช่นมาตรการควบคุมพวกแมลงใน
00:10:49 → 00:10:53บ้านหรือในบริเวณใกล้เคียงนะครับเพราะว่า
00:10:53 → 00:10:56ถ้าเราลดพวกเอ่อไม่ให้มันมีเป็นแฮบิตat
00:10:56 → 00:10:59ของพวกแมลงพวกนี้เพาะพันขึ้นมาเนี่ยเราก็
00:10:59 → 00:11:00ลดความเสี่ยงไป
00:11:00 → 00:11:01>> อือ
00:11:01 → 00:11:03>> เราไม่ได้บอกว่าลิ้นฝอยทรายทุกตัวมีเชื้อ
00:11:03 → 00:11:05เพราะฉะนั้นเนี่ยเนี่ยแต่ถ้ารถเค้าถ้าเรา
00:11:05 → 00:11:08กำจัดเออกไปได้เลยก็เท่ากับเราลดความ
00:11:08 → 00:11:10เสี่ยงเป็นศูนยเลยผมว่ามันง่ายกว่า
00:11:10 → 00:11:13>> อแต่ถ้ามันมันอยู่ในพื้นที่แบบพื้นที่ป่า
00:11:13 → 00:11:13พื้นที่อะไรเรา
00:11:13 → 00:11:15>> ใช่ทำอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นก็ต้องก็ต้อง
00:11:15 → 00:11:17ปล่อยไปเพราะว่าเราถ้าเราไปทำอะไรก็จะ
00:11:17 → 00:11:19กลายเป็นปัญหาทางกฎหมายอีกเพราะเราไม่
00:11:19 → 00:11:21สามารถจะไปเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทาง
00:11:21 → 00:11:21ธรรมชาติได้
00:11:21 → 00:11:25>> อ่าฮะแต่ว่าในวงจรของเขาก็รัศมีไม่ไกล
00:11:25 → 00:11:25เกิน 2 ก
00:11:25 → 00:11:28>> 2 กกเองเพราะว่าตัวเล็กอ่ะบินบินบินใกล้
00:11:28 → 00:11:29อืไว
00:11:29 → 00:11:32>> อ้ามันอาจจะเกาะเรามาก็ได้ขอไปด้วยอะไร
00:11:32 → 00:11:34อย่างเงี้ยแต่ถ้ามันออกนอกพื้นที่มันก็
00:11:34 → 00:11:35อาจจะอยู่ยากเหมือนกันใช่มั้คะ
00:11:35 → 00:11:37>> ใช่ฮะเพราะว่ามันมันต้องอยู่ในภาพที่
00:11:37 → 00:11:39เหมาะสมเพราะว่ามันต้องมีความชื้นมีอะไร
00:11:39 → 00:11:41เพราะว่ามันจะสร้างเพราะว่าพวกนี้มันก็
00:11:41 → 00:11:44เหมือนกระยุงฮะต้องออกไข่เอ่อต้องฟักเป็น
00:11:44 → 00:11:48ตัวแล้วก็เอ่อหาโฮสที่อยู่โดยรอบ
00:11:48 → 00:11:49>> ค่ะ
00:11:49 → 00:11:49>> นะครับ
00:11:49 → 00:11:50>> อือฮึ
00:11:50 → 00:11:53>> คือริฝอยทรายเนี่ยนอกจากมันดูดกินเลือดคน
00:11:53 → 00:11:55แล้วเนี่ยที่เราบอกว่ามันมี 20 กว่าชนิด
00:11:55 → 00:11:57แล้วมันมี 4 ชนิดที่กัดคน
00:11:57 → 00:11:58>> ค่ะ
00:11:58 → 00:12:01>> มันมีลิ้นฝอยทรายที่กัดสัตว์อื่นๆนะครับ
00:12:01 → 00:12:02เอ่อเพราะฉะนั้นมันก็เป็นความเสี่ยงที่
00:12:02 → 00:12:05อย่างเช่นมันไปอาจจะกัดกินเลือดหนูเอ่อ
00:12:05 → 00:12:07ที่มันมีอยู่อยู่เยอะแล้วนะครับ
00:12:08 → 00:12:10>> มันก็มีโอกาสที่จะเอ่อแต่อาจจะไม่มีเชื้อ
00:12:10 → 00:12:13ิmanนียก็ได้นะครับเพราะฉะนั้นไอ้ตัว
00:12:13 → 00:12:17habitat ของตัวลิฟซเองก็สำคัญเพราะถ้า
00:12:17 → 00:12:19เราไปดูเนี่ยที่เราบอกมี 20 ถ้าเกิดมี
00:12:19 → 00:12:22ชนิดที่มันไม่ได้กัดโคนเนี่ยยังไงมันก็
00:12:22 → 00:12:23ไม่นำโรคอยู่แล้ว
00:12:23 → 00:12:23>> ค่ะ
00:12:23 → 00:12:25>> นะเพราะฉะนั้นมันก็ตัดไปได้เพราะฉะนั้นก็
00:12:25 → 00:12:28จะมีบางที่เท่านั้นเองที่เป็นชนิดที่นำ
00:12:28 → 00:12:29โลกได้
00:12:29 → 00:12:31>> เอ่อแล้วสามารถจะรับเชื้อริmanนียได้แล้ว
00:12:31 → 00:12:34ไปกัดคนก็สามารถจะแทจะตัวโลกไปสู่คนได้
00:12:34 → 00:12:34ครับ
00:12:34 → 00:12:37>> อแต่แต่จากคนไปสัมผัสไปอะไรจะไม่
00:12:37 → 00:12:39>> ไม่มีผลฮะเพราะว่านี้เป็นเวตบอนต้องอาศัย
00:12:39 → 00:12:41พาหะอย่างเดียวคือเชื้อเนี่ยนียมันมีหลาย
00:12:41 → 00:12:44typ นะมันแล้วแต่ชนิดของเชื้อเชื้อบาง
00:12:44 → 00:12:46ตัวอยู่ที่สกิน
00:12:46 → 00:12:47>> เชื้อบางตัวเข้าไปอยู่ที่เค้าเรียก
00:12:47 → 00:12:50มิวโคิเจนก็คือเยื่อเมือกกับผิวหนัง
00:12:50 → 00:12:53>> อีกชนิดนึงเข้าไปอยู่ในว่าภายใน
