00:00:01 → 00:00:04มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้
00:00:04 → 00:00:07บ่อยทั้งในเพศชายและเพศหญิงโดยปัจจัย
00:00:07 → 00:00:09เสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคประกอบด้วยปัจจัย
00:00:09 → 00:00:12ที่เราสามารถควบคุมได้และปัจจัยที่เราไม่
00:00:12 → 00:00:15สามารถควบคุมได้วันนี้เราจะมาดูกันสิว่า
00:00:15 → 00:00:19ที่เราพูดมาข้างต้นนั้นมีอะไรบ้างแล้วเรา
00:00:19 → 00:00:22จะมีวิธีการดูแลรักษาหรือป้องกันได้อย่าง
00:00:22 → 00:00:26ไรบ้างกับอาจารย์แพทย์หญิงนุราภาควิสาน
00:00:26 → 00:00:28ฝ่ายมะเร็งวิทยาและศูนย์ความเป็นเลิศทาง
00:00:28 → 00:00:31การแพทย์ร่วมมะเร็งครบวงจรโรงพยาบาล
00:00:31 → 00:00:34จุฬาลงกรณ์สภากาชาตไทยกันเลยครับในแง่ของ
00:00:34 → 00:00:36การป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่อันดับแรกเราทำ
00:00:36 → 00:00:38ความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าปัจจัยเสียงที่
00:00:38 → 00:00:40ก่อให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เนี่ยแบ่ง
00:00:40 → 00:00:43เป็น 2 กลุ่มหลักๆนะคะกลุ่มแรกคือปัจจัย
00:00:43 → 00:00:45เสียงที่เราปรับเปลี่ยนไม่ได้และกลุ่มที่
00:00:45 → 00:00:472 คือปัจจัยเสียงที่เราพอจะปรับเปลี่ยน
00:00:47 → 00:00:49ได้การปรับเปลี่ยนก็คือการปรับเปลี่ยน
00:00:49 → 00:00:51พฤติกรรมทางสุขภาพค่ะอันดับแรกค่ะอย่า
00:00:51 → 00:00:54ปล่อยให้อ้วนลงคุ้งนะคะภาวะอ้วนเนี่ยหรือ
00:00:54 → 00:00:57โรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
00:00:57 → 00:01:00หลายชนิดรวมถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังนั้นการ
00:01:00 → 00:01:02ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำ
00:01:02 → 00:01:04หนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็จะช่วยลดความ
00:01:04 → 00:01:06เสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นเดียว
00:01:06 → 00:01:09กัน 2 คือการลดการรับประทานอาหารที่มีไข
00:01:09 → 00:01:13มันสูงเนื้อแดงติดมันอาหารแปรรูปเช่นไส้
00:01:13 → 00:01:16กรอกกุนเชียงรวมถึงอาหารปิ้งย่างค่ะ 3
00:01:16 → 00:01:19เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยเช่นผัก
00:01:19 → 00:01:22ผลไม้ธัญพืช 4 ลดการดื่มสุราแอลกอฮอล์ทุก
00:01:22 → 00:01:25ชนิดค่ะ 5 งดการสูบบุหรี่ค่ะจะเห็นได้ว่า
00:01:25 → 00:01:28ปัจจัยทั้ง 5 ข้อคือปัจจัยทางพฤติกรรมที่
00:01:28 → 00:01:30เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ได้อย่างไรก็ตาม
00:01:31 → 00:01:33ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่เราปรับเปลี่ยนไม่
00:01:33 → 00:01:36ได้ค่ะคือปัจจัยทางธุกรรมและอายุอายุที่
00:01:36 → 00:01:38เพิ่มมากขึ้นก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการ
00:01:38 → 00:01:40เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นเดียวกันดัง
00:01:40 → 00:01:42นั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ
00:01:42 → 00:01:44เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอค่ะเราต้อง
00:01:44 → 00:01:46มีตัวช่วยค่ะในการที่จะทำให้เราห่างไกล
00:01:46 → 00:01:49จากมะเร็งมากขึ้นนั่นคือการตรวจคัดกรอง
00:01:49 → 00:01:51มะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งปัจจุบันการตรวจคัด
00:01:51 → 00:01:54กรองแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆนะคะ 1 คือการ
00:01:54 → 00:01:56ตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดแฝงและ 2 การส่อง
