ผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินของหวานได้หรือไม่ และต้องระวังอะไรบ้าง

คำถาม:
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินของหวานได้หรือไม่ และต้องระวังอะไรบ้าง?
คำตอบ:
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินของหวานได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลสูงเกินไป โดยควรลดคาร์โบไฮเดรตจากอาหารมื้ออื่นในวันนั้น ออกกำลังกายเพิ่มเติม และเลือกใช้สารทดแทนน้ำตาล เช่น อะซิซัลเฟม เคซูคราโลส หรือหญ้าหวาน ซึ่งช่วยลดการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดได้ อย่างไรก็ตาม การกินของหวานบ่อยๆอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มและควบคุมน้ำตาลได้ยากขึ้น

ควบคุมดี..เป็นเบาหวาน ก็ทานหวานได้│นพ. รัฐพงศ์ จิวะรังสินี│รพ. พญาไท 3

จากช่อง:Phyathai Hospital
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:02:09[เพลง]
00:02:12ผู้ป่วยเบาหวานนะครับสามารถกินของหวานได้
00:02:15แต่ว่าอาจจะต้องรู้ปริมาณที่เหมาะสมที่
00:02:17ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลมากเกินไปนะครับแนะนำ
00:02:20ว่าผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรกินของหวานเนื่อง
00:02:22จากอาหารที่มีรสหวานมีคาร์โบไฮเดรตที่มาก
00:02:25นะครับถ้ากินนานๆเนี่ยระดับน้ำตาลคนไข้
00:02:28เนี่ยส่วนใหญ่จะมากขึ้นทำให้น้ำหนักตัว
00:02:30มากขึ้นแล้วก็อาจจะทำให้น้ำตาลเนี่ยควบ
00:02:32คุมได้ยากมากขึ้นนะครับอย่างไรก็ตามถ้า
00:02:35เราเป็นเบาหวานแล้วเราอยากทานของหวานถ้า
00:02:37เราทานปริมาณที่เหมาะสมพยายามออกกำลังกาย
00:02:39คุมอาหารชนิดอื่นร่วมด้วยนะครับลดแป้งจาก
00:02:43อาหารในมื้อนั้นบางส่วนลงก็สามารถทานได้
00:02:46บ้างนะครับโดยที่จะต้องควบคุมปริมาณที่
00:02:49เหมาะสมนะครับ
00:02:50[เพลง]
00:02:54ปัจจุบันนะครับจากที่ให้ความหวานที่ทดแทน
00:02:57น้ำตาลมีหลายกลุ่มนะครับไม่ว่าจะเป็น
00:02:59กลุ่มที่เป็นสารสังเคราะห์เช่นอะซิ
00:03:02ซัลเฟรมเคซูคราโลสหรือว่าเป็นปุ่มที่เป็น
00:03:05แอดพาเทมนะครับก็สามารถที่จะทดแทนน้ำตาล
00:03:08ได้นะครับโดยที่มีรสชาติหวานคนไข้ทานแล้ว
00:03:11อาจจะพอปรับเรื่องน้ำตาลปริมาณลงได้นะ
00:03:14ครับโดยที่ใช้สารทดแทนความหวานหรือไม่ก็
00:03:17จะเป็นกลุ่มที่เป็นสกัดจากหญ้าหวานนะครับ
00:03:19ก็สามารถทดแทนน้ำตาลได้ซึ่งในสารของกลุ่ม
00:03:22นี้เนี่ยถ้าคนไข้รับประทานทดแทนน้ำตาล
00:03:25ทรายนะครับก็จะมีส่วนช่วยที่ทำให้ระดับ
00:03:27น้ำตาลในร่างกายไม่มากเกินไปอย่างไรก็ตาม
00:03:30นะครับการที่จะเลือกในสารทดแทนน้ำตาลนะ
00:03:33ครับไม่ว่าจะเป็นสารจากกลุ่มสังเคราะห์นะ
00:03:35ครับหรือว่าเป็นหญ้าหวานเนี่ยก็คงขึ้นกับ
00:03:38ลักษณะอาหารที่คนไข้รับประทานเพราะว่าแต่
00:03:40ละกลุ่มเนี่ยก็จะมีการทนความร้อนที่แตก
00:03:42ต่างกันนะครับแล้วก็แตกต่างกันเรื่องราคา
00:03:44นะครับ
00:03:46[เพลง]