00:12:53 → 00:12:53>> อ๋อ
00:12:53 → 00:12:55>> เพราะนั้นเป็นชนิดของเชื้อแต่ว่าบ้านเรา
00:12:55 → 00:12:58นี้น่าจะเป็นก็คืออยู่ในว่าภายในมากกว่า
00:12:58 → 00:13:00>> ผิวหนังจะน้อยกว่า
00:13:00 → 00:13:02>> อ๋อเพราะฉะนั้นชนิดของเชื้อเชื้อ Rich
00:13:02 → 00:13:05Mania ไม่ใช่เชื้อไม่ใช่ชนิดของฤิฝอย
00:13:05 → 00:13:07ทรายอันนี้เป็นชนิดของ Rich Mania ว่า
00:13:07 → 00:13:10ชนิดเนี้ยมันจะทำให้เกิดอาการหรือพยาธิ
00:13:10 → 00:13:11สภาพเนี่ยที่ไหน
00:13:11 → 00:13:11>> อื
00:13:11 → 00:13:14>> ถ้ามันอยู่สกินก็คือสกินถ้ามันอยู่ก็คือ
00:13:14 → 00:13:16สกินกับพวกเยื่อเมือก
00:13:16 → 00:13:18>> หรือถ้ามันอยู่ในยะภายในมันก็จะไปยวะภาย
00:13:18 → 00:13:19ใน
00:13:19 → 00:13:20>> มันจะมีอาการไงบ้างคะอาจารย์
00:13:20 → 00:13:22>> มันก็จะมีอาการทั่วไปซึ่งมันค่อนข้างยาก
00:13:22 → 00:13:24นิดนึงถึงบอกว่าอันเนี้ยมันต้องการแพทย์
00:13:24 → 00:13:26เฉพาะทางจริงๆโอ
00:13:26 → 00:13:28>> เพราะว่ามันจะเป็นตัวที่จะต้องอาจจะต้อง
00:13:28 → 00:13:31เจาะเลือดตรวจโดยละเอียดนะครับอาจจะต้อง
00:13:31 → 00:13:35ทั้งofซี่เอ่ออาจจะต้องเทสหลายอย่างเพื่อ
00:13:35 → 00:13:37ที่จะยืนยันว่ามันเป็น rich mania
00:13:37 → 00:13:37>> อ
00:13:37 → 00:13:40>> เพราะฉะนั้นจะซับซ้อนหน่อยนะครับพอถึงบอก
00:13:40 → 00:13:43ว่าไปเวศักดิใจร้อนจนตรงเพราะว่าเขาจะรู้
00:13:43 → 00:13:46>> ว่ามีความเสี่ยงถึงไม่ใช่ก็ก็รักษาต่อไป
00:13:46 → 00:13:48อย่างอื่นได้ก็รักษาได้หลายอย่างครับ
00:13:48 → 00:13:51>> อืถ้าไม่ใช่ก็มาโรงพยาบาลธรรมดาก็ได้เออ
00:13:51 → 00:13:53แต่ว่าแต่มันก็ต้องมีประวัติที่เราแบบไป
00:13:53 → 00:13:57ทุกที่นั้นมาเช่นไปเที่ยวถ้ำมาอ่ามี
00:13:57 → 00:14:00ประวัติเคยไปแวนจอร์ที่ไหนไปแคมปิ้งไป
00:14:00 → 00:14:03เอ่อเอ่อนอกสถานที่ขนาดไหน
00:14:03 → 00:14:05>> เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมทำตามธรรมชาติ
00:14:05 → 00:14:07เป็นเดือน
00:14:07 → 00:14:07>> ค่ะ
00:14:07 → 00:14:07>> หรือ
00:14:07 → 00:14:09>> ไปวันเดียวอะไรพวกเนี้ยมันก็เป็นเป็นข้อ
00:14:09 → 00:14:10มูลเบื้องต้น
00:14:10 → 00:14:12>> แต่พอฟังแล้วมันเกิดที่อวัยวะภายในแล้ว
00:14:12 → 00:14:13มันดูน่ากลัวอาจารย์
00:14:13 → 00:14:16>> ใช่ฮะเพราะว่ามันเป็นเค้าเรียก specific
00:14:16 → 00:14:19ออแกนอวัยวะที่มันชอบ
00:14:19 → 00:14:21>> เพราะเวลาที่ชอบมันไปที่นั่นเลยมันไม่มา
00:14:21 → 00:14:22อยู่ตรงที่
00:14:22 → 00:14:23>> ไม่ต้องเสียเวลา
00:14:23 → 00:14:24>> ไม่ต้องเสียเวลามันไม่คิดเยอะ
00:14:24 → 00:14:25>> เออ
00:14:25 → 00:14:26>> หรืออย่างพยาธเนี่ยแล้วเพราะว่าทำไมอยู่
00:14:27 → 00:14:29แต่ไซส์ไม่อยู่ที่อื่นบ้างแล้วบอกเออมัน
00:14:29 → 00:14:31เป็นมันเป็นตำแหน่งโลเคชัของมัน
00:14:31 → 00:14:32>> อือๆ
00:14:32 → 00:14:34>> เพราะมันอยู่ที่นั่นน่ะมันถึงจะเจริญขยาย
00:14:34 → 00:14:36พันธุ์ทำอะไรได้
00:14:36 → 00:14:38>> มันต้องมี specification ของมัน
00:14:38 → 00:14:41>> เออก็ช่างเลือกเนาะก็ช่างรู้ด้วยเนาะเออ
00:14:41 → 00:14:44แต่ว่ามันมันก็คือมันไม่ได้แบบว่ากัดปุ๊บ
00:14:44 → 00:14:47เป็นปั๊บมันก็มีระยะเวลาใช้เวลามาใช้เวลา
00:14:47 → 00:14:49นานฮะผมว่าบางทีบางตัวเนี่ยเป็นเดือนกว่า
00:14:49 → 00:14:52จะเริ่มแสดงอาการเต็มที่นะเพราะว่า
00:14:52 → 00:14:57>> เชื้อพวกนี้เป็นเชื้อที่เอ่อเนี่ยใช้เวลา
00:14:57 → 00:15:01ในการเอ่อพัฒนาจากสต by state เพราะ
