ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดโรคลมพิษ และควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง

ประคบเย็นบรรเทา"โรคลมพิษ" หายได้ภายใน 24 ชั่วโมง : TNN Health

จากช่อง : TNN


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:04โรคลมพิษผื่นแดงนูนันต้องรีบรักษาค่ะและ
00:00:0400:00:06ในช่วงนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกับแพทย์ผู้
00:00:0600:00:09เชี่ยวชาญในเรื่องของโรคลมพิษกันให้มาก
00:00:0900:00:10ขึ้น
00:00:1000:00:14ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:00:1400:00:15เลยนะ
00:00:1500:00:20[เพลง]
00:00:2000:00:25คะโรคลมพิษค่ะอาจารย์อันตรายแค่ไหนคะ
00:00:2500:00:28สำหรับโรคลมพิษค่ะความอันตรายของเขาขึ้น
00:00:2800:00:30กับว่าเขาเป็นชนิดไหนนะคะโรคลมพิษที่รู้
00:00:3000:00:33จักทั่วไปก็คือผื่นลมพิษเอติคาเรียค่ะจะ
00:00:3300:00:36เป็นลักษณะผื่นนูนค่ะแล้วก็มีลักษณะการ
00:00:3600:00:39แดงๆรอบๆผื่นชนิดนี้ค่ะขึ้นแบบเฉียบพันธ์
00:00:3900:00:41แล้วก็หายได้เองภายใน 24 ชมงค่ะผื่น
00:00:4100:00:44สามารถกระจายได้ทั่วของร่างกายเลยนะคะแต่
00:00:4400:00:46สำหรับผื่นอีกชนิดนึงค่ะก็เป็นกลุ่มอาการ
00:00:4700:00:49ของผื่นล้มพิษเหมือนกันแต่ว่าเขาเนี่ยจะ
00:00:4900:00:52มีความลึกกว่าก็คือคันบวมนูนของเขาเนี่ย
00:00:5200:00:54จะลงไปลำดับใต้ผิวหนังค่ะเราเรียกเขาว่า
00:00:5400:00:58แองจิโอ dema ดังนั้นการขึ้นของผื่นชนิด
00:00:5800:01:00นี้ค่ะจะขึ้นกับบริเวณที่มีแอเรียน้อยๆ
00:01:0000:01:04ค่ะเช่นเป็นหนังตาริมฝีปากหรือว่าหูค่ะ
00:01:0400:01:06ซึ่งการบวมของผื่นชนิดนี้เนี่ยจะมีอาการ
00:01:0600:01:10เจ็บร่วมด้วยค่ะซึ่งการบวมผมบุของแองจิโอ
00:01:1000:01:12ดินี้ถ้าเป็นเนี่ยค่ะอาจจะบวมไปถึงเรื่อง
00:01:1200:01:15ของหลอดลมแล้วก็กระเพาะอาหารแล้วก็ลำไส้
00:01:1500:01:18ได้การบวนของหลอดลมจะทำให้เกิดอาการแน่น
00:01:1800:01:21หายใจไม่ออกค่ะหายใจลำบากแล้วถมีอาการทาง
00:01:2100:01:23เดินหายใจได้สำหรับการบวมของทางเดินอาหาร
00:01:2300:01:25อาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาเฉียบ
00:01:2500:01:27พันคลื่นไส้อาเจียนหรืออาเจียนเป็นเลือด
00:01:2700:01:30ได้เช่นกันค่ะสำหรับผืนลบพิษชนิดสุดท้าย
00:01:3000:01:32ค่ะเป็นผื่นลมพิษที่ร่วมกับอาการของระบบ
00:01:3200:01:36อื่นๆค่ะไม่ว่าจะเป็นระบบหัวใจระบบประสาท
00:01:3600:01:38ระบบทางเดินอาหารแล้วก็ระบบทางเดือนหายใจ
00:01:3800:01:41ค่ะการเกิด 2 อาการใน 5 อาการทั้งหมดค่ะ
00:01:4100:01:44เกิดขึ้นพร้อมๆกันเรียกการแพ้ชนิดาฟ laxis
00:01:4400:01:47ค่ะเป็นการวงของผืนลมพิษที่รุนแรงที่สุด
00:01:4700:01:49ค่ะซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีลมพิษให้เราเห็น
00:01:4900:01:52ก็ได้นะคะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
