00:00:01 → 00:00:02บนโซเชียลแชร์เตือนว่า ฟลูออไรด์
00:00:02 → 00:00:04เป็นสารเคมีที่เป็นพิษต่อระบบประสาท
00:00:04 → 00:00:06เป็นสาเหตุของไอคิวต่ำกว่า
00:00:06 → 00:00:09เชื่อมโยงโรคมะเร็ง เบาหวาน ไต และไทรอยด์
00:00:09 → 00:00:10หืม! ชัวร์เหรอ
00:00:14 → 00:00:17เรื่องนี้ถ้าจริงก็น่าตกใจและควรรีบบอกเตือนกัน
00:00:17 → 00:00:18แต่ก่อนจะแชร์ต่อต้องเช็กให้ถูกชัวร์
00:00:18 → 00:00:22ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท สอบถามกับ
00:00:22 → 00:00:23อาจารย์ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
00:00:23 → 00:00:26ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
00:00:26 → 00:00:29ฟลูออไรด์เป็นสารเคมีที่เป็นพิษแบบที่เขาเตือนนี้ จริงไหมครับ
00:00:29 → 00:00:32ไม่เป็นความจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ๆ
00:00:32 → 00:00:35การที่เราใช้ฟลูออไรด์ในชีวิตประจำวัน ถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
00:00:35 → 00:00:37แล้วก็มีประโยชน์มากกว่าโทษนะคะ
00:00:37 → 00:00:39ที่จริงแล้ว ฟลูออไรด์มีอยู่ทั่วไป
00:00:39 → 00:00:43เราพบฟลูออไรด์ได้ทั้งในอากาศ ในดิน ในหิน หรือในน้ำนะคะ
00:00:43 → 00:00:46โดยเฉพาะแหล่งน้ำจากทางธรรมชาติ
00:00:46 → 00:00:48นอกจากนี้อาหารพืชผักผลไม้บางชนิด
00:00:48 → 00:00:50ก็จะมีฟลูออไรด์เป็นองค์ประกอบอยู่ในนั้น
00:00:50 → 00:00:52หากจะให้โทษ จะต้องมีปริมาณสูงมาก ๆ
00:00:52 → 00:00:55ความเป็นพิษของฟลูออไรด์ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ
00:00:55 → 00:00:59เราต้องได้รับปริมาณมาก ๆ หรือ ปริมาณสูง ๆ อย่างต่อเนื่อง
00:00:59 → 00:01:00สะสมเป็นระยะเวลานาน ๆ
00:01:00 → 00:01:03ปริมาณที่มากอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยาวนาน
00:01:03 → 00:01:06เขาบอกว่า ฟลูออไรด์ทำให้ไอคิวต่ำกว่า จริงเหรอครับ
00:01:06 → 00:01:08ก็ไม่พบความสัมพันธ์ คือไม่เกี่ยวข้องกันเลยกับ
00:01:08 → 00:01:12การได้รับฟลูออไรด์กับระดับไอคิว หรือความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก
00:01:12 → 00:01:13เขาบอกว่า ทำให้เกิดอีกหลายโรค
00:01:13 → 00:01:16การได้รับฟลูออไรด์ ก็ไม่มีความสัมพันธ์ กับการเกิดโรค
00:01:16 → 00:01:19ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคทางต่อมไร้ท่ออื่น ๆ
00:01:19 → 00:01:21เขาอ้างอิงว่ามีงานวิจัยเลยนะครับ
00:01:21 → 00:01:24พอเราอ่านในหลายละเอียดของงานวิจัย
00:01:24 → 00:01:27ที่ออกมาจากกลุ่มต่อต้านการใช้ฟลูออไรด์เหล่านี้
00:01:27 → 00:01:29เราก็จะพบว่า การออกแบบการทดลองส่วนมาก
00:01:29 → 00:01:31เขาก็จะทำการทดลองในสัตว์ทดลองเป็นหลัก
00:01:31 → 00:01:35แล้วก็ให้สัตว์ทดลองเหล่านี้ได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงมาก ๆ
00:01:35 → 00:01:39มันจะเป็นการทดลองที่ค่อนข้างพยายามให้เกิดโทษของฟลูออไรด์อยู่แล้ว
00:01:39 → 00:01:43ในบทความที่แชร์กัน เตือนเรื่องฟลูออไรด์ในน้ำประปา
00:01:43 → 00:01:43สำหรับประเทศไทย
00:01:43 → 00:01:47ก็จะต้องมีปริมาณฟลูออไรด์ไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร
00:01:47 → 00:01:50หรือ 0.7 ส่วนในล้านส่วน
00:01:50 → 00:01:53ซึ่งจากการสำรวจแหล่งน้ำที่เอามาน้ำประปา
00:01:53 → 00:01:57ก็พบว่าอยู่ในปริมาณฟลูออไรด์ที่ปลอดภัย สามารถนำมาใช้ได้
00:01:57 → 00:02:00แล้วประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ไม่ได้มีมาตรการ
00:02:00 → 00:02:02ในการเติมฟลูออไรด์เสริมเข้าไปในน้ำประปาแต่อย่างใด
00:02:02 → 00:02:06แล้วตามข้อเท็จจริง ผลเสียจากฟลูออไรด์ที่มากเกินไป เป็นยังไงครับ
00:02:06 → 00:02:09พบได้บ่อยที่สุด ก็จะไปเกิดกับฟัน และกระดูก
00:02:09 → 00:02:13ฟันที่ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป เกิดฟันตกกระ เป็นหลุม หรือเป็นร่อง
00:02:13 → 00:02:15บางครั้งอาจจะเห็นเป็นสีเหลือง หรือสีน้ำตาล
00:02:15 → 00:02:20ส่วนการสะสมของฟลูออไรด์ที่บริเวณกระดูก ก็อาจจะเกิดที่บริเวณข้อต่อต่าง ๆ
00:02:20 → 00:02:24สำหรับโทษของฟลูออไรด์ ที่มีต่อระบบปราสาท ก็จะเกิดขึ้น
00:02:24 → 00:02:27ก็ต่อเมื่อได้รับระดับฟลูออไรด์ที่เป็นพิษในครั้งเดียว