00:15:01 → 00:15:03ฉะนั้นมันต้องต้องมีทอแร้อมที่เหมาะสม
00:15:03 → 00:15:04เพราะนั้นมันถึงบอกมันต้องไปไว้เฉพาะของ
00:15:04 → 00:15:05มัน
00:15:05 → 00:15:07>> ที่มันสามารถจะเพิ่มจำนวนได้อะไรได้
00:15:07 → 00:15:08>> โอ้โห
00:15:08 → 00:15:11>> แต่ว่าเวลานั้นน่ะมันจะทำให้คนเนี่ยสร้าง
00:15:11 → 00:15:14ภูมิกันแบบที่เราอยากจะดูว่าเรามีเชื้อ
00:15:14 → 00:15:16เราก็ตบภูมิกันถ้าแอนทบอดี้มันขึ้นต่อ
00:15:16 → 00:15:19เชื้อเก็ใช่ก็เริ่มกระบวนการรักษาสมมุติ
00:15:19 → 00:15:21ว่าโดนลิ้นฝอยทรายกัด
00:15:21 → 00:15:21>> ค่ะ
00:15:21 → 00:15:25>> เออแล้วคิดว่าเออถ้าเป็นลิ้นนะเออมันมี
00:15:25 → 00:15:28อย่างงี้นะถ้าเป็นยุงงี้นะอ่าโรคมีลิส
00:15:28 → 00:15:31แล้วมีเช็คลิสต์ใช่ว่าแล้วโดนยูกัดมีความ
00:15:31 → 00:15:34เสี่ยงกี่โรคโดนฤิฝอยทรายจริงริฝอยทรายก็
00:15:34 → 00:15:35มีอยู่แค่โรค 2 โรคเอง
00:15:36 → 00:15:38>> คือเพราะว่าส่วนใหญ่อ่ะพื้นฐานอาการแบบ
00:15:38 → 00:15:41ว่าจะอะไรก็แล้วแต่อ่ะมันจะคือเป็นไข้มี
00:15:41 → 00:15:44อาการมีไข้คือจะเป็นพื้นฐานทั่วไปเลยทำ
00:15:44 → 00:15:47ให้เราอาจจะวินิจฉัยผิดก็ได้
00:15:47 → 00:15:49>> แล้วยิ่งถ้าสมมุติว่าบังเอิญไปเจอคุณหมอ
00:15:49 → 00:15:52ที่อาจจะแบบไม่ได้ความรู้ตัวร้อนก็ให้ยา
00:15:52 → 00:15:53ลดไข้ไป
00:15:53 → 00:15:53>> ส่วนใหญ่จะเป็น
00:15:53 → 00:15:56>> แต่อันนี้ยาปฏิชวนใช้ไม่ได้เลยเพราะว่า
00:15:56 → 00:15:59mania เนี่ยจะเป็นเชื้อที่ค่อนข้างเอ่อ
00:15:59 → 00:16:00ต้องใช้ยาเฉพาะ
00:16:00 → 00:16:01>> โอบ้านเรามีเหรอคะ
00:16:01 → 00:16:04>> เอออันเนี้ยเป็นโรคนึงที่ยาก็มีความเป็น
00:16:04 → 00:16:07พิษสูงเพราะฉะนั้นเนี่ยมันมีปัจจัยหลาย
00:16:07 → 00:16:08อย่าง
00:16:08 → 00:16:11>> มันถึงบอกว่าบางอย่างเนี่ยถ้ามันประจวบ
00:16:11 → 00:16:14เบาะอย่างเช่นถ้าคนที่ภูมิการบกพร่องแล้ว
00:16:14 → 00:16:16ติดเชื้อmanนีย
00:16:16 → 00:16:18>> ก็จะรุนแรงมากอ่ะถึงตายได้
00:16:18 → 00:16:21>> เออเพราะว่ามันไม่มีภูมิกั้นภูมทาน
00:16:21 → 00:16:24>> เอ่อคอยคอยปะทะกับเชื้อเลย
00:16:24 → 00:16:24>> ค่ะ
00:16:24 → 00:16:27>> เพราะงั้นคนที่ยังมีภูมกันดีอยู่ก็สามารถ
00:16:27 → 00:16:30ทำให้ตรงนี้มันดีเลยไปได้เอ่อแล้วสามารถ
00:16:30 → 00:16:33ที่จะตรวจเจอแล้วก็ใช้ยารักษาอ
00:16:33 → 00:16:33>> นะครับ
00:16:33 → 00:16:36>> แต่อย่างที่บอกเออสมัยก่อนนี่ยายาค่อน
00:16:36 → 00:16:39ข้างทอกสิคเหมือนเวลาใช้นี่เ้าจะต้องให้
00:16:39 → 00:16:43ความสำคัญมากว่าใช่จริงๆเถึงจะใช้ยายาชนะ
00:16:43 → 00:16:46ธรรมดาไม่สามารถจะฆ่าเชื้อริชมานียได้
00:16:46 → 00:16:48เป็นโปรโตซัวกับนี้ไม่ได้เป็นแบคทีเรีย
00:16:48 → 00:16:51>> อโอ้โหดูมันแบบเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะเอ่อ
00:16:51 → 00:16:52>> ซับซ้อน
00:16:52 → 00:16:55>> ใช่มันต้องต้องเฉพาะทางจริงๆในการตรวจถึง
00:16:55 → 00:16:57จะหาเจอเวชศาสตร์เวชศาสตร์เขตร้อน
00:16:57 → 00:16:58>> ไปเวชศาสตร์เขตร้อนครับ
00:16:58 → 00:16:59>> ซึ่งมีอยู่ในกรุงเทพฯ
00:16:59 → 00:17:01>> อยู่กรุงเทพฯมาตรงสวุรีชัย
00:17:01 → 00:17:01>> แค่นั้นที่เดียว
00:17:02 → 00:17:03>> เออแค่นั้นน่ะที่นั่นน่ะก็แอดมินหมดคือ
00:17:03 → 00:17:07โรคที่เกี่ยวข้องกับพวก Tropical disease
00:17:07 → 00:17:11นะครับโรคพยาธอย่างพวกตัวจี๊ดพวกพยาธ
00:17:11 → 00:17:14ที่ลล่าพวกอะไรพวกนี้ที่โรคเขตร้อนอะไร
00:17:14 → 00:17:14พวกเนี้ย
00:17:14 → 00:17:18>> เชำนาญเพราะว่าเจะมีหน่วยเฝ้าระวังอยู่
