00:00:00 → 00:00:04บนโซเชียลแชร์ 3 ท่าบริหารดวงตาเขาบอกว่า
00:00:04 → 00:00:07ใช้แก้ตาเหล่แก้ตาเขหรือว่ากล้ามเนื้อตา
00:00:07 → 00:00:09ไม่แข็งแรงก็ได้
00:00:09 → 00:00:14ชัวร์หรอ
00:00:15 → 00:00:16เรื่องนี้ถ้าจริงก็มีประโยชน์และควรรีบ
00:00:16 → 00:00:18บอกกันครับแต่ก่อนจะแชร์ต่อต้องเช็คให้
00:00:18 → 00:00:21ถูกชัวร์ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์สำนักข่าวไทย
00:00:21 → 00:00:24อสมทสอบถามกับประธานวิชาการราชวิทยาลัย
00:00:24 → 00:00:26จากศูนย์แพทย์แห่งประเทศไทยครับที่เขา
00:00:26 → 00:00:29แชร์ 3 ท่าบริหารดวงตาเพื่อแก้ตาเหล่หรือ
00:00:29 → 00:00:31ตาเขและกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรงนี่จริงไหม
00:00:31 → 00:00:34ครับมีส่วนที่เป็นความจริงและก็มีส่วนที่
00:00:34 → 00:00:36มีความคลาดเคลื่อนที่จำเป็นที่จะต้องทราบ
00:00:36 → 00:00:39รายละเอียดเพิ่มเติมด้วยครับถ้าบริหารดวง
00:00:39 → 00:00:43ตาที่เขาแนะนำท่าแรกมองบนล่างซ้ายขวามอง
00:00:43 → 00:00:47ทะแยงบนล่างกรอกตาเป็นวงกลมมองนิ้วเข้า
00:00:47 → 00:00:51ออกค้างไว้ถ้าละ 3 วินาทีโดยทั่วไปกล้าม
00:00:51 → 00:00:53เนื้อตาคนเราเนี่ยมีการออกกำลังกายอยู่
00:00:54 → 00:00:56ตลอดเวลาตั้งแต่เราตื่นมาจนถึงเรานอนหลับ
00:00:56 → 00:00:58ลูกตาเราจะเกาะมองไปมองมาตลอดเวลาเพราะ
00:00:58 → 00:01:01ฉะนั้นในคนที่กล้ามเนื้อตาทำงานปกติกัน
00:01:01 → 00:01:04ออกกำลังกายกล้ามเนื้อไม่จำเป็นครับจะ
00:01:04 → 00:01:06เหมาะสำหรับในบางคนที่คุณหมอวินิจฉัยว่า
00:01:06 → 00:01:09มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรงท่า
00:01:09 → 00:01:12ที่ 2 เริ่มจากหายใจเข้าและนวดด้วยการกด
00:01:12 → 00:01:16ที่หัวคิ้วและลากนิ้วไปที่ถ่ายคิ้วและหาย
00:01:16 → 00:01:20ใจออกทำที่บริเวณหัวคิ้วคิ้วใต้คิ้วดวงตา
00:01:20 → 00:01:23และใต้ตาภาวะน้ำตาเหล่หรือตาเขเนี่ยเป็น
00:01:23 → 00:01:26กล้ามเนื้อผิดปกติที่อยู่บริเวณรอบดวงตา
00:01:26 → 00:01:28ที่อยู่ในเบ้าตานะครับเพราะฉะนั้นการกด
00:01:28 → 00:01:31หรือนวดบริเวณด้านนอกเนี่ยคงไม่มีผลไปจน
00:01:31 → 00:01:34ถึงกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดตาลเลสนั้นนะ
00:01:34 → 00:01:37ครับแต่ว่าเป็นคนที่ใช้สายตาเยอะๆหรือทำ
00:01:37 → 00:01:39งานหนักๆอาจจะรู้สึกว่าเหมือนมันเกร็ง
00:01:39 → 00:01:41กล้ามเนื้อบริเวณคิ้วหรือหน้าผากกันที่