00:02:27 → 00:02:30แต่โดยปกติแล้ว โทษในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
00:02:30 → 00:02:32พบได้น้อยมากในชีวิตประจำวัน
00:02:32 → 00:02:35ที่แชร์กันยังบอกว่า ฟลูออไรด์ เป็นแค่ขยะอุตสาหกรรม
00:02:35 → 00:02:37ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อสุขภาพเลย
00:02:37 → 00:02:40การค้นพบประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุของฟลูออไรด์
00:02:40 → 00:02:42ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของวงการทันตแพทย์ก็ว่าได้
00:02:42 → 00:02:45ทำให้เราลดอัตราการเกิดโรคฟันผุลงไปได้เยอะ
00:02:45 → 00:02:47อย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียว
00:02:47 → 00:02:50ก็เป็นที่มาของการเติมฟลูออไรด์ลงไป
00:02:50 → 00:02:51ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทางด้านทันตกรรม
00:02:51 → 00:02:53การป้องกันฟันผุโดยฟลูออไรด์ที่ดีที่สุด
00:02:53 → 00:02:56ก็คือการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมกับฟลูออไรด์
00:02:56 → 00:02:57ในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง
00:02:57 → 00:03:01ยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ ป้องกันฟันผุไม่ได้เหรอครับ
00:03:01 → 00:03:04อาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาล
00:03:04 → 00:03:06จะถูกเชื้อที่อยู่ในช่องปาก เปลี่ยนแปลงให้เป็นกรด
00:03:06 → 00:03:08หลังจากการรับประทานเสมอ
00:03:08 → 00:03:12ฟันที่ถูกแช่อยู่ในกรดนาน ๆ ก็จะถูกกัดกร่อนผิวด้านนอกออกไป
00:03:12 → 00:03:15การที่เราใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์
00:03:15 → 00:03:18ก็จะแค่กำจัดคราบสกปรกที่ติดกับฟันออกไป
00:03:18 → 00:03:19หรือเป็นการชะล้างกรดออกไป
00:03:19 → 00:03:23แต่จะไม่มีตัวฟลูออไรด์เข้าไปเป็นส่วนประกอบของเคลือบฟัน
00:03:23 → 00:03:27เพราะฉะนั้น คราวหน้าถัดไปที่เราทานอาหาร และมีกรดเกิดขึ้น
00:03:27 → 00:03:31มันก็จะมีแต่การละลายเคลือบฟันออกไป แต่ไม่มีการดึงแร่ธาตุกลับมา
00:03:31 → 00:03:34รวมทั้งตัวเคลือบฟันที่สูญเสียแร่ธาตุออกไปแล้วค่ะ
00:03:34 → 00:03:36ความแข็งแรงมันก็จะลดลง
00:03:36 → 00:03:38ในขณะที่ถ้ายาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
00:03:38 → 00:03:42ฟลูออไรด์ก็จะกลับเข้าไปจับกับผิวเคลือบฟันที่ถูกละลายแร่ธาตุออกไปแล้ว
00:03:42 → 00:03:44แล้วก็มีความแข็งแกร่งแข็งแรงมากขึ้น
00:03:44 → 00:03:47และก็ต้านทานต่อการเกิดกรดครั้งต่อไป หลังจากการรับประทานอาหาร
00:03:47 → 00:03:51จะทำให้เกิดกระบวนการการเกิดฟันผุในครั้งต่อไปได้ยากขึ้น
00:03:51 → 00:03:52อาจารย์ยังแนะนำย้ำเตือนแบบนี้
00:03:52 → 00:03:56การป้องกันฟันผุ เราสามารถทำได้เองที่บ้านนะคะ
00:03:56 → 00:04:00ทำได้ง่าย ๆ นิดเดียว ก็ด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์
00:04:00 → 00:04:02ใช้เวลาแปรงอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 นาที
00:04:02 → 00:04:05พยายามบ้วนน้ำให้น้อยที่สุด หรือคายเฉพาะฟองออก
00:04:05 → 00:04:10แล้วก็งดการดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหาร อย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที
00:04:10 → 00:04:13เพื่อให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันนั้นได้มีโอกาสสัมผัสกับเคลือบฟัน
00:04:13 → 00:04:15แล้วก็สร้างความแข็งแรงให้กับเคลือบฟันของเราค่ะ
00:04:15 → 00:04:19แต่สรุปแล้วที่แชร์เตือนว่า “ฟลูออไรด์เป็นสารพิษ” นี่เป็นอย่างไรครับ
00:04:19 → 00:04:22ไม่ถูกต้อง จะเป็นการส่งเสริมความเข้าใจผิด ๆ ต่อการใช้ฟลูออไรด์ค่ะ
00:04:22 → 00:04:24ดังนั้นก็ไม่ควรจะแชร์ต่อค่ะ
00:04:25 → 00:04:28ทุกวันนี้ ข้อมูล ข้อความ “น่าเชื่อถือ” สร้างง่าย โดยใครก็ได้
00:04:28 → 00:04:32ดังนั้น ก่อน “หลงเชื่อ” สิ่งใด ควรตรวจสอบว่า “เชื่อถือได้” จริง ๆ
00:04:32 → 00:04:34ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยบนสังคมออนไลน์
00:04:34 → 00:04:38หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่งแชร์ต่อ ร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับ ชัวร์ก่อนแชร์