00:17:19 → 00:17:19>> ค่ะ
00:17:19 → 00:17:21>> เออเพราะฉะนั้นมันก็ถึงปั๊บเราสงสัยอย่าง
00:17:21 → 00:17:22ตัวจี๊ดเนี่ย
00:17:22 → 00:17:25>> รักษายากนะฮะเพราะว่าอันนี้นอกเรื่องนิด
00:17:25 → 00:17:27นึงก็คือตัวจี๊ดเนี่ยบางทีมันไม่ได้เจอ
00:17:27 → 00:17:30บ่อยแต่เวลาเจอแล้วเนี่ยยาธรรมดามันออก
00:17:30 → 00:17:32ไม่ได้บางทีอาจจะต้องใช้ป่าตัดใช้อะไร
00:17:32 → 00:17:32ช่วย
00:17:32 → 00:17:32>> โอ้โห
00:17:33 → 00:17:35>> เออแล้วก็ต้องเฝ้าดูอาการอะไรพวกเนี้ยเออ
00:17:35 → 00:17:37>> อือตัวจีสมช้าไปเฉพาะทางเลยเนี่ยผมว่า
00:17:37 → 00:17:40เค้ามีมาตรการมันไม่ต้องมาเสียเวลา
00:17:40 → 00:17:43>> ไม่ต้องรีเฟอร์ไปอีกเออแล้วเราคิดว่า
00:17:43 → 00:17:46>> เราป่วยด้วยวิธีการที่เราไปท่องเที่ยว
00:17:46 → 00:17:49แล้วก็ตามที่เราคิดว่าเอ่อมีมีเข้าข่าย
00:17:49 → 00:17:50ความเสี่ยงแบบเนี้ย
00:17:50 → 00:17:50>> อือๆ
00:17:50 → 00:17:51>> นะครับ
00:17:51 → 00:17:53>> หรือบางทีคนที่เข้าไปเที่ยวอ่ะก็เออต้อง
00:17:53 → 00:17:56เป็นคนที่แบบดูร่างกายบึกบึนแข็งแรงอยู่
00:17:56 → 00:17:58พอสมควรนะอาจารย์เข้าไปเที่ยวแวนจอร์แบบ
00:17:58 → 00:18:00เนี้ยแต่บางทีเราไม่รู้หรอกว่าบางทีเรา
00:18:00 → 00:18:03อาจจะมีโรคหรือว่ามีภาวะบางอย่างแฝงอยู่
00:18:03 → 00:18:03ในตัวเรา
00:18:03 → 00:18:08>> ใช่ครับเพราะบางคนเนี่ยจะภูมกันเอ่ออาจจะ
00:18:08 → 00:18:10อะไรต่ำเป็นบางเวลา
00:18:10 → 00:18:10>> ค่ะ
00:18:10 → 00:18:13>> อย่างเช่นเครียดสภาวะอะไรที่เค้านั่นปั๊บ
00:18:13 → 00:18:15โดยที่ร่างกายปกติ
00:18:15 → 00:18:17>> แต่มันมีเหมือนกับเป็นprชเชureเป็นอะไร
00:18:17 → 00:18:20ที่ทำให้เรู้สึกว่าเดาวอะไรพวกเนี้ยภูมิ
00:18:20 → 00:18:20กันมันก็จะดาวตาม
00:18:21 → 00:18:21>> อค่ะ
00:18:21 → 00:18:24>> พวกนี้มีโอกาสที่จะติดโรคต่างๆได้ง่ายมาก
00:18:24 → 00:18:25เวลาที่เราเครียดอะไรก็ตามเนี่ยภูมิกรรม
00:18:25 → 00:18:28มันจะดรอปมันเหมือนเป็นชิลของร่างกาย
00:18:28 → 00:18:30ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเครียดเราอะไรพวก
00:18:30 → 00:18:33เยชิลมันจะลดลงไปตามสภาพของเรา
00:18:33 → 00:18:35>> ต้องเลิกเครียดนะต้องเลิกเครียดอันเนี้ย
00:18:35 → 00:18:38ถึงบอกว่าถ้าเรามีความสุขภูมกันมันก็มี
00:18:38 → 00:18:40ความสุขมันก็สามารถจะ
00:18:40 → 00:18:43>> ปะทะทุกอย่างที่เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว
00:18:43 → 00:18:45>> อือาจารย์อย่างี้ก็น่าเป็นห่วงนะอ่ะไม่
00:18:45 → 00:18:48ใช่แค่คนที่ไปเที่ยวตามป่าตามถ้ำตามเขา
00:18:48 → 00:18:51อ่ะเจ้าหน้าที่อ่ะที่อยู่ในพื้นที่อ่ะ
00:18:51 → 00:18:54หรือชาวบ้านที่แบบไปเก็บของป่าหรือไปอะไร
00:18:54 → 00:18:56อย่างเงี้ยเออเค้าก็ต้องระวังเพราะมันไม่
00:18:56 → 00:18:56มี
00:18:56 → 00:19:00>> แต่พวกนี้จริงๆทนนะถ้าคนพื้นที่ภูมิภูมิ
00:19:00 → 00:19:03>> เอาจจะสะเออใช่อาจจะมีภูมิเพอาจอาจจะสะสม
00:19:03 → 00:19:04มานานเพราะว่า
00:19:04 → 00:19:08>> หรือบางคนเนี่ยเค้ารู้เ้ามีอาจจะมีพวกไอ้
00:19:08 → 00:19:11สมุนไพรไล่แมลงเก็ทาตามตัวก่อนออกเงี้ย
00:19:11 → 00:19:14ไม่ให้ปิงเกาะไม่ให้อะไรพวกนี้เจะมีเ้าจะ
00:19:14 → 00:19:17รู้วิธีเอาตัวรอดอ่ะแต่เราไม่รู้ส่วนใหญ่
00:19:17 → 00:19:19เราเราก็จะโดนโดยอีโหน่อีเน่ไม่รู้อีโหน่
00:19:19 → 00:19:21อีอิเน่แล้วเข้าไปแล้วพอดี
00:19:21 → 00:19:25>> ออก็ยากันทากยากันยุงโอ้แต่ยุงในป่านี่ก็
00:19:25 → 00:19:26เก็สู้นะ
00:19:26 → 00:19:28>> ใช่เราเอาไม่ไหวเหมือนกันนะอะไรอย่าง