00:01:41 → 00:01:44เรานวดบริเวณด้านนอกเนี่ยก็เป็นสิ่งที่ทำ
00:01:44 → 00:01:47ได้ก็ไม่ได้เกิดอันตรายอะไรถ้าที่ 3 ใช้ 3
00:01:48 → 00:01:50นิ้วกดไปที่ดวงตาแรงๆค้างไว้ 10 วินาที
00:01:50 → 00:01:55ให้เห็นแสงสีขาวกันกดไปที่บริเวณดวงตาโดย
00:01:55 → 00:01:57ตรงเนี่ยเป็นสิ่งที่จากศูนย์แพทย์ไม่แนะ
00:01:57 → 00:02:00นำเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับขั้ว
00:02:00 → 00:02:03ประสาทตาได้การกดลงไปบนลูกตาจนมีแสงวาบ
00:02:03 → 00:02:06เนี่ยแสดงว่าแรงกดค่อนข้างสูงซึ่งอาจจะทำ
00:02:06 → 00:02:10ให้เกิดภาวะขั้วประสาทตาเสื่อมเหมือนคน
00:02:10 → 00:02:12ที่เป็นโรคต้อหินและอาจจะทำให้เกิดภาวะตา
00:02:12 → 00:02:15บอดในระยะยาวได้ครับแล้วถ้าบริหารดวงตา
00:02:15 → 00:02:17ที่เขาแชร์นี้จะช่วยแก้อาการตาเหล่หรือตา
00:02:17 → 00:02:20เขหรือว่ากล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรงได้ไหม
00:02:20 → 00:02:23ครับโดยทั่วไปการออกกำลังกายโดยรวมแบบนี้
00:02:23 → 00:02:25เนี่ยแม้ว่าถ้าคนเป็นตาเหล่ตาเก๋เนี่ยก็
00:02:25 → 00:02:28จะไม่ช่วยอะไรเพราะว่าจริงๆแล้วภาวะตา
00:02:28 → 00:02:30เหล่หรือตาเก๋เนี่ยมักจะเป็นจากกล้าม
00:02:30 → 00:02:32เนื้อเป็นบางมัดเพราะฉะนั้นถ้าไปพบกับ
00:02:32 → 00:02:35สุขภาพเนี่ยจตุแพทย์จะช่วยสอนวิธีออก
00:02:35 → 00:02:37กำลังกายกล้ามเนื้อให้ถูกต้องกับมัดที่
00:02:37 → 00:02:40เป็นกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทำงานของลูกตา
00:02:40 → 00:02:42แต่ละข้างเนี่ยจะประกอบด้วยกล้ามเนื้อถึง
00:02:42 → 00:02:456 มัดมีตั้งแต่กล้ามเนื้อที่ควบคุมตาใน
00:02:45 → 00:02:47แนวตั้งด้านบนและด้านล่างกล้ามเนื้อที่
00:02:47 → 00:02:49ควบคุมน้ำตาลในแนวซ้ายหรือแนวขวาเพราะ
00:02:49 → 00:02:52ฉะนั้นสาเหตุของการเลทเนี่ยขึ้นอยู่กับ
00:02:52 → 00:02:54ว่าเป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อมัดไหน
00:02:54 → 00:02:57ซึ่งในคนที่ยังไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้อง
00:02:57 → 00:02:59ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเนี่ยคุณหมอจากศูนย์
00:02:59 → 00:03:01แพทย์เนี่ยจะสอนวิธีในการบริหารกล้าม
00:03:01 → 00:03:03เนื้อตาเฉพาะมัดนั้นซึ่งจะทำให้มี
00:03:03 → 00:03:06ประสิทธิภาพในการรักษามากกว่าการกรอกตา
00:03:06 → 00:03:08ทั่วไปแบบนี้ครับและหากใครจะอยากทำท่า
00:03:08 → 00:03:10บริหารดวงตาแบบที่เขาแชร์กันนี้แหละครับ