00:01:56 → 00:01:58กล้องลำไส้ใหญ่ค่ะการตรวจคัดกรองจะมี
00:01:59 → 00:02:01ประโยชน์ตรงที่ทำให้เราค้นพบรอยโรคก่อน
00:02:01 → 00:02:04เป็นมะเร็งเช่นติ่งเนื้อลำไส้และเราก็จะ
00:02:04 → 00:02:06ได้จัดการกับรอยโรคดังกล่าวก่อนที่จะ
00:02:06 → 00:02:08พัฒนากลายเป็นมะเร็งค่ะปัจจัยทาง
00:02:08 → 00:02:10พันธุกรรมเป็นปัจจัยที่เราหลีกเลี่ยงไม่
00:02:10 → 00:02:13ได้โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัว
00:02:13 → 00:02:15เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยเฉพาะสายตรง
00:02:15 → 00:02:17เช่นคุณพ่อคุณแม่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงใน
00:02:18 → 00:02:20การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าคนทั่วไป
00:02:20 → 00:02:22ดังนั้นคนกลุ่มนี้มีความจำเป็นที่จะต้อง
00:02:22 → 00:02:25คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เร็วกว่าคนปกติค่ะ
00:02:25 → 00:02:27ผู้ที่ควรที่จะมารับการคัดกรองมะเร็งลำ
00:02:27 → 00:02:30ไส้ใหญ่โดยไม่ต้องรอให้มีอาการนะคะข้อแรก
00:02:30 → 00:02:33ค่ะคือผู้ที่มีอายุมากกว่าเท่ากับ 50 ปี
00:02:33 → 00:02:36ขึ้นไปข้อ 2 คือผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม
00:02:36 → 00:02:38ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำ
00:02:38 → 00:02:41ไส้ใหญ่ค่ะอย่างไรก็ตามในกรณีที่ท่านมี
00:02:41 → 00:02:44อาการผิดปกติและเราไม่แน่ใจว่าอาการดัง
00:02:44 → 00:02:46กล่าวคืออาการนำของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:02:46 → 00:02:48หรือไม่ท่านควรที่จะมาพบแพทย์เพื่อตรวจ
00:02:48 → 00:02:50วินิจฉัยหาสาเหตุทันทีค่ะตัวอย่างของ
00:02:50 → 00:02:53อาการนำของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้แก่การ
00:02:53 → 00:02:56ขับถ่ายที่ผิดปกติเช่นมีภาวะท้องผูกสลับ
00:02:56 → 00:02:59ท้องเสียถ่ายอุจจาระลำเล็กลงถ่ายอุจจาระ
00:02:59 → 00:03:03มีเลือดปน 2 ภาวะที่มีอาการเบื่ออาหารน้ำ
00:03:03 → 00:03:05หนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ 3 การคลำได้ก้อน
00:03:06 → 00:03:09ในช่องท้องที่ผิดปกติ 4 ภาวะซีดจากการขาด
00:03:09 → 00:03:12ธาตุเหล็กโดยยังไม่ทราบสาเหตุค่ะอาการนำ
00:03:12 → 00:03:14ที่ยกตัวอย่างไปเป็นอาการนำที่เจอได้ใน
00:03:14 → 00:03:16โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่ก็เป็นอาการที่เจอ
00:03:16 → 00:03:19ได้ในโรคอื่นเช่นกันนะคะดังนั้นหากท่านมี
00:03:19 → 00:03:21อาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
00:03:21 → 00:03:24วินิจฉัยหาสาเหตุค่ะในแง่ของเพศนะคะถ้า
00:03:24 → 00:03:27เราดูที่อุบัติการณ์จะพบว่าเพศชายมี
00:03:27 → 00:03:29อุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:03:29 → 00:03:31แลแต่ทวาหนักมากกว่าเพศหญิงอย่างไรก็ตาม
00:03:31 → 00:03:34เพศเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญ
00:03:34 → 00:03:36เพียงปัจจัยเดียวเนื่องจากเพศมักจะ
00:03:36 → 00:03:39สัมพันธ์กับพฤติกรรมทางสุขภาพด้วยเช่นเพศ
00:03:39 → 00:03:41ชายก็จะพบว่ามีประวัติเรื่องของการดื่ม
00:03:41 → 00:03:44เหล้าหรือการสุกบุหรี่ที่มากกว่าเพศหญิง
00:03:44 → 00:03:46ซึ่งก็จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในแง่ของ
00:03:46 → 00:03:48พฤติกรรมทางสุขภาพค่ะก่อนอื่นต้องกล่าว
00:03:48 → 00:03:50ก่อนว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่รักษา
00:03:50 → 00:03:53ได้แต่การหายขาดนั้นขึ้นอยู่กับระยะที่
00:03:53 → 00:03:55ตรวจพบตั้งแต่แรกค่ะถ้าหากตรวจพบตั้งแต่
00:03:55 → 00:03:58ระยะเริ่มต้นและสามารถผ่าตัดเอารอยโรคออก