00:19:28 → 00:19:31เงี้ยแต่อันนี้มีลิ้นอีกด้วยแล้วตัวเล็ก
00:19:31 → 00:19:34>> เล็กฮะ 1 ใน 3 ของยุงเองเพราะฉะนั้นเออ
00:19:34 → 00:19:37ปกติแล้วถ้าตบแล้วเลือดแดงเนี่ยแล้วดูไม่
00:19:37 → 00:19:38เป็นยคือลิ้นแล้วล่ะ
00:19:38 → 00:19:41>> ว้ายแสดงว่าเค้าดูดเลือดเราไปแล้วอย่าง
00:19:41 → 00:19:43งี้เหรอคะอาจารย์พอแบบเพราะว่าเ้าดูดแล้ว
00:19:43 → 00:19:45เราตบเลือดออกแต่ไม่เห็น
00:19:45 → 00:19:47>> ผมว่ายุงผมว่าริ้นเนี่ยเวลาดูดเลือดเนี่ย
00:19:47 → 00:19:49คนอาจจะไม่รู้สึกเท่าไหร่เพราะว่ามันตัว
00:19:49 → 00:19:51เล็กถ้าตัวเล็กกับปากเล็กเพราะฉะนั้นเวลา
00:19:51 → 00:19:53ที่มันเเรียก ping and sucking ของปาก
00:19:53 → 00:19:56มันเนี่ยมันจะมันจะตัดแล้วมันจะดูดได้
00:19:56 → 00:19:59เร็วแล้วก็ไวโดยที่เราเราอาจจะไม่ได้
00:19:59 → 00:20:00สังเกตอ
00:20:00 → 00:20:00>> อือ
00:20:00 → 00:20:02>> เพราะมันเหมือนจุดคันนิดเดียวแล้วก็ปล่อย
00:20:02 → 00:20:04ผ่านแป๊บเดียวมันก็เรียบร้อยแล้ว
00:20:04 → 00:20:09>> อ๋อโอถ้างั้นก็เอยากันยุงเอ้ยไม่ใช่สิ
00:20:09 → 00:20:11อะไรนะแผ่นไอ้พวกกันยุงอะไรอย่างเงี้ยมัน
00:20:11 → 00:20:14ว่าทาก็ช่วยได้นะเพราะว่ามันตระกูลใกล้ๆ
00:20:14 → 00:20:16กันมันน่าจะป้องกันพวกแมลงดูดเลือดได้
00:20:16 → 00:20:18เหมือนอ่าใช่เพราะว่าหน้าตาเคล้ายยุงอยู่
00:20:18 → 00:20:19เหมือนกันนะคะอาจารย์เพราะว่าตอนแรกเข้า
00:20:19 → 00:20:22ใจก็คว่าตัวริ้นนี่คือแบบอาจจะปีกสั้นๆ
00:20:22 → 00:20:24ตัวน้อยๆเหมือน
00:20:24 → 00:20:27>> เหมือนแมงเอ
00:20:27 → 00:20:30>> แล้วบางครั้งเนี่ยบางทีมันไปกัดไอ้ตรงคอ
00:20:30 → 00:20:33เงี้ยไอ้ที่มันไอ้ที่มันไม่มีอะไรโteคอ่ะ
00:20:33 → 00:20:33>> อ่า
00:20:33 → 00:20:36>> เออตรงโคนขนอะไรพวกเนี้ยซึ่งมันก็ดูยาก
00:20:36 → 00:20:37พวก
00:20:37 → 00:20:37>> เออ
00:20:37 → 00:20:40>> อ่ามันดำตัวดำๆมืดๆไม่รู้หรอกอาจารย์
00:20:40 → 00:20:43>> ใช่เราเราจะเห็นก็คือตอนหลังมันแดงแล้ว
00:20:43 → 00:20:46มันมีรอยอยู่เออคือถ้าเราเห็นหลังจากที่
00:20:46 → 00:20:48เราออกจากป่าเราเห็นรอยกัดเนี่ยแสดงว่า
00:20:48 → 00:20:51เอออาจจะโดนไปแล้วโดยที่เราไม่รู้สึกตัว
00:20:51 → 00:20:53>> จริงถ้าไม่คุยกับอาจารย์วันนี้เราจะนึก
00:20:53 → 00:20:54ถึงว่าโอ้โดนยุงกัด
00:20:54 → 00:20:54>> เออ
00:20:54 → 00:20:56>> หรือแมลงอะไรสักอย่างนึงแหละเราไม่คิดถึง
00:20:56 → 00:20:59ลิ้นฝอยทรายแต่ชื่อเขาน่าจะอยู่แถวๆทราย
00:21:00 → 00:21:02แต่ว่าทะเลทรายตะวันออกกลางใช่มทะเลบ้าน
00:21:02 → 00:21:03เรา
00:21:04 → 00:21:06>> อยู่ถ้ำอยู่ป่านั่นเองก็ต้องระวังด้วย
00:21:06 → 00:21:08แล้วถ้าเกิดแบบสัตว์ลงสัตว์เลี้ยงอะไร
00:21:08 → 00:21:11ต้องระวังมั้ยคะเค้ากัดมั้ยคะกัดหมด
00:21:11 → 00:21:15>> ก็ก็กัดฮะเพราะว่าอย่างเนี่ยมันจะมีสุนัข
00:21:15 → 00:21:17เป็นรีซูโว
00:21:17 → 00:21:18>> เป็นโฮสตพักได้
00:21:18 → 00:21:19>> แน่
00:21:19 → 00:21:21>> เป็นเก็บตัวเก็บกากโลกได้เพราะฉะนั้นบาง
00:21:21 → 00:21:25ครั้งเนี่ยเค้าก็ไปตรวจในสุนัขว่าในเขต
00:21:25 → 00:21:28นั้นน่ะมีสุนัขติดมีภูมิกันมั้ยอะไรพวก
00:21:28 → 00:21:30เนี้ยมันก็จะเป็นตัวบ่งบอกได้บางอย่างแบบ
00:21:30 → 00:21:32สุนัขที่แบบอยู่แถวตามแหล่งท่องเที่ยว
00:21:32 → 00:21:36หน้าตาในเขตแอนดมิที่มีเขตระบาดของโลก
00:21:36 → 00:21:36>> ออ
00:21:36 → 00:21:40>> แต่ว่ามันก็ไม่ได้ออกคือที่เคยไปทำมาไป
00:21:40 → 00:21:42เจาะเลือดมามันก็ไม่ได้เจอง่ายบอกได้จริง