00:01:5200:01:55ได้ในอันดับต้นๆเลยทีเดียวค่ะแล้วลมพิษ
00:01:5500:01:58และภูมิแพ้ผิวหนังมีความเหมือนหรือต่าง
00:01:5800:02:02กันอย่างไรคะสำหรับลมพิษเอติคาเลียค่ะกับ
00:02:0200:02:05ผื่นแพ้ผิวหนังอปิเมาติจะว่าเหมือนก็
00:02:0500:02:08เหมือนจะว่าต่างก็ต่างสำหรับความเหมือน
00:02:0800:02:10ค่ะก็คืออาจจะเหมือนกันที่สาเหตุที่ทำให้
00:02:1000:02:12เขามีการขึ้นที่ผิวหนังของเราค่ะความ
00:02:1200:02:15เหมือนก็คืออาจจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส
00:02:1500:02:18แบคทีเรียหรือเชื้อราไปจนถึงการแพ้ค่ะไม่
00:02:1800:02:21ว่าจะเป็นแพ้อาหารแพ้อากาศแพ้ยาค่ะแต่
00:02:2100:02:24ความต่างของเขาก็คือความเฉียบพลันค่ะ
00:02:2400:02:26สำหรับผื่นลมพิษนั้นมักจะเป็นการแพ้แบบ
00:02:2600:02:28เฉียบพลันค่ะก็คือมีอากาศเกิดขึ้นได้ทัน
00:02:2800:02:31ทีหลังจากเราสัมผัสของที่แพ้แล้วพอขึ้น
00:02:3100:02:33เฉียบพันธุ์ปุ๊บเขาก็สามารถหายได้เองแบบ
00:02:3300:02:35เฉียบพันธุ์เช่นกันหรืออาจจะเกิดเป็น
00:02:3500:02:38เรื้อรังก็ได้สำหรับผื่นแพ้ผิวหนัง atopic
00:02:3800:02:41dermatitis ค่ะเขาจะมีความหยาบความสาก
00:02:4100:02:43ค่ะแต่เขาอาจจะขึ้นเฉียบพันแต่ไม่ทันที
00:02:4300:02:46เหมือนลมพิษค่อยๆสะสมขึ้นหรือว่าเป็น
00:02:4600:02:49ลักษณะของเป็นเรื้อรังได้ค่ะเพราะฉะนั้น
00:02:4900:02:51ผื่นทั้ง 2 ชนิดไม่ว่าจะเป็นลมพิษหรือ
00:02:5100:02:54ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบจะมีการรักษาที่แตก
00:02:5400:02:56ต่างกันและเหมือนกันในบางส่วนค่ะการรักษา
00:02:5600:02:58ที่เหมือนกันก็คือการใช้ยาต้านฮิสตามีน
00:02:5800:03:01หรือยาแก้แพ้นนั่นเองค่ะสำหรับความแตก
00:03:0100:03:03ต่างก็คือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และการ
00:03:0300:03:06หาการหาสาเหตุของเขานะคะเมื่อหายจากโรคลม
00:03:0600:03:10พิษแล้วผิวหนังจะยังปกติหรือไม่คะนี่คือ
00:03:1000:03:13ความน่ารักของผื่นลมพิษค่ะเพราะหลังจาก
00:03:1300:03:16ที่เขาหายได้เองภายใน 24-48 ช่มแล้วเขาจะ
00:03:1600:03:18ไม่ทิ้งร่องลอยอะไรไว้ที่ผิวหนังเลยค่ะยก
00:03:1800:03:21เว้นแต่ว่าเขามีภาวะแทรกซ้อนจากที่เราไป
00:03:2100:03:24แคะแกะเกาเขาอาจจะทำให้เกิดเรื่องของผิว
00:03:2400:03:26หนังอักเสบตามมาได้นะคะระหว่างที่ป่วย
00:03:2600:03:29เป็นโรคลมพิษค่ะจะมีอาการอื่นแทรกซ้อนได้
00:03:2900:03:32หรือไม่คะอย่างที่บอกค่ะเรื่องของภาวะ
00:03:3200:03:35แทรกซ้อนเราต้องพยายามไม่ไปแคะแกะเกา
00:03:3500:03:37บริเวณรอยโรคที่เป็นลมพิษนะคะเพราะเขาค
00:03:3700:03:39หายเองได้แล้วเขาจะไม่ทิ้งรอยโรคอะไรแต่
00:03:3900:03:42เมื่อไหร่ที่เราไปแคะแกะเกาเขาอาจจะทำให้
00:03:4200:03:44เกิดการอักเสบที่ผิวหนังอาจจะทำให้เกิด
