ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไรบ้าง และจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคชนิดนี้

คำถาม:
ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไรบ้าง และจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคชนิดนี้?
คำตอบ:
อาการของโรคฝีดาษลิงเริ่มจากไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อาจมีท้องเสียหรืออาเจียนภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ แล้วตามด้วยการเกิดตุ่มแดงที่หน้า ค่อย ๆ กระจายไปยังลำตัว แขนขา โดยตุ่มจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง แล้วกลายเป็นแผลและสะเก็ด ซึ่งจุดสำคัญที่แยกกับโรคฝีดาษธรรมดา คือ ฝีดาษลิงมักมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณใต้คาง ลำคอ รักแร้ หรือขาหนีบ ทำให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคฝีดาษลิง

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : โรคฝีดาษลิง

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:01:47แพร่กระจายได้ไม่ง่าย มีอัตราการเสียชีวิต อยู่แค่ประมาณสัก 1–10%
00:01:52เราจะรู้ได้ยังไงครับว่า เราเป็นโรคฝีดาษลิงแล้ว
00:01:54ถ้าเกิดเราไปสัมผัส หรือไปติดเชื้อมาเนี่ยค่ะ
00:01:57ภายในประมาณ 2 สัปดาห์ เราก็จะเริ่มมีไข้
00:01:59ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อาจจะมีท้องเสีย หรือ มีอาเจียนได้
00:02:04หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากที่มีไข้เนี่ยค่ะ
00:02:07เราก็จะเริ่มมีตุ่มขึ้น เป็นผื่นแดง ๆ
00:02:09แล้วก็ตุ่มเนี่ยก็จะเริ่มกระจายตั้งแต่หน้ามานะคะ
00:02:12แล้วก็มาที่ลำตัว แล้วก็ไปที่แขนขาค่ะ
00:02:15รูปร่างลักษณะคล้ายกันหมดเลยค่ะ
00:02:17หลังจากนั้น ตุ่มทั้งหมดจะกลายเป็นตุ่มน้ำ
00:02:19แล้วก็จะต่อมาเป็นตุ่มหนอง แล้วก็หาย แตกเป็นแผล แล้วก็สะเก็ดค่ะ
00:02:25อันนี้ คือลักษณะอาการของผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง
00:02:28ซึ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ใช้แยก กับโรคฝีดาษธรรมดา หรือไข้ทรพิษ
00:02:33ก็คือ การที่โรคฝีดาษลิง จะมีต่อมน้ำเหลืองโตค่อนข้างบ่อย
00:02:37คือเราจะคลำได้ก้อนโต ๆ แถวด้านใต้คางเนี่ยค่ะ
00:02:40หรือที่บริเวณลำคอ หรือรักแร้ หรือว่าขาหนีบค่ะ
00:02:43อันนี้ก็จะทำให้เรายิ่งสงสัยว่า คนไข้อาจจะเป็นโรคฝีดาษลิง
00:02:47ซึ่งอย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็ควรจะต้องมาพบแพทย์