00:21:42 → 00:21:46ๆว่าโอ้โหไปเนี่ยเจาะกันเป็นรเงี้ทีบาง
00:21:46 → 00:21:47บางรอบไม่เจอเลย
00:21:47 → 00:21:48>> อื
00:21:48 → 00:21:52>> เออเพราะว่ามันเป็นจังหวะที่เอ่อถ้าจะ
00:21:52 → 00:21:55เป็นในหน้าอย่างพวกหน้าฝนเนี่ยอาจจะมี
00:21:55 → 00:21:59ลิ้นไฟทรายเยอะหน่อยเอ่ออาจจะมีให้เห็นมี
00:21:59 → 00:22:01โอกาสความเสี่ยงที่จะติดโรคได้แต่ว่ามัน
00:22:01 → 00:22:03ก็ไม่ได้เจอได้ถึงบอกว่าอันนี้มันยังไม่
00:22:03 → 00:22:07ได้เป็นโรคที่เอ่อน่าวิตกมากเพราะว่ามัน
00:22:07 → 00:22:11ยังเป็นเอ่อเป็นบางปื้นแล้วก็เป็นในส่วน
00:22:11 → 00:22:15ของเอ่อสถานที่ที่ไม่ได้คนส่วนใหญ่เข้าไป
00:22:16 → 00:22:17>> อืเฉพาะนั้นมันก็เลยไม่มีการระบาดแพร่
00:22:18 → 00:22:20กระจายตัวแล้วอีกอย่างที่บอกอ่ะรีฟตัว
00:22:20 → 00:22:21เล็กมันบินไม่ได้ไกลเพราะฉะนั้นมันก็จะ
00:22:21 → 00:22:25อยู่ใกล้กับตำแหน่งที่เค้าเเอ่อเพาะตัวเ
00:22:25 → 00:22:28เองอยู่เพราะฉะนั้นมันก็จะล็อคโดยตำแหน่ง
00:22:28 → 00:22:31>> มากกว่าเพราะงั้นถ้าตรงไหนเป็นจุดที่
00:22:31 → 00:22:34เริ่มมีการรายงานการติดเชื้ออะไรพวกนี้
00:22:34 → 00:22:35เราก็สามารถจะเฝ้าระวังได้
00:22:35 → 00:22:37>> อือฮึแต่ว่าด้วยความที่เห็นแผลแล้วดูมัน
00:22:37 → 00:22:41ไม่ได้เล็กๆเลยดูมันน่ากลัวเกินไปแต่ก็
00:22:41 → 00:22:43ฟังอย่างี้แล้วก็สบายใจได้ครับ
00:22:43 → 00:22:45>> ว่าอ่าถ้าเราไม่ได้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง
00:22:46 → 00:22:48มันไม่มีทางแน่นอนรัศมีแค่ 2 กม.บินไม่
00:22:48 → 00:22:49ไหว่
00:22:49 → 00:22:51>> แค่ 2 กม.ก็ถือว่าเก่งแล้วนะ
00:22:51 → 00:22:53>> มันไม่บินตามรถเราออกมา
00:22:53 → 00:22:56>> ลมพัดก็ปลิวแล้วอะไรประมาณนี้แต่ว่าอาจจะ
00:22:56 → 00:22:58อยู่ที่ชื้นแฉะเข้าป่าเข้าอะไรก็เพิ่ม
00:22:58 → 00:22:59ความระวัง
00:22:59 → 00:23:02>> ถ้ำเออถ้ำเนี่ยถ้ำเนี่ยเป็น
00:23:02 → 00:23:04>> ถ้ำจะเป็นแฮปปิหลักแล้วเราไปเก็บเรื่องไฟ
00:23:04 → 00:23:05ทรายเราจะไปตามถ้ำ
00:23:05 → 00:23:07>> อาจารย์เคยไปเก็บเห็นบอกว่าให้ลูกศิษย์ไป
00:23:07 → 00:23:08เก็บอยู่เหมือนกันใช่มั้
00:23:08 → 00:23:10>> ใช่เพราะต้องไปดักนะ
00:23:10 → 00:23:11>> บางทีเพราะมันตัวมันเล็กมากบางทีมันต้อง
00:23:11 → 00:23:12ไปดักดูว่า
00:23:12 → 00:23:14>> มันมืดๆมองยังไงคะอาจารย์
00:23:14 → 00:23:17>> ก็ใช้ใช้แทรปดักให้มันติดมาเพราะว่าไป
00:23:17 → 00:23:20เฝ้าไม่ได้หรอกเพราะว่าพวกนี้มันเรา
00:23:20 → 00:23:23จังหวะเวลาบางทีมันไม่ตรงก็เอวางแทรปไว้
00:23:23 → 00:23:25แล้วก็เช้ามาดู
00:23:25 → 00:23:28>> เออเช้ามาดูเป็นถุงก็เก็บกับอะไรพวกเนี้ย
00:23:28 → 00:23:29>> อ๋อเรามีตัวล่อ
00:23:30 → 00:23:32>> เออมีตัวล่อมันจะมีเรื่องสีเรื่องอะไร
00:23:32 → 00:23:32>> อือฮึ
00:23:32 → 00:23:35>> เออที่มันเกี่ยวข้องอย่างแทปที่เราใช้
00:23:35 → 00:23:36เป็นสีฟ้า
00:23:36 → 00:23:37>> ค่ะ
00:23:37 → 00:23:39>> เออมันมีเคลือบสารกับไม่เคลือบสารอะไรพวก
00:23:39 → 00:23:40เนี้ยเออ
00:23:40 → 00:23:42>> โหแต่มันตัวเล็กแล้วไปเจาะหาอะไรเจอ
00:23:42 → 00:23:44>> ก็ต้องวางหลายจุดเยอะหน่อย
00:23:44 → 00:23:46>> ในตำแหน่งที่อาจจะต้องเป็นตำแหน่งใกล้กับ
00:23:46 → 00:23:50ที่แหล่งน้ำมีความชื้นบ้างอะไรพวกเนี้ยอ
00:23:50 → 00:23:54>> แต่เราก็วางต้องแต่ต้องเป็นถ้ำที่ไม่ใช่
00:23:54 → 00:23:55ถ้ำท่องเที่ยวนะ
00:23:55 → 00:23:55>> อือๆ
00:23:55 → 00:23:59>> เพราะถ้ำท่องเที่ยวเนี่ยเดี๋ยวชาวบ้านตก
00:23:59 → 00:24:00ใจอ่า