00:03:4400:03:47การติดเชื้อแบคทีเรียเชื้อราหรือจุลินซีพ
00:03:4700:03:49แทรกซ้อนได้ค่ะซึ่งการรักษาก็อาจจะต้องมี
00:03:4900:03:52การรักษาต่อเนื่องรักษาแผลต่อไปสำหรับ
00:03:5200:03:55ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆค่ะถ้าเป็นการบวมของลม
00:03:5500:03:58พิษที่มากขึ้นไปเป็นระดับแจอดิหรืออาฟ
00:03:5800:04:01laxis ก็อาจจะมีการบวมของหลอดลมหรือทาง
00:04:0100:04:03เดินหายใจค่ะซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่น่า
00:04:0300:04:06กังวลเพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหาย
00:04:0600:04:08ใจทำให้เราแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกค่ะหรือ
00:04:0800:04:11ระดับออกซิเจนต่ำลงได้สำหรับถ้าเป็นของ
00:04:1100:04:14เยื่อบุบริเวณลำไส้หรือท้องค่ะก็อาจจะทำ
00:04:1400:04:16ให้เราเกิดอาการปวดท้องครื่นไส้อาเจียน
00:04:1600:04:18ค่ะอาจจะทำให้เกิดการสับสนว่าเราเป็น
00:04:1800:04:21อาหารเป็นพิษได้หรือเปล่าค่ะแล้วมีปัจจัย
00:04:2100:04:24อะไรที่ก่อให้เกิดโรคลมพิษบ้างคะอาจารย์
00:04:2400:04:26สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคลมพิษนะคะโรค
00:04:2600:04:29ลมพิษในลักษณะที่เกิดขึ้นได้เองก็มีค่ะ
00:04:2900:04:31กลุ่มที่เกิดขึ้นได้เองจะแบ่งเป็นแพ้
00:04:3100:04:33เฉียบพันธุ์กับแพ้เรื้อรังนะคะสาเหตุที่
00:04:3400:04:36พบบ่อยที่สุดคืออันดับ 1 คือการติดเชื้อ
00:04:3600:04:38ค่ะไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสเชื้อแบคทีเรีย
00:04:3800:04:40หรือว่าเชื้อราค่ะอันดับที่ 2 ก็คือการ
00:04:4000:04:43แพ้นี่แหละค่ะที่เรารู้จักกันในลักษณะของ
00:04:4300:04:46การแพ้อากาศแพ้อาหารหรือแพ้ยาบางชนิกลุ่ม
00:04:4600:04:49ที่แพ้อากาศเช่นแพ้ไรฝุ่นละอองหญ้าเกสอน
00:04:4900:04:52ดอกไม้หรือขนสัตว์แล้วก็เชื้อราค่ะแพ้
00:04:5200:04:54อาหารก็คือกลุ่มท็อปเอกที่เรารู้จักกันก็
00:04:5400:04:57คือนมวัวนมถั่วเหลืองแป้งสาลีถั่วลิสงไข่
00:04:5700:05:00แดงไข่ขาวอาหารทะเลมีเปลือกแล้วก็ปลาค่ะ
00:05:0000:05:04สำหรับการแพ้ยาค่ะก็อาจจะมียาในกลุ่มต้าน
00:05:0400:05:07จุรินชีพค่ะหรือว่ายาปฏิชีวนะค่ะแล้วก็ยา
00:05:0700:05:09ในกลุ่มแอสไพลินค่ะฉะนั้นจะต้องเลือกใช้
00:05:0900:05:12อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์นะคะ
00:05:1200:05:14สำหรับปัจจัยในกลุ่มที่ 2 ค่ะเป็นปัจจัย
00:05:1400:05:17สิ่งกระตุ้นทางกายภาพค่ะเป็นโรคที่เรา
00:05:1700:05:19จริงๆแล้วอยู่รอบตัวเรามากๆเลยแต่อาจจะ
00:05:1900:05:21ชื่อเรียกค่ะไม่ได้เฉพาะเจาะจงนักมีหลาก
00:05:2100:05:25หลายชนิดมากค่ะแล้วแพทย์จะมีการวินิจฉัย
00:05:2500:05:28โรคลมพิษอย่างไรคะสำหรับการวินิจฉัยโรคลม
00:05:2800:05:30พิษค่ะก็เป็นการวินิจฉัยทั่วๆไปกับ
00:05:3000:05:33วินิจฉัยจำเพาะนะคะการวินิจฉัยทั่วๆไปก็