00:03:58 → 00:04:01ได้หมดโอกาสหายขาดสูงถึง 90% ค่ะในแง่ของ
00:04:01 → 00:04:04แนวทางการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น
00:04:04 → 00:04:06ขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่ตรวจพบและ
00:04:06 → 00:04:09สมรรถภาพความแข็งแรงของผู้ป่วยค่ะแนวทาง
00:04:09 → 00:04:11การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ถ้าเราแบ่งตาม
00:04:11 → 00:04:13ระยะของโรคเราสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
00:04:13 → 00:04:16คร่าวๆค่ะกลุ่มแรกเรียกว่าระยะเริ่มต้นนะ
00:04:16 → 00:04:18คะคือระยะที่ก้อนมะเร็งอยู่เฉพาะบริเวณ
00:04:18 → 00:04:21เยื่อบุลำไส้การรักษาหลักในกลุ่มนี้คือ
00:04:21 → 00:04:24การผ่าตัดค่ะระยะถัดมาเรียกว่าระยะลุกลม
00:04:24 → 00:04:27เฉพาะที่คือการที่มะเร็งมีการแพร่กระจาย
00:04:27 → 00:04:29ไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงการ
00:04:29 → 00:04:31รักษาสาหลักยังคงเป็นการผ่าตัดแต่จะแนะนำ
00:04:31 → 00:04:34ให้มีการรักษาเสริมด้วยยาเคมีบำบัดหลัง
00:04:34 → 00:04:37การผ่าตัดค่ะและระยะสุดท้ายเรียกว่าระยะ
00:04:37 → 00:04:40แพ่กระจายคือการที่มะเร็งมีการแพร่กระจาย
00:04:40 → 00:04:42ไปยังอวัยวะอื่นเช่นกระจายไปที่ตับหรือ
00:04:42 → 00:04:45ปอดในระยะนี้การรักษาหลักคือการให้ยาต้าน
00:04:45 → 00:04:48มะเร็งซึ่งปัจจุบันยาต้านมะเร็งแบ่งเป็น 3
00:04:48 → 00:04:51กลุ่มค่ะได้แก่ยาเคมีบำบัดยามุ่งเป้าและ
00:04:51 → 00:04:54ยาูมพมกันบำบัดอย่างไรก็ตามในผู้ป่วยที่
00:04:54 → 00:04:57เป็นระยะแพร่กระจายและมีการกระจายของโรค
00:04:57 → 00:04:59ไปที่ตับเพียงอวัยวะเดียวหากทางที่ทีม
00:04:59 → 00:05:02ศัลยแพทย์ประเมินว่ายังสามารถผ่าตัดเอา
00:05:02 → 00:05:05โรคออกได้หมดผู้ป่วยยังมีโอกาสหายขาดค่ะ
00:05:05 → 00:05:07เชื่อว่าความรู้ในวันนี้จะเป็นประโยชน์
00:05:07 → 00:05:10ต่อท่านผู้ฟังทุกท่านนะคะมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:05:10 → 00:05:13เราสามารถป้องกันได้ 1 คือการปรับเปลี่ยน
00:05:13 → 00:05:16พฤติกรรมทางสุขภาพและการมาตรวจขัดกอง
00:05:16 → 00:05:18มะเร็งลำไส้ใหญ่โดยที่ไม่ต้องรอให้มี
00:05:18 → 00:05:20อาการผู้ที่มีอายุมากกว่าเท่ากับ 50 ปี
00:05:20 → 00:05:22ขึ้นไปท่านคือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการ
00:05:22 → 00:05:25เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรได้รับการคัดกรอง
00:05:25 → 00:05:28โดยไม่ต้องรอให้มีอาการค่ะการคัดกรองจะมี
00:05:28 → 00:05:30ประโยชน์คือช่วยทำให้เจอรอยโรคก่อนเป็น
00:05:30 → 00:05:33มะเร็งเช่นติเนื้อในลำไส้หรือเจอมะเร็ง
00:05:33 → 00:05:36ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งมีโอกาสที่จะ
00:05:36 → 00:05:39รักษาให้หายขาดได้ค่ะเป็นอย่างไรบ้างครับ
00:05:39 → 00:05:41กับความรู้และวิธีการดูแลตัวเองให้ห่าง
00:05:41 → 00:05:44ไกลจากโร่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ทางที่ดีควรมา
00:05:45 → 00:05:48รับการตรวจคัดกรองหรือไปพบแพทย์เพื่อรับ
00:05:48 → 00:05:51คำแนะนำและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องก่อนที่
00:05:51 → 00:05:54จะสายนะครับติดจอรอจุฬายังคงมีเรื่องราว
00:05:54 → 00:05:57สาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพอีกมากมายหาก
00:05:57 → 00:06:00ใครชอบก็อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กดติดตามกัน
00:06:00 → 00:06:03ด้วยนะครับเพราะสุขภาพที่ดีเราสร้างได้
00:06:03 → 00:06:08สำหรับวันนี้สวัสดี
00:06:08 → 00:06:11ครับ