00:24:00 → 00:24:02>> เออมีอะไรเดี๋ไปขอหวยยุ่งเลยเพราะว่าจะ
00:24:02 → 00:24:04วางทับสีฟากใจงง
00:24:04 → 00:24:07>> เออเพราะงั้นก็จะเป็นแหล่งที่ไม่มีคนเข้า
00:24:07 → 00:24:08ไปรบกวน
00:24:08 → 00:24:08>> ค่ะ
00:24:08 → 00:24:10>> เพราะว่ามันจะเป็นเหมือนตามธรรมชาติส่วน
00:24:10 → 00:24:14ใหญ่เจะอยู่แบบใกล้แหล่งน้ำเอ่อเขตที่มี
00:24:14 → 00:24:15ชื้นบ้างอะไรพวกเส่วนใหญ่
00:24:15 → 00:24:16>> อ
00:24:16 → 00:24:18>> แต่ไม่ได้เป็นพื้นทรายหรอกบ้านอยากจะอยู่
00:24:18 → 00:24:22ชายป่ามากกว่านั้นเป็นลิ้นลิ้นฝอยฝอยถ้ำ
00:24:22 → 00:24:25แทนได้มั้ว่าอะไรอย่างเงี้ยคือให้มัน
00:24:25 → 00:24:28เหมาะกับสถานที่ที่มันอยู่เลยแต่ก็สบายใจ
00:24:28 → 00:24:31แล้วแหละเที่ยวถ้ำได้เหมือนเดิมนะไปป่า
00:24:31 → 00:24:35ได้เหมือนเดิมนะเออไม่ได้แบบว่ามันจะ
00:24:35 → 00:24:38>> ออกมาแล้วแบบใครเข้าป่าปึ๊บเป็นทุกคนมัน
00:24:38 → 00:24:41อาจจะแค่เฉพาะพื้นที่บางพื้นที่ซึ่ง
00:24:41 → 00:24:43>> มันก็ต้องไปเก็บวิจัยอย่างที่อาจารย์ไปทำ
00:24:43 → 00:24:45มานั่นแหละใช่มั้คะถึงจะรู้ว่าตรงไหนเป็น
00:24:45 → 00:24:45แหล่ง
00:24:46 → 00:24:48>> แล้วก็จะได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตห้ามหรือ
00:24:48 → 00:24:51อะไรก็ว่ากันไปแต่ไม่ไม่ได้มีทุกที่
00:24:51 → 00:24:52>> ใช่ครับ
00:24:52 → 00:24:54>> นะคะได้ความรู้กันกับอีกเรื่องนึงโรคนึง
00:24:54 → 00:24:56นะคะที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวขอบคุณ
00:24:56 → 00:24:58อาจารย์สถาพรค่ะสวัสดีค่ะ
00:24:59 → 00:25:00>> หมดเวลาแล้วค่ะคุณผู้ฟังเราจะกลับมาพบกัน
00:25:00 → 00:25:03ใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทาง Thai
00:25:03 → 00:25:05PBS Podcast ค่ะวันนี้ลาไปก่อนนะคะ
00:25:05 → 00:25:06สวัสดีค่ะ
00:25:07 → 00:25:09>> This is Thai PBS Podcast
00:25:09 → 00:25:11>> สารการบูดที่ใส่ในอาหารแบ่งออกเป็นกี่
00:25:11 → 00:25:14ประเภทหากรับประทานมากเกินไปจะส่งผลอะไร
00:25:14 → 00:25:17บ้างผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เอกราชบำรุงพืช
00:25:17 → 00:25:19ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมหาวิทยาลัย
00:25:19 → 00:25:22ธุรกิจบัณฑิตมาเล่าให้ฟังครับ
00:25:22 → 00:25:25>> ไอ้เจ้าสารกันบูดหรือสารกันเสียเนี่ยใช้
00:25:25 → 00:25:28เพื่อการถนอมอาหารเติมลงไปในอาหารหรือ
00:25:28 → 00:25:32ผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆเพื่อยืดอายุการเก็บ
00:25:32 → 00:25:35รักษาให้เก็บไว้ได้นานขึ้นคุณสมบัติมันจะ
00:25:35 → 00:25:38ไปยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
00:25:38 → 00:25:41ทั้งแบคทีเรียทั้งยีสทั้งลาเพื่อป้องกัน
00:25:41 → 00:25:44ไม่ให้อาหารเนี่ยมันเน่าเสียหรือเสื่อม
00:25:44 → 00:25:47สภาพซึ่งการเสื่อมสภาพสภาพของอาหารเนี่ย
00:25:47 → 00:25:50มีทั้งทางเคมีที่เสื่อมสภาพไปจากตัวอาหาร
00:25:50 → 00:25:53เองและจุลินทรีย์ซึ่งไอ้เจ้าสารการบูดการ
00:25:53 → 00:25:55เสียเหล่าเนี้ยนะครับมันจะแบ่งออกเป็น
00:25:55 → 00:25:58หลายกลุ่มเลยแต่ละกลุ่มแต่ละชนิดมันก็จะ
00:25:58 → 00:26:03มีข้อจำกัดหรือคุณสมบัติเนี่ยที่แตกต่าง
00:26:03 → 00:26:03กันไป
00:26:03 → 00:26:06>> จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่เลยกลุ่มแรก
00:26:06 → 00:26:09เนี่ยพวกกรดอินทรีย์มันจะไปยับยั้งการ
00:26:09 → 00:26:12เจริญเติบโตของจุลินทรีย์พวกนี้จะใช้ใน
00:26:12 → 00:26:15เครื่องดื่มน้ำผลไม้หรือซอสผลไม้แปรรูป