00:05:3300:05:36คือการตรวจเลือดค่ะดูระดับเม็ดเลือดขาวใน
00:05:3600:05:38เลือดค่ะว่ามีระดับเม็ดเลือดขาวที่สูงที่
00:05:3800:05:40เกิดจากการติดเชื้อหรือว่าระดับเม็ดเลือด
00:05:4000:05:42ขาวที่ต่ำเกินไปที่เกิดจากการติดเชื้อ
00:05:4200:05:45ไวรัสหรือเปล่าค่ะการตรวจปัสสาวะค่ะเช่น
00:05:4500:05:48ในคนที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรือรังอาจ
00:05:4800:05:50จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำกระตุ้นให้มีลมพิษ
00:05:5000:05:53ได้การตรวจอุจจาระค่ะบางคนอาจจะมีเรื่อง
00:05:5300:05:55ของพยาธิข่ะไปใช้เข้าใต้ผิวหนังทำให้เกิด
00:05:5500:05:58ลักษณะคล้ายๆลมพิพได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็น
00:05:5800:06:01พยาธปากขอหรือพยาธเส้นได้การตรวจเซเรย์ดู
00:06:0100:06:03ไซนัสค่ะในกลุ่มที่ไซนัสอักเสบและมีการ
00:06:0300:06:05กำเริบขึ้นมาโดยที่ยังไม่รู้ตัวค่ะก็จะ
00:06:0500:06:08เป็นสาเหตุที่ทำให้ลมพิษเป็นสัญญาณเตือน
00:06:0800:06:11ของไซนัสอักเสบได้รวมไปถึงคนที่มีฟันผุ
00:06:1100:06:13เลื้อรังด้วยนะคะกลุ่มที่เป็นฟันผุเรื้อ
00:06:1300:06:16รังนานๆจะมีการสะสมของจุลินทรีย์ค่ะเพราะ
00:06:1600:06:18ฉะนั้นลมพิษอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าแอ้
00:06:1800:06:21ฟันผุแล้วไปหาหมอฟันกันอย่างนี้ค่ะนอก
00:06:2100:06:24นั้นจะเป็นการตรวจที่จำเพาะค่ะเช่นการ
00:06:2400:06:28ตรวจสะกิดผิวหนังสกินพิเสและการตรวจเลือด
00:06:2800:06:30หาสารที่เฉพาะเจาะจงค่ะค่ะในกลุ่มนี้การ
00:06:3000:06:33หาเหตุที่เฉพาะเจาะจงก็คือการแพ้อาหารและ
00:06:3300:06:36ก็การแพ้อากาศที่กล่าวไปค่ะปัจจุบันค่ะ
00:06:3600:06:39อาจารย์มีวิธีการรักษาโรคลมพิษอย่างไร
00:06:3900:06:42บ้างสำหรับการรักษาลมพิษนะคะอ่ารักษาแบบ
00:06:4200:06:45ทั่วๆไปก่อนค่ะอันที่ 1 ก็คือเราหาสาเหตุ
00:06:4500:06:47ให้เจอค่ะทั้งสาเหตุหลักแล้วก็สาเหตุ
00:06:4700:06:50กระตุ้นนะคะบางคนสาเหตุหลักอาจจะเป็นการ
00:06:5000:06:52ติดเชื้อแต่สาเหตุกระตุ้นอาจจะเป็นลักษณะ
00:06:5200:06:55อากาศหรือความชื้นที่เปลี่ยนแปลงบางคน
00:06:5500:06:57สาเหตุหลักอาจจะเป็นเรื่องของเดมิซึมมี
00:06:5700:07:00การขีดขูดอย่างนี้ค่ะแต่ว่าสาเหตุลองเป็น
00:07:0000:07:03จักผิวที่แห้งจนเกินไปนี้ค่ะเพราะฉะนั้น
00:07:0300:07:05การรักษาจึงต้องเป็นเน้นการหาสาเหตุก่อน
00:07:0500:07:08ค่ะแล้วหลังจากนั้นค่ะก็คือหลีกเลี่ยงการ
00:07:0800:07:11สัมผัสค่ะหรือลดการสัมผัสสิ่งที่แพ้หรือ
00:07:1100:07:14เป็นปัจจัยกระตุ้นค่ะสำหรับการรักษาที่
00:07:1400:07:17เฉพาะเจาะจงค่ะก็คืออันที่ 1 ก็คือยาต้าน
00:07:1700:07:20ฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้นั่นเองค่ะยาแก้แพ้
00:07:2000:07:21เนี่ยแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์เร็วและ