00:03:10 → 00:03:13จะเป็นอันตรายไหมครับจริงๆอาจจะไม่ได้
00:03:13 → 00:03:15ประโยชน์นะครับแต่ว่าก็อาจจะไม่ได้เป็น
00:03:15 → 00:03:20โทษยกเว้นกรณีที่จะเอานิ้วไปกดลูกตาแรงๆ
00:03:20 → 00:03:21เนี่ยอันนี้เป็นสิ่งที่คิดว่าควรจะต้อง
00:03:21 → 00:03:24หลีกเลี่ยงครับเพื่อป้องกันอันตรายจากการ
00:03:24 → 00:03:26ทำลายพวกประสาทตาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ
00:03:26 → 00:03:29สำหรับผู้ปกครองที่มีความสงสัยว่าลูกจะมี
00:03:29 → 00:03:32ภาวะตาเหล่หรือตาเขอาจารย์มีคำแนะนำดัง
00:03:32 → 00:03:35นี้ในเด็กที่เราสงสัยว่าเขาเป็นตาเหล่
00:03:35 → 00:03:37หรือตาเก๋นะครับการสังเกตเบื้องต้นของคุณ
00:03:37 → 00:03:40พ่อคุณแม่สำคัญมากภาวะตาเหล่ตาเขอาจจะ
00:03:40 → 00:03:42เกิดได้จากหลายสาเหตุมีหลายระยะเพราะ
00:03:42 → 00:03:45ฉะนั้นการรักษาแต่ละวิธีก็แตกต่างกันถ้า
00:03:45 → 00:03:49สงสัยว่าเด็กมีภาวะตาเหล่หรือตาเขแนะนำ
00:03:49 → 00:03:52ว่าให้ไปพบจากศูนย์แพทย์นะครับเพื่อได้
00:03:52 → 00:03:54รับการวินิจฉัยว่าลูกเป็นตาเหล่หรือตาเก๋
00:03:54 → 00:03:57จริงหรือไม่เพราะว่าการรักษาตั้งแต่ต้น
00:03:57 → 00:04:00โดยถูกวิธีเนี่ยจะช่วยทำให้เด็กกลับมามี
00:04:00 → 00:04:03การที่ตรงและก็การทำงานของดวงตาที่ดีได้
00:04:03 → 00:04:06แต่สรุปแล้วที่เขาแชร์ 3 ท่าบริหารดวงตา
00:04:06 → 00:04:09แก้ปัญหาตาเหล่ตาเขหรือว่ากล้ามเนื้อตา
00:04:09 → 00:04:11ไม่แข็งแรงนี่เป็นยังไงครับคลิปนี้มีบาง
00:04:12 → 00:04:14ส่วนที่เป็นความจริงและก็มีบางส่วนที่ที่
00:04:14 → 00:04:16คลาดเคลื่อนนะครับเพราะฉะนั้นไม่แนะนำให้
00:04:16 → 00:04:19แชร์ต่อครับการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยแก้
00:04:19 → 00:04:22ปัญหาได้อย่างถาวรและแม่นยำนะครับส่ง
00:04:22 → 00:04:24เรื่องน่าสงสัยแจ้งเตือนภัยข้อมูลเท็จ
00:04:24 → 00:04:26เพียงแอดไลน์ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ไว้นะครับ
00:04:26 → 00:04:29เข้าไปที่เพิ่มเพื่อนแล้วค้นหาแอปชัวร์
00:04:29 → 00:04:32แอดแชร์ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยบน
00:04:32 → 00:04:34สังคมออนไลน์หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่ง
00:04:34 → 00:04:37แชร์ต่อร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับชั่วก่อน
00:04:37 → 00:04:39แชร์
00:04:39 → 00:04:54[เพลง]
00:04:54 → 00:04:58