00:26:15 → 00:26:18หรือน้ำสลัดเพื่อขัดขวางการเจริญเติบโต
00:26:18 → 00:26:21ของเชื้อรากลุ่มที่ 2 คือไนเตรตไนไตรท์
00:26:21 → 00:26:25เขาใช้ในการถนอมอาหารในพวกเนื้อสัตว์แปร
00:26:25 → 00:26:30รูปเช่นไส้กรอกแฮมเบคอนกลุ่มที่ 3 เป็น
00:26:30 → 00:26:34กลุ่มซันไฟกลุ่มเนี้ยจะใช้ในผลไม้แห้งจะ
00:26:34 → 00:26:36ใช้เยอะเพื่อยับยั้งพวกปฏิกิริยา
00:26:36 → 00:26:40ออกซิเดชันะบางทีผลไม้มันมีการเปลี่ยนสี
00:26:40 → 00:26:42มันมีการเสื่อมไม่น่ารับประทานและกลุ่ม
00:26:42 → 00:26:45สุดท้ายคือพาราเบนอันนี้ใช้ในเครื่องสำอ
00:26:45 → 00:26:48อ้างด้วยนะในอาหารก็มีการใช้เพราะไปขัด
00:26:48 → 00:26:50ขวางการเจริญเติบโตของพวกเชื้อแบคทีเรีย
00:26:50 → 00:26:52พวกเชื้อรามันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารมี
00:26:52 → 00:26:55งานวิจัยออกมานะครับของ WHO กับที่
00:26:55 → 00:26:57Harvard Medical School เนี่ยเขาพบว่า
00:26:57 → 00:27:00กินอาหารแปรรูป Ultra Por food แปรรูป
00:27:00 → 00:27:03ขั้นสุดที่ใส่สารการบูดกันเสียเหล่าเนี้ย
00:27:03 → 00:27:06มันจะส่งผลเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัย
00:27:06 → 00:27:08อันควรถึง 30%
00:27:08 → 00:27:11Mortality rate หรือ ME rate เนี่ยสูง
00:27:11 → 00:27:14ขึ้นครับถ้าเรากินอาหารแปรรูปเหล่านี้
00:27:14 → 00:27:16เยอะเออวันนึงเนี่ยมีงานวิจัยตัวเลขถึง
00:27:16 → 00:27:19ขั้นที่ว่า 4 ครั้งต่อวันเพราะเช้ามาเข้า
00:27:19 → 00:27:23ร้านสะดวกซื้อเวฟๆๆไส้ก่งไส้กรอกลูกชงลูก
00:27:23 → 00:27:26ชิ้นพวกแปรรูปอาหารกระป๋องบะหมี่กึง
00:27:26 → 00:27:29สำเร็จรูปแล้วก็กินซ้ำๆเนี่ยก็เสี่ยงต่อ
00:27:29 → 00:27:31การเสียชีวิตเนี่ยสูงขึ้นเสี่ยงต่อการ
00:27:31 → 00:27:33เกิดโรคเรื้อรังสูงขึ้นมันมีความสัมพันธ์
00:27:33 → 00:27:37กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้เคยให้นักศึกษา
00:27:37 → 00:27:41วิจัยเก็บตัวอย่างอาหารแช่แข็งพร้อมรับ
00:27:41 → 00:27:41ประทาน
00:27:41 → 00:27:42>> อื
00:27:42 → 00:27:46>> 20 ตัวอย่างจากร้านสะดวกซื้อที่ทุกคนก็
00:27:46 → 00:27:50ทราบกันดีพบว่าเจอครับแต่เจอในระดับที่
00:27:50 → 00:27:53ยังปลอดภัยอยู่ผลกระทบกับสุขภาพเนี่ยมัน
00:27:53 → 00:27:56มีทั้งระยะสั้นและระยะยาวระยะสั้นส่วน
00:27:56 → 00:27:59ใหญ่จะพบแบบเกินน่ะบางทีมีการคลื่นไส้
00:27:59 → 00:28:02อาเจียนเวียนหัวถ่ายท้องหรือผื่นขึ้น
00:28:03 → 00:28:05อย่างเงี้ยระยะยาวเนี่ยพวกไนเตรตไนไต
00:28:05 → 00:28:08เนี่ยไปเจอกรดในร่างกายแล้วทำให้เปลี่ยน
00:28:08 → 00:28:11สภาพเป็นสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อ
00:28:11 → 00:28:14มะเร็งดั่งคำกล่าวที่ว่าถ้าคุณอยากที่จะ
00:28:14 → 00:28:17อายุยืนยาวคุณต้องกินอาหารที่อายุสั้น
00:28:17 → 00:28:18>> อ่า
00:28:18 → 00:28:20>> ถ้าคุณอยากที่จะอายุสั้นคุณต้องกินอาหาร
00:28:20 → 00:28:21ที่อายุยืน
00:28:21 → 00:28:24>> คืออาหารที่มันเก็บไว้ได้นานๆน่ะเพราะมัน
00:28:24 → 00:28:27ใส่สารการบูดการเสียมาเต็มแม็กเลย
00:28:27 → 00:28:29[เพลง]
00:28:29 → 00:28:33>> This is Thai PBS Podcast
00:28:33 → 00:28:36>> ติดตามรายการของ Thai PBBS Podcast ได้
00:28:36 → 00:28:38ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:28:38 → 00:28:40thaippbspodcast.com
00:28:41 → 00:28:44แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:28:44 → 00:28:48ผ่านพcastช่องทางอื่นๆ Spotify YouTube
00:28:48 → 00:28:52Apple Podcast และ Soundcloud เ้า
00:28:52 → 00:28:55[เพลง]