00:07:2200:07:24ออกฤทธิ์ช้านะคะแล้วก็เป็นกลุ่มที่ง่วง
00:07:2400:07:27กับไม่ง่วงค่ะสำหรับการรีบใช้ยาแก้แพ้
00:07:2700:07:30หรือการพกติดตัวกลุ่มยาต้านฮิสตามีนค่ะ
00:07:3000:07:33ที่ออกิดเร็วค่ะก็จะมีประโยชน์สูงสุดแต่
00:07:3300:07:35สำหรับกลุ่มที่จำเป็นจะต้องใช้ยาต่อ
00:07:3500:07:38เนื่องค่ะกลุ่มที่ใช้แล้วไม่ง่วงนอนค่ะจะ
00:07:3800:07:40ลดอาการข้างเคียงเรื่องของการง่วงนอนและ
00:07:4000:07:42รบกวนชีวิตประจำวันได้ดีที่สุดค่ะนอกจาก
00:07:4200:07:45นั้นนะคะกลุ่มที่มีอาการลมพิษรุนแรงค่ะ
00:07:4500:07:47และเรื้อรังมากๆนอกจากยาต้านฮิสตามีนหรือ
00:07:4700:07:50ยาแก้แพ้แล้วอาจจะต้องเป็นจำเป็นต้อง
00:07:5000:07:53พิจารณายากลุ่มรองที่เรียกว่าลิโคอีนหรือ
00:07:5300:07:57ยากดภูมิเพิ่มเติมด้วยค่ะเราจะมีวิธีป้อง
00:07:5700:08:00กันไม่ให้เกิดโรคลมพิษได้อย่างไรบบ้างคะ
00:08:0000:08:02วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือหลีก
00:08:0200:08:04เลี่ยงสิ่งที่แพ้ค่ะเพราะฉะนั้นควรจะไปพบ
00:08:0400:08:06แพทย์ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับความ
00:08:0600:08:09วินิจฉัยก่อนว่าเราเป็นรมพิษจากสาเหตุ
00:08:0900:08:11อะไรกลุ่มที่เป็นเฉียบพันธุ์ค่ะสามารถหาย
00:08:1100:08:14ได้เองได้ภายใน 4-7 วันหรือบางทีก็หายได้
00:08:1400:08:17ใน 24 ชมงแต่เป็นเป็นหายๆค่ะเพราะฉะนั้น
00:08:1700:08:19พอหายเองได้อาจจะไม่ได้จำเป็นต้องหลีก
00:08:1900:08:21เลี่ยงอะไรเพิ่มเติมค่ะแต่สำหรับกลุ่มที่
00:08:2100:08:23เป็นเรื้อรังหรือมีอาการเป็นๆหายหายมาก
00:08:2300:08:26กว่า 3-4 ครั้งขึ้นไปค่ะจำเป็นจะต้องหา
00:08:2600:08:29สาเหตุที่ชัดเจนค่ะว่าเป็นจากอะไรเพื่อ
00:08:2900:08:31ป้องกันแล้วก็หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นทั้ง
00:08:3100:08:33ปัจจัยหลักและปัจจัยรองค่ะสุดท้ายค่ะ
00:08:3300:08:36เมื่อผืนลมพิษขึ้นมาแล้วพยายามหลีกเลี่ยง
00:08:3600:08:39การแคะแกะเกาบริเวณผืนนะคะจะได้ไม่เกิด
00:08:3900:08:41อาการแทรกซ้อนของการติดเชื้อบริเวณผิว
00:08:4100:08:44หนังค่ะการที่มีผืนขึ้นมาการทาครีมหรือ
00:08:4400:08:47โลชั่นแป้งบางชนิดที่มีส่วนผสมของเมนทอล
00:08:4700:08:50ค่ะสามารถลดความรุนแรงของโลกของผื่นได้
00:08:5000:08:54ค่ะเช่นคาลมค่ะแล้วก็การดูแลสุขภาพผิวค่ะ
00:08:5400:08:56ให้แข็งแรงและมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอจะลด
00:08:5600:08:59ความระคายเคืองจากผืนลมพิษได้ดีค่ะูผู้
00:08:5900:09:02ที่ป่วยเป็นโรคลมพิษควรหลีกเลี่ยงอาหาร
00:09:0200:09:04ชนิดใดบ้างคะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคลม
00:09:0400:09:07พิษค่ะถ้าถูกในวินิจฉัยแล้วว่าแพ้อาหาร
00:09:0700:09:09ค่ะก็คือควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้นั่น
