- คำถาม:
- ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันควรรักษาอย่างไรบ้าง?
- คำตอบ:
- แนวทางการรักษาหลักๆ มี 2 วิธี คือ การทำบอลลูนหรือสวนหัวใจ เพื่อขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวด ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดตีบแค่ 1-2 เส้น และการผ่าตัดบายพาส สำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดตีบหลายจุด โดยทั้งสองวิธีต้องรับประทานยาต่อเนื่อง รวมถึงดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ควบคุมอาหาร ลดน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจในอนาคต
โรคหลอดเลือดหัวใจ EP.3 แนวทางการรักษา โรคหลอดเลือดหัวใจ
จากช่อง:MedPark Hospital
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:08สำหรับผู้ที่มาตรวจที่โรงพยาบาลแล้วพบว่า
00:00:11มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันเราก็จะมี
00:00:14แนวทางการรักษาหลักๆอยู่ 2 แนวทางค่ะนอก
00:00:18เหนือจากการรับประทานยานะคะเพราะว่าไม่
00:00:20ว่าจะรักษาด้วยแนวทางไหนผู้ป่วยจะต้องรับ
00:00:23ประทานยาต่อเนื่องอยู่แล้วแนวทางแรก
00:00:25สำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีหรือ
00:00:27อุดตันแค่ 1 ตำแหน่ง 1 เส้นหรือสองเส้น
00:00:30ไม่เยอะมากเกินไปก็จะเป็นเรื่องของการทำ
00:00:33บอลลูนหรือที่เราเรียกว่าการสวนหัวใจ
00:00:35เพื่อทำบอลลูนขยายหลอดเลือดพร้อมกับใส่ขด
00:00:39ลวดแบบนี้เป็นต้นแต่ถ้าสมมุติว่ามีหลอด
00:00:41เลือดหัวใจตีบหรืออุดตันหลายๆเส้นหลายๆ
00:00:44จุดจริงๆเราก็อาจจะต้องคุยกันถึงเรื่อง
00:00:47ของการผ่าตัดบายพาสหรือการผ่าตัดทำทาง
00:00:49เบี่ยงหลอดเลือดหัวใจซึ่งเป็นการทำผ่าตัด
00:00:52ใหญ่การทำบอลลูนหรือการสวนหัวใจเพื่อทำ
00:00:55บอลลูนหรือใส่ขดลวดนี่นะคะข้อดีก็คือไม่
00:00:58เจ็บตัวมากเพราะว่าเราใส่สายส่วนเข้าไป
00:01:00ตรงตำแหน่งที่เป็นหลอดเลือดซึ่งใน
00:01:02ปัจจุบันนี้เนี่ยเราก็นิยมใส่สายสวนผ่าน
00:01:05เข้าทางหลอดเลือดแดงที่ข้อมือนะคะก็จะ
00:01:07เป็นตำแหน่งที่เราใส่สายเล็กๆเข้าไปเพราะ
00:01:09ฉะนั้นก็จะไม่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่หลังจาก
00:01:12ทำเสร็จแล้วผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นยืนเดิน
00:01:14ทำกิจกรรมได้ตามปกติเลยในขณะที่การผ่าตัด
00:01:18บายพาสหรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัว
00:01:20ใจผู้ป่วยจะมีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ที่บริเวณ
00:01:23หน้าอกซึ่งก็จะใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนาน
00:01:26กว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาผ่านสายส่วน
00:01:29สำหรับการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจหลังจาก
00:01:31ทำบอลลูนใส่ขดลวดแล้วผู้ป่วยยังต้องทานยา
00:01:34ซึ่งเป็นยาเฉพาะสำหรับภาวะโรคหลอดเลือด
00:01:37หัวใจในขณะเดียวกันก็จะต้องมียาชนิดอื่น
00:01:40ซึ่งผู้ป่วยจะต้องรับประทานประจำอยู่แล้ว
00:01:42เช่นยาเบาหวานยาลดความดันโลหิตเป็นต้นขณะ
00:01:45เดียวกันหมอก็จะนัดมาตรวจติดตามอาการ
00:01:47เพื่อประเมินภาวะโรคเป็นระยะๆด้วยไม่ใช่
00:01:50ว่ารักษาด้วยการทำบอลลูนแล้วจบเลยนะคะเรา
00:01:53ยังคงต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องหลักๆ
00:01:55ก็คือต้องเป็นการออกกำลังกายที่เป็น
00:01:57คาร์ดิโอหมายถึงจะต้องมีการเพิ่มขึ้นของ
00:02:00ชีพจรต้องรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยการออก
00:02:03กำลังกายด้วยการเดินนิดๆหน่อยๆโดยที่
00:02:05ชีพจรยังไม่เต้นเร็วหัวใจยังไม่เต้นแรง
00:02:07ขึ้นยังไม่หายใจเหนื่อยก็อาจจะยังไม่ทัน
00:02:10ได้เกิดประโยชน์ต่อหัวใจค่ะถ้ามีเบาหวาน
00:02:13เราก็ต้องลดอาหารที่เป็นข้าวแป้งน้ำตาล
00:02:15ใช่ไหมคะถ้ามีคอเลสเตอรอลหรือ
00:02:17ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงก็ต้องลดอาหารที่
00:02:19มีปริมาณไขมันสูงขณะเดียวกันก็อาจจะต้อง
00:02:22รับประทานยาควบคู่กันไปด้วยอาหารที่เค็ม
00:02:24อาหารที่มีโซเดียมเยอะมีความสำคัญเหมือน
00:02:26กันเพราะว่าทำให้ความดันสูงขึ้นแล้วก็อาจ
00:02:29จะทำให้เกิดภาวะบวมเกิดภาวะหัวใจวายหรือ
00:02:32หัวใจล้มเหลวได้ในผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อ
00:02:34หัวใจไม่ค่อยดีอยู่เดิมโรคหัวใจมีความ
00:02:36สำคัญแม้ว่าคุณจะยังไม่เป็นโรคหัวใจในขณะ
00:02:39นี้คุณก็ต้องเริ่มดูแลตัวเองเพื่อป้องกัน
00:02:42ไม่ให้เป็นโรคหัวใจในอนาคตการดูแลเรื่อง
00:02:45อาหารการกินการออกกำลังกายพักผ่อนให้
00:02:48เพียงพอเรื่องธรรมดาพื้นๆมากเลยนะคะแต่
00:02:51ว่ามีส่วนสำคัญมากในการป้องกันโรครวมทั้ง
00:02:54โรคหัวใจด้วยถ้าไม่แน่ใจในอาการที่มีอยู่
00:02:57หรือไม่แน่ใจว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่
00:03:00ไหนที่จะเป็นโรคหัวใจแวะมาเล่าให้ฟังแวะ
00:03:03มาตรวจที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโรง
00:03:06พยาบาลหรือพักได้นะคะ
00:03:08[เพลง]