ปวดหัวบ่อยๆ แล้วกินยาแก้ปวดทุกวัน จะเกิดผลเสียอะไรบ้าง

คำถาม:
ปวดหัวบ่อยๆ แล้วกินยาแก้ปวดทุกวัน จะเกิดผลเสียอะไรบ้าง?
คำตอบ:
การกินยาแก้ปวดศีรษะบ่อยเกินไปหรือติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า medication overuse headache หรืออาการปวดศีรษะจากใช้ยาเกินความจำเป็น โดยสมองจะชินกับยาและไม่ตอบสนองต่อการลดอาการปวดอีก ทำให้อาการปวดหัวกลับมาซ้ำหรือแย่ลงได้ ซึ่งมักพบในผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน หรือยาเฉพาะสำหรับไมเกรน เช่น ทิปแทน มากกว่า 10 วันต่อเดือน

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : ปวดหัว ยิ่งกินยา ยิ่งติดยา จริงหรือ ?

คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:03:06ๆไปมากๆเลยมันจะเกิดภาวะอาการปวดศีรษะที่
00:03:10เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินความจำเป็น
00:03:13ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมองที่ชินชาจากเดิมที่
00:03:15สมองเราอ่ะสามารถใช้ยาแก้ปวดแค่นิดเดียว
00:03:18เราก็สามารถลดอาการปวดหัวเราได้แต่ถ้าเรา
00:03:20ใช้ยาแก้ปวดไปเรื่อยๆเนี่ยสมองเรามันไม่
00:03:22ได้เป็นแบบนั้นแล้วสมองเราชินชากับยาแก้
00:03:25ปวดอันนั้นะมันทำให้การทำงานของสมองมัน
00:03:27เปลี่ยนแปลงไปจากเติมที่ยาแก้ปวดมันหาย
00:03:29ปวดมันไม่หายปปดแล้วทำให้อาการปวดสีซาที่
00:03:31มากขึ้นไปหบดเอีกยาแก้ปวดโดยรวมๆก็คือไม่
00:03:33ควรใช้เกิน 10 วันต่อเดือนอันนี้คือยาแก้
00:03:36ปวดดังนั้นเมื่อจะใช้ยาแก้ปวดใช้ให้ถูก
00:03:38ชนิดถูกขนาดถูกเวลาชมรวมศึกษาโรคปวดศีรษะ