00:09:0900:09:12ก็คืออาหารกลุ่มท็อปเอกนะคะนมวัวนมถั่ว
00:09:1200:09:15เหลืองแป้งสาลีถั่วลิสงไข่แดงไข่ขาวอาหาร
00:09:1500:09:18ทะเลมีเปลือกแล้วก็ปลาตามคำวินิจฉัยเลย
00:09:1800:09:21ค่ะแพ้อะไรก็เลี่ยงแบบนั้นนะคะการเลี่ยง
00:09:2100:09:23เนี่ยจะเป็นระยะเวลาสั้นๆค่ะสามารถหายได้
00:09:2300:09:27เองในบางคนในในการหลีกเลี่ยงเพียงแค่ 6-12
00:09:2700:09:30เดือนเท่านั้นนะคะสำหรับกลุ่มรองค่ะก็คือ
00:09:3000:09:32การหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นกลุ่มเสี่ยงค่ะ
00:09:3200:09:35เช่นอาหารที่เป็นอาหารสัตว์แช่แข็งอาหาร
00:09:3500:09:38กระป๋องที่มีการเก็บไว้นานๆนจะพบว่ามีการ
00:09:3800:09:41เพิ่มขึ้นของปริมาณฮิสตามีนซึ่งกระตุ้นทำ
00:09:4100:09:44ให้เกิดการผื่นลมพิษได้ค่ะอาหารหมักดอง
00:09:4400:09:47หรือชาสมุนไพรบางชนิดค่ะสามารถกระตุ้นให้
00:09:4700:09:50เกิดผื่นลมพิษได้แล้วก็อาหารประเภท
00:09:5000:09:52แอลกอฮอล์ค่ะแล้วก็อาหารที่มีส่วนผสมของ
00:09:5200:09:55สารกันบูดควรจะหลีกเลี่ยงค่ะค่ะและข้อสุด
00:09:5500:09:58ท้ายค่ะอยากให้อาจารย์แนะนำคุณผู้ชมในการ
00:09:5800:10:02ปฏิบัติตัวค่ะว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร
00:10:0200:10:05เมื่อเกิดโรคลมพิษขึ้นค่ะข้อควรปฏิบัตินะ
00:10:0500:10:08คะเมื่อเป็นโรคลมพิษคือ 1 ก็คือควรหลีก
00:10:0800:10:10เลี่ยงค่ะสาเหตุของลมพิษที่เราตรวจพบแล้ว
00:10:1000:10:12ว่าเป็นอะไรหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
00:10:1200:10:14ค่ะที่เราคิดว่าอันนั้นแหละน่าจะเป็น
00:10:1400:10:17สาเหตุที่ทำให้เราเกิดลมพิษค่ะพกยาตั้ง
00:10:1700:10:20ฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้ประจำตัวเอาไว้ค่ะ
00:10:2000:10:23ใช้โลชั่นหรือครีมที่มีส่วนประกอบของเนอ
00:10:2300:10:25ค่ะที่มีฤทธิ์เย็นค่ะช่วยบรรเทาอาการค่ะ
00:10:2500:10:28ควรจะหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนค่ะหรือใคร
00:10:2800:10:30ใช้ของร้อนๆไปบริเวณผิวหนังค่ะจะได้ไม่
00:10:3000:10:33เกิดความระคายเคืองค่ะสุดท้ายค่ะกินอาหาร
00:10:3300:10:36ที่มีประโยชน์ดื่มน้ำมากๆพักผ่อนให้เพียง
00:10:3600:10:38พอและลดภาวะความเครียดของเรานะคะจะได้ไม่
00:10:3800:10:41เป็นลมพิษค่ะขอบพระคุณอาจารย์ที่มาให้
00:10:4100:10:43ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคลมพิษนะ
00:10:4300:10:47คะขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ TNN
00:10:4700:10:50Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด Subscribe กด
00:10:5000:10:54ไลคกดแชร์ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TNN
00:10:5400:10:57ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่พลาดการรับชมราย
00:10:5700:11:04การสดคลิปวดีที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